เดือน ๓ จุลศักราช ๑๒๕๘

วัน ๓ ๓ ค่ำ ปีวอกอัฐศก ๑๒๕๘

วันที่ ๒ กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทร๒๙ศก ๑๑๕

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ เสด็จออกที่พระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาทมุกข์ตวันออก กับด้วยสมเด็จพระอรรคราชเทวี พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าประวิทวัฒโนดม แทนเสนาบดีกระทรวงวัง กับหลวงมนตรีนิกรโกษา กระทรวงต่างประเทศ นำพระนิเทศพานิช กงซุลสยามที่เมืองสิงคโปร์ เฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท แลสมเด็จพระอรรคราชเทวี มีพระราชดำรัสไต่ถามด้วยตามสมควร จนเวลาย่ำค่ำเศษ พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าประวิทวัฒโนดม กับหลวงนิกรโกษา ก็นำพระนิเทศพานิชออกจากที่เฝ้า แล้วเสด็จมาทรงรถพระที่นั่ง กับสมเด็จพระอรรคราชเทวีไปตามถนนท้องสนามไชย ประทับตึกแถวปากคลองตลาด เวลาทุ่มเศษเสด็จกลับ

เวลาทุ่มเสด็จออกขุนนาง พระยาราชเสนากระทรวงมหาดไทย นำบอกพระยาสุรินทฦๅไชย ข้าหลวงเทษาภิบาล สำเร็จราชการมณฑลเมืองราชบุรี ขึ้นอ่านกราบบังคมทูลฉบับ ๑ ว่าได้รับหนังสือพระยาเพชรพิไสยศรีสวัสดิ์ เมืองเพชรบุรี ว่าได้รับเข้าเปลือกจากฉางหลวง ๓๐ เกวียร ๑๕ ถัง ได้จำหน่ายจ่ายให้ราษฎรที่เมืองเพชรบุรีแล้ว.

แล้วพระยาราชวรานุกูล นำพระยาคธาธรธรณิน ผู้สำเร็จราชการเมืองพระตบอง กราบถวายบังคมลากลับออกไปรักษาราชการบ้านเมือง มีพระบรมราโชวาท มีพระราชดำรัสด้วยตามสมควร

แล้วโปรดเกล้า ฯ พระราชทานสัญญาบัตร ให้นายโต

วัน ๔ ๓ ค่ำ ปีวอกอัฐศก ๑๒๕๘

วันที่ ๓ กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทร๒๙ศก ๑๑๕

เวลายามเศษเสด็จออกขุนนาง พระยาราชวรานุกูล นำพระพรหมสุรินทร เจ้ากรมพระตำรวจฝ่ายพระราชวังบวร กราบถวายบังคมลาไปเปนฃ้าหลวงรักษาว่าราชการเมืองชลบุรี เมืองพนัศนิคม } แล้วนำหลวงอนุรักภูเบศ กราบถวายบังคมลาไปรับราชการมณฑลกรุงเก่า แล้วนำนายราชาภักดิ์ ไปรับราชการตำแหน่งที่ ๒ ผู้ช่วยราชการเมืองสิงคบุรี แล้วนำพระประสิทธิสมบัติปลัดเมืองพนมศก ๑ หลวงประชากรบริรักษ์ ปลัดเมืองอินทบุรี ๑ รวม ๒ นายกราบถวายบังคมลากลับไปรักษาราชการบ้านเมือง โปรดเกล้า ฯ พระราชทานเครื่องยศ โต๊ะเงินคนโทเงินกาไหล่ทอง แก่ปลัดเมืองพนมศก โต๊ะเงินคนโทเงิน แก่ปลัดเมืองอินทบุรี

แล้วโปรดเกล้า ฯ พระราชทานสัญญาบัตร

วัน ๖ ๓ ค่ำ ปีวอกอัฐศก ๑๒๕๘

วันที่ ๕ กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทร๒๙ศก ๑๑๕

ไม่เสด็จออก ไม่มีราชการอไร

วัน ๔ ๓ ค่ำ ปีวอกอัฐศก ๑๒๕๘

วันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทร๒๙ศก ๑๑๕

วันนี้ เจ้าพนักงานจัดการ ที่ตำแหน่งรัฐมนตรี คือเชิญพระแสงต่างๆมาทอดที่ สำหรับจะได้แทงลงในพระพิพัฒสัตยา แล้วมีโหรพราหมตามเคย เหมือนอย่างตั้งรัฐมนตรีมาแต่ก่อนแล้วครั้งนี้โปรดเกล้า ฯ จะให้กรมหมื่นประจักรศิลปาคม เปนรัฐมนตรีด้วย แต่วันนี้หาได้เสด็จออกไม่ การตั้งรัฐมนตรีงานก็หยุดไป

วัน ๕ ๑๐ ๓ ค่ำ ปีวอกอัฐศก ๑๒๕๘

วันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทร๒๙ศก ๑๑๕

ไม่เสด็จออก ไม่มีราชการอไร

วัน ๖ ๑๑ ๓ ค่ำ ปีวอกอัฐศก ๑๒๕๘

วันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทร๒๙ศก ๑๑๕

ไม่เสด็จออก ไม่มีราชการอไร

วัน ๗ ๑๒ ๓ ค่ำ ปีวอกอัฐศก ๑๒๕๘

วันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทร๒๙ศก ๑๑๕

เวลา ๔ ทุ่มเสด็จออกขุนนาง ราชการในกรมหาดไทยกระลาโหมหามีไม่ จึงดำรัสถามพระยาเพชรพิไชยกรรมการว่า ชำระความไปได้ถึงไหน พระยาเพชรพิไชยกราบบังคมทูลว่า เดิมความส่งมาเก่า ๑๓ เรื่อง ชำระไปแล้ว ๗๐ เรื่อง คงค้างอยู่อีก ๑๓ เรื่อง แล้วดำรัสถามพระยาวรเดชศักดาวุธว่า ความศาลเจ้าเปนอย่างไร พระยาวรเดชกราบบังคมทูลว่า ในเดือนมกราคมจนถึงเดือนธันวาคมนี้ มีความ ๑๙ เรื่องได้ชำระไปแล้ว ๑๖ เรื่องยังคงค้างอยู่ ๓ เรื่อง แล้วดำรัสด้วยกรมหมื่นสมมตอมรพันธุ์ว่า ศาลกรรมการนาเดิมมีอยู่ ๔ พล ยังคงอยู่ ๒ พลเท่านั้น ขอให้กรมหมื่นสมมตหาใครเข้ามาเติมอีก แล้วดำรัสถามว่าพระยาพิเรนทร มาฦๅเปล่า พระยาอภัยรณฤทธิกราบบังคมทูลว่าไม่มา แล้วดำรัสถามพระยาเทเวศร์ว่า ความชั้นพระยาพิเรนทร์เปนกรรมการ ยังค้างอยู่อีกกี่เรื่องทำไมจึงชำระยังไม่แล้ว พระยาเทเวศร์กราบบังคมทูลว่าเปนที่ไม่ได้ชำระ แล้วดำรัสด้วยกรมหมื่นสมมตว่า ให้มีหนังสือส่งไปเสียกรรมการว่าให้ชำระความตามกำหนด ถ้าชำระไม่แล้วตามกำหนดจะปรับโทษ ซึ่งจะมาฃอเลื่อนวันอีกนั้นเปนไม่ได้

เวลา ๕ ทุ่มเศษเสด็จขึ้น

วัน ๑ ๑๓ ๓ ค่ำ ปีวอกอัฐศก ๑๒๕๘

วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทร๒๙ศก ๑๑๕

เวลา ๔ ทุ่มเศษเสด็จออกขุนนาง ราชการมหาดไทยกระลาโหมหามีไม่ จึงดำรัสถามพระยาพิเรนทร์ว่า ความในกรรมการเจ้าทำไมจึงชำระไม่ค่อยแล้ว พระยาพิเรนทร์กราบบังคมทูลว่า เดิมมีความ ๙๓ เรื่องส่งมาตามพระราชกำหนด ครั้นต่อมาก็ได้ชำระไปแล้วยังคงอยู่อีก ๕ เรื่องบ้าง ๖ เรื่องบ้าง ครั้นภายหลังส่งเพิ่มเติมมาอีกว่าเปนความหลงลืม ในพระราชกำหนดปี ๑๐๙ ข้าพระพุทธเจ้าก็รับไว้พิจารณา ครั้นภายหลังส่งมานอกปี ๑๐๙ ข้าพระพุทธเข้าก็ไม่ยอมรับไว้ จึงดำรัสว่าถูกแล้วถ้าพ้นปี ๑๐๙ มาแล้วเราไม่ต้องรับ แล้วพระยาพิเรนทร์กราบบังคมทูลต่อไปว่า ข้าพระพุทธเจ้าก็มาชำระเสมอมิได้ขาด ถ้าความไม่ส่งเพิ่มเติมมาอีกก็คงจะชำระให้แล้ว ตามกระแสพระบรมราชโองการ แล้วดำรัสถามพระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้ากิติยากรว่า นักเรียนที่จะออกไปตามเสด็จพระราชดำเนินในครั้งนี้ อยากจะได้สักสามสี่คนเอาตั้งแต่อายุ ๑๙ ลงมา ๑๖ ขึ้นไป แต่อยากจะได้บุตรผู้มีตระกูลสักหน่อยได้จัดไว้บ้างแล้วหรือยัง พระองค์เจ้ากิติยากรกราบบัคมทูลว่า ได้จัดไว้แล้วสามคน จึงดำรัสถามต่อไปว่าเปนบุตรใคร พระองค์เจ้ากิติยากรกราบบังคมทูลว่าชื่อนายอิน แล้วดำรัสต่อไปว่าลูกพระยาเทเวศร์ให้เอามาเลือกเสียก็ได้ ถ้าได้ออกไปแล้วสำหรับเรียนกฎหมายแลบาญชีต่างๆ แล้วให้กำหนดปีเสียให้รู้ว่าสี่ปีจะให้กลับ

เวลา ๕ ทุ่มเศษเสด็จขึ้น

วัน ๒ ๑๔ ๓ ค่ำ ปีวอกอัฐศก ๑๒๕๘

วันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทร๒๙ศก ๑๑๕

เวลา ๔ ทุ่มเศษเสด็จออกขุนนาง พระยาราชเสนานำบอก พระเสนีณรงค์ฤทธิรายามุดาเมืองไทรบุรี ขึ้นอ่านกราบบังคมทูลฉบับ ๑ ว่าเมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม เซอชามิศเชลเกาวนาสิงคโปร์ ออกจากเมืองปีนังโดยเรือย๊อต ชื่อ ซิแปล มาแวะที่เกาะลังกา ดูภูเขาคายังปุนติง แล้วเลยมาเยี่ยมเจ้าพระยาไทรบุรี พระเสนีณรงค์ฤทธิ์รายามุดาได้พร้อมด้วยศรีตวันกรมการจัดการรับรอง เซอชามิตแชลโดยสมควร ครั้นรุ่งขึ้นเซอชามิศแชล ได้มาพบเจ้าพระยาไทรบุรี ถามถึงอาการป่วยตามธรรมเนียมแล้วก็ลาไป

แล้วพระยาราชเสนา นำหลวงหิรัญไพรัตน กราบถวายบังคมลา ไปรับราชการมณฑลนครสวรรค์ หลวงโกษากรวิจารณ์ กราบถวายบังคมลาไปรับราชการมณฑลนครราชสีหมา หลวงอุปนิตศิศสารบรรณ์ กราบถวายบังคมลาไปรับราชการมณฑลลาวกาว ให้หลวงรัตนสมบัติ กราบถวายบังคมลา ไปรับราชการมณฑลเขมร

เวลา ๕ ทุ่มเศษเสด็จขึ้น

วัน ๓ ๑๕ ๓ ค่ำ ปีวอกอัฐศก ๑๒๕๘

วันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทร๒๙ศก ๑๑๕

ไม่เสด็จออกขุนนาง ไม่มีราชการอะไร

วัน ๔ ๓ ค่ำ ปีวอกอัฐศก ๑๒๕๘

วันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทร๒๙ศก ๑๑๕

เวลา ๔ ทุ่มเศษเสด็จออกขุนนาง ราชการในมหาดไทยกระลาโหมหามีไม่ จึงดำรัสถามกรมหมื่นนเรศร์ว่า วันนี้มีประชุมรัฐมนตรีฤๅ กรมหมื่นนเรศร์กราบบังคมฑูลว่ามีประชุม จึงดำรัสถามว่ามีประชุมเรื่องอะไรกัน กรมหมื่นนเรศร์กราบบังคมทูลว่าประชุมเรื่องศาลเมืองนครเชียงใหม่ แล้วดำรัสต่อไปว่าความศาลพระราชอาญาที่จะไม่ต้องจองจำยังค้างอยู่เมื่อไรจะได้ประชุม กรมหมื่นนเรศร์กราบบังคมทูลว่าประชุมเมื่อไรก็ได้ แลเปนการแล้วได้เร็วเพราะเอาลักษณโจร ๑๖ ข้อมาตรวจดู จึงดำรัสต่อไปว่าฉันเห็นจะช้าเหลือเกิน แล้วดำรัสด้วยกรมหมื่นสมมตว่า ควรจะเอาหนังสือมาอายัตสภานายกไว้ที่เดียว เพราะฉันอยากได้แล้วเร็ว

แล้วโปรดเกล้า ฯ พระราชทานสัญญาบัตร ให้ขุนชิตสรการ เปนหลวงสุริยามาตย์ ปลัดกรมมหาดไทยฝ่ายหลำพัง ถือศักดินา ๖๐๐

เวลา ๕ ทุ่มเศษเสด็จขึ้น

วัน ๕ ๓ ค่ำ ปีวอกอัฐศก ๑๒๕๘

วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทร๒๙ศก ๑๑๕

เวลา ๔ ทุ่มเศษเสด็จออกขุนนาง พระยาราชเสนานำบอก พระยาเพชรพิไสยศรีสวัสดิ์ ปลัดเมืองเพชรบุรี ผู้ว่าการแทนข้าหลวงเทษาภิบาลมณฑล สำเร็จราชการมณฑลเมืองเพชรบุรี ขึ้นอ่านกราบบังคมทูลฉบับ ๑ ว่าได้รับหนังสือหลวงอร่ามเรืองฤทธิ ยกรบัตรผู้รักษาเมืองสมุทสงคราม ลงวันที่ ๒๕ มกราคม ร,ศ, ๑๑๕ ว่านายพริ้งลอบแทงเอานายชั้นตาย ได้ตัวนายพริ้งมาถามให้การสารภาพรับเปนสัตย์ จึ่งส่งตัวนายพริ้งมาปฤกษาโทษตามกฎหมาย

แล้วดำรัสถามพระยามหาโยธาว่า หายหน้าไปเจ้าป่วยเปนอไร พระยามหาโยธากราบบังคมทูลว่าป่วยเปนไข้

แล้วดำรัสถามพระยาสฤษพจนกรว่า กรมหมื่นดำรงมาถึงไหนจะกลับเมื่อไร ได้ตีโทรเลขมาฤๅปล่าว พระยาสฤษพจนกรกราบบังคมทูลว่า เวลาพรุ่งนี้จะเสด็จลงรถไฟที่ปากเพรียว

แล้วเสด็จขึ้น

วัน ๖ ๓ ค่ำ ปีวอกอัฐศก ๑๒๕๘

วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทร๒๙ศก ๑๑๕

เวลา ๔ ทุ่มเศษเสด็จออกขุนนาง พระยาราชเสนานำบอกพระยาสุขุมนัยวินิตร๑๐ ข้าหลวงเทษาภิบาลมณฑล สำเร็จราชการมณฑลเมืองนครสีหธรรมราช ขึ้นอ่านกราบบังคมทูลฉบับ ๑ ว่าฃอเก็บภาษีเรือจ้างไว้เปนผลประโยชน์ไว้สำหรับการบำรุงบ้านเมือง จึงมีพระราชดำรัสว่า เปนการยอมยกให้ตามบอกนี้

แล้วดำรัสถามกรมหมื่นวิวิชวรรณปรีชาว่า ความในกรรมการของเธอเปนยังไรบ้าง กรมหมื่นวิวิชวรรณปรีชากราบบังคมทูลว่าน้อยลงแล้ว

เวลา ๕ ทุ่มเศษเสด็จขึ้น

วัน ๗ ๓ ค่ำ ปีวอกอัฐศก ๑๒๕๘

วันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทร๒๙ศก ๑๑๕

เวลา ๔ ทุ่มเศษเสด็จออกขุนนาง ราชการในมหาดไทยกลาโหมหามีไม่ พระยาราชเสนา นำพระศิริอัยสวรรค์ ๑ หลวงจันทรามาตย์ ๑ หลวงดำรงค์เทพยาคุณ ๑ ซึ่งตามเสด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย กลับลงมาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท พระยาราชเสนานำ พระพินิตสารา ๑ หลวงรังสฤษศุขการ ๑ หลวงราชมาณู ๑ พระยากำแหงสงคราม ๑ ผู้สำเร็จราชการ ๑ พระยาสุริยเดชปลัด ๑ นายอั้นมหาดเล็กเวรสิทธิ์ ๑ รวม ๖ นายกลับลงมาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท จึงดำรัสถามพระยานครราชสีหมาว่า ดูแก่เถ้าไปมากไม่ได้ลงมาบางกอกกี่ปีแล้ว พระยานครราชสีหมากราบบังคมทูลว่า ไม่ได้ลงมา ๑๕ ปีแล้ว

แล้วดำรัสด้วยกรมหมื่นดำรงราชานุภาพว่า อยากจะคุยเล่นกับพระยานครราชสีหมาสักวัน

เวลา ๕ ทุ่มเศษเสด็จขึ้น

วัน ๑ ๓ ค่ำ ปีวอกอัฐศก ๑๒๕๘

วันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทร๒๙ศก ๑๑๕

วันนี้ เปนวันจะได้ถวายผ้าจำพรรษา วัดอรุณราชวราราม เวลาเช้าโปรดเกล้า ฯ ให้พระเจ้าบรมวงษ์เธอ พระองค์เจ้าแม้นเขียน๑๑ เสด็จไปถวายอาหารบิณฑบาตแลถวายผ้าจำพรรษา เวลาค่ำไม่เสด็จออกขุนนาง

วัน ๒ ๓ ค่ำ ปีวอกอัฐศก ๑๒๕๘

วันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทร๒๙ศก ๑๑๕

วันนี้ จะได้ถวายผ้าจำพรรษาวัดราชโอรสาราม เวลาเช้าโปรดเกล้า ฯ ให้พระเจ้าอัยยิกาเธอ กรมหลวงวรเสพสุดา๑๒ เสด็จไปถวายอาหารบิณฑบาต แลถวายผ้าจำพรรษา

เวลา ๔ ทุ่มเศษเสด็จออกขุนนาง ราชการมหาดไทยกระลาโหมหามีไม่ จึงดำรัสถามกรมหลวงพิชิตปรีชากรว่า ไปพระบาทปีนี้สนุกหรืออย่างไร กรมหลวงพิชิตกราบบังคมทูลว่า สนุกมีสัปรุษมาก จึ่งดำรัสถามว่าไปพักที่ไหน กรมหลวงพิชิตกราบบังคมทูลว่าไปพักที่ทิมแถวในวัง กรมหลวงพิชิตกราบบังคมทูลต่อไปว่า ท่านเจ้ามา๑๓จัดการอย่างใหม่ เล่าก็ไม่ให้ขายสาตราอาวุธก็ไม่ให้ถือ สาตราอาวุธใครเอาไปก็เก็บรวบรวมไว้ทั้งสิ้น แล้วดำรัสถามพระยานครราชสีหมาว่าความที่เมืองโคราชมีสักกี่ร้อยเรื่อง แลคนโทษมีสักเท่าใด พระยานครราชสีหมากราบบังคมทูลว่ามี ๓๐๐ เรื่อง คนโทษมีอยู่ ๘๐๐ คน แล้วกรมหมื่นดำรงกราบบังคมทูลต่อไปว่ามี ๔๐๐ คน แล้วโปรดเกล้า ฯ พระราชทานสัญญาบัตร ให้นายลับเปนขุนลิปิกรณ์โกศล มีตำแหน่งราชการในกระทรวงท่า ถือศักดิ์นา ๔๐๐

เวลา ๕ ทุ่มเศษเสด็จขึ้น

วัน ๓ ๓ ค่ำ ปีวอกอัฐศก ๑๒๕๘

วันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทร๒๙ศก ๑๑๕

วันนี้ เจ้าพนักงานจัดการถวายผ้าจำพรรษาวัดราชประดิฐ เวลาเช้าโปรดเกล้า ฯ ให้พระเจ้าพี่นางเธอ พระองค์เจ้าโสมาวดี๑๔ เสด็จถวายอาหารบิณฑบาต แลถวายผ้าจำพรรษา

เวลา ๔ ทุ่มเศษเสด็จออกขุนนาง พระยาราชเสนากระทรวงมหาดไทย นำบอกหม่อมเจ้าวัฒนาว่าการแทนฃ้าหลวงต่างพระองค์ สำเร็จราชการลาวพวน มีโทรเลขลงมาฉบับ ๑ ว่าวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ร,ศ, ๑๑๕ เวลากลางคืนเกิดเพลิงไหม้ที่เมืองหนองคาย จำนวนบ้านเรือนราษฎรที่ถูกเพลิงไหม้ประมาณ ๒๐๐ หลังเศษกับวัด ๓ วัด แลบ้านพระยาวุฒาธิคุณจางวาง พระยาประทุมเทวาธิบาล ผู้ว่าราชการเมืองหนองคาย แล้วดำรัสถามกรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคมว่า ทำไมถึงเกิดไหม้ได้ กรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคมกราบบังคมทูลว่า เพราะบ้านเรือนแถวนั้นเปนแฝกทั้งนั้นจึงเกิดเปนเชื้อเพลิงได้ง่าย แล้วดำรัสด้วยกรมหมื่นดำรงว่า ฃ้าราชการที่ถูกเพลิงไหม้เคยมีของพระราชทานอย่างไร กรมหมื่นดำรงกราบบังคมทูลว่าเคยมีของพระราชทาน แล้วดำรัสต่อไปว่าให้จัดของส่งไปพระราชทาน แล้วโปรดเกล้า ฯ พระราชทานสัญญาบัตร ให้จ่ายวดเปนนายจ่ายวดยศถิตย์ มีตำแหน่งราชการในกรมมหาดเล็ก ถือศักดิ์นา ๖๐๐ ให้นายสุจินดา เปนนายจ่ายวดมหาดเล็กเวรสิทธิ ถือศักดิ์นา ๖๐๐ ให้นายกวดหุ้มแพรมหาดเล็กเวรฤทธิ เปนหมื่นจงภักดีองค์ขวา มีตำแหน่งราชการในกระทรวงวัง ถือศักดิ์นา ๑๐๐๐ หม่อมหลวงวรา บุตรพระยาเทเวศร์วงษ์วิวัฒน์ มหาดเล็กเวรฤทธิ เปนนายกวดหุ้มแพรต้นเชือกเวรฤทธิ ถือศักดิ์นา ๕๐๐

แล้วดำรัสด้วยพระยาสฤษพจนกรว่า ให้พาพระยาโคราชเข้าไปเฝ้าฃ้างใน

เวลา ๕ ทุ่มเศษเสด็จขึ้น

วัน ๔ ๓ ค่ำ ปีวอกอัฐศก ๑๒๕๘

วันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทร๒๙ศก ๑๑๕

วันนี้ จะได้ถวายผ้าจำพรรษาวัดราชบพิธ เวลา ๔ โมงเศษโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชเทวี เสด็จถวายอาหารบิณฑบาต แลถวายผ้าจำพรรษา วันนี้เปนวันพระไม่เสด็จออกขุนนาง

วัน ๕ ๓ ค่ำ ปีวอกอัฐศก ๑๒๕๘

วันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทร๒๙ศก ๑๑๕

เวลา ๔ ทุ่มเสด็จออกขุนนาง พระยาราชเสนานำบอก พระยาสุขุมมนัยวินิต ข้าหลวงเทษาภิบาลสำเร็จราชการมณฑลนครศรีธรรมราช ขึ้นอ่านกราบบังคมทูลฉบับ ๑ ฃออนุญาตนักโทษทำกระเบื้องแลอิฐขายสำหรับจ่ายเปนเงินเลี้ยงคนโทษ แลเหลือขออนุญาตไว้จัดการบ้านเมือง

จึงดำรัสตรัสกรมหมื่นดำรงราชานุภาพว่า เฃาคิดการถูกให้อนุญาตไปเถิด

จึ่งโปรดเกล้า ฯ พระราชทานสัญญาบัตร ให้มิศเตอร์ เอ บรร ฟอร์ เปนหลวงนิเทศกลกิจ๑๕ มีตำแหน่งราชการในกรมทหารเรือ ถือศักดิ์นา ๘๐๐ แล้วพระเสถียรฐาปณกิจ นำหลวงไปรสนีย์พรานุรักษ์๑๖ ซึ่งไปตรวจโรงไปรสนีย์ฝ่ายเหนือกลับมาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท จึงดำรัสถามหลวงไปรสนีย์ว่า ไปเจ็บป่วยที่ไหน หลวงไปรสนีย์กราบบังคมทูลว่า ไปป่วยที่นครเมืองน่าน แล้วดำรัสถามต่อไปว่า ถึงกับความตายกันบ้างฤๅปล่าว หลวงไปรสนีย์กราบบังคมทูลว่า ไม่ถึงกับความตาย

เวลา ๕ ทุ่มเศษเสด็จขึ้น

วัน ๖ ๑๐ ๓ ค่ำ ปีวอกอัฐศก ๑๒๕๘

วันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทร๒๙ศก ๑๑๕

เวลายามเศษเสด็จออกขุนนาง พระเสถียนถาปนกิจกระทรวงโยธาธิการ นำบอกพระยาทรงสุรเดช๑๗ ข้าหลวงรักษาราชการมณฑลลาวเฉียง ขึ้นอ่านกราบบังคมทูลฉบับ ๑ ว่ามีตราพระราชสีห์โปรดเกล้า ฯ ขึ้นไป ให้พระยาทรงสุรเดชจัคออฟฟิศโทรเลขที่เมืองแพร่ เจ้าพนักงานโทรเลข จะได้ทำจากเมืองอุตรดิฐถึงเมืองแพร่ ได้ทำโทรเลขพาดสายแล้วในวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ร,ศ, ๑๑๕ กระทรวงโยธาธิการ ให้จัดเจ้าพนักงานโทรเลขขึ้นไปประจำอยู่ที่เมืองแพร่

แล้วดำรัสถามพระยาศักดาว่าเจ้าจะไปเมื่อไร พระยาศักดากราบบังคมว่าจะไปเดือนมีนาคมนี้

แล้วดำรัสด้วยกรมหมื่นดำรงราชานุภาพว่า เมืองเอกควรจะให้ถือศักดิ์นา ๑๐๐๐๐ เมืองโทควรจะไห้ถือศักดิ์นา ๕๐๐๐ เมืองตรีควรจะให้ถือศักดิ์นา ๓๐๐๐

เวลา ๔ ทุ่มเศษเสด็จขึ้น

วัน ๗ ๑๑ ๓ ค่ำ ปีวอกอัฐศก ๑๒๕๘

วันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทร๒๙ศก ๑๑๕

เวลา ๔ ทุ่มเศษเสด็จออกขุนนาง พระยาราชเสนากระทรวงมหาดไทย นำบอกพระยารัตนเสรฐี ข้าหลวงเทษาภิบาลสำเร็จราชการมณฑลชุมพร ขึ้นอ่านกราบบังคมทูล ๓ ฉบับ ว่าด้วยมีหนังสือไปยังข้าหลวงแลผู้ว่าราชการเมือง ให้บังคับกำนันอำเภอทำบาญชีสัมโนครัวไพร่บ้านพลเมืองแลเครื่องสาตราอาวุธ แลสัตวพาหนกับเรือใหญ่น้อยซึ่งมีในเขตแขวงบ้านเมืองให้สิ้นเชิง ถ้าผู้ใดมีปืนแต่ไม่เปนที่หลักถานก็ให้ส่งมาไว้กับฃ้าหลวง

ฉบับ ๒ ว่าราษฎรห้ามที่ป่าไว้ให้รกร้างไม่เปนที่สวนที่นา จะต้องตัดสินเอาตามพระราชบัญญัติ

ฉบับ ๓ ว่าไม้ยางในแขวงเมืองหลังสวน ราษฎรเจาะทำน้ำมัน ๓๖๕๐ ต้น ที่ยังไม่ได้เจาะทำน้ำมัน ๑๖๒๕๐ ต้น รวมเปนหมื่นเก้าพันเก้าร้อยต้น

จึ่งได้มีหนังสือห้ามราษฎรมิให้ราษฎรโค่นไม้ยางให้เสียประโยชน์แก่แผ่นดินต่อไป จึ่งดำรัสด้วยกรมหมื่นดำรงราชานุภาพว่า เขาคิดนี้ดีควรจะส่งขึ้นไปทางเหนือด้วย กรมหมื่นดำรงราชานุภาพกราบบังคมทูลว่า ได้มีตราสั่งขึ้นไปเสร็จแล้ว

แล้วโปรดเกล้า ฯ พระราชทานสัญญาบัตร ให้นายร้อยโทชิต เปนฃุนรอนกลางสมุท มีตำแหน่งราชการในกรมทหารเรือ ถือศักดิ์นา ๕๐๐

ให้นายร้อยเอก นายชื่น เปนหลวงอาษาศัลการ มีตำแหน่งราชการในกรมทหารเรือ ถือศักดิ์นา ๘๐๐ ให้พระยาพรหมจักร เปนขุนเรืองกลางสมร มีตำแหน่งราชการในกรมทหารเรือ ถือศักดิ์นา ๕๐๐ ให้โต๊ะสาทมหาดเล็กเวรสิทธิ์ ฃ้าหลวงเดิมเปนขุนสาครวิไสย มีตำแหน่งราชการในกรมมหาดเล็ก ถือศักดิ์นา ๓๐๐ ให้จีนฮกกาว ผู้รับตำแหน่งที่พระภิรมย์โภคา เปนพระภิรมย์โภคา อำเภอฝ่ายจีนเมืองนครราชสีหมา ถือศักดิ์นา ๘๐๐

แล้วโปรดเกล้า ฯ พระราชทานเครื่องราชอิศริยาภรณ์ ช้างเผือกชั้นที่ ๕ ชื่อทิพยาภรณ์ แก่หลวงอาษาศัลการ ๑ มงกุฎสยามชั้นที่ ๕ ชื่อจิตราภรณ์ แก่ขุนเริงกลางสมุท ๑ พระราชทานพร้อมกับสัญญาบัตร

เวลา ๕ ทุ่มเศษเสด็จขึ้น

วัน ๑ ๑๒ ๓ ค่ำ ปีวอกอัฐศก ๑๒๕๘

วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทร๒๙ศก ๑๑๕

เวลา ๔ ทุ่มเศษเสด็จออกขุนนาง พระยาราชเสนากระทรวงมหาดไทย นำบอกหลวงสรรพ์สารกิจฃ้าหลวงผู้ว่าราชการบริเวนนางรอง ขึ้นอ่านกราบบังคมทูลฉบับ ๑ ว่าวันที่ ๒๒ มกราคม ร.ศ. ๑๑๕ มีอ้ายผู้ร้าย ๔ คนขี่ช้างสีดอสูงสี่ศอกมาหนึ่งช้าง กำนันอำเภอแลผู้ใหญ่บ้านไล่จับตัวอ้ายผู้ร้ายหาได้ไม่ อ้ายผู้ร้ายทิ้งช้างให้แล้วก็หนีไป อ้ายผู้ร้ายรูปพรรณ์เปนลาวบ้างเปนตองซูบ้าง

จึ่งดำรัสถามกรมหมื่นดำรงว่า หลวงรังสรรพ์สารกิจนี้หลวงอไรกรมการหรือมิไชย กรมหมื่นดำรงกราบบังคมทูลว่า หลวงสัญญาบัตรที่กรมหลวงพิชิตคิดชื่อถวายที่เกาะสีชัง แล้วดำรัสถามกรมหมื่นพิทยลาภพฤฒิธาดาว่า จะเปิดทางรถไฟเมื่อไรแน่ กรมหมื่นพิทยลาภกราบบังคมทูลว่า กำหนดในวันที่ ๒๖ มีนาคม จึงดำรัสถามต่อไปว่ากำหนดทางรถไฟไปถึงไหน กรมหมื่นดำรงกราบบังคมทูลว่า ทำไปถึงหินลับ เปนการลำบากที่หินลับเท่านั้น๑๘

  1. 1. พระยาคทาธรธรณิน (ชุ่ม อภัยวงศ์) ภายหลังเป็นเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์

  2. 2. หลวงอนุรักษ์ภูเบศร (พร เตชะคุปต์) ภายหลังเป็นพระยาโบราณราชธานินทร์

  3. 3. ภายหลังเลื่อนเป็นกรมหลวงฯ ต้นราชสกุล ทองใหญ่

  4. 4. พระยาพิเรนทรเทพ (เจริญ เศวตนันทน์)

  5. 5. พระยาอภัยรณฤทธิ (เวก)

  6. 6. ภายหลังเลื่อนเป็นกรมพระจันทบุรีนฤนาถ ต้นราชสกุล กิติยากร

  7. 7. เตรียมเสด็จพระราชดำเนินประเทศยุโรปใน ร.ศ. ๑๑๖

  8. 8. ภายหลังเลื่อนเป็นกรมพระสมมตอมรพันธ์ ต้นราชสกุล สวัสดิกุล

  9. 9. พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นดำรงราชานุภาพ ขณะนั้นดำรงตำแหน่งเสนาบดี กระทรวงมหาดไทย

  10. 10. พระยาสุขุมนัยวินิต (ปั้น สุขุม) ภายหลังเลื่อนขึ้นเป็นเจ้าพระยายมราช

  11. 11. พระองค์เจ้าแม้นเขียน พระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

  12. 12. ได้ทรงสถาปนาเป็นพระเจ้าอัยยิกาเธอ กรมหลวงวรเสรฐสุดาในปีนี้

  13. 13. ท่านเจ้ามาคือพระมงคลทิพยมุนี (มา) วัดจักรวรรดิราชาวาส ซึ่งในเวลานั้นเป็นผู้ว่าการรักษาพระพุทธบาท ต่อมาในรัชกาลที่ ๖ สถาปนาเป็นพระพุฒาจารย์

  14. 14. พระองค์เจ้าโสมาวดี พระราชธิดาในรัชกาลที่ ๔ ต่อมาได้ทรงสถาปนาเป็นกรมหลวงสมรรัตนสิริเชษฐ

  15. 15. A. Balfour รับราชการระหว่าง พ.ศ. ๒๔๒๑-๒๔๔๔

  16. 16. หลวงไปรสนีย์ธุรานุรักษ์ (เหม) ต่อมาในรัชกาลที่ ๖ ได้เป็นพระยานิพัทธสุริยวงศ์ เป็นบุตรเจ้าพระยาสุริวงษ์ไวยวัฒน์

  17. 17. พระยาทรงสุรเดช (อั้น บุนนาค)

  18. 18. ในเวลานั้นสร้างทางรถไฟสายกรุงเทพ ฯ ไปนครราชสีมา ทางรถไฟช่วงแรกจากกรุงเทพถึงอยุธยาสำเร็จแล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้เปิดทางรถไฟตอนนี้ เมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๓๕ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถทรงประกอบพิธีตรึงหมุดที่รางทองรางเงินให้ติดกับหมอนไม้มริดคาดเงินมีอักษรจารึกเป็นฤกษ์

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ