๑๑

ฝ่ายเตงอูครั้นกองทัพออกมานอกเมืองแล้ว จึงติเตียนทหารทั้งปวงว่า อันประเพณีผู้ซึ่งไปเข้าบ้านเมืองท่าน เจ้าบ้านเจ้าเมืองแต่งของเลี้ยงมาตั้งไว้จะให้กินนั้น ต่อมีผู้มาหาเชื้อเชิญผู้ซึ่งเป็นแขกเมืองจึงจะเข้ากินของเลี้ยงเป็นปกติได้ ซึ่งจะเข้าช่วงชิงกันกินฉะนี้ไม่ชอบ ท่านทั้งปวงลุอำนาจแก่ความอยากทำให้ผิดประเวณีโบราณ จึงเสียการทำให้เสื่อมเกียรติยศเจ้าเรา จะพากันเข้าไปตายเสียด้วยกลอุบายเจ้าเมืองคุนเอี๋ยง พอทหารกองหลังวิ่งมาบอกกองบู๊ว่าอองลังจือยกทัพติดตามมาเป็นอันมาก เตงอูก็พากองบู๊กับทหารทั้งปวงหลีกลัดเข้าทางน้อยไปทิศใต้ ให้ทหารรีบเร่งเดินทั้งกลางวันกลางคืน พ้นด่านเมืองทางซึ่งเป็นพวกอองลังจือมาถึงบ้านบูลูเต๋ง ปังอี้แลดูหน้ากองบู๊อิดโรยกำลังจึงเข้าไปขออาหารต้มชาวบ้านได้ เอามาให้กองบู๊กินพอหายที่ความกระวนกระวายภายในภายใน แล้วให้เดินทัพไปตามทาง พอทหารกองหน้ามาบอกว่าแม่น้ำขวางหน้าอยู่ กองบู๊จึงให้หยุดกองทัพปรึกษาเตงอูกับนายทหารทั้งปวงว่า อองลังจือก็ติดตามมาเราจะรีบไปให้พ้น ก็ขัดสนด้วยแม่น้ำขวางหน้าอยู่ดังนี้ ท่านทั้งปวงจะคิดอุบายแก้ไขประการใด อองป้าจึงว่าซึ่งจะเชื่อฟังแต่ทหารเลวยังมิได้ ข้าพเจ้าจะไปดูให้แน่ก่อน อองป้าคำนับลาฮั่นกองบู๊แล้วขับม้าไปถึงฝั่งน้ำ สะพานและเรือแพที่จะอาศัยข้ามไปขัดสนนัก อองป้ากลัวอองลังจือจะตามมาทันจึงตั้งสัตยอธิษฐานว่า ฮั่นกองบู๊ผู้เป็นเจ้าแห่งข้าพเจ้าตั้งใจจะทำนุบำรุงแผ่นดิน บัดนี้ยกมาปราบโจรทหารน้อยตัวเสียทีหนีอองลังจือมา ถ้าฮั่นกองบู๊มีบุญญาธิการจะได้เป็นกษัตริย์ปราบศัตรูแผ่นดินให้ราบคาบไปภายหน้า ขอจงเทพยดาทั้งหลายช่วยบันดาลให้แม่น้ำฮูโต๋แข็งดังแผ่นดินให้กองบู๊ข้ามไปถึงฝั่ง พ้นจากเงื้อมมืออองลังจือครั้งนี้เถิด อองป้าตั้งสัตยอธิษฐานบวงสรวงเทพยดาแล้วกลับมาคำนับกองบู๊ ฝ่ายนายทหารทั้งปวงจึ่งถามอองป้าว่าน้ำตื้นหรือลึกจะไปได้หรือมิได้ประการใด อองป้าจะบอกว่านํ้าลึกก็เกรงทหารจะท้อใจ จึงบอกกับกองบู๊ว่าขอท่านจงยกทัพเถิดเห็นจะข้ามไปได้อยู่ เตงอูกับทหารทั้งปวงได้ยินอองป้าบอกกองบู๊ดังนั้นต่างคนดีใจ กองบู๊ก็พาไปถึงฝั่งน้ำเห็นนํ้าแข็งเหมือนดังพื้นแผ่นดินมีความยินดีนัก จึงนำทหารเดินข้ามแม่น้าเมืองฮูโต๋ไป

ฝ่ายอองลังจือยกทัพมาฝั่งน้ำ แลไปเห็นพวกทหารกองบู๊เดินน้ำไปก็สำคัญว่าน้ำแข็ง จึงร้องสั่งพวกทหารให้เร่งตามจับเอาตัวเล่าสิ้วบุนซกมาจงได้เราจะให้รางวัล ฝ่ายทหารทั้งปวงต่างจะเอาความชอบ พากันวิ่งไปจะจับกองบู๊เอาความชอบ แต่วิ่งลงน้ำตกน้ำจมตายเสียประมาณสิบหมื่น พอเกิดพายุฝนตกหนัก

ฝ่ายกองบู๊ข้ามแม่น้ำฮูโต๋ขึ้นฝั่งได้ ไปถึงแดนเมืองน่ำเก๋งฝนตกมิได้หยุด กองบู๊หนาวนักเข้าพักทหารอยู่ที่เรือนร้าง ปังอี้จึงเก็บฟืนมากองไว้ เตงอูได้ไฟมาก่อขึ้นให้กองบู๊ผิงไฟพอหายหนาว ปังอี้จึงเข้าไปขออาหารชาวบ้านป่าออกมาให้กองบู๊ กองบู๊ดีใจนัก จึงแบ่งอาหารให้เตงอูกับนายทหารพอระงับความอยาก ครั้นฝนหายแล้วกองบู๊ยกทัพเดินไปตามทางถึงเมืองซินโต๋ ฝ่ายยิมก๋งแจ้งว่ากองบู๊ยกทัพมาจึงพาเก๋งต้านหนึ่ง คับเอี๋ยนหนึ่ง เคาสุนหนึ่ง เจจุ้นหนึ่ง ยกออกมารับกองบู๊เข้าเมือง เชิญให้นั่งที่สมควรต่างคนคำนับแล้ว ให้ยกโต๊ะมาเลี้ยงกองบู๊และทหารที่อดอยากมาให้มีกำลังทุกคน

ฝ่ายอองลังจือครั้นเห็นทหารวิ่งตามกองบู๊ไป ทหารตกน้ำตายเป็นอันมาก แต่กองบู๊นั้นเดินน้ำหนีไปได้เห็นเป็นอัศจรรย์นัก อองลังจือจึงให้ตัดไม้ผูกแพข้ามทหารขึ้นถึงฝั่ง ยกกองทัพตามกองบู๊ไปตามทางถึงเมืองซินโต๋ อองลังจือให้ทหารเข้าไปสืบรู้ว่ากองบู๊หนีเข้าอยู่ในเมืองซินโต๋ อองลังจือจึงตั้งค่ายมั่นไว้ใกล้เมืองประมาณสามลี้

ฝ่ายกองบู๊กับยิมก๋งนายทหารทั้งปวงนั่งกินโต๊ะเสพสุราสนทนากันอยู่ พอทหารเข้ามาบอกว่ากองทัพอองลังจือยกมาตั้งค่ายอยู่ผู้คนเป็นอันมาก กองบู๊ได้ยินดังนั้นก็ตกใจ จึงปรึกษาขุนนางนายทัพนายกองทหารว่า ผู้ใดมีกำลังจะออกอาสาเราเข้ารบอองลังจือบ้าง นายทหารทั้งปวงต่างคนรับอาสาว่าจะขอออกรบกับอองลังจือ ยิมก๋งจึงว่าอองลังจือยกกองทัพมาครั้งนี้ ทหารในกองทัพอองลังจือมีฝีมือเข้มแข็ง ทหารฝ่ายเราจะออกสู้รบประจันหน้านั้นเห็นจะเอาชัยชนะมิได้ ข้าพเจ้าสืบรู้ว่าเล่าสิดเป็นเชื้อพระวงศ์พระเจ้าฮั่นโกโจ ตั้งกองซ่องสุมทแกล้วทหารอยู่ ณ บ้านตังโก๋ตำบลหนึ่ง โต๊ะมอกับอองเสียงตั้งซ่องอยู่ ณ บ้านไซโก๋ตำบลหนึ่ง ถ้าท่านจะให้ทหารผู้มีสติปัญญาไปว่ากล่าวเกลี้ยกล่อมนายซ่องทั้งสองตำบลเข้าด้วยยกมาช่วยตีทัพ เห็นจะจับอองลังจือได้โดยง่าย กองบู๊ได้ฟังดังนั้นเห็นชอบ จึงสั่งให้เคาสุนไปเกลี้ยกล่อมเล่าสิดกับอองเสียงโต๊ะมอ เคาสุนคำนับลาออกจากเมืองไปถึงตำบลตังโก๋ จึงให้นายทหารเข้าไปบอกเล่าสิด เล่าสิดรู้ว่าเคาสุนมาจึงออกไปรับเข้ามานั่งที่สมควรต่างคน ต่างคนคำนับกันตามธรรมเนียม เล่าสิดจึงถามเคาสุนว่าท่านมาหาข้าพเจ้าทั้งนี้มีธุระกังวลสิ่งใด เคาสุนจึงว่าไต้สุมาเล่าสิ้วบุนซกซึ่งเป็นเชื้อพระวงศ์เตงอ๋อง เล่าสิ้วบุนซกเป็นบุตรเล่าคิม ตั้งเกลี้ยกล่อมทหารยกไปทำการกำจัดอองมังศัตรูแผ่นดิน สำเร็จราชการแล้วจึงยกสมบัติในเมืองหลวงให้เล่าเหี้ยนเป็นเกงซีฮ่องเต้ เกงซีฮ่องเต้ให้มาปราบโจร บัดนี้อองลังจือบุตรอองมังเกลี้ยกล่อมทหารยกมาทำศึกกับไต้สุมาเล่าสิ้วบุนซก อองลังจือมีทหารเป็นอันมาก ไต้สุมาเล่าสิ้วบุนซกเสียทีหนีอองลังจือมาอาศัยอยู่เมืองซินโต๋ จึงให้ข้าพเจ้ามาเชิญท่านไปช่วยปราบศัตรูแผ่นดิน เล่าสิดจึงว่าข้าพเจ้าก็เป็นแซ่เดียวกับเล่าสิ้วบุนซก เล่าสิ้วบุนซกเป็นคนสุภาพ บัดนี้มีความทุกข์ให้ท่านมาหา ข้าพเจ้าจะเสียเล่าสิ้วบุนซกมิได้จะไปช่วย ใช่ว่าจะปรารถนาความชอบในเกงซีฮ่องเต้หามิได้ แต่ซึ่งจะยกไปครั้งนี้ทหารน้อยนักเกลือกจะเสียทีแก่อองลังจือ ข้าพเจ้าจะพาทหารไปหาอองเสียงอยู่บ้านไซโก๋ ท่านจงว่ากล่าวเกลี้ยกล่อมให้อองเสียงเข้าด้วยเล่าสิ้วบุนซก ยกทหารมาสมทบกองทัพยกไปจับอองลังจือ เห็นจะเอาชัยชนะได้โดยง่าย เคาสุนได้ฟังดังนั้นจึงว่าซึ่งท่านว่านี้สมกับความคิดข้าพเจ้า เคาสุนกับเล่าสิดก็พาทหารยกออกจากบ้านตังโก๋ไป ถึงบ้านไซโก๋เคาสุนจึงให้นายประตูเข้าไปบอกแก่อองเสียงกับโต๊ะมอ โต๊ะมอจึงออกมารับเคาสุนกับเล่าสิดเข้าไปในบ้านนั่งที่สมควรต่างคนคำนับกัน โต๊ะมอจึงถามเคาสุนว่า ท่านมาหาข้าพเจ้ามีธุระกังวลประการใด เคาสุนจึงบอกว่าไต้สุมาเล่าสิ้วบุนซกยกทัพออกจากเมืองหลวงมาปราบโจร บัดนี้ได้รบกับอองลังจืออาศัยอยู่เมืองซินโต๋ จึงใช้ให้ข้าพเจ้ามาหาท่านไปช่วยตีทัพอองลังจือให้แตกไป โต๊ะมอได้ยินออกชื่อไต้สุมาเล่าสิ้วบุนซกก็ดีใจ จึงว่าข้าพเจ้าจะไปช่วยเล่าสิ้วบุนซกเอาชัยชนะแก่อองลังจือให้จงได้ท่านอย่าวิตกเลย โต๊ะมอจึงสั่งให้อองเสียงจัดเตรียมทหารออกไปสมทบกับทหารเล่าสิดจะยกทัพ เล่าสิดจึงว่าแก่เคาสุนซึ่งทหารสมทบกันทั้งสองกองนี้ยังน้อยนัก จำจะไปหาเล่าเฮียนเจ้าเมืองฮือเอี๋ยงซึ่งเป็นแซ่เดียวกับเล่าสิ้วบุนซก จะยืมทหารเล่าเฮียนมาด้วย จะได้ช่วยกันรบเอาชัยชนะแก่อองลังจือให้จงได้ท่านจะเห็นประการใด เคาสุนเห็นชอบ เล่าสิดจึงพาเคาสุนโต๊ะมอกับอองเสียงขึ้นม้าไปเมืองฮือเอี๋ยง

ฝ่ายเมียวหมองซึ่งอองลังจือให้รักษาเมืองฮือเอี๋ยง ออกมาเที่ยวตรวจด่านเห็นทหารสี่คนแปลกหน้าล่วงด่านเข้ามา จึงร้องถามว่าท่านเป็นทหารผู้ใดมาแต่ไหน เคาสุนบอกว่าเป็นทหารไต้สุมาเล่าสิ้วบุนซก เราจะมายืมทหารเจ้าเมืองฮือเอี๋ยงไปรบอองลังจือ เมียวหมองได้ยินก็โกรธ จึงขับม้าพาทหารเข้าไล่จับทหารทั้งสี่นาย

ฝ่ายเคาสุนกับเล่าสิดโต๊ะมออองเสียงเห็นดังนั้นก็ตกใจ ชักม้ากลับหนีเมียวหมองไปทางประมาณเจ็ดลี้ พอพบกับกองทัพสวนทางมามีธงสำหรับกองทัพอักษรว่าไต้ฮั่น เคาสุนรู้ว่าเป็นพวกกองบู๊ เคาสุนร้องบอกว่าข้าพเจ้าชื่อเคาสุนขุนนางอยู่ในฮั่นกองบู๊ บัดนี้พวกโจรไล่ติดตามมาจงช่วยข้าพเจ้าด้วย

ฝ่ายโตเหมาหนึ่ง งอฮั่นหนึ่ง ม้าเสงหนึ่ง ขี่ม้านำทหารมาได้ยินดังนั้น จึงให้ทหารเข้าซุ่มอยู่สองข้างทาง ครั้นเห็นเมียวหมองขับม้าพาทหารติดตามเคาสุนล่วงถลำเข้ามา นายทหารทั้งสามคนขับม้าพาทหารล้อมฆ่าฟันทหารเมียวหมองล้มตายแตกหนีเข้าป่า งอฮั่นจับเมียวหมองได้ ทั้งเจ็ดนายพากันเข้าไปเมืองฮือเอี๋ยงเกลี้ยกล่อมชาวเมืองมิให้สะดุ้งตกใจ แล้วโตเหมาจึงถามเคาสุนว่าท่านทั้งสี่คนไม่มีทแกล้วทหาร พากันเที่ยวมาให้เมียวหมองไล่จับทั้งนี้จะไปแห่งใด เคาสุนจึงบอกว่าไต้สุมาเล่าสิ้วบุนซกมาอยู่เมืองซินโต๋ จึงใช้ข้าพเจ้ามายืมทหารเล่าสิดจะไปรบกับอองลังจือ เล่าสิดเห็นว่าทหารยังน้อยตัวนัก จึงมาสมทบกับทหารอองเสียงกับโต๊ะมอแล้ว เห็นว่าทหารยังน้อยอยู่ จะยกไปต่อสู้กับอองลังจือมิได้ จึงพากันมายืมทหารเจ้าเมืองฮือเอี๋ยง พอพวกเมียวหมองไล่จับข้าพเจ้าหนีมาพบทัพท่านช่วยได้รอดชีวิตขอบคุณยิ่งนัก งอฮั่นได้ยินดังนั้นจึงเล่าความแต่หลังให้ฟัง ว่าเดิมเล่าเฮียนเจ้าเมืองฮือเอี๋ยงเป็นอาไต้สุมาเล่าสิ้วบุนซก เล่าสิ้วบุนซกมายืมทหารจะไปรบอองลังจือ พอเมียวหมองนำกองทัพอองลังจือตามไต้สุมาเล่าสิ้วบุนซกมาถึงเมือง เล่าเฮียนมิทันจัดทหาร พออองลังจือยกทัพเข้าเมืองได้ ไต้สุมาเล่าสิ้วบุนซกผู้นายเรากับเล่าเฮียนต่างคนหนีไป อองลังจือจึงให้เมียวหมองอยู่รักษาเมืองฮือเอี๋ยง เราทั้งสามนายยกมาว่าจะตีเอาเมืองฮือเอี๋ยง จับเมียวหมองแก้แค้นแทนไต้สุมาเล่าสิ้วบุนซก พอพบท่านจึงจับเมียวหมองได้ งอฮั่นจึงปรึกษานายทหารว่าเมียวหมองเป็นพวกอองลังจือ เราจับได้โทษถึงตายควรจะฆ่าเสีย นายทหารทั้งปวงเห็นชอบด้วยจึงให้มัดเมียวหมองไปตัดศีรษะเสียบประจานไว้นอกเมือง

ฝ่ายเล่าเฮียนขณะเมื่ออองลังจือเข้าเมืองได้ จึงหนีเข้าป่ารวบรวมทหารได้เป็นอันมาก ครั้นรู้ว่าทหารกองบู๊ชิงเอาเมืองได้ดีใจนัก จึงพาทหารออกจากป่ามาถึงประตูเมือง นายประตูจึงเข้ามาบอกความแก่โตเหมา

ฝ่ายโตเหมากับนายทหารแจ้งความว่าเล่าเฮียนมาถึง จึงพากันออกไปรับคำนับเชิญเข้าเมืองนั่งที่สมควร แล้วงอฮั่นจึงถามเล่าเฮียนว่าท่านอยู่แห่งใดช้านานพึ่งมา เล่าเฮียนจึงบอกว่าเราเสียเมืองแก่อองลังจือ อองลังจือให้เมียวหมองอยู่รักษาเมือง เราไปรวบรวมทหารได้สองหมื่นจะยกมาตีคืนเอาเมือง ซึ่งท่านตีเมืองได้ครั้งนี้เราดีใจนัก ตัวเมียวหมองนั้นท่านจับได้หรือหนีไปแห่งใดเล่า งอฮั่นจึงบอกว่าข้าพเจ้าทั้งปวงจับเมียวหมองได้ เอาไปตัดศีรษะเสียบประจานไว้นอกเมืองแล้ว เล่าเฮียนมีความพยาบาทนัก จึงถอดกระบี่ออกเดินไปฟันอาสภเมียวหมองขาดประมาณแปดท่อนด้วยความแค้ แล้วจึงกลับมา สั่งคนใช้ให้เลี้ยงโต๊ะทหารทั้งปวง พอนายประตูเข้ามาบอกว่าควังเอี๋ยมกับควังยี่มาถึง เคาสุนกับงอฮั่นนายทหารทั้งปวงต่างคนออกไปรับเข้ามา เชิญให้ควังเอี๋ยมกับควังยี่กินโต๊ะ แล้วถามว่าท่านพาทหารมาทางนี้จะไปแห่งใด ควังเอี๋ยมจึงว่าเราไปยืมทหารเมืองโฮเฮงก๊ก จะยกไปช่วยไต้สุมาเล่าสิ้วบุนซกรบอองลังจือ เราแจ้งข่าวว่าอองลังจือยกตามไต้สุมาเล่าสิ้วบุนซกมาตีชิงเอาเมืองฮือเอี๋ยงได้ ให้เมียวหมองรักษาเมืองอยู่ เราจะยกมาตีคืนเอาเมืองฮือเอี๋ยง บัดนี้ท่านได้เมืองคืนแล้วตัวเมียวหมองท่านจับได้หรือหนีไปอยู่แห่งใด เล่าเฮียนจึงบอกว่างอฮั่นกับนายทหารทั้งปวงเข้าเมืองได้ก่อน พากันจับตัวเมียวหมองได้ไปฆ่าเสียแล้ว ควังเอี๋ยมได้ยินดังนั้นดีใจนัก ครั้นกินโต๊ะแล้วเล่าเฮียนให้ตรวจนับทหารซึ่งสมทบกันได้ทหารยี่สิบหมื่น นายทหารพร้อมกันจึงปรึกษากันตั้งเล่าเฮียนเป็นที่งวนโซย งอฮั่นเป็นผู้ช่วยราชการทัพ โตเหมากับม้าเสงเป็นแม่ทัพหน้า เล่าสิดกับโต๊ะมอเป็นปีกซ้ายขวา ควังเอี๋ยมกับอองเสียงเป็นกองเกียกกาย

ครั้นเวลารุ่งเช้า เล่าเฮียนจึงจุดประทัดสัญญา ทหารทั้งปวงยกทัพออกจากเมืองฮือเอี๋ยง เสียงม้าล่อและกลองโห่ร้องอื้ออึงไปตามทาง บรรดาหัวเมืองรายทางซึ่งเป็นพวกอองลังจือกลัวเล่าเฮียนจะตีเมือง พากันออกมาเข้าด้วยเล่าเฮียนเป็นอันมาก เล่าเฮียนกับงอฮั่นสั่งกำชับทหารในกองทัพมิให้ข่มเหงเก็บริบเอาทรัพย์สิ่งของราษฎรชาวเมืองให้ได้ความเดือดร้อน แล้วเล่าเฮียนเดินทัพตามระยะทางไปถึงแดนเมืองซินโต๋ จึงตั้งค่ายมั่นลงไว้ห่างเมืองทางห้าสิบลี้แล้วให้ทหารไปสืบค่ายอองลังจือ แล้วให้เคาสุนเข้าไปแจ้งความแก่ไต้สุมาเล่าสิ้วบุนซก ณ เมืองซินโต๋ เคาสุนคำนับลาขึ้นม้าออกจากค่ายรีบไปถึงเชิงกำแพง เห็นทหารรักษาหน้าที่เชิงเทินมั่นคงอยู่ จึงเรียกนายประตูให้เปิดรับ นายประตูจึงเข้าไปแจ้งความแก่กองบู๊ กองบู๊รู้ว่าเคาสุนกลับมาจึงให้ทหารเปิดประตูรับ เคาสุนเข้าไปคำนับแจ้งความแก่กองบู๊ทุกประการ กองบู๊รู้ว่ากองทัพยกมาช่วยมีความยินดีนัก จึงสั่งให้เคาสุนกลับออกไปค่ายกำหนดวันจะออกตีทัพอองลังจือ กองบู๊จึงขึ้นไปเชิงเทินเห็นเล่าหลิมกับเล่าเต๋งซึ่งมาตั้งค่ายอยู่หน้าเมือง กองบู๊จึงร้องเรียกเล่าหลิมเล่าเต๋งให้ออกมา แล้วว่าตัวท่านทั้งสองเป็นพี่น้องร่วมแซ่กันกับเรา จงมาเข้าด้วยกับเราจะช่วยกันกำจัดอองลังจือผู้เป็นลูกศัตรูแผ่นดินเสีย บ้านเมืองก็จะอยู่เย็นเป็นสุข ซึ่งท่านจะหลงอยู่ด้วยอองลังจือนั้นนานไปจะได้ความเดือดร้อน เล่าหลิมเล่าเต๋งไม่ยอมจึงชักม้ากลับเข้าค่าย

ฝ่ายกองบู๊ก็กลับลงไปนั่งที่ว่าราชการ พอเวลาคํ่าเตงอูจึงปรึกษากองบู๊ว่ากองทัพก็มาพร้อมแล้ว ค่ำวันนี้ข้าพเจ้าจะออกปล้นค่ายอองลังจือท่านจะเห็นประการใด กองบู๊เห็นชอบเตงอูจึงจัดทหารห้าหมื่นให้เอียวกี๋ ทหารมีฝีมือแยกกันเป็นสี่กองเดินตามทางน้อยไปซุ่มอยู่นอกค่ายอองลังจือกองละหมื่น ครั้นเวลาประมาณสามยามเศษ เตงอูจึงให้ทหารออกไปสอดแนมรู้ว่าทหารในกองทัพอองลังจือประมาทมิได้ตรวจตราพากันหลับสิ้น เตงอูจึงจุดประทัดสัญญาขึ้นให้นายทหารกองซุ่มเข้าปล้นค่าย ทหารระดมกันฆ่าฟันทหารในค่ายอองลังจือล้มตายเป็นอลหม่าน

ฝ่ายอองลังจือและนายทัพนายกองทหารทั้งปวงได้ยินเสียงอื้ออึงรู้ว่าข้าศึกปล้นค่าย ต่างคนตกใจตื่นแตกหนีออกจากค่ายเหยียบกันล้มตายป่วยเจ็บเป็นอันมาก เหงวับคิมพาอองลังจือขับม้าหนีเข้าป่า

ฝ่ายเตงอูขับม้าพาทหารติดตามฆ่าฟันทหารอองลังจือแตกหนี เอียวกี๋จับเล่าหลิมได้มัดจูงมา เตงอูจึงพานายทหารกลับเข้าเมือง

ฝ่ายกองบู๊จึงเปิดประตูเมืองออกไปรับ เห็นเอียวกี๋จับนายทหารมาสำคัญว่าจับอองลังจือได้กองบู๊ดีใจนัก ครั้นเข้ามาใกล้ให้นายทหารเอาคบเพลิงส่องดูรู้ว่าเล่าหลิมผู้น้องซึ่งเป็นเจ้าเมืองกำตั๋น จึงลงจากม้าแก้มัดแล้วร้องไห้ ครั้นวายความโศกจึงพาเล่าหลิมทหารทั้งปวงกลับเข้าเมือง

ฝ่ายเหงวับคิมพาอองลังจือหนีจากค่ายไปเข้าป่า มิได้เห็นทหารกองบู๊ตามมา พอเวลารุ่งขึ้นจึงหยุดพักตั้งรวบรวมทหาร ครั้นนายทัพนายกองมาพร้อมกันแล้ว ให้ตรวจทหารได้แต่ห้าสิบหมื่นเสียเสบียงอาหารเป็นอันมาก จึงให้ตั้งค่ายมั่นลงไว้ ให้ทหารออกตีชิงเอาเสบียงอาหารราษฎรชาวบ้านแลหัวเมืองมาแจกจ่ายทหารกองทัพพอเป็นกำลังศึก อองลังจือรู้ว่าเล่าเฮียนกับงอฮั่นยกมาตั้งค่าย ฆ่าโคกระบือปรนปรือทแกล้วทหารทั้งปวงอยู่ จึงสั่งเล่าเต๋งหนึ่ง เตียวบีหนึ่ง หลีเฮียนหนึ่ง ให้คุมทหารสองหมื่นไปปล้นค่ายชิงเอาเสบียงอาหารมาให้จงได้ นายทหารทั้งสามคนคำนับรับคำพาทหารออกจากค่ายไปซุ่มอยู่กลางป่า

ฝ่ายคนใช้ซึ่งงอฮั่นให้ไปสืบข่าวราชการ แจ้งความว่าเหงวับคิมพาอองลังจือมาตั้งค่ายอยู่กลางป่า แต่งทหารไปปล้นค่ายงอฮั่น จึงพากันเข้าไปแจ้งความแก่งอฮั่นทุกประการ งอฮั่นรู้ความดังนั้นจึงปรึกษาเล่าเฮียนกับทหารทั้งปวงว่า ทหารเหงวับคิมจะมาปล้นค่ายครั้งนี้ เราคิดอุบายพากันยกแยกทหารออกตั้งซุ่มอยู่นอกค่ายทั้งสี่ทิศ คอยให้ทหารอองลังจือเข้าปล้นค่ายจึงล้อมจับฆ่าเสียให้สิ้นท่านจะเห็นประการใด เล่าเฮียนกับนายทหารทั้งปวงเห็นชอบ ต่างคนคุมทหารยกออกจากค่ายแยกกันไปซุ่มอยู่ทั้งสี่ทิศ

ฝ่ายเล่าเต๋งกับเตียวบีหลีเฮียนครั้นเวลาค่ำลง จึงจัดเตรียมทหารพร้อมแล้ว พอเวลาดึกประมาณสามยามเศษ สามนายจึงพาทหารเข้าไปใกล้ค่ายเห็นเงียบสงัดอยู่ก็ดีใจ จึงขับทหารเข้าไปในค่ายเห็นค่ายเปล่าหาผู้คนมิได้คิดสงสัยใจอยู่ จึงกลับมาพาทหารออกจากค่าย พอได้ยินเสียงประทัดข้างต้นทาง ทหารออกมาขวางทางอยู่เป็นอันมาก ทั้งสามนายตกใจนักชักม้ากลับไปทางตะวันตก

ฝ่ายอองเสียงซึ่งตั้งกองซุ่มอยู่เห็นดังนั้นก็ขับทหารออกสกัด เตียวบีจึงพาทหารกลับไปทางตะวันออก เกียฮกจึงพาทหารออกสกัด เล่าเต๋งตกใจชักม้ากลับมาจะเข้าค่าย

ฝ่ายโตเหมากับเล่าสิดก็ขับม้าพาทหารไล่จับเล่าเต๋งกับเตียวบีหลีเฮียน เตียวบีหลีเฮียนจวนตัวจะหนีมิพ้นจึงชักม้าเข้ารบกับโตเหมา เล่าสิดเอาทวนแทงเล่าเต๋งตกม้าตาย ฝ่ายนายทหารเข้าระดมกันล้อมฆ่าฟันทหารเล่าเต๋งล้มตายเป็นอันมาก โตเหมาจับเตียวบี เล่าสิดจับหลีเฮียนได้ ส่งให้ทหารมัดไว้แล้วพากันกลับเข้าค่าย

ฝ่ายกองบู๊กับเตงอูอยู่ในเมืองปรึกษาราชการอยู่กับขุนนางทั้งปวง พอทหารไปสืบการเข้ามาบอกว่าเหงวับคิมให้ทหารไปปล้นค่ายงอฮั่น กองบู๊กับเตงอูจึงสั่งให้จัดเตรียมทหาร เปิดประตูออกไปปล้นค่ายเหงวับคิมในเวลากลางคืนนั้น

ฝ่ายอองลังจือกับเหงวับคิมได้ยินเสียงทหารในค่ายแตกตื่นกันเป็นอลหม่าน มิได้รู้ว่าข้าศึกมามากแลน้อย เหงวับคิมตกใจพาอองลังจือหนีออกจากค่ายเข้าไปซุ่มอยู่ในป่า ฝ่ายทหารกองบู๊เข้าไล่ฆ่าฟันทหารอองลังจือล้มตายเป็นอันมาก พอจวนเวลาใกล้รุ่งกองบู๊ก็พาทหารกลับเข้าเมือง พอโตเหมาเล่าสิดมัดมือเตียวบีหลีเฮียนมาคำนับแจ้งความแก่กองบู๊ทุกประการ กองบู๊ได้ฟังดังนั้นดีใจนัก จึงว่าเตียวบีกับหลีเฮียนเป็นทหารอองลังจือ สองคนนี้เป็นคนส่อเสียดว่ากล่าวแนะนำให้อองลังจือติดตามจับเรา กองบู๊จึงให้เอาเตียวบีกับหลีเฮียนไปฆ่าเสีย แล้วยกกองทัพตามอองลังจือไป

ฝ่ายอองลังจือกับเหงวับคิมหนีกองบู๊มาถึงตำบลหนึ่ง พอเวลารุ่งขึ้นรวบรวมทหารที่เหลือมา ให้ตรวจชื่อดูได้ทหารยี่สิบหมื่น ทหารตายเสียสามสิบหมื่น พอทหารวิ่งมาบอกว่าทหารกองบู๊ตามมา อองลังจือตกใจนักจึงขับม้าพาทหารหนีไปตามทาง พอได้ยินเสียงประทัดทหารออกมาสกัดหน้าอยู่เป็นอันมาก

ฝ่ายควังสุนเห็นอองลังจือมาก็ขับม้าเข้ารบกับอองลังจือ ทหารทั้งสองฝ่ายพุ่งซัดอาวุธยิงเกาทัณฑ์รบกันเป็นสามารถ ฝ่ายกองบู๊กับเตงอูพาทหารรีบติดตามอองลังจือมา เห็นควังสุนกับอองลังจือรบกันอยู่ ขับม้าเข้าไปจะจับเหงวับคิม เหงวับคิมจึงผูกหญ้าเป็นภาพยนตร์กระทำด้วยมนต์ไสยศาสตร์ หญ้านั้นกลายเป็นมังกรพาเหงวับคิมเหาะลอยขึ้นไปบนอากาศ เหงวับคิมจึงถอดกระบี่ออกขับมังกรภาพยนตร์ลงมา เอากระบี่ฟันแพมัวคอขาดตกม้าตาย แล้วขับมังกรไปฟันกองบู๊ กองบู๊หลบทัน เหงวับคิมฟันถูกคอม้ากองบู๊ขาด กองบู๊ตกม้าลงตกใจนัก จึงพาทหารกลับไปตั้งค่ายมั่นอยู่ อองลังจือกับเหงวับคิมเห็นทหารกองบู๊ล่าทัพไป ก็สั่งให้ทหารตั้งค่ายมั่นลงไว้ตรวจตรารักษาค่ายเป็นสามารถ

กองบู๊อยู่ในค่าย ครั้นเวลาค่ำลงจึงปรึกษาเตงอูแลนายทัพนายกองพร้อมกันว่า ครั้นเมื่อเรารบกับอองมังนั้น กิบูป้ามีวิชาการอ่านมนต์ไสยศาสตร์เป็นเสือช้าง มีผู้อาจมาแก้ได้จึงทำศึกชนะแก่อองมัง ครั้งนี้เหงวับคิมผูกภาพยนตร์ด้วยมนต์ไสยศาสตร์เหาะมามุ่งจะฆ่าเรา เดชะบุญไม่ถึง ตายเสียแต่ม้า ผู้ใดมีวิชาจงอาสาเราฆ่าเหงวับคิมเสีย เตงอูแลนายทหารทั้งปวงได้ยินดังนั้นต่างคนนั่งนิ่งอยู่

ฝ่ายเหงวับคิมกับอองลังจือนายทหารนั่งพร้อมกันอยู่ในค่าย เหงวับคิมจึงว่ากับอองลังจือว่า เวลาคํ่าวันนี้ข้าพเจ้าแต่งภาพยนตร์เป็นมังกรเหาะไปฟันถูกเล่าสิ้วบุนซกคอขาดเห็นประจักษ์แก่ตา กองบู๊ไม่ตายกลับไปได้ ข้าพเจ้าเห็นว่าเล่าสิ้วบุนซกมีวิชาฆ่าไม่ตาย จะสู้รบต่อไปเห็นจะเอาชัยชนะมิได้ ข้าพเจ้าจะขอสตรีรูปงามซึ่งเป็นห้ามท่านเสกด้วยมนต์ไสยศาสตร์เหาะไปว่ากล่าวให้กองบู๊กลับทัพ กองบู๊เห็นสตรีเหาะลอยได้จะสำคัญว่าเทวดาจะพากันถอยกลับไปเป็นมั่นคง อองลังจือเห็นชอบ เหงวับคิมจึงจัดสตรีรูปงามห้ามอองลังจือมาสั่งสอนให้ไปว่ากล่าวแก่กองบู๊ แล้วอ่านมนต์ไสยศาสตร์ สตรีเหาะลอยขึ้นอากาศไปอยู่ตรงค่ายฮั่นกองบู๊

ฝ่ายฮั่นกองบู๊นั่งปรึกษาราชการอยู่ ณ ค่ายกับนายทหารทั้งปวงในเวลากลางคืนพระจันทร์ส่องแสงสว่าง กองบู๊จึงถือไม้เท้าชวนนายทหารออกมายืนอยู่ที่แจ้ง

ฝ่ายสตรีซึ่งเหงวับคิมใช้มนต์ไสยศาสตร์มาเห็นดังนั้น จึงร้องบอกกองบู๊ด้วยกลอุบายว่า ตัวเราคือนางเทพธิดารู้ว่าท่านมาทำการสู้รบกับไต้ฮั่นฮ่องเต้ เรามีความกรุณาจึงมาบอกแก่ท่านให้แจ้งความ อันเล่าจือหยูซึ่งเป็นไต้ฮั่นฮ่องเต้นั้นมีบุญญาธิการ เทวดาเชิญลงมาเป็นกษัตริย์บำรุงแผ่นดินให้อยู่เย็นเป็นสุข ท่านจงยอมเข้าด้วยผู้มีบุญปราบยุคเข็ญเถิด ถ้ามิยอมเข้าด้วยไต้ฮั่นฮ่องเต้จะทำการต่อสู้สงครามสืบไป ท่านก็จะพาทแกล้วทหารล้มตายเสียเป็นอันมาก เอียวกี๋อยู่เบื้องหลังกองบู๊จึงน้าวเกาทัณฑ์ยิงไปถูกสตรีผู้นั้นตกลง ทหารทั้งปวงรู้ว่ามิใช่นางเทพธิดาจึงวิ่งเข้าไปจับตัวมา กองบู๊จึงให้เอียวกี๋ถามว่าตัวเป็นมนุษย์หรือปีศาจจึงมาว่ากล่าวยกย่องอองลังจือว่าเป็นผู้มีบุญฉะนี้ หรือผู้ใดใช้มา ถ้าไม่บอกโดยจริงจะฆ่าเสีย สตรีผู้นั้นตกใจนัก จึงบอกว่าข้าพเจ้าเป็นห้ามอองลังจือ เหงวับคิมใช้ด้วยมนต์ไสยศาสตร์ให้มาว่ากล่าวล่อลวงให้ท่านยกทัพกลับไปเสีย ท่านจับข้าพเจ้าได้ครั้งนี้โทษข้าพเจ้าถึงตาย ท่านจงได้กรุณาขอชีวิตไว้ครั้งหนึ่ง เตงอูแจ้งความดังนั้นให้เอาเลือดสุนัขมาสาดสตรีให้วิทยาคมเสื่อมหาย สตรีผู้นั้นหาเหาะไปได้ไม่ กองบู๊จึงให้เอาตัวสตรีนั้นไว้ในค่าย

ครั้นเวลารุ่งขึ้นเช้า กองบู๊จัดเตรียมทหารยกเข้าตีค่ายอองลังจือ อองลังจือกับเหงวับคิมต่อสู้ฝีมือทหารกองบู๊มิได้ จึงขับม้าพาทหารหนีเข้าไปอยู่ในเมืองซองจูเสีย ให้ปิดประตูเมืองขับทหารรักษาหน้าที่เชิงเทินไว้เป็นสามารถ

ฝ่ายกองบู๊ยกทัพติดตามไปล้อมเมืองซองจูเสียไว้เป็นสามารถ เหงวับคิมครั้นรู้ว่ากองบู๊ล้อมเมืองอยู่ จะออกต่อสู้กำลังทหารฮั่นกองบู๊มิได้ จึงเอาหญ้ามามัดเป็นรูปมังกรแล้วพาอองลังจือขึ้นบนหอคอยอันสูง เหงวับคิมอ่านมนต์ไสยศาสตร์จะให้มังกรหญ้าพาเหาะหนี ฝ่ายเตงอูแลไปเห็นดังนั้นจึงอ่านมนต์ไสยศาสตร์ซึ่งได้เรียนมาแต่สำนักอาจารย์จู๋ป๋องแก้มนต์เหงวับคิมเสีย

ฝ่ายเหงวับคิมอ่านมนต์อยู่เป็นช้านานเห็นว่าอาคมเสื่อมเสียแล้วก็ตกใจ จึงพาอองลังจือลงมาจากหอคอยขึ้นตรวจตราให้ทหารรักษาหน้าที่เชิงเทินป้องกันเมืองไว้ประมาณครึ่งเดือน เหงวับคิมขัดสนเสบียงอาหารพวกทหารอิดโรยกำลังระส่ำระสายจวนจะเสียเมืองแล้ว ครั้นเวลาค่ำลงเหงวับคิมก็พาอองลังจือขึ้นม้าพาทหารเปิดประตูหลังเมืองออกจะไปเมืองกำตั๋น

ฝ่ายตันจุ้นหนึ่ง ฮองสิวหนึ่ง กิเชียงหนึ่ง นายทหารสามคนซึ่งรักษาอยู่หลังเมืองเห็นอองลังจือกับเหงวับคิมออกมา ต่างคนขับม้าพาทหารเข้าไล่ล้อมฆ่าฟันทหารอองลังจือแตกระส่ำระสาย ที่เหลือตายพากันหนีเข้าป่าเป็นอันมาก ฝ่ายอองลังจือกับเหงวับคิมตกใจนักชักม้าหนีเข้าทางน้อยไปเมืองกำตั๋น กองบู๊แจ้งความดังนั้นก็เลิกทัพกลับตามอองลังจือไปล้อมเมืองกำตั๋นไว้เป็นสามารถ

ฝ่ายอองลังจือเสียทแกล้วทหารประมาณสิบส่วน ยังมีทหารอยู่สามร้อยเศษ อองลังจือทุกข์ใจนัก เหงวับคิมเห็นดังนั้นจึงว่าฝ่ายทิศตะวันตกมีโจรผู้หนึ่งฝีมือเข้มแข็งนักได้คุมพวกโจรเป็นอันมาก ขอท่านจงใช้คนไปว่ากล่าวเกลี้ยกล่อมให้นายโจรเข้าด้วยท่านแล้ว จงยืมทหารมาช่วยต่อสู้เล่าสิ้วบุนซก เห็นจะเอาชัยชนะได้โดยง่าย อองลังจือได้ฟังดังนั้นดีใจนัก จึงสั่งแพะต๋วยให้ไปเกลี้ยกล่อมนายโจร แพะต๋วยรับคำลาพาคนใช้ประมาณสิบคน เปิดประตูรบฝ่าทหารออกไปถึงเขาไทสานเห็นค่ายตั้งอยู่ริมเชิงเขา แพะต๋วยจึงเข้าไปบอกแก่นายประตูค่ายว่ามีรับสั่งไต้ฮั่นฮ่องเต้ใช้มา นายประตูจึงเข้าไปบอกแก่งิมเหงตามคำแพะต๋วย

ฝ่ายงิมเหงกับลิต๋ง ตั้งแต่จากไต้สุมากองบู๊มาตั้งค่ายคอยฟังข่าวฮั่นกองบู๊ ณ เขาไทสาน ครั้นรู้ข่าวว่ามีรับสั่งไต้ฮั่นฮ่องเต้ให้มาหางิมเหงไม่รู้จัก จึงให้คนใช้พาผู้ถือรับสั่งเข้ามาในค่าย งิมเหงจึงถามว่าท่านถือรับสั่งไต้ฮั่นฮ่องเต้มาแต่เมืองไหน ผู้ใดเป็นไต้ฮั่นฮ่องเต้เรายังหาแจ้งความไม่ ซึ่งท่านมาทั้งนี้จะประสงค์สิ่งใด แพะต๋วยจึงบอกว่าไต้ฮั่นฮ่องเต้ผู้เป็นเจ้าเราชื่อเล่าจือหยู ได้เสวยราชสมบัติ ณ เมืองกำตั๋นบำรุงราษฎรให้อยู่เย็นเป็นสุข บัดนี้เล่าสิ้วบุนซกซึ่งเป็นคนใจร้ายกาจคุมทหารมาทำการศึกกับไต้ฮั่นฮ่องเต้ ไต้ฮั่นฮ่องเต้แตกทัพเสียทหารเป็นอันมาก จึงมีรับสั่งให้ข้าพเจ้ามาหาท่านจะเชิญไปช่วยกำจัดเล่าสิ้วบุนซก ถ้าสำเร็จราชการแล้วไต้ฮั่นฮ่องเต้จะตั้งแต่งท่านให้เป็นเจ้าครองเมืองใหญ่ตามสมควรแก่ความชอบ งิมเหงได้ยินดังนั้นก็โกรธจึงว่าเจ้านายมึงชื่ออองลังจือเป็นบุตรอองมัง เล่าสิ้วบุนซกเป็นเจ้ามีใจโอบอ้อมอารีแก่ราษฎรยิ่งนัก ฮูฮืนแกล้งออกมาทำกลอุบายให้คนทั้งปวงโกรธแค้น อองลังจือนายมึงแกล้งผลัดชื่อเปลี่ยนแซ่ แอบอ้างว่าเป็นแซ่เล่าชื่อเล่าจือหยูไปล่อลวงเจ้าเมืองกำตั๋น เจ้าเมืองกำตั๋นสำคัญว่าเชื้อวงศ์พระเจ้าฮั่นโกโจจึงยกขึ้นเป็นไต้ฮั่นฮ่องเต้ กูคิดจะยกไปฆ่าเสียให้สิ้นแต่ยังรอรั้งฟังข่าวไต้สุมาเล่าสิ้วบุนซกซึ่งเป็นเจ้ากูอยู่ บัดนี้มึงมาบอกข่าวให้กูรู้ความแล้ว กูจะยกไปช่วยไต้สุมาเล่าสิ้วบุนซกจับอองลังจือฆ่าเสียให้สิ้นชื่ออ้ายศัตรูราชสมบัติ งิมเหงจึงสั่งทหารให้จับแพะต๋วยไปตัดศีรษะเสียบประจานไว้นอกค่าย แล้วจัดเตรียมทหารยกออกจากเขาไทสาน ไปถึงค่ายกองบู๊ซึ่งตั้งล้อมเมืองกำตั๋น งิมเหงจึงให้นายประตูค่ายเข้าไปแจ้งความแก่กองบู๊ กองบู๊รู้ว่างิมเหงมาถึงมีความยินดีนัก จึงพาเตงอูนายทหารทั้งปวงออกไปรับงิมเหงเข้ามาในค่ายให้นั่งที่สมควร งิมเหงคำนับกองบู๊แล้วว่า ตั้งแต่ข้าพเจ้าจากท่านมาแต่เมืองหลวง ออกไปตั้งซ่องเป็นโจรอยู่เขาไทสานคอยฟังข่าวท่านอยู่มิได้ขาด พออองลังจือใช้แพะต๋วยไปบอกว่าจะยืมทหารมาทำศึกแก่ท่าน ข้าพเจ้าจึงรู้ว่าท่านมาถึงเมืองกำตั๋น ข้าพเจ้าจึงจับแพะต๋วยฆ่าเสียแล้วยกมาจะช่วยท่านจับอองลังจือฆ่าเสียให้สิ้นเชื้อศัตรูแผ่นดิน ซึ่งท่านให้เกงซีฮ่องเต้ครองเมืองหลวงนั้น เกงซีฮ่องเต้เชื่อฟังแต่พวกโจรป่าซึ่งเป็นไจเสียงทั้งแปดคน ทำการให้ผิดอย่างธรรมเนียมท่านจึงได้ความลำบาก ข้าพเจ้าจะยกท่านขึ้นเป็นกษัตริย์บำรุงแผ่นดินท่านจะเห็นประการใด ไต้สุมาเล่าสิ้วบุนซกจึงว่าเล่าเหี้ยนผู้พี่เราเป็นเจ้าแผ่นดินครองสมบัติอยู่ฉะนี้ จะให้เราเป็นกษัตริย์ขึ้นเป็นสององค์อีกเล่า เราเห็นว่าจะมีผู้นินทาหาสมควรไม่ ถ้าท่านมีใจภักดีต่อแผ่นดินโดยสุจริต จงช่วยกันกำจัดอองลังจือเสียจงได้ ให้พระเจ้าเกงซีฮ่องเต้เสวยราชสมบัติเป็นสุขตราบเท่าสู่สวรรคตแล้ว เราจึงจะรับว่าราชการเมืองหลวงต่อไป งิมเหงเห็นว่ากองบู๊ไม่ยอมเป็นกษัตริย์ จึงคำนับลาออกมาจัดแจงทหารเข้าตั้งค่ายล้อมเมืองกำตั๋นไว้เป็นสามชั้น

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ