นารีศรีสวัสดิ์ ธนญไชยเศรษฐีสอนนางวิสาขา

๏ คำโคลง

๏ นารีศรีสวัสดิ์สร้อย สมญา สารเอย
สอนยอดยุพาพะงา เลิศแล้ว
วรนุชวนิดา ดูด่วน เทอญแม่
สารพี่สอนท่อนแก้ว ก่ำฟ้าเฟือนศรี
๏ เศรษฐีมีชื่อแจ้ง ธนญไชย
สอนธิดาดวงใจ จากห้อง
ลูกรักพ่อจักไป เคียงคู่ ฤาแม่
ยามวิโยคพ่อพ้อง เพื่อนผู้พิสมัย

๏ นารีศรีสวัสดิ์

  ๏ ลิขิตข้อก่อกลอนวอนแถลง
ยกลำนำคำบาลีขึ้นชี้แจง ให้แจ่มแจ้งเห็นกระจ่างทางวาที
สอนอนงค์กานดายุพาพักตร์ เมื่อร่วมรักเชยชมภิรมย์ศรี
อยู่เหย้าเรือนเคหากับสามี รู้วิธีปฏิบัติภัสดา
ธนญไชยเศรษฐีผู้มีศักดิ์ สอนลูกรักโฉมศรีวิสาขา
เชิญมานี่ร่วมจิตของบิดา จำวาจาพ่อสอนสมรเมือง
เจ้าจะไปมีคู่แม่หนูจ๋า จงฟังคำพ่อว่าเถิดเนื้อเหลือง
เป็นนารีนี้ยากวิบากเคือง จะยาตรเยื้องเดินนั่งระวังกาย
จำนรรจาพาทีมีจังหวะ อย่าเอะอะอึกกระทึกตรองตรึกหมาย
สามีสอนร้อยชั่งฟังภิปราย อย่าวุ่นวายเง้างอดยอดยุพิน
การที่ชั่วกลัวไว้ให้มากมาก จะได้ยากอัปยศหมดทรัพย์สิน
ทั้งเรือนเหย้าข้าวน้ำจะทำกิน ค่อยประคินคิดดูอย่าวู่วาม
ควรจะหมดฤาจะยังจงสังเกต ทั้งเครื่องเทศจุกจิกพริกมะขาม
กะปิเกลือเนื้อปลาอย่าซาทราม อีกถ้วยชามเก็บกวาดสะอาดตา
ทั้งเครื่องใช้ไม้สอยน้อยแลใหญ่ จงจัดไว้ตามทำเลในเคหา
เครื่องจอกน้อยขันน้ำประจำตรา ถาดกระยาขัดเกลาให้เพราพราย
อย่าทอดทิ้งให้สนิมขึ้นริมขอบ ผิดระบอบแบบนางวางกฎหมาย
ตุ่มน้ำนั้นหมั่นชำระอย่าละดาย เข็มแลด้ายหาสำหรับไว้กับเรือน
ทั้งฟืนตองกองไว้ไต้เสม็ด ดูให้เสร็จจัดไว้อย่าให้เกลื่อน
ระวังตัวอย่าให้ผัวต้องตักเตือน อันการเรือนดูให้รอบจึ่งชอบที
๏ ผ้านุ่งห่มพรมเจียมเอี่ยมสะอาด ทั้งเสื่อสาดเมาะหมอนที่นอนศรี
มุ้งแลม่านพานหมากบุหรี่ดี ฝ้ายสำลีพันพลูนั้นคู่กัน
ขี้ผึ้งดีสีปากหากหาไว้ ประทีปไขโคมขัดเร่งจัดสรร
จงประหยัดตัดไส้ใส่น้ำมัน เครื่องกลางวันแลกลางคืนให้ชื่นตา
ที่นอนใหญ่ไรเรือดกินเลือดผัว แม่โฉมตรูดูให้ทั่วเถิดลูกหนา
หมากดิบเจียนเสี้ยนอ่อนผ่อนซื้อมา จัดไว้ท่าผัวขวัญทุกวันไป
จะบ้ายปูนจีบพลูดูประหยัด อย่าใช้หวัดเลยแม่หนูดูไม่ได้
ถ้าปูนมากกัดปากลำบากใจ ผัวจะได้ความแค้นแสนทวี
๏ เมื่อเวลาเจียนจีบจงรีบจำ พลูจุ่มน้ำล้างชำระประสะศรี
แล้วปูผ้ารองรับพับให้ดี เจียนไว้ทีแล้วจึ่งจีบอย่ารีบรน
อย่าเอาพลูเช็ดผ้านุ่งให้ยุ่งหยาบ คนจะจาบจ้วงได้ไม่เป็นผล
อย่ากินหมากซีกใหญ่แพ้ภัยตน อย่าเอาก้นพลูทัดขัดนัยน์ตา
หนึ่งเชี่ยนหมากอย่าให้รกพึงตกแต่ง อันเต้าปูนอย่าให้แห้งนะลูกหนา
การบูรกานพลูคู่กับยา จงจัดหาไว้ให้พร้อมเถิดจอมใจ
๏ ผ้านุ่งห่มร่มเสื้อหมวกสานซับ จงเก็บพับแขวนเรียงเคียงไสว
การในเรือนอย่าต้องเตือนกันร่ำไร เห็นสิ่งใดรกชัฏพึงจัดแจง
อย่าให้ทันภัสดาต้องว่ากล่าว จะเป็นคาวราคีขี้แขนง
อย่าบิดเบือนเชือนกายเสียดายแรง ผัวจะแคลงเคลื่อนคลาดสวาดินวล
มีผู้คนข้าไทเคยใช้สอย จะพลั้งนิดผิดหน่อยอย่าหุนหวน
เพ่งพินิจพิศดูให้คู่ควร ค่อยสอบสวนเสียให้แน่กระแสความ
จะเฆี่ยนด่าข้าไทอย่าให้เถียง บรรทัดเที่ยงวางกระทู้อย่าผลูผลาม
ถ้าจะอยู่หรือจะไปให้งดงาม คนผิดตามผิดทำให้หนำใจ
อย่าก้าวก่ายร้ายดีตีขนาบ จะเป็นบาปเป็นกรรมฟังคำไข
มันจะแกล้งกล่าวประจานทั่วบ้านไป เพราะนายไม่รู้บังคับจะอับอาย
๏ จะเลือกคัดจัดกลอนมาสอนสั่ง แม่ร้อยชั่งของบิดาอุตส่าห์หมาย
ธุระผัวแล้วแม่หนูอย่าดูดาย อย่ากรีดกรายเลินเล่อจนเผลอเพลิน
เมื่อคราวผัวเจ็บไข้อย่าไปห่าง นั่งเคียงข้างอยู่ใกล้ใกล้อย่าได้เขิน
ผัวจะอยากข้าวน้ำแม่จำเริญ อุตส่าห์เชิญชื่นชวนให้ยวนใจ
ถ้าไข้น้อยถ้อยคลายวายลำบาก ถ้าไข้มากบางเบาบรรเทาได้
คนอื่นอื่นก็จะเสริญเจริญใจ จะอวยชัยพูนเพิ่มเฉลิมพร
แม้นผัวรักชักชวนในการผิด จงเตือนจิตสามีเหมือนที่สอน
ค่อยเลียบเคียงสนทนาแล้วว่าวอน กล่าวสุนทรห้ามขัดภัสดา
ไฟฝ่ายในงามขำอย่านำออก พ่อจะบอกแม่จงจำคำพ่อว่า
ไฟข้างในใช่อื่นนะลูกยา อันวาจาผัวขวัญนั้นคือไฟ
๏ สามีเจ้าเล่าความลับสดับแล้ว แม่ดวงแก้วอย่าไปแจ้งแถลงไข
จงสงวนคำผัวของตัวไว้ อย่าให้ใครจาบจ้วงมาล้วงคอ
อันไฟนอกอย่านำเข้าเยาวเรศ จงสังเกตจดจำฟังคำพ่อ
พึงตั้งจิตยับยั้งคิดรั้งรอ แม้นโทษพ่อแม่ผัวของตัวมี
อย่าได้เล่ากล่าวขวัญครหา จงอุตส่าห์อดออมถนอมศรี
ถึงหนักหน่อยเบาหน่อยค่อยพาที อย่าจู้จี้สาระวอนจะร้อนใจ
๏ หนึ่งเพื่อนบ้านร้านถิ่นสิ้นทั้งหลาย เขาแจกจ่ายข้าวของมากองให้
แม่งามสรรพรับรองให้ต้องใจ แล้วพึงให้ตอบบ้างเหมือนอย่างเคย
หนึ่งเราให้เขาไม่ตอบประกอบก่อ งามลอออย่าให้ซ้ำเร่งทำเฉย
ถ้าหมูไปไก่มาอย่าละเลย ควรจะเต๊ยตอบตามให้งามตา
ถึงไม่มีสิ่งใดจะให้ปัน ของกำนัลปากเรานะเจ้าหนา
พึงกล่าวคำขอบใจใช้ปัญญา เมื่อเวลาหาได้แล้วให้แทน
หนึ่งเราให้แต่ไม่ตอบพึงชอบให้ มิหาไม่ข้อนี้นี่ดีแสน
งามละอองตรองให้เห็นเป็นคะแนน คือคนแค้นขัดข้องต้องขอทาน
กับภิกษุสมณะผู้ละโทษ จงปราโมทย์ตั้งจิตคิดสมาน
พึงคิดหวังตั้งใจให้เป็นทาน อย่าให้ท่านตอบแทนเลยแสนงอน
แสวงบุญจุนเจือเผื่อชาติหน้า ฟังพ่อว่าโฉมงามทรามสมร
พึงกำหนดจดจำคำสุนทร พะงางอนจะไปอยู่กับคู่เชย
๏ หนึ่งร้อยชั่งพึงนั่งให้เป็นสุข คอยปลื้มปลูกใจจำคำเฉลย
อันพ่อผัวแม่ผัวของตัวเคย จะอ้างเอ่ยสนทนาอย่าให้เกิน
จะลุกนั่งระวังระไวให้บังควร อย่าลอยนวลตีเสมอให้เก้อเขิน
เสียจริตนางงามทรามเจริญ จะนั่งเดินดูระบอบค่อยยอบกาย
หนึ่งยามกินให้เป็นสุขนะลูกรัก แม่งามพักตร์แม้นเหมือนดั่งเดือนหงาย
อย่าเสพโภชน์ก่อนผัวเร่งกลัวอาย ถึงเย็นสายอดออมถนอมใจ
หนึ่งพึงนอนให้เป็นสุขอย่าทุกข์ร้อน พ่อจะสอนร่วมจิตพิสมัย
พึงปูปัดฟูกหมอนที่นอนใน ให้ชื่นใจผัวขวัญนั้นนิทรา
ถ้าผัวนอนก่อนนาฏจงคลาดเคลื่อน ประตูเรือนน้อยใหญ่ในเคหา
จงใส่จีมลิ่มกลอนทวารา แล้วตรวจตราโคมไฟจะไหม้ลาม
เมื่อเสร็จสรรพกลับเข้าเคหาห้อง ค่อยเยื้องย่องบทศรีอย่าผลีผลาม
เสงี่ยมกายกายาสง่างาม ให้ต้องตามน้องนางสำอางองค์
น้ำล้างหน้าหาไว้ให้ผัวเจ้า เมื่อตื่นเช้าจะได้สมอารมณ์ประสงค์
จงหยิบยื่นส่งให้ดังใจจง ให้ผัวสรงพักตร์สนานสำราญใจ
หวีกระจกยกมาตั้งที่โต๊ะน้อย ผ้าเช็ดหน้าหาคอยไว้ส่งให้
ที่นอนน้อยคอยพับประดับไว้ ที่นอนใหญ่ปัดปูดูให้ดี
กระโถนน้อยร้อยชั่งจัดตั้งไว้ เผื่อผัวไอจะได้บ้วนให้ถ้วนถี่
ยามนิทราฝ่าซ้ายฝ่ายนารี เมื่อราตรีแขไขจะไสยา
๏ แม่งามชื่นตื่นก่อนอย่านอนสาย จงขวนขวายแจงจัดปัดเคหา
แม้นผู้คนแขกไทยเขาไปมา ดูกิริยาใกล้ไกลไพร่ผู้ดี
ธุระใดไถ่ถามความให้แจ้ง บ้านตำแหน่งชื่อนามตามวิถี
พลเรือนฤาไพร่ไปรษณีย์ ดูท่วงทีท่าทางจะอย่างไร
ควรจะปลุกภัสดาฤาว่านิ่ง จงตรึกติงตามปัญญาอัชฌาสัย
จะคู่ควรตอบขานประการใด ตามแต่ใจขวัญเจ้าเยาวมาลย์
ฟังเต็มหูรู้เต็มใจจำให้แน่ อย่าผันแปรลืมคำที่ร่ำสาร
ผัวตื่นนอนเล่าความตามวิจารณ์ ให้สิ้นสารสุดคำอย่าอำไว้
หนึ่งแขกไปไทยมาดูหน้าก่อน จะรีบร้อนฤาว่าเย็นเป็นไฉน
ถ้ามาห่างต่างบ้านสถานไกล จงติดไฟหุงต้มระดมพลัน
ครั้นเสร็จสรรพยกสำรับออกมาเทียบ จัดให้เรียบงามถนอมแม่จอมขวัญ
แล้วเชิญให้รับประทานทั้งหวานมัน นี่แลขวัญนัยนาอุตส่าห์จำ
พ่อคุ้ยคัดจัดกลอนมาสอนสั่ง แม่ร้อยชั่งรูปหล่อล้วนข้อขำ
จะเป็นศรีสูงส่งอนงค์นำ ให้เลิศล้ำแลกระจ่างสำอางองค์
หนึ่งพึงบำเรอกองไฟให้จำรัส ศรีสวัสดิ์งามสงวนนวลหงส์
นัยนาเยาวยอดทอดจำนง อย่าแลตรงตอบตากับสามี
แม้นบิดามารดรของหล่อนเจ้า อย่าดูเบาเล็งแลจนแพ้หนี
เมื่อจะมองแลชะม้อยคอยดูที มองด้วยสีเนตรนวลสงวนงอน
๏ บำเรอไฟได้แก่บำเรอผัว เป็นเรียวรั้วกั้นกายสายสมร
พ่อสอนแล้วแก้วตาพะงางอน จงจำสอนพ่อสั่งระวังตน
อีกข้อหนึ่งพึงไหว้เทพเจ้า โฉมเฉลาจำวาจาอย่าฉงน
ไหว้ชนกชนนีสามีตน จะเกิดผลพูนพัฒน์สวัสดี
อย่าให้ขาดทุกวันหมั่นเคารพ จะเลิศลบแหล่งหล้าทั่วราศรี
พ่อสอนแม่รูปหล่อย่อวาที เสาวนีลูกน้อยกลอยฤทัย
จงจำคำบิดาที่ว่ากล่าว เจ้าเป็นสาวแสนแท้ดั่งแขไข
จงรักนวลสงวนงามเถิดทรามวัย จำใส่ใจสอนจิตวนิดา
งามละมุนอุ่นเหย้าเยาวเรศ แม่ดวงเนตรอุตส่าห์จำคำพ่อว่า
อย่าเหลาะแหละไหลเล่อเผลอกายา สุมณฑาสอดสีมณีนิล
เมื่อจากไปไกลตาบิดาแล้ว ถนอมใจผัวแก้วอย่าดูหมิ่น
สามีแม้นเหมือนบิดาอย่าราคิน ทั้งการกินการอยู่ดูให้ดี
นางจะงามก็เพราะความปรนนิบัติ สารพัดทุกกระบวนให้ถ้วนถี่
ถ้าสิ่งใดไม่ชอบใจของสามี แม่โฉมศรีอย่าได้ทำให้ช้ำใจ
อันรักรูปรักสมบัติเขาตัดขาด มารยาทผูกมัดตัดไม่ไหว
เหมือนพระราชนิพนธ์พจน์กำหนดไว้ สำเนาในความดำริวชิรญาณ[๑]
จะชักมาให้เห็นเป็นที่อ้าง ความกระจ่างจริงใจท่านไขสาร
ออกตีแผ่แบให้เป็นพยาน พระวิจารณ์ทรงตรึกนึกไตรตรา
๏ พี่รักนุชนาฏด้วย เห็นใจ จริงแฮ[๒]
ใช่จะรักรูปวิไล เลิศล้ำ
ชื่นจิตแต่เรียมไข คำซื่อ
อีกสิ่งปฏิบัติซ้ำ ส่งให้รักแรง
๏ ข้าพเจ้าอ่านจำนั่งร่ำบ่น ตามนิพนธ์สารเสนาะเพราะหนักหนา
ตั้งใจจำรำพันทุกวันมา พระปรีชาทรงนิยมเห็นสมจริง
ขนิษฐนางนารีผู้ดีไพร่ พิสมัยจำทำนองเถิดน้องหญิง
แม้นมีคู่อยู่แนบแล้วแอบอิง อย่าทอดทิ้งแบบฉบับตำหรับครู
ธนญไชยสอนลูกสาวเมื่อคราวจาก จะพลัดพรากจำไกลไปมีคู่
โฉมเฉลาเยาวมาลย์เชิญอ่านดู จะได้รู้แยบยลคนบูราณ
หนังสือชื่อนารีศรีสวัสดิ์ ฉันคิดคัดคำกลอนสุนทรสาร
ให้ยุพินยินยลวิมลมาลย์ รู้จักการปรนนิบัติภัสดา
ถ้านางใดจำได้ดั่งคำสอน ตามที่วอนว่าไว้ในเลขา
เปรียบสมรจรจากฟากเมฆา ครรไลลาสู่แดนแผ่นชมพู
บุรุษใดได้ชมภิรมย์ถนอม ไม่แปลกปลอมหมองหมายนึกหน่ายหนู
นิยมยวนชวนโลมแม่โฉมตรู จนตราบสู่สิ้นชาติไม่คลาดคลา
รักสงวนนวลไว้อย่าให้หมอง ดั่งหนึ่งน้องโฉมตรูจากคูหา
ถนอมใจผัวขวัญกัลยา ถึงโกรธาอุตส่าห์ปลอบให้ชอบที
ใจบุรุษสุดแสนจะรักษา เมื่อเสียท่าคิดปลีกหลีกตัวหนี
จะว้าเหว่เอกาทั้งตาปี นั่งโศกีกอดเข่าเศร้าฤทัย
ทั้งเจ็บแค้นแสนเคืองด้วยเรื่องรัก อกจะหักคิดมาน้ำตาไหล
เพราะความชั่วผัวเคืองกระเดื่องใจ ตัดอาลัยนวลน้องให้หมองมัว
โฉมยุพินยินคำที่ร่ำแล้ว เชิญน้องแก้วรักนวลสงวนผัว
เสียเงินทองของกินจนสิ้นตัว อย่าให้ผัวเสียได้เลยไฉยา
ใช่จะแกล้งกล่าวกลอนมาข้อนขอด เยาวยอดมิ่งมิตรขนิษฐา
คำบูราณก่อนกี้ก็มีมา พรรณนาความไข้ใจอนงค์
นางกษัตริย์มัทรีนารีแก้ว อันเลิศแล้วสุดสำอางเหมือนนางหงส์
บังคมทูลทรงฤทธิ์บิตุรงค์ ขอตามองค์ภัสดาสวามี
จะอยู่ในเวียงไชยไฉนเล่า โอ้ร่มเกล้าเหลือล้นพ้นเกศี
ลูกกลัวอายขายหน้าชาวธานี จะเสียดสีแสร้งว่าสาระวอน
จะนินทาว่าได้ว่าใจชั่ว ช่างทิ้งผัวเสียได้ใจสมร
เวลาสุขชื่นใจในนคร เวลาร้อนแรมร้างคิดหมางเมิน
๏ ถึงยากเย็นเข็ญใจขอไปด้วย จะสู้ม้วยตามเจ้าในเขาเขิน
ไม่ขออยู่สู้กรรมที่ก้ำเกิน จะด้นเดินแดนป่าพนาวัน
เป็นโฉมตรูอยู่เดียวเปลี่ยวถนอม มีแต่ตรอมตรมจิตคิดกระศัลย์
มีเงินทองกองดื่นสักหมื่นพัน ไม่เฉิดฉันชูหน้าเหมือนสามี
จะนอนเรียงเตียงทองตระกองแก้ว อันวาวแววผ่องผัดจรัสศรี
แต่ไร้คู่อยู่ชมไม่สมประดี จะทวีครวญคร่ำทุกค่ำคืน
แสนสงสารกัลยากำพร้ามิตร ต้องจำจิตตรอมตรมระทมฝืน
รักก็แสนแค้นก็ซ้ำต้องกล้ำกลืน คิดยามชื่นแล้วก็ช้ำระกำกาย
จะผดุงกายินประทินแป้ง กลัวแสลงเล่าลือออกชื่อหมาย
ต้องเสงี่ยมเจียมองค์อนงค์นาย ดูร่างกายผ่องพิศจิตลำเค็ญ
ทุกข์เช่นนี้มีมากหลากขนิษฐ์ สุดจะคิดเล่าให้ผู้ใดเห็น
ทุกข์กระหน่ำซ้ำซ้อนสังหรณ์เป็น มาว่างเว้นความกำหนัดรัชนี
๏ ถ้าจะเปรียบโฉมนางสำอางพักตร์ วิไลลักษณ์เล่ห์จันทร์อันฉวี
ต้องอับเมฆเมฆาเป็นราคี ดวงชีวีแทบจะขาดสวาทวอน
ท่านเปรียบไว้ว่านทีไม่มีน้ำ ก็สมคำกับฤดีศรีสมร
ราชรถไม่มีธงอลงกรณ์ ถึงจะงอนก็ไม่งามยังทรามตา
เหมือนนารีไร้คู่เชิดชูพักตร์ ย่อมเสื่อมศักดิ์ลดอำนาจวาสนา
นครใหญ่ไร้สมบัติกระษัตรา ไม่สง่าเฉิดฉันพรรณราย
ชื่อว่าไฟไร้ควันกระศัลย์สลด นิลบดไร้ราคาน่าใจหาย
อุทยาแล้วไฉนดอกไม้วาย กระสินธุ์สายไร้มัจฉาไม่น่าเชย
เป็นสระแก้วแล้วไฉนไร้บัวแก้ว นามถ้ำแล้วราชสีห์ไม่มีเอ่ย
เป็นนางแก้วแล้วไฉนไร้คู่เชย นิจจาเอ๋ยคิดไปให้อาทร
จะประเทืองเครื่องปรุงบำรุงร่าง ให้สำอางเอี่ยมองค์อนงค์สมร
กลัวชายชั่วต่ำช้าจะว่าวอน แกล้งขอดข้อนแค่นแค้นแสนระคาย
พจนำคำเหน็บนี้เจ็บเหลือ เจ็บทั้งเนื้อเจ็บทั้งใจไม่รู้หาย
เจ็บเท่านั้นแล้วมิหนำยังซ้ำอาย ไม่วางวายครวญถวิลกินน้ำตา
ต้องอยู่เดียวเปลี่ยวอกวิตกแสน ดั่งหนึ่งแหวนเพชรพลัดจากหัตถา
อกสะท้อนร้อนใจเมื่อไสยา เวทนาน้องหญิงสัจจริงจัง
พระมัทรีพร่ำพร้องสนองทูล นเรนทร์สูรกรุงสญไชยเหมือนใจหวัง
หยิบเอาทุกข์ปลุกเอาชมที่ตรมตรัง เล่าให้ฟังตามสำเนาเค้าคดี
๏ ขอเชิญนวลครวญนึกตรึกสงวน ตามสำนวนกล่าวกลอนอักษรศรี
ใช่เพ้อเจ้อลวงหลอกนอกบาลี กล่าวตามมีในตำหรับฉบับครู
อย่าผินหลังนั่งเสียคอยเงี่ยโสต ฟังโฉนดคำฟ้องทั้งสองหู
เชิญสาวสวยงามฉวีสีชมพู สงวนคู่อย่าให้ร้างไปห่างไกล
ดีก็ผัวชั่วก็เพื่อนร่วมเรือนแล้ว อย่าให้แคล้วจันทร์แจ่มแรมสมัย
แม้นล่มหัวจมท้ายช่วยพายไป ถึงร้อยใหม่หนึ่งเก่าไม่เท่ากัน
พอเห็นแกงเทพริกทำพลิกท่า เสียมารยายศอย่างนางสวรรค์
พอได้แจวลืมพายร้ายไม่บัน แม่แจ่มจันทร์อุตส่าห์จำอย่าทำเลย
พอได้เสื้อลืมผ้าขาวม้าน้อย ระย้าสร้อยอย่าปองเลยน้องเอ๋ย
เหมือนลูกยางห่างต้นเที่ยวหล่นเลย คนจะเย้ยเยาะหยามงามละออง
งามเสงี่ยมเจียมใจเอาไว้นิด รักษาจิตภรรดาอย่าให้หมอง
หญิงจะงามทรามเสน่ห์เล่ห์จำลอง ก็เพราะครองสัจจาเป็นอาภรณ์
ยามจะเยื้องเอื้อนสารให้หวานฉ่ำ เสนาะล้ำลมลิ้นกลิ่นเกสร
ให้หอมหวนยวนอุราประชากร ดั่งสาครเสาวคนธ์วิมลมาลย์
โลกระคนปนทำนำเสนอ อย่าพลั้งเผลองามปลอดยอดสงสาร
จบเท่านี้แลนะเจ้าลำเพาพาล กลับหน้าหลังสั่งสารสุดเสียงเอย ฯ
๏ จบความงามพักตร์ผู้ เพ็ญศรี
จำจดพจน์พาที ที่พร้อง
สบสรรพ์กลั่นวจี แจกนุช ถนอมแม่
ยามเมื่อจักสู่ห้อง หากรู้เรียมสงวน


[๑] ต้นฉบับเขียนว่า “ชิริญาณ”

[๒] โคลงสุภาษิตบางปะอิน พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พุทธศักราช ๒๔๒๐

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ