เดือน ๔ จุลศักราช ๑๒๕๙

วัน ๑ ๔ ค่ำ ปีรกานพศก ๑๒๕๙

วันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทร๓๐ศก ๑๑๖

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกพระทวารกลางพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาท ทรงพระดำเนินลงบันไดอัฒจันท์ทิศตวันตก พวกนักเรียน ณ โรงเรียนนายร้อย ซึ่งได้มาคอยเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาทถวายตัว ที่สนามหญ้าน่าพระที่นั่งจักรกรีนั้น ถวายวันทิยาหัดถ์พร้อมกัน มีจำนวนนักเรียนนายร้อย คือพระองค์เจ้า ๑ หม่อมเจ้า ๕ หม่อมราชวงษ์ ๓ หม่อมหลวง ๓ บุตรข้าราชการ ๒๗ รวม ๓๘ มีพระราชดำรัสด้วยพระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าจิรประวัติวรเดช แลนักเรียนนายร้อยบางองค์บางนายพอสมควรแล้ว ทหารรักษาพระองค์กับทหารเรือทูลเกล้า ฯ ถวายฎีกา กล่าวโทษนายทั้ง ๒ ฉบับ โปรดเกล้า ฯ ให้พระยาอนุชิตชาญไชยจางวางกรมพระตำรวจรับฎีกาไว้แล้ว ทรงพระดำเนินขึ้นประทับ ณ หอประชุมเสนาบดีปฤกษาราชการแผ่นดิน

วัน ๒ ๔ ค่ำ ปีรกานพศก ๑๒๕๙

วันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทร๓๐ศก ๑๑๖

ไม่เสด็จออก

วัน ๓ ๔ ค่ำ ปีรกานพศก ๑๒๕๙

วันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทร๓๐ศก ๑๑๖

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกขุนนาง ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระยาราชเสนากระทรวงมหาดไทย อ่านบอกกราบบังคมทูลพระกรุณา ๒ ฉบับ

ฉบับ ๑ บอกพระยาทรงสุรเดช ข้าหลวงใหญ่รักษาราชการมณฑทลาวเฉียง ว่าได้รับสารตราพระราชสีห์ ดำเนินกระแสพระราชเสาวนีโปรดเกล้า ฯ ขึ้นไปว่า พระเจ้านครเชียงใหม่ถึงแก่พิราไลยแล้ว ให้พระยาทรงสุรเดชเปนธุระรักษาราชการบ้านเมืองไป กว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ตั้งเจ้าผู้ครองเมืองนั้น พระยาทรงสุรเดชได้มีคำสั่งพระมนตรีพจนกิจ พร้อมด้วยเจ้าสุริยวงษ์ พระยาท้าวแสนทำบาญชีทรัพย์สิ่งของๆ พระเจ้านครเชียงใหม่ไว้ แลได้จัดที่ไว้ศพพระเจ้านครเชียงใหม่ตามสมควรแก่เกียรติยศแล้ว กว่าจะได้พระราชทานโกษแลเครื่องประดับศพขึ้นไปเมื่อใด จะได้เปลี่ยนแปลงจัดการต่อไป

ส่วนราชการบ้านเมืองนั้น พระยาทรงสุรเดชกับฃ้าราชการนายทหารพลเรือนแลเจ้าสุริยวงษ์ กับเจ้านายพระยาท้าวแสน ๖ ตำแหน่ง รับสนองพระเดชพระคุณ } รักษาราชการบ้านเมืองให้เป็นที่เรียบร้อย กับบาญชีทรัพย์สิ่งของๆ พระเจ้านครเชียงใหม่ ที่ผู้ใดเปนหนี้ติดค้างอยู่นั้น พระยาทรงสุรเดชจะเปนธุระเรียกเร่งต่อไป

ฉบับ ๒ บอกหลวงนครกิจบำรุง ผู้ช่วยรักษาราชการเมืองตรังว่า ตั้งแต่วันที่ ๑๖ ถึงวันที่ ๒๘ ธันวาคม ร, ศก ๑๑๖ ฝนตกทั้งกลางวันกลางคืน } น้ำท่วมท้องถนน สวนพริกไทย แลบ้านเรือนราษฎรเปนอันมาก ที่สพานท่าแก้มคำท่วมลึก ๗ ศอก ตามถนนควรธานีไปทับเที่ยงหักพังบ้าง ต้นเข้าในนาของราษฎรกำลังออกรวง น้ำท่วมเสียประมาณมะเล็ดเข้า ๗๐๐ เกวียนเศษ แฃวงอำเภอบางรักษ์น้ำท่วมสวนพริกไทยๆ ตายประมาณ ๕๐๐๐ กอ

แล้วพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นดำรงราชานุภาพ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทยทรงนำ หม่อมเจ้าชายเล็ก ในพระเจ้าบรมวงษ์เธอ กรมหลวงวงษาธิราชสนิท ๑ หลวงจำนงค์นิเวศกิจ ๑ กราบถวายบังคมลาไปรับราชการตำแหน่งข้าหลวงคลังแลฃ้าหลวงรองคลังมณฑลลาวเฉียง กับหลวงสมัคสโมสรยกรบัตรกรุงเก่า กราบถวายบังคมลาไปรับราชการตำแหน่งข้าหลวงผู้ช่วยมณฑลนครสวรรค์ แล้าทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานสัญญาบัตร แก่ฃ้าราชการในกรุง ๒ นาย ให้ขุนศรีอาคาน (นุ่ม) เปนหลวงศรีวราจารณ์ ปลัดกรมพราหมณ์โหรดาจารย์ ถือศักดิ์นา ๔๐๐ ฃุนเทพกุมาร (แพ) เป็นฃุนกุมารประเสริฐ ปลัดกรมหมอกุมาร ถือศักดิ์นา ๔๐๐ แล้วนายพันเอก พระศรีณรงควิไชย ปลัดทัพบกใหญ่ ทูลเกล้าฯถวายหนังสือเรื่องราว ๑ ฉบับ ทรงอ่านแล้ว เวลาเกือบย่ำค่ำเสด็จขึ้น

แล้วเสด็จออกทางพระทวารพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาท ประทับที่บันไดยอัฒจันท์แห่งพระที่นั่งนั้น มีพระราชดำรัสเรียกพระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าจิรประวัติวรเดช กับพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นดำรงราชานุภาพ และพระยาเทเวศร์วงษวิวัฒน์ มาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท พระราชดำรัสด้วยท่านทั้ง ๓ ประมาณครู่หนึ่งแล้ว ทรงพระดำเนินลงบันไดยอัฒจันท์ทางตวันตกประทับรถพระที่นั่งแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้พระเจ้าน้องยาเธอกรมหมื่นดำรงราชานุภาพ กับพระยาเทเวศร์วงษวิวัฒน์ ขึ้นรถพระที่นั่งด้วย เสด็จพระราชดำเนินออกประตูวิเศษไชยศรี ไปตามถนนเปนการเสด็จประพาศไปรเวต เวลาเกือบทุ่มเสด็จกลับบรมมหาราชวัง

วันนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้กระทรวงมหาดไทยส่งสัญญาบัตรไปพระราชทานแก่ข้าราชการหัวเมือง ๓ นาย

ให้หลวงสวัสดิ์บุรีรมย์ เป็นพระยาเพชรกำแหงสงคราม ผู้ว่าราชเมืองชุมพรถือศักดิ์นา ๓๐๐๐

ให้หลวงแพ่งสุภา เปนหลางวิจารณ์คดีราษฎร์ ตำแหน่งกรมการเมืองพัทลุงถือศักดิ์นา ๘๐๐

ให้หลวงจ่าบุรินทร์ เป็นหลวงพิพาทนราณัตก์ ตำแหน่งกรมการเมืองพัทลุงถือศักดินา ๘๐๐

วัน ๔ ๔ ค่ำ ปีรกานพศก ๑๒๕๙

วันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทร๓๐ศก ๑๑๖

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออก ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย เจ้าพนักงานประโคมดุริยดนตรี กองทหารบกซึ่งยืนแถวอยู่ที่น่าออฟพิซทหารล้อมพระบรมมหาราชวัง ทำเพลงสรรเสริญพระบารมี สุดเสียงประโคมแล้ว พระยาราชวรานุกูลปลัดกระทรวงมหาดไทย นำเจ้ายุติธรรมธรพระเจ้านครจำปาศักดิ์ ๑ เจ้าราชภาคินัย ๑ เจ้าราชดนัย ๑ แลเจ้านายบุตรหลานเมืองนครจำปาศักดิ์ กราบถวายบังคมลาไปรักษาราชการบ้านเมือง มีพระราชปฏิสัณฐานด้วยตามสมควร แล้วเสด็จขึ้น

วันนี้ มีการสวดพระพุทธมนต์ ในการถวายผ้าจำพรรษาด้วย เวลาบ่ายพระสงฆ์วัดอรุณราชวราราม ซึ่งเปนพระอารามในรัชกาลที่ ๒ ได้สวดพระพุทธมนต์ในพระอุโบสถ ณ พระอารามนั้น

วัน ๕ ๔ ค่ำ ปีรกานพศก ๑๒๕๙

วันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทร๓๐ศก ๑๑๖

เวลาเช้า โปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจาตุรนต์รัศมี กรมพระจักรพรรดิพงษ์ เสด็จไปเลี้ยงพระสงฆ์วัดอรุณวราราม ซึ่งสวดพระพุทธมนต์เมื่อเวลาวานนี้ ในการถวายผ้าจำพรรษานั้น พระสงฆ์รับพระราชทานฉันแล้ว ทรงถวายไทยธรรม มีผ้าขาวของหลวง ๒๐ พับ

ครั้นเวลาบ่าย พระสงฆ์วัดราชโอรสาราม ซึ่งเปนพระอารามในรัชกาลที่ ๓ ได้เจริญพระพุทธมนต์ ณ พระอุโบสถในพระอารามนั้น ในการถวายผ้าจำพรรษา

วัน ๖ ๔ ค่ำ ปีรกานพศก ๑๒๕๙

วันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทร๓๐ศก ๑๑๖

เวลาเช้า โปรดเกล้า ฯ ให้พระเจ้าราชวรวงษ์เธอ กรมหลวงบดินทรไพศาลโสภณ เสด็จไปจุดเทียนนมัศการแลเลี้ยงพระสงฆ์วัดราชโอรสาราม ซึ่งได้เจริญพระพุทธมนต์เมื่อเวลาวานนี้นั้น พระสงฆ์รับพระราชทานฉันแล้ว ทรงถวายไทยธรรมแลมีผ้าฃาวของหลวง ๑๐ พับ

ครั้นเวลาบ่าย ได้มีการสวดพระพุทธมนต์ ณ พระอุโบสถวัดราชประดิษฐ์ ซึ่งเปนพระอารามในรัชกาลที่ ๕ ในการถวายผ้าจำพรรษา

วันนี้เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกฃุนนาง ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระยาราชเสนากระทรวงมหาดไทย อ่านบอกกราบบังคมทูลพระกรุณา ๓ ฉบับ

ฉบับ ๑ บอกพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นประจักษศิลปาคม ข้าหลวงต่างพระองค์สำเร็จราชการมณฑลลาวพวนว่า วันที่ ๓๐-๓๑ ธันวาคม แลวันที่ ๑-๒ มกราคม ร, ศก ๑๑๖ ได้พร้อมด้วยข้าทูลลอองธุลีพระบาท อาราธนาพระสงฆ์มาเจริญพระพุทธมนต์เวลาละ ๒๐ รูป รุ่งขึ้นเช้าถวายอาหารบิณฑบาตรแล้ว ฃ้าราชการได้จัดกระจาดเปนรูปต่างๆ มีฃองไทยธรรมถวายพระสงฆ์นายละ ๑ รูป วันที่ ๑ มกราคม เวลาเที่ยง ได้พร้อมด้วยฃ้าราชการฝ่ายทหารพลเรือน แลผู้ว่าราชการเมืองกรมการสวมเสื้อเต็มยศ หลวงวิชิตสรสาตรข้าหลวงอ่านคำถวายไชยมงคล พระสงฆ์พร้อมกันได้กล่าวถวายไชยปริต กองทหารปืนใหญ่ได้ยิงสลูต ๒๑ นัดแล้ว เวียนเทียนสมโภชพระบรมรูปพระรูปสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้ง ๒ พระองค์ เวลาค่ำจุดประทีปโคมไฟทั่วไป ตามบ้านเรือนท้าวเพี้ยราษฎรและพระอาราม มีดอกไม้เพลิงแลการเล่นต่างๆ แลราษฎรได้แห่ไฟไปจุดรวมกองไฟใหญ่ ซึ่งกองทหารได้ทำไว้ที่กลางทุ่ง แลมีการเลี้ยงฃ้าราชการแลราษฎรด้วยทั้ง ๓ วัน ๓ คืน

ฉบับ ๒ บอกพระยาพิไชยภูเบนทร์ ผู้ว่าราชการเมืองตรังกานูว่า ได้ทราบเกล้า ฯ ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปประเทศยุโรปแลกลับมาสู่กรุงเทพ ฯ แล้ว จึ่งพร้อมด้วยศรีตวันกรมการบุตรหลานญาติพี่น้อง ได้มีการสมโภชแลมีการเล่นต่างๆ ในการสมโภชครั้งนี้ด้วย

ฉบับ ๓ บอกพระยาชลบุรานุรักษ์ผู้ว่าราชการเมืองชลบุรีว่า วันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ร, ศก ๑๑๖ เวลาประมาณ ๑๐ ทุ่มเกิดเพลิงไหม้ขึ้นที่ตลาดเมืองชลบุรี ต้นเพลิงไหม้ที่โรงบ่อนเบี้ยแล้วลุกลามไปทั้ง ๒ ฟากถนน ถึงโรงเจ้าภาษีสุกรภาษีจันอับจดเชิงสพานหลวง ใกล้สเตชั่นทหารเรือฝ่ายใต้ ตั้งแต่โรงบ่อนเบี้ยไหม้ลามมาในแถวตลาดทั้ง ๒ ฟากถึงตลาดศีศะค่ายไหม้โรงโทรเลขแลโรงพลตระเวนกับบ้านเรือนริมทะเลประมาณร้านโรงเรียน ๓๐๐ หลังคาเศษ เพลิงไหม้อยู่นั้นต่อเวลาเช้ารุ่งแล้วจึงสงบ เวลาเกือบย่ำค่ำเสด็จขึ้น

วัน ๗ ๔ ค่ำ ปีรกานพศก ๑๒๕๙

วันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทร๓๐ศก ๑๑๖

เวลาเช้า โปรดเกล้า ฯ ให้พระเจ้าพี่นางเธอ พระองค์เจ้าโสมาวดี เสด็จไปทรงจุดเทียนนมัศการ แลเลี้ยงพระสงฆ์วัดราชประคิษฐ ซึ่งได้เจริญพระพุทธมนต์เวลาวานนี้นั้น พระสงฆ์รับพระราชทานฉันแล้ว ทรงถวายผ้าจำพรรษา มีผ้าฃาวของหลวง ๕ พับ

ในการนี้ สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชเทวี สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนารถ พระนางเจ้า พระราชเทวี แลสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ พระเจ้าน้องนางเธอ พระเจ้าพี่นางเธอ พระเจ้าน้องนางเธอ ได้พร้อมพระราชหฤไทยแลพระหฤไทย ถวายปัจจัยภัณฑ์เปนมูลค่า ในการปฏิสังขรณ์พระอารามนั้นเช่นทุกปีมา

เวลาบ่าย ได้มีการเจริญพระพุทธมนต์ณพระอุโบสถวัดราชบพิธ ซึ่งเปนพระอารามในรัชกาลปัตยุบันนี้ ในการถวายผ้าจำพรรษา

อนึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้กระทรวงมหาดไทย ส่งสัญญาบัตรไปพระราชทาน แก่ข้าราชการที่อยู่หัวเมือง ๔ นาย

ให้พระบริรักษโยธี เปนพระยาราชฤทธานนท์พหลภักดี พระยาไชยบูรณปลัดเมืองพิศณุโลกย์ ถือศักดิ์นา ๓๐๐๐

ให้อุปราชา เปนพระภักดีนรินทร์ ปลัดเมืองเชียงคาน ถือศักดิ์นา ๕๐๐

ให้หลวงนุภาพพลภักดี เปนพระจำนงค์อักษร ผู้ช่วยราชการเมืองพิศณุโลกย์ ถือศักดินา ๘๐๐

ให้นายร้อยตรี (ทุ้ย) เป็นขุนผลาญณรงค์ ปลัดกรมอาษาวิเศษขวา ฝ่ายพระราชวังบวร ถือศักดิ์นา ๓๐๐

วัน ๑ ๔ ค่ำ ปีรกานพศก ๑๒๕๙

วันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทร๓๐ศก ๑๑๖

เวลาเช้า สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชเทวี เสด็จไปทรงจุดเทียนนมัศการแลทรงเลี้ยงพระสงฆ์วัดราชบพิธ ซึ่งได้เจริญพระพุทธมนต์เวลาวานนี้นั้น พระสงฆ์รับพระราชทานฉันแล้ว ทรงถวายผ้าจำพรรษา

ในการนี้ มีสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ พระเจ้าลูกยาเธอ พระเจ้าลูกเธอ ได้พร้อมพระหฤไทย ถวายปิยภัณฑ์ เปนมูลค่าในการปฏิสังขรณ์พระอาราม ครั้นเสร็จการนี้แล้ว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชเทวี เสด็จจากพระอุโบสถไปประทับที่สวนแห่งพระอารามนั้น ซึ่งเปนที่อนุสาวรีบรรจุพระอฐิ แลพระอังคารนั้น ท่านผู้เปนเจ้าจอมมารดาได้มีสดัปกรณ์ พระสงฆ์สามเณรในพระอารามนั้นทั่วทุกรูป เวลาเที่ยงแล้วเสด็จกลับพระบรมมหาราชวัง

วัน ๒ ๔ ค่ำ ปีรกานพศก ๑๒๕๙

วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทร๓๐ศก ๑๑๖

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้กระทรวงว่าการต่างประเทศ ส่งสัญญาบัตรไปพระราชทาน พระนิเทศชลธี เปนกงซุลสยามที่เมืองเบอร์มิงแฮม

วัน ๓ ๑๐ ๔ ค่ำ ปีรกานพศก ๑๒๕๙

วันที่ ๑ มีนาคม รัตนโกสินทร๓๐ศก ๑๑๖

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กระทรวงมหาดไทย ส่งสัญญาบัตรไปพระราชทาน แก่ข้าราชการซึ่งอยู่หัวเมือง ๒ นาย

ให้พระยาราชวงษ์ เปนพระยาอุปราช เมืองแพร่

ให้นายชานนักเรียน เปนขุนสรรพกิจโกศล มีตำแหน่งราชการในกระทรวงมหาดไทย ถือศักดินา ๔๐๐

วัน ๔ ๑๑ ๔ ค่ำ ปีรกานพศก ๑๒๕๙

วันที่ ๒ มีนาคม รัตนโกสินทร๓๐ศก ๑๑๖

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกขุนนาง ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระยาราชเสนากระทรวงมหาดไทย อ่านบอกกราบบังคมทูลพระกรุณา ๒ ฉบับ

ฉบับ ๑ บอกพระยาอุตรกิจพิจารณ์ แทนข้าหลวงเทศาภิบาลสำเร็จราชการมณฑลพิศณุโลกย์ว่า ได้รับรายงานพระภัณฑคีรีนายอำเภอนครป่าหมาก หลวงสุนทรโยธี ผู้รักษาการอำเภอนครไทยว่า ได้ตรวจต้นผลชิดในเฃตรแขวงอำเภอทั่วไปมีต้นผลชิด ๔ ตำบล ที่มีผลแล้ว ๔๘ ต้น ยังไม่มีผล ๕๗ ต้น รวม ๑๐๕ ต้น ที่อำเภอนครไทย มีต้นผลชิด ๑๐ ตำบล รวม ๘๘๐ ต้น แลจะได้ตรวจต่อไป

ฉบับ ๒ บอกพระยาประเสริฐสงคราม ผู้ว่าราชการเมืองวิเชียรบุรี ว่าในการสมโภชพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้ง ๒ พระองค์ครั้งนี้พร้อมด้วยกรมการตกแต่งที่ศาลาว่าราชการแล้ว ได้เชิญพระบรมรูปแลพระรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้ง ๒ พระองค์ ขึ้นประดิษฐานที่อันสมควรแลตั้งเครื่องสักการบูชา วันที่ ๓๑ ธันวาคม แลวันที่ ๑-๒ มกราคม ๑๑๖ ได้มีการสวดพระพุทธมนต์แลเลี้ยงพระสงฆ์ กับได้มีเทศนาวันละ ๒ กัณฑ์ แลเวียนเทียนสมโภชพระบรมรูปพระรูป มีการเล่นแลจุดดอกไม้เพลิงประทีปโคมไฟทั่วไป

แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานสัญญาบัตร ให้นายเขียวบุตรฃุนธนรัตน์ เปนฃุนลิขิตบรรณารักษ์ มีตำแหน่งราชการในกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ ถือศักดิ์นา ๕๐๐

แล้วพระยาราชวรานุกูล ปลัดทูลฉลองกระทรวงมหาดไทย กราบบังคมทูลพระกรุณานำ พระยาศรีสุริยราชวรานุวัตร ฃ้าหลวงเทศาภิบาล สำเรจราชการมณฑลพิศณุโลกย์ ๑ หลวงนรภารพิทักษ์ฃ้าหลวงมหาดไทย ๑ นายพิจารณ์สรรพกิจฃ้าหลวงผู้ช่วย ๑ นายร้อยโทหรุ่นฃ้าหลวงผู้ช่วย ๑ รวมมณฑลพิศณุโลกย์ ๔ นาย พระยาประสิทธิศัลการ ฃ้าหลวงเทศาภิบาลสำเร็จราชการมณฑลนครราชสีห์มา ๑ กราบถวายบังคมลาไปรักษาราชการบ้านเมือง แลพระเสนีพิทักษ์ กราบถวายบังคมลาไปส่งราชการเมืองแฃก ๗ หัวเมือง แก่ข้าหลวงเทศาภิบาลมณฑลนครศรีธรรมราช กับฃุนลิขิตบรรณารักษ์ กราบถวายบังคมลาไปรับราชการตำแหน่งผู้ช่วยข้าหลวงคลังมณฑลาวเฉียง แล้วมีพระราชดำรัสด้วยพระยาศรีสุริยราชวรานุวัตว่า ฃ้าได้เคยใช้เจ้ามาเปนที่สนิทชิดชมกันมาก จึงได้ไห้ว่าการกรมวังเมื่อได้ไปประเทศยุโรปด้วยกันนั้น แลกลับมาก็ยังได้ว่าการตำแหน่งกรมวังอยู่ เปนที่ถูกอัทธยาไศรยฃ้า ซึ่งเจ้าจะไปเสียก็มีความระลึกถึงเจ้าที่ได้เคยใช้เจ้ามา แต่เปนการต้องไปรักษาราชการบ้านเมือง ด้วยเหตุที่เจ้ามานานแล้ว กับมีพระราชดำรัสแลพระราชทานพระบรมราโชวาท แก่ผู้ซึ่งกราบถวายบังคมลานั้นทั่วทุกนาย เวลาเกือบย่ำค่ำเสด็จขึ้น

วัน ๕ ๑๒ ๔ ค่ำ ปีรกานพศก ๑๒๕๙

วันที่ ๓ มีนาคม รัตนโกสินทร๓๐ศก ๑๑๖

ไม่เสด็จออก

วัน ๖ ๑๓ ๔ ค่ำ ปีรกานพศก ๑๒๕๙

วันที่ ๔ มีนาคม รัตนโกสินทร๓๐ศก ๑๑๖

เวลา ๕ โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกขุนนาง ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระยานรินทรราชเสนี กระทรวงกลาโหม อ่านบอกกราบบังคมทูลพระกรุณา ๕ ฉบับ

ฉบับ ๑ บอกว่าที่นายพันตรี หลวงวิทยาธิกรณ์ศักดิ์ ผู้บังคับการกองทหารมณฑลนครราชสีห์มา

ฉบับ ๒ บอกนายพันตรี หลวงพิทักษ์นฤเบศร์ ผู้บังคับการกองทหารมณฑลพิศณุโลกย์

ฉบับ ๓ บอกนายพันตรี หลวงภูวนารถนฤบาล ผู้บังคับการกองทหารมณฑลลาวเฉียง

ฉบับ ๔ บอกนายพันตรี ฃุนพิสณยุทธการ ผู้บังคับการกองทหารมณฑลลาวพวน

ฉบับ ๕ บอกนายพันตรี หลวงพิทักษ์นรินทร์ ผู้บังคับการกองทหารมณฑลนครไชยศรี รวม ๕ ฉบับความต้องกันว่า วันที่ ๑๓ ธันวาคม แลวันที่ ๑ ที่ ๒ มกราคม ร,ศ, ๑๑๖ ได้พร้อมกันตกแต่งที่ว่าการ ตั้งซุ้มปักธงช้างแลธงสีต่างๆ แลได้เชิญพระบรมรูปพระรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้ง ๒ พระองค์ กับพระรูปสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามกุฎราชกุมาร ขึ้นประดิษฐานที่อันสมควร เวลาบ่ายอาราธนาพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ เวลาเช้าได้ถวายอาหารบิณฑบาตรกับของไทยธรรมตามสมควร เวลาเที่ยงนายทหารพลทหารพร้อมกัน ได้อ่านคำถวายไชยมงคลแล้วบ่ายหน้าต่อกรุงเทพฯ ทำวันทิยาหัตถ์แลเพลงแตรสรรเสริญพระบารมี กองทหารปืนใหญ่ได้ยิงปืนถวายคำนับ ๒๑ นัดแล้วเวียนเทียนสมโภชพระบรมรูปพระรูป เวลาค่ำได้จัดการเลี้ยงกองทหารแลมีการเล่นต่างๆ แลจุดดอกไม้เพลิงสมโภช ๓ วัน ๓ คืน }

แล้วพระยานรินทร์ กราบบังคมทูลพระกรุณานำ ว่าที่นายร้อยเอก (เฉย) กองทหารมณฑลลาวพวนกลับจากราชการมาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท มีพระราชดำรัสด้วยว่า มาแต่เมืองไหนมาถึงเมื่อไร ว่าที่นายร้อยเอก (เฉย) กราบบังคมทูลว่า กลับจากตำบลบ้านบ่อแคนมณฑลลาวพวน พระราชดำรัสว่า กรมหมื่นประจักษ์เปนอย่างไรบ้าง ว่าที่นายร้อยเอก (เฉย) ไม่กราบบังคมทูล พระยานรินทร์จึงกราบบังคมทูลว่า ได้ทราบแล้ว ฯ ว่า ตั้งแต่กราบถวายบังคมลาไปรับราชการทรงมีความศุขสบายดีอยู่

แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานโต๊ะกาทองคำแก่พระยาภักดีณรงค์ ข้าหลวงผู้ช่วยราชการมณฑลลาวกาว เวลาเกือบย่ำค่ำเสด็จพระราชดำเนินออกพระทวารทิศตวันตกแห่งพระที่นั่งนั้น แลออกพระทวารเทเวศรักษา พระราชดำเนินมาชาลาน่าพระทวารวัง แลน่าห้องเอดเดอร์กงเลยมาน่าออฟฟิศรัฐมนตรีถึงมุมทิศตวันตก ทอดพระเนตรโรงกระสาปน์เก่าที่เพลิงไหม้นั้นแล้ว พระราชดำเนินกลับทางชาลาระหว่างสนามหญ้าน่าพระที่นั่งอาภรณ์ภิโมขปราสาท แลน่าพระที่นั่งจักรกรีองค์ตวันตก ซึ่งเปนออฟฟิศกรมพระคลังข้างที่นั้น มีพระราชดำรัสด้วยพระบรมวงษานุวงษ์แลข้าราชการบางท่านแล้ว เวลาย่ำค่ำเศษเสด็จขึ้น

วัน ๗ ๑๔ ๔ ค่ำ ปีรกานพศก ๑๒๕๙

วันที่ ๕ มีนาคม รัตนโกสินทร๓๐ศก ๑๑๖

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกขุนนาง ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระยาราชเสนากระทรวงมหาดไทย อ่านบอกพระยาวิชิตภักดีศรีสุริยวงษาพระยาตานี กราบบังคมทูลพระกรุณาว่า เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินประพาศประเทศยุโรปนั้น พระยาวิชิตภักดีพร้อมด้วยวงษญาติแลศรีตวันกรมการได้ตั้งสัจจาธิษฐานต่อพระผู้เปนเจ้าว่า ขอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แคล้วไภยอันตรายให้ชะนะแก่สัตรูหมู่ปัจจามิตรทั้งปวง แลขอให้ทรงพระเจริญศุขสวัสดิ์จนเสด็จพระราชดำเนินกลับกรุงเทพฯ

บัดนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินกลับถึงกรุงเทพฯ แล้วจึ่งได้พร้อมกันมีการสมโภชเฉลิมพระเกียรติยศ วันที่ ๑๘-๑๙ มกราคม ร.ศ. ๑๑๖ ได้นิมนต์พระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์ รุ่งขึ้นเวลาเช้าพระสงฆ์ได้รับพระราชทานฉัน แลได้เชิญโต๊ะอายีละใบอ่านดีเก ถวายไชยมงคลตามภาษามลายู กับได้ตั้งซุ้มจุดประทีปตามน่าบ้านเรือน } แลพระอารามแลมีการเล่น ดิเก ต่างๆ วันที่ ๒๐ มกราคม ร.ศ. ๑๑๖ เวลาบ่ายพระยาวิชิตภักดีพร้อมด้วยข้าหลวงแลศรีตวันกรมการ ได้เชิญพระบรมรูปขึ้นประดิษฐานอันสมควร พร้อมกันกราบถวายบังคมแลอ่านคำถวายไชยมงคล ทหารปืนใหญ่ยิงสลุต ๒๑ นัด เปนเสร็จการสมโภช

แล้วพระยาราชเสนากราบบังคมทูลนำคำถวายไชยมงคลซึ่งได้บรรจุในกล่องทองคำ ที่พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคม ส่งมาให้หม่อมเจ้าวัฒนานำขึ้นทูลเกล้า ฯ ถวาย หม่อมเจ้าวัฒนาได้ทูลเกล้า ฯ ถวาย ได้ทรงอ่านแล้วมีพระราชดำรัสว่า อุส่าห์ทำพอใช้ ทั้งกล่องที่บรรจุก็ทำด้วยฝีมือช่างดูเรียบร้อยดี เวลาเกือบย่ำค่ำเสด็จพระราชดำเนินออกพระทวารทางตวันตกแห่งพระที่นั่งนั้น แลออกพระทวารเทเวศร์รักษา พระราชดำเนินมาทางชาลาน่าออฟฟิศกระทรวงวัง แลทางชาลาสนามหญ้าน่าพระที่นั่งจักรกรี มีพระราชดำรัสด้วยพระบรมวงษานุวงษ์แลข้าราชการบางท่าน เวลานั้นเจ้าพระยาอภัยราชามาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท เวลาย่ำค่ำแล้วเสด็จขึ้น

วันนี้ เวลา ๕ โมง ๓๖ นาที เจ้าพนักงานได้เชิญพระพุทธสิหิงค์ปฏิมากร ซึ่งประดิษฐานอยู่ในพระบรมมหาราชวังนั้น ไปประดิษฐานไว้ที่พระพุทธปรางค์ปราสาท วัดพระศรีรัตนสาสดาราม เวลาบ่ายพระสงฆ์ ๑๐ รูป มีพระพิมลธรรมเปนประธานสวดพระพุทธมนต์ โปรดเกล้า ฯ ให้พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าสุริยงค์ประยูรพันธ์เสด็จไปทรงจุดเทียนนมัศการ

วัน ๑ ๑๕ ๔ ค่ำ ปีรกานพศก ๑๒๕๙

วันที่ ๖ มีนาคม รัตนโกสินทร๓๐ศก ๑๑๖

เวลาเช้าโปรดเกล้า ฯ ให้พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าสุริยงค์ประยูรพันธ์ เสด็จไปทรงจุดเทียนนมัศการแลทรงประเคนอาหารบิณฑบาตรแก่พระสงฆ์ ๑๐ รูปซึ่งสวดพระพุทธมนต์เมื่อเวลาวานนี้ ที่พระพุทธปรางปราสาทนั้น พระสงฆ์รับพระราชทานฉันแล้ว ทรงประเคนฃองไทยธรรมตามสมควร

เวลาบ่ายเจ้าพนักงานได้ตั้งบายศรีแก้ว, ทอง, เงิน, เวียนเทียนสมโภชพระพุทธสิหิงค์ปฏิมากรตามธรรมเนียม การย้ายพระพุทธสิหิงค์เปนเสร็จการ

วัน ๒ ๔ ค่ำ ปีรกานพศก ๑๒๕๙

วันที่ ๗ มีนาคม รัตนโกสินทร๓๐ศก ๑๑๖

วันนี้ เปนวันที่ ๑ แห่งคิมหฤดู เปนวันเปลื้องเครื่องพระมหามณีรัตนปฏิมากร เวลาบ่ายโปรดเกล้า ฯ ให้พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้ารังสิตประยูรศักดิ์๑๐ เสด็จไป ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนสาสดาราม ทรงเปลื้องเครื่องสำหรับฤดูหนาว เปลี่ยนทรงเครื่องสำหรับฤดูร้อน แลเปลี่ยนพระรัศมีพระสัมพุทธพรรณี๑๑ ตามธรรมเนียมเช่นทุกปีมา

เวลาเกือบย่ำค่ำ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกในที่ประชุมเสนาบดีปฤกษาราชการแผ่นดิน พระเจ้าน้องยาเธอกรมหมื่นดำรงราชานุภาพ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย กราบบังคมทูลนำ ขุนพรหมรักษา ไปรับราชการตำแหน่งปลัดเมืองชลบุรี นายร้อยตรีน้อย ไปรับราชการตำแหน่งข้าหลวงผู้ช่วยมณฑลพิศณุโลกย์

วัน ๓ ๔ ค่ำ ปีรกานพศก ๑๒๕๙

วันที่ ๘ มีนาคม รัตนโกสินทร๓๐ศก ๑๑๖

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกขุนนาง ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระยาราชเสนากระทรวงมหาดไทย อ่านบอกพระยาฤทธานนท์พหลภักดี พระยาไชยบูรณปลัด ผู้รักษาราชการเมืองพิศณุโลกย์ กราบบังคมทูลพระกรุณาว่า วันที่ ๓๑ ธันวาคมแลวันที่ ๑ มกราคม ร,ศ, ๑๑๖ พร้อมด้วยพระยาอุตรกิจพิจารณ์แทนข้าหลวงเทศาภิบาล ได้จัดการตกแต่งที่ว่าการมณฑลแลที่ว่าการเมือง แลเชิญพระบรมรูปแลพระรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้ง ๒ พระองค์ กับพระรูปสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ขึ้นประดิษฐานที่อันสมควรเวลาบ่ายพระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์ เวลาค่ำจุดประทีปโคมไฟแลมีการเล่นต่าง ๆ เปนการรื่นเริงทั่วกัน เวลาเช้าพระสงม์ได้รับพระราชทานฉันถวายของไทยธรรมตามสมควร วันที่ ๒ มกราคม ร,ศ, ๑๑๖ ได้ประชุมพร้อมด้วยข้าหลวงกรมการเจ้าภาษีนายอากร กราบถวายบังคมพระบรมรูปพระรูปแล้วเวียนเทียนสมโภชเปนเสร็จการ

แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานสัญญาบัตร ให้ขุนศรีสบสมัย เปนหลวงญาณสยมภูว์ มีตำแหน่งราชการในกรมพราหมณพิธี ถือศักดิ์นา ๖๐๐

เวลาเกือบย่ำค่ำเสด็จพระราชดำเนินออกพระทวารตวันตกแห่งพระที่นั่งนั้น แลออกพระทวารเทเวศร์รักษา ประทับพระราชดำรัสด้วยพระบรมวงษานุวงษ์ ที่น่าพระทวารนั้นครู่หนึ่งแล้ว พระราชดำเนินไปทางชาลาน่าพระที่นั่งอมรินทร์ระหว่างน่าออฟฟิศกรมทหารล้อมพระบรมมหาราชวังนั้น แลผ่านฉนวนวัดพระแก้วไป ทอดพระเนตรพระตำหนักซึ่งได้ก่อสร้างขึ้นใหม่ เปนที่ประทับของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชนั้น มีพระราชดำรัสด้วยพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นพิทยลาภพฤฒิธาดา เสนาบดีกระทรวงโยธาธิการ กับพระบรมวงษานุวงษ์ซึ่งได้ตามเสด็จไปนั้นภอสมควร แลทอดพระเนตรในบริเวณพระตำหนักทั่วแล้ว เวลาทุ่มเศษเสด็จพระราชดำเนินกลับทางเดิม ขึ้นทางพระทวารพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาท

วัน ๔ ๔ ค่ำ ปีรกานพศก ๑๒๕๙

วันที่ ๙ มีนาคม รัตนโกสินทร๓๐ศก ๑๑๖

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกขุนนาง ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระยาราชเสนากระทรวงมหาดไทย อ่านบอกกราบบังคมทูลพระกรุณา ๒ ฉบับ

ฉบับ ๑ บอกพระยาพิพิธภักดี ศรีสุรต่านมหมัด รัตนานุชิตสิทธิสุนทรบวรวิวังษา พระยากลันตันว่า พร้อมด้วยญาติพี่น้องแลศรีตวันกรมการไพร่บ้านพลเมือง จัดทำการสมโภชสนองพระเดชพระคุณ } ได้เริ่มจะมีการในวันที่ ๓๑ ธันวาคม แต่ประจวบเวลาน้ำมากขึ้นท่วมพื้นดินบ้านเมืองอยู่ถึง ๑๐ วันต้องรอการสมโภชมาวันที่ ๑๐ มกราคม ร, ศก ๑๑๖ ได้ตั้งซุ้มจุดประทีบแลดอกไม้เพลิงแลมีการเล่นต่างๆ ๓ วัน ๓ คืน } เปนการรื่นเริงทั่วไป ขอถวายไชยมงคลต่อใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาท ให้ทรงพระเจริญบรมศุขยิ่งๆสืบไป

ฉบับ ๒ บอกพระยาพิไชยภูเบนทร์นเรนทรภักดี ศรีสุรต่านมหมัด รัตนราชบดินทร์ สุรินทรวิวังษา พระยาตรังกานูว่า ได้รับตราพระราชสีห์ส่งซองบุหรี่หนังสีขาว มีอักษรพระบรมนามาพิธัย ได้นำมาแต่ประเทศยุโรป ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานเปนของฝากมานั้น ได้รับพระราชทานไว้แล้ว และมีความยินดรฤกถึงพระเดชพระคุณ } ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเปนล้นเกล้า ฯ แลหวังใจในพระกรุณาชุบเกล้าฯ เลี้ยงเปนที่ยึดหน่วงร่มเย็นสืบไป

เวลาเกือบย่ำค่ำเสด็จพระราชดำเนินออกพระทวาร ทิศตวันตกแห่งพระที่นั่งนั้นแลออกพระทวารเทเวศรักษา ประทับพระราชดำรัสอยู่ที่น่าพระทวารนั้น แต่พระบรมวงษานุวงษ์ ด้วยเรื่องป้อมแลกำแพงที่น่าวัดราชบูรณะนั้นรื้อเสียหมดแล้ว มีแต่ตึกแถวชั้นนอกริมแม่น้ำเปนต่างกำแพง แต่ป้อมนั้นยังไม่มี หรือจะตัดยอดพระปรางวัดราชบูรณะแล้วหาที่ก่อสร้างเปลี่ยนใหม่ก็ดูเปนอย่างไรอยู่แลที่ถนนบำรุงเมืองกับถนนเฟื่องนครนั้นก็แคบไป ทำตึกแถวขึ้น ๒ ฟากแล้ว ดูเหมือนคลองทีน้ำแห้งไปขับรถอยู่ในคลองฉนั้น ดูอึดอัดหายใจไม่ใคร่ออก การที่ถนนแคบนี้ เปนด้วยสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงษ์ ได้หาฦาท่านขอให้ทำถนนกว้าง ๖ วา ท่านว่ากว้างไปจะไม่มีผู้คนเดินหญ้าก็จะรก ท่านขอลดลงกว้าง ๓ วา เปนข้อเถียงกันอยู่ จึงตกลงเอาเปนกว้าง ๔ วาต้องทำตามถนนจึงแคบไปแล้วพระราชดำเนินมาทางชาลาน่ากระทรวงวัง มีพระราชดำรัสด้วยหมอไรเตอร์ ซึ่งเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาทอยู่นั้น แล้วพระราชดำเนินมาทางชาลาสนามหญ้าน่าพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาท เวลาย่ำค่ำแล้วเสด็จขึ้น

วันน โปรดเกล้า ฯ ให้กระทรวงมหาดไทยส่งสัญญาบัตรไปพระราชทานแก่ข้าราชการซึ่งประจำอยู่ ณ หัวเมือง ๘ หัวเมือง ๒, รวม ๑๐ นาย

คือ ให้เลื่อนหลวงวิชิตรสรสาตร เปนพระวิชิตสรสาตร มีตำแหน่งราชการในกรมยุทธนาธิการ ถือศักดินา ๑๐๐๐

ให้เลื่อนหลวงพิทักษยุทธภัณฑ์ เปนพระพิทักษยุทธภัณฑ์ มีตำแหน่งราชการในกรมยุทธนาธีการ ถือศักดินา ๑๐๐๐

ให้เลื่อนนายร้อยเอก ฃุนสรชาติโยธี เปนพระสรชาติโยธี มีตำแหน่งราชการในกรมยุทธนาธิการ ถือศักดิ์นา ๑๐๐๐

ให้นายร้อยเอกบุง เปนหลวงยุทธกิจภักดี มีตำแหน่งราชการในกรมยุทธนาธิการ ถือศักดินา ๘๐๐

ให้นายร้อยโทอ่ำ เปนหลวงโยธีอภิบาล มีตำแหน่งราชการในกรมยุทธนาธิการ ถือศักดินา ๘๐๐

ให้นายถนอม เปนหลวงสุนทรพิทักษ์ มีตำแหน่งราชการในกระทรวงมหาดไทย ถือศักดิ์นา ๖๐๐

ให้นายจ๋วน เปนขุนพิพักษ์ธุระกิจ มีตำแหน่งราชการในกระทรวงมหาดไทย ถือศักดิ์นา ๔๐๐

ให้หลวงวิเศษภักดี เปนพระชุมแสงสงคราม ผู้ว่าราชการเมืองชุมแสง ถือศักดิ์นา ๑๖๐๐

ให้หลวงกำแหงปลัด เปนพระกงไกรลาศ ตำแหน่งนายอำเภอเมืองกงไกรลาศ ถือศักดิ์นา ๔๐๐

วัน ๕ ๔ ค่ำ ปีรกานพศก ๑๒๕๙

วันที่ ๑๐ มีนาคม รัตนโกสินทร๓๐ศก ๑๑๖

ไม่เสด็จออก

วัน ๖ ๔ ค่ำ ปีรกานพศก ๑๒๕๙

วันที่ ๑๑ มีนาคม รัตนโกสินทร๓๐ศก ๑๑๖

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกพระทวารพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาท ประทับรถพระที่นั่งเสด็จประพาศไปรเวตออกประตูวิเศษไชยศรีไป เลี้ยวป้อมเผด็จดัษกรแล้วเลี้ยวถนนบำรุงเมืองตรงไปประตูสำราญราษฎร์แล้ว เลี้ยวขึ้นถนนรอบพระนครทิศเหนือไปข้ามสพานวัดเทพธิดา ถึงประตูพฤฒิบาศแล้วเลยข้ามสะพานคลองบางลำภู ไปถนนสนามกระบือตรงไปแล้ว เลี้ยวขึ้นถนนริมคลองผดุงกรุงเกษม ฝั่งคลองข้างนี้นั้น ไปน่าวัดโสมนัศ วัดมงกุฎกระษัตริย์ วัดนรนารถ เลี้ยวข้ามสพานคลองผดุงไปถนนสามเสน เสด็จพระราชดำเนินกลับมาถนนบางขุนพรหม ข้ามสพานคลองบางลำภูริมบ้านเจ้าพระยานรรัตน มาถนนสพานเสี้ยว กลับสู่พระบรมมหาราชวัง เวลาทุ่มเศษ

วัน ๗ ๔ ค่ำ ปีรกานพศก ๑๒๕๙

วันที่ ๑๒ มีนาคม รัตนโกสินทร๓๐ศก ๑๑๖

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกขุนนาง ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระยาราชวรานุกูลปลัดทูลฉลองกระทรวงมหาดไทย กราบบังคมทูลนำ พระยาบุริมทิศพิไชย จางวางเมืองปราจิณบุรี กราบถวายบังคมลาไปรักษาราชการบ้านเมือง มีพระราชดำรัสด้วยพอสมควร เวลาเกือบย่ำค่ำเสด็จพระราชดำเนินออกพระทวารทิศตวันตกแห่งพระที่นั่งนั้น แลออกพระทวารเทเวศรักษา พระราชดำเนินมาทางชาลาน่ากระทรวงวัง พระวิภาคภูวดล๑๒ กับหมอไรเตอร์๑๓ เฝ้าทูลลอองธุลีพระบาทอยู่ที่นั้น มีพระราชดำรัสด้วยแล้ว พระราชดำเนินมาทางชาลาสนามหญ้าน่าพระที่นั่งจักรกรี หมอไรเตอร์ได้เดินตามเสด็จมาด้วย พระราชดำรัสแก่หมอครู่หนึ่งแล้ว พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงเทวะวงษ์วโรประการ เฝ้าทูลลอองธุลีพระบาทมีพระราชดำรัสด้วยตามสมควร เวลาเกือบทุ่มเสด็จขึ้น

วัน ๑ ๔ ค่ำ ปีรกานพศก ๑๒๕๙

วันที่ ๑๓ มีนาคม รัตนโกสินทร๓๐ศก ๑๑๖

ไม่เสด็จออก

วัน ๒ ๔ ค่ำ ปีรกานพศก ๑๒๕๙

วันที่ ๑๔ มีนาคม รัตนโกสินทร๓๐ศก ๑๑๖

ไม่เสด็จออก

วัน ๓ ๔ ค่ำ ปีรกานพศก ๑๒๕๙

วันที่ ๑๕ มีนาคม รัตนโกสินทร๓๐ศก ๑๑๖

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกทางพระทวารพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาทองค์ตวันออก เจ้าพนักงานกระทรวงว่าการต่างประเทศ กระทรวงวัง นำมิศเตอร์ เครวิล ราชทูตอังกฤษ เฝ้าทูลลอองธุลีพระบาทถวายพระราชสาสน์ตอบพระราชสาสน์ซึ่งทรงตั้งพระยาวิสุทธิสุริยศักดิ์๑๔ เปนอรรคราชทูตประจำกรุงอังกฤษ แลถอนพระยามหาโยธา๑๕อรรคราชทูตกลับเข้ามากรุงเทพฯ นั้น มีพระราชปฏิสันฐานตามสมควรแล้ว มิศเตอร์เครวิล ถวายคำนับกลับจากที่เฝ้า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้น

วัน ๔ ๑๐ ๔ ค่ำ ปีรกานพศก ๑๒๕๙

วันที่ ๑๖ มีนาคม รัตนโกสินทร๓๐ศก ๑๑๖

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกทางพระทวารพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาท พระราชดำเนินลงสนามหญ้าน่าพระที่นั่งนั้น พระยานรินทรราชเสนีกระทรวงกระลาโหม กราบบังคมทูลนำข้าราชการทหารบก กราบถวายบังคมลาไปประจำรักษาราชการ ณ กองทหารมณฑลนครราชสีห์มา รวม ๑๔ นาย

คือ นายพันตรี หลวงอรรคสรกิจ ว่าที่นายพันเอก ๑ นายร้อยเอก ขุนสรายุทธสรสิทธิ์ ว่าที่นายพันตรี ๑ นายร้อยโท เจริญ ว่าที่นายร้อยเอก ๑ นายร้อยตรีลี้ ว่าที่นายร้อยเอก ๑ นายร้อยตรีคล้าย ว่าที่นายร้อยโท ๑ นายชิตว่าที่นายร้อยโทปลัดแพทย์ ๑ นายคำว่าที่นายร้อยโท ๑ นายทิมว่าที่นายร้อยตรี ๑ นายช่วงเล็กว่าที่นายร้อยตรี ๑ นายเฟื่องว่าที่นายร้อยตรี ๑ นายถมยาว่าที่นายร้อยตรี ๑ นายหวั่นว่าที่นายร้อยตรี ๑ หม่อมหลวงสำลีว่าที่นายร้อยตรี ๑ หม่อมหลวงเลียบว่าที่นายร้อยตรี ๑

แล้วพวกกองลาวเด็กชายเมืองเพชรบุรี เฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท แลมีน้ำตาลหม้อใหญ่เล็ก แลน้ำตาลปีมาทูลเกล้า ฯ ถวายด้วย มีพระราชดำรัสด้วยตามสมควรแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานเหรียญราชรุจิยามีสายแถบสีทับทิมติดแนบอกเสื้อชั้นนอกแก่ลาวพวกนั้นรวม ๑๔ นายแล้ว พวกทหารแตรวงมหาดเล็กเข้าชื่อพร้อมกัน ๑๓ นายมาทูลเกล้า ฯ ถวายฎีกาฉบับ ๑ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ทรงรับต่อพระหัดถ์ เวลาย่ำค่ำแล้วเสด็จขึ้น

วัน ๕ ๑๐ ๔ ค่ำ ปีรกานพศก ๑๒๕๙

วันที่ ๑๗ มีนาคม รัตนโกสินทร๓๐ศก ๑๑๖

วันนี้ เปนวันตั้งน้ำวงด้ายในการพระราชพิธีสัมพัจฉรฉินท์ โปรดเกล้า ฯ ให้เจ้าพนักงานจัดการที่พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย เหมือนอย่างปีก่อนมา แลทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้มีการโสกันต์เกษากันต์ในพระราชพิธีนี้ด้วย

เวลาบ่ายพระสงฆ์ราชาคณะผู้ใหญ่ผู้น้อย } รวม ๒๐ รูป มีพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นวชิรญาณวโรรสเปนประธาน ได้มาพร้อมกันอยู่ที่พระที่นั่งนั้น พระเจ้าลูกยาเธอ, พระวรวงษ์เธอ, หม่อมเจ้า ซึ่งจะได้โสกันต์เกษากันต์นั้น คือ พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้ารังสิตประยูรศักดิ์ ๑ พระวรวงษ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงประภาวสิทธินฤมล ๑ หม่อมเจ้าหญิงบุษผชาติชลา ๑ รวม ๒ ในสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจาตุรนต์รัศมี กรมพระจักรพรรดิพงษ์ หม่อมเจ้าชายเขจรวรฤทธิ์ ๑ ในพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นนเรศวรรฤทธิ์ หม่อมเจ้าชายพันธุประวัติ ๑ หม่อมเจ้าชายพชรมานย์ ๑ หม่อมเจ้าหญิงลักษณา ๑ รวม ๓ ในพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นพรหมวรานุรักษ์ หม่อมเจ้าหญิงกลาง ๑ ในพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นราชศักดิ์สโมสร หม่อมเจ้าชายคำนพคุณ ๑ ในพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นสรรพสาตรศุภกิจ หม่อมเจ้าชายดำรัสดำรง ๑ หม่อมเจ้าชายพงษพินธุเทพ ๑ รวม ๒ ในพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงเทววงษวโรประการ หม่อมเจ้าหญิงทัดจันทรจำรูญ ๑ ในพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นวิวิธวรรณปรีชา หม่อมเจ้าชายธานีนิวัตร ๑ ในพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นพิทยลาภพฤฒิธาดา หม่อมเจ้าหญิงประสงส์สม ๑ หม่อมเจ้าหญิงภิรมย์สงวน ๑ รวม ๒ ในพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นมหิศรราชหฤทัย หม่อมเจ้าชายเล็ก ๑ ในพระเจ้าบวรวงษ์เธอ กรมหมื่นจรัสพรปฏิภาณ รวม ๑๗ องค์ ได้ทรงเครื่องแลแต่งองค์แล้วทรงเสลี่ยงตามพระเกียรติยศ มาประทับในพระสูตร ณ พระที่นั่งนั้น

เวลาเกือบย่ำค่ำ พระบาทสมเด็จพระเจ้ายูหัวเสด็จออกทางพระทวารพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาท ประทับพระราชยานพร้อมด้วยตำรวจทหารแห่นำตามเสด็จเวลานั้น นายกวดมหาดเล็กหุ้มแพร ได้นำโคนม ๑ โคผู้ ๑ เปนโคเผือกใหญ่ซึ่งมาจากเมืองออสเตรียนั้น มาถวายทอดพระเนตรที่สนามหญ้าน่าพระที่นั่งจักรกรีนั้นด้วย แล้วเสด็จพระราชดำเนินออกประตูศรีสุนทรไปประทับเรือพระที่นั่งเก๋งทองทั้งแท่ง แต่ท่าราชวรดิฐไปเทียบเรือพระที่นั่งน่าบ้านเจ้าพระยารัตนบดินทร์ พระราชดำเนินขึ้นบนหอนั่งแล้ว มีพระราชดำรัสถามถึงอาการป่วยพอสมควรแล้ว เสด็จกลับพระบรมมหาราชวัง เวลาทุ่มเศษ เสด็จเลยมาประทับที่พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ทรงจุดเทียนนมัสการ พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นวชิรญาณวโรรสถวายศีลแล้ว พระสงฆ์ ๒๐ รูปเจริญพระพุทธมนต์

เวลายามเศษเสด็จขึ้น

วัน ๖ ๑๒ ๔ ค่ำ ปีรกานพศก ๑๒๕๙

วันที่ ๑๘ มีนาคม รัตนโกสินทร๓๐ศก ๑๑๖

เปนวันจุดเทียนไชย ในการพระราชพิธีสัมพัจฉรฉินทร์ เวลาเช้าพระสงฆ์ราชาคณะผู้ใหญ่ผู้น้อย } ๒๐ รูป ซึ่งสวดพระพุทธมนต์เมื่อวานนี้ กับพระครูคู่สวด ๘ พระพิธีธรรม ๔๐ รวม ๖๘ รูป ได้มาพร้อมกันอยู่ที่พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย

เวลาเช้า ๔ โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกทรงจุดเทียนนมัสการทรงศีลแล้ว พอได้พระฤกษทรงจุดเทียนทองพระราชทาน พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นวชิรญาณวโรรสทรงจุดเทียนไชย พระสงฆ์สวดสัจคาถา พราหมณ์เป่าสังข์แลแกว่งไม้บัณเฑาะว์ ชาวประโคมประโคมแตรสังข์พิณพาทย์ฆ้องไชยขึ้นพร้อมกัน ครั้นสุดเสียงประโคมแล้ว พระสงฆ์สวดถวายพรพระจบแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประเคนอาหารบิณฑบาต พระสงฆ์ได้รับพระราชทานฉันแล้ว ถวายอนุโมทนาถวายอติเรกถวายพระพรลา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้น

ตั้งแต่เวลานี้ไป พระพิธีธรรมได้ผลัดเปลี่ยนกันครั้งละ ๔ รูป สวดภาณวารประจำเทียนไชย ไปกว่าจะได้ดับเทียน มีพระราชาคณะนั่งปรกกำกับตามธรรมเนียม

เวลา ๑ ทุ่มเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกทรงจุดเทียนนมัสการทรงศีลแล้ว พระสงฆ์ซึ่งได้รับพระราชทานฉันเมื่อเช้านี้เจริญพระพุทธมนต์ พระเจ้าลูกยาเธอ พระวรวงษ์เธอ หม่อมเจ้าซึ่งจะได้โสกันต์เกษากันต์นั้น มาประทับในพระสูตร ฟังสวดมนต์เช่นวานนี้ พระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์จบแล้ว ถวายอติเรก ถวายพระพรลา เวลายาม ๑ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้น

วัน ๗ ๑๓ ๔ ค่ำ ปีรกานพศก ๑๒๕๙

วันที่ ๑๙ มีนาคม รัตนโกสินทร๓๐ศก ๑๑๖

เวลาเช้าโปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธเสด็จออกทรงจุดเทียนนมัสการ ในการพระราชพิธีสัมพัจฉรฉินท์ แลทรงประเคนอาหารบิณฑบาตแก่พระสงฆ์ ๖๘ รูปนั้นได้รับพระราชทานฉัน

เวลาทุ่มเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกทรงจุดเทียนนมัสการทรงศีลแล้ว พระสงฆ์ ๖๘ รูปนั้นเจริญพระพุทธมนต์ ส่วนพระเจ้าลูกยาเธอ พระวรวงษ์เธอ หม่อมเจ้า มาประทับในพระสูตรเหมือนคืนก่อนมา เวลา ๑ ยามเสด็จขึ้น

วัน ๑ ๑๔ ๔ ค่ำ ปีรกานพศก ๑๒๕๙

วันที่ ๒๐ มีนาคม รัตนโกสินทร๓๐ศก ๑๑๖

เวลาเช้า เปนวันที่จะโสกันต์เกษากันต์ พระเจ้าลูกยาเธอ พระวรวงษ์เธอ หม่อมเจ้าได้มาประทับ ณ เก้าอี้ ที่พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย เจ้าพนักงานภูษามาลาแบ่งพระเกษาแลเกษาองค์ละ ๓ ส่วน พระสงฆ์ ๖๘ รูปได้มาพร้อมกัน ณ พระที่นั่ง

เวลาเช้า ๒ โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกทรงจุดเทียนนมัสการทรงศีลแล้ว ครั้นได้พระฤกษ์ทรงหลั่งน้ำพระมหาสังข์จรดพระกรรบิดพระกรรไกรโสกันต์เกษากันต์ พระเจ้าลูกยาเธอ พระวรวงษ์เธอ หม่อมเจ้าองค์ละส่วนเปนลำดับไป โปรดเกล้า ฯ ให้พระเจ้าราชวรวงษ์เธอ กรมหลวงบดินทรไพศาลโสภณ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจาตุรณต์รัศมี กรมพระจักรพรรดิพงษ์ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงษ์ กรมพระภาณุพันธุวงษ์วรเดช พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นนเรศรวรฤทธิ์ พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงพิชิตปรีชากร พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงเทวะวงษวโรประการทรงจรดพระกรรบิตกรรไกรแล้ว เจ้าพนักงานกรมภูษามาลาได้เจริญพระเกษาต่อไป ขณะนั้นพระสงฆ์สวดไชยมงคล พราหมณ์ป่าวสังข์ เจ้าพนักงานแกว่งไม้บัณเฑาะว์ ชาวประโคมก็ประโคมดุริยดนตรีขึ้นพร้อมกัน

ครั้นเจริญพระเกษาแล้ว พระเจ้าลูกยาเธอ พระวรวงษ์เธอ หม่อมเจ้า เสด็จสู่เบญจาที่สรง ซึ่งเจ้าพนักงานได้จัดตั้งอยู่ที่ชาลาน่าพระที่นั่งราชฤดีนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จไปพระราชทานน้ำพระพุทธมนต์ทั่วทุกองค์แล้ว โปรดเกล้า ฯ ให้พระบรมวงษานุวงษ์ผู้ใหญ่ ประทานน้ำพระพุทธมนต์ต่อไป ส่วนพระสงฆ์สวดถวายพรพระจบแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประเคนอาหารบิณฑบาท พระเจ้าลูกยาเธอ พระวรวงษ์เธอ หม่อมเจ้าแต่งพระองค์แลองค์แล้ว มารับพระราชทานน้ำพระมหาสังข์แลทรงเจิม พระสงฆ์รับพระราชทานฉันแล้ว ทรงทอดผ้าฃาวพับหนึ่งที่น่าอาศน์สงฆ์ พระเทพโมลีได้ยืนบนผ้าขาวพับนั้นประกาศเทวดา ในการพระราชพิธีสัมพัทฉรฉินจบแล้ว ทรงประเคนของไธยธรรมแก่พระสงฆ์ตามสมควรแล้ว ถวายอติเรกถวายพระพรลา เวลาเช้า ๕ โมงเศษเสด็จขึ้น

ครั้นเวลาเกือบย่ำค่ำ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกทางพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาท พระราชดำเนินลงที่สนามหญ้าน่าพระที่นั่งนั้น เจ้าพนักงานได้เดินกระบวนแห่พระราชาคณะผู้ใหญ่ผู้น้อย } ขึ้นวอ, เสลี่ยง, แคร่ตามลำดับ พระครูพระพิธีธรรมเดินเปนกระบวนมากับปืนมหาฤกษ มหาไชย มหาจักร มหาปราบยุค เข้ากระบวนมาจากข้างหอพระสมุดวชิรญาณ เข้าประตูพิมานไชยศรีมาที่พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระสงฆ์นั่ง ณ อาศน์แล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชดำเนินไปประทับที่พระที่นั่งนั้น ทรงจุดเทียนนมัสการทรงศีลแล้ว พระสงฆ์ ๖๘ รูปนั้นเจริญพระพุทธมนต์ถึงเมตตาสูตรจบแล้ว ทรงทอดผ้าขาวพับหนึ่งที่น่าอาศน์สงฆ์ พระเทพโมลียืนบนผ้าขาวพับนั้นประกาศเทวดา หลวงพรหมาธิบดี กับขุนพิสณฑ์สังฆกิจกรมสังฆการี ๒ นายเปนผู้รับในคำประกาศเทวดาจบแล้ว ทรงจุดเทียนทอง ๔ เล่ม ที่ตะบะมุกบนเตียงสวดภารวาณ แลทรงทอดผ้าขาว ๔ พับ พระครู ๔ รูปนั่งบนผ้าขาวนั้นสวดธรรมจักกัปปวัตสูตร เวลานั้นมีพระราชดำรัสด้วยพระยาวุฒิการบดีว่า อุส่าห์ซักซ้อมประกาศเทวดากับทั้งผู้รับในคำประกาศว่าเรียบร้อยดีพอใช้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานรางวัลจีวรแพรแก่พระเทพโมลี หลวงพรหมาธิบดี ฃุนพิสณฑสังฆกิจ เงินตราคนละ ๕ ตำลึง พระครู ๔ รูปสวดธรรมจักกัปปวัตตนะสูตรจบแล้ว ทรงจุดเทียนแลทรงทอดผ้าขาวเหมือนครั้งก่อน พระครู ๔ รูปสวดมหาสมัยสูตร แล้วทรงจุดเทียนแลทรงทอดผ้าขาวอีกครั้งหนึ่ง พระพิธีธรรมสำรับที่หนึ่งสวดอาฏาณาติยสูตร ทรงจุดเทียนทอดผ้าขาวอีกครั้งหนึ่ง พระพิธีธรรมสำรับที่ ๑ สวดอาฏาณาติยสูตรภาณยักษ์ ในการซึ่งทรงจุดเทียนทอดผ้าขาว ๓ ครั้ง พระครูพระพิธีธรรมสวดรวม ๓ จบนั้น พระเทพโมลีขัดตำนาน แลในระหว่างพระพิธีธรรมสำรับที่ ๑ สวดอยู่นั้น โปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าสมมติวงษ์วโรทัยทรงเจิมปืน มหาฤกษ มหาไชย มหาจักร มหาปราบยุค ที่ชาลาน่าพระที่นั่งนั้นแล้ว เจ้าพนักงานได้ยิงปืน ๔ บอกนั้นก่อน แลยิงปืนใหญ่เล็กต่อไป ตามกำหนดระยะในอาฏาณาติยะสูตรภาณยักษ์ภาณพระสลับกันไปจนตลอดรุ่งสว่างเหมือนเช่นเคยมาทุกปี เวลา ๒ ยามเศษพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้น

วัน ๒ ๑๕ ๔ ค่ำ ปีรกานพศก ๑๒๕๙

วันที่ ๒๑ มีนาคม รัตนโกสินทร๓๐ศก ๑๑๖

เปนวันดับเทียนไชย เวลาเช้าโปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าอัษฎางคเดชาวุธ เสด็จออกทรงจุดเทียนนมัสการแลทรงประเคนอาหารบิณฑบาตพระสงฆ ๖๘ รูปได้รับพระราชทานฉันแล้ว สมเด็จพระวันรัตวัดสุทัศเทพวรารามดับเทียนไชยแล้ว พระสงฆ์ถวายอนุโมทนาอติเรกถวายพระพรลา

เวลาบ่ายมีการเวียนเทียนสมโภชพระมหาเสวตตระฉัตร แลพระพุทธรูปตามธรรมเนียม เปนสิ้นการพระราชพิธีสัมพัจฉรฉินท์

  1. 1. ภายหลังทรงสถาปนาเป็นกรมหมื่นนครไชยศรีสุรเดช ต้นราชสกุล จิรประวัติ

  2. 2. พระยาอนุชิตชาญไชย (ทองคำ)

  3. 3. ต้นราชสกุล สิงหรา

  4. 4. พระยาราชฤทธานนท์พหลภักดี (ทองอยู่) ภายหลังถูกพกาหม่องหัวหน้าโจรเงี้ยวตัดคอที่ตำบลห้องกาด เมื่อวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๔๔๕

  5. 5. พระนิเทศชลธี (Alfred J. Loftus)

  6. 6. พระยานรินทรราชเสนี (สวน)

  7. 7. การสวดดิเกหรือดิเกร์ของอิสลาม เป็นต้นเค้าของการเล่นลิเกหรือยี่เกของไทย ดู “สาส์นสมเด็จ” ลายพระหัตถ์สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์และสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ภาค ๑๗ พิมพ์ในงานศพ นางตาด กล้วยไม้ ณ อยุธยา ร.พ. รุ่งเรืองธรรม พ.ศ. ๒๕๐๐ หน้า ๕๕-๖๐

  8. 8. ต้นฉบับเว้นไว้

  9. 9. เข้าใจว่าพระพุทธสิหิงค์องค์จำลอง ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดฯ ให้จำลองขึ้นไว้ แต่จะเป็นองค์ที่หล่อด้วยทองคำหรือเปล่าไม่ทราบ

  10. 10. ต่อมาโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศเลื่อนกรมเป็นสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร ต้นราชสกุล รังสิต

  11. 11. พระสัมพุทธพรรณี เป็นพระพุทธรูปที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้างขึ้น

  12. 12. พระวิภาคภูวดล (James McCarthy) ชาวไอริช เป็นอาจารย์สอนการทำแผนที่ เป็นผู้บุกเบิกการทำแผนที่เขตแดนของประเทศไทย ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือที่ติดกับประเทศอินโดจีนของฝรั่งเศส การสำรวจค้นคว้าการเดินทางของการขึ้นภูเขา ตำราดาวชั้นสูงในโรงเรียนกรมแผนที่ รับราชการตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๒๓-๒๔๔๒ ได้เป็นผู้ควบคุมการพิมพ์แผนที่ประเทศไทยฉบับแรกที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในปี พ.ศ. ๒๔๓๐ เรียกกันว่าแผนที่เมืองไทย ฉบับแมกคาธี

  13. 13. หมอไรเตอร์ ได้ตามเสด็จพระราชดำเนินประพาสยุโรป ร.ศ. ๑๑๖ ครั้งนี้ด้วย ถึงรัชกาลที่ ๖ ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระยาประเสริฐศาสตรธำรง

  14. 14. พระยาวิสุทธิสุริยศักดิ์ (หม่อมราชวงศ์เปีย มาลากุล) ภายหลังได้เป็นเจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี เสนาบดีกระทรวงธรรมการ

  15. 15. พระยามหาโยธา (นกแก้ว คชเสนี)

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ