เดือน ๕ จุลศักราช ๑๒๖๐

วัน ๓ ๕ ค่ำ ปีจอยังเปนนพศก ๑๒๕๙

วันที่ ๒๒ มีนาคม รัตนโกสินทร๓๐ศก ๑๑๖

ไม่เสด็จออก

วัน ๔ ๕ ค่ำ ปีจอยังเปนนพศก ๑๒๕๙

วันที่ ๒๓ มีนาคม รัตนโกสินทร๓๐ศก ๑๑๖

เปนวันพระราชพิธีศรีสัจปานกาล เวลาทุ่มเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกพระที่นั่งไพศาลทักษิน ทรงจุดเทียนนมัสการพระพุทธรูปพระชนมพรรษาทั้ง ๕ รัชกาลแล้ว เสด็จออกทางพระทวารพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระราชดำเนินโดยทางลาดพระบาท ประทับพระราชยานแต่เกยน่าพระทวารเทเวศรักษา ไปประทับเกยวัดพระศรีรัตนสาสดารามทิศตวันตก พระราชดำเนินโดยทางลาดพระบาทสู่ภายในพระอุโบสถ ทรงจุดเทียนนมัสการทรงศีลแล้ว หลวงสารประเสริฐกรมพระอาลักษณ์อ่านประกาศเทวดาเรื่องรัตนพิมพวงษ์จบแล้ว พระสงฆ์ราชาคณะผู้ใหญ่ผู้น้อย } รวม ๓๘ รูป มีพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นวชิรญาณวโรรสเปนประธานเจริญพระพุทธมนต์ เวลายามเศษเสด็จกลับสู่พระบรมมหาราชวัง พระสงฆสวดพระพุทธมนต์จบแล้ว กรมพราหมณพิธีได้อ่านดุษดีคำฉันท์สรรเสริญพระมหามณีรัตนปฏิมากรแล้ว กรมราชบัณฑิตยได้ทำพิธีอธิฐานฟังพระพิพัฒน์สัตยาต่อไป

วันนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้กระทรวงมหาดไทย ส่งเครื่องราชอิศริยาภรณ์ แลเหรียญดุษดีมาลา ไปพระราชทานแก่ข้าราชการซึ่งประจำอยู่ ณ หัวเมือง คือ ดาราจุลจอมเกล้า ฯ พระยาทรงสุรเดช (อั้น) เหรียญดุษดีมาลา เข็มราชการแผ่นดิน หม่อมราชวงษ์ชื่น กรมแผนที่

วัน ๕ ๕ ค่ำ ปีจอยังเปนนพศก ๑๒๕๙

วันที่ ๒๔ มีนาคม รัตนโกสินทร๓๐ศก ๑๑๖

เวลาบ่าย ๓ โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกทางพระทวารกลางพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาท พระราชดำเนินทางบันไดอัฒจันท์ทิศตวันออก ประทับพระราชยานลงราชาวดี พร้อมด้วยราชองครักษ์ตำรวจทหารแห่นำตามเสด็จออกประตูพิมานไชยศรี ไปประทับเกยวัดพระศรีรัตนสาศดารามทิศตวันตก พระราชดำเนินโดยทางลาดพระบาทไปสู่ภายในพระอุโบสถ ทรงจุดเทียนนมัศการทรงศีลแล้ว หลวงราชมุนีกรมพราหมณ์พิธีรับแสงศร ๓ จากเจ้าพนักงานขึ้นอ่านโองการแช่งน้ำ แลเชิญลงชุบในหม้อน้ำ แล้วอ่านคำโคลงแช่งน้ำต่อไปจบแล้ว พระยาศรีสุนทรโวหารเจ้ากรมพระอาลักษณ์ อ่านประกาศแช่งน้ำภาษาไทยแล้ว พระสิทธิไชยบดี รับพระแสงฃรรคไชยศรีกับพระแสงต่างๆจากเจ้าพนักงาน เชิญลงชุบในหม้อน้ำพระพุทธมนต์แลฃันสาคร พระสงฆ์สวดสัจคาถา พราหมณเป่าสังข์ ชาวประโคมๆพิณพาทย์กลองแฃกฆ้องไชยแตรสังข์ เจ้าพนักงานกระทรวงวังแลผู้กำกับถือน้ำนำฃ้าทูลลอองธุลีพระบาทฝ่ายทหารพลเรือนเข้าในพระอุโบสถ กรมพระอาลักษณ์แจกคำษาบาลให้อ่านถวายสัตยานุสัจ ครั้นชุบพระแสงเสร็จแล้ว หลวงราชมุนีทูลเกล้า ฯ ถวายน้ำพระพัฒน์ด้วยพระถ้วยหยกแล้ว พระบรมวงษานุวงษ์แลฃ้าทูลลอองธุลีพระบาท รับพระราชทานน้ำพระพัฒนสัตยาตามตำแหน่งโดยลำดับกัน ซึ่งเจ้าพนักงานได้จัดตั้งไว้นั้น พระสงฆ์ถวายอติเรกถวายพระพรลา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินกลับทางประตูหลังพระอุโบสถ ท้าวนางแลภรรยาข้าราชการที่มาประชุมเพื่อรับพระราชทานน้ำพระพัฒน์ ได้เฝ้าทูลลอองธุลีพระบาทแล้ว เสด็จพระราชดำเนินประทับพระราชยานแต่เกยวัดพระศรีรัตนสาสดารามมาประทับที่พระที่นั่งอมริมทรวินิจฉัย ทรงฉลองพระองค์ครุยถวายบังคมพระบรมอัฐิพระที่นั่งสนามจันทร์แล้ว พระบรมวงษานุวงษ์ข้าราชการกราบถวายบังคมพระบรมอัฐิต่อไป พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นทางพระทวารเทวราชมเหศร์ เสด็จประทับพระที่นั่งไพศาลทักษิณ พระบรมวงษานุวงษ์ฃ้าทูลลอองธุลีพระบาทฝ่ายใน ได้รับพระราชทานน้ำพระพัฒนสัตยาต่อไปตามธรรมเนียม

วัน ๖ ๕ ค่ำ ปีจอยังเปนนพศก ๑๒๕๙

วันที่ ๒๕ มีนาคม รัตนโกสินทร๓๐ศก ๑๑๖

เปนวันกำหนดที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะได้เสด็จพระราชดำเนินทรงบำเพ็ญพระราชกุศลในการพระศพ พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นภูธเรศธำรงศักดิ์ ซึ่งสิ้นพระชนม์ล่วงมาแล้ว ๑๐๐ วันนั้น พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นนราธิปประพันธพงษ์ กับหม่อมเจ้าในพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นภูธเรศ ได้จัดการตกแต่งที่วังพระเจ้าน้องยาเธอพระองค์นั้น แลได้เชิญพระบรมวงษานุวงษ์ ข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อย } ไปประชุมเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท แลสดัปฟังพระธรรมเทศนาในการนี้ด้วย

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกทางพระทวารพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาท ประทับรถพระที่นั่งพร้อมด้วยกระบวนแห่นำตามเสด็จ ออกประตูวิเศษไชยศรีไปประทับรถที่ประตูวังพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นภูธเรศธำรงศักดิ์ แล้วพระราชดำเนินโดยทางลาดพระบาทขึ้นบนท้องพระโรง เสด็จประทับพระราชอาศน์ในห้องตำหนักที่ไว้พระศพแล้ว ทรงจุดเทียนนมัศการ พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นวชิรญาณวโรรสถวายศีลแล้ว ถวายพระธรรมเทศนาแลกล่าวราชประวัติของพระเจ้าน้องยาเธอพระองค์นั้นเมื่อจบแล้ว พระราชาคณะพระครูถานานุกรมเปรียญสวดสารทพรตคาถาเปนทำนองสารภัญญแล้ว ทรงทอดผ้าไตร ๑๐ ไตรพระสงฆ์สดัปกรณ์ แลทรงวางพวงดอกไม้แล้ว พระสงฆ์ถวายอนุโมทนาแล้วเจ้าพนักงานประโคมแตรสังข์กลองชะนะ แลไขพระสูตรบังพระศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกมาประทับตรัสแก่พระบรมวงษานุวงษ์ที่ท้องพระโรง พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นนราธิปประพันธุพงษ์ ทูลเกล้า ฯ ถวายตัวอย่างหอระฆัง ซึ่งจะได้สร้างขึ้นไว้เปนที่รฦกของพระเจ้าน้องยาเธอพระองค์นั้น มีพระราชดำรัสด้วยพระบรมวงษานุวงษ์พอสมควรแล้ว เวลาเกือบทุ่มเสด็จกลับสู่พระบรมมหาราชวัง

วันนี้ เปนวันกำหนดที่จะได้ทำการฉลองพระพุทธสิทธารถปฏิมากร ที่วัดพิไชยญาติการาม ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงปิดทองไว้แต่เมื่อ ร, ศก ๑๑๕ แล้วนั้น กับจะได้เปิดโรงเรียนศุขุมาลลัย ซึ่งพระนางเจ้าสุขุมาลมารศรีพระราชเทวีได้ประทานเงินในส่วนพระองค์สร้างขึ้นไว้ เพื่อเปนหิตานุหิตประโยชน์แก่การเล่าเรียนต่อไปนั้นด้วย

พระธรรมไตรโลกาจาริย์ (อ่อน) เจ้าอาวาศ พร้อมด้วยพระสงฆ์สามเณรในพระอารามซึ่งกล่าวมาแล้วนั้น ได้ตกแต่งที่พระอุโบสถแลพระอารามกับกุฎีซึ่งสร้างใหม่ ประดับด้วยโคมไฟแลธงเทียวใบไม้ดอกไม้เปนต้น กับได้เชิญพระบรมวงษานุวงษ์ ข้าทูลลอองธุลีพระบาทไปประชุมในการนี้ด้วย

เวลาบ่ายพระสงฆ์ ๑๐ รูป มีหม่อมเจ้าพระสมเด็จพระพุฒาจาริย์เปนประธาน เจริญพระพุทธมนต์ในพระอุโบสถ ในการฉลองพระพุทธสิทธารถปฏิมากร เปนส่วนของหลวงส่วนโรงเรียนนั้น พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นวชิรญาณวโรรส เปนประธานสวดพระพุทธมนต์ แลพระนางเจ้าสุขุมาลมารศรีพระราชเทวี ทรงประทานลายพระหัตถ์ถวายแก่พระธรรมไตรโลกาจาริย์มอบที่โรงเรียนนั้นให้เปนสังฆิกะเสนาศน์ต่อไป พระธรรมไตรโลกาจาริย์ได้นำลายพระหัตถ์ฉบับนั้น อ่านประกาศแก่พระสงฆ์สามเณรให้ทราบทั่วกัน เวลาค่ำได้จุดดอกไม้เพลิงของหลวงด้วย

วัน ๗ ๕ ค่ำ ปีจอยังเปนนพศก ๑๒๕๙

วันที่ ๒๖ มีนาคม รัตนโกสินทร๓๐ศก ๑๑๖

เวลาเช้า พระสงฆ์ที่ได้สวดพระพุทธมนต์เมื่อเวลาวานนี้ ที่ในพระอุโบสถแลที่โรงเรียนสุขุมาลลัย ณ วัดพิไชยญาติการามนั้น ได้รับพระราชทานฉันทั้งสองแห่ง

เวลาเกือบย่ำค่ำ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกทางพระทวารพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาท พระราชดำเนินด้วยพระบาทออกประตูศรีสุนทร ไปประทับเรือพระที่นั่งกลไฟศรีอยุธยา แต่ท่าราชวรดิษฐใช้จักรแล่นลงไปตามลำน้ำเจ้าพระยาแล้ว เปลี่ยนเรือพระที่นั่งเก๋งทองทั้งแท่งแล้วเข้าคลอง เทียบเรือพระที่นั่งที่ท่าวัดพิไชยญาติการาม พระราชดำเนินขึ้นบนพระอารามนั้น นักเรียนที่ได้มาคอยเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาทอยู่ที่ชาลาน่าพระอุโบสถ ได้กล่าวคาถาเป็นทำนองสรภัญญวิธี ถวายไชยมงคลแล้วทรงพระดำเนินภายในพระอุโบสถ ทรงจุดเทียนนมัศการพระพุทธสิทธารถปฏิมากร มีพระราชดำรัสด้วย พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นวชิรญาณวโรรส พระธรรมไตรโลกาจาริย์ ซึ่งได้มารับเสด็จอยู่ ณ ที่นั้นพอสมควร โปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดช ทรงประเคนของไทยธรรมแก่พระสงฆ์ ๑๐ รูป ซึ่งสวดพระพุทธมนต์แลรับพระราชทานฉัน ในการฉลองพระพุทธสิทธารถปฏิมากรนั้นแล้ว พระสงฆ์ถวายอนุโมทนาแลอติเรกแล้ว พระราชดำเนินออกนอกพระอุโบสถทอดพระเนตรทายิกาตามสมควรแล้ว พระราชดำเนินไปประทับที่สนามหญ้าน่าโรงเวียนสุขุมาลลัย ทรงชักเชือกเปิดคลุมป้ายบอกนามโรงเรียนนั้น พระสงฆ์ซึ่งรับเสด็จอยู่ที่โรงเรียนได้สวดชยันโต เจ้าพนักงานประโคมแตรสังข์พิณพาทย์ขึ้นพร้อมกันแล้ว พระราชดำเนินขึ้นบนโรงเรียนทอดพระเนตรการเล่าเรียน แลมีพระราชดำรัสด้วยครูแลนักเรียนพอสมควรแล้ว เสด็จประทับห้องประชุมของโรงเรียนนั้น พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นวชิรญาณวโรรส กับพระสงฆ์กรรมการแห่งมหามกุฎราชวิทยาลัยมาพร้อมกันอยู่ที่นั้น พระธรรมไตรโลการจารย์อ่านคำถวายไชยมงคล (ที่ได้ลงราชกิจจาเล่ม ๑๕ น่า ๔ นั้น) ในนามของเจ้าคณะฝ่ายธรรมยุติกะนิกาย และกรรมการแห่งมหามกุฎราชวิทยาลัย กับพระสงฆ์สามเณรในพระอารามนี้จบแล้วมีพระราชดำรัสตอบ (ที่ได้ลงราชกิจจาเล่ม ๑๕ น่า ๖ นั้น) แล้วพระธรรมไตรโลกาจาริย์ ได้ถวายคำไชยมงคลซึ่งได้อ่านนั้น แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระสงฆ์ถวายอติเรกแล้ว เสด็จประทับเสวยเครื่องว่างที่โรงเรียนชั้นล่าง ครั้นเสวยแล้วพระราชดำเนินไปประทับกุฎีพระธรรมไตรโลกาจาริย์ ซึ่งได้สร้างใหม่แลแก้ไขของเดิมติดต่อกันซึ่งให้นามว่า (กุฎีทรงช่วย) เพราะได้พระราชทานเงินช่วยไว้แต่ก่อนนั้นแล้ว พระราชดำเนินกลับมาถึงน่าพระอุโบสถ นักเรียนได้กล่าวคำแปลคาถาคำฉันท์บรรยายถวายไชยมงคลส่งเสด็จแล้ว เสด็จพระราชดำเนินประทับเรือพระที่นั่งกลับสู่พระบรมมหาราชวังเวลายามเศษ

วัน ๑ ๕ ค่ำ ปีจอยังเปนนพศก ๑๒๕๙

วันที่ ๒๗ มีนาคม รัตนโกสินทร๓๐ศก ๑๑๖

ไม่เสด็จออก

วัน ๒ ๕ ค่ำ ปีจอยังเปนนพศก ๑๒๕๙

วันที่ ๒๘ มีนาคม รัตนโกสินทร๓๐ศก ๑๑๖

ไม่เสด็จออก

วัน ๓ ๕ ค่ำ ปีจอยังเปนนพศก ๑๒๕๙

วันที่ ๒๙ มีนาคม รัตนโกสินทร๓๐ศก ๑๑๖

ไม่เสด็จออก

วัน ๔ ๕ ค่ำ ปีจอยังเปนนพศก ๑๒๕๙

วันที่ ๓๐ มีนาคม รัตนโกสินทร๓๐ศก ๑๑๖

ไม่เสด็จออก

วัน ๕ ๑๐ ๕ ค่ำ ปีจอยังเปนนพศก ๑๒๕๙

วันที่ ๓๑ มีนาคม รัตนโกสินทร๓๐ศก ๑๑๖

ไม่เสด็จออก

วัน ๖ ๑๑ ๕ ค่ำ ปีจอยังเปนนพศก ๑๒๕๙

วันที่ ๑ เมษายน รัตนโกสินทร๓๐ศก ๑๑๗

เปนวันมีการสโมสรสำคัญขึ้นปีใหม่ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้พระบรมวงษานุวงษ์ข้าราชการเฃ้าไปเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท ที่พระราชอุทยานฝ่ายในหลังพระที่นั่งอนันตสมาคม แลเจ้าพนักงานได้จัดการที่พระราชอุทยานนั้น

เวลา ๑ ยาม พระบรมวงษานุวงษ์ ฃ้าทูลลอองธุลีพระบาท ได้มาพักอยู่ที่ชาลาฃ้างพระที่นั่งอนันตสมาคมพร้อมกัน

ครั้นเวลา ๔ ทุ่มเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จลงประทับสนามหญ้าในพระราชอุทยาน โปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพนักงานนำ พระบรมวงษานุวงษ์ข้าราชการเข้าไปเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท ถวายคำนับเรียงตัวทั่วกันแล้ว พระราชทานฉลาก แก่พระบรมวงษานุวงษ์ทั่วกันแล้ว ผู้ที่ได้รับพระราชทานฉลากนั้น ได้ไปรับสิ่งของตามเลขในฉลากของตนเสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับโต๊ะเสวยเวลาดึก พร้อมด้วยพระบรมวงษานุวงษ์ฃ้าทูลลอองธุลีพระบาท เมื่อเสวยถึงเครื่องหวาน พระเจ้าราชวรวงษ์เธอกรมหลวงบดินทรไพศาลโสภณ กราบบังคมทูลถวายไชยมงคล กับได้ทรงชักชวนท่านผู้ที่นั่งโต๊ะนั้นดื่มถวายไชยมงคลอีกครั้งหนึ่ง แตรวงแลพิณพาทย์ทำเพลงสรรเสริญพระบารมีแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสตอบขอบพระไทย แลแสดงกระแสพระราชดำริห์ที่ทรงตั้งพระราชหฤไทย จะจัดราชการทำนุบำรุงพระบรมวงษานุวงษ์ข้าทูลลอองธุลีพระบาทแลราษฎรให้อยู่เย็นเปนศุข แลให้พระราชอาณาจักรตั้งมั่นอยู่ต่อไป แล้วทรงชวนดื่มพระราชทานพรแก่พระบรมวงษานุวงษ์ฃ้าทูลลองธุลีพระบาทราษฎรครั้งหนึ่ง พระราชทานไชยมงคลแก่พระราชอาณาจักรอีกครั้งหนึ่งแล้ว ทรงพระดำเนินสู่สนามหญ้า มีพระราชดำรัสด้วยพระบรมวงษานุวงษ์ข้าทูลลอองธุลีพระบาทพอสมควร เวลาเกือบ ๗ ทุ่ม พระบรมวงษานุวงษ์ข้าทูลลอองธุลีพระบาท กราบถวายบังคมลา

วัน ๗ ๑๒ ๕ ค่ำ ปีจอยังเปนนพศก ๑๒๕๙

วันที่ ๒ เมษายน รัตนโกสินทร๓๐ศก ๑๑๗

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้กระทรวงมหาดไทยส่งสัญญาบัตรไปพระราชทานให้นาย ฉอ้อน เปนฃุนอมรฤทธิดำรง มีตำแหน่งราชการในกระทรวงมหาดไทย ถือศักดิ์นา ๔๐๐

วัน ๑ ๑๓ ๕ ค่ำ ปีจอยังเปนนพศก ๑๒๕๙

วันที่ ๓ เมษายน รัตนโกสินทร๓๐ศก ๑๑๗

ไม่เสด็จออก

วัน ๒ ๑๔ ๕ ค่ำ ปีจอยังเปนนพศก ๑๒๕๙

วันที่ ๔ เมษายน รัตนโกสินทร๓๐ศก ๑๑๗

เวลาเกือบย่ำค่ำ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาท ประทับรถพระที่นั่งเสด็จประพาศไปรเวต ออกประตูวิเศษไชยศรีไปทางถนนบำรุงเมือง ถึงประตูสำราญราษฎร์แล้วเลี้ยวขึ้นทางถนนรอบพระนคร ไปน่าวัดเทพธิดา วัดราชนัดา ออกประตูพฤติบาศฃ้ามสพานไปถนนสนามกระบือ ถึงคลองผดุงกรุงเกษม แล้วเลี้ยวไปถนนริมคลองนั้นไปน่าวัดโสมมนัศวิหาร วัดมงกุฎกระษัตริย์ วัดนรนารถ ฃ้ามสะพานคลองผดุงกรุงเกษมไปถนนสามเสนแล้ว กลับรถพระที่นั่งมาประทับวังพระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้ากิติยากรวรลักษณ์ ทรงพระดำเนินขึ้นประทับบนพระตำหนักพระเจ้าลูกยาเธอพระองค์นั้น ประมาณชั่วทุ่มหนึ่งแล้ว ประทับรถพระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินกลับ ข้ามคลองผดุงกรุงเกษมมาถนนบางขุนพรหม ข้ามสพานคลองบางลำภูมาถนนสพานเสี้ยว กลับสู่พระบรมมหาราชวัง เวลาเกือบ ๒ ทุ่ม

วัน ๓ ๑๕ ๕ ค่ำ ปีจอยังเปนนพศก ๑๒๕๙

วันที่ ๕ เมษายน รัตนโกสินทร๓๐ศก ๑๑๗

เวลาเกือบย่ำค่ำ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกทางพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาท ประทับรถพระที่นั่งประพาศไปรเวตออกประตูวิเศษไชยศรี ไปถนนท้องสนามไชยเลี้ยวเข้าสวนสราญรมย์ประพาศในบริเวณสวนนั้นแล้ว ออกจากสวนไปถนนเจริญกรุงออกประตู ๓ ยอด แล้วเลยไปถนนสุริยวงษ์แลไปถนนแยกศาลาแดงแลไปถนนประทุมวัน ประทับวัดประทุมวนารามแลพระราชวังแล้ว กลับมาถนนสพานยศเสเฃ้าประตูสำราญราษฎร์มาถนนบำรุงเมือง เข้าสู่พระบรมมหาราชวัง เวลาเกือบ ๒ ทุ่ม

วัน ๔ ๕ ค่ำ ปีจอยังเปนนพศก ๑๒๕๙

วันที่ ๖ เมษายน รัตนโกสินทร๓๐ศก ๑๑๗

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาทองค์ตวันออก เจ้าพนักงานนำมองซิเออเอช เลเดกัง อุปทูตเบอเยี่ยม เฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท ถวายพระราชสาสน์ตอบ พระราชสาสน์ซึ่งถอนพระยามหาโยธาอรรคราชทูตกรุงเบลเยี่ยม กลับเฃ้ามากรุงเทพ มีพระราชปฏิสันฐานด้วยตามสมควรแล้ว มองซิเออเอช เลเดกัง ถวายคำนับกลับจากที่เฝ้า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้น

วันนี้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กระทรวงมหาดไทย ส่งสัญญาบัตรทหารไปพระราชทาน ให้ว่าที่นายร้อยเอก เฉย มณฑลลาวพวน เป็นนายร้อยเอก ในกรมทหารบก กับเครื่องราชอิศริยาภรณ์ มงกุฎสยามชั้นที่ ๕ วิจิตราภรณ์ ไปพระราชทานแก่นายร้อยเอกนั้นด้วย

วัน ๕ ๕ ค่ำ ปีจอยังเปนนพศก ๑๒๕๙

วันที่ ๗ เมษายน รัตนโกสินทร๓๐ศก ๑๑๗

เวลาเกือบย่ำค่ำ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้เจ้าพนักงานนำมองซิเออเดอร์ฟรานซ์ราชทูตฝรั่งเสศ กับพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงเทวะวงษ์วโรประการ เข้าไปทางพระทวารพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาทองค์ตวันตก เฝ้าทูลลอองธุลีพระบาทในพระที่นั่งข้างใน แลโปรดเกล้า ฯ ให้มีการเลี้ยงน้ำร้อนกาแฟด้วย เวลาทุ่มเศษ ผู้ที่เข้าเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาทกราบถวายบังคมลา

วัน ๖ ๕ ค่ำ ปีจอยังเปนนพศก ๑๒๕๙

วันที่ ๘ เมษายน รัตนโกสินทร๓๐ศก ๑๑๗

ไม่เสด็จออก

วัน ๗ ๕ ค่ำ ปีจอยังเปนนพศก ๑๒๕๙

วันที่ ๙ เมษายน รัตนโกสินทร๓๐ศก ๑๑๗

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกทางพระทวารพระที่นั่งจักร์กรีมหาปราสาท ทรงพระราชดำเนินลงสนามหญ้าน่าพระที่นั่งนั้น ประทับเก้าอี้ตรัสด้วยพระบรมวงษานุวงษ์ ซึ่งได้มาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาทแล้ว เวลาย่ำค่ำพระราชดำเนินไปประทับ ณ หอที่ประชุมเสนาบดีปฤกษาราชการแผ่นดิน

วัน ๑ ๕ ค่ำ ปีจอยังเปนนพศก ๑๒๕๙

วันที่ ๑๐ เมษายน รัตนโกสินทร๓๐ศก ๑๑๗

เวลาย่ำค่ำ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกทางพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาทประทับพระเก้าอี้สนามหญ้าน่าพระที่นั่งนั้น ตรัสด้วยพระบรมวงษานุวงษ์ที่ได้มาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาทแล้ว ทรงพระดำเนินออกประตูพิมานไชยศรี ประตูวิเศษไชยศรี ไปถนนน่าวัดมหาธาตุแล้วแล้วเลยไปเฃ้าประตูพระราชวังบวร ทอดพระเนตรพระที่นั่งอิศราวินิจฉัย มีพระราชดำรัสด้วยพระบรมวงษานุวงษ์ ที่ได้ตามเสด็จไปนั้นว่า ได้เคยเสด็จมานั่งกำกับแจกเบี้ยหวัด เมื่อทรงพระยศเปนเจ้าฟ้ากรมขุนอยู่นั้น ที่ตรงพระทวารพระที่นั่งนี้หลายปี แล้วทรงพระราชดำเนินทอดพระเนตรในบริเวณชาลาแห่งพระที่นั่งนั้นทั่วแล้ว เฃ้าทางฉนวนทิศใต้ไปน่าพระที่นั่งองค์กลางแลพระที่นั่งบวร พระที่นั่งอิศเรศรังสรรค์ ประทับตำหนักพระเจ้าบวรวงษ์เธอ พระองค์เจ้าสุดาสวรรค์ มีพระราชดำรัสด้วย พระเจ้าบวรวงษ์เธอ พระองค์เจ้านั้นพอสมควร แล้วเสด็จทอดพระเนตร์พระที่นั่งบวรแล้ว เสด็จขึ้นประทับบนพระที่นั่งอิศเรศรังสรรค์ ทอดพระเนตรพระแท่นแลพระมาลาต่างๆ ของสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบรมวงษานุวงษ์ซึ่งได้ตามเสด็จ แลพระเจ้าบวรวงษ์เธอ พระองค์เจ้าสุดาสวรรค์ ได้เฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท ณ พระที่นั่งนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับอยู่ประมาณ ๑๕ นาทีแล้ว ทรงพระดำเนินออกทางพระทวารทิศเหนือพระที่นั่งอิศเรศรังสรรค์มาออกทางเดิม กลับสู่พระบรมมหาราชวัง เวลาเกือบ ๒ ทุ่ม

วัน ๒ ๕ ค่ำ ปีจอยังเปนนพศก ๑๒๕๙

วันที่ ๑๑ เมษายน รัตนโกสินทร๓๐ศก ๑๑๗

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกขุนนาง ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระยาราชเสนากระทรวงมหาดไทย อ่านบอกพระยาสุขุมนัยวินิตข้าหลวงเทศาภิบาลสำเร็จราชการมณฑลนครศรีธรรมราช ๓ ฉบับ บอกพระยาพิพิธภักดี เมืองกะลันตัน ๑ ฉบับ กราบบังคมทูลพระกรุณา

ในบอกพระยาสุขุมนัยวินิตฉบับที่ ๑ ว่า ได้รับสารตราพระราชสีห์แลตราพระราชสีห์น้อย กับคำษาบาล คำประกาศแลตราตั้ง ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระยาพิทักษ์เทพธานี เปนอธิบดีผู้พิพากษาศาลยุติธรรมมณฑลนครศรีธรรมราชนั้น วันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ร, ศก ๑๑๖ พร้อมด้วยข้าหลวงผู้พิพากษาได้อ่านตราตั้งแลท้องตราแล้ว พระยาพิทักษ์เทพธานีอ่านคำษาบาลในที่ประชุม แลได้มอบตราตั้งให้พระยาพิทักษ์เทพธานีแล้ว ในวันนั้นพระยาพิทักษ์เทพธานีอธิบดีผู้พิพากษาพร้อมด้วยผู้พิพากษา ได้ตั้งต้นพิจารณาความอาญา ๒ เรื่อง คือคดีในระหว่างหลวงศุภไสยสโมธานแทนไอยการโจท อ้ายเทศคนร้ายจำเลย โจทหาว่าอ้ายเทศลอบฆ่านายชูตาย ศาลถามอ้ายเทศให้การปฏิเสธไม่รับ สืบกำนันผู้ใหญ่บ้านที่รู้เห็นเปนพยานเบิกความในถานพิจารณาได้ความจริง ศาลลงเนื้อเห็นชี้ขาดตัดสินลงโทษอ้ายเทศโดยถานมีความผิดล่วงพระราชอาญา ให้จำคุกอ้ายเทศ ๗ บีจึงพ้นโทษ

อีกเรื่องหนึ่งคดีในระหว่าง นายเพียนโจท นายไหลจำเลย โจทหาว่าจำเลยเปนผู้ร้ายลักเรือ หรือได้รู้เห็นเปนใจด้วยผู้ร้ายลักเรือของโจทไป ศาลถามจำเลยให้การไม่รับ สืบพยานเบิกความสมฟ้องโจท ศาลตัดสินลงโทษให้จำคุกอ้ายไหล กำหนดปี ๑ จึงพ้นโทษ

ฉบับที่ ๒ ว่าได้รับรายงานหลวงพรหมภักดี ข้าหลวงรักษาราชการเมืองตานีว่า เมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม ร, ศก ๑๑๖ น้ำท่วมในเมืองแลใต้พื้นศาลฃ้าหลวงชำระความน้ำท่วมลึกประมาณฟุตเสศ ที่พักพระเสนีฃ้าหลวงน้ำท่วมถึงที่นอน ศาลาที่ที่ถนนมหาดไทยพังหนึ่งหลัง สพานตอนในเมืองลอยไปตามน้ำหมด ถนนริมคลองแลเรือนราษฎรชำรุดพังไปหมด ราษฎรตายหนึ่งคน ราคาเข้าสาร ๕ ทนานต่อเหรียญ แลว่าเมืองยะริงได้บอกมาด้วย การน้ำท่วมบ้านเมืองนั้นความคล้ายคลึงกัน

ฉบับ ๓ ว่า ครั้งก่อนได้มีบอกว่าน้ำท่วมที่เมืองสงฃลา สัตว์พาหนะแลทรัพย์สมบัติของราษฎร กับทั้งอิฐกระเบื้องของรัฐบาลเปนอันตรายนั้น บัดนี้หลวงศิริสมบัติฃ้าหลวงได้ทำบาญชีคน แลสัตว์พาหนะกับทรัพย์สิ่งฃองๆ ราษฎรในแฃวงเมืองสงฃลา รวมทั้งเมืองจะนะเมืองเทพาด้วยนั้น มายังที่ว่าการมณฑลนครศรีธรรมราชเปนจำนวนคนตายน้ำท่วมเรือนหักพัง ๓๔ คน โค ๑๒๔๔ กระบือ ๔๘ สุกร ๑๔๒๒ เป็ดไก่รวม ๑๗๗๑ แพะแกะรวม ๑๑๘ ต้นส้มกะลันดานู ๑๖๘๐ ต้นกาแฟ ๓๐๐ แผ่นอิฐ ๕๐๐๐ กระเบื้องต่างๆ ๑๙๗๔๐๐ จับเจี่ยว ๑๓๐๐ ค้างพลู ๑๐๔๙๑๐ ค้างพริกไทย ๓๕๕๐

บอกพระยาพิพิธภักดีว่า ได้รับตราพระราชสีน์ส่งซองบุรีห์หนังสีขาว มีอักษรพระบรมนามาภิธัย ได้ทำมาแต่ประเทศยุโรป ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ เปนฃองฝากพระราชทานนั้น พระยาพิพิธภักดี ได้รับพระราชทานแล้ว แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานสัญญาบัตรแก่ข้าราชการ

๑ ให้เลื่อนพระสิทธิไชยบดีเปนพระครูสิทธิไชยปรีชา เจ้ากรมพราหมณ์พฤฒิบาศ ถือศักดิ์นา ๓๐๐๐

๒ ให้ขุนสิทธิกรรม เปนหลวงเทพาจาริย์ รองพระตำหรับขวา กรมพราหมณ์พฤฒิบาศ ถือศักดิ์นา ๖๐๐

๓ ให้ฃุนไชยประวี เปนหลวงอิทรฦๅไชยาธิบดีศรียศบาศ รองพระตำหรับซ้าย กรมพราหมณ์พฤฒิบาศ ถือศักดิ์นา ๖๐๐

๔ ให้ขุนอินทรรักษา เปนหลวงเทพสมบัติ เจ้ากรมชาวที่ใหญ่ซ้าย ถือศักดิ์นา ๘๐๐

๕ ให้ขุนภักดีภูบาล เปนฃุนอินทรรักษา ปลัดกรมชาวที่ใหญ่ขวา ถือศักดิ์นา ๖๐๐

๖ ให้หมื่นจำนงอัคคีเสพ เปนฃุนโลหกรรมพิจิตร ปลัดกรมช่างหล่อซ้าย ถือศักดิ์นา ๓๐๐

๗ ให้นายอิ่ม เปนหมื่นอินทร์ประพาศ กรมวังฝ่ายพระราชวังบวร ถือศักดิ์นา ๔๐๐

แล้วโปรดเกล้าฯ พระราชทานเหรียญจักรพรรดิมาลา แก่ฃุนไล่พลรบ (เปลื้อง) ปลัดกรมเกนหัดอย่างฝรั่ง ๑ นาย เวลาย่ำค่ำเสด็จขึ้น

วันนี้ เปนวันเริ่มการพระราชพิธีเผด็จศกสงกรานต์ เวลาบ่ายพระสงฆ์ในวัดเทพศิรินธราวาศ ๓๐ รูป มีหม่อมเจ้าพระศรีสุคตคัตยานุวัตร๑๐ เปนประธาน ได้สวดพระพุทธมนต์ในการฉลองพระทรายบรรดาศักดิ์ ที่วัดเทพศิรินธราวาศ โปรดเกล้า ฯ ให้พระเจ้าราชวรวงษ์เธอ กรมหลวงบดินทรไพศาลโสภณ เสด็จไปจุดเทียนนมัศการ

เวลาค่ำพระครูปริตฝ่ายไทย ๔ รูป ฝ่ายรามัญ ๔ รูป สวดพระปริตเสกน้ำพระพุทธมนต์ ที่จะได้สรงมุรธาภิเศกสนานในวันเถลิงศก ที่พระที่นั่งดุสิดาภิรมย์ โปรดเกล้า ฯ ให้พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้ารังสิตประยูรศักดิ์๑๑ เสด็จออกจุดเทียนนมัศการ

วัน ๓ ๕ ค่ำ ปีจอยังเปนนพศก ๑๒๕๙

วันที่ ๑๒ เมษายน รัตนโกสินทร๓๐ศก ๑๑๗

เวลาเช้า ได้มีการเลี้ยงพระสงฆ์ ๓๐ รูป ซึ่งสวดพระพุทธมนต์เมื่อวานนี้ ในการฉลองพระทรายบรรดาศักดิ์ ที่วัดเทพศิรินทราวาศนั้น จำนวนพระทรายฉลองนั้น ๘๔๐๐๐ องค์

ส่วนวัดพระศรีรัตนศาสดารามนั้น เวลาค่ำได้เวียนเทียนสมโภช พระมหามณีรัตนปฏิมากร โปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าอัษฎางเดชาวุธ๑๒เสด็จ ณ พระอุโบสถทรงจุดเทียนนมัศการ เจ้าพนักงานเวียนเทียนแล้วทรงจุดดอกไม้เพลิง

เวลาค่ำ พระครูปริต ๘ รูปนั้น ได้มาพร้อมกันที่พระที่นั่งดุสิดาภิรมย์ โปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้ารังสิตประยุรศักดิ์ เสด็จทรงจุดเทียนนมัศการ พระสงฆ์ได้สวดปริตเสกน้ำพระพุทธมนต์ เหมือนวันก่อนมา

วันนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้มีการสวดพระพุทธมนต์ในการสรงน้ำพระสงฆ์แลฉลองพระพุทธรูปประจำพระชนม์พรรษาด้วย ที่พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย

เวลาเกือบทุ่ม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกทรงจุดเทียนนมัศการ พระสงฆ์ราชาคณะผู้ใหญ่ผู้น้อย รวม ๖๐ รูป มีพระเจ้าน้องยาเธอกรมหมื่นวชิรญาณวโรรสเปนประธาน สวดพระพุทธมนต์ เวลาเกือบยามเสด็จขึ้น

วัน ๔ ๕ ค่ำ ปีจอยังเปนนพศก ๑๒๕๙

วันที่ ๑๓ เมษายน รัตนโกสินทร๓๐ศก ๑๑๗

เวลาเช้า พระสงฆ์ราชาคณะผู้ใหญ่รวม ๖๐ รูป ซึ่งสวดพระพุทธมนต์ ที่พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยเวลาวานนี้นั้น เข้าไปพร้อมกันที่สวนขวาฃ้างใน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประเคนไตรแพรแลพัดขนนกแล้ว พระสงฆ์ได้สรงน้ำพุที่เขาไกรลาศศิลาที่สวนขวานั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับพลับพลาทรงพระสุหร่ายสรงน้ำ พระสงฆ์ครองไตรออกมาพร้อมกันที่พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย เวลาเช้า ๕ โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออก ณ พระที่นั่งนั้นทรงประเคนอาหารบิณฑบาตเฃ้าแช่ พระสงฆ์รับพระราชทานฉันแล้ว ถวายอนุโมทนา อติเรก ถวายพระพรลาแล้วเสด็จขึ้น

วันนี้ ที่พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ได้มีการเจริญพระพุทธมนต์ในการสรงน้ำมุรธาภิเศกสนานกาลานุกาลตามธรรมเนียม เวลาเกือบทุ่มพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออก ณ พระที่นั่งนั้น ทรงจุดเทียนนมัสการพระสงฆ์ ๔๒ รูป มีหม่อมเจ้าพระสมเด็จพระพุฒาจาริย์เปนประธาน๑๓ เจริญพระพุทธมนต์ เวลาเกือบ ๒ ทุ่มเสด็จขึ้น

ที่พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนสาสดาราม มีการเวียนเทียนสมโภชพระมหามณีรัตนปฏิมากร เหมือนวันก่อนมา

ที่พระที่นั่งดุสิตาภิรมย์ พระครูปริต ๘ รูปนั้น ได้สวดพระพุทธมนต์เหมือนวันวานนี้

วัน ๕ ๕ ค่ำ ปีจอสัมฤทธิศก ๑๒๖๐

วันที่ ๑๔ เมษายน รัตนโกสินทร๓๑ศก ๑๑๗

เวลาเช้าเจ้าพนักงานได้เชิญพระพุทธรูปประจำวันพระชนมพรรษา ในพระบรมอัฐิพระอัฐิมาประดิษฐานบนธรรมมาศน์ ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิฉัย พระสงฆ์ ๔๒ รูปซึ่งสวดพระพุทธมนต์เวลาวานนี้ กับพระครูปริต ๘ รูปที่สวดพระพุทธมนต์น้ำสรงมูรธาภิเศกรวม ๕๐ รูป มาพร้อมกันที่พระที่นั่งนั้น โปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าสมมติวงษวโรทัย๑๔ ทรงประเคนอาหารบิณบาตเฃ้าแช่

เวลาเช้า ๕ โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกทรงจุดเทียนนมัศการ พอได้พระฤกษ์เสด็จสู่ที่สรงมุรธาภิเศกสนาน พระสงฆ์สวดไชยมงคล พราหมณ์เป่าสังข์ เจ้าพนักงานแกว่งไม้บัณเฑาะว์แลประโคมแตรสังข์ดุริยดนตรีขึ้นพร้อมกัน ครั้นสรงเสร็จแล้วเสด็จสู่พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย เจ้าพนักงานได้เชิญพระบรมอัฐิพระอัฐิมาประดิษฐานบนพระที่นั่งเสวตรฉัตรแลที่โต๊ะจีนแล้ว ทรงทอดผ้าคู่แลผ้าสบง พระสงฆ์สดัปกรณ์ตามวิธีที่วัดอนุโลมในพระบรมอัฐิแลอัฐินั้น เปนการสดับปกรณ์กาลานุกาลตามธรรมเนียม พระสงฆ์ถวายอนุโมทนาแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้น พระบรมวงษานุวงษ์ทรงทอดผ้าคู่สดัปกรณ์ต่อไป แลมีสดัปกรณ์รายร้อยอีก ๕๐๐ รูป พระราชทานไปพระราชวังบวร ๙ รูป อยู่ในพระสงฆ์ ๕๐ รูปนั้น กับรายร้อยอีก ๓๐๐ รูปด้วย ที่บ้านสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงษ์๑๕ แลสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิไชยญาติ๑๖ รวม ๑๖ รูป กับรายร้อยอีก ๒๐๐ รูป แล้วพระบรมวงษานุวงษ์ ได้เสด็จมาพร้อมกันที่พระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออก ณ พระที่นั่งนั้น ทรงพระดำเนินมาองค์ตวันตกประทับโต๊ะเสวยเครื่องเฃ้าแช่ พร้อมด้วยพระบรมวงษานุวงษ์ทั้งปวง ครั้นเสวยแล้วพระราชทานฉลากเบี้ยทองแดงอัฐโสฬศ แก่พระบรมวงษานุวงษ์แลฃ้าทูลลอองธุลีพระบาทที่ได้มาเฝ้าอยู่ในพระที่นั่งนั้นทั่วแล้วเสด็จขึ้น ทรงโปรยเบี้ยทองแดงพระราชทานแก่พระบรมวงษานุวงษ์ แลข้าทูลลอองธุลีพระบาทฝ่ายในแล้ว เสด็จออกพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาทอีกครั้งหนึ่ง ทรงโปรยเบี้ยทองแดงพระราชทานข้าราชการที่อยู่บนพระที่นั่งนั้นแล้วเสด็จขึ้น

เวลาย่ำค่ำแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกทางพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาท ประทับพระราชยานพร้อมด้วยราชองครักษ์ตำรวจทหารแห่นำตาม เสด็จพระราชดำเนินวัดพระศรีรัตนสาศดาราม ทรงจุดเทียนนมัศการแลสรงน้ำพระมหามณีรัตนปฏิมากร พระสัมพุทธพรรณี พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย พระพุทธเลิศหล้านภาไลย พระคันธารราษฎร์แล้ว ชีพ่อพหรามณ์เบิกแว่นเวียนเทียนสมโภชแล้ว เสด็จสู่พุทธปรางค์ปราสาทสรงน้ำพระพุทธรูปพระสถูบ แลเสด็จหอพระนาคทรงทอดผ้าคู่แลสบง พระสงฆ์สดัปกรณ์ตามวิธีที่วัดอนุโลมในพระอัฐินั้น แลสดัปกรณ์รายร้อย ๒๐๐ รูป เวลา ๒ ทุ่มเสด็จกลับสู่ภายในพระบรมหหาราชวัง

วัน ๗ ๑๑ ๕ ค่ำ ปีจอสัมฤทธิศก ๑๒๖๐

วันที่ ๑๖ เมษายน รัตนโกสินทร๓๑ศก ๑๑๗

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้มีการเลี้ยงพระบรมวงษานุวงษ์ ข้าทูลลอองธุลีพระบาทบางท่าน ที่พระราชอุทยานศิวาไลยหลังพระที่นั่งอนันต์สมาคม เจ้าพนักงานได้จัดการที่พระราชอุทยานนั้น

เวลาทุ่มครึ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จลงประทับสนามหญ้าในพระราชอุทยาน โปรดเกล้า ฯ ให้เจ้าพนักงานนำพระบรมวงษานุวงษ์ข้าทูลลอองธุลีพระบาทเข้าไปเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาทแล้ว เสด็จประทับโต๊ะเสวยพร้อมด้วยพระบรมวงษานุวงษ์ข้าทูลลอองธุลีพระบาท เวลา ๔ ทุ่มเศษเลิกการเลี้ยง

วัน ๑ ๑๒ ๕ ค่ำ ปีจอสัมฤทธิศก ๑๒๖๐

วันที่ ๑๗ เมษายน รัตนโกสินทร๓๑ศก ๑๑๗

เวลาเกือบย่ำค่ำ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกทรงพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาททรงพระดำเนินลงประทับพระเก้าอี้ที่สนามหญ้าน่าพระที่นั่งนั้น มีพระราชดำรัสด้วยพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นนเรศวรฤทธิ์ แลพระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์แล้ว หมอไรเตอร์ได้มาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท มีพระราชดำรัสด้วยประมาณ ๑๐ นาทีแล้ว ประทับพระเก้าอี้ตรัสด้วยพระบรมวงษานุวงษ์ ที่ได้มาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท ณ ที่นั้น เวลาทุ่มครึ่งเสด็จขึ้น

วันนี้ พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นดำรงราชานุภาพ กราบถวายบังคมลาไปตรวจราชการ ณ หัวเมืองมณฑลชายทเลตวันตก พร้อมด้วยฃ้าราชการ คือ หลวงดำรงแพทยาคุณเจ้ากรม หลวงอภัยพิพิธปลัดกรมตำรวจภูบาล หลวงเฃตานุรักษ์กระทรวงพระคลัง หลวงไปรสนีย์ธุรานุรักษ์ กระท่รวงโยธาธิการ เสด็จลงเรือกลไฟชื่อ อรรคเรศรัตนารถ

วัน ๒ ๑๓ ๕ ค่ำ ปีจอสัมฤทธิศก ๑๒๖๐

วันที่ ๑๘ เมษายน รัตนโกสินทร๓๑ศก ๑๑๗

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกขุนนาง ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระยาราชเสนากระทรวงมหาดไทย อ่านบอกพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นมรุพงษศิริพัฒ ฃ้าหลวงเทษาภิบาลสำเร็จราชการมณฑลกรุงเก่า ฉบับ ๑ บอกพระยามหาเทพ ข้าหลวงเทศาภิบาลสำเร็จราชการมณฑลนครไชยศรี

ในบอก ๒ ฉบับนั้นความต้องกันว่า ฉบับ ๑ กราบบังคมทูลพระกรุณา ได้รับสารตราพระราชสีห์ ดำเนินกระแสพระบรมราชโองการว่า ได้เสด็จพระราชดำเนินประภาศในประเทศยุโรปจนเสด็จพระราชดำเนินกลับสู่กรุงเทพฯ ได้ทรงทราบพระราชหฤไทยในความจงรักภักดีของอาณาประชาชนทั้งหลาย ที่พรักพร้อมกันมีความนิยมยินดีจัดการรับเสด็จ แลมีการสมโภชต่างๆกับได้ทรงทราบในบอกซึ่งมีมาแต่หัวเมืองใหญ่น้อยทั่วพระราชอาณาจักรนี้ เปนที่ทรงพระโสมนัศแลทรงพระมหากรุณาแก่ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินเปนอันมาก

จึงทรงพระราชปรารภรำพึงถึงไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน ซึ่งมีความผิดล่วงพระราชอาญาต้องรับราชฑัณฑ์ตามโทษานุโทษทนทุกข์ทรมานอยู่ในที่คุมขังนั้น มีพระราชหฤไทยประสงค์ลดหย่อนแลยกโทษพระราชทานแก่นักโทษจำพวกต่างๆ ที่จำแนกไว้ในสารตราเปน ๖ อย่างนั้น

เทศาภิบาสำเร็จราชการมณฑลทั้ง ๒ มณฑลนั้น พร้อมด้วยผู้ว่าราชการเมืองแลกรมการ ได้เรียกสารบบบาญชีมาตรวจ มีจำนวนนักโทษที่กรุงเก่า ๒๓๙ คน คงปล่อยตามพระบรมราชานุญาต ๕๐ คน ที่เมืองสระบุรีมีนักโทษ ๙๙ คน คงปล่อย ๑๙ คน รวม ๖๙ คน ที่เมืองนครไชยศรีมีนักโทษ ๑๒๗ คน คงปล่อย ๓๒ คน รวม ๒ มณฑลที่ได้ปล่อยนักโทษไปแล้ว ๑๐๑ คน

แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานสัญญาบัตรแก่ข้าราชการ ๑ ให้หมื่นอักษรสรรพกิจ เปนจมื่นราชนาคา ปลัดกรมพระคลังในขวาถือศักดิ์นา ๘๐๐

๒ ให้นายยิ้ม เปนหลวงศรีทิพภักดี ปลัดกรมพระคลังวิเศษขวา ถือศักดิ์นา ๘๐๐

เวลาย่ำค่ำแล้วเสด็จขึ้น

วัน ๓ ๑๔ ๕ ค่ำ ปีจอสัมฤทธิศก ๑๒๖๐

วันที่ ๑๙ เมษายน รัตนโกสินทร๓๑ศก ๑๑๗

ไม่เสด็จออก

  1. 1. ประวัติพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร พระแก้วมรกต

  2. 2. พระแสงศร ๓ คือ พระแสงศรพรหมาศองค์ ๑ ประไลยวาตองค์ ๑ และอัคนีวาตองค์ ๑

  3. 3. พระพุทธสิทธารถปฏิมากร พระประธานในพระอุโบสถวัดพิไชยญาติการาม ถนนสมเด็จเจ้าพระยา ธนบุรี

  4. 4. โรงเรียนศุขุมาลัย เป็นตึกอยู่ในบริเวณวัดพิไชยญาติการาม ในปัจจุบันยังเป็นตึกเรียนได้

  5. 5. พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวีฯ ประสูติวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๓๔ ทรงสถาปนาเป็นสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมขุนสงขลานครินทร เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๖ สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ ๗ เมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน พ.ศ. ๒๔๗๒ ต่อมาทรงสถาปนาพระเกียรติยศเป็นกรมหลวงฯ เมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๗๒ ในรัชกาลปัจจุบันทรงสถาปนาเป็นสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑๓ ต้นราชสกุล มหิดล

  6. 6. ทรงสถาปนาเป็นกรมหมื่นจันทบุรีนฤนาถ ในรัชกาลที่ ๖ เลื่อนเป็นกรมพระ ฯ ต้นราชสกุล กิติยากร

  7. 7. มองสิเออร์ เอช เลเดกัง อุปทูตเบลเยี่ยม

  8. 8. ภายหลังเลื่อนเป็นสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ ต้นราชสกุล เทวกุล

  9. 9. พระองค์เจ้าสุดาสวรรค์ พระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว เรียกกันว่าพระองค์ปุก เมื่อกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญทิวงคตแล้ว ได้ทรงรับหน้าที่บังคับการฝ่ายในพระราชวังบวรต่อจากพระองค์เจ้าดวงประภา เจ้านายเรียกกันว่า “กรมพระราชวังบวร” พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเคารพยกย่องว่าเป็นพระราชวงศ์ผู้ใหญ่พระองค์หนึ่ง แม้จะมีกิจสุขทุกข์ประการใดก็ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์มาโดยเฉพาะจนตลอดรัชกาล

  10. 10. หม่อมเจ้าพระศรีสุคตคัตยานุวัตร (ม.จ. พร้อม ธมฺมรโต) ภายหลังทูลลาผนวชเมื่อเดือนมีนาคม ๒๔๔๑

  11. 11. ในรัชกาลที่ ๖ ทรงสถาปนาเป็นกรมขุนชัยนาทนเรนทร เมื่อสิ้นพระชนม์แล้ว รัชกาลปัจจุบันโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศเลื่อนกรมเป็นสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร ต้นราชสกุล รังสิต

  12. 12. ทรงสถาปนาเป็นสมเด็จเจ้าฟ้าฯกรมขุนนครราชสีมา ถึงรัชกาลที่ ๖ เลื่อนเป็นสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงฯ

  13. 13. หม่อมเจ้าพระสมเด็จพระพุฒาจารย์ (ม.จ. ทัด) วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม สิ้นชีพตักษัย เมืื่อวันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๔๔๓

  14. 14. ทรงสถาปนาเป็นสมเด็จเจ้าฟ้ากรมขุนศรีธรรมราชธำรงฤทธิ์

  15. 15. สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงษ์ (ดิศ) เรียกกันอีกนามหนึ่งว่าสมเด็จเจ้าพระยาองค์ใหญ่

  16. 16. สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิไชยญาติ (ทัด) เรียกกันอีกนามหนึ่งว่าสมเด็จเจ้าพระยาองค์น้อย

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ