๒๓

ฝ่ายพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ยกทัพกลับไปถึงเมืองลกเอี๋ยง ณ เดือนเก้า ครั้นเวลาเช้าเสด็จออกขุนนางเฝ้าพร้อมมีผู้กราบทูลว่า เมืองลุยจิ๋วโจรผู้ร้ายกำเริบ คุมพวกปล้นตีเก็บริบเอาทรัพย์สิ่งของราษฎรได้ความเดือดร้อนนัก พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้จึงตรัสแก่เคาสุนซึ่งเป็นจิบกิ๋มหอว่าเมืองลุยจิ๋วผู้ร้ายชุมขึ้น เราเห็นแต่ท่านผู้เดียวจะปราบโจรให้ระงับ ด้วยพวกโจรเข็ดขยาดฝีมือท่านอยู่แต่ก่อน เคาสุนจึงทูลว่าผู้ร้ายแดนเมืองลุยจิ๋วกำเริบขึ้นทั้งนี้ เพราะรู้ข่าวว่าไต้อ๋องยกทัพไปทำศึกเมืองยงอิว ถ้าพวกโจรรู้ว่าทัพหลวงกลับมาก็เห็นจะระงับไม่พักปราบขอเชิญยกไปเลียบเมืองลุยจิ๋ว ข้าพเจ้าจะเป็นทัพหน้านำเสด็จ พวกโจรทั้งปวงกลัวบุญญาธิการ เห็นจะออกยอมสามิภักดิ์โดยดีไม่ลำบากแก่ทแกล้วทหาร พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้เห็นชอบด้วย จึงสั่งขุนนางพนักงานเตรียมรถ ทหารยกเป็นกระบวนพยุหยาตราเหมือนดังพระเจ้าจิ๋นซีฮ่องเต้เสด็จเลียบเมืองแต่ก่อน ให้เคาสุนเป็นทัพหน้า รุ่งขึ้นเวลาเช้าเป็นวันฤกษ์ดี พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้เสด็จทรงรถพร้อมด้วยขุนนางนายทหารและทหารเลวสิบหมื่น ยกออกจากเมืองลกเอี๋ยงเดินตามทางไปข้างทิศตะวันออกเฉียงใต้ ฝ่ายหัวเมืองรายทางรู้ว่าพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้เสด็จมาต่างคนก็ดีใจ จัดแจงสิ่งของเครื่องบรรณาการออกรับเสด็จ พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้เสด็จไปประทับเมืองลุยจิ๋ว

ฝ่ายพวกโจรทั้งปวงรู้ว่าพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้เสด็จมา ต่างคนจัดสิ่งของเครื่องคำนับออกมารับเสด็จ พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้จึงดำริว่าคนจำพวกนี้เกียจคร้านทำกิน ครั้นยากไร้หาสิ่งใดเลี้ยงชีวิตมิได้ จึงสมคบกันเป็นโจรปล้นฉกชิงเอาทรัพย์สิ่งของผู้อื่นไปเลี้ยงบุตรภรรยา ดำริแล้วสั่งขุนนางพนักงานจ่ายเงินให้พวกโจรซึ่งมาสามิภักดิ์คนละสิบตำลึง จึงตรัสว่าท่านทั้งปวงคบคิดกันเป็นโจรให้ราษฎรเดือดร้อน ถ้ามีผู้จับตัวไปส่งไปปรับโทษตามกฎหมายจะพาบุตรภรรยาคณาญาติพลอยฉิบหายเสีย แต่นี้สืบไปภายหน้าอย่าเกียจคร้าน จงอุตส่าห์ทำมาหากินโดยผลความชอบจะมีความเจริญ พวกโจรคำนับรับสั่งได้พระราชทานเงินคนละสิบตำลึงดีใจนัก พากันออกมาจากที่เฝ้าแล้วสรรเสริญว่า พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้มีพระทัยโอบอ้อมอารีแก่ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน เราทั้งปวงทำความผิดเป็นมหันตโทษโปรดสั่งสอนแล้ว พระราชทานเงินทำทุนค้าขายให้ทำมาหาเลี้ยงบุตรภรรยาโดยผลความชอบ พระคุณหาที่สุดมิได้ ควรจะทำตามรับสั่ง พวกโจรพูดกันแล้วต่างคนไปบ้านทำการค้าขายเลี้ยงชีวิต มิได้คิดเป็นโจรผู้ร้ายเหมือนดังแต่ก่อน

ฝ่ายราษฎรชาวเมืองลุยจิ๋วพากันเข้าไปร้องทุกข์ว่า พวกผู้ร้ายมิได้ย่ำยีข้าพเจ้าทั้งปวง เพราะกลัวบุญญาธิการไต้อ๋อง แม้นไต้อ๋องยกกองทัพกลับไปเมืองหลวงแล้ว ข้าพเจ้าทั้งปวงคิดวิตกกลัวเกลือกผู้ร้ายจะกำเริบขึ้นอีกเพราะหาผู้ซึ่งจะเป็นที่ยำเกรงมิได้ จะขอรับพระราชทานจิบกิ๋มหอเคาสุนไว้ว่าราชการเมืองลุยจิ๋ว ระงับโจรผู้ร้ายได้ทำมาหากินเป็นสุข พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ได้ยินชาวเมืองร้องทุกข์มีพระทัยกรุณานัก จึงตรัสสั่งเคาสุนให้อยู่รักษาเมืองลุยจิ๋ว แล้วเสด็จกลับเข้าเมืองลกเอี๋ยง อยู่วันหนึ่งพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้เสด็จออกว่าราชการแผ่นดิน ขุนนางผู้หนึ่งกราบทูลว่าตังกูนกับเมืองเจอิ๋มโจรผู้ร้ายกำเริบชุกชุมขึ้นเป็นอันมาก พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้จึงตรัสแก่หลีทองซึ่งเป็นที่ไตสุเตากับอองเสียงซึ่งเป็นฮวยเอี๋ยเจียงกุ๋นว่า ผู้ร้ายเมืองลุยจิ๋วราบคาบแล้ว บัดนี้พวกโจรทั้งสองหัวเมืองกำเริบขึ้น จะไว้นานไปคบพวกเพื่อนมากขึ้นจะปราบยาก เราจะให้ท่านทั้งสองยกกองทัพไประงับโจรทั้งสองหัวเมืองท่านจะเห็นประการใด หลีทองกับอองเสียงจึงทูลว่า ข้าพเจ้าสติปัญญาน้อยนัก แต่จะทำการสนองพระคุณกว่าจะสิ้นชีวิต พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ได้ฟังมีพระทัยยินดีนักจึง จัดทหารห้าหมื่นให้สองนายยกไป แล้วจึงดำริว่า ถิวทองซึ่งให้ไปรักษาเมืองเงียบกุ๋นนั้นได้เป็นเจ้าเมืองตังกูนอยู่แต่ก่อน ชาวเมืองตังกูนนับถือยำเกรง จำจะให้ถิวทองยกไปช่วยหลีทองกับอองเสียงเป็นสามทัพ โจรทั้งสองเมืองจะระงับโดยง่าย ดำริแล้วสั่งขุนนางให้แต่งหนังสือเลื่อนที่ถิวทองขึ้นเป็นไตจงไตหู แล้วให้ยกทัพไปช่วยหลีทองกับอองเสียงปราบโจรเมืองตังกูนเมืองเจอิ๋มให้ราบคาบ ขุนนางพนักงานออกจากที่เฝ้าแต่งหนังสือตามรับสั่ง ส่งให้ม้าใช้ไปเมืองเงียบกุ๋น

ฝ่ายถิวทองออกนั่งว่าราชการเมืองอยู่ พอนายประตูเข้ามาบอกความว่ามีหนังสือรับสั่งมาแต่เมืองหลวง ถิวทองจึงพาขุนนางทั้งปวงถือเครื่องคำนับออกไปรับเชิญหนังสือรับสั่งเข้าเมือง จึงฉีกผนึกออกอ่านแจ้งความตามข้อรับสั่งแล้วถวายบังคมรับที่ไตจงไตหู ให้เลี้ยงโต๊ะผู้ถือรับสั่งตามธรรมเนียม จึงแต่งหนังสือบอกกำหนดยกทัพให้ผู้ถือรับสั่งกลับไปเมืองลกเอี๋ยง ครั้นถึงวันฤกษ์ดี ถิวทองเกณฑ์ทหารห้าหมื่นพร้อมด้วยเครื่องศัสตราวุธ ยกทัพไปตามระยะทางถึงแดนเมืองตังกูน พอพบกองทัพหลีทองกับอองเสียงตั้งค่ายรายอยู่ต้นทางรวมเป็นสองค่าย ถิวทองจึงหยุดทัพตั้งค่ายมั่นชักปีกกาถึงกันทั้งสามค่าย

ฝ่ายพวกโจรซึ่งอยู่ในแดนเมืองตังกูนเมืองเจอิ๋มรู้ว่าถิวทองยกมาถึง นายโจรผู้ใหญ่จึงประชุมปรึกษากัน ถิวทองกับหลีทองอองเสียงทั้งสามคนนี้มีฝีมือเข้มแข็งมีผู้ออกชื่อลือนาม อนึ่งถิวทองคนนี้ได้เป็นเจ้าเมืองตังกูนแต่ก่อน เราได้ไปมาคุ้นเคยขัดสนสิ่งใดไปหา ถิวทองโอบอ้อมอารีแผ่ไมตรีแก่ไพร่บ้านพลเมือง ถิวทองเป็นคนซื่อตรงเจรจาไม่เป็นคำสองมีผู้นับถือยำเกรงมาก ซึ่งเราคบคิดกันเป็นโจรทั้งนี้ ทราบถึงพระเจ้าเมืองหลวงให้ยกทัพมาจับตัวลงอาญา ถ้าจะพากันสู้รบกองทัพจับได้จะซ้ำลงเป็นสองโทษ จำจะไปหาถิวทองสารภาพรับผิดโดยดีเหมือนอย่างพวกผู้ร้ายเมืองลุยจิ๋วนั้น เห็นถิวทองจะมีความกรุณาช่วยกราบทูลพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ให้ยกโทษไว้ครั้งหนึ่งเป็นมั่นคง นายโจรผู้ใหญ่ปรึกษาเห็นชอบพร้อมใจกัน จึงให้ผู้ซึ่งสนิทคุ้นเคยเข้าว่ากล่าวถิวทอง แล้วชักชวนกันมาทั้งเก้าพันเศษคอยถิวทองอยู่

ฝ่ายถิวทองจึงให้คนใช้เชิญหลีทองกับอองเสียงทั้งสามนายออกไปรับพวกโจรซึ่งมาพร้อมยอมสามิภักดิ์นอกค่าย พวกโจรเห็นสามนายออกมาต่างคนคำนับ ถิวทองจึงว่าท่านทั้งปวงสมคบกันเป็นโจรผู้ร้ายให้ราษฎรในแผ่นดินพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ได้ความเดือดร้อน มีรับสั่งให้เราทั้งสามนายมาจับตัวไปลงโทษ ถ้าเราจับตัวได้ส่งไปเมืองหลวงปรับโทษโดยกฎหมาย ท่านทั้งปวงจะต้องโบยจำทำโทษถึงสาหัสแล้วให้ประหารชีวิตเสีย บิดามารดาลูกเมียพี่น้องก็จะพลอยฉิบหาย แม้นตายจะมีผู้ออกชื่อลือความชั่วไปตราบเท่าเหลนหลาน ซึ่งท่านทั้งปวงรู้ว่าโทษตัวผิดมายอมสามิภักดิ์โดยดี เราทั้งสามนายจะกลับไปเฝ้าทูลให้ยกโทษไว้ แต่นี้ไปภายหน้าจงพากันทำไร่นาค้าขายเลี้ยงชีวิตบุตรภรรยาแต่สิ่งที่ชอบ อย่าคบคิดกันเป็นโจรผู้ร้ายทำความชั่วเหมือนหนหลังไม่ควร นายโจรได้ฟังดังนั้นยินดีนักจึงให้ความสัตย์แก่ถิวทองว่า ข้าพเจ้าทั้งปวงทำความชั่วคบคิดกันเป็นโจร ท่านมีความกรุณายกโทษครั้งนี้ขอบคุณยิ่งนัก แต่สืบไปภายหน้าจะช่วยกันทำไร่นาค้าขายหาเลี้ยงชีวิต ซึ่งจะคิดเป็นโจรปล้นตีชิงทรัพย์สิ่งของผู้อื่นมาเป็นของตนเหมือนดังหนหลังหามิได้ นายโจรและโจรทั้งปวงต่างคนคำนับลาไปบ้านทำไร่นาหาเลี้ยงบุตรภรรยาตามภูมิลำเนาแต่ก่อน

ฝ่ายหลีทองกับอองเสียงจึงปรึกษาถิวทองว่า พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้มีรับสั่งให้ยกทัพมาปราบพวกโจรซึ่งย่ำยีราษฎร บัดนี้โจรออกสามิภักดิ์โดยดีไม่ต้องลำบากแก่ฝีมือทหาร เพราะพวกโจรนับถือยำเกรงท่าน ขอท่านจงพักทหารอยู่ในเมืองตังกูนก่อน ข้าพเจ้าทั้งสองจะกลับไปเฝ้าทูลความทราบแล้ว ถ้ามีรับสั่งราชการผันแปรประการใดจึงจะมีหนังสือมาต่อครั้งหลัง ท่านจะเห็นประการใด ถิวทองจึงว่าท่านทั้งสองคิดชอบ ข้าพเจ้าจะอยู่ฟังข่าวพวกโจร ถ้าราบคาบเป็นปกติแล้วมีหนังสือมาถึงข้าพเจ้าให้เลิกทัพ ข้าพเจ้าจึงจะกลับไปเมืองเงียบกุ๋น สามนายปรึกษากันแล้ว ถิวทองยกเข้าอยู่ในเมืองตังกูน หลีทองกับอองเสียงเลิกทัพกลับไปเมืองลกเอี๋ยง จึงเข้าไปเฝ้าทูลความซึ่งโจรผู้ร้ายทั้งสองเมืองยอมเข้าด้วยถิวทองให้พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ฟังทุกประการ พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้มีพระทัยยินดีนัก จึงตรัสแก่ขุนนางว่า ถิวทองเป็นคนซื่อตรง ชาวเมืองตังกูนนับถือยำเกรง ถิวทองระงับโจรราบคาบโดยดีไม่ลำบากทหาร จึงมีหนังสือไปให้ถิวทองอยู่รักษาเมืองตังกูนให้อยู่ระงับโจรผู้ร้าย ขุนนางจดหมายรับสั่งออกมาแต่งหนังสือส่งให้ม้าใช้ไปเมืองตังกูน

ฝ่ายม้าใช้ไปเมืองตังกูน จึงบอกนายประตูให้เข้าไปแจ้งความแก่ถิวทอง ถิวทองจึงพาขุนนางชาวเมืองตังกูนถือเครื่องคำนับออกไปรับหนังสือเข้าเมือง อ่านแจ้งความตามข้อรับสั่งแล้วคำนับรับที่เจ้าเมืองตังกูน จัดแจงราษฎรชาวเมืองอยู่เย็นเป็นสุขหาโจรผู้ร้ายมิได้

ฝ่ายเตียวจุ้นกับงอฮั่น ซึ่งพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ให้มารักษาเมืองเตียงอั๋นแทนตัวปังอี้นั้น เตียวจุ้นป่วยไข้ปัจจุบัน งอฮั่นให้แพทย์พยาบาลโรคยิ่งกำเริบหนักลงเตียวจุ้นถึงแก่กรรม งอฮั่นเสียใจนักจึงให้ทหารต่อหีบใส่ศพประดับเครื่องศพตามธรรมเนียม จึงแต่งหนังสือบอกให้ขุนนางนายทหารชักศพเตียวจุ้นไปเมืองลกเอี๋ยง

ฝ่ายพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้บรรทมอยู่ที่ข้างใน เวลาปัจจุสมัยใกล้รุ่งทรงพระสุบินร้าย ครั้นรุ่งเวลาเช้าเสด็จออกขุนนาง พอนายทหารถือหนังสืองอฮั่นเข้ามาทูลว่า เตียวจุ้นเกิดโรคปัจจุบันถึงแก่อนิจกรรมนำศพมาใกล้ถึงเมืองหลวงแล้ว พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้แจ้งว่าเตียวจุ้นตายจึงตรัสแก่ขุนนางว่า เตียวจุ้นคนนี้สัตย์ซื่อตั้งใจอาสาแผ่นดินโดยสุจริตไม่คิดแก่ความเหนื่อยยาก ถึงมาตรว่าการที่ทำจะลำบากประการใดไม่ออกปาก อุตส่าห์สู้ทำไปมิได้เกียจคร้านกว่าการจะสำเร็จ ความชอบมีอยู่เป็นอันมากหมายจะปูนบำเหน็จให้ถึงขนาด ยังไม่สำเร็จการแผ่นดินเตียวจุ้นสิ้นชีวิตลงครั้งนี้ เรามีความเสียดายนัก หลีทองจึงทูลว่าเตียวจุ้นเสียชีวิตเพราะสิ้นอายุตายโดยปกติ ขอให้จัดแจงการฝังศพเตียวจุ้นแล้วจะได้คิดการปราบศัตรูแผ่นดินสืบไป พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้จึงสั่งให้ขุนนางนุ่งขาวห่มขาว แล้วเสด็จออกไปรับศพเตียวจุ้นเข้ามาในเมือง จึงสังโฮลำอิ๋นให้เป็นนายการทำเครื่องประดับศพ บรรดาส่วยสาอากรและเบี้ยหวัดก็สั่งให้พระราชทานให้แก่บุตรภรรยาเตียวจุ้นเหมือนเมื่อยังมีชีวิตอยู่นั้น

ฝ่ายฮวงเสงเห็นพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ทำการศพเตียวจุ้นสมควรต้องอย่างธรรมเนียมกษัตริย์ผู้มีบุญซึ่งทำการศพผู้มีความชอบแต่ก่อน ฮวงเสงจึงแต่งเรื่องราวสรรเสริญเกียรติยศอ่านถวายในที่เฝ้าขุนนางพร้อมกันเป็นใจความในเรื่องราวนั้นว่า ครั้นแผ่นดินพระเจ้าฮั่นโกโจผู้มีบุญญาธิการแต่ก่อนนั้น ชุบเลี้ยงขุนนางทแกล้วทหารทั้งปวงโดยยุติธรรม ผู้ทำความผิดให้ปรับโทษโดยกฎหมาย ผู้ใดสัตย์ซื่อมั่นคงมิได้คิดเบียดเบียนราษฎรเบี่ยงบ่ายเพ็ดทูลพระมหากษัตริย์ ให้ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินอยู่เย็นเป็นสุข เหมือนดังเสียวโหนั้นได้เป็นขุนนางผู้ใหญ่ที่ไจเสียง ผู้ซึ่งทำการอาสามีความชอบในสงครามใจซื่อตรงโดยสุจริต พระเจ้าฮั่นโกโจชุบเลี้ยงเป็นขุนนางผู้ใหญ่ผู้น้อยตามสมควร ผู้ซึ่งมีความชอบในแผ่นดินถึงจะสิ้นชีวิตไปแล้ว พระเจ้าฮั่นโกโจยังมีพระทัยกรุณาทำการฝังศพโดยตำแหน่งยศศักดิ์ บำรุงเลี้ยงบุตรภรรยาให้พระราชทานเบี้ยหวัดและบ้านส่วย ผู้ซึ่งมิได้ซื่อตรงพระเจ้าฮั่นโกโจกำจัดเสีย ไม่ตั้งแต่งเป็นขุนนาง ราษฎรหัวเมืองทั้งปวงสรรเสริญพระเกียรติยศ ปรากฏพระนามไปทั่วทั้งแผ่นดิน ถึงสิ้นพระชนม์แล้วเชื้อพระวงศานุวงศ์ได้เสวยราชสมบัติ แผ่นดินเป็นปรกติมาช้านาน เพราะขุนนางราษฎรหัวเมืองไม่มีความเดือดร้อน ครั้งแผ่นดินเสียแก่อองมัง ผู้มีสติปัญญาฝีมือกล้าหาญการศึกต่างคนเที่ยวหาเชื้อพระวงศ์พระเจ้าฮั่นโกโจจะอาสากำจัดอองมัง แล้วจะยกขึ้นเป็นเจ้าแผ่นดินสืบไป ซึ่งราชสมบัติเสียแก่แซ่อื่นกลับคืนมาได้แก่ไต้อ๋องทั้งนี้ เพราะพระเจ้าปู่ฮั่นโกโจมีพระทัยโอบอ้อมอารีแผ่ราชไมตรีไว้แต่ก่อน ราษฎรหัวเมืองรู้ว่าไต้อ๋องเป็นเชื้อพระวงศ์กษัตริย์อันประเสริฐต่างคนมีใจยินดีเข้าพึ่งบุญญาธิการ เหมือนดังต้นไม้ใหญ่อยู่ริมทางเมื่อฤดูร้อน ผู้เดินทางต่างคนเข้าพึ่งร่มอันเย็น เตียวจุ้นซึ่งถึงแก่กรรมนั้น เมื่อยังมีชีวิตอยู่ทำการอาสาแผ่นดินโดยสุจริต มิได้ล่วงเกินกฎหมายรับสั่ง ซึ่งไต้อ๋องทำศพการเตียวจุ้นสมควรแก่ความชอบซึ่งทำไว้ ต้องอย่างราชประเพณีกษัตริย์ผู้มีบุญญาธิการแต่ก่อน ขุนนางผู้มีความชอบทั้งปวงจะพากันมีใจจงรักภักดีโดยสุจริตมิได้คิดประทุษร้าย ราชสมบัติของไต้อ๋องจะตั้งอยู่ยืนนานสืบพระวงศานุวงศ์ บำรุงราษฎรหัวเมืองได้อยู่เย็นเป็นสุขไปชั่วพระจันทร์พระอาทิตย์ พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ได้ฟังมีพระทัยยินดี จึงชวนขุนนางทั้งปวงไปฝังศพเซ่นศพเตียวจุ้นแล้วก่อตึกจารึกอักษรเลื่อนที่เตียวจุ้นเป็นที่เซงเหา ขุนนางผู้มีความชอบหวังจะไว้ชื่อเกียรติยศไปภายหน้า บรรดาผู้ซึ่งเป็นบุตรภรรยาญาติเตียวจุ้น พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ชุบเลี้ยงให้พระราชทานเบี้ยหวัดตามสมควร แล้วเสด็จกลับเข้าพระราชวัง

ฝ่ายปังอี้ยกทัพรวบรวมได้เสบียงอาหาร ปรนปรือทแกล้วทหารอยู่ ณ เมืองยงอิว พอม้าใช้ซึ่งให้ไปสืบราชการ ณ เมืองปุนเสีย กลับมาบอกว่าหวยหงอตายแล้ว ขุนนางทั้งปวงยกหงอทองผู้บุตรขึ้นเป็นเจ้าแทนหวยหงอ ยกไปตั้งอยู่เมืองงันบุ๋น ปังอี้จึงปรึกษางิมเหงแต่งหนังสือบอกข้อราชการ ให้ม้าใช้ถือไปเมืองลกเอี๋ยง

ฝ่ายพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้เสด็จออกว่าราชการ พอขุนนางนำม้าใช้ถือหนังสือเข้ามาเฝ้าทูลแจ้งความว่าหวยหงอตาย จึงตรัสว่าถึงมาตรว่าหวยหงอสิ้นชีวิตแล้ว บุตรหวยหงอยังควบคุมทหารทำการศึกอยู่ พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้จึงสั่งขุนนางผู้ใหญ่ให้มีหนังสือไปเกณฑ์ไตสุม้างอฮั่นหนึ่ง ไลเอียกหนึ่ง อองป้าหนึ่ง โตเหมาหนึ่ง ยกทัพไปช่วยงิมเหงปราบศัตรูฝ่ายตะวันตกให้ราบคาบ ขุนนางผู้ใหญ่รับสั่งออกมาแต่งหนังสือส่งให้ม้าใช้ไปเกณฑ์กองทัพ ฝ่ายงอฮั่นกับนายทหารทั้งสามคนแจ้งความตามหนังสือรับสั่งซึ่งม้าใช้ถือมาแต่เมืองหลวง ต่างคนเตรียมทหารพร้อมยกไปทางตะวันตก

ฝ่ายงิมเหงครั้นมีหนังสือบอกข้อราชการไปแล้ว จึงจัดแจงกองทัพยกทัพเดินตามทางงันบุ๋น ปังอี้ก็ยกทัพหนุนไปถึงตำบลเทียนจุ๋ย พอพบกองทัพงอฮั่นกับอองป้า ไลเอียกโตเหมายกมาถึงพร้อมกัน ปังอี้ให้ตรวจนับทหารเอกทหารเลวเป็นคนยี่สิบหมื่นเศษ แบ่งทหารสิบหมื่นให้ไลเอียกยกเป็นสองทาง ปังอี้กับงิมเหงยกมาถึงเมืองงันบุ๋น จึงให้ทหารเลวร้องบอกแก่ชาวเมืองว่า ให้หงอทองแต่งทหารออกมารบกันให้ถึงแพ้และชนะ

ฝ่ายทหารซึ่งอยู่ประจำรักษาหน้าที่เชิงเทินได้ยินดังนั้น ต่างคนแลไปเห็นกองทัพมาตั้งอยู่หน้าเมืองเป็นอันมาก จึงรีบเข้าไปคำนับบอกความแก่หงอทองทุกประการ หงอทองแจ้งว่ากองทัพยกตามมาก็ตกใจ จึงปรึกษาอองงวนเสียงว่าศึกมาติดเมืองเราครั้งนี้ท่านจะคิดต่อสู้ประการใด อองงวนเสียงจึงว่าท่านอย่าวิตกเลย ข้าพเจ้าจะอาสาออกไปตัดศีรษะแม่ทัพนายกองเข้ามาให้แก่ท่าน อองงวนเสียงจึงออกมาจัดกองทัพ ตั้งให้จิวจ๋องกับเฮงสุนเป็นกองหน้าทหารห้าหมื่นยกออกประตูทิศใต้ ให้เตียวโขยกับซุยอูคุมทหารห้าหมื่นออกประตูตะวันตก อองงวนเสียงขี่ม้านำทหารมาถึงหน้าทัพปังอี้แล้วร้องว่า ผู้ใดมีฝีมือเร่งออกมาสู้รบกับเราให้ถึงแพ้ชนะในเวลาวันนี้ ปังอี้ได้ยินจึงขับม้าออกยืนอยู่หน้าทหารเห็นอองงวนเสียง ปังอี้จึงร้องด่าว่าอ้ายขโมยมีพวกน้อยตัวมิได้รู้ว่าความตายจะมาถึง อวดอ้างว่ากล้าแข็งจะต่อสู้กับทหารผู้มีบุญ แต่หวยหงอผู้เป็นนายมึงมีอุบายความคิดมากยังไม่อาจต้านทาน แต่ทุกข์ตรอมใจซูบผอมจนป่วยตายไม่พักฆ่าด้วยคมอาวุธ อองงวนเสียงจึงตอบว่า ตัวท่านเหมือนนกอันมีตระกูลต่ำเห็นพระยาหงส์สันโดษหาบริวารมิได้ กลับว่ากล่าวหยาบช้าประมาทดูหมิ่น ถึงมาตรว่านายเราดับสูญสิ้นบุญแล้ว หงอทองผู้บุตรได้เป็นเจ้าทำการศึกแก้แค้นแทนหวยหงอบิดาสืบไป บัดนี้รู้ว่าท่านยกมาจึงใช้ให้เราออกมาเอาศีรษะท่านเข้าไปในเมือง จะทำพลีกรรมบวงสรวงเทวดาให้สมที่ความแค้น แม้นตัวรักชีวิตอยู่จงมายอมโดยดีจึงจะพ้นความตาย ปังอี้ได้ยินคำกล่าวหยาบช้าโกรธนัก ชักม้ารำทวนออกรบกับอองงวนเสียงถ้อยทีว่องไวชำนาญการอาวุธ อองงวนเสียงต่อสู้ปังอี้เป็นหลายเพลงทวน เห็นปังอี้มีกำลังมากนัก ต้านทานมิได้ชักม้าหันห่างออกไป ปังอี้ได้ทีไล่ติดตาม จิวจ๋องกับเฮงสุนสองนายขับม้าถลันออกรบป้องกันอองงวนเสียง อองป้าจึงชักม้ารำทวนออกช่วยปังอี้รบจิวจ๋อง ถ้อยทีหนีไล่ป้องปัดอาวุธทั้งสี่นายรบกันเป็นสามารถ

ฝ่ายอองงวนเสียงเห็นทหารรบเรรวนจวนจะเสียที จึงโบกธงสัญญาเร่งกองทัพเตียวโขยกับซุยอูให้ยกเข้าช่วยตีกระหนาบ ฝ่ายงอฮั่นกับโตเหมาไลเอียกซึ่งยกแยกทัพมาตั้งอยู่ฝ่ายตะวันออก เห็นกองทัพจะยกมาตีกระหนาบทัพปังอี้ สี่นายขับม้าพาทหารออกสกัดทาง รบรุกฆ่าฟันทหารชาวเมืองแตกระส่ำระสาย โตเหมาน้าวเกาทัณฑ์ยิงไปถูกเอวเตียวโขยตกม้าลง ซุยอูวิ่งมาเข้าอุ้มเตียวโขยขึ้นม้าขับควบหนีเข้าเมือง ทหารทั้งสองทัพก็ระดมกันบุกรุกฆ่าฟันทหารอองงวนเสียงล้มตายแตกระส่ำระสาย อองงวนเสียงขับม้าหนีเข้าเมือง ปิดประตูลงเขื่อนให้ทหารรักษาหน้าที่เชิงเทินไว้เป็นสามารถ ปังอี้ครั้นมีชัยชนะจึงเกณฑ์กองทัพเข้าตั้งค่ายล้อมเมืองทั้งสี่ด้าน

ฝ่ายกองซุนสุดซึ่งเป็นเซงเต้ครองเมืองเซงโต๋ออกว่าราชการขุนนางพร้อมกัน มีผู้บอกความว่าเจ้าเมืองยงอิวซึ่งให้อองงวนเสียงมาขอกองทัพไปรบป้องกันทหารเมืองลกเอี๋ยงนั้น เจ้าเมืองยงอิวป่วยถึงแก่กรรมแล้ว บัดนี้หงอทองผู้บุตรอพยพครอบครัวพาทหารหนีกองทัพลกเอี๋ยง เข้าตั้งมั่นอยู่ในเมืองงันบุ๋น กองทัพลกเอี๋ยงติดตามล้อมเมืองไว้เป็นหลายชั้น เมืองงันบุ๋นนั้นเห็นจะเสียแก่ทหารเมืองลกเอี๋ยงเป็นมั่นคง กองซุนสุดจึงว่าถ้ากองทัพเมืองลกเอี๋ยงตีได้เขตแดนเมืองยงอิวแล้ว เห็นจะยกมาย่ำยีถึงแดนเมืองเรา จำจะแต่งทหารยกไปช่วยหงอทองป้องกันกองทัพเมืองลกเอี๋ยงไว้แต่ปลายแดนก่อน กองซุนสุดจึงสั่งเตียวของให้คุมทหารห้าหมื่นยกไปช่วยหงอทอง

ฝ่ายเตียวของยกทัพมาตามระยะทางเข้าถึงแดนเมืองงันบุ๋น จึงหยุดทัพแต่งหนังสือให้มาใช้ไปเมืองงันบุ๋น ทหารม้าใช้ถือหนังสือรีบเข้าทางหลังเมือง เห็นกองทัพตั้งค่ายล้อมเมืองจะเข้าประตูมิได้ จึงผูกหนังสือกับลูกเกาทัณฑ์ยิงเข้าไปให้แก่ทหารซึ่งอยู่ประจำรักษาหน้าที่เชิงเทิน

ฝ่ายทหารชาวเมืองได้หนังสือจึงพาไปส่งให้แก่อองงวนเสียง อองงวนเสียงแจ้งความตามหนังสือแล้ว จึงเขียนหนังสือนัดกองทัพเมืองเซงโต๋ว่า เวลารุ่งพรุ่งนี้เร่งยกทัพเข้าตีค่ายล้อม ทหารในเมืองจะยกออกตีเป็นศึกกระหนาบ แต่งหนังสือผูกลูกเกาทัณฑ์ให้ทหารยิงออกไปให้แก่ทหารม้าใช้เมืองเซงโต๋ ม้าใช้ได้หนังสือชักม้าลัดลงเดินตามทางน้อย

ฝ่ายกองตระเวนซึ่งตั้งกองซุ่มคอยจับคน แลเห็นคนแปลกหน้าขี่ม้ามาแต่ผู้เดียว ต่างคนวิ่งตรูกันออกไปจับตัวมาซักถามได้ความว่าเป็นชาวเมืองเซงโต๋ แล้วค้นได้หนังสือลับนัดกองทัพเป็นสำคัญมา จึงพาตัวเข้าไปคำนับแจ้งแก่ปังอี้ทุกประการ ปังอี้ดีใจนักจึงให้ทหารคุมตัวม้าใช้ไว้ แล้วจัดทหารอยู่คอยรบทัพในเมืองสองกอง ปังอี้เตรียมทหารสองกองพร้อมด้วยเครื่องศัสตราวุธสำหรับมือ พอเวลาค่ำลงยกออกไปตั้งซุ่มหลังค่ายทั้งสองข้างทาง คอยรับทัพเมืองเซงโต๋จะยกมา

ฝ่ายเตียวของคอยทหารม้าใช้ไม่เห็นกลับมาจนเวลารุ่งเช้า จึงยกกองทัพตามทางใหญ่มาใกล้ถึงค่ายล้อมเมือง พอเห็นทหารยกออกมาตั้งสกัดทาง ทหารทั้งสองฝ่ายรอกันอยู่ เตียวของจึงขับม้าขึ้นไปหน้าทหารแล้วร้องบอกว่า พระเจ้าเซงเต้ผู้ครองเมืองเซงโต๋ทราบว่าชาวเมืองลกเอี๋ยงยกทัพเหยียบแดนเมืองยงอิวเข้ามาถึงปลายด่านเมืองเซงโต๋ จึงมีรับสั่งให้เราผู้ชื่อเตียวของคุมทหารยกมาช่วยเจ้าเมืองงันบุ๋น ผู้ใดเป็นแม่ทัพมีฝีมือกล้าหาญ จงเร่งออกมาต่อสู้ดูฝีมือกันให้ถึงแพ้และชนะ ปังอี้ได้ยินจึงขับม้าออกมาหน้าทหารแล้วร้องโต้ตอบว่า เดิมเจ้าเมืองยงอิวไปยอมสามิภักดิ์เป็นเมืองขึ้นแก่เมืองลกเอี๋ยง หวยหงอเจ้าเมืองยงอิวกลับคิดกบฏแข็งเมืองไม่ไปถวายดอกไม้เงินทองตามประเพณี พระเจ้าลกเอี๋ยงให้เราผู้ชื่อปังอี้เป็นแม่ทัพมาปราบ ตัวอยู่เมืองเซงโต๋เหตุใดไม่รักษาแต่เขตแดน ยกมาช่วยผู้กระทำผิดจะมาหาความตายหรือประการใด เตียวของจึงตอบว่าเจ้าเมืองยงอิวกับพระเจ้าเซงเต้เป็นราชไมตรีกันมาแต่ก่อน เจ้าเมืองยงอิวก็ถึงแก่กรรมแล้ว ยังแต่บุตรผู้หาความผิดมิได้ ตัวท่านยกมาล้อมเมืองไว้จะชิงเอาสมบัติด้วยความโลภ ถ้ามิเลิกทัพถอยไป เราจะฟันด้วยง้าวให้ตัวขาดเป็นสองท่อนในเวลานี้ ปังอี้ได้ฟังก็โกรธ ให้ทหารตีกลองรบ แล้วชักม้ารำง้าวเข้าต่อสู้กับเตียวของได้ถึงสิบเพลง เตียวของต้านทานกำลังมิได้ชักม้าหนีเข้ากองทัพ ปังอี้ขับม้าพาทหารไล่ติดตาม ฆ่าฟันทหารเตียวของแตกระส่ำระสายล้มตายเรี่ยรายไปตามทาง เตียวของเห็นปังอี้ขับม้าไล่กระชั้นเข้ามาจะหนีมิพ้น จึงชักม้ากลับเข้าต่อสู้ปังอี้ได้สามเพลง ปังอี้เอาง้าวฟันถูกเตียวของตัวขาดตกม้าตาย

ฝ่ายอองงวนเสียงเตรียมทหารขึ้นคอยกองทัพเตียวของอยู่บนเชิงเทิน ได้ยินเสียงทหารโห่ร้องตีกลองรบกันอื้ออึงอยู่ในป่านอกเมือง สำคัญว่าเตียวของยกทัพเข้าตีค่ายตามหนังสือสัญญาซึ่งให้ม้าใช้ไปนั้น อองงวนเสียงลงจากเชิงเทินขึ้นม้าพาทหารเปิดประตูเมืองออกตีค่าย

ฝ่ายงอฮั่นกับอองป้า โตเหมา ไลเอียก นายกองทหารทั้งสี่ต่างคนขับม้าพาทหารออกระดมตีทัพอองงวนเสียง ทหารทั้งสองฝ่ายรบพุ่งฆ่าฟันกันเป็นตะลุมบอน อองงวนเสียงเห็นทหารล้มตายเป็นอันมากจะต้านทานมิได้ จึงชักม้าพาทหารถอยหนีกลับเข้าเมือง ปิดประตูลงเขื่อนไว้มั่นคง อองงวนเสียงตรวจทหารได้แต่สิบหมื่นเศษ ทหารตายในที่รบประมาณห้าหมื่นเศษ จิวจ๋องจึงเข้าไปคำนับหงอทองแล้วบอกว่า ทหารชาวเมืองลกเอี๋ยงมีฝีมือกล้าแข็งชำนาญการศึกทั้งตัวนายและไพร่ แต่ครั้งบิดาท่านทำศึกเคี่ยวขับกับทหารเมืองลกเอี๋ยง มีแต่เพลี่ยงพลํ้าเสียทีมาหลายครั้ง ทแกล้วทหารล้มตายนับมิได้ ทหารซึ่งมีอยู่น้อยตัวนัก จักทำศึกขับเคี่ยวไปเสียทีลงภายหลังจะแก้ตัวยาก ถ้าท่านยอมสามิภักดิ์โดยดี ทหารและราษฎรชาวเมืองจะไม่ได้ความเดือดร้อนสืบไป ข้าพเจ้าคิดทั้งนี้ท่านจะเห็นประการใด หงอทองจึงตอบว่าท่านคิดชอบ แต่เราเห็นว่าบิดาเราทำศึกต่อสู้ทหารพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้จนสิ้นชีวิต ซึ่งเราจะยอมสามิภักดิ์ เกรงเกลือกพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้จะมีความพยาบาทไม่ชุบเลี้ยงโดยสุจริต จิวจ๋องจึงว่าพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้มีพระทัยโอบอ้อมอารียิ่งนัก ครั้งเมื่องิมเหงได้เป็นทหารเอกอองมังนั้น อองมังให้เป็นเจ้าเมืองอวนเสีย พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้คิดการกำจัดอองมัง จึงเกลี้ยกล่อมทหารยกกองทัพไปรบกับงิมเหงประมาณกึ่งปี งิมเหงตีทัพพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้แตกฆ่าฟันทหารและเชื้อพระวงศ์ตายเป็นอันมาก งิมเหงกลับยอมเข้าด้วยพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ไม่มีความพยาบาท ชุบเลี้ยงให้เป็นขุนนางแม่ทัพมีชื่อปรากฏทั้งแผ่นดิน ซึ่งท่านเกรงว่าพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้จะมีพยาบาทไม่เลี้ยงโดยสุจริตจะคิดทำอันตราย ข้าพเจ้าจะขอตายแทนท่านอย่าวิตกเลย หงอทองได้ฟังจึงตรึกตรองโดยกิตติศัพท์ซึ่งรู้มาแต่ก่อนสมคำจิวจ๋อง หงอทองจึงว่าท่านรับประกันชีวิตเรามิได้เป็นอันตรายแล้ว เราก็จะทำตาม ท่านจงไปบอกกองทัพว่าเราจะออกยอมสามิภักดิ์ ดูท่วงทีถ้อยคำนายทัพนายกองจะว่ากล่าวประการใดให้รู้ความก่อน จิวจ๋องรับคำแล้วคำนับลาออกไปขึ้นบนเชิงเทินร้องบอกว่า เจ้าเมืองงันบุ๋นจะขอยอมสามิภักดิ์โดยดี ขอเชิญท่านแม่ทัพออกมาเจรจากับข้าพเจ้า จะได้นำข้อความกลับไปแจ้งแก่เจ้าเมืองงันบุ๋นให้หายความวิตก ปังอี้ได้ยินดังนั้นจึงออกไปยืนอยู่หน้าค่ายแล้วตอบว่า ถ้าหงอทองจะยอมสามิภักดิ์โดยสุจริตมิได้คิดเป็นกลอุบาย เราจะช่วยทูลให้พระเจ้าเมืองหลวงชุบเลี้ยงคงที่ยศศักดิ์ จิวจ๋องจึงว่าถ้าสมเหมือนคำท่านว่า เจ้าเมืองงันบุ๋นจะค่อยมีความสุข ข้าพเจ้าคิดเกรงเกลือกพระเจ้าเมืองหลวงจะมีความพยาบาททำอันตรายนายข้าพเจ้าจะได้ความเดือดร้อนเมื่อภายหลัง ปังอี้จึงว่าเราเป็นขุนนางผู้ใหญ่ ได้ว่ากล่าวเป็นคำมั่นไม่กลับกลอก ท่านจงไปบอกแก่หงอทองอย่าให้คิดวิตกเลย จิวจ๋องรับคำลงจากเชิงเทินเข้าไปแจ้งความแก่หงอทองตามถ้อยคำปังอี้ทุกประการ หงอทองได้ฟังดังนั้นเห็นว่า ปังอี้มีใจกรุณาโดยสุจริตมีความยินดีนัก จึงจัดสิ่งของเครื่องคำนับพาจิวจ๋องกับขุนนางทั้งปวง เปิดประตูเมืองทิศตะวันออกไปเข้าค่ายคำนับปังอี้แล้วว่า ข้าพเจ้าทำการต่อสู้ท่านทั้งนี้โทษผิด ขอท่านจงกรุณาให้ชีวิตไว้สักครั้งหนึ่ง ข้าพเจ้าจะตั้งใจอาสาทำราชการโดยสุจริต ซึ่งจะคิดประทุษร้ายเหมือนดังบิดานั้นหามิได้ ปังอี้จึงว่าท่านรู้จักโทษตัวผิดออกมาสามิภักดิ์โดยดีดังนี้ พระเจ้าลกเอี๋ยงไม่มีพระทัยพยาบาท เราจะช่วยทูลให้ชุบเลี้ยงได้คงที่ยศศักดิ์ท่านอย่าทุกข์ใจเลย หงอทองได้ฟังมีความยินดี จึงเชิญปังอี้และนายทัพนายกองเข้าเมืองงันบุ๋น ให้แต่งโต๊ะเลี้ยงทแกล้วทหารเป็นที่สบาย

ฝ่ายอองงวนเสียงรู้ว่าหงอทองยอมเข้าด้วยปังอี้ก็เสียใจ จึงพาพรรคพวกอพยพครอบครัวหนีไปอยู่กับกองซุนสุด ณ เมืองเซงโต๋ ขณะเมื่อหงอทองยอมสามิภักดิ์กับปังอี้ สำเร็จราชการเมืองยงอิว เป็นเทศกาลฝน พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้เสวยราชสมบัติในเมืองลกเอี๋ยงได้เจ็ดปี

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ