๑๘

ฝ่ายพระเจ้าเกงซีฮ่องเต้ซึ่งพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ตั้งให้เป็นซุยเอี๋ยงอ๋องครองเมืองซุยเอี๋ยงนั้น ครั้นเห็นหัวเมืองทั้งสี่ทิศนำเครื่องบรรณาการไปถวายแก่พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ตามอย่างธรรมเนียมเมืองขึ้น ซุนเอี๋ยงอ๋องคิดมานะถือตัวว่าเป็นผู้ใหญ่ไม่ไปถวายดอกไม้เงินทอง จึงชักชวนสิบสองหัวเมืองซึ่งตั้งไว้ครั้งครองเมืองหลวงแต่ก่อนมาคิดการแข็งเมือง ซุยเอี๋ยงอ๋องตั้งตัวขึ้นเป็นเจ้าแต่หัวเมืองฝ่ายตะวันออก

ฝ่ายพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้เสวยราชสมบัติเป็นกษัตริย์ครองเมืองลกเอี๋ยง บำรุงประราราษฎรอยู่เย็นเป็นสุขโดยยุติธรรม วันหนึ่งเสด็จออกว่าราชการขุนนางเฝ้าพร้อมกัน มีผู้กราบทูลว่าหัวเมืองฝ่ายตะวันออกบอกข้อราชการเข้ามาว่า ซุยเอี๋ยงอ๋องตั้งตัวเป็นเจ้าเกลี้ยกล่อมเมืองเจ๋หนึ่ง เมืองฌ้อหนึ่ง เมืองเหลียงหนึ่ง กับเมืองน้อยสิบสองหัวเมืองแข็งเมือง จัดด่านทางมั่นคงมิให้ราษฎรฝ่ายหัวเมืองตะวันออกไปมาค้าขายถึงเมืองหลวง พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้แจ้งความดังนั้นทรงโกรธจึงตรัสว่า เราปราบปรามศัตรูแผ่นดินเพิ่งจะสำเร็จ ยังมิได้ปูนบำเหน็จนายทหาร บัดนี้เชื้อวงศ์กลับเป็นศัตรูจะก่อการศึกให้ราษฎรกำเริบร้อนสืบไปอีกเล่า จึงตรัสแก่ไก่เอี๋ยนว่า เราคิดจะให้ท่านคุมทหารสิบหมื่นยกไปปราบซุยเอี๋ยงอ๋องท่านจะเห็นประการใด ไก่เอี๋ยนคำนับแล้วทูลรับอาสาว่า ราชการซุยเอี๋ยงอ๋องนั้นข้าพเจ้าจะรับเป็นพนักงานไปปราบสิบสองหัวเมืองให้ราบคาบจงได้ อย่าทรงพระวิตกเลย พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ได้ฟังดังนั้นยินดีนัก จึงจัดทหารให้ไก่เอี๋ยน เสด็จไปส่งกองทัพนอกเมือง ตรัสกำชับสั่งไก่เอี๋ยนว่าราชการฝ่ายตะวันออกเราวางใจท่านจงยกไปปราบซุยเอี๋ยงอ๋องกับสิบสองหัวเมืองให้มีชัยชนะ ถ้าเหลือกำลังให้ม้าใช้ถือหนังสือบอกข้อราชการมาเราจะยกไปช่วย ไก่เอี๋ยนรับสั่งคำนับลายกกองทัพเดินตามระยะทางไปหลายราตรี ถึงปลายแดนเมืองซุยเอี๋ยง หยุดทัพตั้งค่ายมั่นพักทหาร

ฝ่ายชาวด่านเมืองซุยเอี๋ยงรู้ว่ากองทัพไก่เอี๋ยนยกมา จึงขึ้นม้ารีบเข้าไปคำนับแจ้งความแก่ซุยเอี๋ยงอ๋องทุกประการ ซุยเอี๋ยงอ๋องรู้ว่ากองทัพเมืองลกเอี๋ยงยกเหยียบแดนเข้ามา จึงจัดกองทัพให้โซมอเป็นทัพหน้า ซุยเอี๋ยงอ๋องเป็นทัพหลวงมีทหารห้าหมื่น ยกออกจากเมืองซุยเอี๋ยงเดินตามระยะทาง ฝ่ายไก่เอี๋ยนตั้งค่ายพักทหารอยู่ พอเวลารุ่งเช้าจึงยกกองทัพออกจากค่าย ล่วงด่านเหยียบแดนตีหัวเมืองรายทางเข้าไป ยังทางอีกร้อยเส้นเศษจะถึงเมืองซุยเอี๋ยง พอพบกองทัพสวนทางมา ทหารกองหน้าทั้งสองฝ่ายรอกันอยู่

ฝ่ายซุยเอี๋ยงอ๋องรู้ว่ากองทัพไก่เอี๋ยนยกมา ซุยเอี๋ยงอ๋องจึงขับม้าฝ่าทหารขึ้นไปร้องถามว่า ตัวยกทัพล่วงแดนเราเข้ามาจะไปแห่งใด ไก่เอี๋ยนจึงตอบว่า พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ทราบความว่าท่านคบคิดกันกับสิบสองหัวเมือง ตั้งแข็งเมืองไม่ไปถวายดอกไม้ทองเงินตามธรรมเนียม แล้วตั้งตัวขึ้นเป็นเจ้าคิดการกบฏต่อพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้มีรับสั่งให้เรายกมาปราบท่านผู้เป็นเสี้ยนหนามแผ่นดินให้ราบคาบ จงลงจากม้ามัดตัวมายอมโดยดีจะไว้ชีวิต แม้คิดจะต่อสู้เห็นจะต้านทานฝีมือเราไม่ถึงสามเพลงทวน จะตัดศีรษะไปถวายพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้เป็นความชอบ ซุยเอี๋ยงอ๋องได้ยินดังนั้นก็โกรธนัก ชักม้ารำง้าวเข้ารบกับไก่เอี๋ยนได้ห้าเพลง เห็นกำลังไก่เอี๋ยนเข้มแข็งนักชักม้าหันห่างออกไป โซมอจึงขับม้าถลันเข้ารบป้องกันไว้ได้สิบเพลงทวน แล้วพาทหารถอยรอรบไป ไก่เอี๋ยนได้ทีขับทหารไล่บุกรุกติดตาม ฆ่าฟันทหารซุยเอี๋ยงอ๋องล้มตายเรี่ยรายไปตามทางจนถึงเมืองซุยเอี๋ยง ตั้งค่ายประชิดล้อมเมืองไว้เป็นสามด้าน

ฝ่ายซุยเอี๋ยงอ๋องหนีเข้าเมืองปิดประตู ให้ทหารขึ้นรักษาหน้าที่เชิงเทินไว้มิได้ออกรบเป็นหลายวัน ไก่เอี๋ยนจึงจัดทหารเข้าตีเมืองเป็นหลายครั้งเข้าเมืองมิได้ ให้ทหารทั้งปวงร้องว่าท้าทายด้วยถ้อยคำหยาบช้า ก็มิได้เห็นซุยเอี๋ยงอ๋องออกมารบ จึงให้ทหารออกรวบรวมเสบียงอาหารราษฎรชาวบ้านนอกเมืองเข้าไว้ในค่าย คอยจับคนในเมืองมิให้เข้าออกหากิน หมายจะตัดเสบียงในเมืองให้ขาด ครั้นเวลาค่ำลงไก่เอี๋ยนจึงปรึกษานายกองทหารว่า ซุยเอี๋ยงอ๋องตั้งมั่นรักษาเมืองไม่ออกรบถึงร้อยวันแล้ว ถ้าเสบียงอาหารในเมืองขาดลงเห็นจะอพยพครอบครัวหนีไปอาศัยเมืองอื่นเป็นมั่นคง ท่านจงตรวจตราค่ายไว้สามด้าน เราจะพาทหารไปตั้งซุ่มอยู่ที่ทางช่องแคบหลังเมือง คอยจับซุยเอี๋ยงอ๋องให้จงได้ ไก่เอี๋ยนจึงจัดทหารมีกำลังมีฝีมือเข้มแข็งสามพันเศษ ยกออกจากค่ายในเวลากลางคืนไปเข้าข้างหลังเมือง ขณะนั้นเป็นเดือนสี่ข้างขึ้นแสงพระจันทร์ส่องสว่าง ไก่เอี๋ยนขี่ม้านำทหารไปถึงตำบลหนึ่ง ภูเขาสองข้างเป็นทางช่องแคบ จึงให้ทหารซุ่มอยู่ใกล้ทางประมาณสามสิบเส้นเศษ คอยซุยเอี๋ยงอ๋อง

ฝ่ายซุยเอี๋ยงอ๋องแต่ตั้งมั่นรักษาเมืองอยู่ถึงสามเดือนกับสิบห้าวัน เสบียงอาหารในเมืองขัดสน ทั้งทหารซึ่งรักษาหน้าที่เชิงเทินอิดโรยกำลังลงมีความวิตกนัก จึงปรึกษาโซมอว่า ไก่เอี๋ยนมีทหารรบล้วนฝีมือเข้มแข็ง ครั้นแต่งกองทัพต่อสู้ต้านทาน ทหารฝ่ายเราน้อยตัวทั้งอิดโรยกำลังด้วยเสบียงอาหารขัดสนจะเอาชัยชนะมิได้ จำจะหนีไปอาศัยเมืองอันบริบูรณ์ด้วยข้าวปลาอาหาร เกณฑ์กองทัพสิบสองหัวเมืองมาทำศึกกับไก่เอี๋ยนสืบไปท่านจะเห็นประการใด โซมอจึงว่าซึ่งคิดทั้งนี้ชอบ ถ้าจะหนีก็เร่งหนีโดยเร็ว แม้นช้าไปไก่เอี๋ยนตั้งค่ายล้อมประชิดปิดทางหลังเมือง จะพาครอบครัวออกยาก ซุยเอี๋ยงอ๋องจึงสั่งให้จัดเตรียมทหาร แล้วเก็บเอาทรัพย์เงินทองสิ่งของและนางห้ามที่ชอบอัชฌาสัยบรรทุกเกวียนร้อยเศษ ให้โซมอกับเล่าอูผู้บุตรกำกับไป

ครั้นเวลาค่ำดึกประมาณสองยามเศษแสงเดือนส่องสว่าง ซุยเอี๋ยงอ๋องแต่งตัวสวมเกราะในใส่เสื้อดำ ขี่ม้าสีหมอกมือถือทวนนำทหารออกประตูหลังเมือง โซมอก็ให้ทหารขับเกวียนตามซุยเอี๋ยงอ๋องไปภายหลัง

ฝ่ายไก่เอี๋ยนตั้งกองซุ่มคอยซุยเอี๋ยงอ๋องอยู่ พอทหารซึ่งไปนั่งทางมาบอกว่ากองทัพยกออกจากเมืองสมความคิด จึงแต่งตัวขึ้นม้าถือง้าวพาทหารออกก้าวสกัด พอพบซุยเอี๋ยงอ๋องขี่ม้าสวนทางมาหน้าทหาร ไก่เอี๋ยนร้องตวาดขับม้าเข้ารบกับซุยเอี๋ยงอ๋องได้สามเพลง ซุยเอี๋ยงอ๋องป้องปัดอาวุธไม่ทัน ไก่เอี๋ยนฟันด้วยง้าวถูกซุยเอี๋ยงอ๋องทั้งคนทั้งม้าตัวขาดตาย ทหารทั้งปวงแตกหนีเข้าป่าเอาชีวิตรอด

ฝ่ายโซมอรู้ว่าซุยเอี๋ยงอ๋องเสียทีแก่ข้าศึกตกใจนัก ทิ้งเกวียนซึ่งบรรทุกสิ่งของเสีย จึงพาเล่าอูกับทหารทั้งปวงหลีกลัดเข้าทางน้อยข้ามภูเขาหนีไปในเวลากลางคืน ฝ่ายไก่เอี๋ยนครั้นฆ่าซุยเลี้ยงอ๋องตายแล้ว จึงขับม้าพาทหารมาตามทางพบเกวียนสิ่งของเป็นอันมาก สั่งทหารให้เข็นเกวียนกลับไปตั้งพักอยู่ริมคูหลังเมือง จึงร้องเรียกผู้ซึ่งอยู่ในเมืองให้เปิดประตูรับ

ฝ่ายเล่าหองกับหลีกุยซึ่งอยู่รักษาเมือง ครั้นเวลารุ่งเช้าขึ้นไปบนเชิงเทินเห็นแต่เกวียนซุยเลี้ยงอ๋องซึ่งบรรทุกสิ่งของนั้นกลับคืนมา ก็รู้ว่าซุยเอี๋ยงอ๋องเสียชีวิตเพราะต้องอุบายไก่เอี๋ยน สองนายตกใจนักจึงให้ทหารยกธงขาวขึ้นปักบนเชิงเทิน แล้วจัดสิ่งของเครื่องคำนับพาขุนนางทั้งปวงเปิดประตูเมืองออกไปยอมเข้าด้วยไก่เอี๋ยน ฝ่ายไก่เอี๋ยนเห็นขุนนางมายอมสามิภักดิ์สารภาพผิดมิได้คิดพยาบาท จึงยกกองทัพเข้าเมืองซุยเอี๋ยงเกลี้ยกล่อมทแกล้วทหารจัดแจงราษฎรชาวเมืองให้ราบคาบแล้ว จึงแต่งหนังสือบอกข้อราชการปิดตราแม่ทัพเข้าผนึกส่งให้ทหารม้าใช้ถือไปเฝ้าพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ ณ เมืองลกเอี๋ยง ทหารม้าใช้รับหนังสือคำนับลาไก่เอี๋ยนแม่ทัพแล้ว มาขึ้นม้าออกจากเมืองซุยเอี๋ยงเดินตามทางตรงไปเมืองลกเอี๋ยง

ฝ่ายโซมอพาเล่าอูหนีไก่เอี๋ยนมาถึงเมืองซินก๋วน จึงเข้าไปแจ้งความแต่หลังให้จิวเกียนฟังทุกประการ จิวเกียนรู้ว่าซุยเอี๋ยงอ๋องสิ้นชีวิตคิดอาลัยนัก จึงชุมนุมขุนนางพร้อมกันยกเล่าอูขึ้นเป็นเลียงอ๋องครองเมืองซินก๋วน ให้ทหารขัดด่านป้องกันกองทัพไก่เอี๋ยนอยู่ปลายแดนเมืองซินก๋วน ฝ่ายไก่เอี๋ยนตั้งพักทหารอยู่เมืองซุยเอี๋ยงคอยม้าใช้ซึ่งให้ไปเมืองลกเอี๋ยงยังไม่กลับมาช้าอยู่ จึงยกไปติดตามเล่าอูซึ่งหนีเข้าอาศัยอยู่ ณ เมืองซินก๋วน ฝ่ายทหารจิวเกียนซึ่งมารักษาปลายด่านซินก๋วน รู้ว่าไก่เอี๋ยนยกทัพมาจึงขึ้นม้ารีบไปคำนับแจ้งความแก่จิวเกียนต่อหน้าเลียงอ๋องโซมอนั่งอยู่พร้อมกัน โซมอได้ยินดังนั้นก็ตกใจจึงปรึกษาจิวเกียนว่า ไก่เอี๋ยนมีทหารถึงสิบหมื่นเศษ ทหารในเมืองท่านน้อยตัวนัก จะสู้รบกับไก่เอี๋ยนนั้นเห็นจะเอาชัยชนะมิได้ ขอท่านจงรวบรวมทหารในเมืองซินก๋วนยกไปหาตังเหียนเจ้าเมืองไหไส ถ้าทหารสองเมืองสมทบกันเข้าได้ จึงค่อยคิดการสู้รบกับกองทัพไก่เอี๋ยนสืบไป จิวเกียนเห็นชอบจึงเกณฑ์ทหารได้สามหมื่นเศษ เชิญเลียงอ๋องยกออกจากเมืองซินก๋วนไปหยุดพักทหารอยู่นอกเมืองไหไส โซมอจึงพาเลียงอ๋องกับจิวเกียนเข้าไปหาตังเหียน

ฝ่ายตังเหียนจึงเชิญเลียงอ๋องขึ้นนั่งที่สมควรทั้งสามต่างคำนับกัน ตังเหียนจึงถามเลียงอ๋องกับขุนนางทั้งสองนายว่า มาหาข้าพเจ้าด้วยกิจธุระประการใด โซมอจึงเล่าความแต่หลังให้ตังเหียนฟัง แล้วว่าซึ่งเลียงอ๋องมาทั้งนี้หมายจะพึ่งท่านให้ช่วยคิดการศึกสู้รบกับไก่เอี๋ยนคืนเอาเมืองซุยเอี๋ยงให้จงได้ ท่านจะเห็นประการใด ตังเหียนจึงว่าแก่เลียงอ๋องว่า อันพระเจ้าซุยเอี๋ยงอ๋องบิดาของท่านครั้งเมื่อครองเมืองเตียงอั๋นนั้น ตั้งแต่งให้ข้าพเจ้ามาเป็นเจ้าเมืองไหไสมิทันได้สนองพระคุณ บัดนี้ดับสูญแล้วยังแต่ท่านผู้เป็นบุตรจะคิดแก้แค้นไก่เอี๋ยนนั้น ข้าพเจ้าจะขออาสาทำศึกกับไก่เอี๋ยนกว่าจะสิ้นชีวิต เลียงอ๋องได้ฟังยินดีนัก จึงปรึกษาพร้อมกันสมทบทหารสองเมืองเป็นทัพใหญ่เตรียมไว้คอยรับทัพไก่เอี๋ยน

ฝ่ายม้าใช้ไก่เอี๋ยนมาถึงเมืองลกเอี๋ยง จึงถือหนังสือบอกเข้าไปแจ้งความแก่ขุนนางผู้ใหญ่ ให้นำเฝ้าพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ทุกประการ พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้แจ้งว่าซุยเอี๋ยงอ๋องตายแล้ว แต่เล่าอูนั้นหนีไปตั้งตัวเป็นเจ้าเกลี้ยกล่อมทแกล้วทหาร เห็นว่าการศึกฝ่ายตะวันออกจะยืดยาวอยู่ จึงตรัสแก่ขุนนางทั้งปวงว่า บังเบ๋งเจ้าเมืองลันเหลงเป็นเพื่อนรักกันกับไก่เอี๋ยนมาแต่ก่อน บังเบ๋งคนนี้เป็นคนมีปัญญา จงมีหนังสือไปให้ไก่เอี๋ยนไปเกณฑ์เอาบังเบ๋งกับนายทหารเมืองลันเหลงเข้าบรรจบทัพไปล้อมจับเอาตัวเล่าอูให้จงได้ ขุนนางผู้ใหญ่จึงแต่งหนังสือตามรับสั่งเสร็จแล้ว ส่งให้ม้าใช้กลับไปเมืองซุยเอี๋ยง ม้าใช้ไปถึงเมืองซุยเอี๋ยงรู้ว่าไก่เอี๋ยนยกทัพไปจากเมืองแล้ว จึงตามไปทันไก่เอี๋ยน ณ แดน เมืองซินก๋วน พอไก่เอี๋ยนหยุดแรมทัพจึงเข้าไปคำนับส่งหนังสือไห้ไก่เอี๋ยน ไก่เอี๋ยนอ่านแจ้งความตามรับสั่งแล้ว พอทหารซึ่งไปสืบราชการเข้ามาบอกว่า เล่าอูกับเจ้าเมืองซินก๋วนยกไปตั้งมั่นอยู่ ณ เมืองไหไส ไก่เอี๋ยนได้ยินดังนั้นจึงว่าเมืองไหไสนั้นทหารรบล้วนมีฝีมือเป็นอันมาก จำจะไปเกณฑ์เอาบังเบ๋งกับทหารสมทบกองทัพยกไปจับเล่าอู ณ เมืองไหไส จึงจะต้องด้วยท้องตรารับสั่ง ไก่เอี๋ยนจึงยกกองทัพไปเมืองลันเหลง ฝ่ายเจ้าเมืองลันเหลงรู้ว่าไก่เอี๋ยนยกทัพมาถึง จึงเปิดประตูเมืองรับกองทัพเข้าเมือง เชิญไก่เอี๋ยนขึ้นนั่งที่สมควร ทั้งสองคำนับกันตามธรรมเนียม ไก่เอี๋ยนจึงส่งหนังสือให้บังเบ๋งอ่านแล้วว่ามีรับสั่งพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้มา ให้ท่านกับเราสองนายยกทัพไปจับเล่าอูซึ่งตั้งตัวเป็นเลียงอ๋อง ปราบสิบสองหัวเมืองซึ่งตั้งแข็งเมืองนั้นให้ราบคาบท่านจะเห็นประการใด บังเบ๋งแจ้งความดังนั้นจึงคิดว่า เมื่อครั้งพระเจ้าเกงซีฮ่องเต้ได้เป็นพระเจ้าแผ่นดิน มีพระทัยกรุณาชุบเลี้ยงให้มากินเมืองลันเหลง ครั้นพระเจ้าเกงซีฮ่องเต้เสียเมืองมาอยู่เมืองซุยเอี๋ยงคิดการตั้งแข็งเมืองขึ้น พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ให้ไก่เอี๋ยนมาฆ่าเสีย ยังแต่เล่าอูผู้บุตร บัดนี้พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้มีรับสั่งมาจะให้เข้าช่วยไก่เอี๋ยนจับเล่าอู ถ้าจะทำตามรับสั่งก็จะเป็นคนอกตัญญูต่อพระเจ้าเกงซีฮ่องเต้ ครั้นจะขัดรับสั่งไก่เอี๋ยนก็จะทำอันตราย จำจะคิดอุบายจับตัวไก่เอี๋ยนฆ่าเสีย ถ้าสมความคิดแล้วจะเข้ากับเลียงอ๋องตั้งแข็งเมือง ทำการศึกกับพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้สืบไป ถ้าสำเร็จราชการแล้วจะยกเล่าอูขึ้นเป็นเจ้าแผ่นดินแทนพระเจ้าเกงซีฮ่องเต้ บังเบ๋งคิดแล้วจึงว่า ซึ่งมีรับสั่งมาเกณฑ์เราเข้ากองทัพท่านไปจับเล่าอูนั้นเราก็จะไปตามรับสั่ง แต่บัดนี้ทแกล้วทหารยังไม่พร้อม ท่านจงยกออกไปคอยเราอยู่นอกเมืองประมาณสามวัน ทหารเราพร้อมแล้วจึงจะยกไปสมทบกองทัพท่าน ไก่เอี๋ยนมิได้รู้ในอุบายด้วยสำคัญว่าเป็นเพื่อนรักกันจะไม่คิดประทุษร้าย จึงรับคำแล้วลาออกไปตั้งอยู่นอกเมือง

ฝ่ายบังเบ๋งจึงให้ประชุมนายทัพนายกองทหารพร้อมแล้ว ครั้นถึงกำหนดสามวันเวลาค่ำลง บังเบ๋งยกทัพออกไปปล้นค่ายไก่เอี๋ยนเป็นสามด้าน ฝ่ายไก่เอี๋ยนมิทันจัดแจง ครั้นเห็นทหารเมืองลันเหลงหักค่ายเข้ามาได้ตกใจนัก จึงขึ้นม้าพาทหารถอยออกจากค่าย บังเบ๋งได้ทีขับม้าพาทหารตามรบไปจนสิ้นแดนลันเหลง พอเวลารุ่งขึ้นบังเบ๋งยกทัพกลับเข้าเมือง จึงประชุมขุนนางพร้อมกันตั้งตัวขึ้นเป็นเจ้าชื่อว่าตังเบ๋งอ๋อง แล้วมีหนังสือไปเข้าด้วยเล่าอูซึ่งเป็นเล่าเลียงอ๋อง ตั้งเกลี้ยกล่อมรวบรวมทแกล้วทหารสิบสองหัวเมืองไว้เป็นอันมาก

ฝ่ายไก่เอี๋ยนเสียทัพแก่บังเบ๋งมาถึงที่ตำบลหนึ่ง จึงรวบรวมทหารได้พร้อมแล้วมีความแค้นบังเบ๋งนัก ครั้นจะยกทัพกลับตีเมืองลันเหลงก็เกรงกองทัพเมืองไหไสจะไปช่วยตีทัพหลังเป็นศึกกระหนาบ จึงยกทัพกลับไปเมืองซุยเอี๋ยง แต่งหนังสือข้อราชการให้ม้าใช้ไปเมืองลกเอี๋ยง ม้าใช้ไปถึงเมืองหลวงจึงเข้าหาขุนนางผู้ใหญ่ให้นำเฝ้ากราบทูลแจ้งความตามหนังสือบอกทุกประการ พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้แจ้งความดังนั้น จึงสั่งขุนนางให้แต่งหนังสือบอกไปถึงม้าบู๊หนึ่ง งอฮั่นหนึ่ง อองป้าหนึ่ง อองเสียงหนึ่ง นายทหารสี่คนซึ่งให้ไปรักษาเมืองฝ่ายตะวันออก ใจความในหนังสือนั้นว่า บังเบ๋งคิดกบฏไปเข้าด้วยเล่าอู หัวเมืองตะวันออกกำเริบขึ้นทั้งสิบสองเมือง ทัพหลวงจะยกไปตั้งอยู่เมืองเอียวเสีย ให้สี่นายทหารคุมทหารยกไปพร้อมทัพ ณ แดนเมืองซุยเอี๋ยง จะได้จับพวกศัตรูแผ่นดินฆ่าเสียให้สิ้น ขุนนางผู้ใหญ่รับสั่งแต่งหนังสือส่งให้ม้าใช้แยกกันไปทั้งสี่เมืองตามรับสั่ง พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้จึงรับสั่งให้จัดเตรียมกองทัพ ให้อองเสียงเป็นแม่ทัพหน้า จัดนายทหารเป็นกองซ้ายขวาตามกระบวนพยุหพิชัยสงคราม ครั้นวันรุ่งขึ้นเป็นวันฤกษ์ดี พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้เสด็จขึ้นรถพร้อมด้วยทหารเลวเป็นคนสิบหมื่นยกออกจากเมืองลกเอี๋ยง เดินทัพตามระยะทางไปเข้าเมืองเอียวเสียปลายด่านเมืองซุยเอี๋ยง ประทับแรมพักทแกล้วทหารซึ่งเดินทางอิดโรยมาให้มีกำลัง คอยกองทัพหัวเมืองอยู่

ฝ่ายตังเหียนเจ้าเมืองไหไสแจ้งความว่าพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ยกทัพมาถึงเมืองเอียวเสีย จึงปรึกษาเลียงอ๋องกับโซมอว่า พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ยกทัพมาถึงเมืองเอียวเสีย ทแกล้วทหารยังมิได้พร้อมกัน ควรจะจัดทหารสมทบกับทหารบังเบ๋ง ยกเป็นกระบวนทัพใหญ่ไปตีทัพพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้โดยเร็ว เห็นจะเสียทีแก่เรา ถ้าช้าอยู่ทัพหัวเมืองมาพร้อมกันจะทำยาก เลียงอ๋องเห็นชอบด้วยจึงจัดทหารสามหมื่นยกออกจากเมืองไหไสไปถึงเมืองลันเหลง

ฝ่ายบังเบ๋งรู้ว่าเลียงอ๋องมาถึง จึงเปิดประตูเมืองออกไปรับเชิญเลียงอ๋องกับตังเหียนและโซมอเข้าเมืองนั่งที่สมควร ต่างคนคำนับกันแล้ว ตังเหียนจึงบอกกับบังเบ๋งว่า พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้รู้ว่าท่านมาเข้าด้วยเลียงอ๋องมีใจพยาบาท ยกทัพมาถึงเมืองเอียวเสียจะยกมาจับท่าน เราคิดว่าจะมาสมทบกองทัพกันทั้งสามเมืองยกไปกำจัดพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้เสียก่อนท่านจะเห็นประการใด บังเบ๋งได้ฟังเห็นชอบด้วย จึงจัดทหารสามหมื่นสมทบกองทัพตังเหียนยกไปตามทางเมืองเอียวเสีย

ฝ่ายทหารม้าใช้ซึ่งพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ให้มาสืบราชการรู้ว่าเลียงอ๋องกับบังเบ๋งยกทัพมา จึงขึ้นม้ารีบกลับไปเฝ้าทูลแจ้งความแก่พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ทุกประการ พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้รู้ว่ากองทัพเลียงอ๋องยกมา จึงจัดแจงเมืองเอียวเสียเป็นค่ายมั่นไว้เสบียงอาหาร ให้ทหารอยู่รักษาเมืองเป็นอันมาก แล้วเลือกสรรเอาทหารม้าสามพันกับทหารเดินเท้าสามหมื่นเศษ ยกออกไปรับกองทัพเลียงอ๋องอยู่ในเมืองยิมเสีย ทางไกลเมืองเอียวเสียประมาณหกร้อยเส้น

ฝ่ายเลียงอ๋องกับบังเบ๋งยกกองทัพมาถึงแดนเมืองเอียวเสีย พอม้าใช้ไปสืบราชการกลับมาบอกความว่า พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ยกมาอยู่เมืองยิมเสีย บังเบ๋งจึงว่าเมืองยิมเสียเป็นเมืองน้อย ซึ่งพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ยกมาอยู่ครั้งนี้สมความคิดเรา ควรจะยกไปล้อมจับฆ่าเสีย ครั้นปรึกษาพร้อมกันแล้วก็เร่งกองทัพรีบเดินทั้งกลางวันกลางคืนถึงเมืองยิมเสีย ตั้งค่ายประชิดล้อมเมืองไว้เป็นสามด้าน

พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ตั้งพระทัยคอยกองทัพหัวเมืองช้าอยู่เป็นหลายวัน พอทหารเข้ามาทูลว่าเลียงอ๋องกับบังเบ๋งยกทัพมาตั้งค่ายล้อมเมืองทหารรบเป็นอันมาก พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้มิได้สั่งให้ออกรบ สั่งแต่ทหารให้ปิดประตูรักษาหน้าที่เชิงเทินไว้ให้มั่นคง ฝ่ายขุนนางนายทหารทั้งปวงต่างคนจะใคร่ทำการอาสา จึงกราบทูลว่าเลียงอ๋องยกกองทัพมาครั้งนี้ ทหารรบเกลี้ยกล่อมมาสมทบกองทัพ มิได้เป็นทหารสำหรับทีเดียวเห็นจะชำนาญศึก ข้าพเจ้าทั้งปวงขออาสาออกต่อสู้ฝีมือทหารเลียงอ๋องสักครั้งหนึ่ง ซึ่งจะตั้งมั่นรักษาเมืองอยู่ฉะนี้ข้าศึกจะกำเริบ พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้จึงตรัสว่า เลียงอ๋องพึ่งยกมาเสบียงอาหารยังบริบูรณ์อยู่ จะแต่งกองทัพออกรบพุ่งขับเคี่ยวกันไป ถึงมีชัยชนะก็คงจะเสียทแกล้วทหารทั้งสองฝ่าย จงช่วยกันรักษาเมืองไว้กว่ากองทัพหัวเมืองมาจึงยกออกตี เลียงอ๋องตกอยู่กลางศึกกระหนาบ ถึงบังเบ๋งจะมีสติปัญญาประการใด เห็นจะคิดแก้พาเอาเลียงอ๋องไปโดยยาก ขุนนางนายทหารเห็นชอบด้วย ต่างคนสรรเสริญว่าพระสติปัญญาเห็นการทั้งปวงโดยลึกซึ้ง ควรเป็นเจ้าแผ่นดินปราบยุคเข็ญให้ราษฎรอยู่เย็นเป็นสุข ขุนนางนายทหารพากันถอยออกมา เกณฑ์ทหารและชาวเมืองขึ้นรักษาหน้าที่เชิงเทินตามรับสั่ง

ฝ่ายทหารม้าใช้ทั้งสี่นายต่างคนแยกทางกันไปถึงจึงเข้าไปคำนับส่งหนังสือให้แก่เจ้าเมืองทั้งสี่ แล้วเล่าความให้ฟังทุกประการ

ฝ่ายม้าบู๊หนึ่ง งอฮั่นหนึ่ง อองป้าหนึ่ง อองเสียงหนึ่ง ซึ่งรักษาเมืองฝ่ายตะวันออก ได้แจ้งความในหนังสือแล้ว ต่างคนจัดทหารเป็นกระบวนทัพยกออกจากเมืองมาบรรจบทัพ ณ ทางร่วม ทั้งสี่นายกองทหารยกกองทัพเร่งรีบไปกลางคืนกลางวัน ครั้นมาถึงแดนเมืองเอียวเสีย จึงให้ม้าใช้ถือหนังสือเข้าไปเฝ้าพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้แล้ว ทั้งสี่นายตั้งกองทหารประชุมทัพพร้อมกันอยู่ ณ สี่ตำบลชายป่าริมเชิงเขาเอียวซัว

ฝ่ายพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้เสด็จอยู่ ณ เมืองยิมเสีย จัดทหารรบป้องกันเมืองไว้เป็นสามารถ กองทัพบังเบ๋งหักเอาเมืองมิได้ บังเบ๋งล้อมเมืองไว้ช้าอยู่ถึงยี่สิบวัน ครั้นรุ่งเวลาเช้าเสด็จออกปรึกษาราชการศึกกับขุนนางนายทัพนายกอง พอม้าใช้ถือหนังสือเข้ามาทูลแจ้งความว่ากองทัพหัวเมืองมาถึง พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้จึงสั่งให้แต่งหนังสือตอบ ให้ม้าใช้ออกไปเร่งให้กองทัพหัวเมืองตีกระหนาบหลังกองทัพซึ่งล้อมเมือง จับตัวบังเบ๋งกับพวกกบฏฆ่าเสียให้จงได้ ทหารม้าใช้คำนับรับหนังสือลาออกมาขึ้นม้าเปิดประตูหลังเมือง ไปแจ้งความแก่นายทหารทั้งสี่ตามรับสั่ง ฝ่ายนายกองทหารทั้งสี่แจ้งความดังนั้น จึงบรรจบทัพยกไปสองทาง ม้าบู๊กับอองเสียงยกเข้าทางตะวันออก งอฮั่นกับอองป้ายกไปทางตะวันตกเข้าตีค่ายซึ่งล้อมเมือง ทหารโห่ร้องตีกลองรบเสียงอื้ออึง

ฝ่ายบังเบ๋งเห็นดังนั้นก็ตกใจ จึงให้ตังเหียนกับโซมอแบ่งทหารไปรบป้องกันหลังค่ายฝ่ายตะวันตก ให้เลียงอ๋องอยู่รักษาค่าย บังเบ๋งแบ่งทหารยกไปป้องกันหลังค่ายข้างตะวันออก ฝ่ายม้าบู๊กับอองเสียงขี่ม้าพาทหารมาปะบังเบ๋ง ถ้อยทีหนีไล่รบกันเป็นตะลุมบอน

ฝ่ายพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้เสด็จขึ้นบนเชิงเทิน เห็นกองทัพหัวเมืองตีกระหนาบหลังเข้ามา จึงให้ทหารรบบนเชิงเทินยิงเกาทัณฑ์ออกไปดังห่าฝน ถูกต้องคนในค่ายป่วยเจ็บเป็นอันมาก ฝ่ายบังเบ๋งตกอยู่ในกลางศึกกระหนาบ ทหารล้มตายเบาบางลงเห็นจะต้านทานมิได้ตกใจนัก ชักม้ารำทวนออกรบกับม้าบู๊ได้สามเพลง ขับม้าฝ่าทหารหนีเอาชีวิตรอด ฝ่ายตังเหียนกับโซมอพาทหารรบประจันกับงอฮั่นเป็นสามารถ ครั้นรู้ว่ากองทัพบังเบ๋งแตกตังเหียนตกใจนัก ชักม้าพาโซมอกับทหารแตกหนีตามบังเบ๋งไป ฝ่ายทหารงอฮั่นได้ทีไล่บุกบันฆ่าฟันทหารเลียงอ๋องเข้าในค่าย จับตัวเลียงอ๋องได้ตัดศีรษะไปให้งอฮั่น พอเป็นเวลาค่ำลง งอฮั่นกับม้าบู๊จึงให้ประชุมทัพพร้อมกันแล้ว ให้เก็บเครื่องศัสตราวุธในค่ายเข้าไปถวายพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้

ฝ่ายพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ ครั้นมีชัยชนะมีพระทัยยินดีนัก จึงพระราชทานเครื่องยศแก่นายทหารผู้มีความชอบตามสมควร ฝ่ายบังเบ๋งขับม้าหนีออกจากที่ล้อมไปถึงตำบลหนึ่ง จึงหยุดม้ารวบรวมทหาร พอตังเหียนกับโซมอพาทหารซึ่งเหลือตายตามมาทันบอกว่าเลียงอ๋องตายในกลางศึก บังเบ๋งเสียใจนักจึงพาตังเหียนกับโซมอทหารทั้งปวงไปอยู่เมืองซัวก๋วน

ฝ่ายพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ ครั้นเวลาเช้าเสด็จออกขุนนางเฝ้าพร้อม จึงตรัสแก่นายทหารทั้งสี่ว่า บังเบ๋งเป็นคนมีสติปัญญามากับเลียงอ๋องทัพเสียทีหนีไป ครั้นจะไม่คิดจับเอาตัวจะเป็นเสี้ยนหนามแผ่นดินไปภายหน้า ท่านจงพากันสืบจับเอาตัวฆ่าเสียให้จงได้ นายทหารทั้งสี่รับสั่งคำนับลาออกมาจัดทหาร ยกออกจากเมืองยิมเสียไปถึงปลายด่านเมืองซัวก๋วน ให้ทหารเข้าไปสืบรู้ว่าบังเบ๋งเข้าอยู่รักษาเมืองซัวก๋วน นายทหารทั้งสี่ยกกองทัพเข้าตั้งค่ายล้อมเมืองซัวก๋วนไว้ทั้งสี่ด้าน ฝ่ายบังเบ๋งแจ้งความดังนั้นจึงให้ทหารปิดประตูเมืองรักษาหน้าที่เชิงเทินไว้เป็นสามารถ ฝ่ายนายกองทหารทั้งสี่มิได้เห็นบังเบ๋งออกมารบ จึงแต่งทหารปล้นตีเมืองเป็นหลายครั้งเข้าเมืองมิได้ จึงตั้งค่ายมั่นประชิดเชิงกำแพงล้อมเมืองไว้เป็นหลายชั้น ฝ่ายตังเหียนบังเบ๋งกับโซมอทั้งสามนาย แต่ตั้งมั่นรักษาเมืองอยู่ได้ถึงสิบห้าวันขัดเสบียงอาหาร ทหารอดอยากอิดโรยกำลังลง เห็นจะป้องกันรักษาเมืองซัวก๋วนสืบไปมิได้ ครั้นเวลาพลบค่ำลงประมาณสองยามเศษ ตังเหียนกับบังเบ๋งโซมอต่างคนแต่งตัวใส่เกราะขึ้นม้าถืออาวุธพาทหารเปิดประตูหลังเมืองออกไป

ฝ่ายงอฮั่นกับอองป้านายกองทหารเห็นดังนั้น จึงให้ตีกลองขึ้นเป็นสำคัญ ขับทหารออกรบประจันฆ่าฟันทหารตังเหียนแตกระส่ำระสายล้มตายเป็นอันมาก บังเบ๋งเห็นจะรบฝ่าออกมิได้ จึงชักม้าพาตังเหียนกับโซมอทหารทั้งปวงไปทางตะวันออก ฝ่ายม้าบู๊กับอองเสียงได้ยินเสียงทหารโห่ร้องตีกลองรบข้างหลังเมือง สำคัญว่าบังเบ๋งออกปล้นค่ายงอฮั่น ทั้งสองนายแต่งตัวขึ้นม้าพาทหารออกมาคอยอยู่นอกค่าย ให้ทหารระดมฟืนกองเพลิงแสงสว่างดังกลางวัน พอบังเบ๋งขับม้าพาทหารมา ม้าบู๊กับอองเสียงชักม้ารำง้าวออกรบกับบังเบ๋งได้สิบเพลง ม้าบู๊เอาง้าวฟันบังเบ๋งตัวขาดตกม้าตาย แล้วขับม้าพาทหารไล่ติดตามตังเหียนไปทางตะวันตก

ฝ่ายงอฮั่นเห็นตังเหียนหนีม้าบู๊กลับมา จึงขับม้าออกรบประจันหน้าไว้ ตังเหียนตกอยู่ในกลางศึกกระหนาบทหารล้มตายเป็นอันมาก จึงขับม้าฝ่าทหารออกไปรบกับงอฮั่นได้สามเพลง งอฮั่นเอาทวนแทงตังเหียนตาย ฝ่ายโซมอตกใจกลัวจึงโดดลงจากหลังม้าทิ้งอาวุธเสียร้องขอชีวิต งอฮั่นมิได้ทำอันตรายให้ทหารคุมตัวโซมอไว้ พอเวลารุ่งเช้ากองทัพพร้อมกันแล้ว งอฮั่นกับม้าบู๊ยกกองทัพเข้าจัดแจงราษฎรชาวเมืองซัวก๋วนราบคาบแล้ว ยกกองทัพกลับไปเฝ้าทูลความตามซึ่งได้รบกับบังเบ๋งให้พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ทราบทุกประการ พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้แจ้งว่าบังเบ๋งและพวกกบฏตายแล้วมีความยินดีนัก จึงปูนบำเหน็จนายทัพนายกองทหารตามสมควร พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ปราบหัวเมืองตะวันออกราบคาบแล้ว ยกกองทัพกลับไปเมืองลกเอี๋ยง ฝ่ายนายทหารทั้งสี่ตามส่งเสด็จถึงเมืองหลวงแล้ว ต่างคนทูลลายกกลับไปรักษาเมืองเหมือนแต่ก่อน

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ