ขุมทรัพย์ ๔

ขุมทรัพย์ที่ต้น

ลงทุนจัดการศึกษาสำหรับชาติ
การศึกษาแผนเก่ากับแผนใหม่

(โคลงสุภาพ)

ศึกษาแผนเก่านั้นใครสมัคร ก็เรียน
คนหยิบมือเดียวจักรอบรู้
คนหมู่มากจึ่งมักงมโง่
แผนใหม่ให้เด็กผู้เกิดได้ศึกษา ทั่วแล
ตามปัญญาฐานะทั้งความเพียร
เพียงเขตต์เกณฑ์ก็เรียนเปล่าได้[๑]
ต่อนั้นเก็บธนเวียนเรียนสลับ งานเทอญ[๒]
ทุนรัฐทุนราษฎร์ให้เพื่อได้เรียนจน จบอุดม[๓]
ทุกคนให้สำเร็จด้วยวิชา- ชีพนอ
เรียกวิสามัญศึกษาเสร็จถ้วน[๔]
สูงต่ำลดหลั่นหาให้ครบ- ครันเทอญ
พาณิชย์กสิกิจล้วนเรื่องค้าอุตสาหกรรม
เราทำแล้วมากนั้นสามัญ ศึกษา
ฝ่ายวิสามัญหมันเท่าหม้าย
แพงทรัพย์อุปสรรคพลันพลอยกีด ขวางจริง[๕]
ก้าวติดตามก้าวย้ายยักเยื้องเปลืองเวลา

สามัญศึกษาต้องการเงินรัฐบาลช่วยประชาบาล

ฝ่ายสามัญนั้นขาดเงินรัฐ บำรุง
เงินประชาบาลจัดแอ่นเอ้
กฎหมายก็บ่งชัดจักช่วย[๖]
ยืนแต่ขาเดียวเค้ชอบให้อีกขา หนึ่งแล
ศึกษาท้องที่ได้ธนพลี
จักเก็บตามจนมีมากน้อย
แต่ขัดรัฐภาษีมิเปลี่ยน แปลงเอย
จึงบาทหลังช้างคล้อยติดต้อยตามขา หน้าแล[๗]
ศึกษาพลีมากได้เป็นกำลัง
ยังรัฐบาลกลางยังช่วยเลี้ยง
สองขาค่อยขึงขังตั้งมั่น คงพ่อ
ลัทธิแบ่งแรงเพี้ยงมากผู้บำเพ็ญ[๘]
จำเป็นใช้คุรุล้วนฝึกหัด แล้วแฮ
ครูประชาบาลจัดวุ่นว้า
ครูประกาศนียบัตรทั้งหมด
เป็นที่หมายภายหน้าแน่นี้จำเป็น[๙]

จัดวิสามัญศึกษา-กสิกรรม, พาณิชย์, และอุตสาหกรรม
ให้แพร่หลายคู่กันไปกับสามัญศึกษา

ประเด็นอาชีพนั้นยากนัก
ชนบทกสิกรรมจักแม่นใช้
ในเมืองเรื่องต้องยักพาณิชย์อุต- สาหกรรม
แต่ละอย่างตั้งต้นได้แต่ด้วยฝึกครู
ส่วนคู่เคียงเลี้ยงศึก-ษาลัย[๑๐]
คือไร่นาร้านในเรื่องค้า
โรงงานสรรพช่างไวว่องหัด
แต่ละอย่างลงทุนถ้าฝืดแท้ทำพรือ[๑๑]
หนึ่งคือต้องเข้าร่วมมือกับ
การเกษตรพาณิชย์รับเรื่องใช้[๑๒]
นักเรียนจบแล้วจับงานติด
มิฉะนั้นพลันไร้ประโยชน์ซ้ำทรามนิยม

จัดมหาวิทยาลัยให้เข้าฐานะ

อุดมศึกษาชื่อชั้นมหาวิท- ยาลัย
เป็นแหล่งที่สิงสถิตทั่วทั้ง
ศิลปวิทยาประสิทธิ์อักษรศาสตร์
ดุจประทีปทองตั้งสว่างจ้าแจ่มหาว
ยืนยาวญาณอยู่เลี้ยงโลกมนุษย์
เผยแผ่ภาวะผุดเพียบรู้
แดนเกิดประเสริฐสุดมหาวิท- ยาลัย[๑๓]
จำก่อจำกอบกู้เกี่ยงแก้กันงม- งายเทอญ
โดยนิยมอนาคตต้องการบัณ- ฑิตแล
เพื่อกิจสำคัญอันเอกรู้
ไป่ฉลาดไป่แข็งขยันไป่ตลอด อุดมเรียน
เป็นกระชอนกรองผู้เพียบชั้นปัญญา[๑๔]
มหาวิทยาลัยเรื้องจุฬาลง- กรณ์เรา
งามคณะแพทย์ยรรยงยิ่งรู้
เข้าฐานะดั่งประสงค์สำเร็จ
ร็อกคิเฟลเลอร์ กู้[๑๕]กิจเกื้อ การบุญ
แม้ทุนเราท่วมทั้งทำลำ- พังได้
กว่าโลกจะเชื่อคำค่อนช้า
เขาเข้าช่วยรับจำ-เป็นโลก เชื่อแล
เราก็จนจริงถ้าปล่อยไว้สำเร็จ ดังฤๅ[๑๖]
เสร็จคณะแพทย์ขึ้นสู่ภูมิอุดม สมจริง
คณะอื่นอื่นยังจมต่ำต้อย
ควรกกยกขึ้นสมฐานะ ด้วยเทอญ
เยียเยี่ยงคณะแพทย์คล้อยคล่องเข้าเทาทาง[๑๗]
แผนกกลางมูลนิธิ[๑๘]นี้ยังมี
เรียก ‘สิกข์ระหว่างประเทศ’[๑๙]ทีช่วยได้
‘แผนกเวชศาสตร์’ นี้บ่ออก นอกทาง[๒๐]
แม้เหมาะทุกคณะให้สู่พื้นภูมิอุดม[๒๑]
สมเพิ่มคณะอีกบ้างโดยกาล
ธรรมศาสตร์[๒๒] เกษตรศาสตร์[๒๓] ขานชื่อชี้
ป่าไม้แพทย์สัตว์งานขยายอยู่
คณะต่างต่างเหล่านี้แต่ล้วนควรคำนึง
กล่าวถึงสิกขกิจชั้นมหาวิท- ยาลัย
จำจัดจนพอกิจจุ่งได้
หมายเรียนต่างประเทศผิดแพงมาก
เราเรียกเงินถูกให้ผ่านได้โดยเพียร[๒๔]

การตรวจโรคนักเรียน

อาเกียรณ์ก่อเกิดพื้นโรคภัย[๒๕]
ฉุดคร่าอนามัยไม่น้อย
ขวัญเจ้าเมื่อเยาว์วัยอวัยวะ อ่อนแอ
อมโรคโรคติดต้อยเติมขึ้นเป็นคน โรคแล
การขวนขวายตรวจรู้รักษา
สรรพโรคนักเรียนพาเด็กแผ้ว
เป็นประโยชน์ให้ศึกษาสำเร็จ รวดเร็ว[๒๖]
เมืองกล่นพลเมืองแกล้วเกริกค้าพลากร[๒๗]
ทุนรอนเมื่อยากไร้ลองทำ
เท่ากับมือเปล่าคลำขลุกป้อย
งานตรวจเขตต์ตรวจจำจำกัด
ประโยชน์ย่อมยังน้อยหยาดน้ำในทะเล ราวกัน
พ้นเวลายากไร้ลำเค็ญ[๒๘]
ควรเพิ่มแพทย์พูนเพ็ญเพียบพื้น[๒๙]
ตรวจโรคนักเรียนเป็นปึกแผ่น
เพียร[๓๐]เพื่อกายใจฟื้นชาติฟื้นฟูเพียร

การสอนนอกโรงเรียน

การเรียนประชาราษฎร์ต้องแสวงหา
จึงจัดปาฐกถาเทศน์ทั้ง
ธัมมะและวิทยาต่างต่าง
ตามวัดตามบ้านตั้งแต่งล้วนชวนประชุม[๓๑]
ชุมนุมธรรมกถึกทั้งปาฐก
พระและคฤหัสถ์ยกแต่งตั้ง
ล้วนแต่ฝึกซ้อมบก-พร่องบ่ เลือกเลย
ใช้อ่านอธิบายทั้งหมดล้วนพิมพ์แถลง
ผู้แสดงประจำถิ่นทั้งเดิรทาง เทศน์แล
จัดแยกเป็นสายวางระเบียบไว้
รูปภาพภาพยนตร์พลางใช้ช่วย ด้วยเทอญ
เศรษฐกิจอนามัยให้โชคใช้นักหนา[๓๒]

ได้พระราชทานการศึกษาแผนปัจจุบันแล้ว

‘ศึกษา’ คือสิทธิท้าวพระราชทาน
โดยพระราชบัญญัติขานชื่อใช้
‘ประถมศึกษา’ การกอบก่อ
แสดงพระราชประสงค์ให้เลือกใช้แผนปัจ จุบัน[๓๓]
การจัดก่อรากแล้วยังหลัง- คาฤๅ
เรือนสำเร็จรูปเรือนดังอยู่ได้
แผนชาติสำเร็จรูปหวังดั่งพระราช ประสงค์เทอญ
สิทธิราษฎร์ส่งรัฐให้เฟื่องหล้าฟ้าดิน[๓๔]
ทุนสินมายมากแม้เสียดาย
งานก็งอนหง่อกลายปลกเปลี้ย
ทุนประเทศทั้งหลายจ่ายเพื่อ การเรียน
เทียบส่วนสยามต่ำเตี้ยตรวจต้องมองเห็น
จำเป็นเปิดประเทศแล้วฉันใด
จักไม่อบรมไทยทั่วหน้า[๓๕]
ตัดถนนพ่นรถไฟในป่า ดงดอย
เหมืองแร่สวนไร่ค้าป่าไม้ไทยทำ ควรแล

๑๘ ธันว์. ๗๑

ขุมทรัพย์ที่ ๒

อุดหนุนด้วยให้กู้ทุนคิดดอกเบี้ยถูก
ช่วยกสิกรด้วยวิธีสหกรณ์
และจัดสหกรณ์ให้เป็นรูปช่วยพาณิชย์และอุตสาหกรรม[๓๖]

(กาพย์ฉบัง)

ชาวนาส่วนมากยากจนเบี้ยต่อไส้ทน
ขวายขวนกู้จำนำเอา
เงินมาลงทุนหมุนเข้าหาจีนไทยเขา
ดอกเบี้ยเรียกเชือดเลือดเนื้อ
ปีไหนทำได้เหลือเฟือจึ่งกำไรเหลือ
มิฉะนั้นต้นใช้ไป่พอ
ลงปลายนาพลอยร่อยหรอขายเขาเช่าต่อ
แต่พอยังชีพชูชนม์
ชาวนามั่งคั่งตั้งตนทำบนหลังคน
คือรับจำนำจำนอง[๓๗]
ควรขายสหกรณ์ทั้งผองดั่งได้ทดลอง
มานานเพื่อการแพร่หลาย
เงินทองกองอยู่มากมายสมบัติทั้งหลายราย
ยังรออยู่ในธนาคาร
เช่นศาสนสมบัติบรรหารศึกษาประชาบาล
กองบินสภาสมาคม
ให้ดอกเท่าธนาคารนิยมรัฐรับรองสม
สนิทเพราะกิจรัฐบาล[๓๘]
ให้สหกรณ์กู้โดยกาลดอกเบี้ยบริหาร
มิให้เกินแปดต่อปี[๓๙]
ยิ่งถูกเท่าใดยิ่งดีในการช่วยนี้
รัฐมิมุ่งหากำไร
การหัดผู้ทำทำไมจัดเร็วไม่ได้[๔๐]
สมัยนี้มากนักนักเรียน
เลือกคัดจัดแบบแนบเนียนตั้งชั้นการเรียน
สอบไล่เลือกฟั้นทันใจ
ก่อกู้กสิกรรมนำในทางหันทันสมัย
เหมาะใช้วิธีทวีผล
เครื่องจักรเครื่องมือปรือปรนแรงสัตว์แรงคน
ค่อยทุ่นคือคูณกำไร
สมด้วยรวยแผ่นไผทแต่คนน้อยไป
จักได้ค่อยรวยอวยผล[๔๑]
เพิ่มวิทยกิจคิดค้นชี้ช่องสนองธน
วางชลประทานพ่านไป
แม้หุ้นส่วนบริษัทไทยให้กู้ทุนได้
โดยรัฐกำกับคุมการ
หรือโดยประจักษ์หลักฐานเสมือนธนาคาร
อุปการพาณิชย์กิจไทย

๑๙ ธันว์ ๗๑

ขุมทรัพย์ที่ ๓

อุดหนุนอุตสาหกรรม-พณิชยการด้วยวิธีงาน

จริงละรัฐบาลชาญชัยไม่อยากเข้าไป
จุ้นจ้านกับงานราษฎร
พ่อค้าคือสง่านาครเศรษฐกิจอุปกรณ์
ก่อเกิดกำลังฝั่งฝา
รัฐชอบแต่ช่วยอวยค้าจำกัดรัฐพา-
ณิชย์ชัดที่รัฐจำทำ[๔๒]
แต่พ่อค้าเราเจ้ากรรมเพราะเหตุยังจำ-
เพาะจักต้องเกิดต่อไป
งานการก่อร่างตั้งใหม่จำต้องอาศัย
นั่งร้านและแบบแยบขาน[๔๓]
บางส่วนควรรัฐเริ่มงานตั้งเป็นโครงการ
แล้วมอบบริษัทจัดทำ
เท่ากับเป็นครูครอบงำจับมือแม่นยำ
เมื่อแม่นแล้วมอบครอบครอง
อุตสาห์-พาณิชย์กิจผองคนไม่เคยลอง
เข้าแล้วมักล้มระเนนไป
การก่อโครงการงานใหญ่คนหาเคยไม่
ไม่ปล่อยให้ทำเป็นดี
งานใดเมืองไทยต้องมีปล่อยไว้ไม่ชี้
ถึงทีจับบทหมดหวัง[๔๔]
ต่างประเทศราษฎร์ทำลำพังราษฎร์ของเรายัง
ไม่คุ้นไม่เคยควรหรือ
ปล่อยไว้มิไยแย่งยื้อกับช่วยฝึกปรือ
ข้างไหนจะดีกว่ากัน
ลูกล้มพ่อร้อนใจครันลูกม่ายงานหมัน
พ่อนั้นสบายใจหรือ
กรุงขยายเมืองขยายปลายมือกรรมกรอึงอื้อ
สบเมื้อไม่มีงานทำ[๔๕]
วิ่งวุ่นตามบุญตามกรรมเหมือนมัดมือซ้ำ
ส่งให้เขารุกฉุกเฉิน[๔๖]
หวังฟื้นตื่นเองเพลงเดิรแข่งเศรษฐกิจเกิน
กำลังเห็นหวังมากไป
นิติธรรมของเราเล่าไซร้รัฐจูงราษฎร์ไคล
มิใช่ราษฎร์กระตุ้นรัฐตาม
เรื่องนี้เขาเราตรงข้ามใดเขาว่างาม
เราตามเขากลับรับภัย[๔๗]
เวลายังพอช่วยได้ช่วยกันเข้าไว้
ดีกว่าชะล่าเพลงลอย[๔๘]
รัฐเริ่มรูปการเรียบร้อยมอบบริษัทคอย
กำกับผู้กู้สหกรณ์
ด้วยกุศโลบายบวรไม่ช้าพระนคร
จักเกิดพ่อค้าไทยไทย
ทั้งเกิดบริษัทน้อยใหญ่ในมือเราไซร้
คนไทยก็เลิกล้าหลัง
อย่าลืมเรื่องสมัยไทยยังรัฐเป็นกำลัง
ฉุดคร่าจูงพาราษฎร์ไคล

ขุมทรัพย์ที่ ๔

ทวีสำมะโนครัว

(ภุชงคประยาตฉันท์ ๑๒)

สยามเขตต์ประเทศไขมิทันไทยจะเต็มเมือง
ประจวบโลกริรุ่งเรืองระบือชาติประชันคน[๔๙]
อุดมโภชนาหารตระการโภคะพืชผล
สยามเชิญวิรัชชนประชันชาติบ่หวาดเสียว
จำนวนสำมะโนครัวประมวลทั่วก็โกฏิเดียว
ไผทไทยสิใหญ่เทียวผิเจ็ดโกฏิก็ยังพอ
จะมากเขาฤมากเราจะเลือกเอาไฉนหนอ
ทวีช้าผิว่ารอก็หลายร้อยฉนำหงำ
มิทันไรสหายเราจะท่วมเข้าประหนึ่งน้ำ
จะเปลี่ยนเลือดสยามซ้ำทำลายเลือดสยามเสีย
สมัครรอดมิวอดวายก็แก้ตายและปลกเปลี้ย
ประสพส่วนสัมฤทธิ์เยียไฉนนั้นจะพรรณนา

การคลอดบุตรไม่ควรเป็นศึกของสตรีต่อไป
โดยให้ความรู้ทางผดุงครรภ์แพร่หลาย

ผดุงครรภ์สำคัญยิ่งตำแยหญิงบ่เดียงสา
วิธีจีนจะคลอดมาลำพังอยู่[๕๐]ก็ยังดี
จำนวนจีนทวีหนักประจักษ์ดุจสักขี[๕๑]
ผิฝึกถ้วนกระบวนที่สะอาดหัตถ์[๕๒]สมรรถสรรพ์
สตรีเศิกจะเพิกถอนณยามหล่อนธำรงครรภ์
อนามัยสถานนั้นประโยชน์แน่ผิแพร่หลาย
จำนวนพันขยันคลอดจะม้วยมอดก็สามราย
สยามควรจะเสียดายเพราะตายร้อยละหลายคน[๕๓]
จำนวนนางพยาบาลผดุงครรภะฝึกฝน
ขยายทั่วประเทศจนจำหน่ายพอพะนองาน

เด็กของเราเกิดมาก แต่ตายมาก

อนึ่งส่วนจำนวนเกิดกำเนิดแล้วประลัยลาญ
ก็เสียเปล่ามิเข้าการพยานไทยมิมากมาย
ดรุณอายุห้าปีกำเนิดสี่ก็หนึ่งสลาย
ผิเทียบส่วนยุโรปตายก็ตกร้อยละหกคน
กำเนิดเราสิมากมายผิกันตายจะกู้จน
ทวีแพทย์ทวีชนม์ทวีนางผดุงครรภ์

จัดการอนามัยให้ถึงขนาด

สถานีอนามัยประจำย่านและยาน[๕๔]ผัน
ประทุกเวชภัณฑ์[๕๕]ดั้นแสดงสุขศึกษา[๕๖]
สำรวจโรคประชาช่วยอำนวยกิจเยียวยา
พยาธิ์พ่ายพสกพาประเทศเพิ่มพลัง[๕๗]พลัน
วิสัยสรรพศึกษาประดาเป็นวิสามัญ
จำอาศัยสัมฤทธิ์ชั้นณสามัญศึกษา
เสมือนรากสำหรับจักพำนักเรือนและหลังคา
ก็และสุขศึกษาจำอาศัยประถมฐาน
ผิฐานมัธยมได้ก็ยิ่งไววิจารณ์การณ์
เพราะบังคับหรือเรียกขานบ่เท่าฐานสมัครเอง[๕๘]

๒๑ ธันว์. ๗๑


[๑] ......ได้ ของเราตั้งต้นก็เกณฑ์ให้เรียนเพียงจบประถมก่อน ต่อไปสำหรับเขยิบขั้นเกณฑ์ให้สูงขึ้นไปอีกตามสมควรแก่เวลา โรงเรียนประชาบาลที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติที่เกณฑ์ให้ศึกษานี้ ต้องไม่เก็บค่าเล่าเรียนทั้งนั้น เพื่อให้ศึกษาส่วนที่บังคับว่าต้องเรียน เป็นศึกษาที่เรียนได้เปล่า Free Education

[๒] ......เทอญ ศึกษาต่อจากขั้นที่เกณฑ์ขึ้นไปเป็นส่วนอดิเรก จึงไม่จำเป็นต้องให้เรียนเปล่า ใครสมัครเข้าโรงเรียนไหนเสียค่าเล่าเรียนเท่าไร ก็แล้วแต่ฐานะและความพอใจ ผู้ไม่มีทุนแต่ยังมีปัญญาจะเรียนให้สูงขึ้นไปอีกได้ ก็ออกไปหางานทำชั่วคราวพอได้เงินพอแล้วก็กลับเข้ามาเรียนต่ออีก ตามแบบของ ส.ป.ร. อเมริกา ซึ่งเราจะต้องเอาอย่างมาใช้บ้าง

[๓] อุดม อุดมศึกษา คือ ศึกษาชั้นมหาวิทยาลัยหรือเทียบมหาวิทยาลัย ทุนสำหรับอุดหนุนให้คนฉลาดได้เรียนจบชั้นปริญญานั้น ทุนหลวงได้แก่ทุนเล่าเรียนที่รัฐบาลให้สำหรับอุดหนุนคนดีคนฉลาด ทุนราษฎร์ได้แก่ทุนเล่าเรียนที่มีผู้ทำบุญให้ไว้แก่สำนักเรียนต่างๆ มหาวิทยาลัยทั้งหลายของรัฐบาลญี่ปุ่นเก็บค่าเล่าเรียนต่ำมากเป็นทางอุดหนุนที่น่าเอาอย่าง เพื่อบำรุงความรู้ชั้นอุดมศึกษาให้แพร่หลาย

[๔] ถ้วน วิสามัญศึกษาที่เป็นอาชีพนี้เป็นของเกิดใหม่กับศึกษาแผนใหม่ ศึกษาแผนโบราณยังขึ้นไม่ถึงหัดอาชีพ แม้มหาวิทยาลัยก็ยังสอนแต่หนังสือ ให้ความรู้เป็นกลางๆ สำหรับใครจะไปทำอะไรก็ทำได้ วิชาสามัญที่สอน เช่น การฝีมือ Manual Work ก็มุ่งทางหัดมือหัดตา หัดความสังเกตความประณีตแม่นยำ อันเป็นประโยชน์ฉะเพาะการศึกษาเท่านั้น สิ่งที่ทำขึ้นจะเป็นเครื่องกระดาษหรือเครื่องไม้ก็ไม่สำหรับขายเป็นสินค้าได้เลย เพราะไม่ได้มุ่งทางอาชีพ

[๕] ......จริง โรงเรียนอาชีพจัดได้แพงกว่าโรงเรียนสามัญมาก ยกตัวอย่างโรงเรียนกสิกรรมต้องมีที่เพาะปลูก ต้องลงทุนซื้อเครื่องมือทำการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ ต้องฝึกหัดครูกสิกรรม เพราะจะเอาครูสามัญไปสอนอย่างเอาเป็ดขันไม่ได้นอกจากการฝึกหัดครูบ้าง ในเวลาโน้นรัฐบาลยังไม่มีทุนจะลงสำหรับวิสามัญศึกษาเลย อุปสรรคเรื่องเงินจึงเป็นอุปสรรคข้อต้นและสำคัญที่สุด

[๖] ......ช่วย พระราชบัญญัติประถมศึกษาเดิมมีว่า รัฐบาลให้เงินอุดหนุน Grants­­-in-aid แต่รัฐบาลยังไม่ได้เคยอุดหนุนเช่นนั้นเลย เพราะยังไม่มีเงิน คำว่า ‘อาจ’ ไม่ควรมีในกฎหมายเช่นนี้ แต่ได้แทรกเข้ามาด้วยความจำเป็น (เดี๋ยวนี้ได้มีการแก้พระราชบัญญัติเลิกวิธีเก็บศึกษาพลี เปลี่ยนเป็นใช้เงินในงบประมาณแผ่นดินทั้งสิ้น ฐานะโรงเรียนประชาบาลจึงเปลี่ยนเป็นโรงเรียนรัฐบาลไปหมด เลิกวิธีเทศบาล อันเป็นวิธีกระจายอำนาจ Decentralisation กลับมาเป็นวิธีรวมอำนาจ Centralisation ไปใหม่)

[๗] ......แล นอกจากวิธีเก็บศึกษาพลี คนละเท่าๆ กัน อย่างเก็บรัชชูปการ พระราชบัญญัติประถมศึกษา ยังเปิดทางไว้ให้เก็บตามมากน้อยมีจนด้วย แต่เมื่อภาษีแผ่นดินยังคงเก็บคนละเท่าๆ กันอย่างรัชชูปการอยู่ วิธีการแห่งพระราชบัญญัติประถมศึกษาก็ใช้ได้แต่วิธีศึกษาพลีวิธีเดียวเท่านั้น เพราะภาษีหรือจังกอบสำหรับท้องที่ดุจช้างเท้าหลังต้องเดิรตามภาษีแผ่นดินซึ่งเหมือนเป็นช้างเท้าหน้า (เท้าช้างนั้น บัดนี้เท้าหลังตัดเสียแล้ว แต่เท้าหน้ายังอยู่)

[๘] ......บำเพ็ญ วิธีนี้รัฐบาลรับจัดตั้งโรงเรียนรัฐบาลพอเป็นบรรทัดฐาน นอกนั้นให้ท้องที่ตั้งโรงเรียนประชาบาลให้พอความต้องการของท้องที่เองด้วย เก็บจังกอบท้องที่ใช้ รัฐบาลกลางให้บำรุงเป็นเงินก้อนอีกส่วนหนึ่ง วิธีของเรานี้เป็นวิธีแบ่งแรงระหว่างรัฐบาลกลางกับเทศบาลเป็นวิธีที่ใช้กันทั่วโลก เว้นแต่อเมริกาซึ่งให้มีแต่โรงเรียนรัฐบาลกับโรงเรียนราษฎร์เท่านั้น วิธีนั้นถ้าใช้สำหรับประเทศไม่มั่งมี กว่าจะจัดสำเร็จจะช้ามาก (เดี๋ยวนี้เรากลับเตี้ยอุ้มค่อม เปลี่ยนเข้าหาวิธีของประเทศมั่งมี น่าเสียดายมาก)

[๙] ......จำเป็น ไม่ใช่ว่าผู้มีความรู้จะถ่ายความรู้ของตนให้แก่ผู้อื่นได้ทุกคน การเป็นครูจึงเป็นอาชีพที่ต้องฝึกหัดอบรมกันให้สำเร็จก่อน เรียกว่าครูประกาศนียบัตร บรรดาครูทั้งประเทศที่ควรเป็นครูประกาศนียบัตรทั้งหมดนั้น ของเราเป็นแล้วร้อยละเท่าไร การฝึกหัดครูต่างๆ จึงเป็นส่วนที่จะต้องรีบลงทุนให้มากอีกทางหนึ่ง

[๑๐] ศึกษาลัย ศึกษา-อาลัย ศึกษาลัย คือ ที่อยู่แห่งการศึกษา ได้แก่โรงเรียนสำหรับวิชาวิสามัญศึกษา ต้องมีที่ฝึกหัดเป็นคู่กัน เช่นโรงเรียนครูมีโรงเรียนเด็กเป็นที่ฝึกหัดสอน โรงเรียนแพทย์มีโรงพยาบาล โรงเรียนพาณิชยการมีร้าน โรงเรียนช่างมีโรงงาน โรงเรียนเพาะปลูกมีสวน ไร่ นา เป็นที่ฝึกหัด ฯลฯ

[๑๑] ทำพรือ คำไทยใต้ แปลว่า ทำอย่างไร

[๑๒] ......ใช้ โรงเรียนเป็นแต่หัดให้ทำ เมื่อหัดเสร็จแล้ว การจะทำจริงๆ เป็นอาชีพแผนกกสิกรรมเป็นทางการของเกษตร แผนกพาณิชย์และอุตสาหกรรมเป็นทางการของกระทรวงพาณิชย์ วิสามัญศึกษาจะต้องให้กลมกลืนกับอาชีพในเบื้องหน้า เพื่อใครเรียนอะไรไปแล้ว จะได้ไปหากินตามวิชาของตัว ทบวงการฝ่ายศึกษา เกษตรและพาณิชย์ จึงต้องเกี่ยวของร่วมมือกัน ฝ่ายกสิกรรมศึกษาใครเรียนแล้วก็ออกไปเป็นกสิกรทั่วไปตามภูมิลำเนา แต่ฝ่ายอุตสาหกรรมหรือแม้พณิชยการ ค่อนข้างลำบาก เพราะปึกแผ่นทางห้างร้านและโรงงานที่จะรับยังมีน้อย และเป็นของชาวต่างประเทศเป็นส่วนมาก (นักเรียนออกใหม่จักต้องไปเป็นลูกจ้างเขาก่อน) จึงจำต้องก่อปึกแผ่นนี้ให้เกิดขึ้นใหม่ในหมู่ชาวไทยเพื่อคอยรับลูกจ้างไทยด้วย มีกล่าวถึงต่อไปในขุมทรัพย์ที่สาม

[๑๓] ......มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเป็นที่เกิดประเสริฐสุดแห่ง ‘ญาณ’ คือความรู้ซึ่งให้มนุษย์ได้รู้เท่าทันธรรมชาติ นำเอาสภาพธรรม หรือธรรมชาติทั้งหลายมาประกอบเป็นทางปฏิบัติ เป็นเครื่องกินเครื่องใช้ ให้เป็นประโยชน์แก่โลกมนุษย์ ดังปรากฏอยู่แล้วทุกวันนี้ด้วยการศึกษาธรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ศิลปศาสตร์ และอักษรศาสตร์

[๑๔] ปัญญา ความเจริญของมนุษย์ กำลังทำความเป็นอยู่แห่งมนุษย์ให้สูงและประณีตยิ่งขึ้น อาชีพทุกชั้นจะต้องการคนที่ได้ฝึกฝนอบรมเป็นอย่างดี การเรียนชั้นประถม มัธยม อุดม ย่อมกลั่นคนในทางปัญญา ความสามารถ ดุจกระชอนกรองวัตถุอันละเอียดยิ่งขึ้นทุกที คนฉลาดสามารถไม่ใช่ว่ามีน้อย เมื่อกระชอนแห่งการศึกษาได้กรองคนทั่วหน้า มหาวิทยาลัยหรืออุดมศึกษาย่อมจะเป็นที่รวบรวมเผยแผ่วิชาชั้นสูงซึ่งเป็นอุปกรณ์สำคัญแห่งโลกซึ่งก้าวหน้า

[๑๕] ร็อกคิเฟลเลอร์ หมายถึง ร็อกคิเฟลเลอร์มูลนิธิ แผนกเวชศึกษาหรือซึ่งเปลี่ยนเรียกว่า เวชศาสตร์ ที่ช่วยคณะแพทยศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัยของเราอยู่เดี๋ยวนี้

[๑๖] ......ดังฤๅ แม้เรามั่งมีอาจลงทุนตั้งมหาวิทยาลัยให้สำเร็จได้ลำพังเราเองทั้งหมด การที่จะให้โลกยกย่องปริญญาของเราในพริบตาเดียวน่าจะไม่ใช่ง่าย ยิ่งทุนของเราก็มีไม่พอ ด้วยการอาศัยความช่วยเหลือร่วมมือกับมูลนิธิที่โลกนับถืออยู่แล้วนี้ จึงเป็นทางเดียวที่จะให้มหาวิทยาลัยแรกของเรารุ่งโรจน์ทันความต้องการ

[๑๗] ......ทาง เยีย แปลว่า ทำ เทา คือ เต้า เทาทางคือเดิรตามทางหรือตามรอย หมายความว่าเราได้ขอให้เขาช่วยสำเร็จมาแล้วทางคณะแพทยศาสตร์ อย่างไรก็น่าจะหาทางขอให้เขาช่วยคณะอื่นๆ ในมหาวิทยาลัยของเราให้สำเร็จได้หมดทำนองเดียวกัน

[๑๘] มูลนิธิ หมายถึง ร็อกคิเฟลเลอร์มูลนิธิ หรือเฟานเดชัน

[๑๙] สิกข์ระหว่างประเทศ คือ International Education Department แห่งร็อกคิเฟลเลอร์มูลนิธิ ซึ่งได้ขยายการช่วยเหลือสามัญศึกษาอยู่ทั่วโลก แต่ภายหลังได้เปลี่ยนเรียกเป็น The Natural Sciences, The Social Sciences, and The Humanities ซึ่งก็ย่อมครอบถึงวิชาคณะอื่นๆ แห่งมหาวิทยาลัยทั้งหมดด้วย

[๒๐] ......ทาง แผนกเวชศาสตร์ หรือ เวชศึกษา The Medical Science Department แห่งมูลนิธิเดียวกันที่ช่วยเราอยู่ทางคณะแพทยศาสตร์เดี๋ยวนี้ เขาไม่ช่วยใครทางอื่นซึ่งไม่ใช่ทางของเขา คือ เวชศึกษา

[๒๑] ......อุดม ถ้ากระไรก็อาจขอให้เขาช่วยได้ทุกคณะแบบเดียวกับที่เขาได้ช่วยคณะแพทยศาสตร์อยู่แล้ว โดยเจรจาให้ถูกทบวงการของเขา

[๒๒] ธรรมศาสตร์ คณะกฎหมายแห่งมหาวิทยาลัย Faculty of Law ซึ่งให้ปริญญาธรรมศาสตร์

[๒๓] เกษตรศาสตร์ Faculty of Agriculture

[๒๔] ......เพียร การศึกษาชั้นมหาวิทยาลัย ควรเก็บค่าเล่าเรียนถูกอย่างญี่ปุ่น และอินเดียได้ทำสำเร็จมาแล้วเป็นอย่างดี ของเราก็ได้เริ่มด้วยเรียกเงินต่ำเหมือนกัน มหาวิทยาลัยซึ่งเป็นสมบัติของชาติจะได้ถึงคนทุกชั้นที่ฉลาดและเพียร

[๒๕] ......ภัย ล้วนแต่โรคภัยก่อเกิดเกลื่อนกลาด

[๒๖] รวดเร็ว เด็กที่เรียนช้าโดยมากเนื่องด้วยมีโรค ซึ่งแพทย์ไม่ได้ตรวจพบก็ไม่ทราบ เพราะไม่เป็นคนเจ็บ

[๒๗] พลากร พล-อากร บ่อเกิดแห่งกำลัง

[๒๘] ......ลำเค็ญ คือ พ้นเวลาที่รายได้แผ่นดินน้อยกว่ารายจ่าย มาเป็นตรงกันข้าม

[๒๙] ......พื้น ระดมแพทย์ประกาศนียบัตรทำทั่วพระราชอาณาเขตต์ ทั้งแพทย์หลวงแพทย์ราษฎร์ แม้ต่างกระทรวงทบวงการ เช่น แพทย์ของสภากาชาด แพทย์สุขาภิบาล แพทย์มหาดไทย ก็จัดให้เข้าร่วมมือกันได้ ดังได้ร่วมมือกับสภากาชาดอยู่แล้วเดี๋ยวนี้

[๓๐] ......เพียร การตรวจโรคนักเรียนเป็นการฟื้นทางกาย การเล่าเรียนเป็นการฟื้นทางใจ ด้วยการฟื้นทั้งสองประเภทนี้ ชาติจะฟื้นขึ้นได้

[๓๑] ......ประชุม เรามีแล้วที่สามัคยาจารยสมาคม เป็นการเริ่มริโดยไม่ต้องลงทุน เป็นการทำเล่นด้วยมือเปล่าเท่านั้น

[๓๒] ......นักหนา ในประเทศญี่ปุ่น เขาได้จัดเช่นนี้มากว่าสามสิบปีแล้ว เป็นวิธีสอนผู้ใหญ่ที่พ้นเวลาเข้าโรงเรียนแล้วให้ได้มีความรู้ทันสมัยเสียก่อนหมดอายุ ผู้แต่งเรื่องนี้ได้ไปเห็นคนยืนบนโต๊ะเทศน์กลางตลาดในประเทศญี่ปุ่น สอบถามก็ได้ความว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐบาล เขามีผู้ช่วยหอบโต๊ะพับได้และเครื่องแสดงต่างๆ ไปด้วย เรื่องที่สั่งสอนราษฎรนั้นมีทั้งวิทยาศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ประวัติการ อนามัย วิธีการปกครอง และวิชาอื่นๆ ที่เขาต้องการให้พลเมืองชั้นเก่าได้พอรู้ทันสมัยขึ้น

[๓๓] ......ปัจจุบัน คือแผนซึ่งเป็นงานของชาติ ให้คนทั้งชาติได้ศึกษาทั่วหน้าตามสมควรแก่อัตตภาพ (ใครควรเรียนทางไหนเพียงไรก็ให้ได้ถึงการเล่าเรียนเช่นนั้นตลอดถึงแค่นั้น ตามปัญญาและความเพียรของเขา)

[๓๔] ......ดิน การศึกษาคือสิทธิที่ได้พระราชทานแก่ราษฎรของท่านทั่วหน้านี้ ย่อมจะส่งเสริมประเทศบ้านเมืองให้เลิศลอย เพราะเหตุบ้านเมืองจะเจริญได้แท้จริงด้วยความเจริญแห่งราษฎรเท่านั้น

[๓๕] ......ทั่วหน้า ถ้าเปิดประเทศก่อนชาวประเทศพร้อมที่จะถือเอาประโยชน์จากการเปิดนั้น คนอื่นภายนอกก็ต้องเข้ามาถือเอาประโยชน์แทน เมื่อจำเป็นต้องเปิดประเทศ ก็จำเป็นต้องรีบหัดคน ซึ่งเป็นการช้ากินเวลามากอยู่ ต้องรีบตั้งต้นก่อนเวลาทุกอย่างไป เช่นเราได้ตั้งต้นสถาปนาจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย และใช้พระราชบัญญัติประถมศึกษา ซึ่งพิจารณาตามปกติดูเป็นใจเร็วทำก่อนเวลาไปมากไม่ใช่หรือ

[๓๖] ......กรรม สหกรณ์ในอินเดียและพม่ามีมากรูป ดูปาฐกถาของพระราชวงศ์เธอกรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ ที่ได้แสดงที่สามัคยาจารยสมาคม และได้ลงพิมพ์เป็นเล่มแล้ว

[๓๗] ......จำนอง การทำนาของเรายังไม่เป็นอาชีพที่ร่ำรวย ชาวนาที่มั่งมีนั้นล้วนมั่งมีด้วยการให้กู้ รับจำนำจำนอง และตกข้าว ซึ่งเป็นส่วนพาณิชย์ไม่ใช่กสิกรรม

[๓๘] ......รัฐบาล เงินทุนต่างๆ เหล่านั้น ธนาคารให้ดอกเบี้ยร้อยละ ๔ เท่านั้น ถ้าสหกรณ์กู้โดยรัฐบาลรับรอง และได้ดอกเบี้ยไม่ต่ำกว่าธนาคารให้กู้ ใครจะไม่ยินดีให้กู้

[๓๙] ......ปี ธนาคารให้สหกรณ์กู้อยู่ด้วยความรับรองของรัฐบาล คิดดอกเบี้ยร้อยละ ๘ ต่อปี แต่สหกรณ์ต้องเสียดอกเบี้ยมากกว่านั้น เพราะต้องเสียให้รัฐบาลอีกชั้นหนึ่ง เป็นการทดแทนค่าโสหุ้ยใช้จ่ายในการจัดของรัฐบาล

[๔๐] ......ไม่ได้ พนักงานสหกรณ์จะต้องไปถึงบ้านเรือนราษฎร ชี้แจงทางการให้ราษฎรเกิดปีติและเป็นพี่เลี้ยงช่วยเหลือราษฎรทุกอย่าง ตั้งแต่แรกจัดตั้งเป็นสหกรณ์และเวลาต่อๆ ไป ต้องมีทั้งความรู้และความสามารถ จึงกล่าวกันว่าจะเลือกฟั้นฝึกหัดได้ปีละไม่กี่คน

[๔๑] ......ผล ที่ดินมากคนน้อย การจะให้ได้งานเต็มที่ จะต้องเพิ่มคนหรือให้คนทำงานได้มากขึ้น เครื่องจักรจะช่วยให้คนทำงานได้มากขึ้น จึงเหมาะแก่ความต้องการของเรานัก

[๔๒] ......ทำ การค้าขายของรัฐบาลที่เรียกว่ารัฐพาณิชย์นั้น รัฐบาลจำกัดทำแต่ที่เห็นว่าจำเป็น เช่นงานที่เกี่ยวกับคนทั้งประเทศ เป็นงานของชาติ ควรรัฐบาลทำเสียเองให้เป็นการมั่นคงและอุ่นใจ ดีกว่าที่จะปล่อยให้พ่อค้าทำ นอกนั้นถือว่าการค้าขายเป็นกรณีย์ของพ่อค้าโดยตรง ซึ่งย่อมเป็นหน้าที่ทำประโยชน์ให้แก่บ้านเมืองส่วนหนึ่งเหมือนกัน ถ้าเกิดผิดใจกันขึ้นกับต่างประเทศ ก็เป็นเพียงการโต้แย้งระหว่างบุทคล ไม่จำกระทบกระเทือนถึงการเมืองเหมือนที่รัฐบาลเป็นผู้ทำเอง กิจของรัฐบาลที่ต้องทำเพื่ออุดหนุนลูกสมุนของตน คือ พ่อค้า ก็มีแต่ให้ความสะดวกต่างๆ ได้แก่ออกกฎหมายคุ้มครองการค้าขาย เปิดคมนาคม ระงับโจรผู้ร้าย ฯลฯ นี้คือ นิติธรรมของประเทศที่การค้าขายเจริญเต็มที่แล้ว

[๔๓] ......ขาน สำหรับประเทศที่เข้าถึงยุคอุตสาหกรรมแล้ว การทำสินค้ามีมาก พ่อค้าผู้ชำนาญมีมาก โครงการเกิดใหม่ หรือนักเรียนพ่อค้าใหม่ก็ย่อมได้อาศัยโครงการเก่าหรือพ่อค้าใหญ่ๆ เป็นนั่งร้าน ที่เราพากันชมจีนว่า ‘โต้หลง’ กันนั้นคืออันนี้เอง แต่สำหรับสยามซึ่งยังตกอยู่ในยุคกสิกรรม จะต้องเริ่มทำอุตสาหกรรมบ้าง กับทำการค้าขายติดต่อแลกเปลี่ยนกับต่างประเทศ นั่งร้านและผู้ ‘โต้หลง’ ของเรา น่าจะเป็นรัฐบาลมากกว่าบริษัทหรือพ่อค้าต่างประเทศเป็นแน่

[๔๔] ......หวัง คือคนอื่นเขาจับทำเป็นปึกแผ่นเสียแล้ว

[๔๕] ......ทำ เดี๋ยวนี้ยังไม่มีสถิติแสดงจำนวนคนไม่มีงานทำ เท่าที่แลเห็น คนไม่มีงานทำชั้นกลางมีไม่น้อย ชั้นกรรมกรก็มีบ้างแล้ว

[๔๖] ......ฉุกเฉิน คนของเราแพ้เปรียบเขาอยู่แล้ว

[๔๗] ......ภัย ตรงข้ามโดยนิติธรรมที่ของเรา รัฐบาลเป็นผู้จูงราษฎร เขามีพ่อค้าที่ปล่อยได้และเป็นจำนวนมากมาย ส่วนเราเรียกได้ว่ายังไม่มี เขาปล่อยได้ เราปล่อยเข้าเป็นภัย จึงจำเป็นต้องเพาะพ่อค้าของเราขึ้น ให้พอปล่อยได้บ้าง

[๔๘] ลอย ปล่อยให้ลอยไปเองอย่างเรือไม่มีใครถือท้าย

[๔๙] ......คน เปิดประเทศให้คนไปมาถึงกัน แลกเปลี่ยนสินค้า ความรู้ และความสุขระหว่างกันและกัน

[๕๐] ......มาลำพังอยู่ ธรรมเนียมจีนคนจนบางพวก เมื่อเจ็บครรภ์เขาไม่ให้ใครยุ่ง เขาให้อยู่ในห้องคนเดียวจนคลอดเอง เว้นแต่จะมีเหตุต้องถึงแพทย์

[๕๑] สักขี พยาน

[๕๒] สะอาดหัตถ์ นางผดุงครรภ์เวลาช่วยทำการคลอดบุตร ต้องรักษาความสะอาดเป็นสำคัญกว่าอะไรหมด

[๕๓] ร้อยละหลายคน ปรากฏตามสถิติว่าตายถึงพันละ ๘๐ ตกเป็นร้อยละ ๘ คน

[๕๔] ยาน รถ หรือเรือซึ่งทำหน้าที่เหมือนสถานีอนามัย ที่ไปเป็นสายๆ

[๕๕] เวชภัณฑ์ เครื่องมือแพทย์พร้อมทั้งยา

[๕๖] แสดงสุขศึกษา แพทย์หรือพนักงานกำกับไป เพื่อประชุมสอนสุขศึกษาด้วยภาพยนตร์ เป็นต้น

[๕๗] พลัง องค์แห่งกำลัง ตัวกำลัง

[๕๘] เอง มัธยมศึกษาในบัดนี้ พ้นเขตต์เกณฑ์ตามพระราชบัญญัติประถมศึกษาเป็นการศึกษาชั้นที่สมัครเรียนเอง

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ