ฉากที่ ๒ (ลงสรงเสี่ยงน้ำ)

(ม่านรูปป่าตกแม่น้ำกาหลง มีพลับพลาแรมไพร มีปลาว่ายในแม่น้ำตลิ่งสูง ตัวละครมีพระลอสองพี่เลี้ยง มัคคุเทศก์และนายด่าน)

ร้องลำลาวแพนน้อย รับมะโหรี ๏ พระลอเลิศฟ้ามาถึงฝั่ง น้ำใสไหลพลั่งกำลังเจิ่ง เสด็จสู่สุมทุมซุ้มเซิง เป็นพระเพลิงพอสงัดผลัดอาภรณ์ (ฟ้อนเข้าโรงทางซ้ายแล้ว ปี่พาทย์ทำเพลงฉุยฉาย พระลอทรงเครื่องถอด อาภรณ์มาลาการดอกไม้สด สวนออกมา นายแก้วเชิญเครื่องพระสำอางมุรธา นายขวัญเชิญพานพระภูษา ข้าหลวงเดิมน้อยเชิญพระแสงขรรค์ รำฉุยฉาย)

ฉุยฉายเอย พระลอสุดสวาท ค่อยนาฏกราย จะงามมิงามทรามกาย ก็สู้รำถวายพระผ่านฟ้า คิดถึงพระคุณการุญรักษ์ เลี้ยงประยูระศักดิ์เราหรรษา เฉลิมบาทมุลิกา ทรงพระปรีดาในรัตยานี้เอย

ฉุยฉายเอย พระลอเลอสมร เจ้าฟ้อนตามสบาย โดยบูรพ์แบบแยบคาย เรียงร่ายถวายกร บำเรอบาทบงกชะรัตน์ ในวันสวัสดิสโมสร มงคละดุษะดีมีละคร เพื่อถวายพระพรบังคมเอย

พระลอเอย พระรำถวาย วานอย่าเอื้อนอย่าอาย เยื้องกรายให้โฉมเฉลา เหลี่ยมไหล่ไว้จังหวะ ให้สวยให้สะสมตัวเจ้า ฉลองพระคุณผ่านเกล้า เจ้านายของเราให้หรูเอย

พระลอเอย พระลอรูปน้อย หน้าหมดจดชดช้อย ชะม้ายชะม้อยสะองสะโอด ถวายตัวให้เต็มลือ ถวายฝีมือให้พระโปรด ใครติใครชมอย่างมโกรธ ทรงพระปราโมทย์เป็นแล้วเอย

ร้องลำลาวเฉียง รับมะโหรี ๏ เจ้าเผือเอย เจ้าเชื้อชวนโลม ชื่นพระโฉม พระโฉมเรืองลอ ดอกเอ๋ย เจ้าดอกจันทน์กระพ้อ ข่อนหัวอกฝ่อ เฝ้าขอชมเอย

อัยยะศรีเอย จระลีลงท่า เบื้องซ้ายขวา สองราพี่เลี้ยง ดอกเอ๋ย เจ้าดอกกระเจี้ยง สองสูคู่เคียง แวงเรียงรักษ์เอย

นายขวัญเอย เชิญสุพรรณะภูสิต นายแก้วติดตามชิดราชา ดอกเอ๋ย เจ้าดอกสีดา เชิญเครื่องมุรธา สู่ท่าสนานเอย

พ่อเจ้าณหัวเอย ธจ่อมอระองค์ แอบฝั่งสรง โสรจสรงสระเกล้า ดอกเอ๋ย เจ้าดอกกะเบา ชื่นโฉมพระลอเจ้า สร่างเศร้าเชียงเอย

เฉิดฉวีเอย แผ้วธุลีวรกาย ผ่องผิวฉาย สะอางอินทร์เทียบ ดอกเอ๋ย เจ้าดอกกะเจี๊ยบ น้ำกะเซ็นเย็นเฉียบ งึมเงียบทรวงเอย

เทริดสวรรค์เอย เจิดขวัญเมืองแมน วิโยคโศกแสน โศกแสนเสียวสยอง ดอกเอ๋ย เจ้าดอกหม่อนทอง ลอราชอนาถตรอง หม่อนหมองแดเอย (ปี่พาทย์ทำเพลงลงสรง)

ร้องลำลาวแพนใหญ่ ๏ น้ำกาหลงใส ไหลหลั่งควะควั่งคว้าง แลอ้างว้างหวิวหวน กำสรวลแสนคำนึงความ ยามยาก จากเมืองแมน ตกมาอยู่ด้าวแดน อรัญญะวา พระเพื่อนแพงเอ๋ย พี่บเคยตกยาก แสนระกำลำบาก เหนื่อยยากนินักหนา พลัดทั้งบุรินทร์ถิ่นฐาน พลัดทั้งศฤงคารบุญญา พลัดทั้งสนมทั้งข้า ทั้งเสนาทั้งไพร่นาย พลัดทั้งพระแม่พระเมีย มาหายเสียเอกากาย พลัดทั้งเผ่าทั้งพงศ์ ผองจัตุรงค์ก็แลหาย ฤทธิ์เสน่ห์สาวเหนี่ยว ฤทธิ์เสน่ห์สาวรั้ง จนคลุ้มจนคลั่งสวิงสวาย แทบจะตายเสียแล้วนิเหนือ ในเฌอดงแดน แสนกันดาร (ฟ้อนโศกจระเข้เดี่ยว)

ร้องลำลาวครวญ ๏ โอ้พระชนนีศรีแมนสรวง จะโศกทรวงเสียวรู้สึกรำลึกถึง ไหนทุกข์ถึงบิตุรงค์ทรงรำพึง ไหนโศกซึ้งถึงกูคู่หทัย ร้อยชู้ฤๅเท่าเนื้อเมียตน เมียร้อยคนฤๅเท่าพระแม่ได้ พระแม่อยู่เยือกเย็นไม่เห็นใคร ฤๅกลับไปสู่นครก่อนจะดี พี่เลี้ยงตรองพลางสนองพระดำรัส เห็นชอบชัดเชิญคืนบุรีศรี เฉลิมกรุงบำรุงประชาชี เป็นที่เกษมสุขสืบไป โอ้บพิตรยิ่งคิดยิ่งขัดข่อน ครั้นจะจรก็ห่วงนครใหญ่ ครั้นจะคืนก็เกรงคนไยไพ ว่าท่านไท้คร้านขลาดประดาษชาย นายแก้วนายขวัญซั้นเสนอ ใครจะเพ้อคระหาว่าเสียหาย ฤๅไปหน่อยจึงค่อยเอื้อนอุบาย หมดฉินยินร้ายทุกทาง มากูจะเสี่ยงน้ำลองดู ผิวะกูรอดฤทธิ์ผีสาง น้ำใสจงไหลควั่งคว้าง กูอับปางน้ำเฉนียนจงเวียนวน (ปี่พาทย์ทำเพลงสาธุการ พระลอให้พี่เลี้ยงไปเก็บช่อดอกไม้มาบูชา ออกท่านารายน์ พี่เลี้ยงไหว้ผีสางเทพารักษ์)

เกริ่นเคล้าซอฝรั่งเสียงโศก ๏ พอวางพระโอษฐ์น้ำไหลวนคล่ำควะควั้ง เห็นแดงดังสีเลือดฉาด น่าอนาถสยดสยองโลมา เสียวหัทยาพระลอราช พระบาทธทะท่าวร้าวกมล เหมือนไม้สนสิบอ้อมสะบั้น ทับอุร พระลออั้น สะอื้น อาดูร แดเอย (ปี่พาทย์ทำโอด)

ร้องล้าลาวกะแซ รับมะโหรี ๏ ฝืนฤดีจรลีจากถิ่นท่า ผลัดภูษาเสด็จกลับพลับพลาหลวง เมี้ยนมิดปิดยุบลคนทั้งปวง มิให้ล่วงรู้เรื่องเคืองพระทัย (พี่เลี้ยงรับผ้าทรงผลัด เหยียดเป็นผ้าชุบสรงลงไปซักล้างหน้าตา เอาชุบสรงพาดบ่าเก็บเครื่องแล้วตามมา ฟ้อนเข้าโรงด้านขวาพลับพลา)

พระลอเผยม่านออกบนพลับพลา ทรงสนอบและอุณหิส พี่เลี้ยงตั้งราชูปโภคแล้ว หมอบถวายอยู่งานพัดอยู่)

เกริ่นเคล้าซอฝรั่งเสียงโศก ๏ โอ้สงสาร พระเรืองลอดิลกโลก แสนทรงพระโศกบมิจะสะเบย พระหทัยเจ้าเอ๋ยเอาแต่เต้นนิฤๅทะทึกทะทึก นึกแต่ลางร้ายร้ายระย่อ ฝ่อใจราชละลานลื้น วะหวิวหวั่นสั่นสะอื้น ละห้อย ขวัญหาย อยู่นา

ร้องลำลาวเล็กตัดสร้อย ๏ ทอดองค์ลงกับที่ศรีไสยาสน์ พระ ลอราชโศกสร้อยละห้อยไห้ คะนึงถึงแม่เจ้าเศร้าพระทัย ภูวไนยกำสรวลครวญคราง โอ้ว่าอนิจจามาตุเรศ เกิดเกศถนอมกูมิรู้หมาง แม้ลูกตายกายเกลื่อนในเถื่อนทาง ไฉนพระนางชนนีเห็นผีกู เสียแรงทรงศักดิ์าวราฤทธิ์ คิดคิดก็น่าอดสู มาม้วยเพราะหลงละเลิงในเชิงชู้ ทิ้งพระแม่ให้อยู่แต่เอองค์ เกิดเป็นชายหมายสนองพระคุณท่าน ไยกูหาญรักสาวเมื่อคราวหลง มาแต่กายตายกลิ้งอยู่กลางดง พระลอราชอนาถทรงพระโศกา (ปี่พาทย์ทำโอด)

ร้องลำลาวล่องน่านเล็ก ๏ พระคิดปิดโศกวิโยคไว้ มิให้ใครวุ่นหวังกังขา แสร้งสำรวลสรวลเล่นเจรจา กับพี่เลี้ยงเสนาทั้งนั้น เจรจา (ตรัสให้ข้าหลวงเดิม และชาวด่าน เล่นหัวกันให้ครึกครื้นรื่นเริงหน้าพลับพลา เล่นการละเล่นต่างๆ ทำนองสวดรับร้านตามควรแก่เวลา)

ร้องลำสร้อยลาว ๏ ตรัสเรียกชาวด่านชำนาญแคว้น ตลอดแดนเมืองสรองไอศวรรย์ ให้พาสองพี่เลี้ยงร่วมชีวัน นายแก้วนายขวัญเข้าบุรี สืบสาวราวทางข้างหน้า จนถึงสวนสองสุดามารศรี ควรแรมร้อนไหนบ้างตั้งแต่นี้ ให้ทราบคดีโดยพลัน เจรจา

ร้องลำลาวล่องแก่ง ๏ บัดนั้น พระพี่เลี้ยง นายแก้วนายขวัญ ทั้งขุนด่านชำนาญไพรวัน ถวายบังคมคัลรีบไป (ปี่พาทย์ทำเพลงเชิด)

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ