บทที่ ๑ ความริษยาแห่งญาติ

เสร็จสำนวนคำประณามตามขนบ เสร็จปรารภกรณีย์ชี้เฉลย
ขอจับบทบรรยายภิปรายเปรย เพื่อสังเวยโสตเสริมเพิ่มสราญ
สมัยก่อนพุทธุปบาทศาสนา ในแหล่งหล้าชมพูอินดูสถาน
ในภาคแคว้นแดนอุตดรแต่ก่อนกาล เป็นถิ่นฐานกุรุรัฐพิพัฒน์พูน
มีกรุงไกรไพศาลอุฬารล้ำ เป็นราชสำนักปิ่นบดินทร์สูร
นามนครหัสดินถิ่นพิบูล อันจรูญรุ่งเรืองดังเมืองแมน
มีมหาปราสาทราชฐาน มีโรงธารข้าเจ้าเข้าเฝ้าแหน
มียอดเด่นเห็นไปได้ไกลแดน ดูงามแม้นตำหนักมัฆวาน
กำแพงวังตั้งล้อมป้อมประดับ ประตูสับแซงป้อมพร้อมทหาร
มีสวนหลวงช่วงโชติวโนทยาน อันตระการพฤกษชาติดาษดา
มีโรงม้าโรงรถคชสาร โรงทหารแหนวังตั้งรักษา
โรงอาวุธยุทธพัสดุ์และศัสตรา คลังมหาสมบัติชัชวาล
ริมถนนใหญ่น้อยซอยสลับ ล้วนคั่งคับคฤหาสน์นิวาสฐาน
ท้องถนนคนกลาดไม่ขาดกาล เสียงประสานแซ่อยู่มิรู้วาย
กำแพงกั้นชั้นนอกดังคอกเพ็ชร์ เป็นที่เข็ดขามหมู่ศัตรูหลาย
ตั้งป้อมใหญ่ได้ระยะจังหวะราย มีคูภายนอกกว้างเป็นทางชล
ประตูเมืองมั่นคงตรงวิถี สะพานมีข้ามคูอยู่ทกหน
มีเรือกสวนไร่นาประชาชน ตั้งอยู่กล่นเกลื่อนรอบขอบนคร
อุตดมแดนแน่นหนาประชาราษฎร์ ผลโอภาสภีย์โยสโมสร
ศิลปศาสตร์วิทยาสถาพร ข่าวขจรลือชาทั่วธาตรี
องค์พระจอมหัสดินบุรินทร์ราช กษัตริย์ชาติจันทรวงศ์ผู้ทรงศรี
นามพระเจ้า ‘ศานดนู’ ภูบดี ครองบุรีรุ่งเรืองกระเดื่องดิน
เชื้อพระเจ้า ‘ภรต’ ยศมหันต์ โอรสท้าว ‘ทุษยันต์’ อันเรืองศิลป์
กับนาง ‘สกุนตลา’ พระนารินทร์ พระเกียรติ์ภิญโญใหญ่ในบุราณ
สืบกษัตริย์หัสดินปิ่นประเทศ ถึงภูเบศ ‘ศานดนู’ ผู้พิศาล
ด้วยพระราชจรรยาสมาจาร ตามโบราณจารีตอดีตมา
ยิ่งพระญาณเยี่ยมยอดคอยสอดส่อง ทุกข์สุขผองราษฎร์แจ้งทุกแหล่งหล้า
พระการุณย์ร่มเกล้าชาวประชา ดังบิดาคุ้มครองผองดนัย
มิตรพระองค์จงรักสมัครมั่น บูชาฉันเทวดามหาศัย
ไพรีราบหลาบท้อไม่ก่อภัย พระเกียรติไกรเกริกหล้าทั่วสากล
พระทัยท้าวน้าวธรรม์เป็นบรรทัด ปฏิบัติราชการอุฬารผล
ไม่ถือองค์ทรงยึดประพฤติตน เป็นเยี่ยงยลยุกติธรรมส่ำประชา
สำนักท้าวข่าวคุณพิบุลเลิศ ประชาเชิดบูชิตทุกทิศา
สิ้นศัตรูดูหมิ่นและนินทา พระเดชกล้ากลัวแกลนทุกแดนดิน
ประชาราษฎร์ร่มเย็นอยู่เป็นนิตย์ ประกอบกิจเกื้อกูลประมูลสิน
ทำเรือกสวนไร่นาต่างหากิน เจริญศิลปกิจวิทยา
เจริญผลพาณิชย์พิพิธสรรพ์ เจริญธรรม์มรรยาทศาสนา
เจริญทรัพย์นับพ้นคณนา เจริญผาสุกชาติบำราศภัย
เจริญราชกวีศรีประเทศ เจริญเนติบัณฑิตวินิจฉัย
นับถือธรรม์มั่นคงเป็นธงชัย นับถือในข้อปรึกษาสมาคม
เจริญสามัคคีทวีวัฒน์ สกลรัฏฐ์ราบรื่นไม่ขื่นขม
ด้วยพิบัติขัดข้องหมองอารมณ์ ต่างชื่นชมพระมหาบารมี
พระจอมปราณศานดนูดำรูชาติ เถลิงราชย์จิรกาลพิศาลศรี
ยืนพระชนม์จนชราเข้ายายี ภูบดีดับขันธ์สวรรคต
จึง ‘วิจิตรวีรัย’ ดนัยราช ผู้ทายาทยศยงอลงกต
ขึ้นครองราชย์สืบวงศ์ดำรงยศ ตามแบบบทอัยยการบูราณมา
ไม่ช้าองค์ทรงธรรม์สวรรคต ในกำหนดเร็วพลันชัณษา
ยังไม่ถึงซึ่งวัยใกล้ชรา ปวงประชาราษฎร์เศร้าเปล่าฤทัย
พระมีสองราชบุตรบรุษรัตน์ เพื่อสืบขัตติยวงศ์ทรงพิสัย
พระพี่นาม ‘ธฤตราษฎร์’ ผู้นาศนัยน์ เป็นเคราะห์ไท้ทรงบอดแต่คลอดมา
เหลือพระน้องนามขนาน ‘ปาณฑุ’ ราช มวลอมาตย์มนตร์ที่ปรึกษา
ยกพระองค์ทรงราชย์นาถประชา ครองสีมามิ่งรัฏฐ์หัสดิน
รัชชกาลปาณฑุราชพิลาสเลิศ ด้วยผลเพริศพร้อมสุขทั่วทุกถิ่น
พอพระเกียรติรุ่งเรืองดังเมืองอินทร์ ก็พอสิ้นวาสนาประชาชน
ไม่ช้านานดาลให้พระทัยท้าว ทรงหน่วงน้าวน้อมข้างทางกุศล
เพื่ออยู่ป่าหาช่องครองพระชนม์ ด้วยวิเวกหวังผลกุศลธรรม์
น้อมพระทัยไตรตรึกไม่ปรึกษา เพราะเกรงข้าบาทบงสุ์ไม่ปลงฉันท์
รำพึงอยู่อย่างนี้ทุกวี่วัน ไม่เป็นอันเบิกบานดาลฤดี
ที่สุดทรงเบื่อหน่ายคลายพระสุข อันปลอบปลุกปลื้มเปรมเกษมศรี
ฟังสำเนียงกาหลเครื่องดนตรี เสียงนารีขับกล่อมล้อมบัลลังก์
เหมือนเสียงซ้องร้องไห้พระทัยกลุ้ม ให้ร้อนรุ่มเร่งสิ้นถวิลหวัง
ซึ่งสุขราชสมบัติจังหวัดวัง ยิ่งทรงสังเวชพ้นจะทนทาน
จึงพาพระมหิษีออกลี้หลบ อพยพอยู่ในไพรพิศาล
ตั้งสำนักอยู่ในไพรพนานตร์ ทรงสำราญรมย์รื่นทุกคืนวัน
ครั้นนานมาราชันสวรรคต มีโอรสห้าองค์วงศ์สวรรค์
ดิลกลักษณ์เลิศศรีฉวีวรรณ เพราะเทพอันทรงฤทธิ์เป็นบิดา
เพราะปาณฑุถูกศาปพระลาภขาด ห้ามสมพาสลาเพเสน่หา
จึงให้สองมหิษีมีสมญา ที่หนึ่งว่า ‘กูนตี’ ศรีอนงค์
ที่สองนาม ‘มัทรี’ ศรีพิสุทธิ์ ต่างขอบุตรเทพตามความประสงค์
นางจึงมีโอรสยศยง เกิดจากองค์เทพไทผู้ไกรเกียรติ์
นางกุนตีมีบุตรบุรุษสาม ที่หนึ่งนามบพิตร ‘ยุธิษเฐียร’
บุตรพระ ‘ยม’ ยรรยงคงแก่เรียน เป็นจอมเธียรเสิศล้ำธรรมบาล
ที่สองพระ ‘ภิมเสน’ นั้นเป็นบุตร พระมารุตเรี่ยวแรงกำแหงหาญ
โทษะร้ายกายใหญ่ไม่สคราญ ที่สามชาญเชี่ยวยุทธ์บุตรพระอินทร์
มีนามว่า ‘อรชุน’ พิบุลลักษณ์ เป็นยอดนักรบรู้ธนูศิลป์
อีกบุตรนางมัทรีศรียุพินทร์ เทพอัศวินแฝดคู่ผู้บิดา
คือ ‘นกูล’ เชี่ยวชาญชำนาญอัศว์ ได้ฝึกหัดคล่องแคล่วทรงแกล้วกล้า
‘สหเทพ’ ชำนาญการโหรา เป็นบุตรฝาแฝดกันฉันบิดร
ทั้งห้านี้ปาณฑุราชสวาทหวัง รับเลี้ยงดังบุตรองค์พระทรงศร
จึงเรียกขาน ‘ปาณฑพ’ จบขจร กำหนดตามนามกรพระทรงชัย
เวลาองค์ทรงธรรม์สวรรคต ทั้งโอรสร่วมจิตต์พิสมัย
ทั้งห้าองค์ทรงอ่อนยังหย่อนวัย เนาณไพรหิมพานต์กับมารดา
ไม่ช้าข่าวทรงธรรม์สวรรคต ก็ปรากฏกำจรกระฉ่อนหล้า
ทราบถึงไท้ธฤตราษฎร์นาถประชา ผู้เชษฐาธิบดีที่นคร
พร้อมด้วยประยูรญาติอำมาตย์มุข ระทมทุกข์ท่วมจิตต์ดังพิษศร
ตลอดจนไพร่ฟ้าประชากร ในนครหัสดินสิ้นทั้งมวล
สวมเครื่องทุกข์ทั่วไปฤทัยโศก ดังวิโยคญาติตนก่นกำสรวล
บางพวกเพ้อพูดพร่ำด้วยคร่ำครวญ บางพวกกล่าวท้าวมิควรไปอรัญ
บ้างว่าดวงชาตาพาราอับ พระจึงลับหลีกไปเข้าไพรสัณฑ์
บ้างว่าพระอยู่ไพรยังใกล้กัน นี่กระไรไปสวรรค์นับวันไกล
พระญาติพร้อมเสนาพฤฒามาตย์ กับทั้งราชบริพารทหารไพร่
ยกพหลพลนิกรสัญจรไป ยังตำหนักภูวไนยไพรพนม
อัญเชิญพระมหิษีนารีนาถ กับพระราชบุตรห้าจากอาศรม
คืนนครหัสดินบุรีนทร์รมย์ โดยนิยมยศอย่างนางพระยา
พระภูธรธฤตราษฎร์ประสาทให้ พระนางไท้ทั้งกุมารพระหลานห้า
ประทับในราชวังเช่นหลังมา ทรงเมตตาชุบเลี้ยงโดยเที่ยงธรรม์
แต่เพราะพระภูบาลพิการเนตร์ ต้องครองเขตต์แคว้นใหญ่ไอศวรรย์
มาสิ้นพระน้องยาผู้ราชัน หมดที่ผันผัดผ่อนเช่นก่อนมา
จึงทรงจัดคัดผู้ประยูรญาติ พฤฒามาตย์มนตรีที่ปรึกษา
ให้ประชุมว่าขานการพารา เป็นสภาต่างองค์พระทรงชัย
ฝ่ายห้าหลานผู้เยาว์เจ้าปาณฑพ พระทรงภพเอื้อเฟื้อเป็นเนื้อไข
พระทุรโยธน์ยิ่งยศโอรสไท อีกดนัยลูกเธอเสมอกัน
ทรงอบรมพระกุมารทั้งหลานบุตร ให้เพิ่มพุฑฒิ์ปรีชากล้าขยัน
ในศิลปศาสตร์วิทยาแห่งราชัน มอบให้บัณฑิตผู้พระครูพราหมณ์
ชื่อ ‘โท๎รณะ’ อาจารย์ชาญฉลาด ผู้เปรื่องปราชญ์ราชเนติและเวทสาม
ทั้งเป็นผู้เชี่ยวชาญการสงคราม พยายามสอนสั่งด้วยตั้งใจ
ฝ่ายกุมารหลานยาห้าปาณฑพ ค่อยเคารพครูบาอัชฌาสัย
เจียมพระองค์ทรงกำพร้าบิดาไท เอาใจใส่ศึกษาวิชชาการ
ค่อยฝากองค์ทรงถ่อมถนอมอาตม์ หมู่อมาตย์ญาติวงศ์คิดสงสาร
แม้ท่านพราหมณ์โท๎รณะพระอาจารย์ ก็ชูชุบอุปการด้วยการุณย์
จนพระวัยใหญ่กล้าทั้งห้าเจ้า พระรูปเพราพริ้งเพริศประเสริฐสุนทร์
สูงระหงทรงกลมสมสกุล พร้อมด้วยคุณสมบัติกษัตริย์ชาย
พระมรรยาทอ่อนโยนละโอนจิตต์ นาครคิดภักดีทวีหลาย
ประชาราษฎร์ทั่วไปทั้งไพร่นาย ต่างมุ่งหมายพึ่งร่มพระสมภาร
ด้วยหวังไท้ทั้งห้าเป็นทายาท ปาณฑุราชสืบศักดิ์อัครฐาน
นิยมพระภ๎ราดาห้ากุมาร เสมอปาณฑุนริศร์พระบิดา
พระทุรโยธน์พร้อมหมดโอรสนาถ ธฤตราษฎร์ร่วมจิตต์ริษยา
ในห้าเจ้าเหล่าอนุชบุตรพระอา เหตุประชาชนชมนิยมเธอ
ฝ่ายปาณฑพภ๎ราดาทั้งห้าเจ้า อุตส่าห์เฝ้าใฝ่เรียนเพียรเสมอ
เพลงอาวุธยุทธศาสตร์พิลาสเลอ ยิ่งเผยอยศเฟื่องกระเดื่องดิน
โท๎รณพราหมณ์อาจารย์ชาญฉลาด สอนพระราชกุมารชำนาญสิ้น
ให้ร่ำเรียนวิทยาเปนอาจิณ ผูกหัดศิลปศาสตร์ไม่ขาดวัน
หัดใช้ม้าใช้รถคชพ่าห์ เพลงศัสตราโตมรศรพระขรรค์
ทวนดาพง้าวหลาวครบรบประจัญ เพลงมวยปล้ำส่ำสรรพ์วิธีรณ
เป็นส่วนหนึ่งในศาสตร์ราชวัตร ซึ่งกษัตรย์ทั้งหลายต้องขวายขวน
จ้าวปาณฑพฝึกหัดสันทัดจน ประชาชนชมเชิดว่าเลิศชาย
ฝ่ายโท๎รณะอาจารย์เห็นปาณฑพ ฝึกการรบว่องไวดังใจหมาย
แกภูมิใจใฝ่ฝันบรรยาย อวดเจ้านายไพร่ฟ้าประชากร
ด้วยพันผูกปลูกฝังตั้งประสงค์ คิดตกลงกับพระ ‘ภิษม์’ นริสสร
โอรสองค์ศานดนูพระภูธร พระมารดรแห่งพระองค์ชื่อ ‘คงคา’
เป็นอาองค์ธฤตราษฎร์เป็นญาติใหญ่ หัวหน้าในมนตรีที่ปรึกษา
ทรงมั่นหมายพระกุมารผู้หลานยา เมื่อใหญ่กล้าเชี่ยวชาญการประจัญ
เป็นกำลังรอนราญ ‘ปัญจาลรัฐ’ ‘ท๎รุบท’ ขัตติยวงศ์ดำรงขัณฑ์
ซึ่งเป็นเมืองมุ่งมาดอาฆาตกัน กับราชันชาวรัฐหัสดิน
ไม่ช้านานปาณฑพครบทั้งห้า ต่างแกล้วกล้าการยุทธ์วุฒิศิลป์
โท๎รณะพราหมณ์ชื่นชมนิยมยิน ปราณีสิ้นทั้งห้าพระภ๎ราดร
อรชุนเชิดหน้ากว่าทั้งผอง ด้วยช่ำชองความรู้ธนศร
อุตส่าห์เรียนวิทยาสถาพร มรรยาทอ่อนโยนยิ่งมิ่งกุมาร
ทั้งว่านอนสอนง่ายไม่หน่ายหนี ทำให้มีเมตตาน่าสงสาร
ย่อมเป็นที่เสน่หาแห่งอาจารย์ จนกุมารทุรโยธน์ยังโกรธเคือง
ทวีความริษยาห้าปาณฑพ ในเชิงรบฝีมือซึ่งลือเลือง
ยิ่งเห็นเจ้าอรชุนจรูญเรือง ด้วยคุณเฟื่องฟุ้งเลิศยิ่งเกิดชัง
เมื่อผองศิษย์ศึกษาวิชชาครบ ทั้งเพลงรบเสร็จสมนิยมหวัง
จึงเริ่มการสำแดงแข่งกำลัง นักเรียนทั้งกรุงไกรไปประลอง
ปลูกพลับพลาหน้าฉานพระลานหลวง ประดับพวงบุปผชาติสะอาดอ่อง
ปะรำรายซ้ายขวาพลับพลาทอง ธงทิวผ่องผุดผาดสะอาดตา
สนามตั้งข้างหน้าพลับพลาราช เพดานดาดกันแดดซึ่งแผดกล้า
มีรั้วรอบขอบสนามห้ามประชา ไม่ให้มาพลุกพล่านณย่านกลาง
ถึงกำหนดวันกีฬา,ประชาราษฎร์ ก็เกลื่อนกลาดกันมาแต่ฟ้าสาง
ล้อมสนามหลามล้นปิดหนทาง เจ้าขุนนางเฝ้าแหนแน่นปะรำ
ได้เวลาธฤตราษฎร์พระบาทไท้ เสด็จในพลับพลาสง่าล้ำ
มหิษีเคียงองค์คงประจำ ทูลถ้อยคำต่างเนตรในเหตุการณ์
ฝ่ายท่านพราหมณ์โท๎รณะกับพระภิษม์ อำนวยกิจกีฬาอยู่หน้าฉาน
ทูลถวายรายนามกรรมการ แล้วทูลขานชื่อผู้คู่ประจัญ
ถึงกำหนดปล่อยผู้เป็นคู่ต้น ประชาชนอื้ออึงคะนึงลั่น
ข้างฝ่ายไหนได้ท่าท้าพะนัน มีรางวัลแก่ผู้สู้ชะนะ
คู่ต้นเสร็จปล่อยผู้คู่ที่สอง ที่สามรองเรียงตั้งเป็นจังหวะ
สี่ห้าหกเจ็ดไปไว้ระยะ ชั่วขณะตามควรขะบวนการ
ถึงคู่ เจ้าภีมะ ทุรโยธน์ เสียงอุทโฆษกึกก้องซ้องประสาน
แข่งมวยปล้ำช่ำชองสองกุมาร ต่างชำนาญยอดเยี่ยมทัดเทียมกัน
ทุรโยธน์ว่องไวกำไรกว่า ภิมะช้าแต่แรงแข็งขยัน
ถูกกินเปล่าปับๆ รับไม่ทัน ไม่ไหวหวั่นแต่สักน้อยเหมือนต่อยตอ
เหวี่ยงเข้าไปแต่ละทีเหมือนผีทุ่ม เป็นอันคุ้มกันได้ต่างไม่ย่อ
กลายเป็นคู่ปรปักษ์คิดหักคอ เพราะต่างก่อโทษะไม่ละลด
กระหายเลือดเดือดดาลทะยานจิตต์ ต่างไม่คิดย่อท้อทระหด
จนมีพระโองการบรรหารงด จึงจำถดถอยพรากออกจากกัน
พระทุระโยธน์โกรธอยู่ไม่รู้หาย คิดปองร้ายภ๎ราดาทั้งห้านั้น
เขาตัดสินสองเธอเสมอกัน แล้วแข่งขันคู่ใหม่มิได้รอ
เจ้าปาณฑพโชคดีไม่มีแพ้ มีแต่แซ่เสียงลั่นพะนันต่อ
สนั่นเสียงสรรเสริญกล่าวเยินยอ ได้ชมพอใจตัวทั่วด้วยกัน
ยังเหลือองค์อรชุนอยู่รุ่นท้าย ตกตอนบ่ายมีผู้เป็นคู่ขัน
กับคนมีฝีมือชื่อว่า ‘กรรณ’ เป็นชนชั้นต่ำชาติราษฎร
พระกรรณ์นี้ที่จริงเธอยิ่งยศ เปนโอรสพระอาทิตย์อดิสสร
นางกุนตีนงคราญเป็นมารดร ร่วมอุทรกับพระอรชุน
พระอาทิตย์ชิดชมภิรมย์รัก กับนงลักษณ์เมื่อครั้งกำลังรุ่น
นางทรงครรภ์อายเหล่าเผ่าสกุล ด้วยการุญพระอาทิตย์ช่วยปิดการณ์
พอคลอดบุตรคืนร่างเป็นนางสาว กันอื้อฉาวทิ้งบุตรสุดสงสาร
สารถีทุรโยธน์ผู้โปรดปราน เก็บกุมารมาได้ให้ภรรยา
ต่างเลี้ยงดูดังบุตรสุดที่รัก ตั้งจิตต์ฝักใฝ่ฝึกการศึกษา
ยุทธวิธีฝีมือเลื่องลือชา แต่ไม่ปรากฏเหล่าเป็นเผ่าใคร
เรื่องนี้พระภิษม์ผู้รู้ละเอียด แต่กู้เกียรตินงคราญหลานสะใภ้
ไม่เฉลยเผยแผ่แก่ผู้ใด จึงเข้าใจว่าพระกรรณสามัญชน
ผู้แข่งขันคู่นี้ดีทั้งสอง เข้าประลองรบรับอยู่สับสน
ต่างประเปรียวเชี่ยวชาญในการรณ ประชาชนซร้องซ่าสาธุการ
สองฝีมือเทียมกันขันชะนะ ไม่ลดละออมแรงกำแหงหาญ
เป็นหลายอันขันเข้าเฝ้ารำบาญ ไม่ล้มลาญล่าแพ้ลงแก่กัน
กรรมการชี้ให้ได้เสมอ ยกเป็นเลอเลิศแห่งผู้แข่งขัน
พอสิ้นงานการกีฬาก็สายัณห์ ต่างแซ่สรรเสริญห้าพระภราดร
พระทุรโยธน์ยิ่งคิดริษยา ในน้องห้าพระกุมารชาญสมร
เห็นฝีมือพระกรรณประชันกร ไม่ย่อหย่อนยั่นท้ออรชุน
พอพระทัยให้หาเข้ามาเฝ้า ตรัสโลมเล้าเอื้อเฟื้อทรงเกื้อหนุน
และชุบเลี้ยงต่อมาด้วยการุญ ยกย่องคุณยศศักดิ์อัครอุฬาร
จนได้เป็นราชาอาณาเขตต์ แห่งประเทศอังคราษฎร์ผู้อาจหาญ
เป็นนักรบเรืองพลรณชาญ พระทุรโยธน์โปรดปรานเปรียบกมล
แสนสงสารปาณฑพครบทั้งห้า ผู้กำพร้าปิตุราชอนาถล้น
ได้พึ่งพักพระเจ้าลุงผะดุงตน ได้ฝึกฝนศึกษาวิชชาการ
พอสำเร็จเสร็จสมอารมณ์หวัง มีผู้ตั้งริษยาน่าสงสาร
คือพี่เธอทุรโยธน์ไม่โปรดปราน คอยรังควานคิดร้ายมิวายวัน
ตะคอกขู่หลู่ลบสบประมาท ทั้งประภาษพ้อเพ้ยทั้งเย้ยหยัน
ทั้งแสดงกิริยาสารพัน ดูถูกฉันข้าทาสอนาถใจ
ทุกแห่งหนกนแต่รับอัปยศ แสนระทดแสนเทวษน้ำเนตรไหล
ด้วยเจียมองค์ออมอดสะกดใจ ทราบถึงไทธฤตราษฎร์นาถประชา
ทรงสั่งสอนโอรสหมดทุกอย่าง เพื่อให้จางจากจิตต์ริษยา
ให้ปรุงเปรมปรองดองกับน้องยา แต่สุดสามารถองค์พระทรงธรรม์
ด้วยพระราชปรีชามหากษัตริย์ เพื่อบำบัดขึ้งเคียดด้วยเดียดฉันท์
ย้ายสถานหลานไท้ให้ไกลกัน อยู่เขตต์อันชื่อ ‘วารณาวัต’
เป็นโอกาสให้พระทุรโยธน์ ผู้รุ่งโรจน์ริษยาแสนสาหัส
รับอาสาสร้างราชปราสาทรัตน์ ให้กษัตริย์น้องยาห้ากุมาร
บัญชาใช้นายช่างเป็นทางลับ ให้ปรุงปรับปราสาทราชฐาน
ใช้ขี้ผึ้งชันฉาบอาบกะดาน ล้วนตระการก่อเกื้อเชื้ออัคคี
ล่ามชะนวนล้วนชันน้ำมันชุ่ม ประดิษฐ์สุ้มซ้อนซับอย่างลับลี้
จุดชะนวนเมื่อใดไหม้ทันที เพราะว่ามีเชื้อไฟไว้ทั้งวัง
เพื่อเผาผลาญปาณฑพครบทั้งห้า เมื่อเวลาพร้อมสรรพมายับยั้ง
ให้ข่าวเฟื่องเลื่องลือระบือดัง ว่าเพลิงสังหารห้าภ๎ราดาหมด
ยังมีท่านมนตรีที่ปรึกษา มีนามว่า ‘วิทูร’ พิบูลยศ
ทราบรหัสเหตุกาลดาลสลด คิดระทดท้อใจในอธรรม์
จึงนำข่าวเล่าขานแก่ปาณฑพ เพื่อหลีกหลบอันตรายร้ายมหันต์
ให้มีท่าหาช่องคิดป้องกัน ต่อภยันต์อย่างบัดสีแห่งพี่ยา
เจ้าปาณฑพฟังสิ้นระบิลเรื่อง จึงคิดเปลื้องอันตรายณภายหน้า
ให้ช่างขุดท่อใหญ่เพื่อไคลคลา ออกจากปราสาทใหม่ทางใต้ดิน
ทั้งนี้ปิดเหตุผลที่ตนสร้าง ด้วยบนช่างผู้โลภละโมภสิน
ครั้นเสร็จสร้างวังใหม่ด้วยใจจินต์ สมถวิลทุรโยธน์โหดสันดาน
ขึ้นกราบทูลทรงฤทธิ์บิตุราช ทรงประสาทโสมนัสตรัสบรรหาร
ให้หาฤกษ์เริ่มมีวิธีการ แปรสถานหลานยาทั้งห้าองค์
มีแห่แหนแน่นหนา, ประชาราษฎร์ และอำมาตย์เสนาตามมาส่ง
สมเด็จท้าวธฤตราษฎร์ญาติวงศ์ ต่างก็ทรงมาช่วยอำนวยพร
ให้กษัตริย์ห้าองค์ทรงสวัสดิ์ อยู่วังรัตน์ภีย์โยสโมสร
พร้อมด้วยนางนงคราญพระมารดร แล้วต่างจรกลับเขตต์นิเวศน์ตน
แสนสงสารปาณฑพครบทั้งห้า กับมารดาดาลจิตต์คิดฉงน
ด้วยวิทูรมนตรีชี้ยุบล ว่ามีกลควรตั้งระวังภัย
ต่างตรองตรึกปรึกษาทั้งห้าเจ้า แสนกำเดาเดือดแดคอยแก้ไข
ไม่มียามเว้นว่างวางพระทัย เพราะเกรงภัยดังแถลงแห่งวิทูร
ราตรีหนึ่งถึงครากาลปักษ์ อัปลักษณ์ทุรทินพอสิ้นสูรย์
ยิ่งมืดคลุ้มเข้าทุกทีทวีคูณ แสงจรูญดาราก็ซาทราม
ด้วยมีหมอกมืดมัวไปทั่วทิศ ขึ้นปกปิดหาวหนออกล้นหลาม
ประชากรนอนสิ้นทุกถิ่นคาม ล่วงสามยามเย็นเยียบเงียบสำเนียง
ปรากฏไฟใหม่วังเจ้าทั้งห้า ฝูงประชาอื้ออึงคะนึงเสียง
เพราะนายช่างสร้างสรรค์อาบชันเปรียง เวลาเพียงไม่เท่าไรก็ไหม้โพลง
แสนสงสารมารดาและห้าเจ้า ต่างเก็บเอาสิ่งของมาห้องโถง
เสร็จเตรียมกายผ้ายจู่ลงสู่โพรง คืออุโมงค์เตรียมไว้หนีภัยพาล
ค่อยยอบกายผายผันขมันขมี มาออกที่นอกเขตต์นิเวศน์สถาน
แปลงพระองค์ทรงจรัลทางกันดาร ออกจากชานพระนครเข้าดอนดง
ทิ้งวังให้ไหม้โพลงเสียงโผงผาง ชาวเมืองต่างอึ้งอึงตะลึงหลง
ต่างลนลานซานซนด้วยงุนงง บ้างวิ่งวงเวียนวกด้วยตกใจ
บ้างห่วงเหย้าเข้าของประคองลูก บ้างหอบฟูกหมอนมุ้งออกยุ่งใหญ่
เสียงจอแจแซ่กันสนั่นไป ผู้คนไหลหลั่งพากันมาดู
เดชะบุญวังใหม่อยู่ในย่าน เรือนโรงร้านผู้คนไม่ปนอยู่
ลูกไฟว่อนร่อนวนเที่ยวหล่นพรู ไม่ถึงหมู่บ้านคนจึงพ้นภัย
ทหารวังต่างพากันมาช่วย อีกทั้งทวยราษฎร์แซ่เข้าแก้ไข
แต่ไม่อาจที่จะดับระงับไฟ เพราะเพลืงไหม้เร็วพลันสุดปัญญา
ได้แต่จ้องมองเพลิงระเริงแสง สยดแสยงยืนล้อมอยู่พร้อมหน้า
ต่างระทมสมเพชเวทนา ในเจ้าห้าปาณฑพประสพภัย
เพลิงเผาผลาญปราสาทพินาศยับ เป็นเท่าทับพสุธาหาช้าไม่
ประชาชนกนเศร้าด้วยเข้าใจ ว่าปาณฑพสบไฟบรรลัยปราณ
ฝ่ายองค์พระทุรโยธน์ปราโมทย์ล้น เพราะอิ่มผลเผาผู้ศัตรูหาญ
เห็นเพลิงโพลงโปร่งใจใครจะปาน เป่าขลุ่ยแจ้วแว่วหวานสำราญใจ
การอธรรมครั้งนี้ถึงลี้ลับ ไม่ระงับเงียบหายดังหมายไว้
ค่อยรั่วออกทีละน้อยหย่อยๆ ไป ไม่ทันไรรั่วแพร่แก่ประชา
ต่างทราบนำจิตต์พระทุรโยธน์ เห็นความโหดอำมหิตริษยา
ด้วยหวังราชสมบัติกษัตริย์อา จึงคลอกฆ่าบุตรท่านให้ลาญชนม์
ถึงแม้เธอปกปิดซึ่งกิจนี้ มันเหมือนผีเผยแพร่งทุกแห่งหน
ผู้ใดบ้างชอบชั่วสักตัวคน ตนของตนทำผิดยังคิดชัง
นับประษาคนอื่นจะชื่นชอบ เขาคงลอบว่าร้ายเมื่อภายหลัง
ชั้นแรกเพียงบุ้ยใบ้มิให้ดัง ที่สุดสั่งสนทนากันซ่าไป
สันดานผู้โง่เขลาเอาแต่จิตต์ รู้สึกผิดก็ไม่วางเอาข้างไถ
ชื่อว่าเขาทิ้งธรรมอันอำไพ ที่ปราชญ์ได้อบรมนิยมมา
ถึงมีทรัพย์สูงศักดิ์อัครฐาน คนกราบกงานยอบย่อเพียงต่อหน้า
แต่ใจชังทั้งสิ้นลอบนินทา ไม่บูชาจริงใจเพราะไร้ธรรม
ทุรโยธน์เป็นอย่างที่อ้างนี้ คุณจะมีมาแต่ไหนแม้ใฝ่ฝัน
การอื้อฉาวกล่าวโทษออกโจษจัล จะป้องกันเท่าไรก็ไม่วาย
ขอย้อนกลับจับเล่าถึงเจ้าห้า กับมารดาเดิรดั้นรีบผันผาย
ต่างตรำฝนทนแดดแผดพระกาย เหลือกระหายหิวหอบบอบสกนธ์
แสนสงสารชนนีสตรีชาติ ไม่เคยยาตรย่านไกลเข้าไพรสณฑ์
เมื่อยพระเพลาเข่าน้องจำต้องทน พระลูกด้นดั้นพาฝ่ากันดาร
เข้าดงแดนแสนเมื่อยเหน็ดเหนื่อยนัก ชวนกันพักร่มไม้ในไพรสาณฑ์
พอซาเหนื่อยเมื่อยล้าไม่ช้านาน ก็ทะยานยาตรเตร่ซัดเซไป
เดิรเหนื่อยหนักพักคลายแล้วผายผัน จนถึงคันเขตต์ลำแม่น้ำไหล
มีชื่อว่าคงคาชลาลัย อันกว้างใหญ่ยาวขวางหนทางจร
หกกษัตรย์พักกายอยู่ชายหาด สองฝั่งลาดล้วนทรายรายสลอน
ฝูกปักษินบินคล่ำณอัมพร ต่างเที่ยวร่อนลงยังฝั่งนที
ส่งสำเนียงจอแจแซ่สนั่น เธอเดิรดั้นเลียบเลาะเสาะวิถี
ตามริมฝั่งตั้งหน้าข้ามวารี ไม่เห็นมีเรือแพมีแต่นก
ต่างปลงใจว่ายข้ามตามกุศล เที่ยวเสาะค้นท่อนไม้หนุนใต้อก
กะทุ่มว่ายบ่ายหน้าฝ่าอุทก พร้อมทั้งหกว่ายคลอชะลอมา
ผู้ใดเหนื่อยเกาะเพื่อนพาเคลื่อนคล้อย น้ำพาลอยลิ่วไปไกลหนักหนา
พอถึงฝั่งหยั่งได้ก็ไคลคลา ขึ้นสู่ท่าทางลาดเป็นหาดทราย
ต่างพักองค์ทรงพร่ำร่ำพิลาป ถึงการบาปทุรโยธน์ผู้โหดร้าย
คิดมานะลืมเหนื่อยเมื่อยพระกาย ออกผันผายผ่าพงเข้าดงดอน
เที่ยวลัดเลาะเสาะทางในกลางเถื่อน ด้วยฟั่นเฟือนฝ่าเดิรเนินศิขร
ที่ไหนมีทางไปก็ไคลจร เหนื่อยก็ผ่อนพักข้างหนทางเดิร
แล้วพากันครรไลต่อไปเล่า ข้ามภูเขาโขดชันเป็นคันเขิน
ข้ามประเทศทุ่งกว้างระหว่างเนิ ระหกระเหินหักทนกระวนกระวาย
ไม่พบที่พึ่งพาพักอาศัย ต่างครรไลดั้นด้นกมลหมาย
ให้ถึงย่านบ้านคนทนตะกาย เหลือกระหายหิวหอบบอบสกนธ์
แสนสงสารมารดาชราภาพ เสโทอาบองค์นางมากลางหน
พระศอผากอยากน้ำแต่จำทน มาจนพ้นพระกำลังประทังกาย
ทอดพระองค์ลงนอนด้วยอ่อนจิตต์ แทบชีวิตมอดม้วยด้วยกระหาย
พระลูกเข้านวดไคลเพื่อให้คลาย พระภีมผายผันหาซึ่งวารี
ไปพบน้ำแต่ขาดภาชนะ ทั้งไม่ปะสิ่งใดในที่นี้
เธอจึงจุ่มผ้าโพกพอโชกดี รีบมาที่แม่นอนด้วยร้อนใจ
บีบผ้าโพกหลั่งน้ำลงลำศอ จนนางพอมีกำลังลุกนั่งได้
ช่วยชีวิตไว้ทันไม่บรรลัย แต่น้ำเท่านั้นไซร้ไหนจะพอ
อีกน้องพี่สี่องค์ก็ทรงอยาก ดูดพอกลั้วทั่วปากแก้ผากศอ
ทั้งหกองค์อาหารไม่ผ่านคอ ทั้งเมื่อยข้อเข่าแข้งพระแรงโรย
ยิ่งอยากน้ำซ้ำโศกวิโยคถิ่น แทบจะสิ้นสมฤดีทวีโหย
แสงแดดอ่อนตอนบ่ายพระพายโชย วู่ ๆ โบยโบกใบไม้ทั้งปวง
เข้าพักร่มรุกขชาติอนาถเหนื่อย ระบมเมื่อยไปทั้งองค์ให้งงง่วง
ตะวันรอนจรคล้อยลงด้อยดวง นกทั้งปวงป่วนปั่นบินครรไล
แซ่สำเนียงสัตว์ร้องก้องสนั่น พัลวันเวียนหาที่อาศัย
ขมุกขมัวมัวมนทุกหนไป จันทร์รำไรเรื่อฟ้าขึ้นมาแทน
หกกษัตริย์ทอดองค์ลงกับพื้น ด้วยฝ่าฝืนบอบช้ำระกำแสน
หลับอยู่ใต้รุกขชาติยามขาดแคลน สิ้นกลัวแกลนเสือสางในกลางไพร
สงสารเจ้าภีมะเฝ้าสลด ความระทดถมทับไม่หลับใหล
จนดวงเดือนเคลื่อนคล้อยลงด้อยไป เสียงเรไรหริ่งรี่ ! อยู่นี่นั้น
พินิศดูชนนีและพี่น้อง มานอนหมองหม่นไหม้ณไพรสัณฑ์
“โอ้! ผลกรรมก่อสร้างแต่ปางบรรพ์ ใครจะกันแก้ได้นั้นไม่มี
ท่านว่าส่ำสัตว์สิ้นณถิ่นหล้า ล้วนเกิดมาตามลิขิตไม่ผิดที่
จะลำบากยากไร้หรือได้ดี แต่ล้วนมีข้อลิขิตไม่ผิดเลย
กรรมเอ๋ยกรรม ! ลำเค็ญแทบเป็นผี พระชนนีภ๎ราดาของข้าเอ๋ย !
มานอนดินถิ่นไพรไร้สะเบย กรรมเจ้าเอ๋ย ! ปางใดจะไกลกรรม”
หวนคิดถิงทุจจริตริษยา แห่งเชษฐาทุรโยธน์ยิ่งโกรธล้ำ
ชลนัยน์ไหลซึมบ่นพึมพำ ด้วยความช้ำชอกใจดังไฟลน
ยุธิษเฐียรเชษฐาผู้ทายาท ควรรับราชสมบัติมาขัดสน
ต้องนอนค้างกลางดินถิ่นอรญ อดอยากจนชีวิตแทบปลิดปลง
ฝ่ายทุรโยธน์โหดยิ่งผู้ชิงราชย์ อิ่มอำนาจสมหวังดังประสงค์
นอนเหนือแท่นปัจจัตถรณ์อันอ่อนองค์ ทุกสิ่งยงยั่วยวนควรภิรมย์
ทั้งนี้เป็นด้วยจิตต์ยุธิษเฐียร เธอพากเพียรเพ็ญธรรมคิดส่ำสม
ไม่ถือโทษโกรธใครใฝ่นิยม ข้างคิดข่มแค้นขึ้งคะนึงธรรม์
หาไม่แล้วทุรโยธน์ผู้โหดเอ๋ย ! อย่านึกเลยจะสบายดังหมายมั่น
วิญญาณเธอกับร่างจะห่างกัน บัดนี้ดั้นร่อนด้นอยู่หนใด”
เธอนอนพูดพึมไปใจละห้อย จนเดือนคล้อยคลายลับจึงหลับใหล
อยู่กับเพื่อนเกลื่อนกลาดอนาถใจ จนรำไพผ่องภพนภดล
  1. ๓. พี่ชายวิจิตรวีรัยมีอีกองค์หนึ่งตามเรื่องพิสดารมีดังนี้ : -
    พระเจ้าศานดนูมีมเหสีชื่อนางสัตยวดี พระนางนี้เมื่อรุ่นสาวได้ไปเที่ยวตามแถบแม่น้ำยมนา, พระมหาฤษีชื่อปราศร (ปะราสอน) มาพบเข้าสมพาสด้วยนาง, นางมีครรภ์ พระฤษีให้พรว่าเมื่อคลอดบุตรแล้วให้กลับเป็นนางสาวได้ใหม่, ภายหลังนางจึงคลอดบุตร คือ พระวยาสพรหมฤษีอยู่ที่เกาะในแม่น้ำนั้น แล้วนางก็เป็นนางสาวใหม่, ด้วยเหตุนี้พระวยาสจึงมีชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า กฤษณไทวปายน์, ต่อมานางสัตยวดีได้เปนพระมเหสีท้าวศานดนูนี้ มีพระโอรส ๒ องค์ พี่ชื่อจิตรางคท, น้องชื่อวิจิตรวีรัย. เมื่อท้าวศานดูสวรรคต, จิตรางคทครองราชย์ แต่ถูกราชาแห่งคนธรรพ์ ชื่อจิตรางคท ชื่อพ้องกัน) ฆ่าสวรรคต แล้ววิจิตรวีรัยครองราชย์ต่อไปดังปรากฏณที่นี้.

  2. ๔. ธฤตราษฎร์ กับปาณฑุ เป็นบุตรท้าววิจิตรวีรัยตามพิธีเท่านั้นที่จริงเป็นบุตรพระวยาสพรหมฤษี คือ วิจิตรวีรัย ไม่มีโอรสสืบกษัตริย์จันทรวงศ์ พระนางสัตยวดีผู้มารดากลัววงศ์ศูนย์ จึงไปนิมนต์พระฤษีวยาสบุตรหัวปีของนางให้มาสืบพันธุ์แทนวิจิตรวีรัยน้องชาย พระฤษีขัดไม่ได้จึงสมพาสด้วยมเหสีของวิจิตรวีรัยทั้ง ๒ นาง เกิดโอรสนางละองค์ คือ ธฤตราษฎร์ และปาณฑุ.

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ