๑๖

ฝ่ายจูอิวครั้นแตกทัพเสียทีกับปังอี้เจ้าเมืองเบ้งจิ๋นแล้ว จูอิวหนีออกจากเมืองลกเอี๋ยงเข้าอาศัยอยู่กับพวกโจร ตั้งเกลี้ยกล่อมซ่องสุมผู้คนอยู่กลางป่าช้านาน ครั้นสืบรู้ว่าปังอี้ให้แต่นายทหารอยู่รักษาเมืองลกเอี๋ยง ปังอี้กับเคาสุนยกทัพกลับไปแล้ว จูอิวจึงรวบรวมพวกโจรทหารยกทัพกลับเข้าปล้นชิงเอาเมืองลกเอี๋ยงได้จับผู้รักษาเมืองฆ่าเสีย แล้วเก็บเอาทรัพย์สิ่งของของราษฎรชาวเมืองมาแจกปันพวกโจรทหารทั้งปวง

ฝ่ายทหารม้าใช้ซึ่งไปสืบข่าวราชการรู้ว่าจูอิวเข้ามาตั้งอยู่ในเมืองลกเอี๋ยงแล้ว จึงขับม้ากลับไปค่ายเทียนซิวเต๋ง ฝ่ายฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ประทับแรมทแกล้วทหารอยู่ ณ ค่ายเทียนซิวเต๋ง ครั้นเวลาเช้าออกว่าราชการ ขุนนางนายทหารเฝ้าอยู่พร้อมกัน พอม้าใช้เข้ามาแจ้งความว่า จูอิวซึ่งแตกหนีทัพปังอี้ไปครั้งก่อนนั้น บัดนี้พาพวกโจรเข้าปล้นเอาเมืองลกเอี๋ยง เก็บเอาทรัพย์สิ่งของราษฎรเดือดร้อนระส่ำระสายนัก ฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้จึงสั่งไต้สุมางอฮั่นหนึ่ง ม้าบู๊หนึ่ง งิมเหงหนึ่ง เกียฮกหนึ่ง เกียนเผียวหนึ่ง คุมทหารนายละหมื่นยกไปจับจูอิว จัดแจงราษฎรชาวเมืองลกเอี๋ยงให้อยู่เย็นเป็นสุข นายทหารห้าคนคำนับรับสั่งแล้ว ออกมาจัดแจงทหารได้นายละหมื่น ต่างคนแต่งตัวสวมเกราะในใส่เสื้อสลับสีเป็นห้าอย่างต่างกัน ครั้นถึงเวลาฤกษ์ดีตีม้าล่อและกลอง ให้ทหารร้องเป็นสง่าในการสงคราม ยกกองทัพไปตามทางเมืองลกเอี๋ยง

ฝ่ายพระเจ้าเกงซีฮ่องเต้พาขุนนางคนสนิทหนีอวนจ๋งมาถึงเมืองโกเหลง จึงตั้งประทับอยู่หน้าเมือง ฝ่ายผู้รักษาเมืองแจ้งความจึงพาขุนนางออกไปคำนับรับเข้าเมือง แต่งตำหนักให้อยู่ตามสมควร แล้วให้ทหารม้าใช้ไปแจ้งข้อราชการแก่ขุนนางผู้ใหญ่ ณ ค่ายเทียนซิวเต๋ง ทหารม้าให้คำนับลามาขึ้นม้ารีบไปตามระยะทาง ถึงค่ายเทียนซิวเต๋งเข้าหาขุนนางผู้ใหญ่ให้พาเข้าเฝ้าทูลแจ้งความแก่พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ทุกประการ ฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้แจ้งว่าฮวนจ๋งชิงเอาเมืองได้ พระเจ้าเกงซีฮ่องเต้ต้องพลัดพรากจากสนมบริวาร ละสมบัติพัสถานมาอาศัยเมืองโกเหลง มีความสงสารแก่พระเจ้าเมืองหลวงยิ่งนัก จึงบอกแก่ขุนนางทั้งปวงว่า พระเจ้าเกงซีฮ่องเต้นับถือเชื่อฟังคนสอพลอพูดมากเอาแต่ปากเป็นความชอบ ผู้ซึ่งเป็นคนสัตย์ซื่อมั่นคงจงรักภักดีโดยสุจริตไม่คิดจะทำนุบำรุง ครั้นอันตรายมาถึงหาผู้จะช่วยทุกข์ได้ไม่ ต้องพลัดพรากจากราชสมบัติแทบถึงชีวิต ครั้งนี้ครั้นจะไม่ช่วยทำนุบำรุงเล่าก็นับวันแต่จะถอยชื่อไปทุกเวลา

พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้จึงแต่งหนังสือฉบับหนึ่งเป็นใจความว่า ครั้งเมื่อเราปราบอองมังสำเร็จราชการแล้ว เห็นว่าท่านเป็นเชื้อวงศ์อันสนิทกับพระเจ้าเปงเต้ซึ่งดับสูญจึงยกท่านขึ้นเป็นกษัตริย์เสวยราชสมบัติในเมืองหลวง หวังจะให้บำรุงราษฎรหัวเมืองทั้งปวงอยู่เย็นเป็นสุข ท่านไม่ชุบเลี้ยงผู้มีความชอบ เชื่อฟังแต่นายโจรแปดคนทำการให้ผิดราชประเพณี ขุนนางผู้มีสติปัญญาเห็นว่าแผ่นดินจะเกิดจลาจลต่างคนเอาตัวหนี ซึ่งท่านเสียสมบัติพลัดพรากจากศฤงคารอันเป็นสุขได้ความทุกข์ทั้งนี้ เพราะคิดผิดเห็นเป็นชอบ ไม่เชื่อคนสัตย์ซื่อนับถือแต่คนชั่ว ทำการล่วงเกินมาแล้ว จะคิดกลับคืนหลังทำตัวใหม่ให้เหมือนอย่างครั้งก่อนยากนัก จงรับที่ซุยเอี๋ยงอ๋องบำรุงราษฎรชาวเมืองซุยเอี๋ยงให้อยู่เย็นเป็นสุขสืบไป ครั้นแต่งหนังสือแล้วจึงสั่งขุนนางสิบเอ็ดนายว่า ท่านจงพากันไปกำกับเกงซีฮ่องเต้ซึ่งเราตั้งให้เป็นซุยเอี๋ยงอ๋อง ไปบำรุงอาณาประชาราษฎรชาวเมืองซุยเอี๋ยงให้อยู่เย็นเป็นสุข ถ้าซุยเอี๋ยงอ๋องทำผิดท่านมิได้ห้ามปรามว่ากล่าว จะเอาตัวเป็นโทษเหมือนดังกบฏ พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้กำชับสั่งแล้ว ส่งหนังสือให้ขุนนางสิบเอ็ดคนไปเมืองโกเหลง

ฝ่ายพระเจ้าเกงซีฮ่องเต้ ตั้งแต่จากเมืองหลวงมาอยู่เมืองโกเหลง มิได้มีความสุขตรอมทุกข์ถึงนางสนมพนักงานเคยขับร้องบำเรอเป็นที่สบาย คิดเสียดายสมบัติพัสถานทั้งปวงยิ่งนัก พอมีผู้เข้ามาทูลว่า พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ให้ขุนนางสิบเอ็ดคนถือหนังสือรับสั่งมาถึง พระเจ้าเกงซีฮ่องเต้สะดุ้งพระทัยด้วยได้ทำความผิดไว้หลายครั้ง มิได้รู้ในข้อความหนังสือรับสั่งจะมาดีและร้าย พรั่นพระทัยกลัวอาญาพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ยิ่งนัก จึงผลัดเครื่องทรงสำหรับกษัตริย์ออกเสียนุ่งห่มตามอย่างขุนนาง พาขุนนางเจ้าเมืองโกเหลงออกไปคำนับหนังสือรับสั่ง แล้วตั้งกระบวนแห่เข้าเมืองเชิญหนังสือรับสั่งขึ้นไว้ที่สูงสมควร

ฝ่ายขุนนางสิบเอ็ดคนคำนับพระเจ้าเกงซีฮ่องเต้แล้วว่า พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ทราบความว่าไต้อ๋องเสียสมบัติ มาอาศัยเมืองน้อยอยู่ดูเหมือนดังคนอนาถามีพระทัยกรุณายิ่งนัก จึงตรัสใช้ให้ข้าพเจ้าสิบเอ็ดคนถือหนังสือรับสั่งมาตั้งไต้อ๋องให้เป็นเจ้าไปครองเมืองซุยเอี๋ยง พระเจ้าเกงซีฮ่องเต้ได้ฟัง จึงคลี่หนังสือออกอ่านแจ้งความแล้วยอมรับที่ซุยเอี๋ยงอ๋อง ยกออกจากเมืองโกเหลงไปครองเมืองซุยเอี๋ยงตามท้องตรารับสั่ง

ฝ่ายไต้สุมางอฮั่นครั้นยกทัพไปถึงเมืองลกเอี๋ยง จึงให้ตั้งค่ายล้อมเมืองไว้ทั้งสี่ด้าน ให้ทหารถือหนังสือเข้าไปส่งให้แก่จูอิว ฝ่ายจูอิวรับหนังสือมาอ่านได้ความว่า พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ผู้มีบุญญาธิการปราบโจรฝ่ายเหนือราบคาบ เสด็จมาประทับอยู่ ณ ค่ายเทียนซิวเต๋งทราบความว่าตัวท่านข่มเหงราษฎรให้ได้ความเดือดร้อน จึงมีรับสั่งให้เราผู้ชื่อไต้สุมางอฮั่นกับทหารมีชื่อพื้นมีฝีมือเข้มแข็งชำนาญการสงคราม ยกกองทัพมาล้อมเมืองไว้แน่นหนาดังกำแพงเหล็ก ถึงมาตรว่าตัวท่านมีปีกบินได้ก็เห็นจะหนีมือทหารไปไม่พ้น ถ้าท่านรู้ตัวว่าโทษตัวผิดจงคิดอ่อนน้อมสามิภักดิ์โดยดี เร่งเปิดประตูเมืองรับนายทัพนายกองทั้งปวง จะช่วยทูลขอชีวิตท่านไว้ ถ้าคิดมานะจะต่อสู้ก็ให้เร่งออกมารบกันให้ถึงแพ้และชนะ จูอิวแจ้งความในหนังสือแล้ว จึงคิดว่าทแกล้วทหารที่เคยวางใจได้ก็ล้มตายเสียหมดสิ้น จะคิดการต่อสู้ไปเห็นจะไม่ชนะ แม้นเพลี่ยงพล้ำลงปลายมือก็จะแก้ตัวยาก คิดแล้วจึงบอกผู้ถือหนังสือว่าเราจะยอมเข้าด้วย จงไปบอกท่านแม่ทัพให้ช่วยเบี่ยงบ่ายทูลพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ ขอพระราชทานชีวิตเราไว้ครั้งหนึ่ง ผู้ถือหนังสือรับคำลาจูอิวออกจากเมืองเข้าไปแจ้งความแก่งอฮั่นทุกประการ

ฝ่ายจูอิวจึงสั่งทหารเปิดประตูเมืองออกมาเชิญงอฮั่นนายทัพนายกองยกทัพเข้าเมืองลกเอี๋ยง แล้วแต่งโต๊ะเลี้ยงนายทัพนายกองเป็นที่สบาย ฝ่ายงอฮั่นจึงว่าแก่จูอิวว่า ซึ่งท่านทำผิดเป็นที่ขัดเคืองพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้เป็นหลายข้อ มีรับสั่งให้เรายกมาครั้งนี้ ท่านออกมายอมสามิภักดิ์โดยดีไม่ต้องลำบากแก่ทหาร เรามีใจกรุณาท่านจะช่วยทูลขอโทษซึ่งได้ทำความผิดไว้แต่หลัง อันพระทัยพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้หาความพยาบาทมิได้ เห็นจะโปรดยกโทษท่านไว้สักครั้งหนึ่งเป็นมั่นคงท่านอย่าวิตกเลย งอฮั่นแต่งหนังสือส่งให้ม้าใช้ไปแจ้งข้อราชการแก่พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ ทหารม้าใช้คำนับลาขึ้นม้ารีบไปถึงค่ายเทียนซิวเต๋ง จึงลงจากม้าเข้าหาขุนนางผู้ใหญ่ พาเข้าเฝ้าทูลแจ้งความตามหนังสือบอกทุกประการ พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ทราบว่าจูอิวยอมสามิภักดิ์มีพระทัยยินดีนัก จึงรับสั่งให้เตรียมกองทัพพร้อมแล้วยกไปเมืองลกเอี๋ยง

ฝ่ายงอฮั่นหนึ่ง ม้าบู๊หนึ่ง งิมเหงหนึ่ง เกียนเผียวหนึ่ง เกียฮกหนึ่ง นายทัพนายกองทั้งปวงแจ้งว่าพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ยกทัพหลวงมา จึงพาจูอิวกับขุนนางชาวเมืองลกเอี๋ยงออกไปรับเชิญเสด็จเข้าเมืองนั่งที่สำหรับกษัตริย์อันสมควร ขุนนางนายทัพนายกองเฝ้าพร้อมกัน งอฮั่นจึงทูลว่า ซึ่งมีรับสั่งโปรดให้ข้าพเจ้ากับนายทหารทั้งสี่ยกทัพมาครั้งนี้ ได้ให้ทหารถือหนังสือมาว่ากล่าว จูอิวรู้จักโทษตัวผิดกลัวพระราชอาญา เปิดประตูเมืองออกมาสามิภักดิ์โดยดี ฝ่ายจูอิวได้ทีจึงทูลว่า ข้าพเจ้าทำความผิดไว้แต่หลัง ถึงจะมีชีวิตมารับพระราชอาญาฆ่าเสียหมื่นครั้งก็ไม่สิ้นโทษซึ่งทำไว้ แต่นี้ไปเมื่อหน้าจะขอทำราชการสนองพระคุณโดยสุจริต ขอพระราชทานชีวิตไว้ครั้งหนึ่ง ซึ่งจะทำความชั่วเหมือนดังหนหลังนั้นหามิได้ พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ได้ฟังรู้ว่าจูอิวสิ้นความมานะละพยศอันร้าย จึงตั้งให้จูอิวเป็นลกเอี๋ยงท้ายสิ้ว จูอิวเห็นว่าพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้โอบอ้อมอารีไม่มีพยาบาท จึงคำนับรับที่ขุนนางทำราชการตามตำแหน่งด้วยใจจงรักภักดีโดยสุจริต แล้วทูลว่าเมืองลกเอี๋ยงนี้ภูมิฐานกว้างใหญ่ มีพระตำหนักราชเรือนหลวงพระที่นั่งน้อยใหญ่ทั้งปวงเป็นที่แสนสนุกยิ่งนัก พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้จึงว่า เราได้ดูในราชพงศาวดาร ครั้งเมื่อแผ่นดินพระเจ้าปู่เราทรงพระนามพระเจ้าฮั่นโกโจ เสวยราชสมบัติในกรุงห้ำเอี๋ยง เสด็จมาสร้างตำหนักราชเรือนหลวงไว้สำหรับเป็นที่ประทับแรมประพาสป่า เราเห็นว่ากษัตริย์ผู้มีบุญญาธิการแต่ก่อนสร้างไว้เป็นที่ชัยภูมิอันเป็นมงคล ควรจะตั้งเมืองลกเอี๋ยงเป็นเมืองหลวง พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้จึงพาขุนนางทั้งปวงไปเที่ยวในพระราชวังข้างทิศใต้ เห็นพระที่นั่งน้อยใหญ่และตำหนักสำหรับเป็นที่อยู่พระมเหสี มีตึกพระสนมเอกโทตรีเป็นท่องแถว ชำรุดหักพังเสียเป็นอันมาก จึงสั่งเกียนเผียวเป็นนายการเกณฑ์ทหารซ่อมแปลงขึ้นให้บริบูรณ์ แล้วจัดแจงพนักงานฝ่ายหน้าฝ่ายในตามตำแหน่ง ฝ่ายราษฎรชาวเมืองซึ่งแตกหนีไปซุ่มซ่อนอยู่ป่า ครั้นรู้ข่าวว่าพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้เสด็จมาเสวยราชสมบัติในเมืองลกเอี๋ยง ต่างคนดีใจพาครอบครัวกลับเข้ามาอยู่ตามภูมิลำเนาเหมือนแต่ก่อน พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ทำนุบำรุงราษฎรทั้งปวงให้อยู่เย็นเป็นสุข

ฝ่ายทหารม้าใช้ซึ่งฮวนจ๋งให้ไปเชิญเล่าพุนจู๋ฮ่องเต้นั้น ครั้นมาถึงเมืองเตงก๊ก จึงลงจากม้าเข้าหาขุนนางนายโจรผู้ใหญ่ นำเข้าเฝ้าทูลความหนังสือซึ่งบอกมาทุกประการ เล่าพุนจู๋ฮ่องเต้แจ้งว่าฮวนจ๋งเข้าเมืองได้ ให้มาเชิญดังนั้นมีความยินดีนัก จึงสั่งให้เตรียมกองทัพยกออกจากเมืองเตงก๊กเดินทัพตามระยะทาง ขุนนางนายโจรซึ่งมาในกองทัพข่มเหงเก็บริบเอาทรัพย์สิ่งของราษฎรชาวเมืองรายทางทุกตำบลจนถึงเมืองหลวง

ฝ่ายฮวนจ๋งจึงพาทหารทั้งปวงออกไปรับคำนับ เชิญเล่าพุนจู๋ขึ้นนั่งที่สำหรับกษัตริย์ มอบตราหยกให้เล่าพุนจู๋ว่าราชการเมืองหลวงสืบไป ฝ่ายเล่าพุนจู๋ฮ่องเต้ครั้นสำเร็จราชการเมืองเตียงอั๋นแล้ว ให้พระราชทานทรัพย์สมบัติยศบริวารแก่นายทัพนายกองผู้มีความชอบตามสมควรแล้ว เสด็จขึ้นอยู่ ณ พระที่นั่งตำหนักเตียงงักจ๋งเป็นผาสุก

ฝ่ายฮวนจ๋งกับนายโจรทั้งปวงได้เป็นขุนนางต่างคนกำเริบใจไม่คิดที่จะป้องกันรักษาเมือง แต่เที่ยวฉกชิงฉ้อตระบัดข่มเหงเร่งรัดเอาทรัพย์สิ่งของราษฎรไปเป็นของตัว ราษฎรชาวเมืองจะร้องฟ้องแก่ผู้ใดก็มิได้ พากันอพยพหลบหนีเข้าป่าดงเป็นอันมาก ฝ่ายจันเหาเตงอูตั้งอยู่ ณ เมืองไก่เสีย ปรนปรือทแกล้วทหารมีกำลังแล้ว ยกทัพจะไปตีเมืองเตงก๊ก หัวเมืองรายทางเปิดประตูเมืองยอมเข้าด้วยเป็นอันมาก กิตติศัพท์เล่าลือไปว่ากองทัพเตงอูมีทหารประมาณถึงร้อยหมื่นเศษแต่ทหารมาเข้ากองทัพได้วันละแปดร้อยเก้าร้อย ครั้นมาถึงตำบลบ้านโหล เตงอูพักทหารแรมประทับอยู่ จึงกำชับทแกล้วทหารมิให้ข่มเหงราษฎร ชาวบ้านรายทางทั้งปวงสรรเสริญเตงอู ต่างคนได้สิ่งของเป็นกำนัลออกไปคำนับแล้วบอกความเตงอูว่า ฮวนจ๋งอยู่เมืองเตงก๊กนั้น บัดนี้ยกเข้าตีเมืองหลวงได้ มอบสมบัติให้เล่าพุนจู๋ว่าราชการเมืองหลวง แล้วฮวนจ๋งกับนายโจรทั้งปวงข่มเหงอาณาประชาราษฎร ชาวเมืองได้ความเดือดร้อนระส่ำระสายนัก เตงอูแจ้งความดังนั้นเสียน้ำใจจึงตั้งพักทหารอยู่บ้านโหลเป็นหลายวัน

ฝ่ายนายทัพนายกองทั้งปวงเห็นเตงอูรั้งรออยู่ จึงพากันเข้าไปว่าแก่เตงอูว่า ซึ่งฮวนจ๋งเข้าเมืองได้ใหม่ ยังมิทันจัดแจงด่านทางให้มั่นคง ขอท่านจงเร่งยกกองทัพเข้าตีชิงเอาเมืองหลวงโดยเร็ว ถ้าช้าอยู่ฮวนจ๋งตั้งตัวได้ภายหลังจะกระทำยาก เตงอูจึงว่ากองทัพเรายกมาครั้งนี้ผู้คนเข้าเกลี้ยกล่อมมาก แต่ทหารซึ่งกล้าแข็งชำนาญการศึกนั้นน้อยตัว ถ้าจะยกเข้าไปทำศึกกับฮวนจ๋งได้รบติดพันกันไป เสบียงอาหารเราขัดสนลง หาผู้จะส่งลำเลียงมิได้เกลือกจะเสียที อันเสบียงอาหารนี้เป็นที่ตั้งการศึก เราได้ข่าวว่าราษฎรชาวเมืองเสียงกูนหนึ่ง เมืองอันเตงหนึ่ง เมืองบองเต้หนึ่ง ทั้งสามเมืองซึ่งอยู่ฝ่ายเหนือนั้น ทำนาได้ผลบริบูรณ์ด้วยข้าวปลาอาหาร จำจะไปตั้งปรนปรือทแกล้วทหารรวบรวมเสบียงอาหารไว้ ได้ท่วงทีจะยกเข้าตีชิงเอาเมืองหลวงต่อภายหลัง เตงอูจึงสั่งให้เตรียมทัพยกไปเข้าอยู่เมืองเคาอิบ

ฝ่ายจูอิวเจ้าเมืองไซโซแจ้งความว่าเตงอูยกมา จึงพาทหารสามหมื่นไปเข้ากองทัพทำราชการอยู่กับเตงอู

ฝ่ายพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ ขณะเมื่อตั้งอยู่เมืองลกเอี๋ยงนั้น ให้ทหารม้าใช้ไปสืบข่าวกองทัพจันเหาเตงอูมิได้ขาด ครั้นรู้ข่าวว่าเตงอูถอยทัพไปตั้งอยู่เมืองเคาอิบ จึงสั่งให้แต่งหนังสือไปถึงเตงอูเป็นใจความว่า บรรดาโจรผู้ร้ายฝ่ายหัวเมืองทิศใต้เราวางใจไว้ธุระเตงอู ซึ่งเตงอูหน่วงทัพช้าอยู่ให้ฮวนจ๋งเข้าตีเมืองหลวง ราษฎรทั้งปวงได้ความเดือดร้อนเรามีความวิตกนัก ครั้งนี้เราตรึกตรองดูการเห็นว่าฮวนจ๋งพึ่งเข้าเมืองได้ใหม่ ราษฎรชาวเมืองระสํ่าระสายยังไม่ราบคาบ ถ้าเตงอูยกทัพเข้าตีอย่าให้ฮวนจ๋งตั้งตัวลงได้ เห็นจะมีชัยชนะเป็นมั่นคง แม้นท่านชิงเอาเมืองหลวงได้ครั้งนี้ จะเปลื้องความวิตกเราเสียประการหนึ่ง จะระงับทุกข์ของราษฎรซึ่งเดือดร้อน ต่างคนสรรเสริญทั้งแผ่นดินประการหนึ่ง มีประโยชน์ถึงสองประการฉะนี้ ท่านก็เป็นคนมีสติปัญญา จะช่วยเราปราบศัตรูแผ่นดินให้ราบคาบ จงตรึกตรองการเข้าตีเอาเมืองให้ได้โดยเรา ครั้นแต่งหนังสือแล้วเข้าผนึกส่งให้ทหารม้าใช้ไปตามกองทัพเตงอู ม้าใช้รับหนังสือคำนับลาขึ้นม้ารีบไปเมืองเคาอิบให้นายประตูเข้าไปบอกความแก่เตงอู ฝ่ายเตงอูรู้ว่ามีหนังสือรับสั่งมาถึง จึงออกไปคำนับตามธรรมเนียม เชิญหนังสือเข้ามาในเมืองตั้งที่สูงสมควร เชิญหนังสือออกอ่านแจ้งความตามข้อรับสั่งแล้ว จึงว่าแก่นายทัพนายกองทั้งปวงว่า อันตัวเราตั้งใจทำการอาสาพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้โดยสุจริต ไม่คิดย่อท้อต่อสงคราม ซึ่งมีหนังสือรับสั่งมาเร่งให้ยกทัพเข้าตีเมืองเตียงอั๋นครั้งนี้ เพราะพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ยังไม่ทราบในความคิดเรา ครั้นจะด่วนเข้าหักหาญถ้าเสียทีฮวนจ๋งจะกำเริบใจ เตงอูจึงแต่งหนังสือบอกข้อราชการตามข้อความซึ่งปรึกษานายทัพนายกองไว้แต่ก่อน ส่งให้คนใช้ไปทูลแก่พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ทุกประการ แล้วสั่งให้ปีนอิ๋มกับจงอ้ามสองนายอยู่รักษาเมืองเคาอิบ เตงฮูยกทัพไปตีเมืองเสียงกุ๋น รวบรวมเสบียงอาหารได้เป็นอันมาก

ฝ่ายปีนอิ๋มกับจงอ้ามซึ่งว่าราชการเมืองเคาอิบ ต่างคนถือตัวว่าเป็นผู้ใหญ่วิวาทกัน ต่างคนขี่ม้ารำง้าวเข้ารบกันได้สิบเพลง จงอ้ามเสียทีปีนอิ๋มเอาง้าวฟันถูกจงอ้ามตัวขาดตกม้าตาย แล้วตั้งแข็งเมืองขึ้นคิดการจะทำศึกสู้รบเตงอู ฝ่ายคนใช้จงอ้ามรู้ความดังนั้น จึงหนีออกจากเมืองเคาอิบไปบอกความแก่เตงอูทุกประการ เตงอูรู้ว่าปีนอิ๋มเป็นกบฏจึงมีหนังสือบอกส่งให้ม้าใช้รีบไปกราบทูลแก่พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ ม้าใช้รับหนังสือคำนับลาขึ้นม้ารีบไปเมืองลกเอี๋ยง ฝ่ายพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ครั้นเวลาเช้าเสด็จออกขุนนางเฝ้าพร้อม พอม้าใช้นำหนังสือเข้ามาเฝ้า ขุนนางพนักงานอาลักษณ์อ่านหนังสือแจ้งว่า ปีนอิ๋มฆ่าจงอ้ามเสียแล้วตั้งแข็งเมืองไม่เข้ากับเตงอู จึงตรัสแก่ขุนนางว่า ปีนอิ๋มเป็นทหารในกองทัพ เคยใช้ปราบโจรผู้ร้ายมาหลายครั้ง บัดนี้ปีนอิ๋มฆ่าจงอ้ามเสีย กลัวความผิดคิดการแข็งเมือง เพื่อนชอบอัชฌาสัยของปีนอิ๋มมีอยู่ในกองทัพ ท่านทั้งปวงจงสืบหาตัวมาจะให้ไปเกลี้ยกล่อมปีนอิ๋ม ขณะนั้นขุนนางคนหนึ่งจึงทูลว่า ฮุยฮองกับจองก๋องเป็นเพื่อนสนิทกันกับปีนอิ๋ม พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้จึงให้คนใช้ไปบอกความแก่ฮุยฮองจองก๋องว่าปีนอิ๋มเป็นกบฏ ฝ่ายฮุยฮองจองก๋องรู้ความแล้วเข้ามาเฝ้ากราบทูลว่า ปีนอิ๋มเป็นเพื่อนรักกันกับข้าพเจ้า ปีนอิ๋มทำความผิดกลับคิดกบฏทั้งนี้ ข้าพเจ้าทั้งสองจะขออาสาไปจับตัวมาถวาย พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ได้ฟังดังนั้น เห็นว่าสองนายสัตย์ซื่อโดยสุจริตควรที่จะวางพระทัยได้ จึงเรียกสองนายเข้ามากระซิบบอกว่า ปีนอิ๋มมีโทษผิดซึ่งคิดจะเกลี้ยกล่อมให้ยอมมาโดยดีนั้นไม่ได้ ฮุยฮองจงพาทหารไปตั้งซุ่มอยู่กลางป่าล้อมเมืองเคาอิบ จองก๋องจงไปเข้าด้วยปีนอิ๋มบอกปีนอิ๋มว่าหนีเราไป ถ้าปีนอิ๋มนับถือเชื่อคำไม่คิดแหนงระแวงใจท่านแล้ว จงล่อลวงให้ปีนอิ๋มออกมาหาลุยฮองนอกเมือง ทหารกองซุ่มจึงกระทำได้ถนัด ถ้าปีนอิ๋มต้องกลอุบายแล้ว ท่านทั้งสองนายก็จะได้ตัวมาโดยง่าย ฮุยฮองจองก๋องรับสั่งคำนับลาขึ้นม้าพาทหารออกจากเมืองลกเอี๋ยง ไปหลายวันเข้าถึงแดนเมืองเคาอิบ ฮุยฮองตั้งกองซุ่มทหารอยู่กลางป่า จองก๋องให้คำสัญญากับฮุยฮองแล้วไปแต่ผู้เดียว ถึงเมืองเคาอิบจึงให้นายประตูเข้าไปบอกแก่ปีนอิ๋ม

ฝ่ายปีนอิ๋มตั้งแต่แข็งเมืองขึ้น คิดจะซ่องสุมทแกล้วทหารอยู่มิได้ขาด พอนายประตูมาบอกว่า จองก๋องหนีพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้มาเข้าด้วยดีใจนัก จึงออกไปรับเข้าเมืองเชิญให้จองก๋องนั่งที่สมควรทั้งสองคำนับกัน ปีนอิ๋มมิได้ระแวงสงสัยจึงว่าซึ่งท่านรู้ว่าเราตั้งแข็งเมือง มีใจภักดีหนีพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้มาเราขอบใจยิ่งนัก มิเสียทีได้เป็นเพื่อนรักกันมาแต่ก่อน จองก๋องจึงว่าข้าพเจ้าหนีพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้มา หมายจะทำนุบำรุงให้ท่านได้ตั้งตัวขึ้นเป็นก๊กหนึ่ง จะได้พึ่งบุญท่านสืบไปกว่าจะสิ้นชีวิต ฮุยฮองซึ่งเป็นเพื่อนสนิทท่านนั้น ก็สั่งข้าพเจ้าว่าจะตามมาภายหลัง ถ้าท่านเชื่อคำข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะขอชักชวนทแกล้วทหารเข้าด้วยท่านมากแล้วจะจัดแจงด่านทางไว้ให้มั่นคง ป้องกันกองทัพพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้อย่าให้ย่ำยีเหยียบแดนเราเข้ามา จองก๋องแกล้งกล่าวกลอุบายมิให้ปีนอิ๋มสงสัย ปีนอิ๋มเห็นว่าจองก๋องช่วยคิดการต้องกับความคิดก็ชอบใจ ตั้งให้จองก๋องเป็นขุนนางที่ปรึกษาผู้ใหญ่ จองก๋องจะว่ากล่าวสิ่งใดก็เชื่อฟังทุกประการ ฝ่ายจองก๋องอยู่ด้วยปีนอิ๋มประมาณเดือนเศษ เห็นว่าปีนอิ๋มเชื่อถ้อยคำสนิทแล้ว จึงอุบายบอกว่า บัดนี้ฮุยฮองผู้เป็นเพื่อนรักของท่านแต่ก่อนนั้น พาทหารซึ่งเป็นพรรคพวกหนีพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้มาตั้งซ่องสุมอยู่กลางป่านอกเมือง ขอท่านจงออกไปเกลี้ยกล่อมชักชวนฮุยฮองเข้ามาไว้ จะได้ช่วยท่านคิดทำการใหญ่สืบไป ปีนอิ๋มแจ้งความดังนั้นยินดีนัก แต่งตัวขึ้นม้าพาจองก๋องกับทหารออกจากเมืองเคาอิบ ฝ่ายจองก๋องขี่ม้านำปีนอิ๋มมาที่ทัพซุ่ม จึงเรียกหาฮุยฮองให้ออกมารับ

ฝ่ายฮุยฮองซุ่มทหารอยู่ได้ยินจองก๋องร้องเรียกหา จึงขึ้นม้าพาทหารออกไปรับ ทั้งสามลงจากหลังม้านั่งสนทนากันเป็นปรกติ ฝ่ายทหารฮุยฮองเข้ามายืนคอยทีอยู่พร้อมกัน ปีนอิ๋มมิได้รู้ในกลอุบายจึงว่าแก่ฮุยฮองว่า ซึ่งตัวท่านกับเราเป็นเพื่อนรักร่วมชีวิตกันมาช้านาน เราทำการแข็งเมืองขึ้นครั้งนี้หมายจะตั้งเป็นก๊กหนึ่ง จองก๋องบอกว่าท่านหนีฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้มาเรายินดีนัก จึงออกมาหมายจะเชิญเข้าไปคิดการใหญ่ท่านจะเห็นประการใด ฮุยฮองจึงว่าตัวท่านทำความชอบไว้ในพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้เป็นอันมาก ท่านจะคิดกบฏประทุษร้ายให้มีผู้ลือชื่อ ความชั่วจะปรากฏอยู่ชั่วฟ้าแลดินดูไม่ควร บัดนี้มีรับสั่งให้เรามาหาท่านไปเฝ้า ข้อผิดซึ่งท่านทำไว้นั้น เรากับจองก๋องจะช่วยทูลเบี่ยงบ่ายมิให้ท่านมีโทษอย่าวิตกเลย ปีนอิ๋มได้ฟังดังนั้นตกใจนัก แลไปเห็นแต่พวกทหารฮุยฮองยืนถือเครื่องศัสตราวุธอยู่รอบตัว จะคิดการสู้รบก็มิได้จนใจนัก นั่งนิ่งก้มหน้าอยู่มิได้โต้ตอบประการใด ฮุยฮองกับจองก๋องก็พาปีนอิ๋มยกกลับไปเมืองลกเอี๋ยง พอเป็นเวลาพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้เสด็จออก สองนายให้ทหารคุมปีนอิ๋มไว้แต่นอกประตู แล้วเข้าไปเฝ้าทูลความตามซึ่งได้คิดกลอุบายจับปีนอิ๋มให้ฟังแต่ต้นจนปลาย พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้รู้ว่าได้ตัวปีนอิ๋มมา จึงให้หาเข้ามาเฝ้าแล้วตรัสถามว่า ตัวทำความชอบไว้เป็นหลายครั้ง เราชุบเลี้ยงตั้งแต่งเป็นขุนนางนายทหารไปเข้ากองจันเหาเตงอู ทำการปราบโจรผู้ร้ายฝ่ายทิศใต้ เหตุใดตัวคิดการมิชอบ เราให้ฮุยฮองจองก๋องเอาตัวมาครั้งนี้ตัวจะว่าประการใด ปีนอิ๋มได้ฟังดังนั้นตกใจกลัวอาญาหน้าซีดสลดลง จึงทูลว่าซึ่งโปรดให้ข้าพเจ้าเข้ากองจันเหาเตงอูไปตีเมืองเคาอิบได้ เตงอูให้ข้าพเจ้าอยู่รักษาเมือง จงอ้ามเป็นแต่ทหารพึ่งสมัครใหม่อวดอ้างว่าฝีมือดี ขี่ม้ารำทวนชวนข้าพเจ้ารำเพลงง้าว จงอ้ามเสียที ข้าพเจ้ายั้งมือมิทันฟันถูกจงอ้ามตาย คิดกลัวอาญาจึงแข็งเมืองทั้งนี้โทษข้าพเจ้าถึงสิ้นชีวิต พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ได้ฟังจึงตรัสแก่ขุนนางทั้งปวงว่า ปีนอิ๋มน้ำใจเป็นชาติทหารครั้นโกรธไม่รู้ว่าชอบแลผิดคิดแต่จะฆ่าให้ตาย ปีนอิ๋มทำความชอบไว้หลายครั้งควรจะเอามากลบความผิดได้อยู่ พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้จึงสั่งให้ปีนอิ๋มพ้นโทษโปรดเลี้ยงเป็นนายทหารคงที่ยศศักดิ์ ไปรักษาเมืองเคาอิบตามเตงอูจัดแจงไว้แต่ก่อน

ฝ่ายฮวนจ๋งกับนายโจรทั้งปวง ครั้นยกเล่าพุนจู๋ขึ้นเสวยราชสมบัติในเมืองหลวงแล้ว ต่างคนก็มีใจโลภข่มเหงฉ้อตระบัดเอาทรัพย์สิ่งของราษฎรชาวเมืองแต่อำเภอใจ อยู่วันหนึ่งฮวนจ๋งปรึกษานายโจรทั้งปวงว่า เราได้ยินคำผู้เฒ่าเล่าบอกมาว่าประเพณีกษัตริย์ได้เสวยราชสมบัติใหม่ ให้ขุนนางประชุมพร้อมกันถวายปันสิวให้กษัตริย์เจริญในราชสมบัติ ควรเราจะถวายปันสิวพระเจ้าเล่าพุนจู๋ตามอย่างธรรมเนียม ขุนนางนายโจรเห็นชอบด้วยต่างคนเข้าไปพร้อมกันอยู่ ณ ที่เสด็จออก ให้เจ้าพนักงานแต่งโต๊ะยกมาตั้งไว้ตามตำแหน่ง ฮวนจ๋งจึงเข้าไปเชิญเล่าพุนจู๋ออกมานั่งที่สำหรับกษัตริย์ ฮวนจ๋งกับขุนนางทั้งปวงถือจอกสุราเข้าไปถวายให้เสวย ต่างคนถวายให้เจริญชันษา แล้วนั่งกินโต๊ะเสพสุราเจรจากันอื้ออึงอยู่หน้าที่นั่ง

ฝ่ายขุนนางพนักงานสำหรับได้จดหมายรายชื่อ ได้มาถวายปันสิวเป็นบัญชีบาญแผนก ฮวนจ๋งกับขุนนางนายโจรทั้งปวงมิได้รู้ในขนบธรรมเนียม เห็นดังนั้นต่างคนยืนขึ้นไต่ถามพูดจาทุ่มเถียงกันอื้ออึงอยู่หน้าที่นั่ง ฝ่ายเอียวอิ๋มขุนนางกรมวังได้ยินเสียงอื้ออึงขึ้น จึงถือกระบี่วิ่งเข้าไปร้องห้ามว่าวันนี้เป็นวันปันสิว ท่านทั้งปวงยืนพูดต่อหน้าพระที่นั่ง บังอาจไม่เกรงพระราชอาญาเจ้าชีวิตผิดด้วยกฎหมายโทษถึงตายทั้งนี้ ชอบแต่เอาตัวไปตัดศีรษะเสียบประจานเสียให้สิ้น ขุนนางนายโจรได้ยินดังนั้น พากันทุ่มเถียงเสียงอื้ออึงมิได้หยุดด้วยกำลังเมาสุรา แต่ตุยเสียงปันตอนั้นชิงเอากระบี่เอียวอิ๋มได้ ไล่ฆ่าฟันเอียวอิ๋มกับพวกขุนนางซึ่งมาห้ามป่วยเจ็บเป็นหลายคน พระเจ้าเล่าพุนจู๋เห็นดังนั้นจึงร้องห้ามเป็นหลายครั้ง ปันตอกับขุนนางพวกโจรมิได้ฟังยังอื้ออึงขึ้นยิ่งกว่าเก่า เล่าพุนจู๋ขัดเคืองนักจึงกลับเข้าที่ข้างใน

ฝ่ายอ้วยอุ้ยจูกะไสเห็นพวกโจรกำเริบใจ ไม่ฟังรับสั่งห้ามมีความโกรธยิ่งนัก จึงวิ่งออกมาพาพวกทหารถืออาวุธเข้าไล่ฆ่าฟันขุนนางนายโจรตายประมาณร้อยเศษ ฝ่ายฮวยจ๋งกับขุนนางนายโจรผู้ใหญ่ต่างคนหลบหนีกลับไปบ้าน ตั้งแต่นั้นมาหาผู้ใดจะบังคับว่ากล่าวกิจการมิได้ ฝ่ายนางสนมฝ่ายในประมาณพันเศษ ครั้งพระเจ้าเกงซีฮ่องเต้เสด็จจากวังหนีไป หาผู้ใดจะจ่ายแจกข้าวและเงินรายวันให้เลี้ยงชีวิตมิได้ ต่างคนอดอยากล้มตายเป็นอันมาก ครั้นแจ้งว่าเล่าพุนจู๋มาครองสมบัติ จึงพากันขึ้นไปเฝ้าทูลว่า ข้าพเจ้าทั้งปวงนี้ ครั้งเมื่อพระเจ้าเกงซีฮ่องเต้เสด็จอยู่เคยพระราชทานข้าวและเงินรายวันได้เลี้ยงชีวิต บัดนี้สมบัติเป็นของพระองค์ ขอจงเป็นที่พึ่งแก่ข้าพเจ้าทั้งปวงสืบไป เล่าพุนจู๋ฮ่องเต้ได้ยินดังนั้นมีความกรุณานัก จึงสั่งจงอุยหมุยให้จ่ายอาหารให้นางฝ่ายในคนละสามถัง จ่ายเงินตามสมควร นางฝ่ายในได้รับพระราชทานแล้วกลับไป แต่พระเจ้าเล่าพุนจู๋นั้นอยู่กับจงอุยหมุยขุนนางคนสนิทในวัง ไม่ออกว่าราชการ

ฝ่ายเล่าจ๋งเห็นขุนนางนายโจรกระทำจลาจลปล้นตีชิงเอาทรัพย์สิ่งของราษฎร ชาวเมืองอพยพหนีออกจากเมืองหลวงเบาบางร่วงโรยไปทุกวัน เห็นว่าราชสมบัติจะเกิดวิบัติ จึงเข้าไปกระซิบทูลพระเจ้าเล่าพุนจู๋ว่า ฮวนจ๋งกับขุนนางนายโจรทำการหยาบช้าข่มเหงราษฎรให้ได้ความเดือดร้อน ข้าพเจ้าเห็นว่าราชสมบัติกับตัวท่านจะมีอันตรายเป็นมั่นคง ขอให้หาฮวนจ๋งกับนายโจรทั้งปวงเข้ามาว่ากล่าวโดยดีอย่าให้มีความขัดเคือง จึงมอบราชสมบัติในเมืองหลวงคืนให้ฮวนจ๋ง แล้วแก้ไขเอาตัวหนีไปให้พ้นภัยอันตรายจึงจะควร พระเจ้าเล่าพุนจู๋ได้ฟังเล่าจ๋งเชื้อพระวงศ์อันสนิทว่ากล่าวต้องด้วยความคิดก็คำนับแล้วว่า แต่เรามาครองราชสมบัติได้แต่ความขัดเคืองไม่มีสุข ท่านจงช่วยว่ากล่าวให้ฮวนจ๋งปล่อยพี่น้องสามคนไปทำมาหากินเห็นจะมีความสบายยิ่งนัก

ขณะนั้นศักราชเกียนบู๊สองปี ณ เดือนสามรุ่งขึ้นวันตรุษ พระเจ้าเล่าพุนจู๋ออกขุนนางจึงสั่งให้แต่งโต๊ะ แล้วให้หาฮวนจ๋งกับขุนนางนายโจรเข้ามากินโต๊ะเสพสุราเป็นที่สนุกสบาย แล้วเล่าพุนจู๋จึงว่าฮวนจ๋งกับนายโจรทั้งปวง แต่ก่อนข้าพเจ้ากับพี่น้องสามคนได้ความเข็ญใจไร้ยากอยู่เมืองเตงก๊ก ท่านมีความกรุณายกขึ้นครองเมืองหลวงเป็นสุขมาถึงปีเศษขอบคุณยิ่งนัก แต่ข้าพเจ้าเป็นโฉดเขลาไม่เข้าใจในขนบธรรมเนียมแผ่นดิน จะบังคับว่ากล่าวสิ่งใดไม่สิทธิ์ขาด ราชการเมืองหลวงฟั่นเฟือนไปไม่มีขนบขนาด จะขอลาท่านออกจากที่กษัตริย์พึ่งบุญท่านอยู่กว่าจะสิ้นชีวิต ว่าแล้วเลื่อนลงจากพระที่นั่ง ส่งตราสำหรับกษัตริย์ให้แก่ฮวนจ๋ง

ฝ่ายฮวนจ๋งไม่รับตราจึงทูลว่า ซึ่งพระองค์เป็นกษัตริย์ทั้งนี้ เพราะขุนนางและราษฎรหัวเมืองทั้งสี่ทิศพร้อมใจกันยอมอยู่ในบังคับรับสั่ง ซึ่งข้าพเจ้ากับขุนนางทั้งปวงล่วงพระราชอาญาให้ขัดเคืองพระทัยครั้งนี้ผิดนัก ขอพระราชทานโทษโปรดเลี้ยงไว้อีกสักครั้งหนึ่ง แต่นี้สืบไปภายหน้าข้าพเจ้ากับขุนนางทั้งปวงจะอยู่ในบังคับรับสั่งมิให้ขัดเคือง ขอพระองค์จงเสวยราชสมบัติให้เป็นสุขโดยราชประเพณี ฮวนจ๋งกับขุนนางนายโจรพากันเข้าประคองพยุงเล่าพุนจู๋ขึ้นนั่งที่กษัตริย์ มอบตราหยกให้เล่าพุนจู๋ว่าราชการเมืองหลวงต่อไป

ฝ่ายพระเจ้าเล่าพุนจู๋เลี้ยงโต๊ะขุนนางเสร็จแล้วเสด็จขึ้น ฮวนจ๋งกับขุนนางทั้งปวงต่างคนกลับไปบ้าน ตั้งแต่นั้นมาพวกโจรมิได้ข่มเหงราษฎรเหมือนดังครั้งก่อน

ฝ่ายชาวเมืองหลวงซึ่งอพยพหลบหนีไปซ่อนอยู่ในป่า ครั้นรู้กิตติศัพท์ว่า ฮวนจ๋งนายโจรถวายความสัจไว้กับพระเจ้าเล่าพุนจู๋แล้ว พากันเข้ามาอยู่ที่บ้านเรือน นั่งร้านขายสิ่งของตามเคยค้าขายมาแต่ก่อน ประมาณสี่สิบวันไม่มีผู้ใดข่มเหงฉ้อตระบัด

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ