นิทานเรื่องไชยเชฐ เรื่องต้นก่อนตอนที่ทรงพระราชนิพนธ์เปนบทลคร

เดิมท้าวอภัยนุราชเจ้าเมืองเวสาลีมีราชธิดาองค์ ๑ ถ้านางนั้นร้องไห้เมื่อใด ก็บันดาลมีดอกจำปาทองร่วงลงมา จึงให้นามว่านางจำปาทอง เมื่อนางเจริญไวยขึ้นวันหนึ่งลงไปเล่นน้ำที่สระในสวน ไปพบไข่จรเข้ฟองหนึ่ง นางคิดอยากจะดูจรเข้ว่ารูปร่างเปนอย่างไร จึงเก็บเอาไข่นั้นเข้าไปฟักที่ในวังจนจรเข้ออกเปนตัวแล้วนางก็เลี้ยงไว้ ครั้นจรเข้นั้นเติบใหญ่ขึ้นก็ร้ายกาจตามวิไสยจรเข้ ไล่กัดคนในวังแล้วเลยลงไปอยู่ในแม่น้ำ เที่ยวกัดกินพวกชาวเมืองเสียเปนอันมาก หมอจรเข้ไปจับก็สู้จรเข้ไม่ได้ ราษฎรได้รับความเดือดร้อนพากันร้องทุกข์ว่าจรเข้ของนางจำปาทองเที่ยวกินผู้คน ท้าวอภัยนุราชทรงขัดเคือง จึงให้ขับนางจำปาทองเสียจากพระนคร เมื่อนางจำปาทองต้องขับออกจากวังมีแต่นางแมว ซึ่งนางจำปาทองเลี้ยงไว้ ตามไปด้วยเปน ๒ คนด้วยกัน ครั้นไปถึงฝั่งน้ำนางเห็นจรเข้ก็เกิดโทมนัศจึงโจนลงไปหมายจะให้จรเข้กินเสียให้สิ้นทุกข์ยาก แต่พระอินทร์บันดาลให้เปนบัวกรดผุดขึ้นมารับนางไว้ จรเข้เข้ามาจะกินก็ถูกคมบัวกรดตายอยู่ณที่นั้น นางจำปาทองเห็นจรเข้ตายแล้วก็ชวนนางแมวกลับมาหมายว่าจะคืนเข้าเมืองเวสาลี แต่เทพยดาบันดาลให้หลงไปทางทิศอื่น เที่ยวชัดเซพเนจรไปจนเหน็จเหนื่อย จึงพากันไปนอนหลับอยู่ในใต้ร่มไม้รังแห่งหนึ่ง

วันนั้นนนทยักษ์อยู่ที่เขาอัศกรรฐ์ จะไปเฝ้าท้าวสิงหฬที่ในเมือง เดินมาทางนั้น ครั้นเห็นนางจำปาทองก็มีใจประดิพัทธ เข้าไปปลุกนางหมายจะเกี้ยวพาน นางเห็นยักษ์ก็ตกใจกลัวเปนกำลัง พานางแมววิ่งหนีไปในป่า นนทยักษ์ก็วิ่งไล่ตามไป จนถึงกุฎีพระโคดมฤๅษี นางเข้าไปวอนขอให้พระฤๅษีช่วยป้องกัน พระฤๅษีห้ามปรามนนทยักษ์ไม่ฟัง จึงเศกผ้าขึ้นเปนลิงไล่นนทยักษ์หนีไป แล้วนางจำปาทองกับนางแมวก็อาไศรยอยู่ที่อาศรมพระโคดมฤๅษีต่อมา

ฝ่ายท้าวสิงหฬเปนยักษ์อยู่ในสัจธรรม ได้ครองเมืองสิงหฬมาช้านาน ท้าวหามีราชบุตรแลธิดาไม่ คืนหนึ่งทรงสุบินนิมิตรว่า มียักษ์มาแต่ป่านำดอกจำปามาถวาย แลดอกจำปานั้นมีสีงามเหมือนอย่างทองแต่ว่ามีปลีติดมาด้วย ท้าวสิงหฬให้โหรทำนายพระสุบิน โหรพยากรณ์ว่าจะได้ราชธิดาขึ้งทรงลักษณงามยิ่งนัก แต่นางนั้นจะมีเพื่อนร่วมใจอย่างแปลกประหลาด ขณะนั้นพอนนทยักษ์ไปถึง ไปทูลว่าได้พบนางสาวน้อยรูปงามอยู่ณอาศรมของพระโคดมฤๅษี ท้าวสิงหฬได้ทรงทราบก็ดีพระหฤไทยด้วยเห็นสมกับสุบินนิมิตร จึงให้ตระเตรียมรี้พลแล้วเสด็จไปยังอาศรมพระฤๅษี ครั้นได้ทอดพระเนตรเห็นนางจำปาทองแลทราบว่าเปนราชธิดาตกยาก ก็ขอพระฤๅษีมาเลี้ยงเปนราชธิดา ประทานนามใหม่ว่า นางสุวิญชา

ฝ่ายพระไชยเชฐ เปนราชโอรสของท้าวธรรมึกแลนางแก้วสัจจาซึ่งครองเมืองเหมันต์ มีนางเปนบาทบริจาริกาอยู่ ๗ คน วันหนึ่งพานางทั้ง ๗ ไปเที่ยวประพาศ ไปตั้งพลับพลาพักแรมอยู่ในป่า ร้อนถึงพระอินทร์ ส่องทิพเนตรดูรู้ว่าพระไชยเชฐกับนางสุวิญชาจะต้องเปนคู่กัน จึงให้พระมาตุลีแปลงเปนกวางทองลงมาล่อพระไชยเชฐ ๆ สำคัญว่ากวางจริงก็ให้ล้อมไว้ แล้วประกาศสั่งรี้พลว่าถ้ากวางออกได้ทางด้านใครจะเอาโทษ กวางแกล้งหนีออกจากที่ล้อมทางด้านพระไชยเชฐ พระไชยเชฐมีความลอายก็ตามกวางไปแต่กับพี่เลี้ยงทั้งสี่ กวางจำแลงล่อพระไชยเชฐเข้าไปในแดนเมืองสิงหฬแล้วก็หายไป พระไชยเชฐกับพี่เลี้ยงจะกลับไม่ถูกทาง หลงไปในเมืองสิงหฬจนถึงสวนหลวง ไม่รู้ว่าเปนสวนของท้าวสิงหฬก็เข้าไปอยู่ที่ในสวนนั้น

ฝ่ายเสนาที่อยู่ยังพลับพลา คอยๆ พระไชยเชฐหลายวันไม่เห็นกลับไป มิรู้ว่าจะมีเหตุเภทไภยประการใด ก็พานางทั้ง ๗ กลับคืนเข้าเมืองเหมันต์ ไปทูลความแก่ท้าวธรรมึก ๆ ให้โหรทำนาย โหรทูลพยากรณ์ว่าพระไชยเชฐนั้นตกไปเมืองยักษ์ แต่หาเปนอันตรายไม่ ต่อไปสักปี ๑ จะได้มเหษีกลับมาเมือง ท้าวธรรมึกกับนางแก้วสัจจาได้ฟังก็ค่อยคลายวิตก จึงมิได้ให้ติดตามพระไชยเชฐต่อไป

ฝ่ายนางสุวิญชาคืนหนึ่งฝันไปว่ามีพระยานาคมารัด ครั้นตื่นขึ้นคิดว่าลักษณฝันเช่นนั้นย่อมมีพยากรณ์ว่าจะได้คู่ แต่นางตกไปอยู่ในเมืองยักษ์ เกรงจะได้ยักษ์เปนสามีก็เกิดเดือดร้อนรำคาญใจ จึงทูลลาท้าวสิงหฬออกไปเที่ยวชมสวนหวังจะให้คลายใจ พวกยักษ์ที่ไปกับนางสุวิญชาไปเห็นพระไชยเชฐกับสี่พี่เลี้ยงอยู่ที่พลับพลาจะจับกุม พระไชยเชฐกับพี่เลี้ยงตกใจกลัวยักษ์พากันวิ่งหนี พวกยักษ์ก็ไล่มาจนถึงที่นางสุวิญชาพักอยู่ พระไชยเชฐเห็นนางเปนมนุษย์แลเปนเจ้านายของยักษ์ก็เข้าไปขอให้นางช่วยป้องกัน นางจึงห้ามพวกยักษ์มิให้จับกุม แล้วไต่ถามเรื่องราวของพระไชยเชฐ เมื่อทราบว่าหน่อกระษัตริย์พลัดเมืองมา นางก็เข้าใจว่าเห็นจะเปนเนื้อคู่ต้องตามความที่ฝัน จึงให้พระไชยเชฐพักอยู่ที่สวน แล้วมาทูลเรื่องราวของพระไชยเชฐให้ท้าวสิงหฬทราบ ท้าวสิงหฬให้หาพระไชยเชฐเข้าไปเฝ้า ครั้นเห็นก็มีความสงสาร จึงรับจะให้เสนาพากลับไปส่งยังเมืองเหมันต์ แต่พระไชยเชฐนั้นเกิดประดิพัทธ์ต่อนางสุวิญชาเปนกำลัง จึงทูลขออยู่รับราชการสนองพระคุณท้าวสิงหฬเสียก่อนแล้วจึงจะกลับไป ท้าวสิงหฬชอบพระหฤไทยก็ยอมให้พระไชยเชฐอยู่ในเมืองสิงหฬต่อไปตามใจสมัค

ฝ่ายรณภักตร์เปนเจ้าเมืองอิกเมืองหนึ่งยังไม่มีพระมเหษี ให้สืบหาราชธิดาเมืองต่าง ๆ ได้ความว่าท้าวสิงหฬมีราชธิดาทรงลักษณวิเศษกว่าราชธิดาเมืองอื่น ๆ จึงให้ทูตไปทูลขอนางสุวิญชาต่อท้าวสิงหฬ แลว่าถ้าไม่ยอมยกให้โดยดีแล้วก็จะเกิดรบพุ่งกัน ท้าวสิงหฬขัดเคืองว่ารณภักตร์ขู่ก็ไม่ยกให้ รณภักตร์ขัดใจจึงยกกองทัพมาล้อมเมืองสิงหฬไว้ ฝ่ายท้าวสิงหฬรู้ว่าพระไชยเชฐรักนางสุวิญชา จงลองใจถามว่าจะอาสาสู้ศึกได้ฤๅไม่ พระไชยเชฐก็จำต้องรับอาสา แต่มีความวิตกทุกข์ร้อนด้วยไม่มีฤทธิ์เดชอย่างใดที่จะสู้กับยักษ์ พระอินทร์จึงเอาศรลงมาให้พระไชยเชฐยกออกไปรบพุ่งกับยักษ์ พระไชยเชฐแผลงศรไปฆ่ารณภักตร์ตาย ครั้นสิ้นศึกแล้วท้าวสิงหฬจึงยอมยกนางสุวิญชาให้พระไชยเชฐเปนบำเหน็จ ให้มีราชสารไปเชิญท้าวธรรมึกไปทำการอภิเศกพระไชยเชฐกับนางสุวิญชาที่เมืองสิงหฬ แล้วพากลับไปยังเมืองเหมันต์

ฝ่ายนางทั้ง ๗ คิดฤษยานางสุวิญชาคอยปองร้ายอยู่ ครั้นนางสุวิญชาทรงครรภ์จวนจะถึงกำหนดคลอด นางทั้ง ๗ จึงทำกลอุบายให้มีกิตติศัพท์เกิดขึ้นว่า มีช้างเผือกเข้ามาในแดนเมืองเหมันต์ พระไชยเชฐไม่รู้เท่าก็ยกพลออกไปตามหาช้างเผือกที่ในป่า ให้นางทั้ง ๗ พิทักษ์รักษานางสุวิญชาอยู่ในวัง ครั้นนางสุวิญชาคลอดลูก นางทั้ง ๗ แกล้งอุบายเอาผ้าผูกตาเสีย มิให้นางสุวิญชาเห็น ลูกนั้นเปนชายมีศรพระขรรค์เกิดมาสำหรับบุญด้วย นางทั้ง ๗ ให้เอากุมารใส่หีบลอบไปฝังเสียในป่า แล้วเอาท่อนไม้ใส่พานไว้แทน ว่านางสุวิญชาคลอดลูกเปนท่อนไม้ เรื่องพระไชยเชฐตอนต้นมาต่อเรื่องตอนที่ทรงพระราชนิพนธ์บทลครตรงนี้

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ