เดือน ๘ จุลศักราช ๑๒๖๐

วัน ๑ ๘ ค่ำ ปีจอสัมฤทธิศก ๑๒๖๐

วันที่ ๑๙ มิถุนายน รัตนโกสินทร๓๑ศก ๑๑๗

พระเจ้าไอยิกาเธอ กรมหลวงวรเสรฐสุดาทรงพระปรารภว่า วันที่ ๑๙ เดือนนี้ พระชนม์พรรษาของท่านบรรจบรอบ ๗๐ ย่างขึ้น ๗๑ ปี เปนสมัยที่จะทรงบำเพ็ญพระกุศล จึงทรงบริจาคทรัพย์เปนทุนนอนเพื่อเกิดผล บำรุงพระภิกษุสงฆ์สามเณรในวัดนิเวศนธรรมประวัติ อันเปนถึงมหามกุฎราชวิทยาลัยเปนจำนวนเงิน ๗๒ ชั่ง ได้ทรงนำเงินรายนี้ทูลเกล้าฯ ถวาย เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพนักงานจัดการนี้เปนบริวารแห่งพระราชกุศล แลเพื่อเปนนิพัทธกุศลแก่พระองค์ท่านสืบไป สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นสมมติอมรพันธ์ รับเงินรายนี้ไปฝากธนาคารเปนทุนนอน พระราชทานนามว่า “วรเสรฐสมบัติ” สำหรับเก็บดอกเบี้ยบำรุงพระภิกษุสามเณรในวัดซึ่งได้กล่าวมาแล้วนั้นสืบไป

วัน ๒ ๘ ค่ำ ปีจอสัมฤทธิศก ๑๒๖๐

วันที่ ๒๐ มิถุนายน รัตนโกสินทร๓๑ศก ๑๑๗

เวลาย่ำค่ำเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกทางพระทวารกลางพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาทแล้ว เสด็จพระราชดำเนินเปนการไปรเวต โดยกระบวนรถพระที่นั่ง ไปประทับวัดบวรนิเวศวิหาร ในการบำเพ็ญพระราชกุศล ของพระเจ้าไอยิกาเธอ กรมหลวงวรเสรฐสุดา ด้วยพระชนมพรรษาของพระองค์ท่านบรรจบรอบ ๗๐ ย่างขึ้น ๗๑ ปี พระองค์ท่านได้เสด็จไปบำเพ็ญพระกุศล ณ วัดบวรนิเวศวิหารนั้น เวลา ๑ ทุ่ม ๔๕ นาที พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จกลับสู่พระบรมมหาราชวัง

วัน ๓ ๘ ค่ำ ปีจอสัมฤทธิศก ๑๒๖๐

วันที่ ๒๑ มิถุนายน รัตนโกสินทร๓๑ศก ๑๑๗

เวลาย่ำค่ำเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกขุนนาง ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย มีพระราชดำรัสด้วยเจ้าพระยาสุรพันธ์พิสุทธิ ข้าหลวงเทศาภิบาลสำเร็จราชการมณฑลราชบุรีว่า มาเมื่อไร กราบบังคมทูลว่ามาถึงได้สี่เวลาแล้ว มีพระราชดำรัสว่า ราชการมณฑลเรียบร้อยดีหรือ กราบบังคมทูลว่าเรียบร้อยดี

แล้วพระยาราชเสนา อ่านบอกพระยาประสิทธิศัลการ ฃ้าหลวงเทศาภิบาลสำเร็จราชการมณฑลนครราชสีหมา ๒ ฉบับ กราบบังคมทูลพระกรุณา

ฉบับ ๑ ว่า ได้กราบถวายบังคมลาไปตรวจบาญชีนักโทษที่เมืองบุรีรัมย์ บริเวณนางรอง มีนักโทษ ๒๐๒ คน ปล่อยพ้นโทษไป ๓๖ คน แล้วได้ตรวจนักโทษที่เมืองรัตนบุรี มีนักโทษ ๓๒ คน ปล่อยพ้นโทษ ๒๐ คน รวมนักโทษที่ปล่อยในบริเวณนางรอง ๕๖ คน

ฉบับ ๒ ว่าได้รับบอกพระหฤไทย ฃ้าหลวงผู้ว่าราชการบริเวณไชยภูมิ์ ส่งบาญชีรายชื่อนักโทษที่บริเวณไชยภูมิ์มาว่า นักโทษที่ชราพิการกับโทษที่สมควรจะปล่อยได้ ได้ปล่อยนักโทษไป ๑๓ คน

แล้วพระยาราชเสนากราบบังคมทูลนำ พระอนันต์สมบัติ ผู้ช่วยราชการเมืองสงขลา กราบถวายบังคมลาไปรับราชการมณฑลนครศรีธรรมราช แล้วนำหลวงพลอาไศรย เจ้ากรมอาสาวิเศษซ้าย กราบถวายบังคมลาไปรับราชการมณฑลลาวเฉียง

แล้วพระยานรินทรราชเสนีกระทรวงกระลาโหม นำนายร้อยเอก ขุนโหมหักปัจนึก ว่าที่นายพันตรี บังคับกองพันที่ ๒,๑ นายเชยว่าที่นายร้อยเอก บังคับกองร้อย ๑ นายแฃกว่าที่นายร้อยเอกกองปืนใหญ่ ๑ กราบถวายบังคมลาไปรับราชการประจำกองทหารมณฑลนครราชสีหมา กับนายร้อยโทคร้าม ว่าที่นายร้อยเอก ๑ กราบถวายบังคมลาไปรับราชการในกองทหารมณฑลลาวกาว

แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานสัญญาบัตรแก่ข้าราชการ ๗ นาย

๑. ให้ขุนราชโอสถ (เนน) เปนหลวงจินดาโอสถ ปลัดจางวางกรมหมอยาซ้ายฝ่ายพระราชวังบวร ถือศักดินา ๔๐๐

๒. ให้หมื่นพิทักษ์ (เอี่ยม) เปนฃุนภักดีองค์ ปลัดกรมหมอนวดขวา ถือศักดินา ๘๐๐

๓. ให้หมื่นวรรณวินิจ (พัน) เปนฃุนไชยแพทยา เจ้ากรมหมอฝรั่ง ถือศักดินา ๖๐๐

๔. ให้นายช่วง บุตรพระยาสุขุมาลย์บริหาร เปนฃุนกุมารประสิทธิ์ ปลัดกรมหมอกุมาร ถือศักดินา ๔๐๐

๕. ให้นายดั่น เปนหลวงมไหยสวรรย์ มีตำแหน่งราชการในกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ ถือศักดินา ๖๐๐

๖. ให้นายเข้มเปนหลวงสวัสดิ์โกษา มีตำแหน่งราชการในกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ ถือศักดินา ๖๐๐

๗. ให้นายบุญ เป็นขุนราชพลีรักษ์ มีตำแหน่งราชการในกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ ถือศักดินา ๕๐๐

แล้วทรงพระดำเนินออกทางพระทวารเทเวศร์รักษา มาทางชาลาน่ากระทรวงวัง มีพระราชดำรัสด้วยเจ้าพระยาสุรพันธ์พิสุทธิตามสมควรแล้ว ทรงพระดำเนินขึ้นประทับบนพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาท ทรงประเคนของเครื่องขึ้นกุฎีแก่พระธรรมวโรดม กับถานานุกรมวัดบพิธพิมุข ไปอยู่วัดอรุณราชวราราม พระราชมุนี แลถานานุกรมวัดอรุณราชวราราม ไปอยู่วัดบพิธภิมุขแล้วเสด็จขึ้น

วัน ๔ ๘ ค่ำ ปีจอสัมฤทธิศก ๑๒๖๐

วันที่ ๒๒ มิถุนายน รัตนโกสินทร๓๑ศก ๑๑๗

เวลาย่ำค่ำ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกขุนนาง ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระยาราชเสนาอ่านบอกเจ้าพระยาสุรพันธ์พิสุทธิ์ ฃ้าหลวงเทศาภิบาล สัมเรจราชการมณฑลราชบุรี ๑ บอกพระยาวิเศษฦๅไชย ผู้ว่าราชการเมืองฉเชิงเทรา ๑ กราบบังคมทูลพระกรุณา

ให้บอกเจ้าพระยาสุรพันธ์พิสุทธิว่า ได้ส่งสรรพคคีความอาญาของความแพ่งให้ฃ้าหลวงวิเศษกับผู้พิพากษา ตัดสินแต่วันที่ ๘ ถึงวันที่ ๑๔ มิถุนายน ศก ๑๑๗ ความอาญาได้ตัดสินแล้วไป ๔๐ เรื่อง ความแพ่ง ๕ เรื่อง รวม ๔๕ เรื่อง

ในบอกพระยาวิเศษฦๅไชยว่า ได้รับสารตราดำเนินกระแสพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้เอาเงินที่พวกจีนเมืองฉเชิงเทราบอกช่วยราชการแผ่นดิน ใน ร,ศก ๑๑๖ ปลูกสร้างที่ว่าการตามตัวอย่างซึ่งโปรดเกล้า ฯ ให้ทำเปนราคาจ้างเหมาเงิน ๗๐ ชั่งนั้น ได้จ้างเหมาทำที่ว่าการใหม่เสร็จแล้ว ครั้นวันที่ ๙ มิถุนายน ร,ศก ๑๑๗ เวลาเช้าพร้อมด้วยกรมการได้เชิญพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขึ้นประดิษฐานที่อันสมควร แลได้ทำการในที่ว่าการใหม่แต่วันที่ ๙ นี้แล้ว

แล้วพระยาราชเสนานำ พระประสิทธิวิทยา กลับจากราชการเมืองราชบุรี นำเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท

แล้วทรงพระราชดำเนินออกทางพระทวารเทเวศรักษา มาทางชาลาน่ากระทรวงวัง มีพระราชดำรัสด้วยพระเจ้าน้องยาเธอ ๓ พระองค์ คือ ๑. กรมหมื่นมหิศรราชหฤไทย ๒ กรมหมื่นดำรงราชานุภาพ ๓ กรมหมื่นสมมตอมรพันธุ์ ด้วยราชการต่างๆแล้วเสด็จขึ้น

วัน ๕ ๘ ค่ำ ปีจอสัมฤทธิศก ๑๒๖๐

วันที่ ๒๓ มิถุนายน รัตนโกสินทร๓๑ศก ๑๑๗

เปนวันเสด็จพระราชดำเนินประพาศตามตัวเมืองรายทเลตวันตก เวลาเช้า ๒ โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกทางพระทวารกลาง พระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาท ประทับพระราชยานเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยกระบวนแห่นำตามเสด็จ ออกประตูศรีสุนทรไปประทับพระที่นั่งราชกิจวินิจฉัย มีพระราชดำรัสด้วยพระบรมวงษานุวงษ์แลฃ้าทูลลอองธุลีพระบาทบางท่านแล้ว ทรงพระดำเนินขึ้นประทับบนเรือพระที่นั่งมหาจักรกรี เจ้าพนักงานได้ใช้จักรแล่นขึ้นไปกลับลำที่น่าวัดราชาธิวาศ แล้วล่องลงไปตามลำน้ำเจ้าพระยา เวลาเที่ยงถึงเมืองสมุทปราการ

วัน ๖ ๘ ค่ำ ปีจอสัมฤทธิศก ๑๒๖๐

วันที่ ๒๔ มิถุนายน รัตนโกสินทร๓๑ศก ๑๑๗

โปรดเกล้าฯ ให้มีการพระราชกุศลสัตมวารครั้งที่ ๔ ณ ที่หอนิเพทพิทยา เวลาค่ำพระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าอภันตรีประชา พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าพิทยาลังการ เสด็จออกทรงจุดเทียนนมัสการ พระสงฆ์ ๑๐ รูป มีพระธรรมปาหังษนาจาริยเปนประธานเจริญพระพุทธมนต์จบแล้ว พระเทพเมธีถวายเทศนา ๑ กัณฑ์

วัน ๗ ๘ ค่ำ ปีจอสัมฤทธิศก ๑๒๖๐

วันที่ ๒๕ มิถุนายน รัตนโกสินทร๓๑ศก ๑๑๗

เวลาเช้าพระเจ้าลูกเธอ ๒ พระองค์ที่ได้เสด็จออกเมื่อเวลาวานนี้นั้น เสด็จออกเลี้ยงพระสงฆ์ ๑๐ รูปที่ได้เจริญพระพุทธมนต์วานนี้ พระสงฆ์รับพระราชทานฉันแล้ว พระธรรมทานาจารย ถวายเทศนา ๑ กัณฑ์ แล้วทรงทอดผ้าสดัปกรณ์ ๒๐๐ รูป

วัน ๑ ๘ ค่ำ ปีจอสัมฤทธิศก ๑๒๖๐

วันที่ ๒๖ มิถุนายน รัตนโกสินทร๓๑ศก ๑๑๗

ไม่มีการอะไร

วัน ๒ ๘ ค่ำ ปีจอสัมฤทธิศก ๑๒๖๐

วันที่ ๒๗ มิถุนายน รัตนโกสินทร๓๑ศก ๑๑๗

ไม่มีการอะไร

วัน ๓ ๑๐ ๘ ค่ำ ปีจอสัมฤทธิศก ๑๒๖๐

วันที่ ๒๘ มิถุนายน รัตนโกสินทร๓๑ศก ๑๑๗

ได้มีการสมโภช พระวรวงษ์เธอแลหม่อมเจ้าซึ่งจะผนวช เวลาบ่ายพระวรวงษ์เธอ พระองค์เจ้าเสรฐวงษ์วราวัต ๑ พระวรวงษ์เธอ พระองค์เจ้าออสคาร์นุธิศ ๑ หม่อมเจ้าทศศิรีวงษ์ ๑ ในสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจาตุรนต์รัศมี กรมพระจักรพรรดิพงษ์ หม่อมเจ้าธานีนิวัตร ในพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นพิทยลาภพฤฒิธาดา รวม ๔ พระองค์ ได้เสด็จมาพักที่คดพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เจ้าพนักงานได้เจริญพระเกษาแลแต่งองค์อย่างที่จะสมโภชเสร็จแล้ว เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าอภันตรีประชา พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าทิพยาลังการ เสด็จออกพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระวรวงษ์เธอ แลหม่อมเจ้าที่ได้กล่าวพระนามมาแล้วนั้น ทรงเสลี่ยงไปที่น่าพระทวารเทเวศรรักษา แล้วดำเนินเข้าไปประทับเก้าอี้ที่มณฑลสมโภช ณ พระที่นั่งอมรินทร์ พราหมณ์พิธีได้เบิกแว่น พระบรมวงษานุวงษ์แลข้าราชการเวียนเทียนแล้ว พราหมณ์รวมแว่นดับเทียนแลจุณเจิมตามไสยเวท พระเจ้าลูกเธอ ทรงหลั่งน้ำพระมหาสังข์แลทรงเจิม พระวรวงษ์เธอแลหม่อมเจ้าตามธรรมเนียม เปนเสร็จการสมโภช

วัน ๔ ๑๑ ๘ ค่ำ ปีจอสัมฤทธิศก ๑๒๖๐

วันที่ ๒๙ มิถุนายน รัตนโกสินทร๓๑ศก ๑๑๗

เปนวันผนวชพระวรวงษ์เธอแลหม่อมเจ้า เวลาบ่ายพระสงฆ์ ๓๐ รูปได้มาพร้อมกัน ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระวรวงษ์เธอแลหม่อมเจ้าได้สมโภชเมื่อวานนี้ เสด็จมาแต่งองค์ ณ ที่พักที่ได้กล่าวแล้วในวันก่อน เวลาบ่าย ๓ โมง พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าอภันตรีประชา พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าทิพยาลังการ เสด็จ ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ทรงจุดเทียนนมัสการแล้ว พระวรวงษ์เธอ แลหม่อมเจ้าที่จะผนวชนั้น ได้ทรงเสลี่ยงไปพักที่เกยน่าวัดพระศรีรัตนศาสดารามทิศตวันตก ทรงโปรยเงินองค์ละ ๒๐ บาทเสร็จแล้ว ดำเนินสู่ภายในพระอุโบสถ ทรงจุดเทียนบูชาที่ราวเทียนแล้ว พระวรวงษ์เธอพระองค์เจ้าเสรฐวงษ์วราวัตร พระวรวงษ์เธอ พระองค์เจ้าออสคาร์นุทิศ ทรงประคองผ้าไตรเสด็จเข้าในท่ามกลางพระสงฆ์ ฃอบรรพชาจำเพาะพระภักตร์ พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นวชิรญาณวโรรส ซึ่งเปนพระอุปัธยาจารย์ ทรงรับตะจะปัญจกะกรรมฐานแลวินะโยวาทแล้ว กลับออกมาทรงครองผ้ากาสาวพัสตร์ แล้วเฃ้าไปทรงรับสรณาคมน์แลศีล หม่อมเจ้าพระศรีสุคตคัตยานุวัตรเปนผู้ถวาย พระวรวงษ์เธอ พระองค์เจ้าเสรฐงงษ์วราวัตร หม่อมเจ้าพระสถาพรพิริยพรต ถวายศีลพระวรวงษ์เธอ พระองค์เจ้าออสคาร์นุทิศ ให้สำเรจกิจบรรพชาเปนสามเณร ตามพระบรมพุทธานุญาตแล้ว พระองค์เจ้าสามเณรทั้ง ๒ เสด็จออกมาประทับเก้าอี้ที่ริมผนังทิศตวันออกของพระอุโบสถนั้น ในเวลาที่พระองค์เจ้าสามเณรทั้ง ๒ ออกมาครองผ้านั้น หม่อมเจ้าทศศิริวงษ์ หม่อมเจ้าธานีนิวัตร ได้เข้าไปขอบรรพชา เฉพาะพระภักตร์พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นวชิรญาณวโรรสดังที่กล่าวมาแล้ว ออกมาครองผ้าแล้วเข้าไปรับสรณาคมน์แลศีล หม่อมเจ้าพระศรีสุคตเปนผู้ถวาย หม่อมเจ้าทศศิริวงษ์ พระสุคุณคณาภรณ์ ถวายหม่อมเจ้าธานีนิวัตร แล้วหม่อมเจ้าสามเณรทั้ง ๒ ออกมาพักอยู่ที่เดิม พระองค์เจ้าสามเณรเสรฐวงษ์วราวัตร จึ่งเข้าไปขอนิสัยแล้วเข้าไปขออุปสมบทต่อสงฆ์ ๆ ได้ทำสังฆกรรมตามพระบรมพุธานุญาตให้พระองค์เจ้าสามเณรเสรฐวงษ์วราวัตร เปนพระภิกษุในพระพุทธสาศนา ด้วยพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นวชิรญาณวโรรสเปนพระอุปัชฌาย์ หม่อมเจ้าพระศรีสุคตคัตยานุวัตร กับพระธรรมไตรโลกาจารย์ เปนกรรมวาจาจารย์ แล้วพระองค์เจ้าพระพระองค์เจ้าเณร หม่อมเจ้าเณร ถวายผ้าพับน่าแก่พระสงฆ์ แล้วพระเจ้าลูกเธอ ๒ พระองค์ ทรงถวายเครื่องบริขารของหลวง แก่พระองค์เจ้าพระ พระองค์เจ้าเณร หม่อมเจ้าเณร ที่ผนวชใหม่นั้นแล้ว พระบรมวงษานุวงษ์แลข้าราชการได้ถวายของต่อไป แล้วพระสงฆ์ถวายอนุโมทนาตามธรรมเนียม

อนึ่งในเวลาบ่ายวันนี้ พระบวรวงษ์เธอ พระองค์เจ้ากัลยาณประวัติ ๑ หม่อมเจ้าอัชวัฒนา ในพระเจ้าบวรวงษ์เธอ พระองค์เจ้าโตสินี ๑ หม่กมราชวงษ์วาดในพระสัมพันธวงษ์เธอ พระองค์เจ้าประเสริฐศักดิ์ ๑ ได้มาพักที่คคพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เจ้าพนักงานได้เจริญพระเกษาแลแต่งองค์อย่างที่จะสมโภช แลได้สมโภชที่พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย อย่างเช่นวานนี้ พระเจ้าลูกเธอทั้ง ๒ พระองค์ ที่ได้กล่าวพระนามมาแล้วนั้นเสด็จออก

วัน ๕ ๑๒ ๘ ค่ำ ปีจอสัมฤทธิศก ๑๒๖๐

วันที่ ๓๐ มิถุนายน รัตนโกสินทร๓๑ศก ๑๑๗

เปนวันผนวช พระบวรวงษ์เธอ, หม่อมเจ้า, หม่อมราชวงษ์, เวลาบ่ายพระสงฆ์ ๓๐ รูป ได้มาพร้อมกัน ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนสาศดาราม พระบวรวงษ์เธอพระองค์เจ้า หม่อมเจ้า หม่อมราชวงษ์ ที่ได้สมโภชเมื่อเวลาวานนี้ ได้มาแต่งองค์ ณ ที่พักดังเช่นวานนี้ แล้วทรงเสลี่ยงไปพักที่เกยน่าวัดพระศรีรัตนสาศดารามทิศตวันตก ทรงโปรยเงินตามธรรมเนียม พระบวรวงษ์เธอ พระองค์เจ้ากัลยาประวัติ ๒๐ บาท หม่อมเจ้าอัชวัฒนา ๑๘ บาท หม่อมราชวงษ์วาด ๑๒ บาทเสร็จแล้ว ดำเนินสู่ภายในพระอุโบสถ ทรงจุดเทียนที่ราวเทียนอย่างวานนี้ พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าอภันตรีประชา พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าทิพยาลังการ เสด็จออก ณ พระอุโบสถ ทรงจุดเทียนนมัสการแล้ว พระบวรวงษ์เธอ ได้ขอบรรพชาเฉพาะพระภักตร์พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นวชิรญาณวโรรส ซึ่งเปนพระอุปัชฌาจารย์ แล้วออกมาครองผ้ากาสาวภัสตร์ แล้วกลับเข้ามาฃอศีลต่อหม่อมราชวงษ์พระราชพงษ์ปฏิพัทธ์ หม่อมเจ้าอัชวัฒนาได้ฃอบรรพชาดังเช่นกล่าวแล้ว แลขอศีลต่อพระราชกระวี หม่อมราชวงษ์วาด เฃ้าไปฃอบรรพชาต่อไป แล้วฃอศีลต่อพระเฃมาภิมุขธรรม สัมเร็จกิจเปนสามเณรทั้ง ๓ พระองค์แล้ว พระบวรวงษ์เธอ พระองค์เจ้าสามเณรกัลยา ณ ประวัติ หม่อมเจ้าสามเณรอัชวัฒนา หม่อมราชวงษ์สามเณรวาด ได้ฃอนิสัยต่อพระอุปัชฌาจารย์ แลได้ขออุปสมบท ณ ที่ท่ามกลางสงฆ์โดยลำดับกัน พระสงฆ์ได้ทำสังฆกรรมตามพระบรมพุทธานุญาตให้พระองค์เจ้าเณร หม่อมเจ้าเณร หม่อมราชวงษ์เณร เปนพระภิกษุในพระพุทธสาสนาแล้ว พระเจ้าลูกเธอทั้ง ๒ พระองค์ทรงประเคนเครื่องบริขาร แก่พระองค์เจ้าพระ หม่อมเจ้าพระ หม่อมราชวงษ์พระนั้นแล้ว พระสงฆ์ถวายอนุโมทนาตามธรรมเนียม เปนเสร็จการผนวช

ในเวลาวันนี้ เปนดิถีที่คล้ายกับวันประสูตร กรมสมเด็จพระเทพศิรินทรามาตย์ ตามจันทรคติกาล ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้จัดการบำเพ็ญพระราชกุศลที่พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย เวลาบ่ายพระสงฆ์วัดเทพศิรินทราวาศ ๙, วัดราชบพิธ ๑ รวม ๑๐ รูป หม่อมเจ้าสถาพรพิริยพรตเปนประธาน ได้เจริญพระพุทธมนต์ แลมีสดัปกรณ์ ๑๐๐ รูป แล้วหม่อมเจ้าพระศรีสุคตคัตยานุวัตร ถวายเทศนา ๑ กัณฑ์ ในการพระราชกุศลนี้ โปรดเกล้า ฯ ให้พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าอภันตรีประชา พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าทิพยาลังการเสด็จออก

วัน ๖ ๑๓ ๘ ค่ำ ปีจอสัมฤทธิศก ๑๒๖๐

วันที่ ๑ กรกฎาคม รัตนโกสินทร๓๑ศก ๑๑๗

โปรดเกล้า ฯ ให้มีการพระราชกุศลสัตมวารครั้งที่ ๕ ที่หอนิเพทพิทยา เวลาค่ำพระสงฆ์ ๑๐ รูปได้มาพร้อมกัน พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าอภันตรีประชา พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าทิพยาลังการ เสด็จออกทรงจุดเทียนนมัสการทรงศีลแล้ว พระสงฆ์ ๑๐ รูป มีพระวิเชียรกระวีเปนประธานสวดพระพุทธมนต์จบแล้ว พระราชมุนี ถวายเทศนา ๑ กัณฑ์

วัน ๗ ๑๔ ๘ ค่ำ ปีจอสัมฤทธิศก ๑๒๖๐

วันที่ ๒ กรกฎาคม รัตนโกสินทร๓๑ศก ๑๑๗

เวลาเช้าโปรดเกล้า ฯ ให้พระเจ้าลูกเธอ ๒ พระองค์ที่กล่าวพระนามมาแล้ว เสด็จออกที่หอนิเพธพิทยา ทรงประเคนอาหารบิณฑบาตแก่พระสงฆ์ ๑๐ รูปที่สวดพระพุทธมนต์วานนี้ ครั้นพระสงฆ์รับพระราชทานฉันแล้ว พระวิเชียรธรรมคุณาวัตรถวายเทศนา ๑ กัณฑ์ แล้วพระเจ้าลูกเธอ ๒ พระองค์ ทรงทอดผ้าพระสงฆ์ส่วนของหลวง ๑๐๐ รูป ส่วนของฝ่ายใน ๑๐๐ รูป สดัปกรณ์

วัน ๑ ๑๕ ๘ ค่ำ ปีจอสัมฤทธิศก ๑๒๖๐

วันที่ ๓ กรกฎาคม รัตนโกสินทร๓๑ศก ๑๑๗

มีการถวายพุ่มเข้าพรรษาเช่นเคยทุกปีมา เวลาเที่ยงเศษ พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าอภันตรีประชา พระเจ้าลูกเธอ พระองค์ทิพยาลังการ เสด็จออกวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ทรงถวายพุ่มพระพุทธรัตนปฏิมากร และพระพุทธรูปต่างๆ แล้วทรงประเคนพุ่มแลเทียน ๑๐๐ แด่พระสงฆราชาคณะผู้ใหญ่ผู้น้อย } พระครูถานานุกรมเปรียญ แลพระองค์เจ้าพระ หม่อมเจ้าพระ หม่อมเจ้าเณร หม่อมราชวงษ์พระ ที่ในพระอุโบสถรวม ๓๙ รูป แล้วพระสงฆ์ถวายอนุโมทนา พระเจ้าลูกเธอทรงแจกเทียนชนวนแลโคมไฟฟ้า แก่พระบรมวงษานุวงษ์ไปทรงจุดเทียนตามพระอารามหลวงต่างๆ แล้ว พระเจ้าลูกเธอ ๒ พระองค์เสด็จกลับ

ส่วนพระสงฆ์พระครูเปรียญถานานุกรมพระพิธีธรรม ในกรุงแลหัวเมืองที่ใกล้เคียงได้มารับพระราชทานพุ่มเทียน ๑๐๐ ที่ในพระระเบียงโดยทั่วกัน

วัน ๒ ๘ ค่ำ ปีจอสัมฤทธิศก ๑๒๖๐

วันที่ ๔ กรกฎาคม รัตนโกสินทร๓๑ศก ๑๑๗

โปรดเกล้า ฯ ให้มีการพระราชกุศลกาลานุกาล เจ้าพนักงานได้เชิญพระบรมอัฐิพระอัฐิ มาประดิษฐานเหนือพระที่นั่งเสวตรฉัตรแลที่ชั้นลดแลที่โต๊ะจีน ที่พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยตามเคยทุกปีมา เวลาบ่ายพระสงฆ์ ๓๔ รูป มีพระญาณโพธิเปนประธาน ได้มาพร้อมกันที่พระที่นั่งนั้น

เวลาบ่าย ๒ โมงเศษ พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าอภันตรีประชา พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าทิพยาลังการ เสด็จออกทรงจุดเทียนนมัสการแลทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์ ๒๙ รูปสดัปกรณ์โดยวิธีที่จัดอนุโลมในพระบรมอัฐิพระอัฐินั้น ๆ แล้วมีสดัปกรณ์รายร้อย ๕๐๐ รูป แล้วเจ้าพนักงานได้เชิญพระบรมอัฐิพระอัฐิกลับประดิษฐานตามเดิม

พระสงฆ์อีก ๕ รูปนั้น ไปสดัปกรณ์ที่พระราชวังบวร ส่วนสดัปกรณ์รายร้อยที่พระราชวังบวร ๑๐๐ รูป ที่หอพระนาค ๑๐๐ รูป ได้โปรดเกล้า ฯ ให้ส่งไปตามเคย

เวลาบ่ายวันนี้ ได้มีการเปลื้องเครื่องพระพุทธรัตนปฏิมากร สำหรับฤดูร้อน เปลี่ยนทรงเครื่องสำหรับฤดูฝน เช่นเคยทุกปีมา

  1. 1. พระธรรมวโรดม (ฤทธิ ธัมมสิริ) ภายหลังสถาปนาเป็นสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์

  2. 2. พระราชมุนี (ปุ่น ปุณณโก) ภายหลังถวายพระพรลาสึกเมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๓

  3. 3. ภายหลังทรงสถาปนาเป็นกรมหมื่นอนุพงศ์จักรพรรดิ

  4. 4. ภายหลังทรงสถาปนาเป็นกรมหมื่นอนุวัตรจาตุรนต์

  5. 5. ภายหลังทรงสถาปนาเป็นพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าทศศิริวงศ์

  6. 6. ม.จ. ธานีนิวัต ทรงสถาปนาเป็นพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าฯ ในรัชกาลที่ ๖ ภายหลังทรงสถาปนาเป็นพระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยลาภพฤฒิยากร เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๓ ทรงเป็นประธานองคมนตรี ต่อมาจนสิ้นพระชนม์ในรัชกาลปัจจุบัน เมื่อวันที่ ๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๗

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ