ตอนที่ ๑ ท้าวอินณุมาศเจ้าเมืองโกญจาได้โอรสบุญธรรม

๏ ข้าบาทขอประกาศประกอบเรื่อง
แต่ปางหลังยังมีบูรีเรือง ชื่อว่าเมืองโกญจาสถาวร
นามพระองค์ซึ่งดำรงอาณาราษฎร์ อินณุมาศบพิตรอดิศร
พระนามนางเกศสุรางคนิกร ชื่อจันทรแก้วกัลยาณี
แสนสนมหมื่น[๑]ประนมประณตน้อม ดังดาวล้อมจันทราในราศี
ทั้งเสนาพฤฒามาตย์ราชกวี อัญชุลีเพียบพื้นพระโรงเรียง
สำราญรอบขอบคันนิคมเขต ทั่วประเทศพิณพาทย์ไม่ขาดเสียง
สองพระองค์ทรงธรรมไม่ลำเอียง ไร้แต่เพียงบุตราธิดาดวง ฯ
๏ ว่ายังมีโจราอยู่ห้าร้อย[๒] เที่ยวล่องลอยในมหาชลาหลวง
เห็นพาณิชน้อยใหญ่ไล่ทะลวง เข้าชิงช่วงรบริบเอาเงินทอง
อ้ายนายใหญ่ได้เมียของพาณิช มาเชยชิดสมสู่เป็นคู่สอง
จนเกิดบุตรสุดแสนสวาทปอง เนื้อดังทองนรลักษณ์วิไลทรง[๓]
แต่ลูกมีจะไปตีตำแหน่งไหน ก็ตีได้ดุจจิตคิดประสงค์
ยิ่งโลภลาภมิได้ขามเคยทะนง เที่ยวณรงค์กลางทะเลละเลิงมา
จนลูกนั้นชันษาได้เจ็ดขวบ กรรมประจวบโจรังจะสังขาร์
บุญกุมารจะได้ผ่านพระพารา ถึงกรุงแก้วโกญจาเที่ยววงเวียน
เห็นเรือแพค้าขายก็ไล่จับ เอาสินทรัพย์หมดสิ้นแล้วตัดเศียร
ไม่เข้าอ่าวก้าวแล่นไปเกาะเกียน เป็นศึกเสี้ยนพาราอยู่ช้านาน
ฝ่ายกองเกณฑ์ที่ตระเวน[๔]อยู่นอกอ่าว ได้ยินข่าวลูกค้าเขาว่าขาน
ก็เร่งรัดจัดกันให้ทันการ ล้วนชำนาญนาวาในสาคร
ลงเรือรบครบเครื่องสาตราวุธ อุตลุดห้าร้อยลอยสลอน
แล่นสล้างมาในกลางชโลธร จัดกันจรแยกย้ายไปหลายแคว
ปืนสำคัญสัญญาให้มาพร้อม เข้ารุมล้อมรอบข้างไม่ห่างแห
บ้างสอดส่องชูกล้องขึ้นยืนแล[๕] ตามกระแสคะเนทะเลวน
ออกแล่นลึกเลี่ยงลัดฉวัดเฉวียน ตามเกาะเกียนในตำแหน่งทุกแห่งหน
ฝ่ายนายโจรที่ชำนาญการประจญ ขึ้นนั่งบนหน้าเรือสำราญใจ
แล้วจับกล้องส่องดูที่ปากอ่าว เห็นขาวขาวลิบลิบในนํ้าไหล
เขม้นมุ่งหมายแม่นเขาแล่นใบ ดูไรไรเลียบนํ้ามาท่ามกลาง
ให้นายท้ายหมายเมียงค่อยเลี่ยงลัด แล่นสกัดผ่าคลื่นมาผางผาง
ต่างขยับจับเครื่องสาตราพลาง ยืนสล้างชี้มือออกอื้ออึง
กองตระเวนเจนแจ้งว่าโจรยับ[๖] ทำกลอกกลับล่อไล่มิให้ถึง
เห็นจวนทันลั่นปืนสัญญาปึง เสียงตูมตึงตังตามกันสามที
ทั้งห้าร้อยลอยล้อมอยู่พร้อมพรั่ง คอยระวังล้อมไว้มิให้หนี
ฝ่ายโจรเห็นนาวาชาวธานี จะหลบลี้หนี[๗]ไปก็ไม่ทัน
ลมกระโชกโบกกลับมาตามคลื่น ประจุปืนหัวท้ายคอยหมายมั่น
ชาวด่านแล่นไล่ชิดเข้าติดพัน ละลอกปั่นปัดหน้านาวาโคลง
พอลมหวนป่วนปั่นไม่ทันกลับ ปะทะทับตีข้างเสียงผางโผง
ใบสะบัดปัดเรือหางเสือโกง เสากระโดงกองตระเวนกระเด็นตึง
ประจุปืนยืนยิงตามช่องกราบ ประกายวาบวูบวางเสียงผางผึง[๘]
พวกชาวเมืองเยื้องปืนเสียงครืนตึง[๙] เรือทะลึ่งท้ายปัดพัดดังปัง
หางเสือขาดฟาดแรงตะแคงควํ่า ตระเวนซํ้ายิงมาทั้งหน้าหลัง
พวกโจรล่มจมจนในวนวัง สำเภาพังพลัดพรายกระจายกัน
พวกโจราห้าร้อยขึ้นลอยนํ้า ชาวด่านซํ้าเข่นฆ่าให้อาสัญ
มิใช่โจรโยนพวยไปช่วยกัน ที่รับทันรอดตายไม่วายปราณ
ที่คลื่นซํ้าถูกจมูกปาก ประมาณมากฝูงปลาเป็นอาหาร
ในลำเรือเหลืออยู่แต่กุมาร กอดกระดานร้องไห้ในสายชล
ดิ้นกระเดือกเสือกอ่อนตามก้อนคลื่น[๑๐] สะอึกสะอื้นอ้างว้างมากลางหน
เทพเจ้าเข้าด้วยช่วยชูชนม์ จึงรอดตนชีวิตไม่ปลิดวาย
ชาวด่านเห็นเอ็นดูเด็กอยู่นัก ช่วยฉุดชักขึ้นมาได้ดังใจหมาย
จะถามไถ่ไม่แจ้งแห่งต้นปลาย จึงเบี่ยงบ่ายสนทนาปรึกษากัน
มันเด็กนักซักไซ้ไม่ได้ข้อ ทั้งแม่พ่อมันก็พากันอาสัญ
ไปถวายให้เห็นเป็นสำคัญ เห็นพร้อมกันเสร็จสรรพกลับเข้าเมือง
ให้ตรวจคนพลเรือที่เหลือหาย จึงจดหมายข้อความไปตามเรื่อง
เวลาเข้าเฝ้าพร้อมคอยจอมเมือง ขุนนางเนืองหมอบกลาดอยู่ดาษกัน ฯ
๏ ปาง[๑๑]พระจอมปัถพินอินณุมาศ ครั้นสุริย์คลาดคล้อยล่องห้องสวรรค์
สำอางองค์ทรงเครื่องกกุธภัณฑ์ ฝูงกำนัลแวดล้อมอยู่พร้อมเพรียง
ออกแท่นทองผ่องสมานสำราญรื่น[๑๒] ประโคมครื้นแตรสังข์ประดังเสียง
อำมาตย์หมอบรอบโถงพระโรงเรียง ชาวด่านเมียงทูลความตามกระทรวง
ผู้สำเร็จราชการอ่านถวาย เกิดผู้ร้ายเกเรทะเลหลวง[๑๓]
พลตระเวนวารินสิ้นทั้งปวง ออกทะลวงไล่ล้างกลางคงคา
เข้ายิงแย่งแทงฟันประจัญจับ ผู้ร้ายรับรบกันนั้นนักหนา
ตัดหางเสือเรือร้ายทลายมา พวกโจราห้าร้อยพลอยกันตาย
เรือโจรจมล่มไม่ช้าเวลาคํ่า สิ้นทั้งลำพวกประยูรก็สูญหาย
ได้บุตรโจรคนหนึ่งไม่ถึงตาย เจ็ดขวบปลายสิ้นปราบมากราบทูล
พระจอมวังฟังความตามระบอบ ตรัสว่าชอบปราบเสี้ยนแผ่นดินสูญ
จึงให้จัดเสื้อผ้ามาประมูล บำเหน็จปูนกองตระเวนเจนณรงค์
แล้วให้หาทารกบุตรผู้ร้าย พระทัยหมายว่าจะถามตามประสงค์
เสวกาพาเข้าเฝ้าพระองค์ ท้าวเธอทรงทอดทัศนาใน
เห็นเด็กนักนรลักษณ์วิไลโฉม งามประโลมโสภาจะหาไหน
นวลละอองต้องลักขณาใน จะเป็นใหญ่ยศยิ่งบุรุษชาย
ยิ่งพินิจก็ยิ่งพิศวาสหวัง ด้วยกำลังมานิยมอารมณ์หมาย
เป็นบุญเหลือเรือล่มไม่จมตาย ลูกผู้ชายกูจะเลี้ยงไว้เวียงไชย
ตรัสให้เปลื้องเครื่องจำที่ทำโทษ เอื้อนพระโอษฐ์ตรัสหาเรียกมาใกล้
แล้วท้าวตรัสปรึกษาเสนาใน เด็กนี้ได้ลักขณาปรีชาชาญ
มิควรเราเอาโทษด้วยเด็กนัก ไม่รู้จักเดียงสาน่าสงสาร
เราจะช่วยรักษาพยาบาล เลี้ยงกุมารเป็นบุตรบุญธรรมไป ฯ
๏ ฝ่ายชีพราหมณ์โหราเสนานั่ง พร้อมสะพรั่งในพระโรงจำรัสไข
ได้ฟังตรัสทูลทัดพระองค์ไป[๑๔] ไม่ต้องในธรรมดาทั้งสากล
อันน้ำเนื้อเชื้อโจรประทุษจริต ทมิฬจิตไม่รู้จักในมรรคผล
อุเบกษา[๑๕]ทารุณในคุณคน ทรชนเช่นชาติพยัคฆา
พระฟังคำทูลทัดจึงตรัสตอบ ว่าก็ชอบอยู่มิใช่จะริษยา
เราการุญด้วยเป็นบุญกุมารา ลักขณามิใช่โจรใจฉกรรจ์
อันพงศ์เผ่าเหล่าร้ายวายชีวิต นี่เด็กนิดหนึ่งเท่านี้ไม่อาสัญ
แม้นโจรเลี้ยงก็จะเกี่ยงข้างโจรพลัน นี่มิทันปะปนด้วยคนพาล
เหมือนคำพระเทศนาท่านว่าชาด ใครคบปราชญ์ก็เป็นปราชญ์ในสัณฐาน
ใครคบพาลก็จริตติดเป็นพาล เหมือนนิทานช้างทรงกระษัตรา
โจรไพรมาอาศัยในโรงช้าง พูดแต่ข้างหุนหันจะฟันฆ่า
จนช้างพลายร้ายตามอ้ายโจรา ให้เสนาขับโจรเสียทันที
ให้ชีพราหมณ์รามราชมาอยู่ชิด กระทำกิจสวดศีลพระชินสีห์
พญาช้างได้สดับก็กลับดี พระบาลีตรงตัวจะกลัวไย
พลางประโลมลูบหลังกุมารน้อย ประคองค่อยอุ้มชิดพิสมัย
พระเยื้องย่างเข้าในปรางค์ปราสาทไชย จึงปราศรัยองค์อัครชายา
เราชาตินี้มีกรรมนั้นแสนสุด ไม่มีบุตรสืบสร้างพระศาสนา
จงอุปถัมภ์บำรุงกุมารา ลูกกำพร้าพ่อแม่มันวอดวาย
มเหสีอัญชลีบรมนาถ แสนสวาทเชยชมด้วยสมหมาย
ให้สรงน้ำชำระละอองอาย ชโลมกายด้วยสุคนธ์อันปนทอง
เครื่องกระษัตริย์จัดแจงแต่งประดับ ล้วนสลับด้วยมณีไม่มีสอง
จัดนางนมพระพี่เลี้ยงเคียงประคอง อยู่ในห้องพระปรัศว์ริมปรางค์ปรา
ทั้งเย็นเช้าขึ้นเฝ้าบรมบาท ท้าวสวาทดุจองค์โอรสา
เวลาเที่ยงพี่เลี้ยงให้ไสยา ก็เห่ช้าให้บรรทมในอู่ทอง
ไม่เคืองแค้นแสนสุขเกษมศานต์ จนกุมารชันษาได้สิบสอง
กำแหงห้าวเช้าเย็นเล่นคะนอง ตามออกท้องพระโรงรัตน์ชัชวาล
กรุงกระษัตริย์สั่งให้จัดลูกเด็กเด็ก มหาดเล็กลูกพระยาล้วนกล้าหาญ
ออกขี่ช้างขี่ม้าหน้าพระลาน ท้าวประทานนามกรกุมารา
ด้วยเดิมได้มาในสายสมุทร เลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรมเสน่หา
เจ้าองอาจตามชาติกระษัตรา ชื่อคงคาประลัยเหมือนใจจง
ให้แยกวังตั้งแต่งเป็นอุปราช โดยพระบาทรักใคร่นั้นใหลหลง
พระกุมารหาญฮึกนึกทะนง ไปตามพงศ์เพศพ่อทรชน
กลางคืนแกล้งแปลงปลอมเป็นพวกไพร่ เที่ยวลอบไล่ชกตีทุกแห่งหน
ทั้งข้าไทให้สนุกไปทุกคน ประจวบจนชันษาสิบห้าปี ฯ


[๑] สมุดไทยเลขที่ ๔๔ ว่า “เมื่อ”

[๒] สมุดไทยเลขที่ ๔๔, ๔๖/๑ ว่า “ยังมีโจรเภตราทั้งห้าร้อย”

[๓] สมุดไทยเลขที่ ๔๔, ๔๖/๑ ว่า “เป็นชายต้องนรลักษณ์วิไลทรง”

[๔] สมุดไทยใช้ “กระเวน” ทุกแห่ง

[๕] สมุดไทยเลขที่ ๔๖/๑ ว่า “บ้างสอดส่องชูกล้องขึ้นเล็งแล

[๖] สมุดไทยเลขที่ ๔๔ ว่า “กองกระเวนเจนแจ้งว่าโจรรับ

[๗] สมุดไทยเลขที่ ๔๔, ๔๖/๑ ว่า “หลีก”

[๘] สมุดไทยเลขที่ ๔๔ ว่า “ประกายวาบวูบวับเสียงผับผึง

[๙] สมุดไทยเลขที่ ๔๖/๑ ว่า “พวกขาวเมืองเยื้องยิงปืนใหญ่ปึง

[๑๐] สมุดไทยเลขที่ ๔๖/๑ ว่า “ดิ้นกระเดือกเกลือกกลิ้งไปตามคลื่น

[๑๑] สมุดไทยใช้ “ป่าง” ทุกแห่ง

[๑๒] สมุดไทยเลขที่ ๔๔, ๔๖/๑ ว่า “ออกแท่นทองท้องพระโรงสำราญรื่น”

[๑๓] สมุดไทยเลขที่ ๔๖/๑ ว่า “เกิดผู้ร้ายขึ้นในกลางทะเลหลวง”

[๑๔] สมุดไทยเลขที่ ๔๔, ๔๖/๑ ว่า “ได้ฟังตรัสทูลทัดทุกคนไป”

[๑๕] สมุดไทยเลขที่ ๔๔, ๔๖/๑ ว่า “อุเบกขา”

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ