ตอนที่ ๑ นางสุวิญชาถูกขับไล่

ช้า

๏ เมื่อนั้น องค์พระไชยเชฐเรืองศรี
แต่มาอยู่ป่าพนาลี ได้เจ็ดราตรีทิวาวัน
ให้หมอเถ้าเอาช้างไปเที่ยวค้น ทุกตำบลโป่งป่าพนาสัณฑ์
ไม่ประสบพบช้างตัวสำคัญ จนสิ้นแดนเหมันต์ภารา

ฯ ๔ คำ ฯ

ปีนตลิ่ง

๏ เมื่อพระมเหษีจะมีเหตุ ให้เขม่นไนยเนตรทั้งซ้ายขวา
พระทอดถอนหฤไทยไปมา หวนรำฦกตรึกตราถึงเวียงวัง
สงสารสุวิญชาโฉมศรี เทวีมีครรภ์อยู่ข้างหลัง
จะประสูตรลูกแก้วแล้วฤๅยัง ไม่มีที่หวังที่ไว้ใจ
นางก็ไร้สุริวงศ์พงศ์เผ่า ใครจะเอาใจดูหูใส่
จำจะเลิกพหลพลไกร กลับคืนเข้าไปยังภารา

ฯ ๖ คำ ฯ

ร่าย

๏ คิดพลางทางสั่งเสนี จงตระเตรียมโยธีทั้งซ้ายขวา
เร่งรัดผูกช้างผูกม้า จะคืนเข้าภาราเวลานี้

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้น เสนีรับสั่งใส่เกษี
ออกมาจัดกันทันที พร้อมเสร็จดังมีพระบัญชา

ฯ ๒ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น องค์พระไชยเชฐก็หรรษา
จึงสระสรงทรงเครื่องสุคนธา ทรงมหาภูสิตพรายพรรณ
ครั้นเสร็จเสด็จบทจร ขึ้นทรงอัศดรผายผัน
ให้ยกพวกพลช้างดั้งกัน คืนเข้าเหมันต์ธานี

ฯ ๔ คำ ฯ กราวนอก เชิด

๏ ครั้นถึงจึงประทับม้าทรง เสด็จลงเกยแก้วมณีศรี
พอสิ้นแสงสนธยาราตรี จรลีเข้ายังวังใน

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

๏ เมื่อนั้น เจ็ดนางนารีศรีใส
แจ้งเหตุว่าเสด็จมาแต่ไพร ดีใจเปรมปริ่มยิ้มพราย
ชวนกันอาบน้ำทาแป้ง จัดแจงแต่งตัวเฉิดฉาย
นุ่งยกห่มตาดนาดกราย ผันผายไปเฝ้าพระภูมี

ฯ ๔ คำ ฯ เพลงช้า

๏ เมื่อนั้น องค์พระไชยเชฐเรืองศรี
เห็นนางสาวสรรค์มาอัญชลี จึงปราไสนารีทั้งเจ็ดคน
พี่จากน้องไปคล้องคชสาร ทรมานนอนป่าพนาสณฑ์
เช้าค่ำรำฦกถึงนฤมล เจ้าอยู่ดีทุกคนฤๅฉันใด
อันนางสุวิญชานงเยาว์ พี่ฝากฝังให้เจ้าเอาใจใส่
ครรภ์นางก็แก่แต่วันไป เปนกะไรคลอดลูกแล้วฤๅยัง

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น เจ็ดนางทูลไปดังใจหวัง
ข้าทุกข์แทนนฤมลพ้นกำลัง เปนธุระระวังนั่งรำพึง
พอวันหนึ่งนางคลอดโอรสา ก่อนน่าพระเสด็จเข้ามาถึง
รูปร่างพริ้งพร้อมดังกล่อมกลึง งามแม้นเหมือนหนึ่งเทวดา

ฯ ๔ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น พระไชยเชฐฟังคำที่ร่ำว่า
เห็นทั้งท่อนไม้ใส่พานมา ผ่านฟ้านิ่งอึ้งตลึงตไล
เสน่ห์นางเจ็ดคนเข้าดลจิตร จะทันพิจารณาก็หาไม่
ให้ชิงชังสุวิญชาแล้วว่าไป จะเลี้ยงไว้ทำไมในธานี
ว่าพลางทางขยับจับพระขรรค์ หมายจะไปห่ำหั้นบั่นเกษี
ลงจากแท่นแค้นใจจรลี เจ็ดนางนารีก็ตามไป

ฯ ๖ คำ ฯ เสมอ

๏ ครั้นถึงจึงเห็นนางสุวิญชา ยิ่งโกรธาหุนหันมันไส้
กระทืบบาทกึกก้องทั้งห้องใน ชี้หน้าว่าไปกับนงลักษณ์
เสียแรงเราชุบเลี้ยงถึงเพียงนี้ ควรฤๅมีลูกอ่อนเปนท่อนสัก
ให้อับอายขายหน้านักหนานัก สิ้นรักใคร่กันแล้ววันนี้
แม้นเลี้ยงไว้ในเมืองจะเลื่องฦๅ ขึ้นชื่อว่าเปนเมียเสียศักดิ์ศรี
ชอบแต่สังหารผลาญชีวี ภูมีฮึดฮัดขัดแค้นใจ

ฯ ๖ คำ ฯ เจรจา

โอ้

๏ เมื่อนั้น สุวิญชาตัวสั่นหวั่นไหว
กรรแสงพลางทางทูลภูวไนย เขาจะคิดอย่างไรเมียไม่รู้
แต่แรกเจ็บท้องร้องครวญคราง เจ็ดนางมานั่งหนุนหลังอยู่
แล้วขับไล่ข้าไทมิให้ดู เมียไม่รู้ทันเท่าเขาคิดคด
นางว่าข้าไม่เคยจะคลอดลูก เอาผ้าผูกพันตาเสียมืดหมด
เมื่อแรกประสูตรพระโอรส เสียงร้องปรากฎเหมือนเสียงคน
บัดนี้ลูกอ่อนเปนท่อนไม้ เพราะเขาปิดตาไว้ไม่เห็นหน
พระองค์จงคิดดูเล่ห์กล ลูกคนใครห่อนเปนท่อนไม้
เมื่อฟังคำข้างเดียวมาเกรี้ยวโกรธ จะลงโทษน้องรักให้ตักไษย
เมียจะผินภักตราไปหาใคร ร่ำพลางสอื้นไห้ไปมา

ฯ ๑๐ คำ ฯ โอด

ร่าย

๏ เมื่อนั้น พระไชยเชฐฟังคำจึงซ้ำว่า
เหม่เหม่ดูดู๋สุวิญชา ยังขืนกลับมาว่าเขาพาโล
ยักเยื้องพูดจาสารพัด เจ้าสำบัดสำนวนกวนโมโห
เมื่อลูกเปนท่อนไม้ไอ้กะโต ข้ามิใช่ชายโง่จะงงงวย
เจ็ดนางรักเจ้าเรารู้แจ้ง ว่าเขาแกล้งใส่ไคล้ไม่เห็นด้วย
อย่าพักทำกำสรดระทดระทวย จะมอดม้วยไม่ทันรุ่งพรุ่งนี้
ว่าพลางทางเรียกเสนา ใครอยู่บ้างข้างหน้าเข้ามานี่
จงเอาตัวสุวิญชากาลี ไปประหารชีวีให้วายปราณ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ บัดนั้น เสนาคำนับรับบรรหาร
เข้าผูกรัดมัดมือเยาวมาลย์ ลนลานรีบพาออกมาพลัน

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น สุวิญชาตระหนกอกสั่น
เหลียวดูภัศดาแล้วจาบัลย์ ครวญคร่ำรำพรรณวิงวอน

ฯ ๒ คำ ฯ

โอ้

๏ โอ้ว่าพระองค์ทรงเดช โปรดเกษหยุดยั้งมั่งก่อน
พระจะให้ห่ำหั่นบั่นรอน โทษกรน้องนี้ไม่มีเลย
ช่างเชื่อแต่เจ็ดนางไปข้างเดียว ไม่แลเหลียวดูมั่งนั่งนิ่งเฉย
แต่ก่อนร่อนชะไรก็ไม่เคย อกเอ๋ยน้องคิดเห็นผิดใจ
นางวิ่งเข้ากอดบาทภัศดา ขอโทษกรวอนว่ากราบไหว้
เสนาเข้าคร่าเอาตัวไป อรไทยครวญคร่ำร่ำโศกา

ฯ ๖ คำ ฯ โอด เชิด

ร่าย

๏ ครั้นออกมานอกทวารวัง พอเห็นพี่เลี้ยงนั่งอยู่พร้อมหน้า
นางร้องเรียกไปมิได้ช้า เชษฐาโปรดด้วยช่วยน้องไว้

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้น สี่พี่เลี้ยงย่างเหย่าเข้ามาใกล้
เห็นเขาจูงสุวิญชาพาไป ตกใจตัวสั่นเข้ากั้นกาง
พวกเสนาว่าหลีกไปให้พ้น ต่างคนฮึดฮัดขัดขวาง
พระพี่เลี้ยงชิงไว้ไม่ละวาง แล้วถามว่าโทษนางเปนอย่างไร

ฯ ๔ คำ ฯ เจรจา

๏ ครั้นรู้แน่ตระหนักประจักษ์ความ จึงห้ามเสนาว่าไม่ได้
ถ้าแม้นขืนฆ่าฟันให้บรรไลย นานไปเราร่อยจะพลอยตาย
ท่านจงหยุดยั้งรั้งรอ ข้าจะไปทูลขอนางโฉมฉาย
มิให้ม้วยมอดวอดวาย ว่าแล้วสี่นายจรลี

ฯ ๔ คำ ฯ เสมอ

๏ ครั้นถึงจึงคลานเข้าไปเฝ้า ก้มเกล้าประนตบทศรี
กราบทูลไปพลันทันที พระภูมีเปนไฉนจึงใจเบา
ธรรมดาลูกอ่อนเปนท่อนไม้ มีมั่งฤๅไม่แต่ก่อนเก่า
แต่เพียงนี้มิรู้ดูเอา ยิ่งกว่ามัวเมามึนตึง
ธรรมดาเมียหลวงกับเมียน้อย ย่อมคอยหยิบผิดคิดหวงหึงษ์
ช่างไม่ตรองตรึกให้ฦกซึ้ง เหมือนไม่รู้ถึงทันเมีย
ล้วนเหล่าฤษยาเปนอารมณ์ มีแต่จะเรียกลมให้เรือเสีย
ทั้งเล่ห์กลกระทำยำเยีย จะให้เขาผัวเมียได้รำคาญ
ถึงว่านางจะเปนเช่นนั้นไซ้ ก็ยังไม่ควรสั่งให้สังหาร
รู้ถึงสิงหฬมิเปนการ จะมาผลาญเสียสิ้นทั้งเหมันต์
มนุษย์ฤๅจะสู้กับหมู่ยักษ์ จะเคี้ยวเล่นเปนผักไม่พักหั่น
พระองค์จงโปรดยกโทษทัณฑ์ อย่าให้ชีวันนางมอดม้วย

ฯ ๑๒ คำ ฯ เจรจา

สามเส้า

๏ เมื่อนั้น พระไชยเชฐได้ฟังก็เห็นด้วย
จริงอยู่พี่ว่าข้างงงวย เพราะใครใครไม่ช่วยห้ามปราม
มีแต่จะเติมเสริมซ้ำ จึงพลอยพล้ำเผลอไปไม่ไต่ถาม
น้องนี้โฉดเฉาเบาความ นี่หากว่าพี่ห้ามจึงได้คิด
ถ้าสิงหฬรู้ไปที่ไหนนั่น จะพากันย่อยยับดับจิตร
ใครจะออกต่อต้านทานฤทธิ์ น่าที่ชีวิตรจะม้วยมรณ์
ตายแล้วฤๅยังอยู่สุวิญชา กลับไปให้หาเข้ามาก่อน
อย่าให้ห้ำหั่นบั่นรอน ทำโทษโรธกรเยาวมาลย์

ฯ ๘ คำ ฯ เจรจา

ร่าย

๏ เมื่อนั้น เจ็ดนางนั่งฟังอยู่ในม่าน
ได้ยินสี่พี่เลี้ยงทูลทัดทาน ว่าขานเปนแยบก็แปลบใจ
นิ่งอยู่ดูเห็นจะเปนรอง ชวนกันเผยม่านทองสองไข
โกรธาชี้หน้าแล้วว่าไร นี่อะไรมากลุ้มรุมชิงชัง
ชิชะท่านสารพัดรู้ มาข่มขู่ตะคอกหลอกผู้หญิง
ลิ้นลมคมสันขยันจริง พูดแยบแอบอิงสอพลอพลอย
ฤๅทั้งสี่แจ้งใจว่าใครทำ จึงพิดทูลปรักปรำให้ยับย่อย
ช่างซื้อหน้ามาเฝ้าทูลตะบอย ข้าสิน่ากลัวน้อยไปเมื่อไร

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ บัดนั้น พระพี่เลี้ยงเคืองขัดอัชฌาไศรย
จึงว่าข้าทูลขออรไทย กลการอะไรมาโกรธฟุ้ง
ชาติวัวระวังสันหลังขาด เห็นแต่กาบินผาดก็สดุ้ง
เรารู้อยู่เต็มใจในไส้พุง อย่าหยาบยุ่งกรุ่งกริ่งเจรจา
หากว่าภูวไนยไม่ให้ถาม นางรูปงามจึงออกมาลอยหน้า
แม้นทรงฤทธิ์ให้เราพิจารณา ที่ไหนเจ้าจะมาท้าทายอึง

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น เจ็ดนางพิโรธโกรธขึ้ง
จึงร้องว่าอย่าพักรำพึง ข้าไม่อยากพรั่นพรึงทั้งสี่นาย
จะถามไถ่อย่างไรก็ถามกัน ที่จะเปนเช่นนั้นอย่านึกหมาย
มาช่วยกันแก้หน้าว่าไม่อาย เที่ยวเอาความร้ายมาบ้ายทา
ทั้งสี่นี้ดูเหมือนงูงอด จะคอยมองย่องตอดกระมังหนา
เมื่อลูกเปนท่อนสักประจักษ์ตา ยังจะแค่นมีหน้าว่ากั้นกาง

ฯ ๖ คำ ฯ เจรจา

สมิงทองไทย

๏ เมื่อนั้น พระไชยเชฐนิ่งฟังทั้งสองข้าง
ผลกรรมจำให้เริศร้าง พระเคืองข้องหมองหมางในอารมณ์
ฟังสี่พี่เลี้ยงก็เห็นชอบ ฟังเจ็ดนางตอบก็เห็นสม
เห็นชอบเปนผิดคิดนิยม ด้วยว่าอาคมเข้าดลใจ
พระตรัสห้ามความเสียทั้งสองข้าง จะถากถางเถียงกันหาควรไม่
อันนางสุวิญชานั้นไซ้ พี่ขอชีวิตรไว้ก็ตามที
แต่ตัวมันนั้นอัประมงคล เร่งขับไปให้พ้นจากกรุงศรี
อย่าให้มานั่งเฝ้าเซ้าซี้ แม้นช้าชีวีจะบรรไลย

ฯ ๘ คำ ฯ เจรจา

ร่าย

๏ เมื่อนั้น สุวิญชาได้ฟังนั่งร้องไห้
โศกศัลย์รันทดสลดใจ ทรามไวยไม่เปนสมประดี
ดังหนึ่งจะพินาศขาดจิตร สุดสิ้นชีวิตรลงกับที่
นางเข้ากอดบาทาพระสามี โศกีครวญคร่ำร่ำไร

ฯ ๔ คำ ฯ โอด

โอ้

๏ โอ้ว่าพระทูลกระหม่อมแก้ว จะขับเมียเสียแล้วฤๅไฉน
พระเคืองข้องน้องผิดด้วยสิ่งไร ภูวไนยไม่ทรงพระเมตตา
ถึงกะไรไต่ถามความสักนิด ถ้าแม้นผิดแล้วก็ตามแต่โทษา
นี่ทรงฤทธิ์ไม่พิจารณา ชรอยกรรมเวราของน้องนี้
เมื่อเมียได้กุมภามาเลี้ยงไว้ ก็จากเวียงไชยไปในไพรศรี
มาเปนบาทบริจาพระสามี พอประจบครบปีจะจำไกล
เที่ยงนางกลางคืนถึงเพียงนี้ จะเดินดงพงพีกะไรได้
ตัวเปนผู้หญิงจะวิ่งไป หนทางกลางไพรพนาดร
โปรดให้เมียพักแต่สักคืน พออยู่ไฟอยู่ฟืนเสียน่อยก่อน
ร่ำพลางนางคิดอาวรณ์ สองกรข้อนทรวงเข้าโศกา

ฯ ๑๐ คำ ฯ โอด

ร่าย

๏ เมื่อนั้น พระไชยเชฐฟังคำที่ร่ำว่า
ยิ่งมีโมโหโกรธา จึงร้องด่าสำทับขับไป
เหม่อีอัปรีทรลักษณ์ มึงอย่างพักมานั่งร้องไห้
ยังขืนขัดผัดวันขออยู่ไฟ หัวจะขาดปลิวไปไม่ทันรู้
อย่าว่าแต่คืนหนึ่งถึงครู่เดียว พระอินทร์มาเขียวเขียวไม่ให้อยู่
เร่งไปให้พ้นบ้านเมืองกู ค่ำมืดไม่รู้ไม่เข้าใจ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น วิฬาร์ฟังว่าน่ามันไส้
เจ็บจิตรสุดที่จะคิดไป น้อยใจเปนพ้นคณนา
ถึงโศกีก็ไม่มีใครเอนดู ยังจะอยู่เอาอะไรให้เร่งว่า
จึงวิ่งเข้าแย่งยุดฉุดมือมา ไปภาราเราเถิดนะทรามไวย
เมื่อพลัดพรากจากเมืองมาคราวแล้ว แต่หม่อมแม่กับอีแมวยังมาได้
ดึกดื่นคืนค่ำค่อยคลำไป ร้องไห้ไยให้เสียน้ำตา

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น สุวิญชาตอบคำวิฬาร์ว่า
ข้าก็รู้อยู่สิ้นแล้ววิฬาร์ ท่านไม่เมตตาจึงขับไป
เมื่อความผิดนิดหนึ่งก็ไม่มี คิดแค้นเท่านี้จึงร้องไห้
วิฬาร์อย่าเพ่อคลาไคล ทรามไวยวิ่งกลับคืนมา

โอ้

๏ ยอกรก้มกราบกับตีนผัว พ่อทูนหัวจงโปรดเกษา
ซึ่งว่าโทษตัวน้องชั่วช้า พระจงพิจารณาให้แจ้งใจ
นี่ไม่ถามความเลยมาเฉยเสีย พระจะดูหน้าเมียก็หาไม่
ว่าพลางนางทรงโศกาไลย อรไทยพ่างเพียงจะมรณา

ฯ ๔ คำ ฯ โอด

ร่าย

๏ บัดนั้น วิฬาร์น้อยใจเปนนักหนา
คิดแค้นแล่นไปด้วยโกรธา ฉุดมือนางมาแล้วว่าไป
คิดบ้างเปนไรในสวนขวัญ หนียักษ์ตัวสั่นดังลูกไก่
จักระแหล่นชีวันจะบรรไลย ยังแต่ลมหายใจอยู่รวยรวย
ไม่พบเราบ่าวนายก็ตายแล้ว พูดอ้อนวอนแมวให้ช่วยด้วย
ทีนี้แทนคุณให้ที่ไม่ม้วย ทั้งเจ้าข้ารื่นรวยบริบูรณ์
เสียแรงรักภักดีสุจริต แทบจะเอาชีวิตรมาสาบสูญ
อนิจาอาภัพลับเหมือนปูน หม่อมเมียท่านทูลท่านเชื่อกัน
ว่าพลางพานางลีลาศ ลงจากปราสาทเฉิดฉัน
วิฬาร์นำน่าจรจรัล นางโศกศัลย์ดำเนินเดินมา

ฯ ๑๐ คำ ฯ ทยอย

๏ เมื่อนั้น พระไชยเชฐผันแปรแลหา
เห็นโฉมงามเดินตามหลังวิฬาร์ ให้คืนคิดเมตตาอาไลย
ความรักหักห้ามโมโหหาย แสนเสียดายไม่กลั้นน้ำตาได้
นี่เนื้อว่าเวรกรรมได้ทำไว้ จึงเกิดเข็ญเปนไปถึงเพียงนี้
เสียทีเพียรพากลำบากกาย ปิ้มจะตายเพราะมิ่งมารศรี
ได้สมสองครองกันพอครบปี จะมาจากอกพี่ไปทั้งรัก
นิจาเอ๋ยเดินพลางร้องไห้พลาง สงสารนางนักหนาน่าอกหัก
จะเรียกกลับอับอายเสนานัก พระทรงศักดิ์อักอ่วนป่วนใจ
ไม่มีศุขผุดลุกผุดนั่ง ร้อนรุมคลุ้มคลั่งดังเพลิงไหม้
แต่รัญจวนครวญคร่ำร่ำไร ภูวไนยโศกาจาบัลย์

ฯ ๑๐ คำ ฯ โอด

๏ เมื่อนั้น สุวิญชามิใคร่จะผายผัน
กรรแสงพลางทางลงอัฒจันท์ แว่วเสียงโศกศัลย์สดุ้งใจ
จึงยืนยั้งฟังศัพทสำเนียง ได้ยินเสียงผัวรักร้องไห้
นางตีอกฟกช้ำร่ำไร ทรามไวยวิ่งกลับคืนมา

ฯ ๔ คำ ฯ โอด

โอ้

๏ ยอกรกราบลงกับเบื้องบาท ใจจะขาดด้วยความเสนหา
เปนกรรมตามสนองทั้งสองรา พระจะทรงโศกาไปว่าไร
ธรรมดาจารีตเปนกระษัตริย์ โองการตรัสขาดแล้วไม่คืนได้
น้องนี้จะขอลาคลาไคล สัญจรไปตามกรรมได้ทำมา
นางยกบาทผัวขึ้นทูลเกษ ชลเนตรไหลหลั่งทั้งซ้ายขวา
ตีอกชกเกล้าเข้าโศกา ซบกับบาทาพระสามี

ฯ ๖ คำ ฯ โอด

ร่าย

๏ เมื่อนั้น เจ็ดนางร้อนใจดังไฟจี้
เห็นนางสุวิญชามาโศกี กลัวว่าเขาจะดีกันผัวเมีย
คิดวิตกอกไหม้ไส้ขม ในอารมณ์นั้นจะใคร่ให้ขับเสีย
จึงชี้หน้าว่านางช่างทำเยีย มาอะลิ้มอะเหลี่ยภูวไนย
อีหน้าด้านมารยาพิรากวน ทำกระบวนชวนผัวให้ร้องไห้
จะพะนึงพะเน้าเอาอะไร ไปไปแล้ววกหกกลับมา
คนกระลีกระลำส่ำเสีย ให้เพื่อนเมียพลอยอายขายหน้า
ไสหัวไปให้พ้นภารา มึงอย่ามายียวนกวนพระไทย
บ้างว่าน่าเกลียดเคียดค้อน ขอดค่อนงอนว่าไม่ปราไส
บ้างยั่วเย้าเฝ้าทูลตะบอยไป ปรานีมันไยอีใจคด
แต่เลือดร้ายในกายยังกอกเสีย มานั่งนับกับเมียที่อัปรยศ
ชั่วชาติอุบาทว์ไม่เปนรศ เชิญเสด็จทรงยศเข้าห้องใน

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้น วิฬาร์ฟังว่าไม่อดได้
ความโกรธกระโดดโลดเข้าไป แล้วจูงมืออรไทยออกมา
ทำลอยหน้าลอยตาพาที ตัวเปนทาษีแล้วมิสา
ทั้งโหดไร้ไม่มีปัญญา ขืนจะขึ้นแข่งหน้าว่าไม่ฟัง
รูปร่างของตัวก็ชั่วช้า แล้วหยูกยาอาคมก็ไม่ขลัง
สารพัดวิบัติให้ผัวชัง ถึงจะโปรดปรานมั่งก็เจ็บใจ
ช่างอาภัพอับจนหม่นหมอง จะผินพึ่งพี่น้องก็ไม่ได้
จึงต้องจ้างช่างทำท่อนไม้ ไปซ่อนใส่สมหวังแล้วครั้งนี้
เอออะไรที่ไหนมานั่งวอน ให้เขาค่อนแคะว่าน่าบัดสี
มิใช่แม่แก่เถ้าเมื่อไรมี แต่เปนหม้ายเพียงนี้ไม่น้อยใจ
มันไม่ต้องอารมณ์สมประกอบ ผิดชอบชั่วดีมีผัวใหม่
เที่ยงนางกลางคืนแม่มาไป กลัวอะไรมืดค่ำกรรมของตัว
จะเที่ยวหาหมอยามนตร์ดล ทำเสน่ห์เล่ห์กลซนหาผัว
ให้มันขลังทั้งรักทั้งกลัว ขึ้นนั่งซังตั้งตัวเปนผู้ดี

ฯ ๑๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น สุริยาเคืองเคียดมันเสียดสี
จึงชี้หน้าว่าอีวิฬารี มึงพาทีเถียงแทนช่วยแค้นเคือง
กูจะตอบสำนวนไม่ควรคู่ เหมือนเอาทองไปถูรู่กระเบื้อง
ไสหัวมึงไปเสียจากเมือง จะยักเยื้องอย่างไรเขาไม่ฟัง
อีแมวอุบาทว์ชาติขี้ข้า มึงไม่รู้ว่าฟ้าจะเคืองหลัง
แม้นเจ้าข้ามิไปให้พ้นวัง กูจะสั่งให้เขาไสคอไป

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น วิฬาร์ฟังว่าน่ามันไส้
จะออมอดลดละมันทำไม ตายไหนตายไปคงให้ฦๅ
จึงร้องว่าแน่คะหม่อมเมียเอก อภิเศกขึ้นใหม่เมื่อไรฤๅ
บัญชาแทนรับสั่งนั่งชี้มือ มาออกหน้าค่าชื่อไม่อายใจ
เจ้าสิคนสบเสียนางเมียต้น จะฆ่าผู้ฟันคนก็ทำได้
มานั่งขับเหนื่อยปากลำบากใจ เอาจับใส่หีบฝังเสียทั้งเปน
อีพวกเหล่าเจ้าเสน่ห์เล่ห์กล แต่ละคนใจคอไม่พอเล่น
มันตาร้อนตาไฟมิใช่เย็น เอาคนฝังทั้งเปนอีอัปรี
แม้นเจ้าข้าพากันวายชนม์ ถ้ารู้ถึงสิงหฬยักษี
เหมันต์ก็จะหมดทั้งธานี อสุรีเคี้ยวเล่นเปนผักไป
ว่าพลางพานางจรลี ลงจากปราสาทศรีที่อาไศรย
ออกนอกพระทวารวังใน เดินไปตามถนนธานี

ฯ ๑๒ คำ ฯ เพลง

๏ ครั้นออกมานอกประตูเมือง พอเรื่อเรืองรุ่งแจ้งแสงศรี
วิฬาร์ทูลความตามคดี เมื่อเทวีประสูตรพระโอรส
ข้าระวังนั่งเฝ้าแฝงประตู แอบดูเห็นแน่แก่ตาหมด
อีทั้งเจ็ดทุจริตคิดคด ลักองค์โอรสใส่หีบมา
ข้าวิ่งแอบอ้อมด้อมตามไป พอถึงต้นไทรสาขา
มันยั้งหยุดขุดหลุมที่ฉายา แล้วฝังหีบรีบมาเสียทันที
ข้าไปดูที่ฝังสังเกตไว้ จำได้สันทัดสนัดสนี่
ทูลพลางทางรีบจรลี นำนางเทวีไปทันใด

ฯ ๘ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นถึงพระไทรสาขา วิฬาร์จึงแจ้งแถลงไข
มันฝังองค์พระโอรสไว้ อยู่ใต้ร่มไทรต้นนี้

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นางสุวิญชาโฉมศรี
ดีใจเปนพ้นพันทวี ก็ขุดลงตรงที่ฝังไว้

ฯ ๒ คำ ฯ

ล่องเรือ

๏ ขุดไปไม่พบพระโอรส นางกำสรดดิ้นโดยโหยไห้
สอื้นพลางทางถามวิฬาร์ไป เหตุไฉนไม่พบพระลูกยา

ฯ ๒ คำ ฯ

ร่าย

๏ บัดนั้น วิฬาร์หลากใจเปนนักหนา
ฤๅผีสางบังหูบังตา มาหลอนหลอกหยอกข้าดอกกระมัง
คิดแล้วนางแมวยกมือไหว้ ขอให้ได้พระกุมารเหมือนใจหวัง
เทพไทองค์ใดที่กำบัง จะแต่งตั้งสังเวยที่ร่มไทร
ข้าจะรำฉุยฉายถวายมือ ให้เลื่องฦๅว่าแมวนี้รำได้
บนพลางทางแลดูไป ก็เห็นหีบที่ในหลุมนั้น

ฯ ๖ คำ ฯ เจรจา ฉุยฉาย

๏ เมื่อนั้น สุวิญชาปรีดิ์เปรมเกษมสันต์
เอาหีบมาเปิดฝาดูพลัน จึงเห็นโอรสนั้นเปนชาย
ยกพระลูกน้อยขึ้นใส่ตัก พิศภักตร์ลักขณาเฉิดฉาย
ทรงศรพระขรรค์สำหรับกาย ทั้งม้ารถพรรณรายก็มีมา
นางแสนพิศวาศพระลูกรัก จูบภักตร์แล้วทูนเหนือเกษา
พ่อคุณทูลหัวของมารดา จะหาไหนได้เหมือนเช่นนี้
แม่คิดว่าอาสัญบรรไลย ตามจากแม่ไปไม่เห็นผี
ร่ำพลางทางทรงโศกี มารศรีพ่างเพียงจะขาดใจ

ฯ ๘ คำ ฯ โอด

๏ ครั้นสร่างโศกาปฤกษาแมว เราพบลูกแล้วจะไปไหน
ฤๅจะกลับหลังยังเวียงไชย ทูลให้ทราบเบื้องบาทา
เมียท่านทำการถึงเพียงนี้ จะดูพระสามีพิพากษา
เจ้าจะเห็นอย่างไรนางวิฬาร์ จงว่ามาให้แม่แจ้งใจ

ฯ ๔ คำ ฯ เจรจา

๏ บัดนั้น วิฬาร์เคืองขัดอัชฌาไศรย
จึงตอบวาจาไปทันใด ช่างไม่อายแก่ใจฤๅไรนา
เขาขับหนีตีด่าว่าตัวชั่ว ยังแค่นคิดถึงผัวจะไปหา
ไม่เจ็บจำน้ำคำอีสุริยา มันด่าว่านั้นน้อยไปเมื่อไร
ข้างผัวก็หลงงงงวย เมียว่าไรว่าด้วยไม่ถามไถ่
จะขืนไปบอกเล่าเขาทำไม เขาจะเชื่อที่ไหนว่าลูกตน
เมื่อรักผัวไม่คิดถึงตัวแล้ว อีแมวก็จะไปในไพรสณฑ์
จะอุส่าห์สัญจรซอนซน กว่าจะถึงสิงหฬเวียงไชย

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น สุวิญชาฟังแจ้งแถลงไข
แต่วิฬาร์ยังว่าน่าอายใจ คิดมานะพระไทยขึ้นมา
จำจะผายผันสัญจร ไปนครสิงหฬยักษา
แต่ขัดสนจนเสียด้วยมรคา ไม่รู้ว่าตำแหน่งแห่งใด
นางจึงยอกรขึ้นเพียงผม บังคมเทวาในป่าใหญ่
เชิญช่วยนำข้าคลาไคล ไปถึงเวียงไชยฉับพลัน

ฯ ๖ คำ ฯ รัว

ยานี

๏ มาจะกล่าวบทไป ถึงท้าวสหัสไนยรังสรรค์
อาศน์อ่อนร้อนเร่าดังไฟกัลป์ เร่งคิดอัศจรรย์เปนพ้นนัก
จึงเล็งทิพเนตรลงมา เห็นนางสุวิญชามีศักดิ์
มาประสบพบองค์โอรสรัก จะไปสู่สำนักพระบิดา
จำกูจะให้นำไป ถึงกรุงไกรสิงหฬยักษา
อย่าให้นางทนทุกข์ทรมา เวทนาแก่องค์พระกุมาร

ฯ ๖ คำ ฯ

ร่าย

๏ จึงตรัสสั่งพระวิศณุกรรม์ จงจรจรัลลงไปในไพรสาร
พานางสุวิญชานงคราญ ไปส่งถึงสถานธานี

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้น พระวิศณุกรรม์เรืองศรี
รับสั่งท้าวสุชัมบดี บังคมลาจรลีลงมาพลัน

ฯ ๒ คำ ฯ กลม

๏ ครั้นถึงจึงมีวาจา เจ้าอย่าวิโยคโศกศัลย์
เราจะมาพานางจรจรัล ไปส่งยังเขตรขัณฑ์เวียงไชย

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น สุวิญชานารีศรีใส
ชื่นชมเปรมปรีดิ์ดีใจ ยอกรบังคมไหว้เทวา
แล้วอุ้มองค์โอรสยศยง วางลงยังราชรถา
พระวิศณุกรรม์ขับมา วิฬาร์นำน่าคลาไคล

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นถึงหิมวันต์บรรพต ให้หยุดรถอยู่ริมภูเขาใหญ่
เห็นน้ำพุจากผาชลาไลย อรไทยยินดีปรีดา
จึงยกเอาลูกน้อยกลอยใจ ลงจากพิไชยรถา
พาไปสระสรงคงคา วิฬาร์ก็พาเสด็จไป

ฯ ๔ คำ ฯ ลงสรง

๏ ครั้นชำระสระสรงพระลูกแล้ว คลาศแคล้วจากเชิงเขาใหญ่
นางเปลื้องภูษาผ้าสไบ ผูกเปนเปลให้เจ้าไสยา
กอดจูบลูกแก้วแล้วเชยชม ค่อยวางลงบรรธมในเปลผ้า
นอนเสียเถิดพ่ออย่าโศกา ปลอบพลางกัลยาก็กล่อมไป

ฯ ๔ คำ ฯ

กล่อม

๏ เจ้านอนไปเถิดแม่จะกล่อม เจ้างามละม่อมจะไกวให้
ขวัญอ่อนอย่าอ้อนอาไลย หลับไปเถิดพ่ออย่าโศกา
แม่ลูกมีกรรมลำบาก ต้องตกยากนอนหลับกับเปลผ้า
นอนเสียเถิดพ่ออย่าโศกา ปลอบพลางกัลยาก็กล่อมไป

ฯ ๔ คำ ฯ

กล่อม

๏ เจ้านอนไปเถิดแม่จะกล่อม เจ้างามลม่อมจะไกวให้
ขวัญอ่อนอย่าอ้อนอาไลย หลับไปเถิดพ่ออย่าโศกา
แม่ลูกมีกรรมลำบาก ต้องตกยากนอนหลับกับเปลผ้า
แม้นอยู่เวียงวังพระบิดา จะไสยาอู่ทองรององค์
ตื่นบรรธมนางนมจะแซ่ซ้อง ค่อยประคององค์วางในอ่างสรง
ครั้นเห็นลูกหลับไปดังใจจง บังอรเอนองค์ลงไสยา

ฯ ๖ คำ ฯ ตระ

ร่าย

๏ ครั้นพระสุริยันตวันชาย แสงสายบ่ายบังพฤกษา
พระกุมารก็ฟื้นตื่นนิทรา กัลยาโอบอุ้มเอามาพลัน
โลมลูบจูบกอดให้กินนม เชยชมรับมิ่งสิ่งขวัญ
แล้ววางองค์ลงเหนือรถสุวรรณ วิศณุกรรม์นำน่าพาจรลี

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ สุริยาสายัณห์ลงรอนรอน ก็ถึงพระนครท้าวยักษี
เทวาลากลับไปทันที เทวีอุ้มลูกคลาไคล

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ เดินพลางทางทรงโศกา ชลนาแถวถั่งหลั่งไหล
ชวนนางวิฬาร์ผู้ร่วมใจ รีบไปเฝ้าองค์พระบิดา

ฯ ๒ คำ ฯ เพลง

๏ ครั้นถึงท้องพระโรงรูจี เทวีคิดเกรงท้าวยักษา
ยั้งหยุดยืนแฝงทวารา ตรึกตรองกิจจาจะเพ็ดทูล

ฯ ๒ คำ ฯ

ช้า

๏ เมื่อนั้น ท้าวสิงหฬราชนเรนทร์สูร
สถิตย์เหนือแท่นรัตน์เรืองจำรูญ พร้อมมูลข้าเฝ้าท้าวพระยา
ว่าขานกิจการนัคเรศ ให้เขม่นไนยเนตรทั้งซ้ายขวา
พระยายักษ์นิ่งนึกตรึกตรา จะได้ลาภฤๅว่าจะได้ทุกข์

ฯ ๔ คำ ฯ

ร่าย

๏ แต่ก่อนร่อนชะไรไม่เคยเปน จะพูดเล่นเจรจาไม่ผาศุก
จึงตรัสเรียกกระดานหมากรุก มาทรงเล่นกับมุขมนตรี

ฯ ๒ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น นวลนางสุวิญชาโฉมศรี
แอบประตูดูองค์อสุรี เห็นท่วงทีเริงรื่นชื่นบาน
อุ้มองค์ลูกน้อยกลอยใจ ร้องไห้เข้าไปตรงน่าฉาน
ก้มเกล้าประนตบทมาลย์ นงคราญซวนซบสลบลง

ฯ ๔ คำ ฯ โอด

๏ เมื่อนั้น ท้าวสิงหฬเร่งคิดพิศวง
แปลกนางสุวิญชาโฉมยง ด้วยพระองค์ชราหูตามัว
พิศดูเอ๊ะนี่มีธิดา เปนไรมาสลบซบหัว
ท้าวค่อยประคองต้องตัว ลูบทั่วสรรพางค์นางเทวี
ตรัสเรียกเท่าไรก็ไม่ขาน พระยามารเรียกหมออึงมี่
พลางทรงนวดฟั้นให้ทันที เสนีนิ่งได้ไม่ช่วยกู

ฯ ๖ คำ ฯ เจรจา

๏ ครั้นนางค่อยฟื้นสมประดี เทวียังทรงกรรแสงอยู่
ประคอบปลอบเล้าโลมนางโฉมตรู จะใคร่รู้เนื้อความจึงถามไป

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ จอมเอยจอมขวัญ เหมันต์เกิดเข็ญเปนไฉน
ฤๅผัวเจ้าเขาทำให้ช้ำใจ ได้ลำบากยากไร้อับจน
มีธุระอะไรนะบังอร จึงมายังนครสิงหฬ
เหตุไรไม่มีรี้พล มาแต่สองคนกับอีแมว
นี่ลูกเต้าของใครได้ไหนมา ดูหน้าตายิ้มย่องผ่องแผ้ว
ยังเล็กนักได้สักกี่เดือนแล้ว ลูกแก้วจงแถลงแจ้งกิจจา

ฯ ๖ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น สุวิญชาบังคมก้มหน้า
นางคิดพิดทูลแต่อัชฌา ด้วยกลัวจะโกรธาพระสามี
เดิมยกลูกให้พระไชยเชฐ ไปจากนัคเรศยักษี
เธอร่วมเรียงเลี้ยงลูกไว้ดิบดี มิได้มีอาธรรม์อันใด
เมื่อจะเกิดเหตุนั้นลูกครรภ์แก่ เปนกรรมแต่หนหลังมาซัดให้
เขาบอกข่าวช้างเผือกที่ในไพร พระสามีดีใจไปคล้องช้าง
ข้าคลอดลูกชายภายหลัง เพื่อนเมียมานั่งอยู่รอบข้าง
สมคเนเล่ห์กลอีเจ็ดนาง จะแกล้งล้างผลาญข้าให้บรรไลย
เอาลูกน้อยนี้ใส่ในหีบผ้า ให้ทาษาไปฝังนอกกรุงใหญ่
พอผัวกลับมาถึงเวียงไชย มันเอาท่อนไม้ไปให้ดู
พระไชยเชฐนั้นไม่ทันคิด จำจิตรขับข้าด้วยอดสู
อันที่ฝังลูกยาวิฬาร์รู้ มาขุดดูได้ลูกที่ต้นไทร
เดชะสมภารพระหลานขวัญ เทวัญเอารถลงมาให้
แล้วช่วยพามาส่งถึงกรุงไกร จงทราบใต้บาทบงสุ์พระทรงฤทธิ์

ฯ ๑๔ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น ท้าวสิงหฬฟังเรื่องให้เคืองจิตร
จึงว่าชะไชยเชฐช่างไม่คิด ถึงชอบผิดก็ควรจะบอกกู
น้อยฤๅขับไล่ไม่ไว้หน้า ให้พ่อตาอัปรยศอดสู
มันเชื่อฤทธิ์จะลองฝีมือดู เห็นว่ากูแก่เถ้าจะเข้าโลง
เมื่อเมียมันพาลผิดฤษยา เห็นตัวอิจฉาอยู่โต้งโต้ง
อ้ายคนหลับตาบ้าลำโพง โป้งโย้งพูดฮึกไม่ตรึกตรา
งมเงาแล้วมิหนำซ้ำจองหอง ถ้าอยู่ใกล้จะถองให้หนักหนา
จำจะหามาถามตามกิจจา มันจะว่าอย่างไรจะใคร่ฟัง

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ บัดนั้น วิฬาร์แค้นคิดถึงความหลัง
เห็นนางทูลปิดงำอำปลัง นี่เนื้อยังรักผัวกลัวจะเคือง
วิฬาร์ขัดใจเข้าไปทูล ว่านางเล่าเค้ามูลไม่สิ้นเรื่อง
พอผัวเขากลับมาถึงเมือง มันยักเยื้องยุยงให้โกรธา
หม่อมเมียว่าไรก็เปนนั่น สารพันแคะไค้พิไรว่า
ไม่ไต่ถามความพิจารณา สั่งให้เข่นฆ่านางโฉมตรู
หากสี่พี่เลี้ยงมาขอไว้ ทั้งเจ้าข้าจึงได้รอดอยู่
เธอว่ายับขับเสียไม่เลี้ยงดู นางผัดพอเช้าตรู่จะจรลี
เธอยิ่งกราดเกรี้ยวเคี่ยวเข็น ถ้าขืนอยู่ก็เห็นจะเปนผี
ข้าจึงพานางมาในราตรี ปิ้มชีวีจะม้วยด้วยเจ็บใจ
ทั้งผัวเมียเขารุมกันด่าว่า หาเกรงใต้บาทาผ่านฟ้าไม่
ขันคึกฮึกฮักเปนพ้นไป ว่าจะสู้ภูวไนยไม่พรั่นพรึง

ฯ ๑๒ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น ท้าวสิงหฬพิโรธโกรธขึ้ง
ลุกขึ้นกระทืบบาทตวาดอึง สุวิญชาดูดู๋มึงไม่บอกกู
ช่างรักผัวกระไรกระนี้หนอ ให้หม่อมพ่อไชยเชฐมาลบหลู่
ความโตความใหญ่พ่อไม่รู้ หากวิฬาร์ลูกกูมันเจ็บอาย
อัปรยศครั้งนี้เปนที่สุด ถึงชีวิตรม้วยมุดก็ไม่หาย
มันดูหมิ่นถิ่นแคลนกูมากมาย จะปล่อยแก่แก้อายไม่เกรงมัน
ชะไอ้ไชยเชฐลูกเขย คงได้เล่นกันเหวยอย่าคึกขัน
ขัดเขมรเปนเกลียวเคี้ยวฟัน โจนจากแท่นสุวรรณทันที
เขี้ยวงอกออกข้างละสามวา ไนยนาดังแสงพระสุริย์ศรี
สำแดงแผลงฤทธิ์อสุรี เพียงพื้นปัถพีจะโทรมทรุด

ฯ ๑๐ คำ ฯ คุกภาษ

๏ จับศรสพายแล่งแกว่งตระบอง ขึ้นคาดกลองสำคัญชั้นสุด
แล้วให้เตรียมทัพสำหรับยุทธ กู้จะไปรบมนุษย์เมืองเหมันต์
พระยามารมายังเกยลา ยืนท่าพหลพลขันธ์
ร้องเรียกโยธีนี่นัน หุนหันฮึดฮัดขัดใจ

ฯ ๔ คำ ฯ เจรจา

๏ ครั้นพร้อมเสร็จเสด็จขึ้นทรงรถ ยกอสุรจัตุรงค์ทัพใหญ่
กระทืบบาทเร่งราชรถไชย ออกไปจากวังไม่รั้งรอ

ฯ ๒ คำ ฯ กราว

๏ เมื่อนั้น สุวิญชาขวัญหนีดีฝ่อ
วิ่งตะกายน้ำลายไม่ติดคอ กลัวพ่อจะไปฆ่าพระสามี
ตามยุดท้ายรถกำสรดพลาง นวลนางร้องทูลท้าวยักษี
จงผินภักตรามาพาที เทวีครวญคร่ำร่ำวิงวอน

ฯ ๔ คำ ฯ

โอ้ปี่

๏ โอ้ว่าพระองค์ผู้ทรงเดช โปรดเกษลูกมั่งจงยั้งก่อน
พระจะยกพลมารไปราญรอน ทำโทษโรธกรกับเขาไย
คิดเห็นเปนกรรมลูกเที่ยงแท้ จึงได้แต่ทุกข์ทนหม่นไหม้
พลัดพรากพ่อแม่มาเดินไพร นี่หากได้พึ่งบาทพระบิดา
ชีวิตรจึงรอดไม่วอดวาย ทั้งกุมารหลานชายเปนศุขา
ครั้งนี้มิทรงพระเมตตา ก็จะเปนเวราแก่ข้านี้
ประทานโทษเถิดทูลกระหม่อมเอ๋ย อย่าไปเลยจงคืนเข้ากรุงศรี
ให้เห็นแก่นัดดาของภูมี เทวีทูลพลางทางโศกา

ฯ ๘ คำ ฯ โอด

ร่าย

๏ เมื่อนั้น ท้าวสิงหฬให้คิดเสนหา
เหลียวมาปลอบองค์พระธิดา อย่าโศกาอาวรณ์ร้อนรน
จึงมีสิงหนาทประกาศร้อง ให้เลิกกองทัพกลับเข้าสิงหฬ
ง่าหัดถ์รับนางนฤมล ขึ้นนั่งบนรถาแล้วพาที
พ่อขัดใจไชยเชฐมันดูแคลน เจ็บแค้นดังหัวอกเปนฝี
หากสงสารหลานน้อยคนนี้ ดับโมโหเสียทีเอาบุญไว้
ตรัสพลางทางเหลือบเห็นวิฬาร์ รื้อคิดโกรธาขึ้นมาใหม่
ชังลูกชังหลานงุ่นง่านใจ แกว่งตระบองร้องให้กลับรถ
เสนาเร่งขับพลขันธ์ จะไปเหยียบเหมันต์ให้แหลกหมด
กูจะได้แก้แค้นแทนทด กระทืบบาทเร่งรถรีบไป

ฯ ๑๐ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้น สุวิญชาอกสั่นหวั่นไหว
วอนว่าพาทีพิรี้พิไร พระบิตุรงค์จงได้เมตตา
หลานน้อยนี้จะเปนกำพร้าพ่อ ลูกขอประทานโทษา
ทูลพลางนางซบภักตรา กอดบาทพระบิดาโศกาไลย

ฯ ๔ คำ ฯ โอด

๏ เมื่อนั้น ท้าวสิงหฬกลับคิดพิศมัย
จึงโลมเล้าธิดายาใจ อย่าร้องไห้ไปเลยนะลูกรัก
พ่อคิดแค้นขึ้นมาก็งุ่นง่าน จะใคร่ยกพลมารไปหาญหัก
อันโทษตัวผัวเจ้ามันฮึกฮัก จะยกให้หลานรักอย่าทุกข์ร้อน
แล้วดำรัสตรัสร้องเปรยไป ลูกหลานมันร้องไห้ไม่หยุดหย่อน
ให้กลับพหลพลนิกร คืนเข้าพระนครมิทันช้า

ฯ ๖ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นถึงจึงขึ้นบนปราสาท เสด็จนั่งเหนืออาศน์อันเลขา
เชยชมพระราชนัดดา เปนที่เสนหาพระยายักษ์
ขนานนามประทานหลานชาย ชื่อนารายน์ธิเบศร์สมศักดิ์
ให้พี่เลี้ยงนางนมพร้อมพรัก บำรุงรักษ์พระกุมารสำราญใจ

ฯ ๔ คำ ฯ เจรจา

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ