ภาคผนวก ๑. (ฆ) เรื่อง พวกจีนตั้วเฮีย

เรื่องพวกจีนตั๋วเฮีย (หรือที่เรียกกันในสมัยนี้ว่า “อั้งยี่”) นั้น กลับมีขึ้นในรัชกาลที่ ๕ ด้วยการค้าขายเจริญ มีเรือกำปั่นบรรทุกสินค้าเข้าออกมากขึ้น ทั้งมีโรงจักรสำหรับสีข้าวและเลื่อยไม้ตั้งขึ้นในกรุงเทพฯ หลายแห่ง ต้องใช้คนเป็นแรงงานมากขึ้น ไทยไม่ยอมรับจ้างเป็นกรรมกร พวกพ่อค้าต้องเที่ยวหาจ้างจีน จึงมีจีนชั้นคฤหบดีที่มีทุนรอนคิดอ่านเรียกจีนเลวจากเมืองจีน มารับจ้างเป็นแรงงานอยู่ในความควบคุมของตนเกิดขึ้นหลายราย พวก “เถ้าเก๋” ที่หากินในการเลี้ยง “กุลี” นั้น โดยปกติทำการค้าขายหรือเข้ารับทำภาษีอากรด้วย มักฝากตัวอยู่ในบ้านเจ้านายและข้าราชการผู้ใหญ่โดยมาก แต่เมื่อจีนกุลีมีจำนวนมากขึ้นจนต้องแบ่งงานกันทำ และเกิดเบียดเบียนกันด้วยเหตุนั้น จึงเอาวิธีสมาคมลับในเมืองจีนเรียกว่า “อั้งยี่” มาตั้ง พวกร่วมน้ำสบถสำหรับช่วยกันและกันมีขึ้นเป็นหลายคณะ ฝ่ายพวกเถ้าเก๋เกรงจะบังคับบัญชาพวกกุลีของตนไม่ได้ดังแต่ก่อน ที่เข้ารับเป็นตัวหัวหน้าอั้งยี่เสียเองก็มี ที่อุดหนุนพวกอั้งยี่เอาเป็นกำลังแย่งค้าขายก็มี พวกอั้งยี่จึงกำเริบขึ้นถึงปล้นราษฎรทางเมืองนครปฐม แม้จับตัวได้ก็หวาดหวั่นกันว่าพวกจีนอั้งยี่จะกำเริบขึ้นในกรุงเทพ ฯ ในเวลาเปลี่ยนรัชกาลใหม่ เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ให้สืบจับตัวหัวหน้าได้พวกเถ้าเก๋ที่เป็นคนฝากตัวอยู่กับท่านเป็นหัวหน้าอั้งยี่หลายคน ต่างสารภาพยอมรับผิดขอพระราชทานโทษ จึงพิพากษาเพียงให้กระทำสัตย์สาบานและให้สัญญาว่าจะไม่ประพฤติร้ายเป็นเสี้ยนหนามแผ่นดิน แล้วปล่อยตัวไป แต่เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ยังไม่วางใจ คิดอ่านให้มีการฝึกซ้อมทหารบกที่ท้องสนามชัย เชิญสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกทอดพระเนตร ณ พระที่นั่งสุทไธศวรรย์เนืองๆ บางวันให้ยิงปืนติดดินทั้งปืนใหญ่ปืนน้อยทำนองประลองยุทธ บางวันก็ผูกหุ่นเป็นตัวข้าศึกแล้วเอาช้างรบเข้าไล่แทงเป็นการเอิกเกริกขู่ให้พวกจีนเกรงกลัว แต่นั้นพวกอั้งยี่ก็สงบมาช้านาน

(คัดจากหนังสือความทรงจำ พระนิพนธ์ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ)

  1. ๑. เรื่องอัฐปลอม สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ตรัสเล่าไว้ละเอียดในหนังสือพระราชพงศาวดาร รัชกาลที่ ๕

    และเรื่องจีนกำเริบ หรือพวกจีนตั้วเฮีย สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ก็ได้ตรัสเล่าไว้พิศดารในหนังสือนิทานโบราณคดี นิทานที่ ๑๕

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ