๒๔

ฝ่ายปังอี้ยกกองทัพเข้าจัดแจงราษฎรชาวเมืองงันบุ๋นราบคาบแล้ว ปังอี้เกิดโรคปัจจุบันป่วย แพทย์ทั้งปวงประกอบยารักษาโรคยิ่งกำเริบหนักลงถึงแก่อสัญกรรม นายทัพนายกองทั้งปวงประชุมพร้อมกันแต่งหนังสือบอกส่งศพปังอี้ไปเมืองลกเอี๋ยง

ฝ่ายพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้เวลาเช้าวันหนึ่งเสด็จออกว่าราชการ พอขุนนางนำหนังสือเข้าไปกราบทูลทราบความว่า ปังอี้ถึงแก่อสัญกรรม มีพระทัยอาลัยยิ่งนัก จึงเสด็จออกไปรับศพปังอี้เข้ามาฝังไว้ในที่สมควร แล้วปักแผ่นศิลาประจำศพจารึกอักษรเลื่อนที่ปังอี้เป็นขุนนางตำแหน่งเจียดเหาขุนนางผู้ใหญ่ หวังจะให้ปังอี้ผู้มีความชอบมีชื่อปรากฏสืบไปภายหน้ากว่าจะสิ้นแผ่นดิน จึงตั้งบุตรชายปังอี้ให้เป็นที่เตงเหาว่าราชการแทนบิดาสืบไป แล้วจึงสั่งขุนนางแต่งหนังสือไปถึงงอฮั่นเป็นใจความว่า ปังอี้แม่ทัพใหญ่ผู้ถึงแก่อสัญกรรม ให้ทำการฝังศพเลื่อนที่ขึ้นเป็นเจียดเหาโดยสมควรแก่ความชอบซึ่งมีมาแต่ก่อน ราชการปราบหัวเมืองฝ่ายตะวันตกนั้นยังมิได้สำเร็จ จึงให้ไตสุม้างอฮั่นรับที่แม่ทัพบังคับทหาร ทำการปราบหัวเมืองตะวันตกสืบไป อนึ่งหงอทองซึ่งยอมสามิภักดิ์โดยดีนั้น ให้หงอทองเป็นเจ้าเมืองงันบุ๋นคงที่ยศศักดิ์ อยู่รักษาแดนเมืองยงอิวแทนหวยหงอผู้บิดา ทำนุบำรุงราษฎรให้อยู่เย็นเป็นสุข ขุนนางผู้ใหญ่จดหมายรับสั่งออกมาแต่งหนังสือส่งให้ทหารม้าใช้ไปเมืองงันบุ๋น ทหารม้าใช้ออกจากเมืองลกเอี๋ยงเร่งรีบไปหลายวันถึงเมืองงันบุ๋น จึงบอกนายประตูให้เข้าไปแจ้งความแก่ไตสุม้างอฮั่น

ฝ่ายงอฮั่นกับนายทัพนายกองทั้งปวง แจ้งความว่าหนังสือรับสั่งมาถึง จึงแต่งตัวตามตำแหน่งขุนนาง ต่างคนถือเครื่องคำนับออกไปเชิญหนังสือรับสั่งเข้าเมือง งอฮั่นกับหงอทองนายทัพนายกองพร้อมกัน ขุนนางพนักงานจึงเชิญหนังสือรับสั่งอ่านให้นายทัพนายกองฟังจนสิ้นข้อความ งอฮั่นจึงคำนับรับที่เป็นแม่ทัพใหญ่ แล้วมอบเมืองให้หงอทองอยู่รักษาเขตแดนเมืองยงอิวตามรับสั่ง งอฮั่นจึงแต่งหนังสือกำหนดยกทัพไปตีเมืองเซงโต๋ ส่งให้ม้าใช้กลับไปเมืองลกเอี๋ยง ครั้นถึงวันฤกษ์ดีงิมเหงเป็นแม่ทัพหน้า กับนายกองทหารทั้งปวงยกทัพออกจากเมืองงันบุ๋น งอฮั่นก็ยกทัพหลวงตามงิมเหงไป

ฝ่ายงิมเหงยกมาถึงปลายด่านเมืองเซงโต๋ ตั้งค่ายมั่นประชุมทัพพร้อมแล้วจึงจัดนายทหารและทหารเลวล้วนมีฝีมือเข้มแข็งไปตีได้เมืองตังก๋วนหนึ่ง เมืองอิเหลงหนึ่ง เมืองอิโต๋หนึ่ง แล้วยกทัพขยับเข้าตั้งอยู่ในแดนเมืองเซงโต๋

ฝ่ายชาวด่านปลายแดนเมืองเซงโต๋เห็นกองทัพเมืองลกเอี๋ยงยกเข้ามาตีเมืองได้เป็นหลายตำบล ต่างคนตกใจพากันไปคำนับแจ้งความแก่กองซุนสุดทุกประการ กองซุนสุดจึงให้ยิมมัวหนึ่ง เตียนหยงหนึ่ง เทียฮวนหนึ่ง สามนายคุมทหารยี่สิบหมื่นยกไปตีคืนเอาเมืองตังก๋วน เมืองอิเหลง เมืองอิโต๋ได้ทั้งสามเมือง แต่งทหารให้อยู่รักษาเมือง แล้วยกทัพใหญ่ไปตั้งค่ายมั่น ณ ตำบลเกงหมึง อยู่ริมฝั่งแม่น้ำ ยิมมัวมีเรือรบห้าร้อยลำ

ฝ่ายงิมเหงกับงอฮั่นแจ้งว่ากองทัพเมืองเซงโต๋ยกออกมาตีคืนเอาเมืองขึ้นไปได้สิ้น จึงยกกองทัพไปถึงฝั่งนํ้าตัดไม้ผูกพ่วงแพข้ามไปตีค่ายเกงหมึง ยิมมัวกับเตียนหยงเทียฮวนรู้ความ จึงพาทหารลงเรือห้าร้อยลำออกตีตัดพ่วงแพฆ่าฟันทหารงิมเหงจมน้ำตายเป็นอันมาก

ฝ่ายงิมเหงจะข้ามกองทัพไปตีค่ายเกงหมึงมิได้ ทหารล้มตายเจ็บป่วยเบาบางลง จึงปรึกษางอฮั่นว่า เรายกมาทำศึกครั้งนี้ทหารในกองทัพล้มตายป่วยเจ็บอิดโรยกำลัง จะทำการไปภายหน้าทหารน้อยตัวนัก เห็นจะทำศึกกับชาวเมืองเซงโต๋สืบไปไม่ชนะ ขอท่านจงมีหนังสือบอกไป กราบทูลขอกองทัพเพิ่มเติมยกมาเป็นกระบวนทัพเรือเข้าตีค่ายเกงหมึงแตกไป แล้วยกติดตามไปเมืองใหญ่น้อยรวบรวมเสบียงอาหารพอเป็นกำลังศึกเข้าตีเมืองเซงโต๋ ท่านจะเห็นประการใด งอฮั่นเห็นชอบจึงว่าท่านว่านี้สมกับความคิดเรา งอฮั่นแต่งหนังสือบอกข้อราชการ ให้ม้าใช้ถือไปขอกองทัพ ณ เมืองลกเอี๋ยง แล้วจัดทหารขึ้นไปต่อเรือเหนือน้ำเป็นเรือรบพันลำ จัดแจงเชือกเสาเพลาใบพร้อมคอยท่ากองทัพซึ่งยกเพิ่มเติมมา

ฝ่ายทหารม้าใช้ถือหนังสือขับม้ารีบไปตามระยะทางหลายวันถึงเมืองลกเอี๋ยง พอเวลาพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้เสด็จออก ม้าใช้จึงส่งหนังสือบอกข้อราชการให้ขุนนางนำเฝ้า กราบทูลข้อความตามหนังสือบอกทุกประการ พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้แจ้งว่างอฮั่นยกกองทัพเข้ามาถึงปลายด่านเมืองเซงโต๋ บอกขอกองทัพมา จึงสั่งขุนนางให้มีหนังสือไปเกณฑ์ทหารเมืองเกงจิ๋วสิบหมื่นยกไปสมทบทัพงอฮั่น ขุนนางผู้ใหญ่คำนับลาออกมาเกณฑ์กองทัพเมืองเกงจิ๋วยกไปตามรับสั่ง

ฝ่ายงอฮั่นครั้นกองทัพพร้อมแล้ว จึงให้เข็นเรือออกจากอู่บรรจุทหารลำละสองร้อยคน เรือพันลำเป็นทหารยี่สิบหมื่นมีพลุประจำไปทุกลำ งอฮั่นคุมเรือห้าร้อย งิมเหงคุมเรือห้าร้อยมีธงปักประจำมาทุกลำ ครั้นได้ฤกษ์ดีตีม้าล่อโบกธงจุดพลุใหญ่เป็นสัญญา ลมพัดส่งท้าย นายทหารกำกับสำหรับลำเรือจึงให้ถอนสมอช่อใบ ทหารเลวแจวเรือตามงอฮั่นกับงิมเหงล่องนํ้าลงไปทั้งสองฟาก

ฝ่ายยิมมัวครั้นว่ากองทัพเมืองลกเอี๋ยงยกทัพเรือมาเป็นอันมากก็ตกใจ จึงพาเตียนหยงกับเทียฮวนขับทหารลงบรรจุเรือห้าร้อยลำแจวฝืนน้ำขึ้นไป พอทัพเรือล่องนํ้าลงมา เตียนหยงเทียอวนถืออาวุธยืนอยู่หน้าเรือ จึงร้องบอกไปว่าให้งิมเหงเร่งมายอมสามิภักดิ์เข้าด้วยพระเจ้าเซงเต้แต่โดยดีจึงจะพ้นจากความตาย งิมเหงได้ยินก็โกรธจึงตอบว่า กองซุนสุดซึ่งเป็นนายของตัวนั้นเหมือนดังกองเพลิงอันน้อย พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ผู้เป็นเจ้าของกูมีราชอาณาจักรแผ่ไปทั้งสี่ทิศเหมือนดังเพลิงกองใหญ่ ตัวเป็นแต่ทหารกองซุนสุดองอาจว่ากล่าวถ้อยคำหยาบช้าไม่เกรงกูผู้เป็นยอดทหารผู้มีบุญ ถ้าจับตัวได้จะเอากระบี่แหวะปากเสียให้สาสมที่ความแค้น ว่าแล้วโบกธงเร่งทหารซ้ายขวาเข้ารบตีทัพเรือเตียนหยง พอเกิดลมพายุกล้า งิมเหงให้จุดพลุเพลิง พลุตกลงถูกใบและเชือกลดเลี้ยวในลำเรือทหารเตียนหยงลุกลามไปไหม้เรือ ทหารเตียนหยงดับเพลิงเป็นอลหม่านไม่เป็นอันที่จะรบพุ่ง ทหารงิมเหงได้ทีแจวเรือเข้าเกย เรือล่มลอยทหารเป็นอาหารแก่ปลาใหญ่ บ้างโดดขึ้นบนเรือไล่ฆ่าฟันล้มตายเป็นอันมาก

ฝ่ายยิมมัวเห็นทัพแตกเสียทีตกใจนัก ร้องเร่งให้ทหารแจวเรือหนีเข้าฝั่ง งอฮั่นจึงให้ทหารแจวเรือตามไปใกล้ น้าวเกาทัณฑ์ยิงถูกคอยิมมัวตกนํ้าตาย ฝ่ายงิมเหงขับทหารเร่งแจวเรือตามทันเทียฮวน งิมเหงโดดลงเรือเอาง้าวฟันเทียฮวนตาย แล้วให้ทหารเลวฆ่าทหารในลำเรือเทียฮวนเสียสิ้น แต่เตียนหยงนั้นหนีขึ้นบกได้รวบรวมทหารไปตั้งมั่นรักษาเมืองกังจิ๋ว

ฝ่ายงอฮั่นกับงิมเหงครั้นมีชัยชนะ จึงยกทัพเรือเข้าจอดอยู่หน้าเมืองกังก๋วน งอฮั่นกับงิมเหงคิดจะเกลี้ยกล่อมราษฎรชาวเมืองมิให้สะดุ้งตกใจ จึงกำชับนายทัพนายกองและทหารเลวทั้งปวงมิให้ข่มเหงเก็บริบเอาทรัพย์สิ่งของราษฎรให้ได้ความเดือดร้อน งอฮั่นกับงิมเหงยกทัพเข้าจัดแจงเมืองกังก๋วน

ฝ่ายราษฎรชาวเมืองเห็นกองทัพเข้าเมืองมิได้ย่ำยี ต่างคนดีใจได้เนื้อแพะและสุราพากันเข้าไปคำนับงอฮั่นกับงิมเหงนายทัพนายกองทั้งปวง งิมเหงจึงว่าพระเจ้าเมืองหลวงมีรับสั่งใช้ให้เราและนายทหารยกทัพมาปราบหัวเมืองซึ่งเป็นศัตรูแผ่นดินให้ราบคาบ ตั้งพระทัยแต่จะบำรุงราษฎรทั้งปวงให้อยู่เย็นเป็นสุข ซึ่งท่านมีใจภักดีชวนกันนำสิ่งของมาคำนับเราขอบใจยิ่งนัก เนื้อแพะและสุราข้าวปลาอาหารในกองทัพยังมีบริบูรณ์อยู่ ท่านจงนำสิ่งของทั้งนี้กลับไปเลี้ยงบุตรภรรยาให้เป็นสุข ราษฎรชาวเมืองเห็นงอฮั่นกับงิมเหงมิได้รับของกำนัล ต่างคนสรรเสริญว่าทหารพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ผู้ครองเมืองลกเอี๋ยงมีใจโอบอ้อมอารียิ่งนักควรจะเอาเป็นที่พึ่ง ต่างคนพูดกันแล้วคำนับลางอฮั่นกับงิมเหงนายทัพนายกอง พาสิ่งของกลับไปบ้าน

ฝ่ายงอฮั่นครั้นจัดแจงราษฎรชาวเมืองราบคาบแล้ว พอทหารไปสืบราชการกลับมาบอกว่า เตียนหยงแตกทัพเรือหนีไปรวบรวมทหารเข้าไปตั้งมั่นอยู่เมืองกังจิ๋ว งอฮั่นจึงจัดกองทัพยกออกจากเมืองกังก๋วน บรรดาหัวเมืองรายทางมิได้สู้รบ เปิดประตูเมืองออกมายอมเข้าด้วยงอฮั่นเป็นหลายตำบล ครั้นกองทัพยกไปถึงเมืองกังจิ๋ว จึงให้ตั้งค่ายประชิดถึงเชิงกำแพง งิมเหงแต่งทหารทำบันไดหกพาดปีนกำแพงเป็นหลายครั้ง ทหารเตียนหยงรักษาหน้าที่เชิงเทินเป็นสามารถ งิมเหงหักเอาเมืองมิได้จึงปรึกษางอฮั่นว่า เมืองกังจิ๋วกำแพงสูงถึงสิบหกศอก ประตูหอรบก็มั่นคงนัก จะหักเอาเมืองให้ได้โดยเร็ว เห็นทหารจะล้มตายเป็นอันมาก ครั้นจะตั้งประชิดเมืองอยู่ช้าหลายวัน  จะขัดสนด้วยเสบียงซึ่งจะเลี้ยงทหารในกองทัพ ข้าพเจ้าคิดจะแบ่งทหารไปตีเมืองอื่น รวบรวมข้าวปลาอาหารจะได้เป็นกำลังทำการต่อไปท่านจะเห็นประการใด งอฮั่นได้ฟังเห็นชอบด้วย จึงให้ปังจุ้นนายทหารคุมทหารห้าหมื่นอยู่รักษาค่ายล้อมเมืองกังจิ๋ว งอฮั่นกับงิมเหงยกทัพใหญ่ไปตีเมืองเปงซก ให้แต่ไลเอียกหนึ่ง ไก่เอี๋ยนหนึ่ง ม้าเสงหนึ่ง คุมทหารสิบหมื่นยกทัพแยกทางไปทัพไปตีเมืองขึ้น ทั้งสามนายยกตีเมืองรายเข้าไปในแดนเมืองเซงโต๋

ฝ่ายผู้รักษาเมืองน้อยใหญ่ มีหนังสือบอกข้อราชการเข้าไปแจ้งความแก่เจ้าเมืองเซงโต๋เป็นหลายฉบับ เจ้าเมืองเซงโต๋จึงให้อองงวนเสียงคุมทหารสิบหมื่นออกไปตั้งค่ายรับกองทัพเมืองลกเอี๋ยง ได้รบพุ่งกันที่ตำบลอิโต๋ ทัพลกเอี๋ยงตีทัพอองงวนเสียงแตกยับระส่ำระสายล้มตายเป็นอันมาก แต่อองงวนเสียงนั้นหนีเข้าป่าไป ไลเอียกจึงยกเข้าตั้งค่ายมั่นพักทหารอยู่ ณ ตำบลอิโต๋

ฝ่ายม้าใช้กองซุนสุดรู้ว่าอองงวนเสียงเสียทัพ จึงกลับเข้าไปคำนับแจ้งความแก่กองซุนสุดทุกประการ กองซุนสุดแจ้งว่าอองงวนเสียงเสียทัพ ทหารเมืองลกเอี๋ยงเหยียบแดนเข้ามาทั้งสองทางทุกข์ใจนัก จึงปรึกษาขุนนางทั้งปวงว่า กองทัพเมืองลกเอี๋ยงตีเมืองน้อยใหญ่เข้ามา หาผู้จะออกไปสู้รบต้านทานได้ไม่ ท่านทั้งปวงจะคิดป้องกันประการใด ขุนนางผู้ใหญ่ผู้น้อยต่างคนนั่งนิ่งอยู่

ขณะนั้นมีทหารเลวผู้หนึ่งชื่อโฮจ้าน จึงว่าทหารเมืองลกเอี๋ยงยกมาครั้งนี้ ไลเอียกเป็นแม่ทัพใหญ่ได้บังคับทหาร ถ้าคิดการลอบลักเข้าปลอมคนในค่ายฆ่าไลเอียกตายแล้ว นายทัพนายกองทั้งปวงก็จะถอยทัพไปโดยง่าย ไม่ต้องรบพุ่งให้ลำบากแก่ทหาร ข้าพเจ้าได้สำนักเรียนครูรู้วิชาย่องเบาเข้าลอบลักฆ่าคน จะอาสาท่านออกไปฆ่าแม่ทัพเมืองลกเอี๋ยงเสียให้จงได้ ขอท่านอย่าวิตกเลย กองซุนสุดได้ยินดังนั้น จึงเรียกเข้ามานั่งใกล้แล้วว่า ถ้าท่านคิดการฆ่าแม่ทัพได้สำเร็จกองทัพเลิกไป เราจะปูนบำเหน็จให้ถึงขนาด โฮจ้านจึงคำนับลาออกมาบ้าน ผลัดเสื้อกางเกงใหม่นุ่งห่มให้เหมือนทหารเลวในกองทัพ เอามีดสั้นเหน็บไว้ในเสื้อ ออกจากเมืองเซงโต๋ไปใกล้ถึงค่าย พอเวลาพลบค่ำจำหน้ากันไม่ถนัด โฮจ้านจึงปลอมเป็นทหารเลวเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในค่ายไลเอียก ครั้นเวลาประมาณสองยามเศษทหารซึ่งนั่งยามรักษาไลเอียกอยู่ชั้นในหลับเงียบสงัดแล้ว โฮจ้านจึงค่อยย่องเข้าไปถึงห้องที่นอนไลเอียก โฮจ้านชักมีดสั้นออกจากเสื้อแทงถูกท้องไลเอียก ไลเอียกตื่นตกใจ ฉวยคว้ากุมด้ามมีดไว้ร้องอื้ออึงขึ้น โฮจ้านจึงวิ่งหนีเอาชีวิตรอด

ฝ่ายทหารคนสนิททั้งปวง ต่างคนตื่นตกใจวิ่งเข้ามาเห็นไลเอียกผู้นายกุมด้ามมีดปักท้องอยู่โลหิตไหลแดงทั้งที่นอน พากันร้องไห้รักไลเอียกอื้ออึงทั้งค่าย ไลเอียกจึงใช้ทนายไปหาตัวไก่เอี๋ยนมาแล้วบอกว่า มีผู้ร้ายลอบเข้ามาแทงเห็นเราจะไม่รอดชีวิต ขอฝากทแกล้วทหารให้ทำการสนองพระคุณพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้สืบไป

ฝ่ายไก่เอี๋ยนเห็นโลหิตไลเอียกตกหนัก มีความสงสารนักกลั้นน้ำตามิได้ ไลเอียกเห็นไก่เอี๋ยนร้องไห้ก็โกรธ ร้องตวาดว่าตัวท่านเป็นชายชาติทหาร เหตุใดนํ้าใจอ่อนเหมือนสตรีไม่ควร ไลเอียกจึงแข็งใจอดกลั้นความเจ็บ เรียกพู่กันมาจารึกอักษรเป็นหนังสือทูลว่า ข้าพเจ้ายกทัพมาปราบหัวเมืองฝ่ายตะวันตกครั้งนี้ ตั้งใจทำการอาสาปราบศัตรูแผ่นดินสนองพระคุณโดยสุจริต ราชการยังไม่สำเร็จ มีผู้ร้ายฝ่ายข้าศึกปลอมเข้าค่าย ลอบลักแทงข้าพเจ้าในเวลากลางคืนจะมิได้สนองพระคุณสืบไปแล้ว ซึ่งไต้อ๋องตั้งพระทัยจะทำนุบำรุงแผ่นดินให้เป็นสุข ขอให้จัดหาผู้มีสติปัญญามาชุบเลี้ยงเป็นขุนนางข้าเฝ้า ข้าพเจ้าเห็นแต่ไกเอี้ยนเป็นคนมีสติปัญญา ขอให้ชุบเลี้ยงขึ้นเป็นขุนนางตามสมควร อนึ่งเตียนซึ่งเป็นน้องชายข้าพเจ้านั้นเป็นคนโฉดเขลานัก ข้าพเจ้าสิ้นชีวิตแล้วยังเป็นห่วงอาลัยด้วยไม่มีผู้ว่ากล่าวสั่งสอนขอฝากไว้ในไต้อ๋องด้วย ไลเอียกจารึกอักษรยังไม่สำเร็จโลหิตตีขึ้นมาสิ้นชีวิตเวลาใกล้รุ่ง ไก่เอี๋ยนกับนายทัพนายกองทหารเอกทหารเลวเห็นไลเอียกสิ้นชีวิต ต่างคนมีความสงสารร้องไห้อื้ออึงทั้งค่าย

พอเวลารุ่งเช้าไก่เอี๋ยนให้ต่อหีบใส่ศพ แล้วหยิบหนังสือไลเอียกพับเข้าผนึกส่งให้อองเสียง จัดทหารชักศพไลเอียกไปเมืองลกเอี๋ยง อองเสียงพาทหารชักศพไลเอียกไปตามระยะทางหลายวันถึงเมืองหลวง ให้พักทหารอยู่นอกเมือง อองเสียงจึงเข้าไปเฝ้าทูลแจ้งข้อราชการแล้วถวายหนังสือไลเอียก พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ทรงอ่านแจ้งความในหนังสือแล้วจึงดำริว่า ไลเอียกมีน้ำใจสัตย์ซื่อตั้งใจอาสาแผ่นดินจนสิ้นชีวิต เสียดายไลเอียกนัก จึงเสด็จออกไปรับศพไลเอียกเข้ามาทำการศพในเมืองหลวง แล้วจึงจารึกแผ่นศิลาเลื่อนที่ไลเอียกเป็นเจียดเหา ตำแหน่งขุนนางผู้มีความชอบ จึงตั้งเตียนผู้น้องไลเอียกเป็นที่ซวนไซเหาขุนนางผู้ใหญ่ พระราชทานเบี้ยหวัดตามสมควรแล้วเสด็จเข้าพระราชวัง

ฝ่ายกองซุนสุดแจ้งว่าโฮจ้านลอบลักไปแทงไลเอียกแม่ทัพตายแล้วมีความยินดีนัก จึงปูนบำเหน็จให้โฮจ้านเป็นอันมาก พอม้าใช้ไปสืบราชการเข้ามาแจ้งความว่า ยิมมัวซึ่งยกไปตั้งอยู่เกงหมึงนั้น งิมเหงแม่ทัพเมืองลกเอี๋ยงยกทัพเรือมา ได้รบกันกับกองทัพยิมมัว กองทัพเมืองลกเอี๋ยงฆ่ายิมมัวกับเทียฮวนตายในที่รบ ทัพแตกระส่ำระสายทหารเลวล้มตายเป็นอันมาก กองทัพเมืองลกเอี๋ยงได้ทีตีเมืองรายทาง เข้ามาตั้งค่ายมั่นอยู่เมืองเปงซก กองซุนสุดได้ยินก็ตกใจ จึงคิดว่างิมเหงคนนี้เป็นทหารเอกครั้งอองมังฝีมือเข้มแข็ง จำจะจัดแจงทหารมีฝีมือออกไปต่อสู้ดูกำลัง ถ้าไม่ชนะจึงจะให้โฮจ้านไปลอบฆ่าเสียต่อภายหลัง คิดแล้วจึงให้กองซุนโขยหนึ่ง อองงวนเสียงหนึ่ง หลีอิ๋วหนึ่ง คุมทหารสิบหมื่นยกไปตั้งมั่นรักษาเมืองกงโต๋ ให้เฮาตั๋นคุมทหารสองหมื่นไปรักษาด่านอุยเจียว นายทหารรับคำคำนับออกมาจัดทหารยกไปตามสั่ง

ฝ่ายงิมเหงตีเมืองเปงซก ได้เสบียงอาหารหกพันสองร้อยยี่สิบเกวียน ตั้งทัพพักทแกล้วทหารให้มีกำลัง พอม้าใช้ไปสืบราชการกลับมาบอกว่าเจ้าเมืองเซงโต๋เกณฑ์กองทัพออกมาตั้งอยู่เมืองกงโต๋ตำบลหนึ่ง ตั้งอยู่ ณ ด่านอุยเจียวตำบลหนึ่งทหารประมาณสิบหมื่นเศษ งิมเหงจึงจัดกองทัพยกออกจากเมืองเปงซกไปถึงทางรวม จึงให้เอียวหับกับจงก๋งแบ่งทหารยกแยกทหารไปติดเมืองกงโต๋หน่วงทัพไว้ งิมเหงรีบเร่งกองทัพตามทางไปตีด่านอุยเจียว

ฝ่ายเฮาตั๋นรู้ว่างิมเหงยกทัพมาถึง จึงแต่งตัวขึ้นม้าถืออาวุธพาทหารออกจากเมือง พอปะทะทัพงิมเหงกลางทาง งิมเหงขับม้ารำง้าวออกรบกับเฮาตั๋นถึงสิบเพลง เฮาตั๋นต้านทานกำลังมิได้ขับม้าพาทหารหนี งิมเหงได้ทีไล่ตามทันฟันด้วยง้าวถูกเฮาตั๋นตัวขาดตกม้าตาย ทหารงิมเหงไล่ฆ่าฟันทหารเฮาตั๋นแตกหนีเข้าป่าไปสิ้น พอเวลาพลบค่ำลง งิมเหงให้ตีม้าล่อเรียกทหารมาประชุมพร้อมแล้ว รีบเร่งยกทัพในกลางคืนถึงเมืองบูเอี๋ยงพอรุ่งสว่างขึ้น

ฝ่ายเจ้าเมืองบูเอี๋ยงสำคัญว่ากองทัพยังรบกันอยู่ ณ เมืองกงโต๋มิทันจัดเตรียมทหาร พอมีผู้มาบอกว่างิมเหงยกทัพมาถึง เจ้าเมืองบูเอี๋ยงตกใจนัก จึงอพยพครอบครัวพาทหารออกประตูหลังเมืองหนีเข้าอยู่ป่า

ฝ่ายงิมเหงจึงแบ่งทหารไปช่วยจงก๋งตีเมืองกงโต๋ แล้วให้ตั้งค่ายพักทหารอยู่นอกเมืองบูเอี๋ยง ราษฎรชาวเมืองเซงโต๋รู้ว่ากองทัพงิมเหงยกมาตั้งอยู่เมืองบูเอี๋ยง ต่างคนตกใจแตกตื่นเข้าเมือง ขุนนางทั้งปวงพากันเข้าไปแจ้งความแก่กองซุนสุดทุกประการ กองซุนสุดได้ยินดังนั้นตกตะลึงไป ไม้เท้าที่ถือตกจากมือไม่รู้ตัว ครั้นได้สติมาจึงว่า เดิมเรารู้ว่ากองทัพเมืองลกเอี๋ยงตั้งอยู่เมืองเปงซก เราจึงจัดกองทัพยกไปตั้งอยู่เมืองกงโต๋ บัดนี้งิมเหงยกแยกมาเข้าถึงด่านชั้นในตีได้เมืองบูเอี๋ยง กองทัพรวดเร็วดังลมพายุพัดฉะนี้ เทวดาองค์ใดช่วยกองทัพเมืองลกเอี๋ยง ศึกจึงมีกำลังเห็นเป็นอัศจรรย์ยิ่งนัก กองซุนสุดจึงสั่งให้โฮจ้านให้ไปลอบแทงงิมเหงเสีย โฮจ้านรับคำออกมาจากเมืองเซงโต๋ไปเมืองบูเอี๋ยง จึงให้นายประตูค่ายพาเข้าไปคำนับงิมเหง งิมเหงจึงถามว่าตัวชื่อใดอยู่เมืองไหน โฮจ้านจึงบอกเป็นอุบายว่าข้าพเจ้าชื่อบองเหนาชาวเมืองเซงโต๋ มายอมสามิภักดิ์พึ่งบุญทำการอาสากว่าจะสิ้นชีวิต งิมเหงจึงรับเอาบองเหนาไว้ในค่าย พอเป็นเวลาเย็นลง งิมเหงพาทหารเดินเลียบค่าย จึงถามนายทหารว่าที่ตำบลเราตั้งค่ายนี้มีชื่อประการใด ทหารบอกว่าชื่อเผงบ๋อง งิมเหงได้ยินจึงคิดว่าชื่อตำบลนี้มิได้เป็นมงคล จะผลัดชื่อใหม่ก็จวนเวลา ต่อรุ่งเช้าจะแจกกฎหมายเรียกชื่อตำบลนี้ที่ตั้งค่ายให้เป็นชื่อเจริญจึงจะควร คิดแล้วกลับคืนมาที่อาศัย ปรึกษาราชการกับนายทัพนายกองแต่เวลาคํ่าจนดึก งิมเหงเข้านอน นายทัพนายกองต่างไปกำชับตรวจตราทหารเลวนั่งยามรักษาค่ายตามพนักงาน

ฝ่ายบองเหนาเข้าอยู่ในค่ายคิดคอยทำร้ายแม่ทัพ พอเวลาดึกประมาณสามยามคนหลับ จึงค่อยย่องเข้าไปในห้องเห็นงิมเหงหลับสนิท ชักกริชออกจากเสื้อแทงถูกรักแร้งิมเหงร้องขึ้นได้คำเดียวขาดใจตาย

ฝ่ายทหารคนสนิทต่างคนตื่นตกใจวิ่งตรูกันเข้าไป พอพบบองเหนาวิ่งสวนออกมาจากห้อง คนสนิทรู้ว่าบองเหนาทำร้ายแม่ทัพพากันกลุ้มรุมจับมัดออกไปนอกค่าย สับฟันบองเหนาตัวขาดแปดท่อนด้วยความแค้น แล้วไปแจ้งความแก่งอฮั่นทุกประการ

ฝ่ายงอฮั่นรู้ว่าคนร้ายปลอมเข้าฆ่างิมเหงตายตกใจนัก จึงมาถึงค่ายงิมเหง พอเวลารุ่งเช้าให้ประชุมนายทัพนายกองต่อหีบใส่ศพงิมเหง จึงแต่งหนังสือบอกส่งศพงิมเหงไปเมืองลกเอี๋ยง

ฝ่ายพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้เสด็จออกว่าราชการ คอยข่าวกองทัพซึ่งไปปราบหัวเมืองตะวันตกอยู่มิได้ขาด พอขุนนางพาผู้ถือหนังสือบอกส่งศพงิมเหงเข้ามาแจ้งความ พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้เสียดายงิมเหงยิ่งนัก จึงเสด็จออกไปรับศพงิมเหงเข้ามาทำการฝังศพตามตำแหน่งขุนนางมีความชอบ แล้วสั่งให้แต่งหนังสือไปให้งอฮั่นจัดเอาทหารในกองทัพงิมเหงผู้ตายเข้าสมทบทัพ ยกกระหนาบเข้าตีเมืองกงโต๋ไว้เป็นที่มั่น แต่งทหารออกตีเมืองน้อยใหญ่ ได้เสบียงอาหารรวบรวมทแกล้วทหารได้มากแล้วจึงยกเข้าตีเมืองเซงโต๋ต่อภายหลัง ให้งอฮั่นคิดถ่ายเทจงดี อย่าใจเร็วด่วนได้จะเสียแก่ข้าศึก ขุนนางรับสั่งออกมาแต่งหนังสือส่งให้ม้าใช้ไปให้แก่งอฮั่น ณ ที่กองทัพ

ฝ่ายงอฮั่นแจ้งความตามรับสั่งแล้ว แต่งหนังสือบอกข้อราชการกำหนดยกทัพส่งให้ม้าใช้กลับไปเมืองลกเอี๋ยง ฝ่ายเจ้าเมืองบูเอี๋ยงแจ้งว่างิมเหงตาย กองทัพซึ่งมาตั้งอยู่เลิกไปแล้ว จึงพาบุตรภรรยาทแกล้วทหารยกกลับมาอยู่เมือง จัดแจงประตูหอรบมั่นคงคอยรับทัพเมืองลกเอี๋ยง แล้วมีหนังสือไปขอกองทัพเมืองเซงโต๋ให้เพิ่มเติมมาช่วยป้องกันเมืองบูเอี๋ยง ม้าใช้คำนับรับหนังสือขึ้นม้ารีบไปเมืองเซงโต๋ ให้ขุนนางนำเข้าไปแจ้งความแก่กองซุนสุดตามหนังสือบอกมาทุกประการ กองซุนสุดจึงสั่งกองซุนแซผู้บุตรให้คุมทหารห้าพันไปช่วยเจ้าเมืองบูเอี๋ยงรักษาเมือง แล้วให้งุยต๋องออกไปประจำรักษาด่านฮูปักจิ๋น กองซุนแซคำนับลาพาทหารออกไปเมืองบูเอี๋ยง จัดทหารไปรักษาด่านทางช่องแคบตามคำกองซุนสุดสั่ง

ฝ่ายงอฮั่นจัดแจงสมทบทัพจะยกไปช่วยเอียวหับกับจงก๋งตีเมืองกงโต๋ พอม้าใช้ไปสืบราชการกลับมาว่า เจ้าเมืองเซงโต๋ให้กองซุนแซผู้เป็นบุตรมารักษาเมืองบูเอี๋ยง กองซุนแซจัดให้งุยต๋องมารักษาด่านฮูปักจิ๋น งอฮั่นได้ยินดังนั้นจึงยกกองทัพไปตีด่านฮูปักจิ๋นแตกแล้ว รีบเร่งกองทัพไปถึงเมืองบูเอี๋ยง พอเวลาค่ำลงจึงให้ตั้งค่ายมั่นลงไว้ไกลเมืองประมาณทางสิบเส้น

ฝ่ายกองซุนแซรู้ว่ากองทัพเมืองลกเอี๋ยงยกมาถึง จึงสั่งสูหินทหารเอกให้จัดกองทัพออกไปรบกับทัพเมืองลกเอี๋ยง สูหินคำนับลาออกมาจัดทหารในเวลากลางคืน พอเช้าตรู่สูหินขึ้นม้าถืออาวุธพาทหารออกจากเมืองบูเอี๋ยงไปถึงหน้าค่ายจึงร้องว่า ชาวเมืองลกเอี๋ยงซึ่งมาตั้งอยู่ผู้ใดมีฝีมือดีเร่งออกมารบกับเราให้ถึงแพ้และชนะ

ฝ่ายงอฮั่นได้ยินเสียงอื้ออึง จึงแต่งตัวสวมเกราะขึ้นม้าถืออาวุธพาทหารออกจากค่าย เห็นทหารเมืองบูเอี๋ยงจึงชักม้ารำง้าวออกรบกับสูหิน ถ้อยทีหนีไล่หลบหลีกปัดป้องว่องไวในกระบวนเพลงอาวุธ สูหินรบกับงอฮั่นได้สิบเพลงเสียทีลง งอฮั่นฟันด้วยง้าวถูกสูหินกับม้าตัวขาดเป็นสองท่อน นายทหารต่างคนดีใจโห่ร้องขับทหารเลวไล่ฆ่าฟันทหารสูหินล้มตายแตกหนี งอฮั่นได้ทียกทัพเข้าประชิดถึงเชิงกำแพง

ฝ่ายกองซุนแซอยู่บนเชิงเทินเห็นทัพสูหินแตกก็ตกใจ ลงจากเชิงเทินขึ้นม้าพาทหารเปิดประตูหลังเมืองไปเมืองเซงโต๋ ฝ่ายเจ้าเมืองบูเอี๋ยงเห็นจะสู้รบมิได้ จึงเปิดประตูหน้าเมืองรับกองทัพงอฮั่นยกเข้าเมืองบูเอี๋ยง รวบรวมเสบียงอาหารได้เป็นอันมากแล้วยกทัพกลับไปช่วยเอียวหับกับจงก๋งตีได้เมืองกงโต๋ มิได้ตั้งมั่นอยู่ตามหนังสือรับสั่ง งอฮั่นสมทบทัพยกล่วงถลำเข้าไปตั้งค่ายอยู่ริมฝั่งนํ้าหน้าเมืองเซงโต๋ ทางไกลเมืองประมาณร้อยเส้น จึงให้เล่าเสียงแบ่งทหารไปตั้งค่ายริมนํ้าฝ่ายทิศใต้ ค่ายห่างกันทางสองร้อยเส้น แล้วให้ทหารทำสะพานเรือกจะข้ามกองทัพ

ฝ่ายพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้มีพระทัยวิตกถึงกองทัพซึ่งไปปราบเมืองฝ่ายตะวันตกให้ม้าใช้ไปสืบกองทัพ เสด็จออกปรึกษาการสงครามกับเตงอูขุนนางผู้ใหญ่ผู้น้อยอยู่ทุกเวลามิได้ขาด พอทหารไปสืบกองทัพกลับมาเฝ้าทูลว่า งอฮั่นตีเมืองกงโต๋แล้วยกล่วงเข้าถึงฝั่งแม่นํ้าเซงโต๋ แบ่งทหารให้เล่าเสียงไปตั้งค่ายห่างค่ายงอฮั่นทางสองร้อยเส้น ทำสะพานจะข้ามกองทัพเข้าประชิดเมืองเซงโต๋ พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ได้ยินดังนั้นตกพระทัยเกรงงอฮั่นจะเสียทัพ จึงรับสั่งให้แต่งหนังสือฉบับหนึ่งใจความว่า เดิมได้มีหนังสือไปถึงงอฮั่นว่าให้ตีเอาเมืองกงโต๋ไว้เป็นค่ายมั่น แต่งกองทัพออกตีเมืองน้อยใหญ่รวบรวมทหารและอาหารได้เป็นกำลังศึกมากขึ้นแล้ว จึงยกเข้าตีเมืองเซงโต๋ต่อภายหลัง งอฮั่นหาทำตามบังคับไม่ ยกทัพถลำเข้าไปติดเมืองเซงโต๋ แยกทหารไปตั้งค่ายไกลกันระยะทางถึงสองร้อยเส้น ถ้าข้าศึกแต่งทัพเข้าประชิดหน่วงทัพเล่าเสียงไว้ แล้วยกเข้าล้อมวกหลังทั้งสองทัพช่วยกันมิได้ แม้นเสียทีลงจงถอยทัพเข้าตั้งรับอยู่เมืองกงโต๋ แต่งหนังสือแล้วส่งให้ม้าใช้ไปตามทัพงอฮั่น

ฝ่ายกองซุนสุดแจ้งความว่างอฮั่นยกทัพล่วงถลำเข้ามาตั้งค่ายอยู่สองค่ายริมฝั่งนํ้า จึงสั่งเจียหองกับอวนเกียดทั้งสองนายคุมทหารสิบหมื่นยกออกไปตั้งค่ายล้อมวกหลังค่ายงอฮั่นไว้ยี่สิบค่าย แล้วแต่งทหารห้าพันไปหน่วงทัพประจำค่ายเล่าเสียงอย่าให้มาช่วยกัน ทหารสองนายคำนับรับคำออกมาพาทหารไปตั้งค่ายรายทหารทำตามกองซุนสุดสั่ง ครั้นรุ่งเวลาเช้าเจียหองกับอวนเกียดขับม้าพาทหารเข้าไล่บุกรุกฆ่าฟันทหารงอฮั่นแตกหนีเข้าค่าย

ฝ่ายงอฮั่นเห็นทหารเมืองเซงโต๋รุกรบรอบค่าย เสียงม้าและคนอื้ออึงไปทั้งป่า งอฮั่นตกใจนัก แต่งตัวขึ้นม้าพาทหารออกจากค่ายไล่ฆ่าฟันทหารเจียหองถอยหนีออกไปถึงค่ายล้อม งอฮั่นจะหักออกจากที่ล้อมมิได้ทหารล้มตายลงประมาณหมื่นเศษ พอเวลาพลบคํ่างอฮั่นตีม้าล่อกลับทหารเข้าค่าย จึงปรึกษานายทัพนายกองทหารทั้งปวงว่า เราทำการศึกครั้งนี้ได้ท่วงทีเหยียบแดนเมืองเซงโต๋เข้ามาถึงแสนเส้น จะแลเห็นเสมาเมืองเซงโต๋อยู่แล้ว กลับเสียทีเสียทหารเป็นอันมากเพราะทำการล่วงเกินรับสั่งโทษถึงสิ้นชีวิต ท่านทั้งปวงจงพร้อมใจกันคิดทำการแก้ตัวตีทัพเมืองเซงโต๋ให้แตกจงได้ นายทัพนายกองได้ฟังจึงว่า ข้าพเจ้าจะประนอมพร้อมใจกันอาสารบทหารชาวเมืองเซงโต๋กว่าจะสิ้นชีวิต ซึ่งจะคิดย่อท้อต่อข้าศึกหามิได้ ขอท่านอย่าวิตกเลย งอฮั่นได้ยินดีใจนัก จึงให้ทหารทำธงปักรายรอบค่าย ให้ปิดประตูค่าย ปรนปรือม้าและคนให้มีกำลังมิได้ออกรบ

ฝ่ายเจียหองครั้นเวลารุ่งเช้ายกทัพมาเห็นธงปักประจำรอบค่าย เกรงงอฮั่นจะทำกลศึกจึงหยุดพักตั้งค่ายมั่นห่างกันประมาณสิบเส้น ฝ่ายงอฮั่นปรนปรือทหารให้รื่นเริงร้องเพลงดีดกระจับปี่สีซอตีม้าล่อเสียงอื้ออึงดังเล่นงานมหรสพครบถ้วนสามวัน เวลาคํ่าดึกประมาณสามยามเศษ งอฮั่นให้กำชับปากเสียงทหารสงบสงัดเปิดประตูค่ายออกไปตีค่ายล้อมแตก ฆ่าฟันทหารชาวเมืองเซงโต๋ตายประมาณพันเศษ งอฮั่นมาถึงค่ายเล่าเสียงพอรุ่งสว่าง จึงให้เล่าเสียงยกออกตีทัพซึ่งมาตั้งหน่วงอยู่ริมฝั่งเหนือนํ้า งอฮั่นจึงยกไปรบกับเจียหอง

ฝ่ายเจียหองครั้นรุ่งเช้ารู้ว่างอฮั่นทิ้งค่ายเสียหนีไปจากที่ล้อม จึงยกทัพตามไปจะตีค่ายเล่าเสียง พอพบทัพงอฮั่นกลางทาง ทหารต่อทหารเงื้อง่าอาวุธคอยทีจะรบพุ่งกันทั้งสองฝ่าย เจียหองจึงขับม้าขึ้นมาหน้าทหารแล้วร้องว่ากล่าวเยาะเย้ยงอฮั่นว่า ตัวท่านมีผู้ออกชื่อชมว่าฝีมือกล้าแข็ง ต้านทานฝีมือทหารเลวเราเวลาเดียวหนีเข้าค่ายมิได้ออกรบ เรามีความกรุณาห้ามมิให้ทหารทำยํ่ายีถึงสามวันไม่มีความละอายทิ้งค่ายเสียหนีมา เราตามพบ เลือดคอท่านจะไม่พ้นคมอาวุธเราเป็นมั่นคง ท่านจงลงจากม้ามัดตัวเข้ามาคำนับเราโดยดีจึงจะไว้ชีวิต งอฮั่นได้ฟังก็โกรธจึงตอบไปว่าเราเสียทีเพราะประมาทไม่ทันจัดแจงจึงเสียทัพ ครั้งนี้ท่านกับเราจะได้ต่อสู้ดูฝีมือกันให้ถึงแพ้และชนะ ว่าแล้วชักม้ารำง้าวออกรบกับเจียหอง ถ้อยทีปัดป้องว่องไวชำนาญในเพลงอาวุธ เจียหองสู้รบกับงอฮั่นได้สิบเพลงต้านทานกำลังงอฮั่นมิได้เห็นจะเสียที จึงชักม้าถอยเข้ากองทัพ อวนเกียดจึงชักม้าออกรบกับงอฮั่นได้สิบเพลงป้องปัดอาวุธมิทัน งอฮั่นฟาดด้วยง้าวถูกอวนเกียดตัวขาดตกม้าตาย นายกองทหารได้ทีไล่ฆ่าฟันทหารเจียหองล้มตายระส่ำระสาย งอฮั่นขับม้าไล่ติดตามไปใกล้ทันเจียหอง งอฮั่นน้าวเกาทัณฑ์ยิงไปถูกต้นคอที่ต่อเกราะเจียหองตกม้าตาย ครั้นมีชัยชนะงอฮั่นให้ทหารเก็บริบเอาเครื่องศัสตราวุธและเสบียงอาหารได้เป็นอันมาก ยกทัพไปตั้งมั่นอยู่เมืองกงโต๋ พอม้าใช้ถือหนังสือรับสั่งมาถึง งอฮั่นกับนายทัพนายกองคำนับหนังสือรับสั่งตามธรรมเนียม อ่านแจ้งความตามรับสั่งทุกประการแล้ว งอฮั่นบ่ายหน้าถวายบังคมไปข้างทิศเมืองลกเอี๋ยง จึงสรรเสริญพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ว่าเป็นผู้มีบุญญาธิการโดยแท้ พระสติปัญญาว่องไวชำนาญการศึกตรึกตรองรู้จักที่แพ้และชนะโดยลึกซึ้ง ถ้าจะตั้งมั่นอยู่แต่เมืองกงโต๋ตามหนังสือรับสั่งครั้งก่อน ก็จะไม่เสียทแกล้วทหาร ครั้งนี้ทำการถลำเกินแล้ว ก็คงจะคิดตีเมืองเซงโต๋ถวายให้จงได้ งอฮั่นจึงแบ่งทหารให้เล่าเสียงรักษาค่ายริมฝั่งน้ำเมืองเซงโต๋ แล้วพักกองทัพใหญ่อยู่เมืองกงโต๋ตามหนังสือรับสั่ง

ฝ่ายกองซุนสุดครั้นแจ้งความว่าเจียหองเสียทัพแก่ข้าศึก ทหารล้มตายแตกระส่ำระสายไม่มีความสุขทุกข์ใจนัก อยู่มาวันหนึ่งจึงให้ประชุมขุนนางพร้อมกัน แล้วว่าครั้งนี้กองทัพเมืองลกเอี๋ยงยกเหยียบแดนเราเข้ามา ผู้ใดออกไปต่อสู้ก็มีแต่พ่ายแพ้ทุกครั้ง ข้าศึกจึงมีกำลังมากขึ้นทุกวัน เห็นจะป้องกันเมืองไปมิได้ ท่านทั้งปวงจงช่วยเราคิดกำจัดกองทัพเมืองลกเอี๋ยง ให้ถอยกลับไปเราจึงจะวายความวิตก ขุนนางทั้งปวงได้ยินดังนั้นต่างคนนิ่งอยู่ ขณะนั้นมีทหารคนหนึ่งชื่อเอียนหงิม จึงว่าเกิดมาเป็นชายความตายอยู่กับตัว ซึ่งจะคิดเกรงกลัวชีวิตเป็นอันตรายความนินทาก็จะมี ถึงตายก็ให้ชื่อปรากฏไว้เกียรติยศลูกผู้ชายอย่าได้เสียดายสมบัติ ขอท่านเบิกคลังทรัพย์สิ่งของออกมาไว้คอยปูนบำเหน็จทแกล้วทหารบรรดาผู้ซึ่งจะอาสาออกทำการศึกอีกครั้งหนึ่งได้เห็นฝีมือ กองซุนสุดได้ฟังเห็นชอบด้วย จึงให้ป่าวร้องราษฎรชาวเมืองว่า ผู้ใดมีใจสามิภักดิ์จะสมัครเข้ามาอาสาการศึก ก็ให้เข้ามารับเสื้อผ้าเงินทอง กองซุนสุดจัดได้ทหารอาสาห้าพัน จึงตั้งให้เอียนหงิมเป็นทัพหน้า กองซุนสุดเป็นทัพหนุน ยกออกจากเมืองเซงโต๋ยกไปตีค่ายเล่าเสียง

ฝ่ายเล่าเสียงแจ้งว่ากองซุนสุดยกมา จึงสั่งให้ม้าใช้ไปบอกข้อราชการแก่งอฮั่นแม่ทัพ งอฮั่นจึงยกทัพออกจากเมืองกงโต๋มาเห็นกองทัพเมืองเซงโต๋ งอฮั่นขับม้าออกรบกับเอียนหงิม นายทหารต่างคนรำอาวุธเข้ารบกับทหารกองซุนสุด ถ้อยทีพุ่งอาวุธยิงเกาทัณฑ์สู้รบกันเป็นสามารถ เอียนหงิมต้านทานกำลังของงอฮั่นแม่ทัพใหญ่ได้สิบเพลงง้าว เห็นฝีมือกล้าหาญเข้มแข็งนัก ชักม้าพากองซุนสุดหนีกลับเข้าเมืองเซงโต๋ งอฮั่นขึ้นม้าพาทหารไล่ติดตามข้ามสะพาน ทหารเบียดเสียดแน่นอัดกันทั้งม้าและคน รอดสะพานหัก งอฮั่นตกน้ำลงทั้งคนทั้งม้า งอฮั่นว่ายน้ำขึ้นฝั่งกลับกองทัพไปเมืองกงโต๋ปรนปรือทแกล้วทหารให้มีกำลัง ครั้น ณ เดือนสิบเอ็ดงอฮั่นจึงจัดกองทัพให้จงก๋งเป็นทัพหน้า งอฮั่นเป็นทัพหลวงยกออกจากเมืองกงโต๋ ทำสะพานข้ามแม่น้ำไปตั้งค่ายมั่นหน้าเมืองเซงโต๋

ฝ่ายกองซุนสุดแจ้งว่างอฮั่นยกทัพมาตั้งประชิดเมือง จึงจัดแจงกองทัพให้เอียนหงิมเป็นทัพหน้า กองซุนสุดเป็นทัพหนุน ยกจากเมืองไปตีค่ายจงก๋ง ฝ่ายจงก๋งกับโกเหงานายทหารทั้งปวงต่างคนแต่งตัวขึ้นม้าพาทหารออกจากค่าย แยกปีกซ้ายขวาออกรบกับทหารกองซุนสุด เสียงกลองรบและทหารเดินเท้าโห่ร้องยิงเกาทัณฑ์พุ่งอาวุธสวนสาดกันสับสน เอียนหงิมกับจงก๋งขับม้าเข้าต่อสู้กันอยู่ โกเหงาแลไปเห็นกองซุนสุดขี่ม้าตรวจตราขับไล่ให้ทหารเข้ารบ โกเหงามุ่งหมายคอยได้ช่องชอบท่วงที ลงแส้ม้าขับโผนพาพวกทหารเข้าไปเอาทวนแทงถูกท้องกองซุนสุดตกลงจากหลังม้า โกเหงาขับม้าหนีกลับมาเข้ากองทัพ

ฝ่ายเอียนหงิมรู้ว่ากองซุนสุดต้องอาวุธก็ตกใจ ชักม้ากลับถอยรอรบป้องกันกองซุนสุดเข้าเมือง ให้ปิดประตูรักษาหน้าที่เชิงเทินไว้มั่นคง

ฝ่ายกองซุนสุดต้องอาวุธป่วยเจ็บเป็นสาหัส กองซุนแซผู้บุตรเข้ามาพอกยาโลหิตไหลมิได้หยุด กองซุนสุดเห็นชีวิตจะไม่รอดจึงให้เอียนหงิมเข้ามาสั่ง ฝากกองซุนแซผู้บุตรให้เอียนหงิมช่วยทำนุบำรุง ถ้าเห็นว่าจะรักษาอยู่เมืองนี้สืบไปมิได้ จงพากันไปอาศัยอยู่เมืองอื่น ซ่องสุมทหารคิดการคืนเอาเมืองให้จงได้ สั่งแล้วก็ขาดใจตาย กองซุนแซและขุนนางทั้งปวงต่างคนร้องไห้รักกองซุนสุดอื้ออึงขึ้น ครั้นวายความโศกแล้ว เอียนหงิมกับขุนนางทำการฝังศพกองซุนสุดตามธรรมเนียมแล้ว เอียนหงิมจึงปรึกษาขุนนางพร้อมกันเปิดประตูเมืองออกไปยอมเข้าด้วยงอฮั่น

ฝ่ายงอฮั่นเห็นว่าเอียนหงิมยอมสามิภักดิ์โดยสุจริตมีความยินดีนัก จึงสั่งเอียนหงิมให้คุมทหารพันหนึ่งเที่ยวสืบจับบุตรภรรยาญาติวงศ์ของกองซุนสุดผู้ตายมาฆ่าเสีย เอียนหงิมรับคำลาพาทหารเข้าในวังค้นจับชายหญิงซึ่งเป็นญาติของกองซุนสุดส่งออกไปฆ่าเสีย ณ กองทัพ แล้วเก็บริบเอาทรัพย์สิ่งของเงินทองไว้เป็นอันมาก เอาเพลิงจุดเผาบ้านเรือนผู้ซึ่งเป็นญาติกองซุนสุดโทษถึงตาย เพลิงไหม้ลุกลามไปไหม้เรือนราษฎรชาวเมืองเป็นอันมาก

ฝ่ายงอฮั่นสั่งให้จับญาติวงศ์พรรคพวกกองซุนสุดฆ่าเสีย จึงยกทัพเข้าเมืองจัดแจงราษฎรราบคาบแล้ว แต่งหนังสือบอกข้อราชการทหารม้าใช้ไปเฝ้าพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ ณ เมืองลกเอี๋ยง ม้าใช้รับหนังสือคำนับลาขึ้นม้ารีบไปหลายวันถึงเมืองหลวง จึงเข้าหาขุนนางชั้นผู้ใหญ่นำเฝ้าทูลข้อราชการตามหนังสือบอกซึ่งมีมา พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้แจ้งว่าไตสุม้างอฮั่นตีเมืองเซงโต๋ได้แล้ว มีพระทัยยินดีนัก จึงตรัสสรรเสริญความชอบงอฮั่นต่อหน้าขุนนางทั้งปวง

ฝ่ายขุนนางจึงกราบทูลขึ้นเป็นหลายคนว่า ไตสุม้างอฮั่นเป็นแม่ทัพยกไปทำศึกตีได้เมืองเซงโต๋นั้นมีความชอบ แต่ข้อซึ่งงอฮั่นให้ทหารเอาเพลิงเผาบ้านเรือนราษฎร ข่มเหงเก็บริบเอาทรัพย์สิ่งของราษฎรได้ความเดือดร้อนนั้นผิดประเพณีแต่ก่อนอยู่ พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ได้ฟังมิได้ตรัสประการใด จึงรับสั่งให้มีหนังสือไปหางอฮั่นให้เลิกทัพกลับมาเมืองหลวง ขุนนางจึงออกมาแต่งหนังสือส่งให้ม้าใช้

ฝ่ายม้าใช้ไปถึงเมืองเซงโต๋ จึงส่งหนังสือให้งอฮั่นฟังแล้วกระซิบบอกความว่า ขุนนางทูลกล่าวโทษให้งอฮั่นฟังทุกประการ งอฮั่นรู้ความดังนั้นก็โกรธ จึงให้สืบจับตัวผู้ซึ่งปลอมเก็บริบเอาทรัพย์สิ่งของและเผาบ้านเรือนราษฎร เอาตัวไปฆ่าเสียเป็นหลายคน แล้วเลิกกองทัพกลับมาเมืองลกเอี๋ยง จึงพานายทัพนายกองเข้าเฝ้า พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้พระราชทานเครื่องยศให้ตามสมควรแก่ความชอบ งอฮั่นกับนายทัพนายกองได้รับพระราชทานแล้วคำนับลาไปบ้าน

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ