ทหารเอกสยามสู้เศรษฐสงคราม

กับ สิทธิการจัดการศึกษาสำหรับประเทศ

(กาพย์ฉบัง)

“ถามหน่อยเถิดหนูผู้เพียรเสร็จจากโรงเรียน
แล้วเจ้าจักทำอะไร” 
“ฉันเป็นพ่อค้าก็ได้ให้เตี่ยหัดให้
ตั้งห้างอย่างเถ้าเก๋ฮง” 
ถามทั่วทุกคนก็คงได้คำตอบลง
รอยกันมิพลันสงสัย 
จากโรงเรียนจีนจงไปถามโรงเรียนไทย
จักได้คำตอบบนาน 
“ผมคิดเข้าทำราชการเช่นท่านขุนชาญ
ลูกบ้านเดียวกันมั่นหมาย” 
“หนูอย่านึกว่าง่ายดายคิดเข้าค้าขาย
พ่อค้าค่อยน่ามั่งมี[๑] 
“ผมรักราชการงานดีตำแหน่งหน้าที่
ยศศักดิ์บัฏตราน่าแสวง” 
“บัดยามสยามต้องการแรงไทยฉลาดทุกแขนง
ทั้งนอกและในราชการ”[๒] 
เศรษฐกิจก็กิจแก่นสารนักเรียนรักงาน
ควรเลือกประกอบเหมือนกัน” 
“ผมชอบราชการเท่านั้นตั้งใจหมายมั่น
แต่จะเข้ารับราชการ” 
คำตอบเช่นนี้มีประมาณกี่ส่วนร้อยวาน
คำนึงจะพึงพิศวง 
นึกไปไม่น่างวยงงการค้าขายคง
ไม่คุ้นไม่ค่อยเคยทำ 
เคยแต่รังเกียจด้วยซ้ำนายไพร่ได้ชำ-
นาญล้วนงานเรียก ‘ราชการ’[๓] 

ชาวสยามเชื้อจีน ฝรั่ง แขก เป็นทหารเอกของชาติ
ในการสู้เศรษฐสงคราม[๔]ของชาติ

เศรษฐกรรมจีนทำชำนาญอบรมลูกหลาน
เป็นแรงสยามยามรณ 
พ่อค้าไทยแทบทุกคนที่ช่วยประเทศตน
ต่อสู้สุรเศรษฐสงคราม 
เป็นเชื้อแขกฝรั่งจีนจามเป็นแรงแห่งสยาม
รณเยี่ยงสุรเศรษฐเสนา[๕] 
น่าจักอุปถัมภ์นำพาให้เป็นทัพหน้า
นำค้าแข่งเข้าภูมิสมร[๖] 
พร้อมพรั่งนั่งร้านการจรแห่งเศรษฐนิกร
ก็ค่อยสะดวกหน่อยรา[๗] 

โรงเรียนจีน แขก ฝรั่ง กับพระราชบัญญัติประถมศึกษา

กฎหมายประถมศึกษาจัดจริงจักพา
โรงเรียนจีนแขกแปลกไป 
คือสอนส่วนประถมได้โรงเรียนฝรั่งไซร้
เขาสอนถูกต้องตลอดมา[๘] 
การเกณฑ์เรียนประถมศึกษาทั่วราชอาณา-
เขตต์นี้จำเป็นเห็นสม 
เพื่อเร่งแผนรัฐอบรมให้เกิดนิยม
ศึกษาเป็นนาครสยาม[๙] 
ภาษาแขกฝรั่งจีนจามจะสอนก็ตาม
เป็นอติเรกเรียนไป[๑๐] 
กฎหมายโรงเรียนราษฎร์ให้อนุญาตไว้
ทำเถิดคงเกิดมรรคผล 
เด็กได้เรียนประถมทุกคนแล้วจะขวายขวน
เรียนอื่นก็พื้นศึกษา[๑๑] 
โรงเรียนจีนแขกยังหาเป็นประถมศึกษา
ตามแบบหลวงไม่ภัยมี 
อบรมเด็กเกิดเมืองนี้เป็นนาครดี
แห่งสยามหรือยังยังฉงน[๑๒] 
ใช้ราชบัญญัติบัดดลประถมศึกษาปรน
กรุงเทพฯ จะเปรื่องเฟื่องฟู 
เด็กเราเด็กต่างด้าวผู้สมศึกษาอยู่[๑๓]
จักได้ศึกษาอย่างสยาม 
โรงเรียนแขกฝรั่งจีนจามจะล้วนทำความ
ช่วยเหลือแท้จริงยิ่งยง[๑๔] 
ศึกษาคือสิทธิสูงส่งสยามสงวนควรคง
ธำรงสยามยามแปลง[๑๕] 
ทหารเอกเกิดเต็มเข้มแข็งส่งสยามดำแคง
แข่งค้าฝ่าเศรษฐสงคราม 
จัดประถมศึกษางดงามนกสองตัวตาม
ตูมม้วยด้วยกระสุนลูกเดียว[๑๖] 


[๑] ......มั่งมี ลำพังทำราชการจะมั่งมีไม่ได้ เพราะตำแหน่งสูงได้เงินเดือนมาก ก็ต้องใช้จ่ายมากตามฐานะ เป็นเงาตามตัว ได้แต่เขยิบฐานะยิ่งขึ้นไป

[๒] ......ราชการ ราชการต้องเลือกฟั้นหาคนดีคนฉลาด ส่วนการค้าขายและตั้งโรงงานทำอุตสาหกรรมต่างๆ ก็ต้องการคนดีคนฉลาดเหมือนกัน สมัยนี้ถึงคราวที่ประเทศจะฉวยเอาคนดีๆ เข้าไปไว้ในราชการเสียหมดเหมือนแต่ก่อนไม่ได้แล้ว คนเปลี่ยนทางเมื่อกลางอายุ เช่น ลาออกจากราชการไปทำการค้าขาย ก็สู้ตั้งต้นค้าขายแต่หนุ่มไม่ได้ เพราะวิธีราชการกับวิธีพาณิชย์ผิดกัน ดูคำอธิบายเรื่องนี้ในเรื่องต่างๆ ของครูเทพ

[๓] ......‘ราชการ’ เรามีวิธีให้ชายทุกคนได้รับราชการ ภายหลังให้เสียเงินแทนมาเข้าเวรรับราชการได้ เงินนั้นเรียก ‘เงินค่าราชการ’ เพิ่งจะมาเปลี่ยนเรียกว่าเงินรัชชูปการเมื่อรัชกาลที่ ๖ แผ่นดินอันอุดมของเราเป็นเหตุให้การอยู่กินอย่างแต่ก่อนไม่ต้องการซื้อขายจ้างออนกันนัก เลี้ยงดูให้ปันเผื่อแผ่อาศัยไหว้วานกันได้ง่ายๆ ชาวบ้านนอกเดี๋ยวนี้ที่ยังรังเกียจการรับจ้างก็ยังมีถม

[๔] เศรษฐสงคราม ประเทศเจริญมากมีคนมาก ปลูกโภชนาหารไม่พอกิน ต้องทำสินค้าส่งไปขายต่างประเทศ แลกอาหารและวัตถุดิบ ประเทศเข้าเขตต์อุตสาหกรรมเช่นนี้มีมากด้วยกัน ก็แข่งกันขาย ฝ่ายประเทศเพาะปลูกมักมีคนน้อยมีที่ดินมาก เมื่อการอยู่กินฟูมฟายขึ้น ต้องการแลกเปลี่ยน ก็เข้าสู้สงครามเศรษฐกรรมกับเขาด้วย สงครามเช่นนี้ไม่มีเวลาเลิกเหมือนสงครามอาวุธ

[๕] ......เสนา รบอย่างทหารพ่อค้าผู้เข้มแข็ง

[๖] ภูมิสมร หรือสมรภูมิ สนามรบ

[๗] ......รา คนหมู่มากผู้จะหากินทางค้าขายหรือรับจ้าง เมื่อมีพ่อค้าตั้งเป็นปึกแผ่นอยู่มาก ก็ได้อาศัยเท่ากับช่างทำเรือนอาศัยนั่งร้าน จีนบางตอนได้เข้าระยะอุตสาหกรรมมานมนาน เขามีเลือดพ่อค้าแล้ว แต่ไทยยังอยู่ในระยะกสิกรรมมาหยกๆ ค้าขายไม่เป็น ที่เราชมจีนว่าเขา ‘โต้หลง’ กันดี และติพวกเราเองว่าไม่ช่วยกันนั้นไม่ใช่อื่นคือจีนมีนั่งร้าน ได้แก่พ่อค้าและเลือดพ่อค้าแล้ว แต่เรายังไม่มี (มีพ่อค้าสองสามคน ก็เท่ากับยังไม่มีนั่นเอง) พวกเรามันเป็นชาวกสิกรแท้ๆ

[๘] ......ตลอดมา โรงเรียนศาสนาของฝรั่งสอนได้อย่างโรงเรียนไทย และสอนขึ้นไปถึงมัธยมแล้ว แต่โรงเรียนจีนยังสอนอย่างไทยไม่ได้ โรงเรียนแขกก็สอนท่องคัมภีร์โกราน พระราชบัญญัติประถมศึกษาเกณฑ์เด็กเข้าเรียนประถมศึกษา ถ้าโรงเรียนไม่จัดถูกต้อง เด็กได้รับหมายเกณฑ์ ก็จะต้องไปเข้าโรงเรียนอื่นหมด เมื่อใช้พระราชบัญญัตินั้นและจัดให้ได้จริง โรงเรียนจีน แขก ดุจโรงเรียนฝรั่งก็จะต้องจัดเป็นประถมได้หมด

[๙] ......สยาม เด็กในสยามจำต้องศึกษาอบรมให้เป็นพลเมืองดีของสยาม จะเป็นอย่างอื่นหาควรไม่

[๑๐] ......ไป ภาคต่างประเทศนั้นๆ เรียนเป็นพิเศษในโรงเรียนกลางคืน หรือเรียนไปกับประถม หรือเมื่อจบประถมแล้วก็ได้ ดังจีนใน ส.ป.ร. อเมริกา เขาเรียนกันเป็นแบบอย่างอยู่แล้ว

[๑๑] ......ศึกษา กำหนดบังคับให้ทุกคนเรียนแค่ประถมเป็นขีดที่รัฐบาลถือว่าจำเป็นในเวลานี้ (ต่อไปคงจะค่อยเขยิบขึ้นเป็นลำดับ) การเรียนอื่นๆ นอกจากนั้นหรือต่อนั้นก็ล้วนเป็นการศึกษาที่บุทคลเลือกเรียนได้ตามสมัคร

[๑๒] ......ฉงน การเรียนภาษาจีนเป็นพื้น ภาษาไทยเรียนน้อยอย่างในโรงเรียนจีน เด็กย่อมไม่รู้ภาษาไทยและเรื่องเมืองไทยพอ การเรียนโกรานก็คือเรียนศาสนาและท่องสวดมนต์ เหล่านี้ไม่ใช่สามัญศึกษา

[๑๓] สมศึกษาอยู่ อายุยังอยู่ในเขตต์เล่าเรียน หรือยังไม่ได้เรียนจบประถมศึกษา

[๑๔] ......ยิ่งยง โรงเรียนนั้นๆ สอนประถมได้ รับนักเรียนที่ถูกเกณฑ์ตามพระราชบัญญัติได้ จะล้วนเป็นกำลังแก่บ้านเมืองในทางช่วยให้มีครูและโรงเรียนเพียงพอแก่ความต้องการมากขึ้น

[๑๕] ......แปลง การจัดศึกษาถือกันว่าเป็นสิทธิของประเทศ เราก็ถือเช่นนั้นจึงออกกฎหมายบังคับโรงเรียนราษฎร์กับบังคับการเรียนที่จำเป็น คือ ประถมศึกษา สิทธิซึ่งสงวนไว้เช่นนี้ เมื่อได้ปฏิบัติการโดยควรแก่การ ก็ย่อมจะรักษาประเทศให้รอดได้ ในสมัยหัวต่อที่เศรษฐกรรมเข้ามาทำความเปลี่ยนแปลงให้อลหม่านทำนองคติในพระศาสนาว่า ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม

[๑๖] ลูกเดียว กระสุน คือ การคุ้มครองโรงเรียนจีน แขก ฝรั่ง ด้วยพระราชบัญญัติประถมศึกษา นกทั้งคู่ คือ ชาวสยามเลือดจีน แขก ฝรั่ง ได้เป็นทหารเอกของประเทศ ออกเป็นทัพหน้าต่อสู้เศรษฐสงครามให้สยาม ๑ กับสยาม เป็นอันได้สงวนสิทธิการจัดศึกษาแห่งประเทศอย่างจริงจัง ไม่ใช่แต่เพียงขึ้นชื่อ ๑

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ