เดือน ๔ จุลศักราช ๑๒๕๘

วัน ๕ ๔ ค่ำ ปีวอกอัฐศก ๑๒๕๘

วันที่ ๑๑ มีนาคม รัตนโกสินทร๒๙ศก ๑๑๕

เวลา ๔ ทุ่มเสด็จออกขุนนาง พระยาจ่าแสนบดี นำพระเสนีณรงค์ฤทธิรายามุดา ๑ พระธานินทรนิพัฒน์ผู้ช่วย ๑ นายพุ่ม ๑ เมืองไทรบุรี รวม ๓ นาย เข้ามาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท มีพระราชดำรัสถามพระเสนีณรงค์ฤทธิ์ว่า เจ้าพระยาไทรบุรีเปนอย่างไรบ้าง พระเสนรกราบบังคมทูลว่าค่อยยังชั่วแล้ว มีพระราชดำรัสว่าฃ้าได้รับหนังสือจากเกาวนาเมืองสิงคโปร์ว่าเจ้าพระยาไทรบุรียังเจ็บอยู่มีพระราชดำรัสถามว่าแม่เจ้าเปนอย่างไร พระเสนีกราบบังคมทูลว่าสบายดี มีพระราชดำรัสถามพระธานินทรว่า เจ้ากับฃ้าไม่ได้พบกันนาน แล้วมีพระราชดำรัสกับกรมหมื่นดำรงว่า พระธานินทร์เห็นจะพูดไทยได้มากแล้ว แล้วมีพระราชดำรัสว่ามาอย่างไรกัน สมเด็จกรมพระองค์น้อย กราบบังคมทูลว่ามาเมล์มาแวะที่สิงคโปร์ แล้วพระราชทานสัญญาบัตร ให้นายรองบำเรอบรมบาท เปนนายพลพ่ายมหาดเล็กหุ้มแพร นายยามเวรสิทธิ ถือศักดิ์นา ๔๐๐ แล้วมีพระราชดำรัสกับพระเสนีว่า เวลาอื่นอยากจะพบพูดอไรด้วย

แล้วเสด็จขึ้น

วัน ๖ ๑๐ ๔ ค่ำ ปีวอกอัฐศก ๑๒๕๘

วันที่ ๑๒ มีนาคม รัตนโกสินทร๒๙ศก ๑๑๕

ไม่เสด็จออกขุนนาง ไม่มีราชการอะไร

วัน ๗ ๑๐ ๔ ค่ำ ปีวอกอัฐศก ๑๒๕๘

วันที่ ๒๗ มีนาคม รัตนโกสินทร๒๙ศก ๑๑๕

เสด็จออกขุนนาง พระยาจ่าแสนบดีกระทรวงมหาดไทย นำพระยาสุนทรรายาผู้ช่วยราชการเมืองปริก ๑ พระรักษาเทพข้าหลวงว่าราชการเมืองชลบุรี ๑ หลวงศรีวิไชย ว่าที่พระกำแหงฤทธิรงค์ผู้ช่วยราชการ ๑ เมืองจันทบุรี ๒ นาย รวม ๔ นาย เข้ามาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท

แล้วพระยานรินทรกระทรวงกระลาโหม นำนายพันตรี หลวงฤทธิจักรกำจร ซึ่งกราบถวายบังคมลาไปจัดซื้อม้าไทยต่าง ๆ มาใช้ในราชการทหาร กลับเข้ามาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท

แล้วพระยาราชเสนากระทรวงมหาดไทย นำพระยาศักดาภิเดชวรฤทธิ ข้าหลวงเทศาภิบาล ๑ หลวงนราโยธี ๑ มณฑลเขมร พระยาประทุมเทวาธิบาล ผู้สำเร็จราชการเมือง พระอนุรักษ์ประชาราษฎร์ ผู้ช่วยราชการ พระประเสริฐสรรพกิจ พระประสิทธิสรรพการเมืองหนองคาย พระรัตนเฃตรรักษา ผู้ว่าราชการเมืองรัตนวาปี พระพิทักษารนิคม ปลัดเมืองขอนแก่น หลวงพิไชยชาญณรงค์ปลัด ฃุนอาษณรงค์ ผู้ช่วยราชการ เมืองกุมภวามี ฃุนคิรินครานุรักษ์ผู้ช่วยราชการเมืองภูเวียง หลวงณรงค์รณฤทธิ ผู้ราชการเมืองชลบท ว่าที่นายร้อยตรี นายทุ้ย นายพร้อมแพทย์ นายพิมารบุรีรักษ์ นายเวรชาววัง นายจันทมา พนักงานแผนที่ นายแพ นายเกต มหาดเล็กเวรศักดิ์ มณฑลลาวพวน กราบถวายบังคมลาไปรับราชการตามตำแหน่ง

วัน ๑ ๑๑ ๔ ค่ำ ปีวอกอัฐศก ๑๒๕๘

วันที่ ๒๘ มีนาคม รัตนโกสินทร๒๙ศก ๑๑๕

วันนี้ เปนวันตั้งน้ำวงด้าย เริ่มการพระราชพิธีสำพัจฉรฉิน เจ้าพนักงานได้จัดการที่พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยเหมือนปีก่อนมา แล้วโปรดเกล้า ฯ ให้มีการโสกันต์พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐ พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าสุริยงค์ประยูระพันธ์ เกษากันหม่อมเจ้า ๑๐ องค์ หม่อมเจ้าชายทศศิริวงษ์ ในสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจาตุรนต์รัศมี กรมพระจักรพรรดิพงษ์ หม่อมเจ้าหญิงบรรจงมารยาตร ในพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจาตุรนต์รัศมี กรมพระจักรพรรดิพงษ์ หม่อมเจ้าเจริญศุขโสภาคย์ ในพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นพรหมวรานุรักษ์ หม่อมเจ้าหญิง ในพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นสรรพสิทธิประสงค์ หม่อมเจ้าหญิงจันทรประภา ในพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงเทวะวงษ์วโรประการ หม่อมเจ้าชายทิศากร ในพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงเทวะวงษ์วโรประการ หม่อมเจ้าหญิงจงจิตรถนอม ในพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นดำรงราชานุภาพ หม่อมเจ้าสุภาทิตย์ ในพระเจ้าบวรวงษ์เธอ พระองค์เจ้าโตศินี หม่อมเจ้าชายใหญ่ ในพระเจ้าบวรวงษ์เธอ พระองค์เจ้าพรหมเมศ

เวลาค่ำ พระสงฆ์ราชาคณะ ๒๐ รูป มีพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นวชิรญาณวโรรสเปนประธานได้มาพร้อมอยู่ที่พระที่นั่งนั้น พระเจ้าลูกยาเธอ หม่อมเจ้า ได้ทรงเสลี่ยงตามพระเกียรติยศ มาประทับในพระสูตร เวลา ๒ ทุ่มเศษพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกทรงจุดเทียนนมัศการ พระสงฆ์ ๒๐ รูปเจริญพระพุทธมนต์ เวลา ๓ ทุ่มเศษเสด็จขึ้น

วัน ๒ ๑๒ ๔ ค่ำ ปีวอกอัฐศก ๑๒๕๘

วันที่ ๒๙ มีนาคม รัตนโกสินทร๒๙ศก ๑๑๕

วันนี้ เปนวันจุดเทียนไชย พระสงฆ์ราชาคณะ ๖๘ รูป คือพระราชาคณะซึ่งสวดพระพุทธมนต์เมื่อวานนี้ ๒๐ รูป พระครูคู่สวด ๘ รูป พระพิธีธรรม ๔๐ รูป มาพร้อมกันอยู่ที่พระที่นั่งนั้น เวลาเช้า ๔ โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกทรงจุดเทียนนมัศการ ทรงศีลแล้วพอได้พระฤกษ์ทรงจุดเทียนทองพระราชทานพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นวชิรญาณวโรรสไปทรงจุดเทียนไชย พระสงฆ์สวดสัจจาธิษฐานคาถา พราหมณ์เป่าสังข์ขับไม้บัณเฑาะว์ชาวประโคมๆ แตรสังข์พิณพาทย์ฆ้องไชย จุดเทียนไชยแล้วพระสงฆ์ถวายพระพรจบแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประเคนอาหารบิณฑ์บาต พระสงฆ์ฉันแล้วถวายอนุโมทนา แลอติเรกถวายพระพรลา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้น

วัน ๓ ๑๓ ๔ ค่ำ ปีวอกอัฐศก ๑๒๕๘

วันที่ ๓๐ มีนาคม รัตนโกสินทร๒๙ศก ๑๑๕

วันนี้พระสงฆ์ ๖๘ รูปนั้น ได้รับพระราชทานฉัน โปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ เสด็จออกประเคนอาหารบิณฑ์บาต เวลาค่ำพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกจุดเทียนนมัศการ พระสงฆ์ ๖๘ รูปนั้นได้เจริญพระพุทธมนต์เหมือนคืนก่อนมา

แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทาน ดาราจุลจอมเกล้า ฯ แก่พระยาศรีสุริยราชวรานุวัต ข้าหลวงเทศาภิบาลสำเร็จราชการมณฑลพิศณุโลก

วัน ๔ ๑๔ ๔ ค่ำ ปีวอกอัฐศก ๑๒๕๘

วันที่ ๓๑ มีนาคม รัตนโกสินทร๒๙ศก ๑๑๕

วันนี้ เปนวันที่จะโสกันต์เกษากันต์ พระเจ้าลูกยาเธอ แลหม่อมเจ้าได้มาประทับณเก้าอี้น่าอาสน์สงฆ์ เรียงกันเปนสองแถว เจ้าพนักงานภูษามาลาแบ่งพระเกษาเป็นองค์ละ ๓ ส่วน เวลาเช้า ๒ โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกทรงจุดเทียนนมัศการทรงศีลแล้ว พอได้พระฤกษ์ทรงหลั่งน้ำพระมหาสังข์จรดพระกรรบิดกรรไกร โสกันต์ เกษากันต์ พระเจ้าลูกยาเธอ แลหม่อมเจ้าองค์ละส่วนเปนลำดับไป โปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าราชวรวงษ์เธอ กรมหลวงบดินทรไพศาลโสภน สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงษ์ กรมพระภาณุพันธุวงษ์วรเดช พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นนเรศร์วรฤทธิ พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงพิชิตปรีชากร พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงเทวะวงษ์วโรประการ ทรงจรดพระกรรบิตกรรไกรแล้ว เจ้าพนักงานภูษามาลา ได้เจริญพระเกษาต่อไป ขณะนั้นพระสงฆ์สวดไชยมงคล พราหมณเป่าสังข์บัณเฑาะว์ชาวประโคมๆดุริยดนตรี ครั้นเจริญพระเกษาแล้ว พระเจ้าลูกยาเธอ แลหม่อมเจ้าเสด็จไปสู่เบญจาที่สรง ซึ่งตั้งอยู่ที่ชาลาด้านตวันออก แห่งพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จไปพระราชทานน้ำพระพุทธมนต์ แล้วโปรดเกล้า ฯ ให้พระบรมวงษานุวงษ์ผู้ใหญ่ แลท่านเสนาบดีประทานแลถวายน้ำพระพุทธมนต์

ขณะนี้ พระสงฆ์ถวายพระพรจบแล้วทรงประเคนอาหารบิณฑบาต พระสงฆ์ได้รับพระราชทานฉัน พระเจ้าลูกยาเธอ แลหม่อมเจ้าแต่งพระองค์แล้ว มารับพระราชทานน้ำพระมหาสังข์แลทรงเจิม พระสงฆ์ฉันแล้ว พระเทพโมฬีประกาศเทวดาในการพระราชพิธีต่อไปจบแล้ว ทรงประเคนไทยธรรม พระสงฆ์ถวายอนุโมทนาแลอติเรกถวายพระพรลา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้น

เวลาเย็นเวียนเทียนสมโภช พระเจ้าลูกยาเธอแลหม่อมเจ้าที่โสกันต์เกษากันต์แล้วนั้นที่พระที่นั่งไพศาลทักษิณตามธรรมเนียม เวลาค่ำโปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ เสด็จออกสนามหญ้า น่าพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาท เจ้าพนักงานได้เดินกระบวนแห่ พระราชาคณะพระครูพระพิธีธรรมแต่ฃ้างหอพระสมุดวชิรญาณ เข้าประตูพิมานไชยศรี ไปพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ เสด็จทรงจุดเทียนนมัศการทรงศีลแล้วพระสงฆ์ ๖๘ รูป ได้เจริญพระพุทธมนต์จบแล้ว พระเทพโมฬีประกาศเทวดา เวลายามเศษพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกทรงจุดเทียนตะบะมุกที่แท่นสวดภาณวาน แลทรงทอดผ้าขาว ๔ พับแล้วพระครู ๔ รูปขึ้นสวดธรรมจักรกัปวัตนสูตร โปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ ทรงเจิมปืนมหาฤกษ์ มหาไชย มหาจักร มหาปราบยุค ที่ชลาน่าพระที่นั่งนั้น แลยิงปืนใหญ่เล็กต่อไปตามกำหนดระยะอาฏาณาฏิยสูตร ครั้นภาณยักษ์จบแล้วพระพิธีธรรมสำรับที่ ๒ เปนต้น ได้สวดอาฏาณาฏิยสูตรภาณพระภาณยักษ์สลับกัน เจ้าพนักงานได้ยิงปืนตามระยะไปจนตลอดรุ่ง เวลา ๕ ทุ่มเศษเสด็จขึ้น

แลทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานสัญญาบัตร แก่ข้าราชการ ๒ นาย ให้เลื่อนหลวงราญรอญอริราชเปนพระราญรอนอริราช มีตำแหน่งราชการในกรมยุทธนาธิการถือศักดินา ๑๐๐๐ ให้นายร้อยเอกนายคำ เป็นหลวงศรีรณรงค์ เจ้ากรมไพร่หลวงกองกลางขวา ถือศักดิ์นา ๘๐๐ พระราชทานเครื่องราชอิศริยาภรณ์ แก่ข้าราชการดังมีรายนามแลเวลาแจ้งต่อไปนี้

เวลาเช้า มงกุฎสยามชั้นที่ ๑ มหาสุราภรณ์ พระยาสีหราชเดโชไชย (โต) เจ้ากรมอาษาใหญ่ขวา มงกุฎชั้นที่ ๒ จุลสุราภรณ์ พระยาศรีสุริยราชวรานุวัตร (เชย) ข้าหลวงเทศาภิบาลสำเร็จราชการมณฑลพิศณุโลกย์ มงกุฎสยามชั้นที่ ๔ ภัฑราภรณ์ เจ้าหมื่นเสมอใจราช (เชียง) หัวหมื่นมหาดเล็กปลายเชือกเวรสิทธิ์ ช้างเผือกชั้นที่ ๕ ทิพยาภรณ์ นายจ่ายวดนายจ่ามหาดเล็กเวรสิทธิ มงกุฎสยามชั้นที่ ๕ วิจิตราภรณ์ นายกวด หม่อมหลวงวราร์หุ้มแพร ต้นเชือกเวรสิทธิ นายสุจินดา (ชม) หุ้มแพรนายยามเวรสิทธิ์ ช้างเผือกชั้นที่ ๓ นิภาภรณ์ พระยาสุขุมนัยวินิต (ปั้น) ข้าหลวงเทศาภิบาล สำเร็จราชการมณฑลนครศรีธรรมราช ช้างเผือกชั้นที่ ๔ ภูษนาภรณ์ หม่อมอนุวัตรวรพงษ์ หม่อมราชวงษจิตร ราชินิกูล มงกุฎสยามชั้นที่ ๔ ภัทราภรณ์ พระอินทรเดชไทย พระเสนาพิพิธ (มงคล) กรมหาดไทยฝ่ายพระราชวังบวร ช้างเผือกชั้นที่ ๕ ทิพยากรณ์ นายราชาณัติยานุหาร (พาสน์) กรมการเลขานุการ

วัน ๕ ๑๕ ๔ ค่ำ ปีวอกอัฐศก ๑๒๕๘

วันที่ ๑ เมษายน รัตนโกสินทร๒๙ศก ๑๑๖

วันที่ ๑ เมษายน เวลายามเศษเสด็จลงที่พระราชอุทยานฝ่ายใน หลังพระที่นั่งอนันตสมาคม โปรดเกล้าฯ ให้บรมวงษานุวงษ์แลฃ้าราชการเข้าเฝ้าพร้อมกันแล้ว พระราชทานน้ำพระมหาสัข์แลทรงเจิมพระบรมวงษานุวงษ์ตามเคย แล้วพระราชทานฉลากทั่วแล้วเสด็จพระราชดำเนินสู่ที่เสวยพร้อมด้วยพระบรมวงษานุวงษ์ แลข้าราชการทั้งปวงเสร็จแล้วทรงพระดำเนินมาสู่สนามหญ้าพระบรมวงษานุวงษ์ แลข้าราชการยืนพร้อมกันเฝ้าโดยรอบแล้วพระเจ้าราชวรวงษ์เธอ กรมหลวงบดินทรไพศาลโสภณ กราบบังคมทูลพระกรุณาถวายไชยมงคลแทนพระบรมวงษานุวงษ์ทั้งปวง แล้วพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นทิวากรวงษ์ประวัติโห่พร้อมกันรับ ๓ ครั้ง แล้วเจ้าพระยาภาสกรวงษ์กราบบังคมทูลพระกรุณาถวายไชยมงคลแทนข้าราชการทั้งปวง แล้วเจ้าพระยานรรัตนราชมานิต โห่พร้อมกันรับ ๓ ครั้ง แล้วมีพระราชดำรัสตอบว่าข้าพเจ้ามีความยินดีที่ได้พึ่งกรมหลวงบดินทร แลเจ้าพระยาภาสกล่าวคำให้พรแก่ตัวข้าพเจ้าแลสมเด็จพระบรมราชินีนารถนั้นข้าพเจ้าขอขอบใจแทนสมเด็จพระบรมราชินีนารถแก่ท่านทั้งปวง แลการที่ข้าพเจ้าจะไปประเทศยุโรปในเร็วๆนี้๑๐ มิได้คิดที่จะหาความศุขแก่ตัวคิดที่จะให้เป็นคุณเป็นประโยชน์แก่บ้านเมืองเพื่อจะได้นำสิ่งที่ดีมาสู่บ้านเมือง แลขอให้ท่านทั้งปวง จงตั้งใจรักษาราชการให้ดำเนินไปโดยเรียบร้อยอย่าให้เสื่อมทราม เหมือนรักษาต้นทุนไว้อย่าให้ขาดทุนได้ แลขอให้ทนุบำรุงอาณาประชาราษฎรให้อยู่เย็นเป็นศุขเหมือนกับข้าพเจ้าอยู่ จะนับว่าเป็นผู้มีความสวามิภักดิแก่ข้าพเจ้า และข้าพเจ้าจะไปครั้งนี้เปรียบเหมือนกับค้ากำไร ขอท่านทั้งปวงจงรักษาต้นทุนไว้อย่าให้ขาดทุนได้

  1. 1. พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐ ถึงรัชกาลที่ ๖ ทรงสถาปนาเป็นกรมหมื่นสรรควิสัยนรบดี

  2. 2. พระองค์เจ้าสุริยงประยูรพันธ์ ถึงรัชกาลที่ ๖ ทรงสถาปนาเป็นกรมหมื่นไชยาศรีสุริโยภาส ต้นราชสกุล สุริยง

  3. 3. ต่อมาทรงสถาปนาเป็นสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส

  4. 4. ต่อมาทรงสถาปนาเป็นสมเด็จเจ้าฟ้ากรมขุนนครราชสีมา ถึงรัชกาลที่ ๖ ทรงเลื่อนเป็นสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวง ฯ และเป็นสมเด็จพระอนุชาธิราชเมื่อทิวงคตแล้ว

  5. 5. พระยาศรีสุริยราชวรานุวัต (เชย กัลยาณมิตร) ภายหลังเป็นพระยาสุรสีห์วิสิษฐ์ศักดิ์

  6. 6. ตามธรรมเนียมเจ้านายแบ่งจุกที่จะตัดเป็น ๓ แหยม แต่ถ้าเป็นเจ้าฟ้าต้องแบ่งเป็น ๕ แหยม

  7. 7. ทรงสถาปนาเป็นสมเด็จเจ้าฟ้ากรมขุนสุโขทัยธรรมราชา ในปี พ.ศ. ๒๔๔๘ และกรมหลวงฯ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๘ เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๖๘ ทรงสละราชสมบัติ เมื่อวันที่ ๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๗๗ เสด็จสวรรคตที่ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๘๔

  8. 8. พระที่นั่งอนันตสมาคมองค์เดิมในพระบรมมหาราชวัง

  9. 9. เจ้าพระยานรรัตนราชมานิต (โต มานิตยกุล)

  10. 10. การเสด็จพระพาสยุโรปครั้งแรกนี้ โปรดเกล้าฯให้กำหนด วันที่ ๗ เมษายน ร.ศ. ๑๑๖ เป็นวันพระฤกษ์ ออกจากพระนครมีกำหนดเวลาเกือบ ๙ เดือน (เรือพระที่นั่งมหาจักกรีลำทรงเสด็จยุโรป กลับมาถึงเกาะสีชัง เมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม ร.ศ. ๑๑๖) ในระยะนี้จดหมายเหตุพระราชกิจรายวันไม่มีบันทึกอะไร เหตุการณ์ในตอนนี้จะหาอ่านได้จากหนังสือ “ระยะทางเสด็จพระราชดำเนินประพาสยุโรป” ซึ่งพระยาสฤษดิพจนกร (เส็ง วิริยสิริ) เป็นผู้เรียบเรียง

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ