ตอนที่ ๗ พราหมณ์จินดาตามหาสิงหไกรภพ

๏ จะกล่าวความพราหมณ์จินดามาถึงบ้าน ไม่พบพานอนุชานํ้าตาไหล
เพราะนึกแหนงแคลงพี่จึงหนีไป เหลืออาลัยระลึกแล้วตรึกตรา
ให้เกรงบุญจุลจักรศักดิ์กระษัตริย์ เธอพรากพลัดเผ่าพงศ์พระวงศา
สันโดษเดียวเที่ยวเร่อยู่เอกา ไม่รู้ว่าวงศ์วานประการใด
เมื่อแรกพามาเล่าเราไม่แจ้ง ว่าศักดิ์แห่งสุริย์วงศ์พระองค์ไหน
พิเคราะห์ดูกุมารเมื่อนานไป คงจะได้สืบกระษัตริย์ในปัถพี
จำจะไปสืบถามถึงความต้น ที่ตำบลบ้านป่าพนาสี
ให้พบปะพระชนกชนนี พระอยู่ที่นัคเรศประเทศใด
แล้วจะคิดติดตามทรามสวาท พบหน่อนาถจะได้แจ้งแถลงไข
ด้วยทำผิดคิดชอบประกอบไว้ จึงจะได้พึ่งพาบารมี ฯ
๏ แล้วเคี้ยวยาทากายกลายเป็นนก ขยับยกปีกหางอย่างปักษี
พอแดดอ่อนร่อนเร่ขึ้นเมฆี จรลีลอยฟ้านภาลัย
สังเกตจำตำบลแต่หนหลัง ตรงไปยังบ้านป่าที่อาศัย
ครั้นคํ่าค้างกลางวันรีบดั้นไป ถึงบ้านไร่ที่มาปะพระกุมาร
เห็นที่อยู่ดูแลแน่ในจิต ยิ่งขุกคิดถึงพระองค์แล้วสงสาร
จึงแปลงกายเป็นพราหมณ์เดินตามธาร เข้าบ้านพรานพร้อมหน้าชาวป่าดง
ต่างซักถามพราหมณ์บอกเราออกบวช มาเที่ยวสวดสิกขาป่าระหง
แล้วหยุดนั่งพรั่งพร้อมพรานล้อมวง เจ้าพราหมณ์สงสัยถามไปตามแคลง
แต่ก่อนเก่าชาวบ้านท่านทั้งหลาย ลูกหลานหายหรือไม่จะใคร่แจ้ง
ระลึกดูผู้ใดทำไร่แตง จงแสดงจะได้เล่าให้เจ้าฟัง
ฝ่ายอีแตแม่อ้ายตันตาพรานเพิก ฟังลำเลิกรำลึกตามเนื้อความหลัง
จึงว่าคราวเจ้าประเทศนิเวศน์วัง มาอยู่ทั้งมเหสีเธอมีครรภ์
ครั้นมีลูกผูกแหวนข้างแขนขวา ทำเปลผ้าผูกไว้ในไพรสัณฑ์
ไปตักน้ำพรมแตงช่วยแรงกัน กุมารนั้นสูญหายไปหลายปี
พอข้าเฝ้าเสนามาตามรับ เสด็จกลับไปบำรุงซึ่งกรุงศรี
เราเลี้ยงดูภูวไนยพลอยได้ดี ตั้งเป็นที่นายบ้านขุนพรานไพร
ซึ่งท่านถามความต้นแต่หนหลัง ได้ยินมั่งหรือเห็นเป็นไฉน
จะจดจำนำข่าวลูกท้าวไท จงบอกให้แจ้งจิตในกิจจา
เจ้าพราหมณ์ว่าถ้าเราขึ้นเฝ้าท้าว จะแจ้งข่าวทรงยศโอรสา
ท่านเลี้ยงดูภูธรแต่ก่อนมา จงช่วยพาเราไปเฝ้าเจ้ากรุงไกร
พรานทมิฬยินดีว่าอีพ่อ รางวัลพอแล้วเจ้าพราหมณ์หามไมไหว
อย่ารอรั้งนั่งช้าจะพาไป แล้วเรียกไพร่ตะพายย่ามมาตามที
ออกเดินทางกลางย่านหยุดบ้านป่า ได้สิบห้าวันรุ่งถึงกรุงศรี
เวลาเฝ้าเข้าหาเสนาบดี พร้อมอยู่ที่พระโรงรัตน์ชัชวาล ฯ
๏ จะกลับกล่าวเจ้าแผ่นดินอินณุมาศ อยู่แท่นทองห้องปราสาทราชฐาน
นิมิตฝันวันจะรู้เรื่องกุมาร ว่าพวกพรานชูช่วงดวงมณี
มาถวายฝ่ายพระองค์ก็ทรงรับ กระจ่างจับแจ่มพระหัตถ์ด้วยรัศมี
แล้วเคลื่อนคล้อยลอยรอบขอบบูรี มาอยู่ที่รอบฉัตรเป็นอัศจรรย์
พอรุ่งเช้าท้าวให้โหราเฒ่า เข้ามาเฝ้าเล่าตามเนื้อความฝัน
โหรหารคูณทูลความในสามวัน ข่าวพงศ์พันธุ์นั้นจะมาถึงธานี
พระจอมวังฟังคำให้บำเหน็จ แล้วเสด็จออกพลับพลาหลังคาสี
พร้อมพฤฒาข้าบาทราชกระวี ขุนเสนีทูลความพราหมณ์จินดา
ได้ทราบข่าวราวเรื่องโอรสรัก ว่ายักษ์ลักเอาไปไว้ในคูหา
กรุงกระษัตริย์ตรัสถามตามสงกา พราหมณ์จินดาทูลความตามทำนอง
ว่าเดิมกุมภัณฑ์พาข้าไปไว้ กับหน่อไทได้เห็นกันเป็นสอง
ขุนยักษ์ใช้ให้เลี้ยงรักเพียงน้อง มีผ้าทองทำอู่ให้กุมาร
ธำมรงค์วงเพชรเจ็ดกะรัต ผูกพระหัตถ์เบื้องขวาน่าสงสาร
จนใหญ่กล้าข้าแถลงให้แจ้งการ ว่าขุนมารลักพาเอามาไว้
จึงลวงล่อขอวิชาพญายักษ์ สิทธิศักดิ์ทรงเวทตามเพศไสย
รู้ดำดินบินถาสุราลัย ขุนมารให้ชื่อข้าจินดาพราหมณ์
พระโฉมยงองค์สิงหไกรภพ ได้เรียนจบมนตร์เวทไม่เข็ดขาม
ได้ท่วงทีหนีกุมภัณฑ์มันก็ตาม จนถึงความมรณานิคาลัย
หน่อกระษัตริย์พลัดข้าบนอากาศ ต่างแคล้วคลาดมิได้เห็นเป็นไฉน
เที่ยวติดตามถามข่าวถึงท้าวไท จงทราบใต้บาทบงสุ์พระทรงธรรม์ ฯ
๏ พระฟังข่าวราวเรื่องโอรสราช บรมนาถเห็นจริงทุกสิ่งสรรพ์
แหวนจินดาผ้าทองของสำคัญ เป็นแม่นมั่นมิได้แหนงแคลงพระทัย
จึงบัญชาว่าเจ้าพราหมณ์มีความชอบ จะประกอบก่อเกื้อเหมือนเนื้อไข
จะตามติดคิดอ่านประการใด จึงจะได้อนุชามาธานี
แล้วตรัสถามพราหมณ์พฤฒาโหราราช ให้คิดคาดคูณชะตาในราศี
แต่หายไปได้เสร็จสิบเจ็ดปี ประเดี๋ยวนี้อยู่หนตำบลใด
พระโหรดูรู้ความตามตำรับ น้อมคำนับทูลแจ้งแถลงไข
ขอเดชะพระโอรสยศไกร เสด็จไปได้คู่ทิศบูรพา
อยู่สำนักยักษ์พวกผีเสื้อ สตรีเชื้อสูงศักดิ์ช่วยรักษา
อีกหนึ่งถึงราหูชูชะตา[๑] จะคืนมานัคเรศนิเวศน์วัง
พระฟังคำทำนายค่อยคลายเศร้า ด้วยโหรเฒ่าทายแน่มาแต่หลัง
จึงเอื้อนอรรถตรัสความให้พราหมณ์ฟัง เมื่อคราวครั้งตกยากจากธานี
ทั้งเสียบุตรสุดสลดกำสรดโศก แสนวิโยคยากเข็ญปิ้มเป็นผี
สองปีครึ่งจึงจะมาถึงธานี ประเดี๋ยวนี้เจ้าพราหมณ์นำความมา
ได้เห็นเจ้าเท่าเห็นโอรสราช จะหมายมาดเหมือนหนึ่งวงศ์เผ่าพงศา
จงอยู่คอยในบูรีด้วยปรีดา เมื่อน้องมาจะได้พบประสบกัน ฯ
๏ เจ้าพราหมณ์ฟังบังคมก้มสิโรตม์ ซึ่งทรงโปรดชุบย้อมกระหม่อมฉัน
ขอบพระคุณกรุณาสารพัน แต่ทุกวันนี้วิตกในอกใจ
จึงขอตามทรามสวาทราชโอรส ว่าทรงยศอยู่ประเทศนิเวศน์ไหน
จะทูลความตามประสงค์จำนงใจ เชิญหน่อไทเสด็จมายังธานี
พระฟังพราหมณ์ความรักเห็นหนักแน่น มิให้แค้นเคืองข้องจะหมองศรี
จึงตรัสว่าถ้าไม่อยู่ในบูรี พ่อจะกรีฑาพลสกลไกร
สักสิบหมื่นพื้นชำนาญในการศึก ตามจะนึกนำพลไปหนไหน
เกิดวิบัติขัดขวางเป็นอย่างไร ก็จะได้แก้กันอันตราย
เจ้าพราหมณ์ว่าถ้าดำเนินเดินแสวง ทุกเขตแขวงค้นคว้าช้าใจหาย
ข้าเหาะได้ไปเที่ยวผู้เดียวดาย แสนสบายไพรีไม่บีฑา
แล้วกลับแกล้งแปลงกายกลายเป็นนก ประคองยกปีกประนมก้มเกศา
พลางเผ่นโผนโจนบินขึ้นเมฆา ตรงไปสู่บูรพาพนาลัย ฯ
๏ ปางองค์ท้าวเจ้าบูรินทร์อินณุมาศ ทั้งอำมาตย์มาตยาอัชฌาสัย
เห็นศักดิ์สิทธิ์ฤทธิพราหมณ์บินตามไป หมายจะได้โอรสยศยง
ต่างชื่นช่วยอวยพรบวรสวัสดิ์ ทั้งกระษัตริย์ชื่นชมสมประสงค์
แสนเสนาข้าบาทญาติวงศ์ คิดคอยองค์หน่อไทมิได้วาย ฯ


[๑] สมุดไทยเลขที่ ๔๔ ว่า “อีกปีหนึ่งราหูชูชะตา”

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ