บทที่ ๑๓ โท๎รณาจารย์จอมทัพใหม่ฝ่ายเการพ

เสร็จการศพทรงฤทธิ์พระภิษม์เฒ่า พอรุ่งเช้าแจ่มแจ้งแสงไถง
พวกเการพรวมพลสกลไกร โบกธงชัยโท๎รณพราหนณ์งามตระการ
เพื่อประกาศชาติเพศพิเศษเลิศ ผู้บรรเจิดจรรยามหาศาล
มีตระกูลอันอุตดมจากพรหมาน๒๓ เป็นอาจารย์แห่งกษัตริย์จรัสคุณ
ทหารเหล่าเการพเตรียมครบสรรพ กระบวนทัพหน้าหลังกองรั้งหนุน
สำเร็จเตรียมพลนิกรก่อนอรุณ ชุลมุนมั่วสุมประชุมกัน
ทั้งนี้โดยบังคับแม่ทัพใหม่ ถือวินัยเข้มงวดยิ่งกวดขัน
เพราะท่านโท๎รณาจารย์ขานจำนรรจ์ ก่อนรับสัญญายอมเป็นจอมพล
ว่าจะจับทรงฤทธิ์ยุธิษเฐียร พร้อมด้วยเสี้ยนศัตรูหมู่พหล
มาให้เการพดังตั้งกมล จึงเตรียมรณวิธีทวีคูณ
อรชุนทราบชัดรหัสเหตุ จึงทูลเชษฐนรินทร์บดินทร์สูร
“คำของท่านครูเฒ่ามีเค้ามูล เพิ่มอาดูรโดยแท้ให้แก่เรา
ญาติต่อญาติรบร้าฆ่ากันได้ นี่ครู, ใครจะบังอาจพิฆาตเขา
คำอาจารย์ขานไว้นั้นไม่เบา สยองเกล้าหนักอยู่แก่หมู่ศิษย์
ข้าเจ้าขอปฏิญญาต่อหน้าท่าน เพื่อเป็นการภักดีมอบชีวิต
เลือดในกายข้านี้ยังมีติด แม้สักนิดจะอุตส่าห์พยายาม
เพื่อรักษาทรงฤทธิ์ยุธิษเฐียร ป้องกันเสี้ยนศึกไว้มิได้ขาม
เว้นไว้แต่ท่านครูจักวู่วาม เหยียบย่ำข้ามข้าไปเมื่อไร้ชนม์”
ครั้นเสร็จเตรียมเสนาโยธาหาญ โท๎รณาจารย์รีบมาหน้าพหล
ก่อนจะขึ้นรถชัยต้อนไพร่พล จึงร่ายมนตร์บูชามหาพรหม
เสร็จแล้วจึงอวยพรสอนทหาร เพื่อเป็นการน้อมใจในประถม
ให้นบนอบยอบยำในคำคม ยึดนิยมนายใหม่ทั้งไพร่นาย
“ทหารเอ๋ย ! ข้าเจ้าได้เข้ารับ เปนจอมทัพนำพลกมลหมาย
เข้าสู้รบป้องกันอันตราย กู้เกียรติฝ่ายเการพโดยครบครัน
การรับผิดชอบนั้นเป็นอันรู้ ตกแก่ผู้นำพหลพลขันธ์
แต่นายพลใดเล่าเข้าประจัญ ให้ศึกผันพ่ายแพ้แต่ลำพัง
ต้องอาศัยไพร่พลทุกคนน้อม มนัสพร้อมเกลียวกลมจึงสมหวัง
เพราะเหตุนี้ขอให้ตั้งใจฟัง ที่เราสั่งสอนไว้ด้วยใฝ่ดี
จงคะนึงถึงเขตต์ประเทศชาติ กษัตริย์ราชเรืองคุณวิบุลศรี
ทรงอำนาจอาชญาบารมี ได้เป็นที่สุขสวัสดิ์ขจัดภัย
ย่อมอาศัยสามารถอันอาจหาญ แห่งพวกท่านบากบั่นไม่หวั่นไหว
ที่จะรบไพรินจนสิ้นใจ ภักดีใต้บทรัชช์กษัตริย์ตน
จงกระทำหน้าที่วีรชาติ สุดสามารถที่ผู้ชายจักขวายขวน”
เสร็จโอวาทบัญชาให้คลาพล ขึ้นสู่รถรีบร้นเข้ารำบาญ
ในวันรบเริ่มต้นจอมพลใหม่ ปาณฑพได้รบราอย่างกล้าหาญ
ผู้รบรับขับเคี่ยวอย่างเชี่ยวชาญ คือกุมารอภิมันยุยรรยง
ได้สำแดงเดชเด่นเห็นประจักษ์ เป็นหลายพักน่าคิดพิศวง
เป็นยอดเยี่ยมวีรชาติอันอาจองค์ ซึ่งดำรงวัยราวคราว ๆ กัน
ครั้งแรกเธอรุกฝ่าเข้ามาพบ พระ ‘เปารพ’ กุรุราช,ปราดถลัน
เข้าจิกเกล้า, เปารพหลบไม่ทัน ฟาดกับดินดิ้นยันยับย่อยไป
เจ้าสินธูนามบัญญัติ ‘ชยัทรถ’ เห็นเปารพสุรคตเข้าแก้ไข
ชูกระบี่รี่รุกบุกคระไล เข้าชิงชัยอภิมันยุทันที
ทั้งสองข้างทางกระบี่ดีขยัน ต่างถลันโลดใส่มิได้หนี
เสียงฉับฉาดฟาดฟันประจัญตี แสงกระบี่แปลบปลาบวะวาบตา
ทั้งสองข้างต่างไวมิได้พลาด ข้างหนึ่งฟาดข้างหนึ่งรับสลับท่า
ชยัทรถได้ช่องจ้องศัสตรา แทงปราดมาราวนมอย่างสมรัก
อภิมันยุจ้องคอยมองจับ เอาโล่ห์รับทันทีกระบี่หัก
ชยัทรถหมดอาวุธทรุดชะงัก รีบผินพักตร์เผ่นหนีจากที่รณ
ขึ้นรถรีบพยายามขับข้ามออก ไปภายนอกแนวทัพอันสับสน
จึงพระ ‘ศัลย์’ กุรุราชรีบกวาดพล เข้าประจญอภิมันยุทันใด
พลันพระภีมมาทันผันผยอง เงื้อตระบองปลายปุ่มเป็นตุ้มใหญ่
พบพระศัลย์กั้นสะกัดในบัดใจ ทั้งสองไท้ต่างเก่งเพลงตระบอง
ตัวต่อตัวรบร้าสง่ายิ่ง ทั้งสองสิงห์สู้กันผันผยอง
แกว่งคทาร่ารำเป็นทำนอง ต่างปิดป้องป่ายตีดูทีกัน
เสียงกระทบแห่งตระบองปัดป้องรับ โปกเปกปับปึงปังดังสนั่น
ต่างคลุกคลีถี่เข้าเร้าประจัญ ดังจักรผันโผใส่มิได้ผละ
ต่างพิโรธโกรธเกรี้ยวเคี่ยวพิฆาต ต่างหวดฟาดซ้ายขวาด้วยมานะ
ต่างบั่นบุกคลุกคลีต่างตีดะ ต่างปะทะกันล้มลงจมคว่ำ
แต่พระภีมว่องไวลุกได้คล่อง เงื้อตระบองทันทีจะตีซ้ำ
แต่กลับคิดเวทนาไม่กล้าทำ ด้วยข้าศึกสิ้นสัมฤดีตน
เห็นสลบเลือดไหล, พระทัยเศร้า ปล่อยให้เขาหามกลับอยู่สับสน
เพื่อนำไปเยียวยารักษาชนม์ ที่ค่ายตนตามแต่จะแก้กัน
ฝ่ายข้างกองทัพหลวงปวงทหาร ต่างเข้าราญรุกรับอย่างคับขัน
โท๎รณาจารย์นำทัพขับประจัญ เห็นทรงธรรม์ธรามบุตรหลุดจากกอง
จึงขับรถรี่ไปเพื่อใคร่จับ ให้สมกับถ้อยคำที่ร่ำพร้อง
ทหารเห็นไพรีจึงตีกลอง บันลือก้องพร้อมกันบอกสัญญา
อรชุนทราบชัดอุบัติเหตุ ด้วยสังเกตกลองดังรีบตั้งหน้า
ขับรถสู่ธรรมบุตรรีบรุดมา ก่อนโท๎รณาจารย์ได้ใกล้พระกาย
หมดโอกาสแห่งท่านอาจารย์เฒ่า ไม่กล้าเข้าโรมรันดังมั่นหมาย
พลันขับรถเร่ไปต้อนไพร่นาย เข้ารบฝ่ายไพรีอยู่นี่นัน
สนามรบครานี้อึงมี่ก้อง เสียงฆ้องกลองอื้ออึงคะนึงลั่น
เสี่ยงกระบี่พลรบกระทบกัน ลูกเกากัณฑ์ว่อนหวือ! อึงอื้อไป
หอกกระทบโล่ห์รับเสียงฉับฉาด เสียงขวานฟาดฟันกันสนั่นไหว
แลทุกทัพสับสนพลไกร โลหิตไหลแดงฉาดดั้งชาดทา
แลดูพลโยธาน่าอนาถ บ้างหัวขาดล้มเอนเบนถลา
บ้างแขนขาดขาขาดดาษดา คนและม้าล้มกลาดดื่นดาษไป
รถทะลายล้อพรากออกจากรถ พลคชสู้กันอยู่หวั่นไหว
ร้องแปร๋แปร้นแล่นแทงงวงแกว่งไกว บ้างไส้ไหลล้มผางลงกลางคัน
บ้างงาหักงวงขาดเลือดสาดพุ่ง บ้างพะยุงกายเร่วิ่งเหหัน
อลหม่านราญรุกต่างบุกบัน บ้างผลัดกันรุกรับไม่นับครา
เสียงโห่ร้องก้องกึกพิลึกลั่น เสียง ‘เอามัน, เอาเข้า, เอาสิหวา!’
จนศังข์กลองก้องลั่นบอกสัญญา ถึงเพลาพลบค่ำเลิกรำบาญ
รบวันนี้สองข้างต่างกำแหง เข้าแสดงสามารถด้วยอาจหาญ
ไม่มีใครเสียเปรียบพอเทียบทาน ผลแห่งการเข้ารณยังวนเวียน
ครั้นรุ่งแจ้งจึงท่านอาจารย์เฒ่า มุ่งคร่าห์เอาทรงฤทธิ์ยุธิษเฐียร
ให้ได้ดังจิตต์ปองตามร้องเรียน อุตส่าห์เพียรจัดทัพรีบขับพล
ครั้นเห็นองค์อรชุนหนุนรักษา จะจับคร่าห์ไม่ถนัดล้วนขัดสน
จึงให้สุศรมันท้าขันรณ กับอรชุนเป็นกลให้ห่างนาย
อรชุนรู้ทียินดีรับ เข้ารบกับผู้ท้าแต่ตาหมาย
คอยชำเลืองราชาไม่คลาคลาย เร่งผันผายเข้ายุทธ์รุดระดม
ไม่ช้าฆ่าไพรินถึงสิ้นชีพ แล้วกลับรีบมาระวังดังประถม
ปล่อยให้พลขับเคี่ยวกันเกลียวกลม ไพรีเห็นนายล้มก็แหลกลาญ
ฝ่ายท่านพราหมณ์โท๎รณะเห็นฉะนั้น รีบจัดสรรส่งพหลพลทหาร
เข้ารบรกบุกบันประจัญบาน เพื่อคิดการจับกุมพระจุมพล
เจ้ากุรุหลายองค์ถูกส่งให้ แยกกันไปรบรับอยู่สับสน
ให้ไพรีแยกย้ายจากนายตน แล้วรวมรณจับนายเมื่อปลายมือ
ทุรโยธน์ยกตีพระภีมะ เข้าปะทะโทรมศรออกว่อนหวือ!
ต่างรุกรุมทุ่มเทเสียงเฮฮือ! ผะผางผึง!อึงอื้อพัลวัน
พอทุรโยธน์เสียท่าต้องอาวุธ ต้องเลิกยุทธ์กลับค่ายรีบผายผัน
อรชุนเฝ้าองค์พระทรงธรรม์ เห็นไพรีรวมกันประดังมา
ไม่ทันให้ไพรีทวีหนัก เข้าตีหักพังแนวเหล่าแถวหน้า
ก็แตกย่อยถอยท้อไม่รอรา ตีแนวขวาซ้ายย่นร่นทุกราย
ไม่ช้านานทัพหน้าก็ล่าหนี แตกปู้ยี่ปู้ยำระส่ำระสาย
พระกรรณ์เห็นเช่นนั้นพลันตะกาย ขับรถผายต้อนพลเข้ารณรับ
เพลิงพิโรธริษยามาแต่ก่อน กำเริบร้อนแรงอยู่ไม่รู้ดับ
ยิ่งเคืองแค้นแม้นเสือเหลือระงับ เข้ารบกับอรชุนอย่างรุนแรง
ต่างฟันฟาดฉาดฉับต่างรับเฉียะ เสียงเปรื่องเปรียะ!แปลบปลาบวะวาบแสง
ข้างหนึ่งแกว่งดาพลวงแล้วจ้วงแทง ข้างหนึ่งแกว่งดาพรับดูฉับไว
รบไม่คิดตายเป็นจนเย็นค่ำ ตะวันต่ำต้อยดับลับไศล
เสียงศังข์กลองก้องลั่นขึ้นทันใด สัญญาให้พักผ่อนเลิกรอนราญ
สองนักรบภูมิจิตต์ในกิจยุทธ์ เพราะต่างรุดรบราด้วยกล้าหาญ
ผลัดกันรับผลัดกันบุกรกรำบาญ ไม่เป็นการแพ้ชะนะจนผละกัน
  1. ๒๓. ส. เป็น ‘พฺรหฺมนฺ’ เรานำมาใช้ยาวออกไปเปน ‘พรหมาน’ อย่างเดียวกับ ‘โวฺยมนฺ’ เป็น ‘โพยมมาน,’ ยุวนฺ เป็น ‘ยุพาน’ และแผลงต่อไปเป็น ‘เยาวพาน’ (คือเอา ยุ เป็น เยาว, อย่างเดียวกับ สุ เป็น เสาว เช่น สุคนธ์ เป็น เสาวคนธ์)

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ