ตอนที่ ๑๗ สิงหไกรภพต้องเสน่ห์นางเทพกินรา

๏ จะกล่าวกลับจับความตามสังเขป ถึงนางเทพกินรามารศรี
อยู่กรุงแก้วโกญจามากว่าปี พระสามีเริศร้างจืดจางใจ
แสนระกำจำจนให้อ้นอั้น จนผิวพรรณพักตร์หมองไม่ผ่องใส
ทุกเช้าคํ่ารำพึงตะลึงตะไล มิได้ไปเฝ้าแหนด้วยแสนอาย
แกล้งบอกป่วยด้วยจะใคร่ให้มาปลอบ หมอประกอบยาอย่างไรก็ไม่หาย
จะนั่งนอนร้อนรนกระวนกระวาย คิดเสียดายผัวเก่าเศร้าโศกา
เมื่อยามอยู่คู่เคียงเคยเลี้ยงน้อง ไม่จากห้องห่างเหเสน่หา
มาสิ้นบุญสูญลับอัปรา ต้องน้อยหน้าสารพัดจะขัดเคือง
อันโรคอื่นขืนประทังจะยังชั่ว อันโรคผัวเริศร้างผอมคางเหลือง
เคยเคียงคู่อยู่สำราญที่บ้านเมือง นางปลดเปลื้องเปล่าอุราคิดอาวรณ์ ฯ
๏ ฝ่ายนางยักขินีที่สนิท อยู่ใช้ชิดข้างสุวรรณบรรจถรณ์
พลอยง่วงเหงาเจ่าจุกเป็นทุกข์ร้อน ไม่หลับนอนนั่งรักษาพยาบาล
ครั้นเห็นนางครางครวญให้ป่วนปั่น เข้านวดฟั้นโฉมยงด้วยสงสาร
ค่อยปลอบถามความว่าพระอาการ ร้อนรำคาญขัดขวางเป็นอย่างไร
อันยาหยูกลูกก็รู้ตามผู้หญิง ไม่ทอดทิ้งมิ่งแม่จะแก้ไข
นางฟังปลอบตอบตามเนื้อความใน ถึงได้ยาอย่างไรก็ไม่คลาย
อันโรคของน้องนี้เป็นที่สุด แม้นม้วยมุดเกิดใหม่จะได้หาย
เป็นมนุษย์สุดจะรับที่อับอาย แม้นเป็นหม้ายดีกว่ามีสามี
เพราะโฉดเขลาเบาจิตคิดว่าผัว จึงเสียตัวตามมาเหมือนทาสี
ต้องตํ่าต้อยน้อยหน้าทั้งตาปี นางขินีก็ย่อมรู้อยู่ด้วยกัน
แม้นข้าตายฝ่ายเจ้าเอาตัวรอด คิดเล็ดลอดหลีกไปอยู่ไพรสัณฑ์
นางครวญครํ่ารํ่าว่าแล้วจาบัลย์ สะอื้นอั้นอารมณ์ไม่สมประดี
นางยักษ์ฟังนั่งนึกรำลึกได้ จึงกราบไหว้วอนว่ามารศรี
ซึ่งเศร้าสร้อยน้อยหน้าพระสามี ตัวข้านี้จะช่วยรับแก้อับอาย
อันเสน่ห์เล่ห์ลมถมถนำ ข้าเคยทำพญายักษ์รักใจหาย
ให้ผูกจิตพิศวาสไม่คลาดคลาย จะช่วยแม่แก้อายอย่าวายปราณ
จะแก้ไขให้พระองค์ลุ่มหลงรัก มาชวนชอบปลอบปลักสมัครสมาน
ในสามวันสัญญาไม่ช้าการ เยาวมาลย์แม่อย่ารํ่าจาบัลย์ ฯ
๏ นางฟังคำรํ่าว่าดังยาทิพย์ มายกหยิบหายโรคที่โศกศัลย์
กระซิบถามตามผู้หญิงจริงกระนั้น หรือช่วยกันแก้อายให้คลายใจ
นางยักษ์รับกลับว่าอย่าปรารภ กลัวจะหลบหลีกห้ามปรามไม่ไหว
เอาผ้าทรงองค์พระภูวไนย กับสไบที่แม่ห่มประสมกัน
จะติดต่อบริกรรมทำให้ผัว มาพันพัวพิสมัยเฝ้าใฝ่ฝัน
ไปฝังป่าช้าที่หลุมผีนั้น ถึงเจ็ดวันกลับไปเซ่นคงเป็นการ
นางยินดีที่ได้สมอารมณ์คิด ให้ทรงฤทธิ์หลงรักสมัครสมาน
ถอดแหวนเพชรเจ็ดกะรัตชัชวาล ยื่นประทานทั้งภูษาผ้าสไบ
กับผืนผ้าชุบสรงของทรงศักดิ์ ให้นางยักษ์ยินดีจะมีไหน
จัดเครื่องเซ่นเป็นกระทงลงเทียนไชย แล้วเหาะไปป่าช้าในราตรี
เอาผ้านั้นพันติดตะบิดรัด ด้ายดิบมัดเหมือนดังตราสังผี
แล้วเสกปลุกผูกจิตตามพิธี เอาฝังที่หลุมศพดินกลบไว้
ครั้นรุ่งเช้าเข้ามาวังอยู่ยังตึก ถึงยามดึกลอบไปทำตามวิสัย
สามราตรีผีพยนต์เข้าดลใจ ภูวไนยไสยาสน์หวาดวิญญาณ์
พอล่วงสามยามประโคมเสียงโครมครื้น สะดุ้งตื่นฟื้นพระองค์หลงแลหา
หวนรำลึกตรึกถึงเทพกินรา สงสารแก้วแววตาจะอาลัย
ลงจากอาสน์ยาตรเยื้องชำเลืองเหลียว ไปองค์เดียวแต่พระองค์ด้วยหลงใหล
ขึ้นตึกทองห้องนางสว่างไฟ เห็นสาวใช้นั่งยามถามถึงนาง
เขาทูลความทรามชมบรรทมหลับ ประตูหับหัตถ์ผลักสลักขวาง
ทำเกาะเกาะเคาะพระหัตถ์ตรัสเรียกพลาง ข้าหลวงนางเปิดบานทวารรับ
แล้วหลีกออกนอกห้องพระย่องย่าง แสงชวาลาสว่างเห็นนางหลับ
ขึ้นร่วมเตียงเอียงแอบแนบประทับ นางตกใจไหววับขยับองค์
ชำเลืองดูรู้ว่าต้องเสน่ห์ สมคะเนเหมือนหนึ่งจิตคิดประสงค์
แกล้งทำครางพลางขืนฝืนดำรง ระทวยองค์อภิวันท์จำนรรจา
หม่อมฉันป่วยด้วยเป็นโรคให้โศกเศร้า มิได้เฝ้าทรงศักดิ์นานหนักหนา
นี่ดึกสามยามเศษเสด็จมา จะบัญชาใช้งานประการใด
พระชื่นแช่มแย้มยิ้มอะลิ้มอะเหลี่ย มาหาเมียจะให้มาเวลาไหน
ตำแหน่งพระมเหสีที่จะใช้ ไม่เข้าใจดอกหรือเจ้าเยาวมาลย์
มาถึงนี่พี่จะบอกอย่าออกห่าง เปรียบเหมือนอย่างชายเช่นเป็นทหาร
ครั้นศึกมีสิจะมาบอกอาการ มิเสียบ้านเมืองหรืออย่าดื้อดึง
เจ้าเจ็บไข้ใจพี่ไม่มีชื่น จนดึกดื่นจึงอุตส่าห์มาให้ถึง
พลางเลียมโลมโฉมเฉลาเคียงเคล้าคลึง ด้วยรุมรึงร้อนรนเพราะมนตรา
ประคองชมสมสนิทพิศวาส ไม่เคลื่อนคลาดห่างเหเสน่หา
ให้ป่วนปลื้มลืมนางสร้อยสุดา จนเวลารุ่งรางไม่ห่างไกล
แนบถนอมหอมกลิ่นระรินรื่น เหมือนจะกลืนกลอยจิตพิสมัย
ยิ่งพิศยิ่งพริ้งพร้อมละม่อมละไม จะพิศไหนงามนั่นเพียงขวัญตา ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์มิ่งมเหสี ครั้นรวีวรรณสว่างกลางเวหา
ไม่เห็นองค์พงศ์กระษัตริย์ภัสดา ถามคณานักสนมกรมใน
ไม่มีผู้รู้แจ้งยิ่งแคลงจิต พระทรงฤทธิ์จรดลไปหนไหน
หรือเกิดเหตุเภทพาลประการใด ยิ่งตกใจให้ไปหาโหราจารย์
เขาทำนายทายว่าพระภูวนาถ อยู่ในราชนิเวศน์เขตสถาน
ให้เที่ยวถามห้ามแหนแสนรำคาญ อลหม่านวุ่นวิ่งเป็นสิงคลี
พวกสาวใช้ไปเที่ยวดูจึงรู้ว่า อยู่ห้องเทพกินรามารศรี
นางสงสัยใคร่คิดเห็นผิดที อยู่ดีดีเสด็จไปมิได้มา
นึกจะใคร่ไปตามก็ขามจิต หน่อยหนึ่งพระจะว่าคิดริษยา
เครื่องเสวยเคยเชิญเกินเวลา จะคอยท่าเที่ยงสายเบี่ยงบ่ายไป
จึงตรัสเรียกบุตรีทั้งพี่น้อง ให้นำสุพรรณภาชน์ทองอันผ่องใส
ไปเรียงเรียบเทียบถวายภูวไนย ตามพระทัยอย่าให้ขัดพระอัธยา ฯ
๏ บุตรีรับอภิวาทแล้วยาตรเยื้อง นางเชิญเครื่องเรียงรายทั้งซ้ายขวา
ไปตึกทองห้องเทพกินรา เห็นผ่านฟ้าพึ่งจะฟื้นตื่นบรรทม
ทั้งเมียท้าวเจ้าพระยากาลวาศ อยู่ร่วมอาสน์แนบชิดสนิทสนม
นางตั้งเครื่องเคืองแค้นแน่นอารมณ์ น้อมบังคมก้มหน้าแล้วพาที
พระหลงปลื้มลืมเสวยเฝ้าเชยชิด เห็นเครื่องคิดได้ว่ากับมารศรี
จะแสบท้องของเสวยเนยนมมี กินกับพี่เถิดนะเจ้าเยาวมาลย์
นางถอยถดลดองค์ลงจากอาสน์ อภิวาทวันทาแล้วว่าขาน
ขอบพระคุณทูลกระหม่อมซึ่งโปรดปราน ขอประทานโทษที่ขัดพระอัธยา
มิควรเคียงเรียงร่วมสุพรรณภาชน์ ให้ขวยเขินเกินอำนาจวาสนา
พลางแอบองค์นงลักษณ์ก้มพักตรา พระพลอยว่าพี่ก็ไม่พอใจกิน
แล้วตรัสขับบุตรีทั้งพี่น้อง เอาข้าวของคืนไปเสียให้สิ้น
ตั้งเกะกะจะเอาขว้างเสียกลางดิน ให้ขุ่นคิ่นขัดข้องด้วยต้องมนตร์
พระบุตรีหนีออกไปนอกม่าน พนักงานยกกลับวิ่งสับสน
สองธิดาคลาไคลขึ้นไพชยนต์ ทูลยุบลมารดาโศกาลัย
ลูกหลากจิตบิตุรงค์ลุ่มหลงรัก ดูผิวพักตร์หม่นหมองไม่ผ่องใส
แล้วทูลความตามที่พระภูวไนย ตรัสขับไล่ไม่เสวยไม่เคยเป็น ฯ
๏ นางฟังคำรำพันให้อั้นอัด เกิดวิบัติบ้านเมืองจะเคืองเข็ญ
ยิ่งแค้นคั่งดังจะพาเลือดตากระเด็น มันกลับเป็นสิทธิ์ขาดไม่คลาดคลา
น้อยหรือพระจะให้ร่วมสุพรรณภาชน์ เหลือประหลาดหลงรักมันหนักหนา
ให้เคียงนั่งตั้งปึ่งขึงหน้าตา อีกิ้งก่าได้ทองจองหองจริง
จะไปดูภูวไนยจะได้รู้ ไปหลงอยู่อย่างนี้หรือผีสิง
หรือต้องมนตร์ดลเสน่ห์ประเหว่ประวิง จึงทอดทิ้งเวียงวังไม่กังวล
จึงชวนเหล่าท้าวนางจากปรางค์มาศ ข้าหลวงกลาดเกลื่อนตามหลามถนน
ครั้นถึงพระมเหสีนิรมล ตรงขึ้นบนตึกทองเข้าห้องใน
เห็นนางเรียงเคียงองค์พระทรงฤทธิ์ ให้แค้นจิตเจียนจะพาเลือดตาไหล
ค่อยยอบย่องมองดูพระภูวไนย ยังหลับไม่ตื่นบรรทมสมประดี ฯ
๏ ฝ่ายนางเทพกินราทำหน้าเก้อ ออกจากเธอมาวันทามารศรี
สร้อยสุดาว่านางทำอย่างนี้ เจ้าเห็นดีแล้วหรือเจ้าเยาวมาลย์
ไม่จงรักตักเตือนทำเชือนเฉย มิให้เสวยโภชนากระยาหาร
ไม่เชิญไปข้างหน้าว่าราชการ พวกไพร่บ้านพลเมืองจะเลื่องลือ
จริงหนาเจ้าเราก็รู้เป็นผู้ใหญ่ เอาภูวไนยไว้อย่างนี้เห็นดีหรือ
ใช่หวงหึงซึ่งลงมาจะหารือ หรือจะถือโปรดปรานประการใด ฯ
๏ นางเทพกินราฟังคิดคั่งแค้น ช่างหวงแหนหึงสาทำปราศรัย
ยิ่งสู้นิ่งยิ่งเฉยยิ่งเคยใจ สะบัดสไบเบือนหน้าแล้วพาที
เหตุเพราะพระเสด็จมาเวลาหนึ่ง จึงอื้ออึงถึงพระมเหสี
ถึงโปรดปรานท่านก็เลี้ยงแต่เพียงนี้ มิรู้ที่ทูลเชิญให้เกินตัว
เป็นแต่ข้าฝ่าละอองฉลองบาท ฉวยกริ้วกราดเคืองขัดจะตัดหัว
จะว่ากล่าวเจ้าชีวิตก็คิดกลัว ต้องเจียมตัวตามประสาเป็นข้าไท ฯ
๏ นางฟังคำซํ้าแค้นว่าแสนแง่ ชะนางแม่ปลาช่อนย้อนไถล
ว่าดีดีนี่มาเหน็บให้เจ็บใจ เจ้ามันไก่สองขนชนชำนาญ
ถึงคราวขึ้นมึนตึงทำปึ่งปั้น ประชดประชันจะให้ฉาวให้ร้าวฉาน
หมายชนะจะเป็นโสดได้โปรดปราน ออกตั้งต้านตีเสมออย่าเพ่อฮึก
ทำยศอย่างนางพญากาลวาศ ขึ้นร่วมอาสน์แอบเอียงบนเตียงตึก
แม้นมิกีดนิดหนึ่งอย่าพึงนึก จะรู้สึกตัวดอกบอกให้รู้ ฯ
๏ ฝ่ายนางเทพกินนรว่าหม่อมฉัน กลัวลนลานเหลือกลัวตัวเป็นหนู
จริงจริงนะพระมานั่งตั้งกระทู้ หม่อมฉันรู้แล้วพุคะเป็นเชลย
ไม่ปิดป้องของหลวงไม่หวงห้าม ต้องเกิดความเพราะพระไม่เสวย
จะขืนครํ่าน้ำพระทัยก็ไม่เคย ครั้นนิ่งเฉยอยู่อย่างนี้ก็มีคาว
เพราะสองขนคนแก่เป็นแม่หม้าย ไม่แยบคายลึกซึ้งเหมือนหนึ่งสาว
เสียพารากาลวาศจึงขาดคราว เหมือนมะนาวโตงเตงต้องเกรงใจ
สร้อยสุดาว่าน้อยหรือช้อยลิ้น ประมาทหมิ่นหมายชนะหรือไฉน
เจ้าคารมลมเติบกำเริบใจ ประชดประชันหมั่นไส้คันไม้มือ
ชวนทะเลาะเพราะพระพิศวาส จะให้ขาดเด็ดเดี่ยวไปเจียวหรือ
ยิ่งหย่อนตามลามไหม้เหมือนไฟฮือ เห็นอยู่มือแล้วกระมังในครั้งนี้
เชื่อว่าวิทยามนตร์นางคนโปรด คงเป็นโสดสมคะเนมเหสี
อย่าเพ่อนึกฮึกไปเป็นไรมี ได้ดูดีกันสินะไม่ละกัน
เทพกินราว่านิจจาเอ๋ย กระไรเลยเฉียวฉุนทำหุนหัน
ทั้งเผ็ดร้อนค่อนว่าสารพัน จะฆ่าฟันเสียก็ได้เป็นไรมี
ถึงตบต่อยย่อยยับจะรับแพ้ กลัวแล้วแม่แม่เป็นพระมเหสี
ถวายชีวิตสิทธิ์ขาดแล้วชาตินี้ เหมือนไม่มีมือมาเป็นข้าไท
อย่าหักดิบหยิบผิดประดิษฐ์ต่อ โปรดแต่ข้อจริงจังพอฟังได้
ที่เหลือหูสู้ตายด้วยอายใจ ไม่อาลัยแล้วชีวิตนิดเท่านี้
แต่เกิดมาตาหูพึงรู้เห็น ช่างยากเย็นย่อยยับกว่าสับสี
ถึงมีปากยากไร้เหมือนไม่มี จะตายดีตายร้ายตายเหมือนกัน ฯ
๏ สร้อยสุดาว่าชิชะไม่ละลด เหลือจะอดอีเชลยกลับเย้ยหยัน
ช่างยอกย้อนซ้อนเสริมฮึกเหิมครัน ตบให้ฟันร่วงหลุดพลางยุดยื้อ
นางเทพกินราปัดเหวี่ยงวัดว่า ข้าเป็นข้าครอกเค้าของเจ้าหรือ
สร้อยสุดาคว้าไขว่ยุดไม้มือ ทะยานยื้อไล่ขยิกข่วนหยิกตี
เทพกินราร้องเรียกก้องตึก พระรู้สึกว่าอุเหม่มเหสี
ไม่ยำเยงเกรงผัวถือตัวดี มาทุบตีเมียข้าว่ากระไร
สร้อยสุดารารั้งนั่งประณต เหลือจะอดตามแต่จะโปรดไฉน
มันจองหองต้องทำให้หนำใจ ขอตบให้สมน้ำหน้าปากกล้าดี
เทพกินราก้มบังคมบาท พระนางนาฏรํ่าด่าดังทาสี
จะผิดพลั้งอย่างไรก็ไม่มี เข้าทุบตีตบต่อยจบย่อยยับ
ว่าพระองค์หลงมาอยู่ช้านัก ไม่เชิญองค์ทรงศักดิ์เสด็จกลับ
ครั้นว่ากลัวพระอาชญาด่าสำทับ จะต้องรับอับอายไม่วายวัน
ขืนเคี่ยวเข็ญเช่นนี้เฝ้าตีด่า ก็น่าที่ชีวาจะอาสัญ
พิไรรํ่าพรํ่าว่าแล้วจาบัลย์ อภิวันท์วอนว่าพระสามี
ประทานโทษโปรดข้าฝ่าพระบาท ไม่พ้นราชอาชญามารศรี
จะขอบังคมลาฝ่าธุลี ไปอยู่ที่บิตุราชมาตุรงค์ ฯ
๏ พระฟังคำรํ่าปลอบให้ชอบจิต อย่าเพ่อคิดหุนหวนนวลหง
ว่าน้อยหรือสร้อยสุดาคิดว่าตรง ทำทะนงนํ้าใจดังไฟฮือ
มาทับถมข่มเหงคะเนงร้าย ข้ามอบหมายให้ใช้มิใช่หรือ
ทำเกะกะชะดีอวดฝีมือ ขืนดึงดื้อจะพาเลือดตาย้อย
แล้วปลอบเทพกินราอย่ากำสรด อยู่กับพี่มิให้ยศเจ้าถดถอย
จะปราบปรามตามทำเนียบให้เรียบร้อย มิให้น้อยหน้าใครอย่าได้นึก
จะจัดแจงแต่งตั้งเสียครั้งนี้ ให้เป็นพระมเหสีอยู่ที่ตึก
ใครรุกราญหาญหักมาฮักฮึก จะรู้สึกโทษหมดไม่ลดละ
แล้วขับพระมเหสีไปทีเจ้า ตึกของเขาขึ้นมานั่งไม่ฟังหนะ
อย่าบิดเบือนเชือนเฉยอยู่เลยละ เดี๋ยวนี้จะเจ็บอายวุ่นวายกัน ฯ
๏ นางฟังคำนํ้าพระเนตรลงพรากพราก น้อยหรือชะพระพิพากษาขยัน
ไม่ซักไซ้ไล่เลียงให้เที่ยงธรรม์ ทำให้มันปั้นปึ่งกระบึงกระบอน
น้อยหรือพระมเหสีอภิเษก เป็นองค์เอกแอบสุวรรณบรรจถรณ์
แสนสำออยร้อยอย่างช่างชะอ้อน งอนกว่าศรงอนโง้งเหมือนโก่งแร้ว
นางรูปงามทรามสงวนนวลระหง จะสืบวงศ์ว่านเครือเป็นเชื้อแถว
ถือรับสั่งตั้งแต่งตำแหน่งแล้ว คงลอยแก้วเกือบถึงชั้นตรึงส์ไตร
ชะคราวขึ้นมึนตึงทำปึงปั้น ให้นึกกลัวตัวสั่นหวาดหวั่นไหว
ลองทะเลาะเยาะเล่นก็เป็นไร เลือดมิไหลโซมหน้าค่อยว่ากู ฯ
๏ นางเทพกินราแกล้งกันแสงว่า เหลือระอาอัปยศอายอดสู
มารํ่าด่าหน้าที่นั่งตั้งกระทู้ ล้วนมึงกูกรรมเอ๋ยไม่เคยฟัง
จะฆ่าฟันฉันใดก็ไม่ห้าม สู้ตายตามเวรสร้างไว้ปางหลัง
กลัวจริงจริงยิ่งกว่าเสือเหลือกำลัง พระทรงฟังเถิดพุคะตามสบาย
จะตบต่อยย่อยยับสำทับถม ค่อนขู่ข่มแค้นเดือดไม่เหือดหาย
ขืนอยู่ไปไม่รอดจะวอดวาย ขอถวายบังคมลาฝ่าละออง
เหมือนปล่อยเต่าเอาบุญทูลกระหม่อม เหลืออดออมอกช้ำเป็นนํ้าหนอง
จะไปอยู่บูรีกับพี่น้อง อย่าให้ต้องทุบตีสิ้นชีวา ฯ
๏ พระฟังความยามคลั่งกำลังหลง ให้แสนสงสารมิตรขนิษฐา
สู้กับเขาเอาเถิดเทพกินรา พี่ไม่ว่าฟ้าผี่เอาซีนาง
ลุกขึ้นน้องลองแรงจะแต่งให้ ชักสไบเหน็บกระหวัดไม่ขัดขวาง
พยุงยืนขึ้นตรงหน้าแล้วว่าพลาง นี่แน่นางสร้อยสุดาเจ้ากล้าดี
เอาซีเจ้าเขาจะสู้จะดูเล่น ใครชนะจะได้เป็นมเหสี
นางฟังตรัสขัดแค้นแสนทวี ด้วยสามีลำเอียงไม่เที่ยงตรง
จริงหรือพระจะให้แพ้อีแก่แรด ถูกยาแฝดฟั่นเฟือนละเลือนหลง
ช่วยชูชุบอุปภิเษกเป็นเอกองค์ ทั้งยุส่งเสริมซํ้าให้ยํ่ายี
พระจะช่วยด้วยก็จงส่งพระขรรค์ ค่อยหํ้าหั่นบั่นเกล้าเอาเกศี
หุนโมโหโศกาแค้นสามี เข้าตบตีมิได้ละกินรา
นางเมียน้อยคอยรับจับพระหัตถ์ ต่างป้องปัดป่ายตะกายข่วนซ้ายขวา
พระไกรภพตบพระหัตถ์ทัศนา สำรวลร่าร้องเออเสมอกัน
ทั้งสองนางต่างปลํ้าขยำยุด สไบหลุดหยุดกระหวัดรัดกระสัน
แล้วหมุนเข้าเอาอีกข่วนหยิกกัน พัลวันเหวี่ยงวัดด้วยขัดใจ
ทั้งสองข้างต่างเจ็บต่างเล็บหัก ต่างหอบฮักเหงื่อโซมชโลมไหล
ฝ่ายค่อมเค้าสาวสนมกรมใน บ้างวิ่งไปปรางค์ปราสาทราชบุตรี
ทูลฉลองสองธิดาวิ่งมาตึก เสียงอึกทึกที่ในห้องทั้งสองศรี
ต่างเข้าด้วยช่วยพระชนนี ต่างหยิกตีกินราโศกาพลาง ฯ
๏ จอมกระษัตริย์ตรัสว่าอย่ามาช่วย พระเข้าด้วยช่วยป้องปัดไม่ขัดขวาง
สร้อยสุดามานะไม่ละวาง กันแสงพลางทางว่ากับสามี
น้อยหรือชะพระองค์ดำรงราชย์ ช่างตัดขาดหลงรักเมียยักษี
เสียแรงน้องครองสัตย์สวัสดี ไม่ปรานีนํ้าพระทัยช่างไม่คิด
ให้มันสู้ดูถูกลืมลูกเต้า น้อยหรือเข้าประคองช่วยป้องปิด
ไม่ละมันวันนี้สิ้นชีวิต พลางเข้าชิดข่วนหยิกผลักพลิกแพลง ฯ
๏ พระบุตรีพี่น้องร้องกรีดกราด ห้ามพระมาตุรงค์พลางทางกันแสง
พระว่าน้อยสร้อยสุดาหน้าตาแดง ยังจะแผลงฤทธิ์รามาสำทับ
สั่งธิดาว่าแน่แม่ของเจ้า โมโหเต่าต่อยตุบตะกุบตะกับ
ถ้าขืนสู่อยู่จะถูกจมูกยับ พากันกลับไปหนาอย่าช้าที ฯ
๏ ฝ่ายพี่น้องร้องไห้ห้ามพระแม่ ทั้งเถ้าแก่ช่วยว่ามารศรี
นางแสนแค้นแสนสุดรักบุตรี ทรงโศกีชี้หน้าด่าเมียน้อย
มึงมาสู้กูจะทำให้หนำจิต ถึงชีวิตมรณาไม่ราถอย
พลอยหยาบหยามตามผัวอีหัวพลอย ช่างสำออยออดแอดยาแฝดดี
มึงลืมยักษ์รักผัวมัวมนุษย์ ซากถุยทุดทรลักษณ์เสียศักดิ์ศรี
รํ่าด่าพลางนางพญาพาบุตรี กลับไปที่ปรางค์มาศปราสาททอง
ระทวยองค์ลงบนแท่นแสนรันทด โศกกำสรดเสียผัวให้มัวหมอง
พวกแสนสาวชาวแม่มาแซ่ซ้อง เคียงประคองนวดฟั้นให้บรรทม
บ้างฝนไพลใส่สุราแทรกม่าเหมี่ยว ไหนช้ำเขียวทากลบประคบประหงม
สร้อยสุดาอาวรณ์ร้อนอารมณ์ เมื่อบรรทมตรมเจ็บรอยเล็บราย
ยิ่งเห็นแผลแลดูอดสูสะอื้น ดังพิษปืนปักอุระโทรมสลาย
มิหนักหน่วงห่วงบุตรสุดเสียดาย จะสู้ตายเสียให้ลับที่อัประมาณ
ไม่ทรงเสวยเลยอิ่มง่วงหงิมเหงา กำสรดเศร้าแสนวิโยคโศกสงสาร
ทั้งมดหมอก็มาพยาบาล เยาวมาลย์มิได้ออกนอกไสยา ฯ
๏ ฝ่ายพระองค์หลงรักเมียยักษ์ร้าย ไม่เหือดหายห่างเหเสน่หา
อยู่ตึกทองห้องเทพกินรา ด้วยมนตราตรึงจิตสนิทใน
เห็นนางเหนื่อยเมื่อยขบประคบประหงม ถนอมชมเชยชิดพิสมัย
ที่ถูกเล็บเจ็บแก้มช่วยแต้มไพล คิดแค้นใจสร้อยสุดาดูน่าชัง
มารบกวนข่วนเมียเราเสียแก้ม ทำพลอมแพลมเหลือระอาเหมือนบ้าหลัง
เฝ้าคลอเคลียเมียน้อยคอยระวัง ด้วยคลุ้มคลั่งเคลิ้มลืมปลื้มอารมณ์ ฯ
๏ ฝ่ายนางเทพกินรานั้นหน้าชื่น ทุกวันคืนเคียงชิดสนิทสนม
เห็นพระองค์หลงเลยแต่เชยชม คิดปรารมภ์ร้อนตัวด้วยกลัวภัย
พระไม่ออกนอกบ้างอยู่อย่างนี้ พวกเสนีเขาคงจะสงสัย
จำจะเชิญเสด็จพระภูวไนย ให้ออกไปตรัสประภาษราชการ
ครั้นรุ่งแจ้งแต่งองค์สรงเสวย เหมือนอย่างเคยเคียงพักตร์สมัครสมาน
จึงว่าพระเสด็จมาอยู่ช้านาน จะเกิดการโกลาทั้งธานี
จงโปรดเกล้าเหล่าอาณาประชาราษฎร์ เชิญพระบาทออกบำรุงชาวกรุงศรี
ตามวิสัยในจังหวัดปัถพี ให้เป็นที่พึ่งอำมาตย์มาตยา ฯ
๏ พระตรัสชมสมควรนวลระหง เป็นเอกองค์อัคเรศของเชษฐา
รู้ระเบียบเรียบร้อยกว่าสร้อยสุดา เช่นนี้น่ากลํ้ากลืนให้ชื่นใจ
พลางแอบอุ้มจุมพิตสนิทสนอม ให้หวนหอมยวบจิตพิสมัย
มาเตือนซํ้าจำสลัดตัดอาลัย เสด็จไปพระโรงรัตน์ชัชวาล
ลดพระองค์ลงนั่งบัลลังก์อาสน์ พร้อมอำมาตย์หมอบเมียงเคียงขนาน
พระหลงลืมปลื้มใจอาลัยลาญ จะตรัสการอื่นอื่นไม่ชื่นใจ
ถามอำมาตย์มาตยาว่าหน้าหนาว แก่กับสาวเหล่าขุนนางรักข้างไหน
เขาทูลตอบชอบที่รุ่นอุ่นฤทัย พระว่าไม่ถูกต้องทำนองความ
ว่าที่จริงหญิงแก่กับแม่หม้าย ค่อยแยบคายเหมือนทุเรียนมีเสี้ยนหนาม
สมคะเนเสนาพวกบ้ากาม ต้องทูลตามโต้ตอบชอบพระทัย ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์สร้อยสุดาสมร เป็นทุกข์ร้อนด้วยพระองค์ลุ่มหลงใหล
ทั้งเมียน้อยพลอยทำให้ช้ำใจ จะแก้ไขขัดข้องคิดหมองมัว
มันลบหลู่ดูถูกลูกผู้หญิง มาช่วงชิงผัวเราเป็นเจ้าผัว
หนึ่งเดี๋ยวนี้อีเชลยจะเคยตัว หมายว่ากลัวก็จะกลับทับทวี
จะแก้แค้นแทนทดไม่ลดละ ต่อยศีรษะเสียให้ยับเป็นสับสี
คอยรั้งรอพอให้มาพ้นสามี จะรุมตีตบให้สาใจมัน
ถึงแม้นพระจะไม่เลี้ยงจะเสี่ยงสับ จะสู้รับอาชญาถึงอาสัญ
พยาบาทมาดหมายมาหลายวัน ให้กำนัลข้าหลวงคอยท่วงที
รู้ว่าองค์ทรงเดชเสด็จออก พระโรงนอกสมคะเนมเหสี
เรียกสาวสรรค์บรรดาฝูงนารี มาพร้อมที่หน้าพระลานชานชลา
แล้วจัดแจงแต่งองค์นางนงลักษณ์ ทรงสะพักสไบบังพระอังสา
ไปตึกทองห้องเทพกินรา เห็นผัดหน้านั่งแท่นยิ่งแค้นใจ
เข้าชี้หน้าว่าแน่อีแก่แรด ทำยาแฝด[๑]ให้พระองค์ลุ่มหลงใหล
เชื่อมนตร์ขลังตั้งตัวไม่กลัวใคร จะเป็นใหญ่ยอดอย่างนางพญา
น้อยหรือพระมเหสีตีเสมอ ทำปั้นเจ๋อเย่อหยิ่งอีกิ้งก่า
หมายสู้มือถือยศไม่ลดลา เมื่อแรกมาเมืองกูไม่รู้ฤทธิ์
เห็นแก่ลูกปลูกฝังเหมือนอย่างญาติ กลับวิวาทวัดรอยจะคอยขวิด
ทรยศคดคู้เหมือนงูพิษ หมายจะปิดประตูค้าเชื่อคารม
ทั้งคิดทำสำออยได้ร้อยอย่าง เอาเลือดล้างบาทาให้สาสม
นิ่งอยู่ใยไม่ออกมาค้าคารม อีแสนคมคางจะเบี้ยวประเดี๋ยวนี้ ฯ
๏ นางเทพกินราฟังคิดคั่งแค้น จึงว่าแสนสาหัสแสนบัดสี
เห็นยิ่งนิ่งยิ่งซ้ำจะยํ่ายี ช่วยมากี่มากน้อยสร้อยสุดา
แกล้งโกหกยกว่าทำยาแฝด ให้ติดแปดเป็นผิดริษยา
น้อยหรือชะจะเอาเลือดล้างบาทา ไม่คิดบ้างนางพญาเมืองมารัน
เป็นลูกสาวท้าวจัตุพักตร์ สหายรักภัสดาที่อาสัญ
เคยเรียกแม่แต่แรกหรือแปลกกัน เดี๋ยวนี้มันมึงกูนางผู้ดี
เฝ้าด่าร่ำซ้ำเติมทำเหิมฮึก อย่าเพ่อนึกว่าจะอพยพหนี
จะตบต่อยน้อยหรือมือไม่มี วานซืนนี้ลืมมือไปหรือไร
สร้อยสุดาคว้าตบนางหลบเลี่ยง สู้กันเสียงอึกอักพลิกผลักไส
ต่างยับย่อยสร้อยสุดาเรียกข้าไท พวกสาวใช้เข้ามาฉุดแย่งยุดยื้อ
ยักขินีตีด่าพวกข้าหลวง มึงทั้งปวงทำเช่นนี้ดีแล้วหรือ
เข้าผลักไสไม่หาญต่อต้านมือ เรียกกันอื้ออึงมาพวกข้าไท
ต่างเข้าด้วยช่วยเจ้าทั้งสาวแก่ เสียงเซ็งแซ่สู้กันสนั่นไหว
เจ้าต่อเจ้าสาวใช้ต่อสาวใช้ ต่างผลักไสสู้กันประจัญรับ
ที่ผ้าผ่อนล่อนหลุดลงทรุดซบ บ้างก็ตบตีทุบเสียงตุบตับ
บ้างข่วนคางหางคิ้วเป็นริ้วยับ เสียงปุบปับปัดป่ายตะกายกัน
ยักขินีมีแรงวัดแว้งเหวี่ยง ใครใกล้เคียงโดดชกหัวหกหัน
บ้างผลักพลิกหยิกขยำที่สำคัญ พัลวันวิ่งร้องก้องโกลา ฯ
๏ ฝ่ายพระองค์ทรงเดชเกศกระษัตริย์ ครั้นเสร็จตรัสความแผ่นดินถวิลหา
ขึ้นจากห้องท้องพระโรงลีลามา เข้าตึกเทพกินราเห็นนารี
ปลํ้ากันจมล้มกลิ้งวิ่งปะทะ ที่ในห้องสองพระมเหสี
ยิ่งสุดแสนแค้นขัดฉวยพัชนี ไล่หวดตีเตะพัลวันไป
ถูกค่อมเค้าเถ้าแก่เสียงแซ่ซ้อง ต่างวิ่งร้องกรีดกราดหวีดหวาดไหว
มเหสีหนีพระภูวไนย เสด็จไปสู่ที่มิทันนาน ฯ
๏ เทพกินราแกล้งกันแสงซบ ทำสลบหลับตาน่าสงสาร
พระอุ้มนางวางบนที่ตะลีตะลาน เอ๊ะเยาวมาลย์ขัดขวางเป็นอย่างไร
เห็นเลือดซับยับย่อยเป็นรอยชํ้า โอ้กรรมกรรมเอ๋ยกรรมจะทำไฉน
พลางนวดเน้นเส้นศออรไท เห็นหายใจริกริกพลิกกายา
ประคองกอดสอดกรค่อยซ้อนเกศ พี่มาแล้วแก้วเนตรของเชษฐา
อย่าท้อแท้แม่เทพกินรา สร้อยสุดามาทำไมเล่าให้ฟัง ฯ
๏ นางยินปลอบชอบชื่นค่อยฝืนพักตร์ ซบกับตักภูวไนยเหมือนใจหวัง
แล้วแสร้งทำดำรงทรงกำลัง ทูลว่าครั้งนี้เห็นไม่เป็นตัว
สร้อยสุดาข้าไททั้งใหญ่น้อย มาตบต่อยตีหยิกทั้งจิกหัว
ช่วยกันรุมคุมเหงไม่เกรงกลัว ความเจ็บทั่วสารพางค์จะวางวาย
พระโปรดด้วยช่วยบอกหนทางให้ จะได้ไปสู่สวรรค์เหมือนมั่นหมาย
แล้วทำชักพักตร์ผงับไม่อับอาย แกล้งเงยหงายงอแขนด้วยแสนเพลง
พระหลงกลชลนัยน์ไหลพร่างพร่าง บอกหนทางเฟือนว่าอาระเหง
ทั้งข้าไทไห้สะอื้นเสียงครื้นเครง พระกริ่งเกรงจะสลบนิ่งซบเซา
จึงเรียกน้ำอำมฤตมารินรด แทรกโอสถทรงชโลมโฉมเฉลา
ค่อยหอมชื่นฟื้นองค์นางนงเยาว์ กำสรดเศร้าสำออยตะบอยวอน
เจ้าพระคุณทูลกระหม่อมชุบย้อมเลี้ยง ได้พึ่งเพียงพุ่มโพธิ์สโมสร
แสนอาลัยใจคิดถึงบิดร สุดจะจรจากพระคุณกรุณา
อยู่ในวังครั้งนี้เหมือนชีวิต จะมอดม้วยด้วยเขาคิดริษยา
ต้องบอบช้ำจำตายวายชีวา จะกินยาพิษให้บรรลัยลาญ
ให้เห็นว่าสามิภักดิ์รักพระบาท จนสิ้นชาติชีวังสิ้นสังขาร
แต่หนหลังพลั้งผิดกิจการ โปรดประทานโทษาให้ข้าน้อย
แล้วนอบนบซบสะอื้นทำฝืนหน้า บีบน้ำตาตกเหยาะเผาะเผาะผอย
พระทรงฟังสังเวชนํ้าเนตรย้อย ให้แค้นสร้อยสุดาที่มากวน
จึงปลอบพลางทางว่าเจ้าอย่าม้วย พี่จะช่วยปกป้องครองสงวน
แม่น้องหญิงมิ่งขวัญอย่ารัญจวน เจ้าสมควรเป็นใหญ่อยู่ในวัง
สร้อยสุดาหน้าเคอะดูเซอะซะ ทำเกะกะกิริยาเหมือนบ้าหลัง
โมโหมากปากกล้านึกน่าชัง จะไล่ออกนอกวังเสียครั้งนี้
พลางฉวยได้ไม้เรียวโกรธเกรี้ยวกราด ไปปราสาทสร้อยสุดามารศรี
เห็นโฉมยงนงนุชกับบุตรี กลับปรานีนิ่งขึงตะลึงแล
ดูนงเยาว์เศร้าสร้อยเป็นรอยเล็บ ที่แผลเจ็บย่อยยับไม่นับแผล
แล้วหวนหุนฉุนชังด้วยรังแก จึงว่าแน่งามน้อยสร้อยสุดา
เป็นผู้ดีมีศักดิ์อัคราช ไม่รักพักตร์รักชาติวาสนา
ไปรบราญพาลเทพกินรา ทั้งตีด่ากระไรเลยไม่เคยพบ
เป็นผู้หญิงจริงนะจะหึงผัว ไม่ควรตัวตีคนจนสลบ
เขาเจียมตัวกลัวอยู่ไม่สู้รบ ชะช่างตบช่างต่อยอร่อยมือ
จะให้ตายหมายจะให้ลากไปทิ้ง เป็นผู้หญิงอย่างนี้เห็นดีหรือ
ทั่วถิ่นฐานบ้านเมืองจะเลื่องลือ ออกอึงอื้อเอออะไรช่างไม่อาย
ไม่เกรงผัวกลัวบาปทำหยาบช้า ชอบแต่เป็นแม่ค้าทุบปลาขาย
ปะสามีที่มุเขาดุร้าย หลังจะลายเลอะแล้วไม่แคล้วเลย ฯ
๏ มเหสีตีทรวงสะอื้นรํ่า ค่อนด่าว่าสารยำแล้วกรรมเอ๋ย
แต่ปางก่อนร่อนชะไรพระไม่เคย อีเชลยแล้วซิทูลออกวุ่นวาย
เมื่อสู้กันมันก็ข่วนแต่ล้วนเล็บ ยังคิดเจ็บใจอยู่ไม่รู้หาย
น้อยหรือชะสลบเสือกซบกาย ใช้อุบายหลายประการอีมารยา
โอ้ผ่านเกล้าเจ้าพระคุณของเมียเอ๋ย กระไรเลยหลงรักเขาหนักหนา
เมียศัตรูงูเห่าไปเอามา มันเจ้ายาแฝดเสน่ห์ทั้งเล่ห์ลม
เมียดูพระจริตเห็นผิดนัก พระลืมรักห้ามแหนแสนสนม
จะต้องถูกหยูกยาต้องอาคม น้องปรารมภ์ร้อนใจมิได้วาย
ขอเชิญพระสะเดาะพระเคราะห์บ้าง ให้เสื่อมสร่างบางเบาบรรเทาหาย
ถึงต้องถูกหยูกยาบรรดาร้าย จะเคลื่อนคลายเคราะห์โศกสิ้นโรคภัย ฯ
๏ พระฟังคำกำลังเคลิ้มคลั่งอยู่ มิได้รู้สึกองค์ว่าหลงใหล
สำรวลพลางทางว่าช่างกระไร เจ้าช่างใส่ความคิดดูมิดเม้น
ข้ามันถูกหยูกยาประดาเสีย หลงด้วยเมียน้อยแน่เจ้าแลเห็น
แม้นสมสู่อยู่กับเจ้าทุกเช้าเย็น เห็นไม่เป็นอันตรายสบายดี
แล้วหลงเลี้ยวเสียวซาบให้ปลาบปลื้ม ตะลึงลืมสร้อยสุดามารศรี
คิดถึงเทพกินราไม่พาที กลับไปที่ตึกทองห้องบรรทม
ถนอมแนบแอบนางไม่ห่างพักตร์ ภิรมย์รักร่วมจิตสนิทสนม
ให้หอมหวนนวลเนื้อไม่เบื่อชม ด้วยอาคมลมแสลงแรงรังควาน ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์มิ่งมเหสี เห็นสามีลุ่มหลงน่าสงสาร
ห้ามไม่หยุดสุดจะขัดจะทัดทาน พระอาการฟั่นเฟือนไม่เหมือนเคย
ผิดจริตผิดพระรูปเศร้าซูบผอม เจ้าพระคุณทูลกระหม่อมของเมียเอ๋ย
จะผันแปรแก้ไขฉันใดเลย ยังไม่เคยพบเห็นเหมือนเช่นนี้
ดำริพลางนางให้หาโหราเฒ่า เข้ามาเฝ้าองค์พระมเหสี
ให้ชำระดวงชะตาพระสามี จะร้ายดีเป็นไฉนจะใคร่รู้ ฯ
๏ โหรพินิจคิดคูณทูลพระเคราะห์ จวบจำเพาะสุริยาถึงราหู
อังคารจันทร์นั้นวินาศราชครู ว่ามีผู้ใช้ฤทธิ์กฤตยา
ถูกกระทำอำนาจปีศาจสิง เหตุเพราะหญิงต่างประเทศเพศภาษา
ต่อปลายปีมีผู้รู้วิชา จะช่วยมาแก้ไขจึงได้คลาย
นางฟังคำกลํ้ากลืนสะอื้นอั้น เห็นแม่นมั่นเหมือนหนึ่งจิตที่คิดหมาย
ประทานทรัพย์กับบรรดาโหราทาย โหรถวายวันทาแล้วลาไป
นางกระษัตริย์อัดอั้นให้ตันจิต สุดจะคิดผันแปรสุดแก้ไข
ทุกเช้าคํ่ารำพึงตะลึงตะไล ร้อนฤทัยเทียมเพลิงละเลิงลาม
ละไว้นานบ้านเมืองจะเคืองขัด เกิดวิบัติเบียดเบียนเป็นเสี้ยนหนาม
จำจะลอบบอกข่าวเรื่องราวความ ไปถึงพราหมณ์จินดาเมืองมารัน
ให้มาช่วยด้วยเป็นเชื้อสายสนิท เขาศักดิ์สิทธิ์อิทธิเวทวิเศษขยัน
ดำริพลางนางทรงเขียนสารพลัน แล้วผูกพันผนึกพับประทับตรา
ให้ยักษีพิเรนเวนตำรวจ ตัวเร็วรวดร้ายกาจอาจอาสา
ขึ้นเหาะเหินเดินทางกลางเมฆา ได้เดือนหนึ่งถึงพาราลงธานี
ตรงไปเฝ้าเจ้าพราหมณ์ทูลความลับ น้อมคำนับกราบกรานส่งสารศรี
เจ้าพราหมณ์ถามตามโบราณการธานี เสร็จแล้วคลี่ศุภสารออกอ่านพลัน ฯ
๏ ในสารองค์นงลักษณ์อัคเรศ มงกุฎเกศโกญจามหาสวรรย์
มาแจ้งเหตุเชษฐากรุงมารัน ตามพงศ์พันธุ์ญาติมิตรสนิทใน
ด้วยเมียเก่าเจ้าพระยากาลวาศ ทำภูวนาถเคลิ้มองค์ลุ่มหลงใหล
ลืมว่าขานการบำรุงชาวกรุงไกร ให้คลั่งไคล้คลึงเคล้าทุกเช้าเย็น
ท้าวพระยาสามนต์คนทั้งหลาย ไม่สบายบ้านเมืองจะเคืองเข็ญ
มันหยาบช้าสารพัดวิบัติเป็น มิได้เว้นวันวิตกในอกตรอม
เดี๋ยวนี้พระจริตก็ผิดนัก วรลักษณ์ผิดรูปซีดซูบผอม
จะสิ้นบุญสูญปิ่นบดินทร์จอม จะเสียพร้อมทั้งตระกูลประยูรวงศ์
ขอเชิญพี่ที่สนิทมาคิดอ่าน ดำริการแก้ไขที่ใหลหลง
ให้เคลื่อนคลายหายคลั่งประทังองค์ ได้สืบวงศ์พงศ์จังหวัดปัถพี ฯ
๏ พอจบความพราหมณ์ตะลึงรำพึงคิด พระทรงฤทธิ์สังหารมารยักษี
มาเพลี่ยงแพ้แม่หม้ายเสียดายดี เพราะโลกีกรรมเอ๋ยไม่เคยเป็น
สงสารองค์ทรงสวัสดิ์ดังฉัตรแก้ว ทำร้ายแล้วไม่มีที่จะเห็น
จะไปรับดับร้อนให้ผ่อนเย็น จะได้เป็นความชอบประกอบการ
ดำริพลางทางสั่งเสนายักษ์ ให้อยู่รักษาเขตประเทศสถาน
ผูกพาหุรู้เหาะมีเบาะอาน เกณฑ์ทหารห้าสิบจะรีบไป
แล้วจัดแจงแต่งองค์ขึ้นทรงม้า เหาะลอยหลามข้ามมหาชลาไหล
ไม่หยุดยั้งรั้งรารีบคลาไคล ถึงกรุงไกรโกญจาลงธานี
เข้าหาเหล่าเถ้าแก่หลวงแม่เจ้า พาเข้าเฝ้าสร้อยสุดามารศรี
นางปราศรัยไถ่ถามความบูรี แล้วเล่าที่ทุกข์ร้อนแต่ก่อนการ
พระคลั่งไคล้ใหลหลงพะวงสวาท ไม่รักราชสมบัติพัสถาน
ไม่ตรัสถามความพารามาช้านาน ครั้นทัดทานทูลเตือนเฉยเชือนไป
ให้โหรเฒ่าเขาดูภูวนาถ ต้องปีศาจสิงองค์ให้หลงใหล
จะผันแปรแก้กันทำฉันใด จึงจะได้หายฤทธิ์กฤตยา ฯ
๏ พราหมณ์คำนับรับเสาวนีย์สนอง ถ้าถูกต้องกลเล่ห์เสน่หา
ข้าเรียนรู้ครูสอนแต่ก่อนมา จะอาสาเซ่นผีพลีกรรม
แก้ให้หายคลายเคลื่อนที่เฟือนคลั่ง ถอดถอนทั้งอาคมถมถนำ
แม้นรูปฝังบังรอยเด็กน้อยนำ ไปขุดจำเพาะที่ไม่มีแคลง
แล้วทูลลามายังท้องพระโรงหลวง พอดับดวงทินกรรอนรอนแสง
ตั้งบายศรีพลีบัตรให้จัดแจง พร้อมตำแหน่งจัตุสดมภ์กรมวัง
ให้ทารกหกขวบยืนทั้งแปดทิศ ลงยันต์ปิดกลางศีรษะปัถมัง
ถือเทียนไชยไว้ทุกคนบนบัลลังก์ เจ้าพราหมณ์นั่งกลางอ่านโองการมนตรี ฯ
๏ ร้องเรียกผีปีศาจมากลาดกลุ้ม เป็นเมฆคลุ้มคลํ้าฟ้าเวหาหน
กินเหล้าข้าวกราวเกรียวบัดเดี๋ยวดล ลูกเด็กคนยืนอยู่ข้างบูรพา
ถือเทียนไชยไฟสว่างออกทางหลวง คนทั้งปวงไพร่นายทั้งซ้ายขวา
เด็กเดินออกนอกกำแพงลัดแลงมา ถึงป่าช้าหลุมผีที่สำคัญ
ขุดลงไปได้ผ้าผูกตราสัง รูปคนทั้งสองสัมผัสรัดกระสัน
พวกขุนนางต่างเอาผ้ากลับมาพลัน อภิวันท์ทูลความพราหมณ์จินดา ฯ
๏ เจ้าพราหมณ์ทำนํ้ากรดรดชำระ ผ้าสละหลุดสลายคลายคาถา
เห็นหนังสือชื่อเทพกินรา กับภูษาชุบสรงของทรงธรรม์
พวกขุนนางต่างหมายเห็นคลายคลั่ง ด้วยมนตรีขลังเคลื่อนคลายสายกระสัน
ต่างชมฤทธิ์วิทยาเจ้ามารัน อยู่พร้อมกันคอยเฝ้าดูเจ้านาย ฯ
๏ ฝ่ายพระองค์ทรงมหาศักดาเดช ครั้นสิ้นเพศผีสางเสื่อมสร่างหาย
บรรทมตื่นฟื้นในพระทัยสบาย ให้กลับกลายเกลียดกลิ่นกินรา
ดำริความยามเฟือนดูเหมือนฝัน สุดสำคัญคิดหวังไม่กังขา
พิศพระรูปซูบทรงยิ่งสงกา ทัศนานิ่งอึ้งตะลึงตะไล
พอนางตื่นฟื้นองค์แอบทรงศักดิ์ พระผละผลักพลางถามตามสงสัย
ข้าอยู่นี่กี่เดือนแล้วเฟือนไป ช่วยบอกให้แน่นางอย่าพรางกัน
นางกินราคิดเห็นเป็นผิดนัก พระคลายรักรังเกียจดูเดียดฉันท์
จึงว่าพระจะมาถามความเช่นนั้น มิได้ทันสำคัญทำบัญชี
พระเคืองขัดตรัสว่าดูน่าเกลียด แกล้งกระเบียดกระเสียนราวกับสาวศรี
แล้วหมางเมินเดินมาเรียกนารี จุดอัคคีไฟสว่างส่องทางไป
ขึ้นปรางค์ทองห้องสร้อยสุดาสมร เห็นนางนอนนิ่งระงับยังหลับใหล
ดูผิดรูปซูบผอมด้วยตรอมใจ สะอื้นอ้อนถอนฤทัยทั้งไสยา
ค่อยเอนแอบแนบองค์นางนงลักษณ์ สงสารนักนิ่งพิศขนิษฐา
ระทวยทอดกอดแก้วกานดาพะงา อุ่นอุราเคลิ้มหลับระงับไป ฯ
๏ ฝ่ายนางเทพกินราประหม่าจิต เห็นทรงฤทธิ์ผิดสังเกตเหตุไฉน
เรียกยักขินีที่รักร่วมฤทัย มาเล่าให้แจ้งตามเนื้อความมี
พระหมองหมางจางจิตเห็นผิดประหลาด ไปปราสาทสร้อยสุดามารศรี
จะผันแปรแก้ไขอย่างไรดี ฝ่ายขินีตีอกนึกตกใจ
จะมีผู้รู้เวทวิเศษขลัง มาแก้คลั่งเคลื่อนคลายหายไฉน
จะไปดูคู่ที่ฝังเป็นอย่างไร แล้วลอบไปในป่าในราตรี
เห็นรอยขุดสูญสิ้นคุ้ยดินหา ไม่เห็นผ้าคว้าพบแต่ศพผี
เสียนํ้าใจในอารมณ์ไม่สมประดี กลับมาที่ตึกทองเข้าห้องใน
กระซิบเล่าเยาวมาลย์เสียการแล้ว ไม่คลาดแล้วความผิดคิดไฉน
อยู่พาราน่าที่จะมีภัย จะแก้ไขขัดสนไม่พ้นตัว
เมื่อผิดชอบลอบหนีเสียดีกว่า ไม่น้อยหน้าหญิงชายไม่อายผัว
เทพกินราฟังกำลังกลัว รีบแต่งตัวเทวีตะลีตะลาน
โจงรัดกระหวัดมั่นกระสันชัก สอดสะพักสไบทรงน่าสงสาร
ใส่ปีกทองสองข้างชวนนางมาร ออกข้างบานบัญชรรีบร่อนรา
ขึ้นลอยลิ่วปลิวสูงถึงสายเมฆ แลวิเวกอ้างว้างกลางเวหา
กับที่รักยักขินีตามลีลา เข้าเขตแคว้นแดนป่าในราตรี ฯ
๏ จะกล่าวองค์นงลักษณ์อัคราช เสียงฆ้องฆาตย่ำรุ่งก้องกรุงศรี
ตื่นไสยาสน์หวาดผวาเห็นสามี มาร่วมที่แท่นรัตน์ชัชวาล
ค่อยถอยถดลดองค์นางนงลักษณ์ ดูทรงศักดิ์ซูบทรงน่าสงสาร
เห็นจะหายคลายคลั่งสิ้นรังควาน จึงบันดาลดลใจให้ได้คิด
เสด็จมาปราสาทไสยาสน์หลับ ไม่ไหวติงนิ่งระงับหลับสนิท
หากพี่เลี้ยงเพียงพี่ช่วยชีวิต จึงทรงฤทธิ์รอดมาเห็นหน้าน้อง
นางนิ่งนึกแล้วสะอึกสะอื้นอั้น ค่อยกลืนกลั้นบรรเทาที่เศร้าหมอง
ดำรงองค์นงคราญเผยม่านทอง ออกจากห้องไสยาสั่งนารี
เตรียมเครื่องอานพานชำระสรงพระพักตร์ ให้พร้อมพรักพนักงานพานพระศรี
คอยสำรองกล้องชุดจุดอัคคี อยู่ข้างที่แท่นรัตน์ชัชวาล
พอแดดสายฝ่ายพระองค์ดำรงราชย์ ตื่นไสยาสน์ยามวิโยคโศกสงสาร
นางสาวสาวเหล่ากำนัลพนักงาน ถวายพานสรงพระพักตร์พระจักรา
ครั้นสรรพเสร็จเสด็จออกมานอกห้อง นั่งแท่นทองที่พระแกลเหลือบแลหา
มเหสีพี่น้องสองธิดา มาวันทาทรงศักดิ์ตรัสทักทาย
เมื่อคืนนี้พี่มาเวลาดึก ไม่รู้สึกทรามวัยหลับใจหาย
ไม่แกล้งว่าถ้าชู้ผู้อื่นกราย มันขยายหมดแล้วนะแก้วตา
นางนิ่งนั่งฟังองค์พระทรงเดช นํ้าพระเนตรพร่างพรายทั้งซ้ายขวา
พระสงสัยไถ่ถามตามกิจจา เจ้าโศกาจาบัลย์ด้วยอันใด
หรือโกรธพี่ที่ไม่มาอยู่ปราสาท เหลือประหลาดลืมองค์ให้หลงใหล
โรคระทมลมจับวับหัวใจ แต่ก่อนไม่มีเลยไม่เคยเป็น
จะนอนนั่งคลั่งในนํ้าใจพี่ ให้ฟั่นเฟือนเหมือนชี้ที่ฝันเห็น
เดี๋ยวนี้หายคลายร้อนค่อยหย่อนเย็น แต่เป็นเช่นว่านี้สักกี่วัน
เจ้าจำได้ไหมเล่าเยาวลักษณ์ ช่วยประจักษ์แจ้งจริงทุกสิ่งสรรพ์
นางฟังรสพจนายิ่งจาบัลย์ สุดกลืนกลั้นวันทาทูลสามี
พระลืมองค์หลงเสียด้วยเมียยักษ์ ไปฟูมฟักเฝ้าประคองเพราะต้องผี
แต่เดือนห้ามาเข้าเดือนเก้านี้ นี่หากพี่พราหมณ์จินดาเมืองมารัน
มาผันแปรแก้ไขจึงได้ฟื้น เสด็จคืนกลับมาหาหม่อมฉัน
ประเดี๋ยวนี้พี่ยาจินดานั้น อยู่พร้อมกันข้างหน้าแต่ราตรี
พระฟังคำรำพึงตะลึงจิต ให้ขุ่นคิดเคืองข้องมัวหมองศรี
น้อยหรือเทพกินราคิดว่าดี มิรู้อีผีเสื้อทำเหลือลาม
แล้วสั่งเหล่าท้าวนางไปข้างหน้า บอกเชษฐามาข้างในจะไถ่ถาม
ฝ่ายท้าวนางต่างไปเฝ้าทูลเจ้าพราหมณ์ เหมือนเรื่องความตรัสไว้เล่าให้ฟัง
เจ้าพารามารันสำคัญแจ้ง จึงจัดแจงผืนผ้าด้ายตราสัง
ชวนเสนีที่เป็นใหญ่เข้าในวัง ตรงขึ้นยังปรางค์รัตน์กระษัตรา
ค่อยก้มกรานคลานเข้าไปเคารพ ต่างนอบนบอภิวันท์ด้วยหรรษา
พระปราศรัยไถ่ถามพราหมณ์จินดา นั้นผืนผ้าริ้วทองของผู้ใด
เจ้าพราหมณ์ฟังบังคมบรมนาถ อัคราชเล่าแจ้งแถลงไข
ตั้งพิธีพี่พาเสนาไป ขุดผ้าในป่าช้านอกธานี
มีหนังลือชื่อนางนามพระบาท ด้ายดิบคาดรัดดังตราสังผี
พระฟังคำจำได้สไบนี้ เห็นอยู่ที่อีเทพกินรา
น้อยไปหรือชื่อกูเข้าอยู่ด้วย ให้งงงวยหลงรักเสียหนักหนา
เร็วเร็วเข้าเถ้าแก่เอาตัวมา มันจะว่าอย่างไรจะได้ฟัง
พวกแสนสาวชาวแม่วิ่งแซ่ซ้อง ขึ้นตึกทองมองหาเหลียวหน้าหลัง
ไม่พบปะชะเง้อละเล้อละลัง ไม่เห็นทั้งปีกทองที่ห้องใน
ทั้งที่รักยักขินีมิได้พบ พากันหลบเสียแล้วกรรมทำไฉน
พวกท้าวนางต่างคนต่างจนใจ ต่างกลับไปทูลแถลงแจ้งกิจจา ฯ
๏ จอมกระษัตริย์ตรัสกริ้วนิ่วพระพักตร์ มันคบยักษ์ยาแฝดแพศยา
เสนาในไปจัดอสุรา เที่ยวตามหามาสังหารผลาญชีวี
เจ้าพราหมณ์ฟังรั้งรอว่าข้อผิด ก็ควรคิดเคืองขัดตัดเกศี
สงสารหน่อวรนาถราชบุตรี ยังจะมีเชื้อวงศ์พงศ์ประยูร
ประทานโทษโปรดให้หนีไปเถิด อย่าให้เกิดการบาปให้สาบสูญ
สองพระองค์ทรงพระอนุกูล ให้เพิ่มพูนพงศ์กระษัตริย์สวัสดี
พระฟังพราหมณ์ห้ามเห็นเป็นประโยชน์ คลายความโกรธตรัสกับพระมเหสี
จริงหนอเจ้าเราอย่าทำเลยกรรมมี มันชาติอีคนชั่วช่างหัวมัน
พลางปราศรัยไถ่ถามความพี่เลี้ยง ถึงวังเวียงวงนิเวศน์ขอบเขตขัณฑ์
แล้วปลดเปลื้องเครื่องประทานสังวาลวัลย์ มงกุฎกรรเจียกแก้วพลอยแพรวพราย
ให้เจ้าพราหมณ์ตามมีที่ความชอบ ได้ประกอบก่อเกื้อเป็นเชื้อสาย
พราหมณ์เคารพนบนอบยุบยอบกาย กราบถวายบังคมพระภูวไนย
แล้วแต่งองค์ทรงเครื่องเรืองจรัส เพชรรัตน์รุ้งพร่างสว่างไสว
ทูลลามาพาพหลพลไกร รีบกลับไปพาราเมืองมารัน
ฝ่ายองค์พระสิงหไกรภพโลก ค่อยเคลื่อนคลายวายวิโยคที่โศกศัลย์
กับองค์พระมเหสีก็ดีกัน ทุกคืนวันเวลาไม่อาวรณ์
พระบำรุงกรุงไกรทั้งไอศูรย์ ยิ่งเพิ่มพูนภิญโญสโมสร
แสนเสนาพฤฒามาตย์ราษฎร ไม่เดือดร้อนรื่นเริงบันเทิงใจ ฯ


[๑] ทำยาแฝด แปลว่า ทำเสน่ห์

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ