นิทานเรื่องสังข์ทอง เรื่องต้นก่อนตอนที่ทรงพระราชนิพนธ์เปนบทลคร

เดิมท้าวยศวิมลอยากจะได้ราชโอรสสำหรับสืบวงศ์ จึงสั่งให้มเหษีแลนักสนมบวงสรวงขอบุตร ต่อมาท้าวยศวิมลทรงสุบินว่า พระอาทิตย์กับดาวตกลงมาตรงพระภักตร์ ท้าวเธอฉวยไว้ได้ แต่พระอาทิตย์หายไปเสีย ต้องโศกศัลย์มากมายจึงได้คืนมา ประธมตื่นจึงให้หาโหรมาทำนายสุบิน ขุนโหรพยากรณ์ว่า พระมเหษีจะมีพระราชโอรสซึ่งมีบุญญาธิการมาก แต่จะต้องพลัดพรากจากกันไปเสียคราวหนึ่งแลพระสนมก็จะมีพระราชบุตรีองค์หนึ่งด้วย ครั้นต่อมานางจันทร์เทวีมเหษีกับนางจันทาพระสนม มีครรภ์ขึ้นด้วยกัน นางจันทาอยากจะเปนใหญ่แต่ผู้เดียว จึงลอบให้ไปบลขุนโหร ให้คอยหาเหตุร้ายใส่นางจันทร์เทวีมเหษี

ฝ่ายนางจันทร์เทวีพระโพธิสัตว์ลงสู่ครรภ์ ครบกำหนดคลอดออกมาเปนหอยสังข์ ท้าวยศวิมลฉงนสนเท่ห์พระหฤไทย จึงเรียกขุนโหรมาต่อว่า ว่าไหนพยากรณ์ว่ามเหษีจะมีพระราชโอรสมีบุญญาธิการมาก ไยจึงมากลายเปนหอยสังข์ไป ส่วนขุนโหรได้รับสินบลของนางจันทาไว้ จึงแกล้งทูลว่าที่พยากรณ์ไว้นั้นจะผิดหามิได้ ถ้าหากเปนพระราชกุมารก็จะมีบุญจริงๆ แต่นี่กรรมของนางมาบันดาลให้กลายเปนหอยสังข์เปนกาฬกิณีไป ถ้าเอาไว้ในเมืองก็จะเกิดทุกข์ไภยใหญ่หลวง ท้าวยศวิมลมีความอาไลยนางจันทร์เทวีมเหษียิ่งนัก แต่หากกลัวไภยเปนกำลัง ก็ขับนางไปเสียจากเมือง นางจึงพาหอยสังข์ไปอาไศรยอยู่กับยายตาที่ในป่า นางช่วยยายตาทำไร่อยู่ที่นั่น พระกุมารซ่อนตัวอยู่ในสังข์จนค่อยเจริญขึ้น เห็นแม่ตกทุกข์ได้ยากมีความสงสาร เวลาแม่ออกไปป่าจึงออกมาจากสังข์ หุงเข้าเผาปลาไว้ให้แม่กิน แล้วช่วยไล่นกไล่กาที่มากินของในไร่ของแม่อยู่ที่น่าบ้าน ฝ่ายนางจันทร์เทวีกลับมาเห็นพระกุมารแต่ไกลไม่รู้ว่าลูก พอพระกุมารเห็นแม่กลับมาก็หนีหลบเข้าไปซ่อนเสียในสังข์อย่างเดิม นางมาถึงเที่ยวค้นหาก็ไม่พบ รุ่งขึ้นจึงอุบายทำเหมือนจะออกไปไร่ในป่าตามเคย แต่นางไปแอบอยู่ข้างหลังเรือน ฝ่ายพระกุมารสำคัญว่าแม่ไม่อยู่ ก็ออกมาหาเข้าปลาแลไล่นกไล่กาให้แม่ดังแต่ก่อน นางก็รู้ว่ากุมารนั้นเปนลูกแกล้งซ่อนอยู่ในสังข์ นางจึงวิ่งมาต่อยสังข์เสียจนแตกยับเยิน ก็ได้พระกุมารเลี้ยงดูอยู่กับตัวต่อมา

ฝ่ายนางจันทาพระสนม คลอดลูกเปนราชบุตรีมีนามว่านางจันที แต่ท้าวยศวิมลยังมิได้ยกย่องขึ้นเปนใหญ่ ด้วยท้าวเธอยังอาไลยถึงนางจันทร์เทวีมเหษีเศร้าโศกอยู่ไม่หาย นางจึงให้ไปหายายเฒ่าสุเมธามาทำเสน่ห์ ท้าวยศวิมลถูกเสน่ห์ก็หลงนางจันทา นางจะว่าอย่างไรก็เชื่อฟังแต่นั้นมา ครั้นนางจันทาได้ข่าวมาว่า ลูกของนางจันทร์เทวีออกจากสังข์มาเปนคน จึงแกล้งทูลท้าวยศวิมลว่า ได้ยินว่าเดี๋ยวนี้นางจันทร์เทวีที่ถูกขับไล่ไปนั้น ไปอยู่กับยายตาที่ในป่า ไปมีลูกเปนผู้ชายอิกคน ๑ ได้ยินว่าเที่ยวอวดว่าเปนลูกของพระองค์ ถ้าทิ้งไว้เห็นจะเปนขบถเปนมั่นคง ท้าวยศวิมลกำลังหลงเสน่ห์ก็เชื่อถือ ให้เสนาไปจับเอาพระสังข์มาแล้วสั่งให้ฆ่าเสีย แต่พระสังข์มีบุญญาธิการทำอย่างไรๆ ก็ไม่ตาย ท้าวยศวิมลแคลงพระไทยว่าฤๅพระสังข์นี้จะเปนลูกเราที่โหรทำนายว่าจะมีบุญดอกกระมัง ให้ไปเรียกพระสังข์เข้ามาไต่ถาม เมื่อทราบเรื่องที่พระสังข์เล่าก็เชื่อถือรักใคร่ ครั้นนางจันทาเศกเป่าเอาด้วยมนต์แล้วยุยงให้เอาไปถ่วงน้ำเสีย ท้าวยศวิมลก็กลับหลงเชื่อนางจันทาให้เอาพระสังข์ไปถ่วงน้ำตามนางยุ แต่พระสังข์ไม่เปนอันตราย เปนแต่จมน้ำลงไปถึงเมืองพระยานาค

ฝ่ายพระยากัมพลนาคราชเปนใหญ่อยู่ในเมืองบาดาล วันนั้นบุญของพระสังข์บันดาลให้ไม่สบาย จึงออกไปเที่ยวเล่นตามวิไสยนาคไปเห็นพระสังข์ถูกถ่วงน้ำจมน้ำอยู่ พิเคราะดูเห็นลักษณเปนผู้มีบุญ จึงพาพระสังข์ไปเลี้ยงไว้เปนบุตรบุญธรรม แล้วมาคิดขึ้นได้ว่าพระสังข์สิเปนมนุษย์ ไหนจะอยู่กับนาคในเมืองบาดาลได้ อย่าเลยจำจะฝากไว้กับนางยักษ์พันธุรัต ซึ่งสามีเปนสหายกันมา ด้วยนางเปนหม้ายไร้ญาติวงศ์พงศา จะได้เลี้ยงพระสังข์ไว้เปนบุตร พระยานาคคิดดังนี้แล้ว จึงพาพระสังข์ขึ้นมายังชายทเล ผูกสำเภายนต์ขึ้นลำ ๑ เขียนหนังสือบอกไว้ในเรือให้นางพันธุรัตทราบเรื่อง แล้วเอาพระสังข์ใส่ลงในเรือสำเภายนต์ปล่อยไป เรือไปถึงเมืองยักษ์ นางพันธุรัตทราบสารก็มีความยินดีอยากได้ลูกมาเลี้ยง แต่วิตกว่าตัวเปนยักษ์พระกุมารเปนมนุษย์จะกลัว จึงจำแลงตัวกับพวกนางสาวใช้ให้เปนมนุษย์ แล้วลงไปรับพระสังข์มาเลี้ยงไว้เปนบุตรบุญธรรม นางพันธุรัตมีความรักใคร่ในพระสังข์ยิ่งนัก พระสังข์อยู่กับนางพันธุรัตมาจนอายุได้ ๑๕ ปี คิดถึงนางจันทร์เทวีมารดาอยู่เสมอมิได้ขาด

นางพันธุรัตนั้น โดยปรกติย่อมไปเที่ยวจับมนุษย์แลสัตว์ป่ากินตามวิไสยยักษ์เนืองๆ นางกลัวพระสังข์จะรู้ความว่าเปนยักษ์แล้วจะหลบหนีไปเสีย จึงแกล้งทำมารยามิให้พระสังข์รู้กำหนดเวลาไปมาของนาง ถ้าบอกว่าจะไปเที่ยวสักวันหนึ่งสองวันนางก็เที่ยวไปหลายๆ วันจึงกลับ ถ้าบอกว่าจะไปหลายวัน ก็แกล้งกลับจู่มาในวันสองวัน พระสังข์สังเกตเห็นมาเสมอ อยู่มาวันหนึ่งนางพันธุรัตจะไปป่า บอกพระสังข์ว่าจะไปสัก ๗ วันจะกลับ แล้วกำชับว่าอยู่ทางนี้อย่าให้พระสังข์เข้าไปในครัวไฟ อย่าให้ไปที่บ่อน้ำซ้ายขวา แลอย่าให้ไปบนหอข้างหัวนอน ครั้นนางพันธุรัตไปแล้ว พระสังข์คิดพะวงสงไสยว่า เหตุไฉนนางพันธุรัตถึงบอกกำหนดไปมาไม่แน่นอน แลห้ามปรามมิให้ไปตามที่ต่างๆ เหล่านั้นด้วยเหตุใด พระสังข์จึงลอบเข้าไปในครัวไฟ ไปเห็นซากศพที่นางพันธุรัตกินเหลือทิ้งเกลื่อนอยู่ในนั้นก็ตกใจ นึกว่าแม่เลี้ยงเห็นจะเปนยักษ์เปนแน่แล้ว จึงไปดูที่บ่อน้ำ ลองเอานิ้วจุ่มลงในบ่อ ๑ แล้วยกขึ้นมาดู เห็นผิวที่เนื้อเปนสีเงิน เอานิ้วนั้นไปจุ่มดูอิกบ่อ ๑ ยกขึ้นมาผิวเปนทอง ก็รู้ว่าเปนบ่อเงินบ่อทองของนางพันธุรัต พระสังข์จึงลอบขึ้นไปบนหอ เห็นมีเครื่องเงาะป่ากับเกือกแลตระบองสำหรับเงาะอยู่บนนั้น พระสังข์จึงเอาลองแต่งตัวเข้าดู ตัวลอยขึ้นก็รู้ว่าเหาะได้ จึงไปเที่ยวลองเหาะเล่นเสียพักหนึ่ง แล้วกลับมาถอดเครื่องเงาะวางไว้เสียอย่างเดิม แล้วกลับลงมายังห้องที่เคยอยู่เอาผ้าเช็ดนิ้วที่เปนทองทองก็ไม่หลุดออกไป พระสังข์ตกใจจึงเอาผ้าพันนิ้วไว้ ครั้นนางพันธุรัตกลับมาถามบอกว่ามีดบาดมือ นางก็ไม่สงไสย เรื่องสังข์ทองตอนต้นมาต่อเรื่องตอนที่ทรงพระราชนิพนธ์บทลครตรงนี้

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ