นิทานเรื่องสังข์ศิลป์ไชย เรื่องก่อนตอนที่ทรงพระราชนิพนธ์เปนบทลคร

เดิมท้าวธรรมจักรกับนางลักขยะสุวรรณซึ่งครองเมืองปัญจาลนคร มีราชโอรสองค์ ๑ ราชธิดาองค์ ๑ ราชโอรสทรงนามว่าเสนากุฏ[๑] ได้รับรัชทายาท แต่ราชธิดาซึ่งทรงพระนามว่านางเกสรสุมณฑา[๒]นั้น เมื่อท้าวเสนากุฏได้ครองเมืองนางมีชัณษา ๑๗ ปี ท้าวกุมภัณฑ์ยักษ์เจ้าเมืองอโนราชมาลักเอาไป ท้าวเสนากุฏมีความโทมนัศที่ไม่สามารถจะป้องกันน้องนางไว้ได้ จึงละราชสมบัติบวชเปนฤๅษีไปเที่ยวติดตามนางเกสรสุมณฑา ครั้นไปถึงเมืองหนึ่งท้าวเธอไปเห็นนาง ๗ คนอันเปนธิดาของเศรษฐี เกิดประดิพัทธในนางทั้ง ๗ นั้น ก็กลับคืนมายังพระนครลาผนวชออกครองราชสมบัติดังเก่า แล้วให้ไปขอนางทั้ง ๗ มาเปนบาทบริจาริกา ท้าวเสนากุฏอยากจะใคร่มีราชกุมารเปนรัชทายาท จึงให้นางบาทบริจาริกาบนบวงขอลูก นางไกรสร[๓]เปนทาษีมีลูกก่อน แต่ลูกนั้นเกิดมาเปนราชสีห์หาเปนมนุษย์ไม่ นางทั้ง ๗ ก็มีลูกทุกคน ลูกนางทั้ง ๖ ผู้เปนพี่เปนราชกุมารสามัญ แต่ลูกของนางประทุมผู้เปนน้องน้อยเปนราชกุมารอย่างอัศจรรย์ มีสังข์กับศรพระขรรค์เกิดมาสำหรับบุญด้วย[๔] นางทั้ง ๖ เห็นราชกุมารลูกของนางปทุมมีบุญญาธิการผิดกับบุตรของตน เกรงว่าจะได้เปนใหญ่ในภายน่าก็คิดฤษยา จึงไปบนขุนโหรให้ถวายพยากรณ์แก่ท้าวเสนากุฏว่า เจ้าสังข์คิลป์ไชยบุตรของนางปทุม กับสิงหรา[๕]บุตรของนางไกรสรเกิดมาวิปริตผิดธรรมดา ถ้าเลี้ยงไว้จะเกิดไภยอันตรายแก่บ้านเมือง ท้าวเสนากุฏไม่รู้เท่าทัน ก็ให้ขับนางปทุมนางไกรสรและราชบุตรของนางทั้งสองนั้นไปเสียจากพระนคร นางทั้งสองก็พาบุตรซัดเซพเนจรไป ครั้งนั้นร้อนถึงพระอินทร์ด้วยอำนาจบุญญาธิการของพระสังข์ศิลป์ไชย พระอินทร์จึงนฤมิตรสร้างเมืองให้นางทั้ง ๒ อยู่ที่ชายแดนเมืองปัญจาลนคร แต่ท้าวเสนากุฏหาทรงทราบความไม่ นางทั้ง ๒ ก็เลี้ยงบุตรอยู่ณที่นั้นจนเติบใหญ่

ฝ่ายท้าวเสนากุฏไม่วายคิดถึงน้องนางที่ยักษ์ลักไป วันหนึ่งทรงสุบินว่าเทพยดามาบอกว่านางนั้นยักษ์ลักเอาไปเปนมเหษี ถ้าหาผู้มีฤทธานุภาพไปติดตามคงจะได้กลับมา ท้าวเธอมิรู้ที่จะให้ผู้ใดไปก็เดือดร้อนรำคาญพระหฤทัยจนไม่สบาย จึงสั่งให้กุมารทั้ง ๖ ไปไล่ต้อนสัตว์ป่ามา หวังว่าจะชมเล่นให้ค่อยคลายรำคาญ เจ้าศรีสันท์พื่ชายใหญ่พาน้องทั้ง ๕ ไปเที่ยวต้อนสัตว์ในป่า ไปพบพระสังข์ศิลป์ไชยแผลงศรเรียกฝูงสัตว์ไปชมเล่นอยู่ เมื่อพูดจารู้จักกันแล้วศรีสันท์จึงบอกว่าท้าวเสนากุฏจะใคร่ทอดพระเนตรฝูงสัตว์ป่า ให้พระสังข์ศิลป์ไชยแผลงศรสั่งสัตว์ให้ไปที่พลับพลาพระบิดา พระสังข์ศิลป์ไชยก็กระทำตาม ศรีสันท์กลับไปทูลว่าตัวเปนผู้แผลงศรต้อนสัตว์ไป ท้าวเสนากุฏสำคัญว่าศรีสันท์มีฤทธิเดชก็ยินดี จึงสั่งให้ศรีสันท์กับกุมารทั้ง ๕ พากันไปติดตามนางเกสรสุมณฑา ศรีสันท์ไปลวงพระสังข์ศิลป์ไชยว่าพระบิดาคิดถึงพระน้องจนประชวรไป บัดนี้มีรับสั่งให้ไปช่วยกันตามอาว์ พระสังข์ศิลป์ไชยสำคัญว่าจริงก็ชวนสิงหราไปด้วยกันกับกุมารทั้ง ๖ ครั้นไปถึงฝั่งทเลที่จะต้องข้ามไปแดนยักษ์ กุมารทั้ง ๖ ไม่สามารถจะข้ามไปได้ พระสังข์ศิลป์ไชยจึงให้สิงหราอยู่เปนเพื่อนกุมารทั้ง ๖ ส่วนตัวพระสังข์ศิลป์ไชยขึ้นขี่สังข์พาข้ามทเลไปถึงฝั่งโน้นแล้วเทวดามาช่วยแนะนำหนทางให้เดินต่อไป ไปทราบความจากช้างฉัททันต์ว่ายักษ์กุมภัณฑ์พานางเกสรสุมณฑาไปไว้ในเมืองอโนราช พระสังข์ศิลป์ไชยตามต่อไปถึงเมืองท้าววัณณุราชยักษ์พี่ของท้าวกุมภัณฑ์ผู้ที่ลักนางเกสรสุมณฑาไป แต่ท้าววัณณุราชนั้นมักนอนหลับคราวละหลาย ๆ ปี เวลานั้นท้าววัณณุราชหลับอยู่ พระสังข์ศิลป์ไชยจึงหลีกไปได้[๖] ไปพบวิชาธรที่ต้นนารีผล พวกวิชาธรหึงษ์หวงจะทำร้ายเกิดรบกันขึ้น พระสังข์ศิลป์ไชยชนะวิชาธรได้ชมนารีผลก็เกิดกำหนัดยินดี ครั้นเดินทางต่อไป ๆ พบต้นกัลปพฤกษ์ได้ผ้าอุทุมพรกับผ้าโกไสยพัตรที่เทพยดานฤมิตไว้นุ่งห่ม แล้วจึงไปพบนางเทพธิดา[๗]ที่สระแห่งหนึ่ง ได้เกี้ยวพานสมัครสังวาศกันแล้ว พระสังข์ศิลป์ไชยจึงลานางเทพธิดาไปตามนางเกสรสุมณฑาที่เมืองอโนราช

เรื่องต่อไปนี้กล่าวตามบทลครความเก่า

ฝ่ายนางเกสรสุมณฑาที่ยักษ์ลักไป ไปเปนมเหษีท้าวกุมภัณฑ์อยู่ที่เมืองอโนราช แต่เมืองนั้นเปนเมืองร้างไม่มีผู้คนพลเมือง อยู่แต่พระยายักษ์กับนางเกสรสุมณฑาเท่านั้น นางไปมีธิดาองค์ ๑ ชื่อว่านางศรีสุพรรณ อยู่มาท้าวกุมภัณฑ์ลงไปเล่นสะกาพนันกับพระยานาค ท้าวกุมภัณฑ์แพ้สะกาหลายกระดานเข้าขัดใจก็ท้าเพิ่มเดิมพันขึ้นทุกที จนถึงพนันเอาบ้านเมืองก็แพ้พระยานาค พระยานาคขอธิดาเปนสินไถ่บ้านเมือง ท้าวกุมภัณฑ์จึงจำใจต้องยกนางศรีสุพรรณให้เปนมเหษีของพระยานาคอยู่ในเมืองบาดาล แต่นางเกสรสุมณฑานั้นอยู่กับท้าวกุมภัณฑ์ต่อมา ท้าวกุมภัณฑ์นั้นย่อมไปเที่ยวป่าเปนนิจ ถึงเวลากลับเมืองก็เก็บดอกไม้มาฝากนางเกสรสุมณฑาเสมอมิได้ขาด

วันเมื่อพระสังข์ศิลป์ไชยไปถึงเมืองอโนราช นางเกสรสุมณฑาฝันไปว่า พระอิศวรใช้ให้พระอาทิตย์มาเปล่งรัศมีเปนไฟไหม้ปราสาทแล้วจะฆ่านางเสีย นางวิงวอนขอชีวิตร พระอาทิตย์จึงฉุดคร่าพานางขึ้นรถเหาะไป นางก็ตกใจตื่นเล่าความฝันแก่ท้าวกุมภัณฑ์ ๆ ทำนายว่าเปนนิมิตร้าย จะมีญาติของนางไปเปนศัตรู แต่ตัวนางหาเปนอันตรายไม่ จะมีไภยแต่ตัวพระยายักษ์ผู้เดียว นางเกสรสุมณฑาจึงห้ามปรามท้าวกุมภัณฑ์อย่าให้ไปเที่ยวป่าตามเคย ให้อยู่แต่ในเมืองให้สิ้นเคราะห์เสียก่อนจึงค่อยไป ท้าวกุมภัณฑ์หาฟังไม่ ว่าถ้าไม่ไปใครรู้ก็จะติฉินว่าขลาด ครั้นถึงเวลาจึงออกไปป่าตามเคยเหมือนอย่างแต่ก่อน

ฝ่ายพระสังข์ศิลป์ไชยไปนอนค้างอยู่บนภูเขา ครั้นรุ่งเช้าก็ให้สังข์นำเข้าไป ถึงปราสาท ไปพบนางเกสรสุมณฑาจึงบอกความที่ท้าวเสนากุฏให้ไปรับกลับคืนพระนคร นางเกสรสุมณฑาเห็นพระสังข์ศิลป์ไชยละม้ายคล้ายคลึงท้าวเสนากุฎก็รู้ว่าเปนหลาน แต่นางยังอาไลยท้าวกุมภัณฑ์ไม่อยากจากไป จึงห้ามปรามพระสังข์ศิลป์ไชยมิให้คิดลักพา ด้วยว่าพระยายักษ์มีฤทธานุภาพมากนักที่ไหนจะพากันหนีพ้นไปได้ พระสังข์ศิลป์ไชยตอบว่าถึงพระยายักษ์มีฤทธิเดชสักเท่าใดก็จะสู้ได้ด้วยอำนาจศรที่ถือไป ว่าแล้วจึงขึ้นศรอวดอาว์ก็เกิดสเทือนเลื่อนลั่นเปนโกลาหลทั่วไป ขณะนันท้าวกุมภัณฑ์เที่ยวอยู่ในป่าได้ยินเสียงกัมปนาทก็ตกใจรีบกลับเข้ามาเมือง นางเกสรสุมณฑาเห็นพระยายักษ์กลับมา จึงเอาพระสังข์ศิลป์ไชยไปซ่อนไว้ในกองดอกไม้แล้วออกมารับท้าวกุมภัณฑ์ ๆ ได้กลิ่นมนุษย์ถามนาง ๆ ปฏิเสธว่ามิได้มีใครไปมา แล้วมารยาทำเปนได้กลิ่นบ้าง แกล้งตัดภ้อว่าเพราะท้าวกุมภัณฑ์ไปสังวาศกับนางอื่นจึงพากลิ่นติดไป ท้าวกุมภัณฑ์ก็ไม่อาจซักไซ้ต่อไป นางเกสรสุมณฑาเห็นว่าท้าวกุมภัณฑ์สิ้นสงไสยแล้ว จึงวิงวอนว่าได้มาอยู่เมืองยักษ์นานแล้ว คิดถึงพระพี่ที่พลัดพรากจากกัน ขอให้ท้าวกุมภัณฑ์พากลับไปเยี่ยมสักครั้งหนึ่ง ท้าวกุมภัณฑ์ไม่ยอมพาไป ว่าได้ลักนางมามนุษย์ คงชิงชัง ถ้าพานางกลับไปถึงเมืองที่ไหนมนุษย์จะให้นางคืน นางก็จนใจ ครั้นท้าวกุมภัณฑ์นอนหลับ นางเกสรสุมณฑาจึงไปพาพระสังข์ศิลป์ไชยออกมาจากกองดอกไม้ แล้วบอกให้รีบกลับไปเสียให้พ้นเมืองยักษ์ พระสังข์ศิลป์ไชยว่าต่อนางไปด้วยจึงจะกลับ ครั้นเห็นนางอิดเอื้อนอยู่พระสังข์ศิลป์ไชยจึงขู่ว่า ถ้านางไม่ไปโดยดีก็จะขอเอาศีศะของนางกลับไปถวายท้าวเสนากุฎให้ได้ตามรับสั่ง นางตกใจกลัวก็ยอมไปกับพระสังข์ศิลป์ไชย ๆ พานางเกสรสุมณฑาไปซ่อนไว้ในถ้ำนอกเมืองแล้ว กลับเข้าไปยังน่าปราสาทหมายว่าจะรบกับท้าวกุมภัณฑ์

ฝ่ายท้าวกุมภัณฑ์ตื่นขึ้นเห็นนางเกสรสุมณฑาหายไป เข้าใจว่าคงมีผู้พาหนีกลับไปเมือง ก็รีบตามไปโดยกำลังโกรธ พอออกมานอกปราสาทพบพระสังข์ศิลป์ไชยก็เกิดรบกัน ท้าวกุมภัณฑ์สู้พระสังข์ศิลป์ไชยไม่ไหวจึงหนีไปหาท้าววัณณุราชผู้เปนพี่ชาย หมายจะชวนมาช่วยรบพระสังข์ศิลป์ไชย แต่ท้าววัณณุราชยังนอนหลับใหลจะปลุกอย่างไรก็ไม่ตื่น ท้าวกุมภัณฑ์ขัดใจจึงออกไปป่าหิมพานต์ เรียกพวกยักษ์ได้เปนอันมากแล้วยกกองทัพกลับมา

ฝ่ายพระสังข์ศิลป์ไชยเห็นท้าวกุมภัณฑ์หนีไป จึงกลับไปหานางเกสรสุมณฑาที่ถ้ำ เล่าความตามที่ได้รบกับพระยายักษ์ให้นางฟัง นางบอกว่าท้าวกุมภัณฑ์มีพวกยักษ์บริวารอยู่ในป่าเปนอันมาก คงไปเกณฑ์พลยักษ์ตามมาอย่าไว้ใจ พระสังข์ศิลป์ไชยจึงเขียนหนังสือผูกลูกศรแผลงไปบอกสิงหราซึ่งอยู่ที่ริมทเลกับกุมารทั้ง ๖ สิงหราทราบความก็เหาะตามไปหาพระสังข์ศิลป์ไชย พอท้าวกุมภัณฑ์ยกทัพมาถึง พระสังข์ศิลป์ไชยจึงพานางเกสรสุมณฑาขึ้นขี่หลังสิงหราออกมาจากถ้ำ นางบอกท้าวกุมภัณฑ์ให้รู้ว่าพระสังข์ศิลป์ไชยเปนหลานจะมารับกลับไปเยี่ยมพระเชษฐา จะขอลาไปพบปะกันแล้วจะกลับมา พระยายักษ์ไม่เชื่อสั่งรี้พลให้เข้ารุมจับก็เกิดรบกันขึ้น พวกยักษ์สู้สิงหราไม่ได้พากันล้มตายแตกหนี ท้าวกุมภัณฑ์จึงเหาะขึ้นไปบนฟ้า ไปสั่งเทวดาที่รู้จักนางปทุมมารดาของพระสังข์ศิลป์ไชยให้นฤมิตรรูปนางปทุมให้ เทวดากลัวยักษ์ก็เอาดอกจำปามาชุบเปนรูปนางปทุมให้ตามใจ ท้าวกุมภัณฑ์จึงพารูปนิมิตรลงมาแล้วขู่พระสังข์ศิลป์ไชยว่าถ้าไม่ส่งนางเกสรสุมณฑาให้โดยดีจะฆ่ามารดาเสีย ฝ่ายรูปนิมิตรก็วิงวอนด้วยมารยาต่าง ๆ พระสังข์ศิลป์ไชยเข้าใจว่ายักษ์ได้มารดามาก็ตกใจ ปฤกษากับสิงหราว่าจะส่งนางเกสรสุมณฑาคืนให้ แต่สิงหราทัดทานว่าเกลือกจะเปนกลอุบายของยักษ์ ขอให้เสี่ยงศรแผลงทดลองดูก่อน พระสังข์ศิลป์ไชยเสี่ยงศรแผลงไปรูปนิมิตรก็กลายเปนดอกจำปาไปตามเดิม แล้วแผลงศรซํ้าไปถูกอกท้าวกุมภัณฑ์ล้มลง ท้าวกุมภัณฑ์รู้ว่าตัวจะตาย จึงสั่งนางเกสรสุมณฑาว่าอย่าทิ้งนางศรีสุพรรณลูกสาวไว้ให้ต้องอยู่ในเมืองนาคแต่ผู้เดียว หลานก็มีฤทธิ์มากให้คิดอ่านลงไปรับนางศรีสุพรรณกลับไปเสียด้วย สั่งแล้วท้าวกุมภัณฑ์ก็สิ้นใจ

พระสังข์ศิลป์ไชยฆ่ายักษ์แล้วก็พานางเกสรสุมณฑากลับเข้าปราสาทในเมืองอโนราช นางเกสรสุมณฑาอ้อนวอนพระสังข์ศิลป์ไชยให้ไปรับนางศรีสุพรรณธิดามาจากเมืองนาค ให้แม่ลูกได้กลับไปบ้านเมืองด้วยกัน แล้วนางหยิบลูกบาดสะกา ซึ่งท้าวกุมภัณฑ์เคยเล่นกับพระยานาคมาให้พระสังข์ศิลป์ไชย สอนอุบายให้ไปท้าเล่นสะกาพนันแล้วคิดพานางศรีสุพรรณคืนมา พระสังข์ศิลป์ไชยจึงให้สิงหรากลับมาคอยอยู่กับกุมารทั้งหกที่ริมฝั่งทะเล แล้วให้สังข์นำลงไปยังเมืองบาดาล บอกพระยานาคว่าท้าวกุมภัณฑ์ให้ไปเล่นสะกาพนันต่างตัว พระยานาคไม่รู้อุบายก็รับพระสังข์ศิลป์ไชยเข้าไปในวัง เห็นพระสังข์ศิลป์ไชยมีพระขรรค์พระยานาคสงไสยถามว่า พระขรรค์นั้นเปนของวิเศษอย่างไรจึงเอาไว้ไม่ห่างตัว พระสังข์ศิลป์ไชยแกล้งบอกว่าพระขรรค์นี้มีฤทธิ์ปราบครุฑได้ วิสัยพระยานาคนั้นกลัวครุฑอยู่เปนธรรมดา ครั้นได้ยินว่าพระขรรค์อาจปราบครุฑได้ก็ยินดี จึงชวนพระสังข์ศิลป์ไชยเล่นสกาพนัน ถ้าพระยานาคชนะจะเอาพระขรรค์นั้น ถ้าแพ้พระสังข์ศิลป์ไชยจะต้องการสิ่งอันใดในเมืองนาคจะยอมให้เลือกเอาตามชอบใจ พระยานาคเล่นสะกาแพ้พระสังข์ศิลป์ไชย ๆ จึงขอนางศรีสุพรรณ พระยานาคไม่ยอมให้ก็เกิดรบกันขึ้น พระยานาคสู้พระสังข์ศิลป์ไชยไม่ได้ต้องยอมให้นางศรีสุพรรณมา พระสังข์ศิลป์ไชยจึงพานางศรีสุพรรณไปหานางเกสรสุมณฑาที่เมืองอโนราช ช่วยกันปลงศพท้าวกุมภัณฑ์แล้วก็พากันกลับมา เมื่อมาถึงเมืองท้าววัณณุราชพี่ท้าวกุมภัณฑ์ประจวบเวลาท้าววัณณุราชตื่นนอน เห็นมนุษย์เดินผ่านไปในเมือง ท้าววัณณุราชก็จะจับ นางเกสรสุมณฑาจึงบอกให้ทราบว่ามิใช่ผู้อื่น นางเปนน้องสะใภ้แลนางศรีสุพรรณก็เปนหลาน ท้าวเสนากุฎผู้เปนพระเชษฐาประชวรหนัก ให้พระสังข์ศิลป์ไชยไปรับกลับเมืองพอจะได้เห็นหน้ากัน ท้าวกุมภัณฑ์ก็ได้อนุญาตให้มาแล้ว ที่มิได้มาส่งเองเพราะเมื่อมาพ้องกับเวลาท้าวกุมภัณฑ์จะต้องไปเฝ้าพระอิศวร จึงให้แต่พระสังข์ศิลป์ไชยผู้เปนหลานพามา ท้าววัณณุราชยังสงไสย นางเกสรสุมณฑาให้พระสังข์ศิลป์ไชยแก้ลูกบาดสะกาของท้าวกุมภัณฑ์ออกให้ดูเปนสำคัญ ท้าววัณณุราชก็เชื่อฟังจึงพานางทั้ง ๒ กับพระสังข์ศิลป์ไชยเหาะมาส่งยังฝั่งทเล ที่กุมารทั้ง ๖ กับสิงหราคอยอยู่นั้น

ฝ่ายกุมารทั้ง ๖ เห็นยักษ์พาพระสังข์ศิลป์ไชยกับนางมาก็กลัวยักษ์พากันหนีไปเที่ยวซุกซ่อนอยู่ในป่า ครั้นท้าววัณณุราชกลับไปแล้ว พระสังข์ศิลป์ไชยจึงให้สิงหราไปค้นหาพากุมารทั้ง ๖ กลับมา แล้วเล่าความตามที่ไปรบพุ่งจนพานางทั้ง ๒ กลับมาได้ให้กุมารทั้ง ๖ ฟังทุกประการ กุมารทั้ง ๖ พากันคิดฤษยา ด้วยเห็นว่าถ้าท้าวเสนากุฎทราบว่าพระสังข์ศิลป์ไชยเปนผู้ไปพานางมาได้ ก็คงจะยกราชสมบัติให้ในภายน่า จึงปฤกษากันเอายาพิศม์เจือในขนมแล้วเอาไปให้พระสังข์ศิลป์ไชยชวนให้กินแก้เหน็จเหนื่อย หมายว่าจะให้เปนอันตรายเสียอย่าให้ทันเข้าไปเฝ้าท้าวเสนากุฎ แต่พระสังข์ศิลป์ไชยว่าเคยกินแต่ของทิพย์หากินขนมไม่ กุมารทั้งหกจึงปฤกษาหาอุบายอย่างอื่นที่จะทำร้ายพระสังข์ศิลป์ไชยต่อไป เรื่องสังข์ศิลป์ไชยตอนต้นมาต่อเรื่องตอนที่ทรงพระราชนิพนธ์บทลครตรงนี้



[๑] เรื่องตอนนี้มีพิศดารแต่ในฉบับอักษรลาว เรียกนามท้าวเสนากุฏว่ากุศราช.

[๒] ในฉบับลาวเรียกนามว่า นางสุมณฑา

[๓] ในฉบับลาวเรียกว่า นางไกรสรบรรพาวรรณ ว่าเปนมเหษีของท้าวกุศราช

[๔] ในฉบับลาวว่าเปนลูกฝาแฝด พี่เปนสังข์น้องเปนมนุษย์ มีศรพระขรรค์มาสำหรับบุญ

[๕] ในฉบับลาวเรียกว่า สิงหราช

[๖] ในฉบับลาวว่า พบนางยักขินีล่อล่วงจะเอาเปนสามี พระสังข์ศิลป์ไชยรู้เท่าหนีพ้นไปได้ แต่ในบทลครเก่าว่าไปเข้าเมืองท้าววัณณุราช

[๗] ในบทลครความเก่าว่า พระสังข์ศิลป์ไชยไปตามนางเกสรสุมณฑาแต่เมื่ออายุ ๑๑, ๑๒ ปี ความที่ว่าได้ไปชมนารีผลแลนางเทพธิดามีแต่ในฉบับลาว.

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ