ตอนที่ ๑๙ รามวงศ์เข้าเมืองกาลเนตร

๏ จะกล่าวเรื่องเมืองยักษ์นคเรศ ท้าวกาลเนตรหน่อไทครรไลหงส์
เป็นเมืองใหญ่ไพร่พลรณรงค์ ล้วนทนงสงครามไม่ขามใคร
อันองค์ท้าวเจ้าพารากาลเนตร ศักดาเดชดังพระเจ้าเขาไศล
ลืมจักษุดุดูเห็นผู้ใด เป็นเพลิงไหม้หมดกายวอดวายปราณ
มีลูกสาวราวกับหุ่นละมุนละม่อม เลี้ยงถนอมในปราสาทราชฐาน
เจริญรื่นชื่นโฉมประโลมลาญ ลางดลดาลดินไหวดังไกวเปล
ทุกถิ่นฐานบ้านช่องเสียงซ้องแซ่ ทั้งหนุ่มแก่แลดูกันวิ่งหันเห
ถึงสามวันปั่นป่วนต้องรวนเร เดินซวนเซซานซมล้มระเนน
ไมเห็นพระอาทิตย์คิดประหลาด นภากาศกํ่าแดงดังแสงเสน
ศิลาปักหลักนครก็อ่อนเอน อำมาตย์เกณฑ์กันขุดบ้างฉุดชัก
ยกไม่ไหวไพร่พลเกลื่อนกล่นกลุ้ม ฉุดประชุมเชือกขาดประหลาดหนัก
จะยกหินสิ้นปัญญาบรรดายักษ์ ศิลาหลักมิได้ตรงคิดสงกา
ใหัตีฆ้องร้องป่าวบอกราวเรื่อง เจ้าบ้านเมืองมีฤทธิ์ทุกทิศา
ใครยกหลักปักตรงองค์ธิดา จะวิวาห์ให้เป็นคู่กับผู้นั้น
ต่างลือเลื่องเมืองอื่นนับหมื่นแสน มาเนืองแน่นในประเทศทุกเขตขัณฑ์
อยากจะใคร่ได้ผู้หญิงต่างชิงกัน ยกทุกวันก็ไม่ไหวบ้างไปมา ฯ
๏ จะกล่าวความรามวงศ์หมายตรงทิศ นำพวกศิษย์สาวน้อยน้อยลอยเวหา
เห็นเมืองใหญ่ไพร่พลคณนา ตามมรคาคึกคักล้วนยักษ์มาร
แม้นหยาบหยามข้ามเมืองจะเคืองแค้น ขึ้นทดแทนทำศึกด้วยฮึกหาญ
ต้องรบพุ่งรุ่งคํ่าจะรำคาญ พ้นเมืองมารจึงค่อยเหาะเถิดหนอน้อง
แล้วลงเดินเนินทางให้นางยักษ์ นำทรงศักดิ์ส่งภาษาสนอง
เขาเล่าลืออื้อฉาวตามป่าวร้อง เสียงแซ่ซ้องสืบถามฟังความมา
ตลาดแลแต่ล้วนคึกคักคั่ง แม่ค้านั่งเรียงรายทั้งซ้ายขวา
ขายเนื้อเบื้อเสือกวางเชือดช้างม้า เต่าจระเข้เหราทั้งปลาวาฬ
พวกหญิงชายขายซื้อบ้างถือกัด กินเนื้อสัตว์สดสดว่ารสหวาน
ดูเวียงไชยใหญ่โตมโหฬาร ตั้งตึกกว้านบ้านถิ่นล้วนศิลา
บรรดาเหล่าชาวเมืองเดินเนืองแน่น นับหมื่นแสนสาวแก่แซ่ซ้ายขวา
เห็นนักสิทธ์พิศวาสเพียงบาดตา น้อยน้อยน่ารักเรียงเดินเคียงกัน
บ้างเรียกรักทักเธอไม่เก้อเขิน บ้างหยอกเอินเอาลูกไม้ไปให้ฉัน
บ้างแลเห็นเป็นผู้หญิงวิ่งชิงกัน ดูรูปโฉมโนมพรรณเพียงขวัญตา
ทั้งสาวแกแม่หม้ายไม่อายเหนียม ตามและเลียมเลียบชายแซงซ้ายขวา
พระแกล้งเมินเดินเฉยหลีกเลยมา เห็นศิลาล้มอยู่กลางบูรี
พระรามวงศ์ตรงเข้ายกเสาหิน ขึ้นจากดินได้ด้วยมือพระฤๅษี
แล้วกลับปักหลักคงตั้งตรงดี ชาวบูรีร้องบอกกันออกอึง
บรรดาเหล่าท้าวพระยาที่มาเก้อ อายกับเธอทั้งปวงคิดหวงหึง
จะชิงนางต่างตรึกไว้ลึกซึ้ง จนทราบถึงองค์ท้าวเจ้าบูรี
ให้อำมาตย์ราธนาพวกดาบส มาพร้อมหมดแต่ว่าไม่ไหว้ฤๅษี
ด้วยถือไสยไหว้แต่พระศุลี จึงพาทีถามนามพระรามวงศ์
เราว่าไว้ใครมาอาสาปัก ศิลาหลักได้สมอารมณ์ประสงค์
กับลูกสาวเราจะเษก[๑]เป็นเอกองค์ ให้สืบทรงเศวตฉัตรสวัสดี
เดี๋ยวนี้เล่าเจ้าปักหลักขึ้นได้ เราจะให้ธิดามารศรี
อย่าเที่ยวเร่เฉโกเป็นโยคี สึกมาอยู่บูรีแต่งวิวาห์ ฯ
๏ พระฟังยักษ์ทักถามทีหยามหยาบ ไม่ไหว้กราบตรัสฮึกให้สึกหา
จึงว่าเราเข้ามาปักหลักศิลา ให้เป็นค่าของทางเดินกลางเมือง
จะมีเมียเสียพรตทิ้งยศศักดิ์ เราไม่รักเหมือนดังหนังเสือเหลือง
จงไพบูลย์พูนสวัสดิ์อย่าขัดเคือง ขอคืนเมืองมอบลูกสาวให้ท้าวไท
จะสู้ถือฤๅษีหนีสงสาร หวังนิพพานพ้นพิภพสบสมัย
พอขาดคำอำลาจะคลาไคล เจ้ากรุงไกรกริ้วโกรธคาดโทษทัณฑ์
ให้หยุดยั้งนั่งอยู่กระทู้ถาม จะหยิบความข้อผิดพูดบิดผัน
มายกเสาขึ้นได้ให้รางวัล ไม่รับนั้นขัดเราเป็นเจ้านาย
แต่หนุ่มเยาว์เฉาโฉดยกโทษไว้ จะทำให้สมรับสั่งสิ้นทั้งหลาย
แม้นขัดอีกฉีกปากให้ครากตาย ตามกฎหมายข้อขัดกระษัตรา ฯ
๏ พระดาบสอดโกรธโปรดประภาษ เราถือสัตย์ตัดขาดทรงศาสนา
ถึงแก้วแหวนแผ่นดินไม่จินตนา แล้วชวนพระอนุชาลุกคลาไคล
เจ้ากรุงยักษ์พักตร์นิ่วโกรธกริ้วกราด กระทืบบาทบนบัลลังก์เวียงวังไหว
เหวยเสนาอย่าให้หนีพวกชีไพร จับเป็นไปใส่คุกให้ทุกคน
ขุนหมื่นยักษ์คักคึกสะอึกไล่ เรียกบ่าวไพร่พรูตามหลามถนน
พวกม้าช้างต่างไล่ต้อนไพร่พล มาเกลื่อนกล่นกลุ้มจับพระรับรบ
นางอสุรีพี่น้องทั้งสองยักษ์ ถือพัดจักรกรดสับซ้อนซับศพ
หน่อกระษัตริย์ตัดศีรษะถีบกระทบ เลี้ยวตลบไล่ฆ่าโยธามาร
ที่ม้วยมอดวอดวายตัวนายต้อน เข้าราญรอนรำหอกแกว่งกลอกขวาน
บ้างฉวยคว้าพร้าโต้โย้ทะยาน ถอนต้นตาลตีรุมตะลุมบอน
พระรามวงศ์ทรงจักรขว้างยักษ์ร้าย แตกกระจายตายกลิ้งดังสิงขร
ฝ่ายทัพท้าวเจ้าประเทศเขตนคร รุมราญรอนรบประดังเข้าคั่งคับ
หมายจะชิงหญิงสาวพวกดาวบส ต่างเลี้ยวลดไล่ลัดสกัดจับ
พระเทวราชฟาดฟันรอนรันรับ ผลาญยักษ์ยับย่นแยกตื่นแตกแตน
แต่ยักษีพี่น้องสองกระษัตริย์ ไล่ฟาดฟัดฟันตายลงหลายแสน
ฆ่าเท่าไรไม่หมดมาทดแทน อเนกแน่นหน้าหลังประดังกัน
เจ็ดธิดาหน้าซีดร้องกรีดกราด สะดุ้งหวาดวิ่งหนีไม่มีขวัญ
พระรามวงศ์ทรงศรไล่รอนรัน ยักษ์ขยั้นหยุดยั้งคับคั่งคอย
พระหยุดยืนมึนเมื่อยนึกเหนื่อยเหน็ด สงสารเจ็ดพระธิดาดูหน้าจ๋อย
ด้วยรุ่นสาวชาววังกำลังน้อย นางจะพลอยพลัดพรายวอดวายวาง
ปรึกษาน้องสองยักษ์จำจักหนี รบที่นี่ไม่ถนัดจะขัดขวาง
เจ้ารั้งหลังทั้งสองกับน้องนาง ไปเขาสูงทุ่งกว้างหนทางมา
ให้พระนุชบุตรีศรีสวัสดิ์ นางกระษัตริย์ซ่อนอยู่ในคูหา
แต่น้องรักยักษีกับพี่ยา คิดเข่นฆ่าโคตรมันให้บรรลัย
แล้วแต่งองค์ทรงกระบองนำน้องรัก เหาะตามยักษ์ไล่สกัดตีตัดษัย
จนจวนพลบรบพุ่งพ้นกรุงไกร ถึงเขาใหญ่ได้ที่สีหนาม
ลงหยุดนั่งพรั่งพร้อมบนจอมเขา ค่อยบรรเทาทั้งสิบเอ็ดไม่เข็ดขาม
คอยดูยักษ์จักขับกองทัพตาม จะปราบปรามปรึกษาพูดจากัน ฯ
๏ ฝ่ายองค์ท้าวเจ้าพารากาลเนตร คิดสมเพชพวกโยธาที่อาสัญ
จึงสั่งท้าวเจ้าประเทศทุกเขตคัน ใครแข็งขันติดตามจับรามวงศ์
มาเชือดชิ้นกินดิบทั้งสิบเอ็ด ให้สิ้นเสร็จสงครามตามประสงค์
กับลูกรักจักภิเษกเป็นเอกองค์ ให้ดำรงราไชยเพิ่มไพบูลย์ ฯ
๏ ฝ่ายพวกยักษ์นคเรศประเทศราช ล้วนหยาบคายร้ายกาจชาติอสูร
ต่างอยากได้ผู้หญิงชิงกันทูล จะขอพูนเพิ่มพระยศให้งดงาม
ไปมัดมือฤๅษีสตรีสาว มาเฝ้าท้าวทั้งสิบเอ็ดไม่เข็ดขาม
แล้วทูลลาพาทหารชาญสงคราม รีบเหาะตามรามวงศ์เหมือนจงใจ
จนเย็นยํ่าคํ่าพลบจุดคบส่อง ต่างโห่ร้องรับกันเสียงหวั่นไหว
ล้วนทัพท้าวเจ้าเมืองหนุนเนื่องไป จุดคบไต้ไฟสว่างดังกลางวัน
พระรามวงศ์ลงเอกเขนกเหนื่อย ลมเรื่อยเรื่อยรื่นแรงค่อยแข็งขัน
กับหน่อนาถราชธิดาพร้อมหน้ากัน ดูกุมภัณฑ์พวกยักษ์คึกคักตาม
จุดไต้คบครบมือเที่ยวถือส่อง ดูเนืองนองนับแสนแน่นสนาม
นั่งสำรวลสรวลสันต์ไม่ครั่นคร้าม จะสงครามรบพุ่งต่อรุ่งราง
พระนึกรักปักษีชะนีน้อย เรียกใช้สอยปรนนิบัติไม่ขัดขวาง
ให้นวดฟั้นบัญชาพูดจาพลาง ทั้งสองนางนั่งยิ้มอิ่มอารมณ์
เจ็ดบุตรีมีศึกให้นึกรัก กับนางยักษ์ชักชิดสนิทสนม
ฝ่ายพี่น้องตรองตรึกนึกนิยม อยากใคร่สมปรารถนาอาสารบ
ข้าขอรับจับท้าวเจ้าประเทศ ร่ายพระเวทให้ระงับหลับสลบ
ตัดเกศมาให้องค์พระทรงภพ อย่าปรารภรับปราบให้ราบไป
พระลูบหลังทั้งสองว่าน้องรัก สามิภักดิ์รักพี่จะมีไหน
ช่วยรบสู้คู่ชีวิตร่วมจิตใจ จะรักใครให้เหมือนน้องทั้งสองรา
เราร้องขับรับพิณให้ยินเสียง ว่าพร้อมเพรียงกันอยู่ยอดภูผา
พวกกุมภัณฑ์มันขับกองทัพมา จึงแก้วตาตัดหัวพวกตัวนาย
นางปักษีดีใจดังได้แก้ว หัวเราะแล้วน้อมคำนับขับถวาย
ขอบังคมสมเด็จนเรศนรายณ์[๒] เสด็จวายยุกูลปราบราพณ์อาธรรม์
ถึงปางเคราะห์เหมือนอย่างปางราเมศร์ เที่ยวทุเรศแรมป่าพนาสัณฑ์
เครื่องพระแสงแบ่งภาคจากเทวัญ พิณพระขรรค์นั้นเป็นพระอนุชา
เทพรำกำลังศิลป์สังข์จักร เป็นหญิงยักษ์อยู่สำหรับรับอาสา
สาวสุรางค์ข้างที่ศรีไสยา แบ่งภาคมาตามเสด็จทั้งเจ็ดองค์
ด้วยเดชะพระมหาเทพาวุธ จะสิ้นสุดเสี้ยนหนามตามประสงค์
สงสารพระหริรักษ์ศักดิ์สุริย์วงศ์ เคยณรงค์ยงยุทธ์ทรงครุฑบิน
นาคราชอาสน์ทิพย์สามสิบเศียร ประหวั่นเวียนวงกลมประทมสินธุ์
เสียงรื่นเรื่อยเฉื่อยฉํ่าด้วยอำรินทร์ คอยดีดพิณเพลงสวรรค์กล่อมบรรทม
โอ้ถึงปางร้างรักปราบยักษ์ร้าย พระนารายณ์ไร้สุรางค์นางสนม
รักษาพรตอตส่าห์ทรงศีลจงกรม แรมประทมร่มรังไร้วังเวียง
แล้วหวนลงส่งลำบทคำหวาน พิณประสานสายเอกวิเวกเสียง
ดังดนตรีปี่แก้วแจ้วจำเรียง ซ้อนสำเนียงนิ้วกรีดเดาะดีดดัง
อสุรินทร์ยินขับกลับทหาร อลหม่านมืดมากลุ้มหน้าหลัง
จะเข้าจับกลับพรั่นขยั้นยั้ง ต่างเพลินฟังดังจะหลับเจื้อยจับใจ
พระดีดดังวังเวงเป็นเพลงกล่อม พวกยักษ์ล้อมหลายทัพเลยหลับใหล
นางพี่น้องสองอสุรีก็ดีใจ ทูลลาไปทัพท้าวเจ้านคร
เห็นนั่งหลับจับศีรษะฉะด้วยพัด ขาดเหมือนตัดหยวกทิ้งรอบสิงขร
ทิ้งไพร่นายตายยับซบซับซ้อน ทั้งเศียรกรกายขาดดื่นดาษดิน
ครั้นรุ่งแลแต่ล้วนศพตายทบทับ ดูซ้อนซับนับโกฏิดังโขดหิน
โลหิตนองท้องสุธาดังวาริน แลไม่สิ้นศพตายสุดสายตา
เหลือจะดอดลอดเล็ดระเห็จเหิน แตกตะเพิ่นโผนร่อนว่อนเวหา
แล้วยักษีพี่น้องทั้งสองมา กราบบาทาทูลความพระรามวงศ์ ฯ
๏ ฝ่ายพระนุชบุตรีเห็นผียักษ์ อนาถนักพินิจพิศวง
ให้หวิวไหวใจป่วนเซซวนทรง ต่างซบลงลมจับนั่งหลับตา
นางพี่น้องสองยักษ์หักดอกไม้ มารอให้หอมรื่นชื่นนาสา
ต่างรู้สึกนึกกลืนฝืนวิญญาณ์ อาเจียนลมก้มหน้าไม่พาที
พระรามวงศ์ลงเอกเขนกนึก แล้วตรัสปรึกษาน้องนางสองศรี
พวกรากโษสโกฏิแสนทบแทนทวี เรารบสี่คนน้อยคอยระวัง
ด้วยองค์ท้าวเจ้าประเทศเนตรเป็นกรด หัวเมืองหมดจะโมโหด้วยโอหัง
คงยกมาอย่าประมาทจะพลาดพลั้ง สงครามครั้งนี้รบหลีกหลบกาย
นางปักษีดีใจกราบไหว้ว่า ขออาสาตัดศีรษะมาถวาย
ถึงเสียเชิงเพลิงกรดไหม้หมดกาย รูปทรงหายสูญแล้วเขี้ยวแก้วยัง
ได้พรมพรำนํ้าอบตรลบกลิ่น กลับเป็นอินทรีย์สมอารมณ์หวัง
ด้วยข้าบาทธาตุลมสมกำลัง ระคนทั้งกลิ่นอายเป็นกายมา
จะขอรับจับท้าวเจ้าประเทศ ควักดวงเนตรมาถวายทั้งซ้ายขวา
พระทรงฟังนั่งนึกนิ่งตรึกตรา จึงตรัสว่าอย่าประมาทองอาจใจ
ถึงมิตายกายสูญจะพูนเกิด ประดักประเดิดด้วยไม่เห็นเป็นไฉน
ต้องผ่อนปรนกลศึกตรองตรึกไตร ให้ได้ชัยชนะจึงจะดี
พระเทวราชอาจหาญในการศึก นึกตรองตรึกกราบประณตบทศรี
ให้พี่น้องสองสุดาออกราวี ทั้งข้านี้จะไปด้วยได้ช่วยกัน
ถึงพี่น้องต้องกรดม้วยหมดสิ้น จะดีดพิณผลาญชีวาให้อาสัญ
เหมือนสายฟ้าผ่าต้องทั้งสองกรรณ ทำลายลั่นบรรลัยดังใจจง
พระชื่นชอบตอบว่าปัญญาน้อง ช่างตรึกตรองต้องจิตคิดประสงค์
เห็นจะได้ชัยชนะในณรงค์ มันก็คงยกมาคอยราวี
แล้วหยุดหย่อนผ่อนพักสำนักนั่ง ใต้ร่มรังตั้งพักตร์ดูยักษี
ฝ่ายเจ็ดองค์นงนุชพระบุตรี ปรนนิบัติพัดวีให้ปรีดา ฯ
๏ ฝ่ายพวกยักษ์นคเรศสืบเหตุทัพ เห็นยักษ์ยับแยกย้ายตายหนักหนา
ต่างตกใจไปเฝ้าเจ้าพารา ทูลกิจจาข้าศึกเห็นฮึกครัน
เจ้ากรุงยักษ์พักตร์ตึงทะลึ่งลุก เล่นสนุกสักหน่อยวะเหะหะหัน
โมโหมาหาอะไรก็ไม่ทัน ฉวยฉุดคันกล้องแกว่งแผลงศักดา
พอดังเปรี้ยงเสียงตรงที่มงกุฎ กระเด็นหลุดจากศีรษะเซถลา
หกล้มผลุงฝูงสุรางค์นางพญา พยุงมาแท่นรัตน์นวดพัดวี
นางนงลักษณ์อัคเรศก้มเกศกราบ พระเคยปราบดิบฟ้าทุกราศี
ไม่เคยเห็นเป็นลางถึงอย่างนี้ ฤกษ์ไม่ดีเดินทัพจะอับปาง
พระเคืองขัดตรัสกระโชกอย่าโหยกเหยก ชะโหรเอกออกมาทัดพูดขัดขวาง
เหวยเสนาข้าเฝ้าเหล่าขุนนาง เร่งผูกช้างชัยณรงค์เคยสงคราม
กับโล่เขนเกณฑ์แห่แต่เท่านั้น ไปมากมันมาสิบเอ็ดเหมือนเข็ดขาม
เสนาน้อมพร้อมพรั่งรับสั่งความ มาแต่งตามบัญชาพญามาร ฯ
๏ พระแต่งองค์ทรงขอขึ้นคอช้าง ทหารข้างพระคชาล้วนกล้าหาญ
เป่าแตรสังข์หลังหน้าคชาชาญ จากพระลานลอยฟ้าเคลื่อนคลาไคล
แต่พอออกนอกกำแพงสิ้นแรงเรี่ยว เห็นกาเหยี่ยวแร้งร่อนว่อนไสว
เสียงโห่ทั้งสังข์แตรปรวนแปรไป เหมือนร้องไห้แซ่ซ้องสยองเย็น
เป็นสายรุ้งพุ่งลงที่ตรงพักตร์ เสื้อเมืองยักษ์หญิงแก่ให้แลเห็น
ร้องห้ามว่าอย่าไปนะศีรษะกระเด็น แล้วกลับเป็นลมลับวับวิญญาณ์
เจ้ากรุงยักษ์หนักใจเห็นไม่รอด หยุดช้างกอดกรสยองพองเกศา
เสียดายวงศ์พงศ์พันธุ์สวรรยา กลับเหลียวหลังตั้งตาดูธานี
นิจจาเอ๋ยเคยอยู่แม้นกูม้วย ใครจะช่วยสร้างเสริมเฉลิมศรี
จะเยือกเย็นเป็นป่าพนาลี เขตบูรีรั้ววังเป็นรังกา
โอ้เวรกรรมทำไว้ไฉนหนอ นํ้าเนตรคลอคล้ำพักตร์ท้าวยักษา
สงสารสุดบุตรีจะวิวาห์ กลับเป็นข้าศึกแสนที่แค้นเคือง
คิดถึงพระมเหสียิ่งวิโยค จะซํ้าโศกทรวงตรอมซูบผอมเหลือง
อสุรศักดิ์ยักษ์มารทั้งบ้านเมือง จะแค้นเคืองคิดสลดระทดใจ
ถอนสะอื้นกลืนกลั้นอั้นอัดอก นํ้าตาตกซกโทรมชโลมไหล
จะกลับทัพอัปยศเสียยศไกร ถึงบรรลัยไว้ชื่อให้ลือชา
คิดเฉียวฉุนหุนหันทั้งพันพักตร์ สองพันกรศรีจักรถือหนักหนา
สูงใหญ่เยี่ยมเทียมเมฆมหึมา ขับคชาชาญกระเทื้อมชะเงื้อมเงา ฯ
๏ จะกล่าวความรามวงศ์คอยยงยุทธ์ พร้อมกันหยุดยั้งอยู่ยอดภูเขา
แซ่สำเนียงเสียงโห่เรื่อยโร่เร้า ดูดังเงาเมฆมืดเป็นพืดมา
พระสอนน้องสอนยักษ์แม้นจักรบ คอยเลี่ยงหลบหลีกพักตร์ท้าวยักษา
แล้วอวยชัยให้พระน้องทั้งสองรา ต่างกราบลาเหาะลอยไปคอยรับ
พระเทวราชผาดผยองลอยล่องรีบ เข้าแฝงกลีบเมฆชม้อยคอยขยับ
ฝ่ายสองนางขวางหน้าโยธาทัพ ห้ามให้ยับยั้งฟังรับสั่งความ
แล้วร้องเย้ยเหวยพญากาลเนตร ทำเหมือนเปรตโย่งเย่งน่าเกรงขาม
พระเป็นเจ้าอวตารชาญสงคราม ให้มาห้ามหัสเนตร[๓]ด้วยเมตตา
แต่แรกเริ่มเดิมทีมีมิตรจิต มิควรคิดหาญหักเลยยักษา
ให้เมืองน้อยพลอยตายวายชีวา ตัวยังมาสงครามจะตามตาย
อย่าเพ่อนึกฮึกฮักเชื่อจักษุ จะโปร่งปรุแตกกระเด็นไม่เห็นหาย
พระหน่อนามรามวงศ์องค์นารายณ์ เสด็จวายยุกูลมาปราบธานี
อย่าหยามหยาบกราบไหว้จะได้รอด กลับไปกอดกันกับพระมเหสี
แม้นดึงดื้อถือว่าลูกตาดี ลืมดูนี่แน่ะให้ไฟมาไหม้ลอง
เจ้ากรุงมารดาลเดือดกระเดาะปาก เสียงสำรากร้องว่าพูดจาจองหอง
มึงนับถือฤๅษีจะมีท้อง หมายยกย่องถือว่าเป็นนารายณ์
กูก็รู้อยู่ดอกอีขี้ปะติว ตัวจิ๋วจิ๋วจ้านจ้าประดาหาย
เหมือนแมงหวี่บี้แบนกูแสนอาย บอกนารายณ์นายมึงมาจึงจะดี ฯ
๏ ฝ่ายสองนางต่างล่อหัวร่อเล่น ตัวเหมือนเช่นช้างใหญ่เขาไม่หนี
เราเป็นเด็กกระจ้อยร่อยน้อยเท่านี้ เหมือนแมงหวี่หวังจะฆ่าตอมตาช้าง
มิเชื่อสู้ดูลองสักสองยก เศียรไม่ตกตามปากจึงถากถาง
แล้วถาโถมโจมรบในนภางค์ ตัดคอช้างตกพลัดกับปัถพี
พญามารราญรอนฟันฟอนฟาด ก็แคล้วคลาดมิได้ต้องนางสองศรี
ฝ่ายสองนางต่างล่อให้ต่อตี ได้ท่วงทีโถมชิดไล่ติดพัน
นางพี่สาวน้าวยุดมงกุฎยักษ์ น้องสาวควักดวงเนตรเจ้าเขตขัณฑ์
ลืมตากว้างอย่างไฟประลัยกัลป์ สองนางนั้นหายวับไปลับตา ฯ
๏ ฝ่ายองค์เทวราชเห็นพลาดเพลี่ยง ดีดพิณเสียงสุนีฟาดหวาดผวา
กระเดื่องดังกังสดาลสะท้านสุธา ดังฟ้าผ่าพญามารไม่ทานทน
ทอดพระองค์ลงที่ทุ่งผลุงสนั่น แก้วพระกรรณแตกเกลือกกลิ้งเสือกสน
ฟังเสียงพิณสิ้นใจทั้งไพร่พล ตกเกลื่อนกล่นกลิ้งกลาดดาษดา
เห็นยักษ์ล้มสมคะเนพระเทวราช ไปเฝ้าบาทบทเรศพระเชษฐา
ทูลถึงที่พี่น้องนางสองรา จะต้องตากรดตายด้วยหายไป
พระรามวงศ์นงนุชสุดสงสาร ด้วยนางมารมีจิตพิสมัย
ทั้งเก้าองค์ทรงกันแสงสุดแข็งใจ ชลนัยน์ไหลหลั่งลงพรั่งพราย
พระว่านางต่างสั่งไว้ทั้งสอง ถึงตัวต้องตาไฟประลัยหาย
เหลือเขี้ยวแก้วแล้วก็รอดไม่วอดวาย ที่นางตายที่ตรงไหนนำไปลอง
ช่วยกันหาถ้าแม้นได้แล้วไม่ม้วย ได้ชุบช่วยชีวังนางทั้งสอง
ปรึกษาพลางทางชวนนวลละออง ให้พระน้องนำเสด็จระเห็จทะยาน
ถึงยักษ์ตายก่ายกองลงท้องทุ่ง เที่ยวเดินมุ่งหามาน่าสงสาร
ได้เขี้ยวแก้วแววไวถูกไฟกาล ดูดำด้านมัวหมองทั้งสองเม็ด
เหมือนคำสั่งทั้งสองพี่น้องแล้ว วางเขี้ยวแก้วไว้บนหัตถ์ดูตรัสเตร็จ
เป็นเหลี่ยมแหลมแวมวับเหมือนกับเพชร ช่วยชุบเช็ดผุดผ่องไม่หมองมอม
แล้วกลับมาอาศัยเขาใหญ่อยู่ ผ้าทองปูเที่ยวหาบุปผาหอม
รองเขี้ยวแก้วแล้วก็นั่งอยู่พรั่งพร้อม ดอกไม้รอมรวมกลบกลิ่นอบอาย
ทั้งเก้าองค์จงจิตพิศเพ่ง ค่อยเปลื้องเปล่งปลั่งดวงโชติช่วงฉาย
ทั้งเจ็ดองค์นงนุชสุดเสียดาย ต่างฟูมฟายชลนาด้วยอาลัย
รำลึกเห็นเช่นเคยมาเลยลับ จะรอดกลับเป็นหรือจะสูญไฉน
นิจจาเอ๋ยเคยสนิทร่วมจิตใจ เมื่อชิงชัยช่วยระวังเป็นกังวล
เคยแอบอ้อนวอนให้ถอนไรจุก ได้ผาสุกสารพัดไม่ขัดสน
โอ้สองนางร่างกายมาวายชนม์ เมื่ออับจนจะได้ใครแก้ไขกัน
แม้นกลับเป็นเช่นสั่งจะยังชั่ว น้องนี่กลัวจะไม่เป็นเบญจขันธ์
นางครวญครํ่ารํ่าว่าแล้วจาบัลย์ ต่างรำพันถึงพี่น้องทั้งสองรา
พระรามวงศ์องค์เทวราชน้อง สงสารสองนางยักษ์นั้นหนักหนา
ฟังเจ็ดนางช่างรำพันจำนรรจา พลอยน้ำตาไหลหลั่งลงพร่างพราย ฯ

สิงหไกรภพหมดฉบับเพียงเท่านี้



[๑] เษก = อภิเษก

[๒] นรายณ์ = นารายณ์

[๓] หัสเนตร = สหัสเนตร

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ