ตอนที่ ๑๓ ท้าวเทพาสูรตีเมืองมารันคืน

๏ จะกลับกล่าวท้าวเทพาสุรานั้น ยกกุมภัณฑ์พลนิกายทั้งซ้ายขวา
วิรุณพัฒนำทัพขับโยธา สามเดือนครึ่งถึงพาราเมืองมารัน
ลงหยุดยั้งตั้งรายริมชายทุ่ง พอฤกษ์รุ่งรอพหลพลขันธ์
ให้ขานโห่โยธาตรวจตรากัน พลกุมภัณฑ์เพียบจังหวัดปัถพี
แล้วท้าวสั่งตั้งคำให้ทำสาร ไปนัดการรบพุ่งในกรุงศรี
จัดอำมาตย์ราชทูตที่พูดดี ไปพาทีกับท้าวเจ้าพารา
อำมาตย์รับอภิวาทเชิญราชสาร ใส่บนพานมรกตขึ้นรถถา[๑]
ประโคมฆ้องกลองแตรแห่สารตรา รีบตรงมาที่ประตูพระบูรี
แล้วรอรั้งสั่งความไปตามเรื่อง ให้เจ้าเมืองมาคำนับรับสารศรี
กรมวังฟังแถลงแจ้งคดี ไปพร้อมที่ทิมดาบเตรียมกราบทูล ฯ
๏ จะกล่าวความพราหมณ์พรหมครองสมบัติ กับโฉมยงองค์รัชฎาสูร
บำรุงใจไพร่ฟ้าไม่อาดูร พร้อมประยูรญาติวงศ์พงศ์กุมภัณฑ์
พวกเสนาข้าเฝ้าเหล่าทหาร เริงสำราญรักใคร่ทั้งไอศวรรย์
เวลาสายกรายกรจรจรัล ออกนั่งบัลลังก์รัตน์ชัชวาล
อำมาตย์หมอบนอบน้อมกราบพร้อมพรั่ง กรมวังก้มเกล้าทูลข่าวสาร
ด้วยท้าวเทพาสูรตระกูลมาร ยกทหารมาประชิดติดธานี
ใช้อำมาตย์ราชทูตถือรับสั่ง มารอรั้งอยู่ประตูบูรีศรี
ให้พระองค์ทรงธรรม์ไปอัญชลี ขุนมนตรีจึงอ่านเรื่องสารตรา
เจ้าพราหมณ์ฟังคั่งแค้นด้วยแสนหยาบ จะใคร่ทราบถามซักพวกยักษา
อันเมืองเราเจ้านครแต่ก่อนมา ขึ้นเทพาสูรบ้างหรืออย่างไร
ฝ่ายเสนาข้าเฝ้าเหล่าอำมาตย์ อภิวาททูลแจ้งแถลงไข
อันสองพระนครแต่ก่อนไร เคยมาไปเป็นแต่ฝ่ายสหายรัก
เจ้าพราหมณ์แจ้งแถลงว่ากับข้าเฝ้า อันตัวเรามารักษาอาณาจักร
บำรุงวงศ์พงศาพญายักษ์ ให้พร้อมพรักอยู่ทั้งพระอัยกี
ทั้งกรุงแก้วโกญจาธิดาราช ก็เป็นญาติยังบำรุงสองกรุงศรี
เทพาสูรขุนมารพาลพาที เหมือนเมืองนี้เป็นเชลยเคยวันทา
พวกเสนาข้าเฝ้าเหล่าอำมาตย์ ทั้งพระญาติวงศ์เผ่าพงศา
ย่อมรู้รอบชอบผิดในกิจจา อยู่พร้อมหน้าใครจะเห็นเป็นอย่างไร ฯ
๏ ฝ่ายข้าเฝ้าเผ่าพงศ์วงศ์กระษัตริย์ พลอยคิดขัดเคืองข้องสนองไข
เจ้าพารากาลวาศบังอาจใจ ไม่มาไปเหมือนแต่หลังอหังการ์
มิควรรับนับถือหนังสือสาร จับประหารชีวังให้สังขาร์
ข้าพเจ้าเหล่าอำมาตย์มาตยา จะอาสาสงครามไม่ขามใจ
เจ้าพราหมณ์ตอบขอบจิตอย่าคิดพรั่น จะผ่อนผันปราบปรามตามวิสัย
แม้นรบรับสับสนพลไกร สงสารไพร่ใหญ่น้อยจะพลอยตาย
พวกเสนาพาทหารคิดการลับ ไปเข้ากับข้าศึกเหมือนนึกหมาย
แล้วบอกเหตุเภทผลกลอุบาย ชื่อกระต่ายลวงเสือคงเชื่อฟัง ฯ
๏ ฝ่ายเสนาข้าเฝ้าเหล่าทหาร ต่างกราบกรานชื่นชมเห็นสมหวัง
แล้วลาออกนอกเขตนิเวศน์วัง ต่างลอบสั่งบ่าวไพร่พร้อมใจกัน
เป็นหมวดกองสองร้อยสามร้อยบ้าง ตามขุนนางตัวนายพาผายผัน
ไปกองทัพรับเข้าเฝ้ากุมภัณฑ์ อภิวันท์ทูลความตามอุบาย
ทราบว่าพระเสด็จมาบรรดายักษ์ สามิภักดิ์ภูวนาถเหมือนมาดหมาย
ด้วยเป็นข้ามนุษย์ก็สุดอาย ขอถวายชีวาเป็นข้าไท ฯ
๏ ฝ่ายองค์ท้าวเจ้าพารากาลวาศ คิดประมาทมิได้แคลงแหนงไฉน
ชาวพารามาคำนับก็รับไว้ ให้อยู่ในกองทัพนั้นนับพัน ฯ
๏ ฝ่ายพราหมณ์สั่งทั้งสี่เสนีใหญ่ ให้คุมไพร่พวกพหลพลขันธ์
กองละหมื่นพื้นทหารชาญฉกรรจ์ ไฟนํ้ามันมีสำหรับอยู่กับกาย
พวกไพร่ที่มีปีกจะหลีกลัด เอาสาดซัดเข้าให้ไหม้เหมือนใจหมาย
ต่างรับสั่งทั้งสี่เสนีนาย ต่างแยกย้ายไปตั้งหลังไพรี
แล้วเกณฑ์กองสองหมื่นพื้นทหาร เคยรอนราญรบศึกไม่นึกหนี
ช้างที่นั่งดั้งกันล้วนมั่นดี ให้มนตรีเตรียมท่าอยู่หน้าวัง
ครั้นเสร็จสรรพกลับหลังเข้าวังราช ไปปราสาทมาตุรงค์เหมือนจงหวัง
เห็นเทวีที่สุวรรณนั่งบัลลังก์ ถวายบังคมทูลตามมูลความ
บัดนี้ท้าวเจ้าพารากาลวาศ มารุกราษฎร์เบียดเบียนเป็นเสี้ยนหนาม
ข้าพระบาทญาติวงศ์จะสงคราม แล้วทูลตามคำทูตพูดหยาบคาย
นางพญาว่าท้าวเทพาสูร เหมือนประยูรญาติสนิทมิตรสหาย
อย่ารบราฆ่าฟันกันวุ่นวาย จะล้มตายเสียเปล่าเปล่าไม่เข้าการ
เราจะไปให้ถึงองค์พระทรงเดช ได้ทูลเหตุมิให้ท้าวเธอร้าวฉาน
พลางเรียกเหล่าสาวศรีตะลีตะลาน ขึ้นทรงยานุมาศออกไปนอกวัง
ตรงไปเฝ้าท้าวเทพาสุราราช เรียกร่วมอาสน์อำไพเหมือนใจหวัง
นางนบนอบหมอบเมียงเคียงบัลลังก์ คิดถึงครั้งก่อนมาโศกาลัย ฯ
๏ เทพาสูรฉุนรำพึงถึงสหาย สุชลพรายพลอยพรั่งหล่อหลั่งไหล
แล้วถามซักอัคเรศว่าเหตุไร เสียกรุงไกรไม่รู้ถึงหูเรา
วิรุณพัฒนัดดาไม่ว่าขาน ว่ารักหลานล้นเหลือหลงเชื่อเขา
ผิดสังเกตเหตุไฉนจึงใจเบา รักศัตรูงูเห่าสืบเผ่าพงศ์
จึงมาช่วยด้วยเสียดายสหายรัก จะเสียศักดิ์ท้าวไทครรไลหงส์
ให้จับหลานท่านยายอ้ายรามวงศ์ เอาจำลงเหล็กตรึงแล้วจึงมา
จะจับอ้ายไกรภพรบมนุษย์ ฆ่าให้สุดสิ้นวงศ์เผ่าพงศา
ทั้งบุตรีอีถ่อยสร้อยสุดา ก็จะฆ่าเสียด้วยกันแลท่านยาย
นางทราบความรามวงศ์ต้องลงโทษ ให้ฉุนโกรธหักใจมิใคร่หาย
จึงว่าท้าวเล่าไม่ถามความต้นปลาย เอาหลานชายฉันไปทำแต่ลำพัง
พระเชื่อใจอ้ายวิรุณพัฒนั้น จะพากันฉิบหายเมื่อภายหลัง
มันยุยงลงโทษให้โกรธชัง พระไม่ยั้งหยุดคิดเห็นผิดที
ไปเอาหลานฉันมาอย่าเอาไว้ พระกลับไปบำรุงอยู่กรุงศรี
เมืองโกญจามารันทุกวันนี้ ก็เป็นที่พึ่งกันไม่ฉันทา ฯ
๏ เทพาสูรฉุนแค้นว่าแสนร้าย ทุดอียายแก่แรดแพศยา
เขาฆ่าผัวตัวตายวายชีวา ยังด้านหน้ารักใคร่กูไม่เคย
คิดว่าดีอีเฒ่ามันเจ้าเล่ห์ ทำโว้เว้พันผูกกับลูกเขย
ตัวก็แก่แต่นํ้าใจกระไรเลย ช่างเฉยเมยลืมผัวด้วยมัวเมา
แม้นมิคิดนิดหนึ่งถึงสหาย จะต้องตายตามโทษที่โฉดเขลา
วิรุณพัฒนัดดาไปหาเรา เขาบอกเล่าล้วนจริงทุกสิ่งอัน
ตัวออกมาว่ากล่าวพูดก้าวเฉียง[๒] รักลูกเลี้ยงหลานเอกแกล้งเสกสรร
ไม่ขอพบคบค้าคนอาธรรม์ เมืองมารันของสหายที่วายปราณ
ไปบอกให้อ้ายจินดาออกมารบ แม้นหลีกหลบจะเข้าไปไล่ประหาร
ใครต่อสู้กูจะจับสับประจาน แล้วจะได้ให้หลานผ่านพารา ฯ
๏ นางลุกยืนขึ้นเสียงเถียงทะเลาะ มันเหลือเพราะพระช่างพูดว่ามุสา
เป็นเพื่อนรักจักได้พึ่งจึงออกมา พกโมโหโกรธารํ่าด่าทอ
ที่เท็จจริงสิ่งไรไม่ไถ่ถาม เชื่อฟังความข้างเดียวไปเจียวหนอ
เห็นได้ทีแล้วกระไรไม่รั้งรอ มาค่อนว่าน่าหัวร่อไม่พอแรง
มาพันผูกลูกเขยเพราะเคยเห็น หรือซ่อนเร้นรู้แยบมาแอบแฝง
หรือในนอกชอกช้ำเห็นดำแดง หรือจะแกล้งถมทับให้อับอาย
คิดว่าพระจะมาเยือนเป็นเพื่อนผัว กลับเป็นชั่วเช่นเขาว่าเกลอพร้าหาย
จะฆ่าตีชีวิตให้วอดวาย ก็ยอมตายแล้วไม่ง้อไม่ขอตัว ฯ
๏ พญามารดาลเดือดด่าแม่รัก ทุดอียักษ์เจ้าคารมเคยข่มผัว
รักลูกเขยเคยเข้ากันเมามัว ก็ไสหัวไปเสียอย่ามาว่ากู
จนแก่เฒ่าเจ้าโมโหโทโสสุด โย้ไม่หยุดพูดทะลวกเขาหนวกหู
เคยขึ้นเสียงเถียงผัวอีหัวงู จะข่มขู่กูขี้เกียจเกลียดคารม
ไม่รับแพ้แก่แรดมาแผดร้อง ชอบแต่ถองนั่นแหละวะจึงจะสม
นางสุดแสนแค้นคั่งไม่บังคม ฝืนอารมณ์กลับหลังเข้าวังใน
จึงบอกพราหมณ์ตามจิตที่คิดโกรธ มันทำโทษหลานรักเพียงตักษัย
เจ้าพราหมณ์ฟังดังชีวันจะบรรลัย จึงลาไปรีบรัดจัดโยธา
จึงสั่งน้องของนางรัชฎาสูร พงศ์ประยูรจัตุพักตร์พวกยักษา
อันตัวพี่นี้จะแกล้งแปลงกายา เป็นนาคาให้สำหรับอยู่กับกาย
เข้ารบรับกับเทพาสุรานั้น เห็นใกล้กันแล้วจึงขว้างเหมือนอย่างหมาย
จะรวบรัดมัดไว้มิให้คลาย จึงทำลายล้างมันให้บรรลัย
แล้วเป็นงูอยู่ที่ผ้าเจียระบาด ยักษ์อังกาศยินดีจะมีไหน
ถือหอกแก้วแววฟ้าแล้วคลาไคล มาตรวจไพร่พลรบได้ครบครัน
ให้กองทัพจับทูตที่ถือสาร สังหารผลาญชีวาให้อาสัญ
ขึ้นช้างพลายส่ายงาเป็นบ้ามัน ได้ฤกษ์ลั่นฆ้องโห่เป็นโกลา
ให้เดินทัพนับหมื่นล้วนดื่นดาษ ช้างอำมาตย์สี่นายทั้งซ้ายขวา
ถึงหน้าทัพยับยั้งสั่งโยธา ให้สรวลเสเฮฮาร้องท้าทาย ฯ
๏ ฝ่ายองค์ท้าวเจ้าพารากาลวาศ เห็นพลกลาดกลางทุ่งเหมือนมุ่งหมาย
นึกทะนงทรงพระแสงจัดแจงกาย ขึ้นทรงพลายพระที่นั่งสั่งเสนี
ให้เดินทัพขับพหลพลทหาร เข้ารุกราญรบพุ่งพวกกรุงศรี
ทั้งสองข้างต่างกล้าเข้าราวี ต่างต้านตีต่อแย้งต่างแทงฟัน
ชาวกรุงไกรไส้ศึกโดดคึกคัก ไล่ฆ่ายักษ์โยธาลงอาสัญ
ฝ่ายอังกาศอาจองทรงช้างมัน ไล่ถลันลุยไล่แทงไพร่พล
พวกพารากาลวาศตายกลาดเกลื่อน ต่างฟั่นเฟือนทั้งทัพวิ่งสับสน
เทพาสูรหมุนคว้างไสช้างชน ไล่แทงพลมารันบั่นบุกมา
ช้างที่นั่งอังกาศองอาจศึก ไสสะอึกฮูมแปร๋นแล่นถลา
ช้างต่อช้างต่างปะทะพอประงา ขว้างนาคารวบรัดมัดกุมภัณฑ์
กระหวัดวงองค์เอวเสียงอึดอัด ปากก็กัดกายเลี้ยวเกี่ยวกระสัน
จนอาวุธหลุดหัตถ์รัดพัลวัน อังกาศฟันถูกศีรษะอสุรี
พลัดตกช้างพลางสะบัดสลัดหลุด ทิ้งอาวุธไว้ทั้งเกราะแล้วเหาะหนี
พวกกรุงไกรไล่โถมกระโจมตี ทั้งโยธีแตกตายพลัดพรายกัน ฯ
๏ ฝ่ายเสนีสี่นายที่รายตั้ง โอบหน้าหลังล้อมทัพไว้ขับขัน
สกัดทางกลางอากาศสาดนํ้ามัน ถูกกุมภัณฑ์ปีกไหม้เป็นไฟโพลง
แต่เพลิงผลาญมารตายเสียหลายหมื่น นภางค์พื้นควันกลุ้มคลุ้มโขมง
บ้างพลัดตกอกฉีกถึงซีกโครง บ้างวิ่งโทงทัพแตกต่างแยกไป
พวกพารามารันไล่ฟันฟาด จนเลือดสาดตามทางเป็นรางไหล
งูก็กลายเป็นพราหมณ์งามวิไล กลับเข้าในนัคเรศนิเวศน์วัง
แต่พวกพราหมณ์ตามฆ่าพลกาลวาศ จับอำมาตย์ไพร่นายมัดไพล่หลัง
จนแลเห็นเย็นรอนอ่อนกำลัง กลับมายังเวียงไชยทั้งไพร่นาย
ต่างเข้าเฝ้าเจ้าพราหมณ์รามราช เจ้าอังกาศเก็บศัสตราวันทาถวาย
คทาธรศรพระขรรค์พรรณราย ไปแต่กายกุมภัณฑ์ไม่บรรลัย ฯ
๏ เจ้าพราหมณ์ดูรู้ว่าเทพาวุธ สำหรับยุทธ์ยินดีจะมีไหน
ให้รางวัลตามบรรดาเสนาใน ทั้งนายไพร่พลรบได้ครบครัน
ให้พระแสงแต่งตั้งเจ้าอังกาศ เป็นอุปราชราชวังนรังสรรค์
แล้วปรึกษาข้าเฝ้าเหล่ากุมภัณท์ เราคิดพรั่นไพรีที่หนีไป
จะโกรธาฆ่าพระหน่อวรนาถ เสียดายชาติเชื้อกระษัตริย์จะตัดษัย
จะตามติดคิดอ่านประการใด จึงจะได้คืนมายังธานี ฯ
๏ ฝ่ายข้าเฝ้าเผ่าพงศ์วงศ์กระษัตริย์ ต่างคิดขัดขุ่นข้องให้หมองศรี
ต่างทูลว่าข้าพเจ้าอยู่เหล่านี้ มิรู้ที่คิดอ่านประการใด
เจ้าเมืองว่าถ้าไม่ตามเป็นความผิด จำจะคิดผันแปรไปแก้ไข
จะจัดแจงแต่งสาราให้ม้าใช้ รีบเอาไปแจ้งเรื่องเมืองโกญจา
แล้วจัดพลมนตรีสักสี่หมื่น เลือกแต่พื้นเหาะเหินเดินเวหา
ทั้งม้ารถคชไกรไอยรา รีบตรวจตราให้สำเร็จในเจ็ดวัน
ขุนอำมาตย์ได้ฟังรับสั่งตรัส มาเร่งรัดจัดพหลพลขันธ์
บ้างเขียนบอกลอกฉบับแล้วฉับพลัน ให้ราชมัลม้าใช้รีบไคลคลา ฯ
๏ จะกลับกล่าวเทพาสูรพูนเทวษ มาถึงเขตเขาไม้ไพรพฤกษา
เลือดชโลมโซมซาบอาบอุรา ต้องสาตรายับย่อยเป็นรอยราย
ลงธารนํ้าชำระพระโลหิต อ่านมนตร์ปิดเป่าแก้ให้แผลหาย
เสียสาตราอาวุธสุดเสียดาย ทั้งอับอายอดสูแก่หมู่มาร
ทั้งเสียพลมนตรีเสียทีทัพ จำจะกลับไปนิเวศน์ประเทศสถาน
เอาอาวุธของสหายที่วายปราณ มารอนราญแก้แค้นอ้ายแสนกล
แต่ตรึกตราปรารภจนพลบคํ่า เห็นเมฆคลํ้าคลุ้มฟ้าเวหาหน
เหาะทะยานผ่านโพยมตามลมบน ไม่คอยพลตั้งพักตร์ไปนครา ฯ


[๑] รถถา = รถา

[๒] พูดก้าวเฉียง คือ พูดไม่ตรงตามความเป็นจริง

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ