ความมีจนของประเทศ

(ลำนำนกกระทุง - วรรคหนึ่งกำหนด ๔ พยางค์เป็นปกติ แต่ร่นลงได้เป็น ๒ หรือยืดออกไปได้อย่างมากเพียง ๘ ถ้าน้อยคำก็ร้องทอดจังหวะให้ห่าง ถ้ามากคำก็ขยับจังหวะให้ถี่เข้า เวลาอ่านจึงควรใช้จังหวะถี่ห่างให้พอดีแก่คำมากน้อยในวรรคหนึ่งๆ ด้วย จึงจะฟังไพเราะ)

เจ้าอารยธรรมเอย
ใหม่เก่าเข้างำมันเล่นเอาลำบากมาก
อย่างใหม่ใช้เงินตะพัดเพื่อปฏิบัติเอาความอยาก
เราไม่เคยทำก็ลำบากมันให้กระดากใจ[๑]เอย
(ลูกคู่) เจ้านกกระทุงเอย
ทำตูดตุงตุงนกกระทุงว่าจะไข่
สานพ้อมใหญ่ใหญ่ไว้ใส่ไข่เจ้านกกระทุง
อารยธรรมเอย
เจ้าถูกครอบงำด้วยกฎบทอนิจฺจํ[๒]
เก่าไปใหม่มายังทำท่าเก้กัง
จะเปลี่ยนใหม่อีกกะมังดังภูษาสตรี[๓]เอย
(ลูกคู่) พระเจ้าเงินตรา
บุญคุณนักหนาช่วยโลกครามครัน[๔]
ถ้าคุณมหันต์โทษอนันต์หนักเข้าก็พลันระอาเอย
เอี่ยมอารยธรรมอวย
ราษฎร์รวยรัฐรวยเลอเลิศประเสริฐศรี
เจริญรัฐพาณิชย์รัฐสามิต[๕]มากมี
กำลังราษฎร์ชาติพลี[๖]ช่วยรัฐได้ดีจริงเอย
(ลูกคู่) เจ้านกกระทุงเอย
อิ่มหนำอำรุงนกกระทุงทองจะไข่
ท่วมท้องพระคลังใหญ่ให้ล้วนแต่ไข่ทองเอย
ถ้าอารยธรรมปรน
ราษฎร์รวยรัฐจนก็ยังค่อยยังชั่ว
เพิ่มภาษีมี่จังกอบ[๗]ราษฎร์ไม่บอบช้ำกลัว
แต่ราษฎร์จนรัฐมัวมารีดเลือดไม่เหือดเลย
(ลูกคู่) เจ้านกกระทุงเอย
ทำตูดตุงตุงจะออกทุ่งหรือจะไข่
สานพ้อมใหญ่ใหญ่ไว้ใส่อะไรนกกระทุง
เอี่ยมอารยธรรมอวย
ราษฎร์จนรัฐรวยท่านว่าไม่ได้เรื่อง
เพราะที่ไหนจะได้ยืดจำจะต้องฝืดต้องเคือง
จัดภาษีใหม่ให้หมดเปลื้อง[๘]เมลืองรูปบำรุงเอย
(ลูกคู่) เจ้านกกระทุงเอย
พวก ‘เจ้าคอซุง’[๙]เสียภาษีมากได้
ก็ไข่น้อยน้อยที่ไหนจะเท่าไข่เจ้านกกระทุง

๓ กุมภ์. ๗๒


[๑] กระดากใจ ชาวบ้านนอกของเราเดี๋ยวนี้ที่ไม่ยอมรับจ้าง แต่ถ้าพูดจาเป็นเชิงไหว้วานก็มีแก่ใจทำให้ยังมีอยู่มาก เป็นซากของอารยธรรมเก่าที่ยังเหลืออยู่

[๒] อนิจฺจํ คือกฎแห่งความเปลี่ยนแปลง ที่พระพุทธเจ้าได้ทรงบัญญัติไว้ว่า “สิ่งทั้งหลายในโลกไม่เที่ยง ย่อมเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ” กฎนี้วิทยาศาสตร์สมัยนี้ก็รับรอง

[๓] ภูษาสตรี แต่ก่อนสตรีเรานุ่งผ้า ภายหลังเปลี่ยนเป็นนุ่งซิ่น เดี๋ยวนี้นุ่งใส่เสื้อก็เหมือนกัน ประเดี๋ยวแขนยาว ประเดี๋ยวแขนสั้น ประเดี๋ยวเลยไม่มีแขน แฟชั่นเครื่องแต่งตัวของชายแพ้ของหญิง ในทางเปลี่ยนไม่หยุด

[๔] ......ครัน เพราะใช้เงินเป็นมาตรา การแลกเปลี่ยนของเราจึงสะดวกด้วยประการทั้งปวง ไม่ต้องเสียเวลาเทียบเคียงขลุกขลักในเมื่อจะเอาหมูแลกกับหมวก เพราะเงินมนุษย์จึงได้สะสมสมบัติได้มากมาย เกิดมีมหาเศรษฐี มีความสะดวกในทางเศรษฐกรรมต่างๆ เช่น ธนาคาร การกู้ยืม การประกันชีวิตและสินค้า บริษัทจำกัด ฯลฯ จนที่สุดอาจกล่าวได้ว่า อารยธรรมปัจจุบันนี้สำเร็จได้ถึงเพียงนี้ เพราะได้อาศัยธนการเป็นปัจจัยนั่นเอง

[๕] สามิต รัฐพาณิชย์ คือ การค้าของรัฐบาล เช่น การเดิรรถไฟ การไปรษณีย์ ฯลฯ รัฐสามิต คือ เงินราชพลี เช่น ภาษีและจังกอบ

[๖] ......พลี กำลังของราษฎรช่วยชาติบ้านเมืองของตัวได้ นอกจากเสียภาษียังมีทางให้ปันเพื่อสาธารณประโยชน์ และความเจริญแห่งประเทศอีกมากมายนัก

[๗] ......มี่จังกอบ ภาษีนั้นรัฐบาลเก็บเพื่อการใช้จ่ายของประเทศ แต่จังกอบนั้นคือ Rate ที่เทศบาลประจำท้องที่กำหนดเก็บกันเอง มากน้อยตามกำลังทรัพย์ของราษฎรในท้องที่ภายในอำนาจที่กฎหมายอนุญาตให้มีจังกอบ คือเก็บจังกอบได้มากเพราะราษฎรรวย

[๘] ......เปลื้อง เลิกเก็บภาษีแก่คนจนไปเก็บแก่คนมั่งมี เช่น ภาษีรายได้ ภาษีมรดก ภาษีกำไร ฯลฯ กำหนดจำนวน ตั้งแต่มากพอควรขึ้นไปจึงเก็บเพื่อให้เข้าหลักแห่งการเก็บภาษีที่จะผ่อนให้ ต้องเดือดร้อนแต่น้อยที่สุด

[๙] เจ้าคอซุง ออกจากคำ ‘พ่อค้าซุง’ แปลว่า เศรษฐี เพราะแต่ก่อนใครเป็นพ่อค้าซุงคนนั้นเป็นเศรษฐี

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ