ตอนที่ ๘ สิงหไกรภพหนีออกจากเมืองมารัน

๏ จะกล่าวความพราหมณ์สิงหไกรภพ ได้คู่สบสมประสงค์จำนงหมาย
เฝ้าเชยซิดพิสวาสไม่คลาดคลาย กลางวันกลายเป็นนกแก้วแจ้วเจรจา
ครั้นกลางคืนชื่นชมภิรมย์รัก อยู่เมืองยักษ์จะประมาณนานนักหนา
ไม่เริดร้างห่างเหทุกเวลา สร้อยสุดาโฉมยงเจ้าทรงครรภ์
ถึงคราวเคราะห์เพราะจะพรากจากปราสาท นุชนาฏหลับสนิทนิมิตฝัน
ว่าเผยแกลแลดูพระสุริยัน อยู่บนบัญชรชื่นนางกลืนไว้
พอรู้สึกดึกสามยามสงัด ศรีสวัสดิ์นึกพรั่นประหวั่นไหว
ปลุกพราหมณ์น้อยค่อยเล่าให้เข้าใจ เหมือนที่ในความฝันบรรยาย
พระสวมสอดกอดประทับแล้วรับขวัญ แม่โฉมยงทรงครรภ์เหมือนมั่นหมาย
พระตรัสหยอกดอกฟ้าน่าเสียดาย จะเคลื่อนคลายเสียแล้วนะแก้วตา
นางผลักพลิกหยิกพระหัตถ์น่าบัดสี ฉันไม่มีท้องมาทายน่าขายหน้า
แม้นเหมือนคำรำพันจำนรรจา จะเอาหน้าไปแฝงไว้แห่งใด
พระบิตุรงค์คงสังหารผลาญชีวิต โอ้พลั้งผิดคิดขึ้นมาเลือดตาไหล
สะอื้นอ้อนซ่อนหน้าโศกาลัย พระชลนัยน์ซึมซาบอาบพักตรา
พระปลอบพลางทางเช็ดชลเนตร อย่าเทวษหวาดจิตขนิษฐา
แม้นตัวพี่มิตายวายชีวา ไม่ทิ้งแก้วแววตาให้อาวรณ์
แม้นม้วยมอดวอดวายจะตายด้วย เป็นเพื่อนม้วยโฉมฉายสายสมร
แม้นจะอยู่สู้ฤทธิ์พระบิดร ชาวนครทั้งสิ้นจะนินทา
ถ้าหาไม่ใจพี่ไม่หนีหลบ จะรุกรบรอนราญผลาญยักษา
นี่ขัดสนจนจิตด้วยบิดา คิดจะพาเทวีลอบหนีไป
เป็นนกแก้วแล้วถึงจะพบพักตร์ ไม่รู้จักนวลหงอย่าสงสัย
หรือณรงค์สงครามก็ตามใจ จะลุยไล่หักดิบเสียพริบตา
นางฟังคำจำพรากจากนิเวศน์ พระชลเนตรพร่างพรายทั้งซ้ายขวา
โอ้สงสารมารดรกับบิดา กรุณาลูกรักนี้หนักครัน
ถึงผิดพลั้งอย่างไรไม่ถือโทษ มีแต่โปรดชุบย้อมถนอมขวัญ
ได้เป็นสุขทุกเวลาทิวาวัน ยังมิทันแทนพระคุณมาวุ่นวาย
แม้นสงครามพราหมณ์ฆ่าบิดาม้วย จะตายด้วยภูวนาถเหมือนมาดหมาย
แม้นบิดาฆ่าพราหมณ์ถึงความตาย จะวอดวายชนมาด้วยสามี
โอ้พระคุณทูลกระหม่อมของลูกเอ๋ย ลูกไม่เคยจากบาทบทศรี
สุดจะละพระชนกชนนี นางโศกีกำสรดสลดใจ
พระโอบอุ้มจุมพิตสนิทสนอม งามละม่อมมิ่งขวัญอย่าหวั่นไหว
จะขืนอยู่บูรีแม้นมิไป ก็เห็นไม่พ้นพระราชอาชญา
อย่าหนักหน่วงดวงใจไปกับพี่ อยู่บูรีนคเรศของเชษฐา
ทำกระท่อมล้อมรั้วปลูกถั่วงา ตามประสายากไร้ไม่ไกลกัน
จึงจัดแจงแต่งกายสายสมร จะรีบจรจวนแจ้งพระสุริย์ฉัน
แล้วอุ้มองค์ลงจากแท่นสุวรรณ นางทรงกันแสงสะอื้นกลืนนํ้าตา
จะจากวังดังในใจจะขาด จำไกลบาทบิตุรงค์เผ่าพงศา
เพราะทำชั่วกลัวพระราชอาชญา นางโศกากราบก้มบังคมคัล
ทูลกระหม่อมจอมโลกของลูกแก้ว จำคลาดแคล้วมูลิกาเหมือนอาสัญ
เคยขึ้นเฝ้าเช้าเย็นไม่เว้นวัน พลางทรงกันแสงไห้อาลัยลาญ
โอ้ชาตินี้มีกรรมจะจำจาก ต้องพลัดพรากจากนิเวศน์ประเทศสถาน
จะวายวุ่นขุ่นเคืองทั้งเมืองมาร แสนสงสารสาวสนมกรมใน
จะง่วงเหงาเศร้าสร้อยพลอยสลด โศกกำสรดเศร้าหมองไม่ผ่องใส
จะแลลับนับปีแต่นี้ไป จะมิได้เห็นสุรางค์นางทั้งปวง
เคยเกล้าจุกตุ๊กตาพูดจาเล่น จะวายเว้นเห็นนางห่างวังหลวง
ถอนฤทัยให้สลดกำสรดทรวง ยิ่งหนักหน่วงห่วงใยอาลัยวอน
พระอุ้มองค์นงลักษณ์สะพักกอด ประสานสอดสายทรวงดวงสมร
กลัวคนตื่นกลืนยาเป็นวานร อุ้มบังอรเดินเลยมาเกยลา
เหาะทะยานผ่านทวีปเข้ากลีบเมฆ ลอยวิเวกหวาดจิตขนิษฐา
นํ้าค้างพรมลมเชยรำเพยพา ค่อยเคลื่อนคลาคลาดคลายสบายองค์
พระโอบอุ้มจุมพิตสนิทแนบ นางเอียงแอบอายจิตพิศวง
ลับนิเวศน์เขตแคว้นถึงแดนดง ยิ่งแสนสงสารสะอื้นกลืนนํ้าตา
จะแลซ้ายสายเมฆวิเวกจิต ให้หวาดหวิดว้าเหว่ในเวหา
จะเหลียวกลับลับปราสาทหวาดวิญญาณ์ จะแลขวาขวัญหายไม่วายครวญ
พระปลอบนางพลางพลอดกอดประทับ ภิรมย์รับขวัญน้องประคองสงวน
นางพรายพริ้มยิ้มเยื้อนเบือนกระบวน พระชี้ชวนชมฟ้าดาราราย
วงพระจันทร์นั้นข้างแรมไม่แจ่มส่อง แต่พักตร์น้องส่องเหมือนดังเดือนหงาย
นางพลิ้วพลิกหลีกเลี่ยงอ่อนเอียงอาย ค่อยสบายมาในเมฆวิเวกใจ
จนรุ่งแจ้งแสงสว่างกระจ่างพักตร์ กลัวพวกยักษ์จะมาพบหลบไม่ไหว
ค่อยเคลื่อนคลาพานางมากลางไพร ริมเขาใหญ่หยุดหย่อนผ่อนสำราญ
กลับเป็นพราหมณ์ตามเคยเชยชมชื่น ประพาสพื้นภูมิจังหวัดพนัสสถาน
ระรื่นร่มลมเชยรำเพยพาน ดอกไม้บานเบิกกลิ่นรวยรินโรย
หอมระรื่นชื่นชายแต่สายหยุด สงสารนุชนึกถึงสวนให้หวนโหย
หอมจันทน์อินกลิ่นโศกลมโบกโบย ทั้งยมโดยดอกดวงเป็นพวงงาม
รสสุคนธ์มณฑาจำปาเทศ การะเกดกางกลีบเป็นครีบหนาม
เลียบพนมชมเพลินนางเดินตาม มะไฟเฟืองเหลืองอร่ามสุกงามงอม
ทั้งเงาะงับพลับพลวงเป็นพวงห้อย นี่แน่น้อยหน่าขนุนกลิ่นกรุ่นหอม
ละมุดม่วงพวงมะปริงดูกิ่งค้อม พระโน้มน้อมนางปลิดที่ติดพวง
แล้วหยุดยั้งนั่งชะง่อนสิงขรเขา ใต้ร่มรังบังเงาภูเขาหลวง
เสวยผลไม้เล่นพอเย็นทรวง เที่ยวชมห้วงหุบเขาลำเนาธาร
เป็นห้องถํ้านํ้าพุทะลุลั่น ไหลกระชั้นกระโชกฟาดฉะฉาดฉาน
ทั้งสององค์สรงนํ้าเล่นสำราญ ลงท่องธารธาราเก็บมาลี
ดูลอยเลื่อนเกลื่อนกลาดประหลาดอย่าง มีต่างต่างเหลืองแดงสดแสงศรี
กระจับจอกดอกอุบลจงกลนี บัวหลวงมีโกมุทบุษบัน
บ้างบานตูมชุ่มชื่นพระยื่นหยิบ แกล้งกระซิบสูบกลิ่นนางผินผัน
ชมปลาว่ายรายเรียงมาเคียงกัน นางนวลจันทร์แจ่มงามสมนามนวล
ปลาเนื้ออ่อนอ่อนกายขึ้นว่ายเกลื่อน ไม่อ่อนเหมือนเนื้อน้องประคองสงวน
นางคมค้อนงอนงามตามกระบวน ต่างยั่วยวนหยอกหยิกกันซิกซี้
นางอาบองค์สรงสนานสำราญรื่น พระชวนชื่นฉุดหัตถ์ขึ้นขัดสี
นางหลีกเลี่ยงเมียงชะม้ายว่ายวารี กระทุ่มหนีหน่อไทเธอไล่ทัน
นางลัดแลงแฝงบัวบังตัวลับ พระโจมจับเลี้ยวลัดสะบัดผัน
แล้วว่ายเรียงเคียงรอเคล้าคลอกัน เกษมสันต์สรงนํ้าในลำธาร
ต่างแช่มชื่นขึ้นนั่งร่มรังสูง ฝูงนกยูงเบญจวรรณร้องขันขาน
อดบรรทมลมเชยรำเพยพาน ผ่อนสำราญเรียงบรรทมในร่มรัง
จิ้งหรีดหริ่งกิ่งไม้เรไรร้อง ประสานซ้องเซ็งแซ่ดังแตรสังข์
ระรื่นเรื่อยเฉื่อยลมบรรทมฟัง วิเวกวังเวงวับเลยหลับไป ฯ
๏ จะกล่าวเรื่องเมืองมารทหารพร้อม พวกนั่งป้อมล้อมวงไม่สงสัย
ทั้งแสนสาวท้าวนางพวกข้างใน ครั้นอุทัยไขสว่างกระจ่างตา
ไม่เห็นนุชบุตรีที่บรรจถรณ์ นกที่คอนนั้นก็หายต่างย้ายหา
บ้างไปดูลมูลกิจพระบิดา อสุราร้อนพระทัยดังไฟกาล
รีบมาห้องทองที่บุตรีอยู่ เที่ยวค้นดูทั่วปราสาทราชฐาน
ไม่พบปะพระธิดายุพาพาล เจ้ากรุงมารดังจะดิ้นสิ้นชีวี
ระทวยองค์ลงบนแท่นแสนสลด โศกกำสรดทั้งพระมเหสี
เสียพระทัยในอารมณ์ไม่สมประดี ซบสัญญีกายนิ่งไม่ติงองค์
พวกท้าวนางต่างประคองสองกระษัตริย์ บ้างนวดพัดเอาสุคนธ์มาโสรจสรง
ค่อยพลิกฟื้นฝืนพระทัยมิได้ตรง กันแสงทรงเศร้าจิตถึงธิดา
ไม่มีใครอ้ายแก้วแล้วก่อเหตุ มาแปลงเพศปลอมรักเป็นปักษา
กูแปลกหูอยู่แต่วันได้มันมา เห็นพูดจาลาดเลาจะเจ้าชู้
หลงเชื่อฤทธิ์คิดเห็นว่าเป็นนก จึงเจ็บอกอัปยศต้องอดสู
ถึงดำดินบินบนไม่พ้นกู อ้ายเจ้าชู้กูจะทำให้หนำใจ
แล้วเดินด่าข้าเฝ้าพวกเถ้าแก่ ไม่ดูแลละนางไปข้างไหน
ให้เที่ยวถามความดูว่าผู้ใด จะรู้เห็นเป็นใจไม่ได้ความ
ยิ่งคั่งแค้นแน่นอกให้หมกมุ่น ร้องเรียกขุนโหรยักษ์มาซักถาม
จงเร่งดูผู้ร้ายหมายจะตาม ในเลขยามยังจะทันหรือฉันใด
หนึ่งผู้ร้ายชายชู้ลูกกูนั้น เป็นเผ่าพันธุ์พงศ์เพศประเทศไหน
หนึ่งลูกน้อยสร้อยสุดาที่คลาไคล จะคืนได้หรือจะสูญคิดคูณดู
โหรรับสั่งตั้งมหาชะตานับ อาทิตย์ทับภุมมาถึงราหู
จึงทูลความตามตำราของตาครู อันชายชู้เชื้อกระษัตริย์สวัสดี
เป็นมนุษย์ยุทธนาอานุภาพ อรินทร์ราบร้ายกาจดังราชสีห์
ไปทางทิศทักษิณถิ่นหรดี แต่ยามนี้มิให้ตามยามพระกาฬ
แม้นตามไปได้พบจะรบสู้ จะเสียหมู่มาตยาโยธาหาญ
อันโฉมยงองค์ธิดายุพาพาล ต่อเนิ่นนานนางจะมายังธานี ฯ
๏ พนาสูรฟังทูลกระทืบแท่น กูแสนแค้นมันพาธิดาหนี
ตามไปจับสับฟันเสียวันนี้ แล้วท้าวตีกลองศึกเสียงครึกครื้น
พวกรากโษส[๑]โกฏิแสนถือแหลนหลาว แกว่งทวนง้าวอ้วนลํ่าดำทะมื่น
ต่างแบกขอนค้อนกำซาบหอกดาบปืน มาเพียบพื้นพาราหน้าพระลาน
เจ้ากรุงยักษ์ศักดาบัญชาสั่ง ให้ตามทั้งทั่วไปในไพรสาณฑ์
แม้นประสบพบมันประจัญบาน พวกยักษ์มารมึงล้อมให้พร้อมกัน
กูไปถึงจึงจับสัประยุทธ์ อ้ายมนุษย์กูจะฆ่าให้อาสัญ
แต่ลูกน้อยสร้อยสุดาวิลาวัณย์ จะรับขวัญนัยนามาธานี
เสนารับขับพลมากล่นเกลื่อน เที่ยวลอยเลื่อนแลหาทุกราศี
เที่ยวค้นคว้าป่าดงในพงพี จับหมูหมีช้างเสือฉีกเนื้อกิน
บ้างขึ้นค้นบนเขาเหล่าละเมาะ ทุกแก่งเกาะยมนาชลาสินธุ์
บ้างค้นไปในนํ้าบ้างดำดิน อสุรินทร์แยกย้ายไปหลายทาง
แต่พวกหนึ่งถึงลำเนาภูเขาหลวง ลงในห้วงหุบชะง่อนสิงขรขวาง
เห็นพราหมณ์นอนกรตระกองประคองนาง ขามระคางคิดว่าตื่นหยุดยืนมอง
เขม้นดูรู้ว่าธิดาท้าว เห็นจะหนาวเหนื่อยกำลังลงทั้งสอง
จะจับตัวกลัวผิดคิดตรึกตรอง เรียกพวกพ้องไพร่พลล้อมต้นรัง ฯ
๏ เจ้าพราหมณ์ตื่นฟื้นองค์คว้านงลักษณ์ เห็นพวกยักษ์โยธาพร้อมหน้าหลัง
จะผลาญทัพรับรองลองกำลัง จึงตรัสสั่งสร้อยสุดาวิลาวัณย์
เวลานี้รี้พลมาล้นหลาม จะสงครามเข่นฆ่าให้อาสัญ
แม่ยืนอยู่ดูผัวอย่ากลัวมัน จะป้องกันมิให้เข้าใกล้กาย
แล้วแผลงทำอำนาจประกาศก้อง เหวยพวกพ้องอสุรินสิ้นทั้งหลาย
ขืนล้อมอยู่กูจะล้างให้วางวาย อย่าใกล้กรายกลับไปเสียให้พ้น
พวกนายกองร้องว่าเหวยมนุษย์ ลักพระบุตรีไว้ในไพรสณฑ์
ไม่เกรงศักดิ์ยักษ์ร้ายจะวายชนม์ พลางขับพลแทรกซ้อนเข้ารอนราญ
พระรบรับจับยักษ์หักแขนขา ชิงสาตราเร็วรวดหวดประหาร
เที่ยวลุยไล่ไพร่พลไม่ทนทาน ถอนต้นตาลตีตายลงก่ายกัน
ที่เหลือตายพรายพรัดกระจัดหนี พระตามตีแตกไปในไพรสัณฑ์
จนโพล้เพล้เวลาจวนสายัณห์ เห็นกุมภัณฑ์กลับหลังประดังมา
เสียงครึกครื้นหมื่นแสนแน่นอากาศ ดูเกลื่อนกลาดตามติดทุกทิศา
ชวนโฉมงามทรามเชยเสวยยา เป็นนกแก้วแล้วก็พากันบินไป
ถึงพบปะอสุรีฝูงวิหค คิดว่านกแดนดงไม่สงสัย
พอมืดคํ่าคลํ้าฟ้านภาลัย เห็นยักษ์ไล่ติดพันกระชั้นมา
กลัวจะหนีไม่พ้นบนอากาศ ดูเกลื่อนกลาดคึกคักมานักหนา
ค่อยรอเรียงเคียงสมรรีบร่อนมา ลงจับค่าคบไม้พระไทรทอง
พวกโยธามาตามอร่ามคบ นกแก้วซบแฝงฟังอยู่ทั้งสอง
ต่างเดินไปไพร่นายเป็นก่ายกอง พระแนบน้องมองดูอสุรา
จนเงียบเสียงเที่ยงคืนชื่นนํ้าค้าง ปักษากางปีกปิดขนิษฐา
ครั้งรุ่งแจ้งแสงสว่างกระจ่างตา หมายทิศาทักษิณรีบบินไป
ได้เจ็ดวันบรรลุถึงเขาเขียว สินแรงเรี่ยวร่อนมาลงอาศัย
กินมวกผาทากายสบายใจ เป็นคนได้ดังประสงค์ชวนนงคราญ
เราหยุดหย่อนผ่อนพักเสียสักครู่ เห็นสิ้นหมู่อสุราโยธาหาญ
เข้าใต้ต้นมณฑาศิลาลาน แสนสำราญร่มรื่นชื่นอารมณ์
สไบทองรองนอนขอนเขนย ถนอมเชยชื่นชิดสนิทสนม
นางนบนอบหมอบเมียงเคียงบรรทม ระรื่นร่มเรื่อยหลับระงับไป ฯ
๏ สร้อยสุดานารีศรีสวัสดิ์ นางกระษัตริย์ขัตติยาอัชฌาสัย
ค่อยเลื่อนองค์นงลักษณ์หักกิ่งไม้ มาโบกให้ภัสดาประสาจน
หวนระลึกนึกคนึงถึงนิเวศน์ พระชลเนตรหยดย้อยดังฝอยฝน
โอ้อกเอ๋ยเคยอยู่ในไพชยนต์ มาต้องทนแดดลมระทมทวี
โอ้เสียดายไร้ศักดิ์ด้วยรักผัว เพราะเสียตัวมัวหมองจนต้องหนี
เห็นไม่พ้นพลสกัดทั้งปัถพี แม้นสามีม้วยหมายจะวายปราณ
โอ้เจ้าพราหมณ์ความรักน้องหนักยิ่ง ไม่ทอดทิ้งห่างองค์น่าสงสาร
สะอื้นพลางนางประณตบทมาลย์ ทั้งอยู่งานโบกปัดคอยพัดวี ฯ
๏ จะกล่าวเพชพระยาธร[๒]สัญจรป่า ผูกชฎาธารถือเหมือนฤๅษี
กุมพระขรรค์อันเป็นเพชรเหน็บเตร็จตรี ใครฆ่าตีชีวันไม่บรรลัย
กระษัตริย์มีสี่ตาจึงฆ่าม้วย ไม่อยู่ด้วยผู้หญิงสิ่งสงสัย
เที่ยวค้นหานารีผลเดินด้นไป เสียงคนไอแอบอ้อมเดินด้อมมอง
เห็นผู้หญิงพิงผู้ชายดีร้ายผัว งามยังชั่วโฉมฉวีไม่มีหมอง
เป็นสาวแส้แลล้วนนวลละออง แก้มก็ผ่องผิวพรรณดังจันทรา
ละเลิงเล็งเพ่งพิศให้คิดรัก งามกว่ามัคลีผลต้นพฤกษา
คิดเชื่ออิทธิฤทธิ์พระขรรค์กันกายา หมายจะฆ่าผัวเสียเอาเมียไป
จึงเป่ายาอาคมสะกดผัว ให้เมามัวไสยาสน์ไม่หวาดไหว
แต่นางฟื้นชื่นโฉมประโลมใจ ตรงเข้าใกล้แกล้งถามตามสงกา
ดูก่อนเจ้าเยาวลักษณ์พักตร์แฉล้ม ไยมาแรมนอนอยู่ในภูผา
นั่นผัวหรือชื่อไรไปไหนมา อย่าทำหน้าเง้างอดนั่งกอดมือ
นางตกใจไหวหวาดประหลาดจิต นี่นักสิทธ์หรือคนธรรพ์พระขรรค์ถือ
พลางปลุกผัวมัวละเมอเสียงเอออือ ฉุดข้อมือก็ไม่ฟื้นตื่นพระกาย
รู้ว่าถูกหยูกยานํ้าตาตก สะอื้นอกองค์สั่นมิ่งขวัญหาย
บอกว่าผัวกลัวจะล้างให้วางวาย คิดอุบายบอกความตามปัญญา
เจ้าพราหมณ์นี้พี่ชายมิใช่ผัว เสียเมืองตัวมาในไพรพฤกษา
ลุกไม่ขึ้นมึนเมื่อยเหน็ดเหนื่อยมา จึงอุตส่าห์ปรนนิบัตินั่งพัดวี
ท่านผู้เดียวเที่ยวมามีอาวุธ ยักษ์มนุษย์นาคหรือเป็นฤๅษี
แม้นทรงศีลจินดาจงปรานี ช่วยให้พี่พราหมณ์ฟื้นจะชื่นชม
พระยาธรห่อนรู้เท่าผู้หญิง หมายว่าจริงจะคิดสนิทสนม
เสน่หาอาลัยใจนิยม จะใคร่ชมเชยชิมให้อิ่มใจ
จึงว่าเจ้าเล่ายังกำลังสาว พึ่งรุ่นราวไร้มิตรพิสมัย
พี่นี้อยู่ผู้เดียวเปลี่ยวฤทัย ไม่มีใครคู่ครองต้องวิญญาณ์
มาเห็นเจ้าเข้านี่ฟ้าผี่[๓]เถิด วิไลเลิศเหลือรักน้องนักหนา
จะพาไปไว้คีรีของพี่ยา อยู่ห้องใหม่คูหาสถาวร
จะกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงดูเป็นคู่ชื่น สำราญรื่นร่วมสุวรรณบรรจถรณ์
เสวยทิพย์ดิบสุกไม่ทุกข์ร้อน ฤทธิรอนรบสู้ไม่รู้ตาย
อันคนธรรพ์คันธรรพเทพบุตร เกรงอาวุธของพี่ต้องหนีหาย
อันแก้วเตร็จเพชรพระขรรค์ถือกันกาย แต่พี่ชายเจ้าจะฟาดคงขาดรอน
ไปด้วยพี่ที่อยู่ยอดภูผา ล้วนศิลาเนาวรัตน์ประภัสสร
ต้นไม้ดอกออกช่ออรชร หอมขจรจอมผาทั้งตาปี
พี่ชายเจ้าเราสะกดสลดหลับ ก็เปรียบกับกเฬวรากซากศพผี
อย่าเป็นห่วงบ่วงใยไปดีดี พอราตรีพี่ชายจะคลายมนตร์ ฯ
๏ นางฟังคำสำคัญให้ตันจิต เป็นสุดคิดสารพัดจะขัดสน
จึงกล่าวแกล้งแสร้งเสด้วยเล่ห์กล ฉันสองคนพี่น้องร่วมท้องกัน
จะทิ้งพี่มีผัวเหมือนชั่วช้า ถึงชีวาวอดวายไม่ผายผัน
แม้นเมตตาพาพี่เพื่อนชีวัน ไปด้วยกันก็ไม่ขัดหัทยา
พระยาธรอ่อนจิตพิศวาส จึงว่ามาตรแม้นจะใคร่ได้เชษฐา
เป็นใจด้วยก็จะช่วยแก้มนตรา พาไปอยู่คูหาใกล้นารี
แต่รักนุชสุดที่รักเหลือหนักหน่วง อย่าห้ามหวงเสน่หามารศรี
ให้เห็นจริงสิ่งสัตย์สวัสดี จะปลุกพี่พาไปเหมือนใจปอง
พลางเข้าใกล้ไล่คว้าชายผ้าห่ม ขอเชยชมโฉมเฉลาอย่าเศร้าหมอง
นางหวีดวิ่งทิ้งผ้าสไบทอง กรประคองกอดองค์พะวงพะเวียน
พระยาธรวอนว่านิจจาเอ๋ย กระไรเลยลอดลัดฉวัดเฉวียน
เชิญหยุดยั้งนั่งใต้ต้นไทรเตียน ศิลาเลี่ยนลดหลั่นเหมือนบัลลังก์
นางเสแสร้งแกล้งว่ามีอาวุธ ฉันกลัวสุดที่จะเถือเอาเนื้อหนัง
ถือศัสตราหาผู้หญิงขันจริงจัง จะให้นั่งใกล้ตัวฉันกลัวตาย
แม้นรักจริงทิ้งขว้างวางอาวุธ จึงจะหยุดอย่างประสงค์จำนงหมาย
พระยาธรร้อนจิตทั้งคิดอาย จึงว่าสายสุดชีวาอย่าปรารมภ์
ความรักนางวางมหาเทพาวุธ ให้นางหยุดจะได้ชิดสนิทสนม
นางแกล้งล่อพอให้ได้นิยม ไปถึงร่มไม้ชัฏเลี้ยวลัดมา
หยิบพระขรรค์กัลเม็ดตรีเพชรได้ ค่อยดีใจโฉมฉายถือซ้ายขวา
แล้วแอบองค์นงลักษณ์ซบพักตรา พอพระยาธรเดินเมินมาเคียง
ค่อยแอบองค์ทรงฟันด้วยพระขรรค์เพชร ถูกคอเด็ดกระเด็นดิ้นสุดสิ้นเสียง
เข้าสับทอนกรกายขาดรายเรียง ก็สุดเสียงลงดิ้นสิ้นชีวัน
ด้วยเทวีสี่ตาเทวาสาป จึงได้ปราบเพชพระยาธรอาสัญ
มนตร์สะกดปลดปลิดไม่ติดพัน พราหมณ์น้อยนั้นพลิกฟื้นตื่นตกใจ
เห็นโฉมยงทรงพระขรรค์ฟาดฟันสับ วิ่งมาจับหัตถ์ห้ามตามสงสัย
นางทูลความตามจริงทุกสิ่งไป เมียแก้ไขคิดล้างให้วางวาย
แล้ววันทาฝ่าธุลีหยิบตรีเตร็จ พระขรรค์เพชรเจ็ดคมประนมถวาย
พระรับดูรู้ว่าดียื่นตรีกราย ให้โฉมฉายถือสำหรับอยู่กับองค์
พระขรรค์นี้พี่จะถือให้ลือฤทธิ์ กายสิทธิ์สุดคมสมประสงค์
พาเหาะได้ไม่แปลงจำแลงองค์ ชวนอนงค์นุชน้องลองสาตรา
พอนึกเหาะก็ละลิ่วปลิวอากาศ ด้วยอำนาจฤทธิ์พระขรรค์นั้นนักหนา
ประคองนางพลางเหินเดินเมฆา ไม่เคลื่อนคลาคลาดคลายตามสายชล
พอยามเย็นเห็นทหารยักษ์มารกลุ้ม เหาะเป็นกลุ่มกลาดกลางที่กลางหน
จะหลบลี้หนีไปเห็นไม่พ้น เป็นจวนจนจับพระขรรค์ประจัญบาน
เข้าบุกบั่นฟันฟาดเสียงฉาดฉับ พวกยักษ์ยับย่นแยกตื่นแตกฉาน
แต่กวัดแกว่งแสงฉายถูกวายปราณ พลมารมากมายตายระเนน
พลัดลงบกตกนํ้าแสนลำบาก กเฬวรากเลือดสาดดังชาดเสน
ที่เหลือตายนายหมวดตรวจตระเวน รีบกะเกณฑ์ออกสกัดกระษัตรา
พระนำนางพลางแกว่งพระแสงขรรค์ ไล่ฟาดฟันพลนิกายทั้งซ้ายขวา
ถูกตีนตัวหัวขาดลงดาษดา รีบหนีมาพานางไปกลางโพยม
พวกยักษ์อื่นหมื่นแสนแน่นอากาศ เข้าเกลื่อนกลาดกลุ้มองค์พระทรงโฉม
แล้วหํ้าหั่นฟันฟาดเลือดสาดโทรม ลอยโพยมยักษ์ตามแลหลามมา ฯ
๏ จะกลับกล่าวองค์ท้าวจัตุพักตร์ พญายักษ์ยกพลเที่ยวค้นหา
เห็นมารตายก่ายกองท้องสุธา ได้ข่าวว่าพานางล่องทางไป
ยิ่งเคืองขัดตรัสขับทัพทหาร โห่สะท้านสะเทือนลั่นเสียงหวั่นไหว
ให้เหาะตามสามวันทันหน่อไท เห็นไรไรเร่งทัพจับมนุษย์ ฯ
๏ พระโฉมยงองค์สิงหไกรภพ ตั้งแต่รบร่ำไปมิได้หยุด
ถึงเจ็ดวันฟันทหารมารม้วยมุด แทบจะสุดสิ้นชีวังถึงฝั่งชล
เห็นยักษ์ตามหลามมาบนอากาศ ดูเกลื่อนกลาดกลางทะเลพระเวหน
ทหารอ้อมล้อมจับแทบอับจน อุตส่าห์ทนแทงฟันป้องกันนาง
ด้วยเดชะพระขรรค์นั้นเป็นเพชร ถูกขาดเด็ดดับจิตไม่กีดขวาง
ค่อยรั้งรอต่อตีแล้วหนีพลาง ถึงสุดทางสายสมุทรพอสุดแรง
พาโฉมยงลงยืนพื้นบรรพต นางรันทดระทวยองค์ทรงกันแสง
พอทัพถึงอึงอัดสะกัดสะแกง แล้วกวัดแกว่งพระแสงขรรค์คอยฟันฟอน
ใครใกล้กรายตายกลาดไม่อาจจับ ล้อมหน้าหลังคั่งคับสลับสลอน
เห็นบิตุรงค์ทรงช้างกลางอัมพร นางยอกรกราบก้มบังคมคัล ฯ
๏ พญายักษ์รักบุตรหยุดยืนช้าง ร้องบอกนางพ่อไม่ฆ่าให้อาสัญ
ขู่ลูกเขยเหวยอ้ายใจฉกรรจ์ อย่าหมายมั่นว่าจะรอดตลอดไป
กำเริบฤทธิ์คิดอ่านการโกหก แปลงเป็นนกให้อนงค์รักหลงใหล
ทำเสน่ห์เล่ห์กลให้ดลใจ นางจึงได้ตามมาจากธานี
ทำดูถูกลูกกูไม่สู่ขอ คิดลวงล่อลอบรักแล้วลักหนี
เป็นเผ่าพงศ์วงศ์ไหนไพร่ผู้ดี ทำท่วงทีถือตัวไม่กลัวใคร
ยังยืนขึงมึงจะสู้กับกูหรือ หรือดึงดื้อว่าไม่ผิดคิดไฉน
มิอ่อนน้อมยอมยิงจะชิงชัย หรือกระไรเร่งว่าอย่าช้าการ
พระสิงหไกรภพทำนบนอบ แล้วตรัสตอบตามสุนทรด้วยอ่อนหวาน
ข้าเที่ยวเล่นตามประสาพญามาร จับประทานให้เป็นสิทธิ์พระธิดา
จึงได้อยู่สู่สมภิรมย์รัก มิใช่จักจู่ลู่มาสู่หา
จนโฉมยงทรงครรภ์พรั่นวิญญาณ์ จึงจะพาไปอยู่พระบูรี
อันตัวเราเหล่ากอหน่อกระษัตริย์ ผ่านสมบัติบำรุงซึ่งกรุงศรี
มิให้อายหมายว่าถึงธานี จึงจะมีสารตราบรรณาการ
มาสู่ขอต่อองค์พระทรงยศ ให้ปรากฏตราบกาลปาวสาน
อย่าเคืองขัดตัดประโยชน์จงโปรดปราน เห็นกับหลานท้าวไทที่ในครรภ์
ทั้งข้าน้อยพลอยได้ไปเป็นเขย ไม่ละเลยลืมพระคุณอย่าหุนหัน
พระบิตุรงค์จงโปรดซึ่งโทษทัณฑ์ ให้พาขวัญนัยนาไปธานี
จะแต่งงานการวิวาห์มาถวาย มิให้อายหวังประณตบทศรี
ได้สืบวงศ์พงศ์กระษัตริย์สวัสดี เหมือนปรานีศรีสวัสดิ์กับนัดดา
อสุรินทร์ยินคำว่ากรรมเอ๋ย เจ้าลูกเขยฆ่ายักษ์เสียนักหนา
มึงรบสู้กูไม่ขอเป็นพ่อตา ถึงธิดาจะเป็นหม้ายไม่อายคน
ใครสู่ขอพ่อจะแต่งไม่แกล้งว่า เห็นแก่หน้าลูกรักเป็นภักษ์ผล
อ้ายมนุษย์สุดแค้นด้วยแสนกล อย่าแปดปนเป็นมิตรฟังบิดา ฯ
๏ ปางพระนุชบุตรีศรีสวัสดิ์ ชุลีหัตถ์บังคมก้มเกศา
แต่เพียงลูกมีผัวได้ชั่วช้า ให้ขายฝ่าบาทบงสุ์พระทรงยศ[๔]
ลูกทำให้ได้เคืองใต้เบื้องบาท ประชาราษฎร์ลือชาให้ปรากฏ
เจ้าพราหมณ์เล่าเขาก็ยอมน้อมประณต พระทรงยศยกโทษได้โปรดปราน
คนเขาเห็นเป็นผัวถึงชั่วช้า จะจัดแจงแต่งวิวาห์เหมือนว่าขาน
มิเหมือนคำทำให้เคืองเบื้องบทมาลย์ จงล้างผลาญชีวันให้บรรลัย
แม้นครั้งนี้มิโปรดทำโทษผัว เหมือนฆ่าตัวลูกรักให้ตักษัย
จะวอดวายตายตามเจ้าพราหมณ์ไป จงโปรดไว้ชีวาอย่าฆ่าตี
เจ้ากรุงมารดาลเดือดไม่เงือดงด อีหน้าสดแสนชั่วตามผัวหนี
ยังด้านหน้ามาห้ามเจ้าพราหมณ์ดี จะใคร่ตีหยิกขาให้สาใจ
ช่างโง่เหลือเชื่อผัวไม่กลัวพ่อ มันลวงล่อลุ่มหลงไม่สงสัย
ไม่รักศักดิ์จักตามอ้ายพราหมณ์ไป ให้มีใหม่ก็ไม่มีอีขี้ริ้ว
เสียแรงกูสู้ถนอมช่วยกล่อมเกลี้ยง บำรุงเลี้ยงมาแต่นิดยังจิดจิ๋ว
ไม่ฟังคำทำผิดแล้วบิดพลิ้ว พระโกรธกริ้วตรัสด่าสารพัน
ให้เร่งทัพขับทหารชาญสนาม จับอ้ายพราหมณ์เข่นฆ่าให้อาสัญ
พากไพร่พร้อมล้อมโถมเข้าโรมรัน เจ้าพราหมณ์ฟันฟาดตายลงก่ายกอง
ที่เหลืออยู่พรูพรั่งเข้าคั่งคับ พระรบรับรอนรันผันผยอง
ยิงฆ่าตายนายไพร่เลือดไหลนอง ยิ่งแซ่ซ้องแทรกซ้อนเข้ารอนราญ
พระรบราฆ่าฟันมันไม่หยุด จนสิ้นสุดแรงลงน่าสงสาร
เหลือจะสู้อยู่ที่เกาะเหาะทะยาน พลมารตามจับรบรับไป
แต่นงนุชสุดแรงกันแสงซบ เหลือจะรบอยู่ที่เกาะเหาะไม่ไหว
พญายักษ์รักบุตรสุดอาลัย โจนลงไปอุ้มนางขึ้นช้างทรง
เห็นนิ่งแน่แก้ไขก็ไม่ฟื้น สะอึกสะอื้นอ่อนจิตพิศวง
ระทวยทอดกอดแอบไว้แนบองค์ กันแสงทรงโศกาด้วยอาลัย
โอ้ลูกน้อยสร้อยสุดานิจจาเอ๋ย ไม่พ้นเลยเล่ากรรมทำไฉน
พ่อรักเจ้าเท่าชีวิตดวงจิตใจ หวังจะได้ฝากผีเพื่อนชีวา
ถึงครั้งนี้มีโทษพ่อโกรธผัว ที่จริงตัวเจ้ายังรักอยู่นักหนา
ได้กล่อมเกลี้ยงเลี้ยงไว้จนใหญ่มา โอ้แก้วตาตามชายมาวายชนม์
กอดบุตรีสี่พระโอษฐ์สะอื้นรํ่า แปดเนตรนํ้าหยดย้อยเป็นฝอยฝน
ทั้งแปดหัตถ์พัดวีนีฤมล ให้อั้นอ้นจนใจอาลัยลาญ
โอ้ลูกเอ๋ยเคยเห็นอยู่เย็นเช้า มาเปลี่ยวเปล่าปลดปลงน่าสงสาร
สะอื้นอ้อนร้อนฤทัยดังไฟกาล พระยามารหมอบซบสลบลง
พวกข้าเฝ้าเข้าพยุงกรุงกระษัตริย์ เป่ายานัตถุ์นวดให้น้ำใส่สรง
ค่อยพลิกฟื้นขึ้นทั้งนางบนช้างทรง นางเห็นองค์อสุราประหม่าใจ
เข้าสวมสอดกอดบาทบิตุเรศ ชลเนตรนางตกซกซกไหล
ลูกชั่วช้าฆ่าฟันให้บรรลัย ถึงอยู่ไปเป็นคนไม่พ้นอาย
พระตรัสว่าอย่ากลัวเลยตัวเจ้า เป็นลูกเต้าพ่อเอ็นดูไม่รู้หาย
อย่าหลงตามพราหมณ์ชู้ชาติผู้ร้าย มันจะขายกินเล่นไม่เป็นการ
จะตามจับสับเสี่ยงไม่เลี้ยงไว้ มันฆ่าไพร่พลยักษ์ทำหักหาญ
พระบุตรีพิลาปก้มกราบกราน ขอประทานโทษาฝ่าธุลี
แม้นผัวตายวายวอดชีวิตแล้ว จะคลาดแคล้วบงกชบทศรี
จงโปรดเกล้าเอาไว้ใต้ธุลี อย่าฆ่าตีชีวันให้บรรลัย
อสุราว่าน้อยช่างอ้อยอิ่ง หลงจริงจริงเจียวกรรมทำไฉน
ขืนรักพราหมณ์ความแค้นกูแน่นใจ จะหยิกให้ขาเขียวประเดี๋ยวนี้
ทำฮึดฮัดโกรธาตั้งท่าหยิก นางกระซิกกำสรดกราบบทศรี
ท้าวรับขวัญกัลยาด้วยปรานี พ่อไม่ตีดอกจงไปอยู่ในวัง
ลูกกระษัตริย์ขัตติยาจะหาให้ มีผัวใหม่เถิดลูกจะปลูกฝัง
อ้ายพราหมณ์น้อยถ่อยเหลืออย่าเชื่อฟัง ได้ผิดครั้งหนึ่งก็แล้วเถิดแก้วตา
นางฟังปลอบนอบนบซบสะอื้น ชาติชายอื่นเป็นอันขาดไม่ปรารถนา
จะสู้ม้วยด้วยพระราชอาชญา พลางโศกากอดบาทไม่คลาดคลาย
พนาสูรฉุนเฉียวเข่นเขี้ยวขู่ ช่างสู่รู้รักใคร่มันไม่หาย
น่าหยิกปากลากลิ้นอีสิ้นอาย ขืนรักชายชั่วช้าว่าไม่ฟัง
ดีร้ายถูกหยูกยามหาเสน่ห์ จึงโว้เว้พูดจาเหมือนบ้าหลัง
พลางยุดพระหัตถ์มัดมั่นกับบัลลังก์ หน่อยจะคลั่งตามพราหมณ์ด้วยความร้าย
กูแค้นใจอ้ายพราหมณ์จะตามจับ เอาตัวสับเสียให้ป่นให้มนตร์หาย
แล้วเร่งทัพขับพหลพลนิกาย นางนั่งท้ายพระที่นั่งหลั่งนํ้าตา
พญายักษ์ชักพระแสงกวัดแกว่งไล่ เร่งต้อนไพร่พลนิกายทั้งซ้ายขวา
เร่งรีบตามข้ามทะเลลอยเมฆา อสุราไสช้างมากลางพล
คเชนทร์ทรงองอาจผาดผยอง คำรณร้องก้องฟ้าเวหาหน
ฮูมแปร๋แปร้นแหงนเงยเสยสุริยน กุมภัณฑ์พลขานโห่ก้องโกลา
พระสิงหไกรภพเหาะรบสู้ สังหารหมู่มารร้ายตายนักหนา
จนสิ้นพลบนอากาศเคลื่อนคลาดคลา ไม่เห็นหน้านุชนาฏเพียงขาดใจ
พอถึงฝั่งวังวนอยู่บนเขา กำสรดเศร้าเสือกซบสลบไสล
ไม่ไหวติงนิ่งนอนถอนฤทัย จวนจะใกล้สุริยาลงสายัณห์ ฯ
๏ จะกล่าวความพราหมณ์จินดาเที่ยวหาน้อง เป็นนกล่องลมสบายเที่ยวผายผัน
ครั้นคํ่าค้างกลางป่าพนาวัน พอสุริยันเยี่ยมทวีปบินรีบไป
ปะถิ่นฐานบ้านตำบลชนบท แวะถามหมดมิได้แจ้งแถลงไข
ถึงสามเดือนเคลื่อนคลาดประหลาดใจ บินรีบไปบูรพาถึงสาคร
คิดจะตามยามเย็นไม่เห็นฝั่ง จึงรอรั้งริมตลิ่งลงสิงขร
เห็นสิงหไกรภพเสือกซบซอน เอะน้องนอนหรือสวรรคครรไล
จึงแปลงกายเป็นพราหมณ์ด้วยความรัก เข้าพลิกผลักปลุกสั่นไม่หวั่นไหว
รอนาสิกริกระบายลมหายใจ รู้ว่าไม่ปลดปลงคงจะคืน
จึงเลือกหามาลีที่มีกลิ่น ชุบวารินพรมให้พอใจชื่น
ค่อยหายหิวริวริกพระพลิกฟื้น หอมระรื่นชื่นใจลืมนัยนา
เห็นพราหมณ์พี่ดีใจปราศรัยถาม พี่เที่ยวตามหรือไฉนไกลนักหนา
พราหมณ์คำนับอัพภิวันท์จำนรรจา กรรมของข้ากับเจ้าจะเล่าความ
ตั้งแต่ต้นจนจบมาพบปะ อุตสาหะตามเสด็จไม่เข็ดขาม
หน่อกระษัตริย์ตรัสเล่าว่าเจ้าพราหมณ์ แต่จากคามประเทศถึงเขตมาร
ได้ธิดาพาหนีมันกรีทัพ มาตามจับชิงนางเหลือล้างผลาญ
มันกลุ้มกลัดพลัดองค์นางนงคราญ แสนสงสารสุดสวาทที่คลาดคลา
พญายักษ์จักโกรธทำโทษแล้ว เหมือนเสียแก้วนัยเนตรของเชษฐา
จะรบชิงมิ่งมิตรวนิดา แม้นแก้วตาวอดวายจะตายตาม
นิจจาเอ๋ยเคยเหมือนเพื่อนชีวิต เคยตามติดเคียงข้างกลางสนาม
จะกลับไปให้เห็นหน้าพงางาม เจ้าพราหมณ์ห้ามปรามน้องประคององค์
พ่อหิวโหยโรยกำลังจะพลั้งพลาด ไม่แคล้วคลาดทรามสงวนนวลหง
พี่หมายมาดคาดจิตบิตุรงค์ เคยรักองค์พระธิดาไม่ฆ่าฟัน
คงตามติดคิดผลาญสังหารยักษ์ พ่อผ่อนพักเรี่ยวแรงให้แข็งขัน
ปลอบให้นั่งรั้งรอแล้วจรจรัล เที่ยวเก็บพรรณผลไม้มาให้น้อง
เสวยอิ่มยิ้มแย้มค่อยแช่มชื่น สำราญรื่นร่วมจิตสนิทสนอง
พระคิดอ่านการศึกนั่งตรึกตรอง พอเห็นกองทัพตามยกหลามมา
รีบจัดแจงแต่งองค์จะยงยุทธ์ แล้วยืนหยุดยั้งอยู่ริมภูผา
เห็นช้างทรงองค์ท้าวเจ้าพารา กับธิดาโฉมฉายอยู่ท้ายช้าง
เห็นนางต้องผูกมือรื้อพิโรธ กำลังโกรธเหาะทะยานขึ้นผ่านขวาง
แกว่งพระขรรค์ฟันรบบนนพภางค์[๕] เข้าชิงนางกลางทัพรบรับรอง
เจ้ากรุงยักษ์หักโหมเข้าโจมจับ ดูกลอกกลับบนอากาศผาดผยอง
พระต่อแย้งแทงฟันกันกระบอง นางหวีดร้องกรีดกราดเพียงขาดใจ
ห้ามไม่หยุดสุดเสียงเอนเอียงซบ ซวนสลบนิ่งอนาถไม่หวาดไหว
เจ้ากรุงมารต้านต่อหน่อพระไท เผอิญให้หิวโหยโรยกำลัง
ด้วยตั้งสายกายสิทธิ์ฤทธิ์พระขรรค์ แต่กุมภัณฑ์ภาวนาคาถาขลัง
เข้ารบรับกับมนุษย์ไม่หยุดยั้ง มาถึงฝั่งสมุทรไทใกล้คีรี
พราหมณ์พี่เลี้ยงเมียงมองเห็นน้องรัก รบกับยักษ์แรงน้อยต้องถอยหนี
แล้วกินใบไม้ยาเป็นพาลี ได้ท่วงทีโถมจับกับกุมภัณฑ์
ทั้งตีนมือยื้อยุดอาวุธยักษ์ เข้าขบกัดจัตุพักตร์ผลักผินผัน
พลัดตกนํ้าคํ่าพลบต่างรบกัน ตีกุมภัณฑ์จมลงในคงคา ฯ
๏ แล้วลิงแปลงแกล้งสละมาปะน้อง ดูพวกพ้องพลยักษ์ยังหนักหนา
จะหํ้าหั่นบั่นรอนอ่อนระอา เจ้าพราหมณ์พาหน่อกระษัตริย์หลีกลัดไป
ด้วยมืดคํ่าสำคัญตะวันตก เที่ยวเวียนวกหวังจะหาที่อาศัย
ถึงเขาเขียวเลี้ยวลับกองทัพชัย ชวนหน่อไทลงธารชานคีรี
เห็นต้นรังบังลมร่มระรื่น จนดึกดื่นดาวจรัสรัศมี
หน่อกระษัตริย์ขัดแค้นแสนทวี ปรึกษาพี่เลี้ยงพราหมณ์จะตามนาง
พราหมณ์จินดาว่ายักษ์อักนิษฐ์ จะชิงฤทธิ์ไม่ถนัดเห็นขัดขวาง
พระตรัสว่าช้านักจักวายวาง สงสารนางต้องถูกผูกข้อมือ
พี่เลี้ยงว่าถ้าไม่อาลัยบุตร มิฆ่านุชน้องแก้วเสียแล้วหรือ
พระว่าน้องหมองใจดังไฟฮือ จะไว้ชื่อชิงนางจนวางวาย
เจ้าพราหมณ์ห้ามตามทำเนียบให้เรียบร้อย อันนํ้าน้อยแพ้ไฟดับไม่หาย
เราสองคนพลไกรทั้งไพร่นาย[๖] ยิ่งฆ่าตายก็ยิ่งเพิ่มยิ่งเติมมา
อันองค์ท้าวเจ้าบูรีมีสี่พักตร์ สิทธิศักดิ์ทรงมนตร์ดลคาถา
เมื่อรบกันฟันฟาดด้วยสาตรา ถูกกายาย่อยยับแล้วกลับดี
อันแสงสายกายสิทธิ์ฤทธิ์พระขรรค์ เห็นจะกันแก้ได้จึงไม่หนี
อันการศึกตรึกตราเห็นช้าที พ่อฟังพี่อย่าเพิ่งรบหลีกหลบองค์
ไปถิ่นฐานมารดรบิตุเรศ ให้ทรงเดชชื่นชมสมประสงค์
จึงคิดอ่านการประจญรณรงค์ ซึ่งโฉมยงเห็นจะได้ด้วยง่ายดาย
พระฟังความพราหมณ์ตอบค่อยชอบชื่น ถอนสะอื้นอาลัยพระทัยหาย
จึงตอบว่าช้าไม่รอดคงวอดวาย แสนเสียดายพระธิดายุพาพาล
จะหาไหนได้เหมือนองค์นางนงลักษณ์ สู้ติดตามความรักสมัครสมาน
จะทิ้งไว้ในพาราเห็นช้านาน นึกสงสารศรีสวัสดิ์จะขัดเคือง
ด้วยทรงครรภ์มันจะแค้นแสนพิโรธ จะทำโทษทุกข์ตรอมจนผอมเหลือง
คิดจะตามทรามวัยไปในเมือง ให้รู้เรื่องร้ายดีหนอพี่พราหมณ์
แล้วพาองค์นงลักษณ์ไปนัคเรศ ทุกขอบเขตข้าศึกจะนึกขาม
ทั้งจะได้ไว้ยศให้งดงาม หรือพี่พราหมณ์จะเห็นเป็นกระไร ฯ
๏ เจ้าจินดาสามิภักดิ์รักกระษัตริย์ นั่งนวดพัดพูดจาอัชฌาสัย
แม้นหน่วงหนักรักหญิงจะชิงชัย ฉวยขัดขวางอย่างไรจะได้อาย
พระชนกชนนีเป็นที่ยิ่ง ไม่ควรทิ้งทอดพระคุณให้สูญหาย
ถึงลูกเมียเสียไปแม้นไม่ตาย ก็หาง่ายดอกพี่เห็นไม่เป็นไร
พระบิดรมารดานั้นหายาก กำจัดจากแล้วไม่มีที่อาศัย
นางไปอยู่บูรีไม่มีภัย มาเมื่อไรคงพบประสบกัน
ขอเชิญพ่อหน่อเนื้อในเชื้อแถว ไปกรุงแก้วโกญจามหาศวรรย์
พระบิตุราชมาตุรงค์เผ่าพงศ์พันธุ์ จะนับวันคอยหาด้วยอาวรณ์
พระฟังคำทำเนียบเรียบถวาย ค่อยเหือดหายหนักหน่วงดวงสมร
คิดถึงวงศ์พงศาประชากร พระบิดรมารดาจะอาดูร
จึงว่าพี่มีคุณการุญรัก มิเสื่อมศักดิ์สืบสายไม่หายสูญ
จะรับไปให้ถึงวงศ์พงศ์ประยูร[๗] แล้วจึงทูลลามารบราวี
วันนี้เราเข้าพักเสียสักตื่น รุ่งเช้าขึ้นจะได้มุ่งไปกรุงศรี
พลางชวนชิดนิทราในราตรี จนรวีวรรณสว่างกระจ่างตา
ต่างจัดแจงแปลงกายกลายเป็นนก สองวิหคเหินเร่บนเวหา
หมายประจิมอิ่มใจรีบไคลคลา เจ้าจินดาดูทางไปกลางไพร ฯ
๏ จะกล่าวกลับทัพยักษ์อักนิษฐ์ เมื่อมืดมิดมิได้เห็นว่าเป็นไฉน
หยุดสำนักพักพลสกลไกร ทั้งนายไพร่พร้อมพรั่งริมฝั่งชล
ครั้นรุ่งเช้าฝ่ายท้าวจัตุพักตร์ พาลูกรักทรงช้างมากลางหน
ให้แยกย้ายรายหมู่อสุรพล เที่ยวไล่ค้นหาพราหมณ์ถึงสามวัน
จนสิ้นแคว้นแผ่นดินสุดสิ้นเขต ถิ่นประเทศทุกท่าพนาสัณฑ์
จึงเลิกทัพกลับพาราเมืองมารัน สั่งกุมภัณฑ์ไพร่ฟ้าทั้งธานี
พบนกแก้วแล้วให้ฆ่าเสียอย่าละ กลัวพราหมณ์จะลักพาธิดาหนี
เกณฑ์ไพร่พร้อมล้อมปราสาทราชบุตรี มิให้มีสิ่งไรมาใกล้กราย ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์สร้อยสุดาสมร อุ้มอุทรทุกข์ใจมิใคร่หาย
ทุกทิวาราตรีไม่มีสบาย ด้วยเป็นหม้ายหมองช้ำระกำตรอม
คิดคะนึงถึงพราหมณ์ยามวิโยค เป็นสุดโศกเสียรูปจนซูบผอม
ทุกคํ่าคืนกำสรดสู้อดออม จนมัวมอมหมองช้ำด้วยรำคาญ
ไม่แต่งองค์ทรงสำอางสางพระสก จนประปกอังสาน่าสงสาร
ไม่ทรงเครื่องเรืองจรัสชัชวาล อยู่ในม่านมิใคร่ออกนอกปรางค์ทอง
คิดถึงพราหมณ์ยามอยู่เป็นคู่ชื่น ทุกวันคืนคํ่าเช้าให้เศร้าหมอง
แนบเขนยเคยเรียงเคียงประคอง ถนอมน้องนิทราทุกราตรี
พระพลัดพรากจากไปมิได้กลับ ดั่งเดือนลับท้องฟ้าในราศี
จะนับเดือนเลื่อนลับไปนับปี มิรู้ที่น้องจะคิดไปติดตาม
แม้นทราบข่าวราวเรื่องอยู่เมืองไหน จะรีบไปตามเสด็จไม่เข็ดขาม
หรือทรงยศปลดปลงในสงคราม จะตายตามเสียให้ลับที่อับอาย
หรือองค์เดียวเปลี่ยวจิตไม่คิดรบ จึงหลีกหลบเลยไปน่าใจหาย
ไม่กลับมาหาเมียไม่เสียดาย หรือเคลื่อนคลายอาลัยที่ในน้อง
โอ้คราวนี้มิชั่วก็เหมือนชั่ว เพราะมีผัวมิได้อยู่เป็นคู่สอง
สะอื้นรํ่ารำลึกเหลือตรึกตรอง พระเนตรนองชลนาทุกราตรี
นางยอกรวอนไหว้ไทเทเวศ อมรเมศเมืองฟ้าทุกราศี
ถ้าแม้นสิ้นบุญญาพระสามี ให้น้องนี้มอดม้วยไปด้วยกัน
จะเกิดไหนให้รองละอองบาท อย่าแคล้วคลาดเคลื่อนคลาจนอาสัญ
แสนวิโยคโศกสะอื้นทุกคืนวัน อุตส่าห์กลั้นกลืนกลํ้าระกำทรวง
ทั้งทรงครรภ์พรั่นจิตคิดวิตก เหมือนอย่างยกเมรุไกรไศลหลวง
สู้ซ่อนกายอายสุรางค์นางทั้งปวง ให้หงิมง่วงเงียบเหงาเศร้าโศกา ฯ


[๑] รากโษส = รากษส

[๒] เพชพระยาธร = เพทยาธร เดิมใช้ว่า “วิทยาธร”

[๓] ฟ้าผี่ เป็นคำอุทานอย่างหนึ่งในสมัยก่อน

[๔] สมุดไทยเลขที่ ๔๕ ว่า “ให้ขายหน้าบาทบงสุ์พระทรงยศ”

[๕] นพภางค์ = นภางค์ แปลว่า ท้องฟ้า

[๖] สมุดไทยเลขที่ ๔๕ ว่า “เราสองคนฆ่าพลทั้งไพร่นาย”

[๗] สมุดไทยเลขที่ ๘๕ ว่า “รีบไปให้ถึงวงศ์พงศ์ประยูร”

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ