๑๗

ฝ่ายฮวนจ๋งกับขุนนางนายโจรทั้งปวง เห็นทรัพย์สิ่งของราษฎรนั่งร้านขายค่อยมั่งคั่งบริบูรณ์ มีใจโลภจะใคร่ได้จึงประชุมปรึกษากันว่า เมืองหลวงนี้กว้างใหญ่นักจะรักษาเป็นอันยาก อนึ่งพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ก็คิดจะยกทัพมาชิงเมืองหลวง ถ้าเนิ่นช้าอยู่พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้รบพุ่งติดพันกันไปได้ความลำบาก จำจะรวบรวมทรัพย์สิ่งของเสบียงอาหาร เชิญเสด็จพระเจ้าเล่าพุนจู๋ไปอยู่ที่เมืองอื่นให้เป็นสุข ครั้นปรึกษาเห็นชอบพร้อมกันแล้ว ต่างคนพาพรรคพวกเข้าปล้นตีชิงทรัพย์สิ่งของชาวเมืองหลวง รวบรวมข้าวปลาอาหารบรรทุกเกวียนเป็นอันมาก ฮวนจ๋งเข้าไปเชิญพระเจ้าเล่าพุนจู๋ขึ้นรถ พาพวกโจรออกจากเมืองเตียงอั๋นไปทางทิศใต้

ฝ่ายพระเจ้าเกงซีฮ่องเต้ ซึ่งพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ตั้งให้เป็นซุยเอี๋ยงอ๋องครองเมืองซุยเอี๋ยง แจ้งข่าวว่าฮวนจ๋งยกทัพล่วงแดนเมืองซุยเอี๋ยงเข้ามา จึงสั่งให้เงียมฉุนคุมทหารสามหมื่นออกไปป้องกันแดนไว้ เงียมฉุนคำนับลาออกมาจัดทหารออกจากเมืองซุยเอี๋ยง ไปถึงด่านปลายแดน พอพบกองทัพเล่าพุนจู๋ เงียมฉุนเห็นทหารเป็นอันมากจะต่อสู้ประจันหน้ามิได้ จึงจัดทหารเป็นกองโจรเข้าตีตัดท้ายทัพ ฝ่ายพวกโจรมิได้รู้ว่ามากและน้อย ต่างคนแตกหนีเข้าไปถึงฮวนจ๋ง

ฝ่ายฮวนจ๋งยืนม้าอยู่แลไปเห็นข้าศึกน้อยตัว จึงร้องบอกทหารกลับหน้าเข้ารบพุ่ง ซัดศัสตราวุธโห่ร้องเสียงอื้ออึงสนั่นไปทั้งป่า ฝ่ายเงียมฉุนเห็นทหารน้อยตัวกลัวจะวกหลัง จึงถอยทัพรอรบออกไป ฮวนจ๋งได้ทีขับทหารรบรุกบุกบั่นฟันแทง ทหารเงียมฉุนล้มตายเป็นอันมาก เงียมฉุนเห็นฮวนจ๋งขับม้าตามทันจวนตัวจึงชักม้ากลับหน้าเข้ารบ ฮวนจ๋งเอาง้าวฟันถูกเงียมฉุนตกม้าตาย แล้วยกทัพเข้าตั้งอยู่ในเมืองฮั่นต๋ง นายโจรตั้งทัพรายกันอยู่ทั้งนอกเมืองในเมืองต่อเนื่องกันไปถึงแดนเมืองเอียงเสีย ขณะนั้นเป็นเทศกาลฤดูหนาวน้ำค้างตกหนัก พวกโจรหนาวน้ำค้างตายพันเศษ ฮวนจ๋งกับนายโจรทั้งปวงได้ความลำบากอยู่มิได้ จึงยกทัพกลับคืนมาอยู่เมืองเตียงอั๋น แล้วให้ทลายกุฏิขุดศพพระมเหสีพระเจ้าฮั่นโกโจซึ่งฝังไว้แต่ก่อน และศพขุนนางตายเก่าและใหม่ขึ้นรื้อเอาทรัพย์เงินทองสำหรับศพขึ้นแบ่งกันเป็นอันมาก

ฝ่ายราษฎรชาวเมืองหลวงกลัวพวกโจร พาบุตรภรรยาหนีออกจากเรือนระส่ำระสาย ฝ่ายเตงอูพักพวกทแกล้วทหารอยู่ ณ เมืองลำกุ๋น ให้ทหารไปสืบราชการเมืองหลวงอยู่มิได้ขาด พอทหารกลับมาบอกว่า ฮวนจ๋งทำจลาจลขึ้นในเมืองหลวง ราษฎรทั้งปวงระส่ำระสายสมที่คิดไว้แต่หลัง จึงสั่งให้นายทัพนายกองเตรียมทหารพร้อมแล้ว ครั้นเวลารุ่งเช้ายกกองทัพออกจากเมืองลำกุ๋นไปถึงตำบลเบงตี๋ พอเวลาเย็นลงให้หยุดประทับแรมทหาร เตงอูจึงบอกนายทัพนายกองทั้งปวงว่า ตำบลเบงตี๋นี้เชื้อพระวงศ์กษัตริย์สร้างวัดไว้วัดหนึ่ง มีรูปกษัตริย์ซึ่งได้เสวยราชสมบัติในเมืองหลวงตั้งแต่พระเจ้าฮั่นโกโจลำดับถึงพระเจ้าเปงเต้เป็นกษัตริย์สิบเอ็ดพระองค์ ควรเราจะพากันไปถวายบังคมกษัตริย์ผู้มีบุญญาธิการ ในเวลารุ่งเช้าจะได้ยกเข้าไปตีเมืองเตียงอั๋น ครั้นเวลารุ่งเช้าขึ้นเตงอูกับนายทหารอาบนํ้าชำระตัวนุ่งห่มเหมือนดังขุนนางข้าเฝ้า ถือดอกไม้ธูปเทียนเข้าไปคำนับบวงสรวงรูปกษัตริย์เสร็จแล้ว ให้ทหารเชิญรูปกษัตริย์สิบเอ็ดองค์ไปถวายพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ ณ เมืองลกเอี๋ยง แล้วยกกองทัพเดินตามระยะทางไปเมืองเตียงอั๋น

ฝ่ายโจรทั้งปวงซึ่งออกมาปล้นตีชิงทรัพย์สิ่งของคนเดินทาง เห็นกองทัพยกมารู้ว่าเป็นกองทัพเตงอูจะมาตีเมืองหลวง ต่างคนตกใจพากันรีบเข้าไปคำนับบอกความกับฮวนจ๋งนายโจรผู้ใหญ่ ฮวนจ๋งแจ้งว่าเตงอูยกทัพมา จึงสั่งเอียนหงิมให้คุมทหารสิบหมื่นออกไปป้องกันเมืองไว้ อย่าให้ข้าศึกเตงอูยกเข้ามาประชิดถึงกำแพง เอียนหงิมคำนับลาออกมาแต่งตัวใส่เกราะขึ้นม้าถืออาวุธพาทหารออกจากเมือง เดินกองทัพตามระยะทางถึงตำบลหนึ่ง พอพบกองทัพสวนทางมา ทหารสองฝ่ายก็รอกันอยู่ เอียนหงิมขับม้าฝ่าทหารขึ้นไปร้องว่า ผู้ใดเป็นแม่ทัพกำกับทหาร เร่งออกมาต่อสู้ดูฝีมือกันให้เห็นแพ้และชนะ เตงอูได้ยินก็โกรธจึงชักม้าขึ้นมาหน้าทหาร แล้วขับทหารเข้ารบกันกลางแปลงเป็นตะลุมบอน เอียนหงิมจึงแผ่ทหารออกตีโอบขึ้นไปทั้งสองข้าง เตงอูเห็นทหารเรรวนจวนจะเสียทีด้วยทหารน้อยตัวจึงตีม้าล่อล่าทัพ เอียนหงิมมิได้ติดตามยกทัพกลับคืนเข้าเมืองหลวง

ฝ่ายเตงอูมาถึงเมืองเอียงเขง ทหารกองหน้าลงมาบอกว่ามีกองทัพตั้งขวางทางอยู่จะไปมิได้ เตงอูจึงขับม้าขึ้นไปแลดูแต่ไกลเห็นผู้ซึ่งเป็นนายยืนม้าอยู่หน้าทหาร รูปร่างเหมือนเล่าแก๋เชื้อพระวงศ์ร่วมแซ่พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้

ฝ่ายเล่าแก๋เจ้าเมืองเอียงเขงพาขุนนางมาเที่ยวป่า แลไปเห็นเตงอูก็รู้จัก จึงร้องทักถามว่าท่านยกทัพมาจะไปแห่งใด เตงอูได้ยินจึงลงจากม้าเข้าไปคำนับ แล้วแจ้งความแต่หลังให้ฟังทุกประการ เล่าแก๋ได้ฟังดังนั้นจึงถามว่า พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้เจ้าของท่านยังค่อยอยู่ดีมีความสุขหรือได้ทุกข์ยากประการใด เตงอูจึงบอกว่าพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ไปปราบโจรผู้ร้ายฝ่ายเหนือ ให้ข้าพเจ้าแยกกองทัพมาทิศใต้ แต่จากมาช้านานยังมิได้พบ ได้ยินกิตติศัพท์รับบทว่านายทัพนายกองพร้อมกันยกพระฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ขึ้นเป็นกษัตริย์ ตั้งเมืองลกเอี๋ยงเป็นเมืองหลวง เล่าแก๋แจ้งดังนั้นยินดีนัก จึงให้หาตัวหลีเปาเข้ามาบอกเตงอูว่า หลีเปาคนนี้เราเลี้ยงเป็นที่ไจเสียงขุนนางผู้ใหญ่ เตงอูจึงว่าแก่หลีเปา ซึ่งท่านเป็นขุนนางผู้ใหญ่ในเมืองเอียงเขงควรจะรู้จักกันไว้ จะได้เป็นเพื่อนราชการกันสืบไป

ฝ่ายเล่าแก๋จึงพาเตงอูกับทหารทั้งปวงกลับเข้าเมือง เตงอูพักทแกล้วทหารอยู่ในเมืองเอียงเขงเป็นหลายวัน ครั้นปรนปรือทหารมีกำลังขึ้นแล้ว คิดจะยกทัพเข้าตีเมืองเตียงอั๋น จึงสั่งให้คนใช้ไปหาตัวหลีเปาแลขุนนางนายกองทหารเข้ามาพร้อม ณ ที่ขุนนางจะปรึกษาราชการ คนใช้คำนับลาไปบอกแก่หลีเปาและขุนนางตามสั่ง ฝ่ายหลีเปาถือตัวว่าเป็นขุนนางผู้ใหญ่ จึงสั่งให้คนใช้ไปบอกเตงอูว่าเราเป็นถึงที่ไจเสียง ผู้อื่นนอกกว่าเล่าแก๋ผู้ใดหาฝ่าเกินเราได้ไม่ ซึ่งเตงอูประมาทหมิ่นให้คนใช้มาหาเรานั้นเห็นเหลือเกินยศศักดิ์นัก คนใช้ก็เข้าไปบอกความตามคำหลีเปา เตงอูได้ฟังก็โกรธจึงว่า ตัวเราเป็นขุนนางผู้ใหญ่ในพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ หลีเปาเป็นแต่ขุนนางเมืองน้อย ไปหาตัวมาจะปรึกษาราชการ กลับขัดแข็งให้ขุนนางดูเยี่ยงอย่าง เตงอูขับทหารออกไปผูกคอมาจะลงอาญาตามโทษ

ฝ่ายเล่าแก๋เห็นเตงอูโกรธจึงว่ากล่าวขอโทษหลีเปา เตงอูไม่ฟัง พอเห็นทหารมัดหลีเปาเข้ามา จึงสั่งทหารให้เอาตัวหลีเปาไปตัดศีรษะเสียบประจานไว้นอกเมือง ทหารรับคำไปทำตามสั่ง ฝ่ายหลีสิวน้องชายหลีเปาจึงออกไปพาทหารพรรคพวกเป็นอันมากยกเข้าเมือง หมายจะจับเตงอูแก้แค้นแทนหลีเปา ทหารหลีสิวไล่ฆ่าฟันทหารเตงอูล้มตายระส่ำระสายเป็นอลหม่านทั้งเมือง ฝ่ายเตงอูเห็นจะต้านทานมิได้ ขึ้นม้าพาทหารหนีออกจากเมืองเอียงเขงเข้าป่า ฝ่ายหลีสิวขับทหารติดตามเตงอูไปจนถึงปลายแดนเมืองโกเหลงแล้วพาทหารกลับมาเมือง

ฝ่ายเตงอูพาทหารหนีหลีสิวเข้าอาศัยอยู่เมืองโกเหลง ทหารล้มตายหนีไปเป็นอันมาก ทั้งเสบียงอาหารก็ขัดสน จึงแต่งหนังสือบอกข้อราชการขอกองทัพกับเสบียงอาหาร ณ เมืองหลวง ม้าใช้รับหนังสือคำนับลาขึ้นม้าไปเมืองลกเอี๋ยง

ฝ่ายพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้เสวยราชสมบัติบำรุงราษฎรชาวเมืองลกเอี๋ยงอยู่เย็นเป็นสุข วันหนึ่งเสด็จอยู่ข้างในพร้อมด้วยนางบำเรอขับร้องประสานเสียงดุริยางค์ดนตรีฟังเพราะเป็นที่สบาย เห็นนางเอาเอียงก๋งจู๊เชื้อพระวงศ์ร่วมแซ่ สามีตายเป็นหม้ายอยู่หลายปี จึงตรัสเรียกเข้ามาใกล้แล้วว่า เราจะปลูกฝังจัดแจงขุนนางผู้มีสติปัญญาให้อยู่เป็นคู่ครองกันกับเจ้าจะได้สืบเชื้อพระวงศ์ไปภายหน้า เจ้าจะเห็นเป็นประการใด นางเอาเอียงก๋งจู๊จึงทูลว่า ซึ่งตรัสทั้งนี้โดยความกรุณาพระคุณหาที่สุดมิได้ จะจัดแจงประการใดข้าพเจ้าไม่ขัดรับสั่ง แต่ซึ่งขุนนางเป็นสัตย์ซื่อชอบพระอัชฌาสัยนั้นคือผู้ใดเล่า พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้จึงว่า ชื่อซองสูเราจะหามาข้างหน้าให้รู้จักตัว ตรัสแล้วพานางเอาเอียงก๋งจู๊ไปนั่งอยู่แต่ในมู่ลี่ พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้เสด็จออกขุนนาง จึงตรัสเรียกซองสูเข้ามาใกล้แล้วถามว่าทุกวันนี้เราเลี้ยงท่านเป็นขุนนางมียศศักดิ์ทรัพย์สมบัติควรแก่คุณานุรูป แม้นสตรีมีทรัพย์ประกอบรูปโฉมงามมีความปฏิพัทธ์ แต่จะให้ท่านละภรรยาเก่าเสีย จะมาอยู่ปฏิบัติบำรุงให้ท่านเจริญเกียรติยศศฤงคารบริวารมากขึ้นกว่าแต่ก่อนท่านจะเห็นประการใด ซองสูจึงทูลว่าบุรุษจะหาสตรีเป็นภรรยายากที่จะหาน้ำใจซื่อตรง ขณะเมื่อมีทรัพย์สมบัติสตรีผู้ภรรยาก็ปฏิบัติอยู่เป็นปกติ ครั้นเมื่อยากไร้สตรีที่มีน้ำใจชั่วก็คิดจะเอาตัวหนี ต่อเมื่อใดภรรยาดีจึงจะอุตส่าห์อยู่ปฏิบัติร่วมทุกข์ด้วยผู้ซึ่งเป็นสามีนั้น ครั้นพ้นจากความยากไร้ได้เป็นดีมียศศักดิ์แล้ว จึงจะทำนุบำรุงภรรยาเก่าซึ่งมีน้ำใจซื่อร่วมทุกข์ร่วมสุขมาแต่ก่อน เป็นคำโบราณสั่งสอนมาฉะนี้ ภรรยาเก่าข้าพเจ้าได้เลี้ยงกันมาแต่ครั้งยากไร้ ได้เป็นขุนนางเข้าเฝ้าค่อยมียศศักดิ์ขึ้นแล้ว จะขอเลี้ยงภรรยาเก่าไปกว่าจะสิ้นชีวิต ซึ่งจะคิดยินดีด้วยสตรีอื่นนั้นหามิได้ พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ได้ฟังจึงตรัสว่า ท่านมีใจสัตย์ซื่อมั่นคงหาผู้เสมอมิได้ แล้วตรัสให้ซองสูเลื่อนที่ขึ้นเป็นไต้สู่ของตำแหน่งขุนนางผู้ใหญ่ พอขุนนางนายประตูพาม้าใช้ถือหนังสือเข้าไปเฝ้าทูลว่า จันเหาเตงอูซึ่งเป็นแม่ทัพยกไปปราบโจรฝ่ายทิศใต้ ตั้งแต่ปีนอิ๋มคิดการแข็งเมืองเคาอิบขึ้นให้เสื่อมเกียรติยศ แต่ยกเข้าตีหลายครั้งเอาเมืองหลวงมิได้ เสบียงอาหารขัดสนผู้คนหนีไปเป็นอันมาก บัดนี้เข้าตั้งอยู่เมืองโกเหลง ขอให้จัดกองทัพเพิ่มเติมไปช่วย จะขอเข้าเมืองหลวงให้จงได้ พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ได้ฟังจึงตรัสแก่เพียนเจียงกุ๋นปังอี้ว่า เตงอูมีหนังสือมาขอกองทัพครั้งนี้ เราตรึกตรองดูเห็นว่า ฮวนจ๋งนายโจรซึ่งตั้งอยู่เมืองเตียงอั๋นนั้น ครั้นเก็บริบได้ทรัพย์สิ่งของแล้วก็จะพากันหนีไป หาคิดที่จะตั้งมั่นคงไม่ ราษฎรชาวเมืองเตียงอั๋นทุกวันนี้ได้ความเดือดร้อนนัก ซึ่งจะเป็นแม่ทัพยกไปดับทุกข์ของราษฎรนั้น เราเห็นแต่ท่านอันมีฝีมือเข้มแข็งในการสงคราม พวกโจรเคยเข็ดขามมาแต่ก่อน จงไปกำจัดฮวนจ๋งเสียแล้วอยู่จัดแจงชักชวนราษฎรซึ่งหลบหนีอยู่ป่า ให้ออกมาอยู่ตามภูมิลำเนาเหมือนอย่างแต่ก่อน ถ้าฮวนจ๋งพวกโจรมีกำลังศึกกล้าแข็งกำจัดมิได้ ให้มีหนังสือบอกมาจะยกทัพใหญ่ไปช่วย ปังอี้จึงว่าซึ่งพระองค์ชุบเลี้ยงเป็นขุนนางมีผู้คำนับยำเกรงพระคุณหาที่สุดมิได้ จะขออาสาปราบศัตรูแผ่นดินกว่าจะสิ้นชีวิต ทูลแล้วคำนับลาออกมาจัดทหารสิบหมื่น ยกทัพออกจากเมืองลกเอี๋ยง พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้เสด็จทรงรถไปส่งกองทัพถึงเมืองโฮหลำ ตรัสกำชับแก่ปังอี้แล้วเสด็จกลับคืนเข้าเมืองลกเอี๋ยง ปังอี้ยกกองทัพออกจากแดนโฮหลำเดินทัพตามระยะทาง พวกโจรซึ่งตั้งซ่องสุมอยู่ป่าออกมาเข้าด้วยปังอี้เป็นอันมาก

ฝ่ายพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ ครั้นส่งกองทัพเพียนเจียงกุ๋นปังอี้ไปแล้ว ตรึกตรองดูการแผ่นดินเห็นว่าเมืองฝ่ายตะวันออกนั้นยังไม่ราบคาบ จึงสั่งให้ม้าบู๊หนึ่ง งอฮั่นหนึ่ง อองป้าหนึ่ง อองเสียงหนึ่ง กับขุนนางนายทหารมีฝีมือเข้มแข็ง ตั้งแต่งไปรักษาฝ่ายตะวันออก แล้วให้แต่งหนังสือตอบไปถึงเตงอูฉบับหนึ่งใจความว่า เตงอูเป็นคนเก่าทำความชอบไว้หลายครั้ง เป็นแม่ทัพไปปราบหัวเมืองทิศใต้ให้เลื่อนที่เป็นจันเหา พาทแกล้วทหารเที่ยวตีเมืองได้เป็นหลายตำบลทหารอิดโรยนัก จึงตั้งพักปรนปรือทแกล้วทหารอยู่ ณ เมืองโกเหลง กองทัพซึ่งจะเข้ากระทำเมืองเตียงอั๋นนั้น ได้จัดให้เพียนเจียงกุ๋นปังอี้คุมทหารสิบหมื่นยกไปแล้ว ซึ่งฮวนจ๋งกับพวกโจรนั้นเรรวนอยู่ ไปภายหน้าจะออกยอมสามิภักดิ์โดยดี อย่าให้จันเหาเตงอูคิดวิตกเลย ครั้นแต่งหนังสือแล้วส่งให้ขุนนางผู้หนึ่งกับม้าใช้ไปเมืองโกเหลง

ฝ่ายเตงอูตั้งแต่ม้าใช้ไปเมืองลกเอี๋ยงหลายวันมิได้กลับมา นั่งกอดเข่าทุกข์ใจคอยข่าวอยู่ พอนายประตูเข้ามาบอกว่าม้าใช้ซึ่งให้ไปเมืองลกเอี๋ยงนั้น พาขุนนางถือหนังสือรับสั่งมาถึงแล้ว เตงอูจึงออกไปเชิญให้เข้ามาในเมือง ให้เลี้ยงโต๊ะขุนนางเมืองหลวงตามธรรมเนียม เตงอูเชิญหนังสือรับสั่งออกจากผนึกอ่านแจ้งความแล้วจึงคิดว่า พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้นับถือว่าเราเป็นคนมีสติปัญญา ให้ยกมาทำศึกตีเมืองใหญ่ไม่สำเร็จ ถ้าปังอี้ยกไปตีเมืองหลวงเราก็จะมีแต่ความอัปยศอายแก่ทหารทั้งปวงยิ่งนัก คิดแล้วจึงสั่งนายทหารเตรียมกองทัพยกกลับไปตีเมืองหลวง ทหารทั้งปวงอิดโรยกำลังต้านทานฝีมือทหารฮวนจ๋งมิได้ เตงอูล่าทัพถอยกลับมาเมืองโกเหลงยิ่งมีความวิตกทุกข์ใจนัก

ฝ่ายเพียนเจียงกุ๋นปังอี้ยกกองทัพมาถึงตำบลฮัวอิ๋มตั้งค่ายมั่นลงไว้ จึงแต่งหนังสือส่งให้ม้าใช้เข้าไปบอกฮวนจ๋งให้ออกมารบ ทหารม้าใช้รับหนังสือคำนับลาไปตามสั่ง ปังอี้จึงพานายทหารไปดูที่ซุ่มทัพมาถึงตำบลหนึ่งเป็นที่ป่าชัฏ จึงจัดทหารมีกำลังฝีมือกล้าแข็งแต่งตัวนุ่งห่มเหมือนพวกทหารฮวนจ๋ง ไปตั้งซุ่มรายสองข้างทางแล้วสั่งว่า ถ้าฮวนจ๋งออกมารบให้คอยดูเห็นธงสัญญาโบกเป็นสำคัญจึงเข้าปลอมทัพฮวนจ๋ง ฆ่านายทหารบรรดามีฝีมือเสียให้เปลืองลงจงได้ ปังอี้ซุ่มทหารแล้วกลับไปค่าย จัดทหารแก่ชรากำลังน้อยห้าพันเศษเป็นกองล่อ ทหารกองหลวงล้วนมีกำลังฝีมือเก้าหมื่นเศษ ให้ออกไปตั้งซุ่มอยู่ป่าหน้าค่าย หมายจะให้ข้าศึกเห็นว่าคนน้อยกำเริบใจไล่ล่วงถลำเข้ามา ได้ทีจะยกทัพใหญ่ออกตีให้ฮวนจ๋งแตกยับเยิน ปังอี้จึงพาทหารห้าพันไปตั้งค่ายหน้าขวางทางหลวงคอยรับทัพฮวนจ๋ง

ฝ่ายทหารม้าใช้ถือหนังสือไปถึงเมืองเตียงอั๋น จึงบอกแก่ขุนนางผู้รักษาประตูว่า เพียนเจียงกุ๋นปังอี้ยกมาตั้งอยู่ ณ เมืองฮัวอิ๋ม ให้ฮวนจ๋งเร่งจัดทหารยกออกไปรบกันให้ถึงแพ้และชนะในเวลารุ่งพรุ่งนี้เช้า ผู้รักษาประตูรู้ความแล้วรับหนังสือเข้าไปส่งให้ฮวนจ๋ง แล้วแจ้งความให้ฟังทุกประการ ฮวนจ๋งอ่านหนังสือแล้วหัวเราะจึงว่า เตงอูรบกับเราหลายครั้งพ่ายแพ้ไป บัดนี้ปังอี้จะมาต่อสู้ กูจะยกทัพใหญ่ออกตีให้เข็ดหลาบปราบทหารฮั่นกองบู๊ให้ราบคาบลงจงได้ เร่งออกไปบอกผู้ถือหนังสือไปบอกแก่ปังอี้ผู้นายว่า เวลาพรุ่งนี้จึงค่อยยื่นคอไว้รับคมอาวุธ ชาวเมืองหลวงจะยกออกไปตัดศีรษะเสียให้สิ้นทั้งกองทัพ นายประตูรับคำลาออกไปบอกม้าใช้ ม้าใช้ได้ความแล้วขับม้ากลับมาบอกแก่ปังอี้ทุกประการ

ฝ่ายฮวนจ๋งจึงจัดทหารสิบหมื่นเข้ากระบวนทัพ ครั้นเวลารุ่งเช้าฮวนจ๋งแต่งตัวใส่เกราะขึ้นม้าถืออาวุธ พาทหารออกจากเมืองเตียงอั๋นไปตามทางหลวง ถึงตำบลฮัวอิ๋มเห็นค่ายตั้งขวางทางอยู่ ดูทหารออกยืนหน้าค่ายมีแต่คนชรากำลังน้อย ฮวนจ๋งมีใจประมาทหัวเราะเยาะเย้ยจึงขับม้าพาทหารเข้าตีค่าย

ฝ่ายปังอี้จึงชักม้ารำทวนออกรบกับฮวนจ๋งได้สิบเพลงแกล้งทำเสียทีพาทหารถอยล่อรอรบไปถึงที่ทัพใหญ่ให้ทหารออกรบประจันหน้าไว้ ทหารทั้งสองฝ่ายถ้อยทีพุ่งซัดศัสตราวุธยิงเกาทัณฑ์โห่ร้องตีกลองรบเสียงอื้ออึงทั้งป่า ครั้นเวลาบ่ายปังอี้ขึ้นยืนม้าอยู่บนเนินสูง แลเห็นทหารฮวนจ๋งรบเรี่ยรายกันไม่เป็นหมวดกองต้องด้วยกลอุบาย จึงให้ทหารยกธงสัญญาทัพซุ่มขึ้นโบกบนปลายไม้ ฝ่ายทหารห้าร้อยคอยดูธงสำคัญ ครั้นเห็นธงโบกต่างคนเข้าปลอมทหารฮวนจ๋ง

ฝ่ายนายทัพนายกองพวกฮวนจ๋งสำคัญว่าเป็นทหารในกองทัพมิได้ระวังตัว ทหารซึ่งเข้าปลอมห้าร้อยคอยฆ่าฟันทหารฮวนจ๋งตายเรี่ยรายอยู่ทุกสุมทุมพุ่มไม้ ฝ่ายฮวนจ๋งยืนม้าอยู่เห็นทหารในกองทัพฆ่าฟันกันตายเบาบางลง รู้ว่าทหารปังอี้ปลอมเข้ามาตกใจนักชักม้าถอยหนี ฝ่ายปังอี้ได้ทีขับทหารไล่ติดตามฆ่าฟันพวกฮวนจ๋งแตกหนีล้มตายเรี่ยรายไปตามทาง ฝ่ายฮวนจ๋งขับม้ากลับมาถึงเมืองหลวง จึงเข้าไปเชิญเล่าพุนจู๋หนีออกจากเมืองเข้าป่า รวบรวมทหารซึ่งแตกทัพยกไปเมืองชวนเอี๋ยง

ฝ่ายปังอี้ครั้นมีชัยชนะจึงยกกองทัพเข้าเมืองเตียงอั๋น บรรดาพวกโจรซึ่งมิได้ไปด้วยฮวนจ๋งนั้น พากันหนีออกตั้งซ่องสุมอยู่ป่าเป็นอันมาก ที่อยู่ในเมืองหลวงมายอมเข้าด้วยปังอี้ประมาณเก้าหมื่นเศษ ปังอี้จึงกำชับสั่งทหารมิให้ทำอันตรายแก่พวกโจรซึ่งยอมสามิภักดิ์ แล้วเกลี้ยกล่อมชักชวนราษฎรซึ่งแตกฉานซ่านเซ็นออกป่า ให้เข้าอยู่ตามภูมิลำเนาทำมาหากินอยู่เย็นเป็นสุขเหมือนยังแต่ก่อน แล้วแต่งหนังสือบอกข้อราชการส่งให้ทหารม้าใช้ไปเฝ้าพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ ณ เมืองลกเอี๋ยง ม้าใช้รับหนังสือคำนับลาไปตามสั่ง

ฝ่ายพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ ตั้งแต่กองทัพเพียนเจียงกุ๋นปังอี้ยกไปตีเมืองเตียงอั๋นคอยฟังข่าวข้อราชการอยู่มิได้ขาด วันหนึ่งเวลาเช้าเสด็จออก พอขุนนางนำหนังสือบอกเข้ามาเฝ้า อ่านหนังสือถวายเป็นใจความว่า ซึ่งมีรับสั่งให้เพียนเจียงกุ๋นปังอี้ยกทัพปราบฮวนจ๋ง ณ เมืองเตียงอั๋น ได้คิดกลศึกปลอมเป็นทหารเข้าในกองทัพฮวนจ๋ง ฝ่ายฮวนจ๋งเสียทีหนีกลับมาพาเล่าพุนจู๋ไปอาศัยอยู่เมืองชวนเอี๋ยง บัดนี้ได้ยกเข้าจัดแจงราษฎรชาวเมืองเตียงอั๋นให้อยู่เย็นเป็นสุขตามมีรับสั่ง แต่โจรผู้ร้ายพวกฮวนจ๋งเรี่ยรายกันตั้งซ่องสุมอยู่เป็นหลายตำบล ปราบโจรผู้ร้ายราบคาบแล้วจึงจะยกทัพกลับมาเฝ้าต่อครั้งหลัง พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ได้ฟังมีความยินดีนัก จึงสั่งให้มีหนังสือตอบว่าซึ่งฮวนจ๋งพาเล่าพุนจู๋หนีเข้าเมืองชวนเอี๋ยงนั้น เราจะยกไปกระทำ ให้เพียนเจียงกุ๋นปังอี้ปราบโจรผู้ร้ายในแดนเมืองเตียงอั๋นให้ราบคาบ จัดแจงราษฎรให้อยู่เย็นเป็นสุขสืบไป ขุนนางพนักงานรับสั่งคำนับลาออกมาแต่งหนังสือตอบส่งให้ม้าใช้กลับไปเมืองเตียงอั๋น พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้จึงจัดกองทัพเป็นกระบวนใหญ่ ให้เอียวกี๋เป็นแม่ทัพหน้า อองป้าเป็นนายกองปีกขวา เกียนเผียวเป็นนายกองปีกซ้าย ทหารเลวกองละหมื่น ทัพหลวงนั้นนายทหารเอกร้อยเศษ ทหารเลวสามหมื่นเศษ ครั้นรุ่งขึ้นเป็นศุภวาร พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ทรงเครื่องสำหรับกษัตริย์ปราบศึก เสด็จขึ้นทรงม้าพระที่นั่งประดับด้วยเครื่องพู่ดาวดูงาม พร้อมด้วยขุนนางนายทหารตามเสด็จออกมานอกเมืองถึงที่ตั้งกระบวนทัพ จึงขึ้นทรงรถมังกรพร้อมด้วยเครื่องสูงคู่แห่โดยกระบวนถ้วนทุกพนักงาน จุดประทัดสัญญาบรรดาเสียงม้าล่อและกลองชัยกลองชนะ ทหารโห่ร้องเป็นสง่าศึก เดินทัพตามซ้ายและขวากองหน้าและกองหลังเป็นหมวดกอง

ฝ่ายราษฎรชาวบ้านและหัวเมืองรายทางต่างคนอุ้มลูกจูงหลานออกมานั่งตั้งเครื่องคำนับรับเสด็จเป็นระเบียบเรียบริมสองข้างทาง พากันสรรเสริญอำนวยพรเสียงอื้ออึงไปทุกตำบล พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้จึงรับสั่งให้มีพระราชกำหนดประกาศแก่ทแกล้วทหารมิให้ย่ำยีข่มเหงราษฎร ผู้ใดล่วงบังคับให้เอาตัวประหารชีวิตเสีย พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้เดินทัพมาตามระยะทางถึงปลายด่านเมืองชวนเอี๋ยง ให้ตั้งค่ายมั่นลงพักทแกล้วทหารแล้ว สั่งม้าใช้ถือหนังสือบอกเข้าไปให้ฮวนจ๋งออกมารบ ทหารม้าใช้รับสั่งคำนับลาขึ้นม้าไปหาฮวนจ๋งส่งหนังสือให้แล้วแจ้งความตามรับสั่ง

ฝ่ายฮวนจ๋งกับขุนนางนายโจรทั้งปวง รู้ว่าพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ยกทัพใหญ่มา ต่างคนตกใจไม่คิดที่จะต่อสู้ ฮวนจ๋งจึงเข้าไปปรึกษาเล่าพุนจู๋ว่า พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ให้ทหารเข้ามานัดการรบ อันนายทัพนายกองที่เคยทำศึกก็ล้มตายระส่ำระสายแต่ครั้งเสียเมืองเตียงอั๋น ครั้นจะคิดการต่อสู้กับกองทัพพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้สืบไปภายหน้า ถ้าเสียทีลงจะแก้ตัวให้รอดพ้นจากความตายนั้นยากนัก ข้าพเจ้ากับขุนนางทั้งปวงคิดพร้อมใจกันจะออกสามิภักดิ์ พึ่งบุญพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้พอชีวิตรอดความตายครั้งหนึ่ง เล่าพุนจู๋ได้ฟังดังนั้นจึงว่าแก่เล่าจ๋งว่า ท่านจงออกไปเฝ้าดูท่วงทีก่อน ถ้าพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้จะกรุณาไม่ฆ่าเสีย เราจึงจะพากันออกไปเฝ้าต่อครั้งหลัง แม้นเห็นว่าพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้มีความพยาบาทไม่เลี้ยงเราโดยสุจริต ควรคิดจะอพยพครอบครัวหนีเข้าป่า เล่าจ๋งรับคำลาออกมาจัดสิ่งของเครื่องบรรณาการบรรทุกเกวียนออกจากเมืองชวนเอี๋ยงมาถึงค่ายหลวง ทหารม้าใช้พาเล่าจ๋งกับเครื่องบรรณาการเข้าไปเฝ้าพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ แล้วทูลว่าเล่าพุนจู๋กับฮวนจ๋งแจ้งความว่า พระองค์เสด็จมาเกรงกลัวอาญายิ่งนัก ด้วยตัวทำความผิดไว้เป็นอันมาก ให้ข้าพเจ้าคุมเครื่องบรรณาการออกมาเฝ้ายอมสามิภักดิ์ขอพระราชทานชีวิตไว้ครั้งหนึ่ง ถ้าโปรดยกโทษแล้วเล่าพุนจู๋กับฮวนจ๋งจะพาขุนนางทั้งปวงออกมาเฝ้าถวายตราหยกสำหรับกษัตริย์เมืองหลวงต่อครั้งหลัง พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ได้ฟังยินดีนัก จึงตรัสปราศรัยว่าเราทำศึกปราบโจรผู้ร้ายหมายแต่จะให้แผ่นดินราบคาบราษฎรจะอยู่เย็นเป็นสุข อันตัวเล่าพุนจู๋กับท่านก็เป็นเชื้อวงศ์เรา ฮวนจ๋งเล่าก็สิ้นความมานะอหังการจะมาสามิภักดิ์โดยสุจริต ช่วยคิดป้องกันศัตรูแผ่นดินสืบไปเราจะชุบเลี้ยงตามสมควร ซึ่งฮวนจ๋งทำความชั่วไว้แต่หลังนั้นเราจะยกโทษเสีย เล่าจ๋งได้ฟังดังนั้นดีใจนักจึงทูลว่าซึ่งกรุณานับว่าเล่าพุนจู๋กับข้าพเจ้าเป็นเชื้อวงศ์พระคุณหาที่สุดมิได้ จะขอกลับเข้าไปพาเล่าพุนจู๋กับฮวนจ๋งมาเฝ้าในเวลาพรุ่งนี้ ทูลแล้วคำนับลาออกจากค่าย ไปถึงเมืองแจ้งความทั้งปวงแก่เล่าพุนจู๋ฮวนจ๋งฟังทุกประการ เล่าพุนจู๋ได้ฟังเห็นว่าพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้มีพระทัยโอบอ้อมอารี นับว่าเป็นเชื้อพระวงศ์มีความยินดีนัก จึงสั่งฮวนจ๋งกับขุนนางทั้งปวงจัดแจงเครื่องคำนับยกธงขาวขึ้นปักบนเชิงเทิน ครั้นเวลารุ่งเช้าเล่าพุนจู๋จึงยกหีบตราหยกกับกระบี่สำหรับกษัตริย์เมืองหลวงขึ้นม้าขาวประดับเครื่องขาว พาฮวนจ๋งกับขุนนางทั้งปวงออกจากเมืองไปถึงค่าย

ฝ่ายขุนนางพนักงานออกมานำเล่าพุนจู๋เข้าเฝ้า เล่าพุนจู๋จึงถวายตราหยกกับกระบี่ แล้วทูลเชิญเสด็จเข้าเหยียบเมืองชวนเอี๋ยง พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ได้ตราหยกกับกระบี่มีความยินดีนัก จึงเสด็จขึ้นทรงรถพร้อมด้วยขุนนางพนักงาน ตั้งตาริ้วขบวนแห่เข้าเมืองชวนเอี๋ยง ราษฎรชาวเมืองตั้งเครื่องคำนับรับเสด็จเรียงรายสองข้างแถวถนน ต่างคนชมพระเกียรติยศพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้อื้ออึงทั้งเมือง

ฝ่ายเล่าพุนจู๋ครั้นรถประทับจึงคำนับเชิญเสด็จขึ้นนั่งที่ออกขุนนาง จึงให้คนใช้ยกโต๊ะมาตั้งเลี้ยงนายทัพนายกองบรรดาตามเสด็จทั้งปวงสำเร็จแล้ว จึงทูลมอบเมืองและขุนนางกับทั้งสมบัติพัสถานถวายแก่พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ ฝ่ายพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้เสด็จอยู่ในเมืองชวนเอี๋ยงราตรีหนึ่ง คิดจะใคร่ให้ฮวนจ๋งกับนายโจรทั้งปวงรู้จักกำลังฝีมือนายทหารในกองทัพ ครั้นเวลารุ่งเช้าเสด็จออก เล่าพุนจู๋ฮวนจ๋งขุนนางในกองทหารเฝ้าพร้อม จึงสั่งให้เตรียมกองทัพพร้อมแล้ว พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้เสด็จทรงรถ พาเล่าพุนจู๋กับฮวนจ๋งขุนนางนายโจรทั้งปวงออกจากเมืองไปประพาสชมหาดทรายริมฝั่งแม่นํ้าลกจุ๋ย จึงสั่งทหารให้จัดผู้ซึ่งชำนาญเพลงอาวุธออกสอบสวนในสนามตามแต่รู้เพลงอาวุธสิ่งใดให้กระทำสิ่งนั้นจะให้รางวัลเป็นบำเหน็จ นายกองทหารรับสั่งออกมาจัดทหารทวนง้าวโล่เขนเป็นคู่ๆ เข้าต่อสู้ฝีมือกัน ถ้อยทีชำนาญเพลงอาวุธรับรองป้องปัดหลบหลีกว่องไว ทั้งคนและม้ารบกันจนสิ้นเพลงอาวุธมิได้แพ้ชนะ พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้จึงให้พระราชทานตามสมควร ครั้นซ้อมเพลงอาวุธให้ฮวนจ๋งนายโจรดูแล้วตรัสแก่ฮวนจ๋งว่า ตัวท่านตามเล่าพุนจู๋ออกมายอมเข้าด้วยเรา บัดนี้ท่านก็เห็นฝีมือทหารเราแล้ว แม้ท่านเห็นกำลังฝีมือทหารท่านดีกว่าทหารเรายังรักจะทำศึกอยู่ เราไม่ขัดอัชฌาสัย จงเข้าไปในเมืองจัดทหารออกมาต่อสู้ดูฝีมือกันให้ถึงแพ้และชนะ ฮวนจ๋งกับซีสวนจึงกราบทูลว่า แต่ก่อนข้าพเจ้าคบพวกเพื่อนเป็นโจรเพราะเกงซีฮ่องเต้ไม่อยู่ในยุติธรรม จึงพากันเที่ยวหาเชื้อพระวงศ์เปลี่ยนกษัตริย์ ยกเล่าพุนจู๋ขึ้นเป็นฮ่องเต้ครองเมืองหลวง ปังอี้ตีแตกมาอยู่เมืองฮวนเอี๋ยง แจ้งว่าพระองค์เป็นผู้มีบุญญาธิการจะปราบศัตรูเแผ่นดินให้ราบคาบเสด็จมาจึงมิได้คิดต่อสู้ เชิญเล่าพุนจู๋ออกมาสามิภักดิ์โดยสุจริต โทษซึ่งข้าพเจ้าทำผิดไว้แต่หลังโปรดไม่ประหารชีวิตนั้นพระคุณหาที่สุดมิได้ พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้จึงตรัสว่า ท่านคบหากันเป็นโจรตีปล้นบ้านเมืองฆ่าคนชราสูงอายุ ฆ่าทารกชายหญิงอันไม่มีความผิดมิได้คิดกรุณา ผูกมัดโบยตีเร่งเอาทรัพย์สิ่งของราษฎรได้ความเดือดร้อนทั้งแผ่นดิน ท่านทำการอันหยาบช้าสาหัสโทษถึงตัดศีรษะเสียบประจานไว้ มิให้ผู้ใดดูเยี่ยงอย่าง แต่ความชอบท่านมีประการหนึ่ง ใจซื่อตรงรักเชื้อพระวงศ์กษัตริย์สุจริตคิดแต่จะทำนุบำรุง ข้อหนึ่งรู้ว่าเรายกมาไม่ต่อสู้ยอมสามิภักดิ์โดยดี มีความชอบสองประการ ควรที่จะชุบเลี้ยงเป็นขุนนาง พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้จึงจัดแจงให้เล่าพุนจู๋ไปครองเมืองเตียว ฮวนจ๋งกับนายโจรและพวกโจรสิบหมื่นนั้น พระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้พาไปอยู่เมืองลกเอี๋ยง จัดแจงที่บ้านเรือนไร่นาให้ตามสมควร ฝ่ายฮวนจ๋งกับนายโจรทั้งปวง เห็นว่าพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้มีพระทัยโอบอ้อมอารี ต่างคนละความชั่วเสียสิ้น ตั้งใจจงรักภักดีทำราชการโดยสุจริต

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ