นิทานเรื่องมณีพิไชย เรื่องตอนต้น ก่อนตอนที่ทรงพระราชนิพนธ์เปนบทลคร

ท้าววรกรรณครองเมืองปาตะลีกับนางบุษบงมเหษี ไม่มีราชบุตร มีแต่ราชธิดาองค์หนึ่งทรงนามว่านางเกษนี ท้าววรกรรณเปนห่วงราชสมบัติบ้านเมือง ด้วยยังไม่มีผู้จะสืบสันตติวงศ์ตามราชประเพณี ครั้นนางเกษนีอายุได้ ๑๖ ปี ท้าวเธอจึงปฤกษากับมเหษีว่าควรจะให้นางเกษนีมีคู่ครอง จะได้อภิเศกราชบุตรเขยไว้รับรัชทายาท แต่จะเลือกหาคู่ครองให้นางเอง ถ้านางไม่ชอบใจก็จะไม่มีความศุขต่อไป จึงสั่งให้ทำพิธีสยุมพร ประกาศบอกหน่อกระษัตริย์ทั้งปวงให้มาประชุมกัน ถ้านางชอบองค์ไหนก็จะให้อภิเศกกับองค์นั้น หน่อกระษัตริย์ต่างพระนครพากันมาเปนอันมาก นางเกษนีก็ไม่ชอบองค์หนึ่งองค์ใด ท้าววรกรรณเห็นนางไม่ชอบพวกกระษัตริย์ต่างเมือง จึงให้ประกาศสั่งพวกชาวเมืองปาตะลีนั้น ทั้งผู้ดีและคนเข็ญใจไม่เลือกว่าผู้ใด ให้เข้ามาประชุมกันให้นางเกษนีเลือก ขณะนั้นบุญของนางบันดาลให้พระอินทร์ร้อนอาศน์ จึงเลงทิพเนตร์ดูก็รู้ว่านางเกษนีมีบุพเพสันนิวาศมาแต่ชาติปางก่อน พระอินทร์จึงเหาะลงมายังเมืองปาตะลี แล้วจำแลงเปนชายทุคตะเข็ญใจเข้าไปยังน่าพระลานกับชาวเมืองปาตะลี นางเกษนีแลเห็นก็รักใคร่ ทิ้งพวงมาลัยให้แก่ชายทุคตะนั้น ท้าววรกรรณได้ความอัปยศอดสูโกรธแค้นนางเกษนีเปนกำลัง จึงให้ขับนางไปเสียจากพระนครกับชายทุคตะด้วยกัน ขณะนั้นพระอินทรก็กลับเพศเปนเทพยดาอุ้มนางเกษนีพาเหาะไปยังเมืองสวรรค์ชั้นดาวดึงษ์ ท้าววรกรรณกับมเหษีแลพวกไพร่บ้านพลเมือง ครั้นเห็นนางได้กับพระอินทร์ก็กลับพากันมีความยินดี

เมื่อนางเกษนีขึ้นไปอยู่บนสวรรค์กับพระอินทร์ อยู่มานางมีครรภ์ ครั้นจวนจะถึงกำหนดคลอด พระอินทร์นึกรำพึงว่า นางเปนมนุษย์คลอดลูกผิดกับเทวดา ถ้าให้คลอดบนสวรรค์เกรงจะเปนอันตราย จึงพานางลงมายังมนุษโลก นฤมิตรพลับพลาขึ้นที่ป่าไผ่แห่งหนึ่งให้เปนที่อยู่ แล้วเรียกเหล่าเทพบุตรเทพธิดาซึ่งอยู่ตามรุกขพิมานให้มาช่วยกันพิทักษ์รักษาจนนางคลอดลูก ลูกนั้นเปนธิดามีกลิ่นหอมติดตัวมาแต่กำเนิด พระอินทร์จึงให้มีนามว่านางยอพระกลิ่น พระอินทร์เลี้ยงลูกอยู่กับนางเกษนีได้ ๗ วันนึกเปนห่วงเมืองสวรรค์ เกรงว่าถ้ารู้ไปถึงพวกอสูรว่าพระอินทร์ไม่อยู่ก็จะพากันกำเริบมาเบียดเบียฬเทวดา ครั้นจะพาลูกไปเลี้ยงบนสวรรค์ ลูกก็เปนทารกอย่างมนุษย์ จะขึ้นไปร้องอ้อนอื้ออึงให้เกิดรังเกียจของเหล่าเทวดา จึงนฤมิตรอาภรณ์เครื่องทิพย์ให้แก่ลูกแล้วพาไปไว้ในปล้องไม้ไผ่สีสุกลำหนึ่งในป่านั้น สาปสรรไว้ว่าถ้าผู้ใดมิใช่คู่ครองของนาง ยอพระกลิ่น ถึงจะมาพบแลมาตัดไม้ลำนั้นก็อย่าให้ตัดได้ ต่อใครมีบุญญาภินิหารสมควรจะเปนคู่ครองของนางจึงให้พบแลได้นางไป ครั้นฝากลูกเสร็จแล้วพระอินทร์ก็พานางเกษนีกลับไปอยู่บนสวรรค์อย่างเดิม

ครั้งนั้นท้าวพิไชยนุราชครองเมืองอยุธยากับนางจันทรมเหษี มีราชบุตรองค์หนึ่งทรงนามว่าพระมณีพิไชยพอกำลังรุ่นหนุ่ม วันหนึ่งพระมณีพิไชยออกไปประพาศป่า เทวดาดลใจให้ไปพักแรมอยู่ในป่าไผ่ที่พระอินทร์ฝากนางยอพระกลิ่นไว้ พระมณีพิไชยฝันไปว่ามีดอกไม้เมืองสวรรค์ตกลงมายังที่บรรธมเธอได้ดอกไม้นั้นไว้ กลิ่นหอมรื่นชื่นใจยิ่งนัก ครั้นตื่นขึ้นลมพัดมาแต่ป่าพากลิ่นหอมอย่างดอกไม้ในฝันซํ้ามาอิกก็ยิ่งคิดพิศวง พอรุ่งเช้าพระมณีพิไชยจึงพาพวกคนสนิทเที่ยวค้นไปในป่าจนถึงกอไผ่ที่นางยอพระกลิ่นอยู่ เห็นมีไม้ไผ่ลำใหญ่ปลาดกว่าเพื่อนอยู่ลำหนึ่ง นึกว่าคงจะมีของสำคัญอยู่ในนั้นเปนมั่นคง จึงสั่งพวกคนสนิทที่ติดตามไปด้วยให้ช่วยกันตัดไม้ไผ่ลำนั้นมาดู พวกคนสนิทตัดฟันไม่เข้าพากันครั่นคร้ามว่าจะเปนไม้ผีสิง พระมณีพิไชยจึงเข้าไปพิจารณาดูเองก็ไปได้กลิ่นหอมที่ไม้นั้นอิก จึงอธิฐานว่าถ้าจะได้ของสำคัญที่อยู่ในลำไม้ไผ่นั้นขอให้ฟันไม้ขาด แล้วเอาพระขรรค์ฟันลำไม้ไผ่ไม้ก็ขาด แลเห็นนางยอพระกลิ่นอยู่ในปล้องไม้นั้น กำลังรุ่นสาวรูปทรงโสภา พระมณีพิไชยก็นึกรักในทันใด จึงไต่ถามว่าเหตุใดนางจึงไปอยู่ในปล้องไม้เช่นนั้น แต่นางยอพระกลิ่นกำลังตกใจไม่ตอบประการใด พระมณีพิไชยจึงอุ้มนางขึ้นวอพากลับมายังพลับพลา แล้วบอกให้นางทราบว่าตัวเปนลูกพระยามหากระษัตริย์ออกไปเที่ยวป่า เกิดนิมิตรฝันแลได้กลิ่นหอมจึงได้ตามไปจนพบนาง นางก็เล่าเรื่องของนางให้ฟังตามเหตุการณ์ที่เปนมา จนพระอินทรเอามาฝากไว้ที่ในปล้องไม้ไผ่ พระมณีพิไชยได้ฟังก็ยิ่งรักใคร่นาง ฝ่ายนางก็รักตอบพระมณีพิไชยด้วยเห็นว่าบุพเพสันนิวาศบังเอินให้ได้ประสบพบกัน พระมณีพิไชยจึงพานางยอพระกลิ่นเข้าไปอยู่ด้วยกันที่ปราสาทในวัง แต่เกรงพระบิดามารดาจะกริ้วว่าไปหาเมียแต่โดยลำพังจึงหาทูลความให้ทราบไม่

ครั้งนั้นพระเจ้ากรุงจีนมีราชธิดาอยู่ ๗ นาง ได้แต่งให้มีคู่ครองไปแล้ว ๖ นาง แต่นางผู้เปนน้องน้อยก็ยังหามีคู่ครองไม่ แลชนนีของนางนั้นเปนพี่ของนางจันทรมเหษีท้าวพิไชยนุราช พระเจ้ากรุงจีนได้ทราบว่า ท้าวพิไชยนุราชกับนางจันทรมีราชบุตรรุ่นหนุ่มยังไม่มีชายา จึงให้ทูตเชิญราชสาสน์ไปยังเมืองอยุธยา ขอพระมณีพิไชยไปเปนราชบุตรเขย ท้าวพิไชยนุราชกับนางจันทรได้ทราบราชสาสน์ก็มีความยินดี ด้วยหมายว่าพระมณีพิไชยยังเปนโสดอยู่ จะได้เปนราชบุตรเขยพระเจ้ากรุงจีนมีเกียรติยศกำลังวังชามาก จึงรับแก่ทูตจีนว่าจะถวายพระมณีพิไชยเปนราชบุตรเขยตามประสงค์ของพระเจ้ากรุงจีน แลจะให้ไปแต่งงานในเดือน ๙ เมื่อท้าวเธอได้รับแก่ทูตจีนแล้วจึงมีรับสั่งให้หาพระมณีพิไชย หมายจะบอกให้ทราบข่าวดีที่จะได้เปนราชบุตรเขยพระเจ้ากรุงจีนนั้น ฝ่ายพระมณีพิไชยได้ทราบข่าวระแคะระคายอยู่ว่าพระเจ้ากรุงจีนให้ทูตมาขอเปนราชบุตรเขย นึกคาดว่าพระบิดาคงจะเรียกไปว่ากล่าวให้ยินยอมพร้อมใจด้วย พระมณีพิไชยกำลังรักนางยอพระกลิ่น กลัวจะต้องถูกบังคับให้ทิ้งนางก็บอกป่วยเสียไม่ขึ้นไปเฝ้า ท้าวพิไชยนุราชกับนางจันทรสำคัญว่าราชบุตรประชวรจริงก็พากันลงไปเยี่ยม จึงไปเห็นนางยอพระกลิ่น เมื่อท้าวพิไชยนุราชได้ไต่ถามทราบเรื่องของนางก็เกิดเมตตาปรานี เห็นควรจะให้เปนชายาของพระมณีพิไชย แต่ส่วนนางจันทรนั้นนึกรังเกียจ ด้วยอยากจะให้พระมณีพิไชยได้เปนราชบุตรเขยพระเจ้ากรุงจีน เกรงว่าถ้าพระเจ้ากรุงจีนรู้ว่าพระมณีพิไชยมีเมียอยู่แล้วก็จะไม่ยกราชธิดาให้ จึงทูลทัดทานท้าวพิไชยนุราช ๆ หาฟังไม่ ว่านางยอพระกลิ่นเปนเมียอยู่เมืองนี้ จะไปเกี่ยวข้องขัดขวางอันใดกับเมียในเมืองจีน แล้วท้าวเธอก็อนุญาตให้พระมณีพิไชยอยู่กับนางยอพระกลิ่นต่อไป

ฝ่ายนางจันทรยังไม่หายรังเกียจเกลียดชังนางยอพระกลิ่นอยากจะใคร่กำจัดเสีย จึงคิดว่านางยอพระกลิ่นนี้แต่เดิมจะเปนลูกสาวพระอินทรจริงฤๅอย่างไรก็ตาม เรื่องราวของนางไม่มีใครได้รู้เห็น เชื่อฟังแต่ตามคำของนางอย่างเดียว ถ้าคิดกลอุบายให้มีเค้าเงื่อนว่านางเปนยักขินีผีกระสือคนทั้งหลายก็เห็นจะเชื่อ เพราะพระมณีพิไชยไปได้มาจากในป่า คงจะกำจัดนางยอพระกลิ่นได้สมประสงค์ คิดดังนี้แล้วนางจันทรจึงฆ่าแมวที่เลี้ยงไว้เสียตัวหนึ่ง แล้วลอบลงไปยังปราสาทพระมณีพิไชยในเวลาดึก พระมณีพิไชยกับนางยอพระกลิ่นกำลังนอนหลับ นางเอาหางแมวเหน็บไว้ที่มวยผม แลเอาเลือดแมวป้ายไว้ที่ปากนางยอพระกลิ่น แล้วกลับคืนมายังที่อยู่ของตนทำมารยาปลุกพวกสาวใช้ขึ้นบอกว่า เมื่อแต่กี้มียักษ์ขินีฤๅผีกระสืออะไรอย่างหนึ่งลอบขึ้นมาจับแมวกิน พเอิญนางตื่นขึ้นผีนั้นก็วิ่งหนีไปต่อหน้า เปนผีผู้หญิงดูรูปร่างคล้าย ๆ กับนางคนที่พระมณีพิไชยไปได้มาจากป่า ว่าแล้วนางก็ชวนพวกเถ้าแก่สาวใช้จุดคบเพลิงลงมายังปราสาทพระมณีพิไชย ปลุกพระมณีพิไชยกับนางยอพระกลิ่นขึ้นแล้วแกล้งถามว่า เมื่อแต่กี้มีผีกระสือขึ้นไปจับแมวกินแล้ววิ่งหนีมาทางปราสาทนี้ได้เห็นบ้างฤๅไม่ พระมณีพิไชยกับนางยอพระกลิ่นต่างทูลว่านอนหลับอยู่ทั้ง ๒ คนจนเสด็จมาปลุกจึงตื่นขึ้น ผีจะมาทางนี้ฤๅไปทางไหนหาได้เห็นไม่ นางจันทรทำเปนพึ่งเห็นเลือดแมวกับหางแมวที่ติดอยู่กับตัวนางยอพระกลิ่น แล้วแกล้งมารยาตกใจถามว่า นี่อย่างไรปากจึงเปื้อนเลือดแลเอาหางแมวเหน็บผมไว้อย่างนี้ นางยอพระกลิ่นก็มิอาจจะชี้แจงเหตุผลต้นปลายได้ นางจันทรจึงลงเอาว่านางยอพระกลิ่นเปนผีกระสือ คนที่อยู่ทั้งนั้นก็พากันเชื่อ แม้พระมณีพิไชยทั้งรักทั้งเสียดายนางก็มิรู้ที่จะแก้ไขประการใด ด้วยข้อพิรุธของนางปรากฎชัดเจนนัก นางจันทรจึงถามพระมณีพิไชยว่า เมื่อเมียกลายเปนผีกระสือเช่นนี้จะว่าอย่างไร พระมณีพิไชยก็ได้แต่ทูลว่าสุดแล้วแต่พระแม่เจ้าจะโปรด นางจันทรจึงให้สาวใช้ช่วยกันจับเอานางยอพระกลิ่นใส่ในหีบหามออกมาจากวังไปแต่เวลาเช้าตรู่ สั่งให้พวกขอเฝ้าเอาไปฝังเสีย แต่พวกขอเฝ้าไม่รู้เหตุผลต้นปลาย รู้แต่ว่าคนในหีบยังเปนอยู่ก็ไม่กล้าฝัง จึงเอาหีบไปทิ้งไว้ที่ในป่าแล้วก็พากันกลับมา

ขณะนั้นเกิดบันดาลร้อนอาศน์พระอินทร์ ส่องทิพเนตรดูรู้ว่านางยอพระกลิ่นผู้เปนธิดาต้องตกยากถึงสาหัส จึงลงมาช่วยนางยอพระกลิ่น นางเล่าเรื่องทั้งปวงให้พระอินทรทราบ พระอินทร์ก็โกรธนางจันทรแล้วเลยขัดเคืองพระมณีพิไชยว่าหลงเชื่อแม่ไม่ช่วยแก้ไข จึงแปลงนางยอพระกลิ่นให้เปนพราหมณ์ สอนเวทมนต์ให้มีฤทธิ์แลให้พระขรรค์ไว้สำหรับตัว และนฤมิตรศาลาอาศรมให้อยู่ในป่าที่ใกล้เมืองอยุธยา บอกเจ้าพราหมณ์ว่าจะให้แก้แค้นแม่ผัวให้จงได้

เรื่องมณีพิไชยตอนต้นมาต่อตอนที่ทรงพระราชนิพนธ์เปนบทลครตรงนี้

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ