เดือน ๗ จุลศักราช ๑๒๖๐

วัน ๖ ๗ ค่ำ ปีจอสัมฤทธิศก ๑๒๖๐

วันที่ ๒๐ พฤษภาคม รัตนโกสินทร๓๑ศก ๑๑๗

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกขุนนาง ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระยานรินทรราชเสนีกระทรวงกลาโหม กราบบังคมทูลนำนายร้อยตรีโต๊ะ กองทหารล้อมพระบรมมหาราชวัง กราบถวายบังคมลาอุปสมบทเปนภิกษุ อยู่ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร เวลาเกือบย่ำค่ำทรงพระดำเนินออกทางพระทวารเทเวศรักษามาประทับพระเก้าอี้ที่สนามหญ้าน่าพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาท มีพระราชดำรัสด้วยพระบรมวงษานุวงษ์จนเวลาเกือบ ๒ ทุ่มเสด็จขึ้น

วัน ๗ ๗ ค่ำ ปีจอสัมฤทธิศก ๑๒๖๐

วันที่ ๒๑ พฤษภาคม รัตนโกสินทร๓๑ศก ๑๑๗

ไม่เสด็จออก

วัน ๑ ๗ ค่ำ ปีจอสัมฤทธิศก ๑๒๖๐

วันที่ ๒๒ พฤษภาคม รัตนโกสินทร๓๑ศก ๑๑๗

ไม่เสด็จออก

วัน ๒ ๗ ค่ำ ปีจอสัมฤทธิศก ๑๒๖๐

วันที่ ๒๓ พฤษภาคม รัตนโกสินทร๓๑ศก ๑๑๗

ไม่เสด็จออก

วัน ๓ ๗ ค่ำ ปีจอสัมฤทธิศก ๑๒๖๐

วันที่ ๒๔ พฤษภาคม รัตนโกสินทร๓๑ศก ๑๑๗

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกขุนนาง ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระยาราชเสนาอ่านบอกพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นมรุพงษ์ศิริพัฒน์ ข้าหลวงเทศาภิบาลสัมเร็จราชการมณฑลกรุงเก่า กราบบังคมทูลพระกรุณา ๓ ฉบับ ความต้องกันว่า วันที่ ๓ เมษายน ร,ศ, ๑๑๗ ได้กราบถวายบังคมลาไปตรวจนักโทษที่เมืองอ่างทอง ๒๔๖ คน ควรปล่อย ๗๔ คน เมืองสิงหบุรี ๗๖ คน ปล่อย ๑๙ คน เมืองลพบุรี ๑๒๐ คน ปล่อย ๔๖ คน รวม ๓ เมือง ๑๔๐ คน ปล่อยไปตามพระบรมราชประสงค์แล้ว

แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานเหรียญจักรพรรดิมาลาแก่พระยาสุนทรสงคราม (ถม) ผู้ว่าราชการเมืองสุพรรณบุรี แล้วพระราชทานสัญญาบัตร ให้ขุนภัณฑลักษณวิจารณ์ เปนหลวงพินิจวิเทศภัณฑ์ปลัดกรมศุลกากรขวา ถือศักดินา ๖๐๐ ให้นายสิบเอก (บัว) เปนหลวงอุปธารก์นิคมกิจ ตำแหน่งนายอำเภอเมืองสระบุรี ถือศักดินา ๔๐๐ ให้นายโคม เปนฃุนบรรณกรโกศล ตำแหน่งเลขานุการ ในกองฃ้าหลวงเทศาภิบาลมณฑลกรุงเก่า ถือศักดินา ๔๐๐

แล้วพระยาราชวรานุกูล กราบบังคมทูลนำ หลวงเทเพนทร์เจ้ากรมตำรวจภูบาลขวา กราบถวายบังคมลาไปรับราชการตำแหน่งอธิบดีผู้พิพากษา ศาลมณฑลพิศณุโลก กับหลวงอุปธารก์นิคมกิจ ตำแหน่งอำเภอหนองแคเมืองสระบุรี ฃุนบรรณกรโกศลเลขานุการมณฑลกรุงเก่า กราบถวายบังคมลาไปรับราชการตามตำแหน่ง

แล้วมีพระราชดำรัสด้วยพระยามหาอำมาตยาธิบดีว่า ที่บ้านพระยาศรี (เทพ) นั้นใครอยู่ กราบบังคมทูลว่า บุตรแลหลานฃองพระยาศรี (เพง) ได้อาไศรอยู่ ดำรัสถามว่า ทำไมพระยามหาอำมาตย์จึงไม่อยู่ในที่บ้านนี้ กราบบังคมทูลว่า บุตรหลานของพระยาศรี (เพง) ได้อยู่แล้วที่บ้านก็คับแคบ ข้าพระพุทธเจ้าจึงไปอยู่ที่บ้านอื่น ดำรัสถามว่า ที่บ้านนี้ เดิมได้ซื้อไว้หรือๆ ใครให้ กราบบังคมทูลว่าพระยาศรี (เพง) บิดาฃ้าพระพุทธเจ้าจัดไว้ซื้อไว้ ดำรัสว่ามีผู้เขาบอกว่าอยู่ข้างรกร้างสกปรกเต็มที กราบบังคมทูลว่าผู้ที่อาไศรยอยู่นั้นเปนบุตรหลานอยู่ข้างจะขัดสน เวลาย่ำค่ำเศษทรงพระดำเนินออกทางประตูพระทวารเทเวศรักษา มาทางชาลาริมกระถางต้นไม้ดัดน่าพระที่นั่งดุสิดาภิรมย์ มีพระราชดำรัสด้วยพระยาเทเวศร์วงษวิวัฒน์ กับพระยาศรีสุนทรโวหาร เรื่องที่บ้านพระยาศรีสิงหเทพ (เพง) ประมาณ ๑๐ นาที แล้วทรงพระดำเนินมาประทับพระเก้าที่สนามหญ้าน่าพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาท พระยาเทเวศร์นำกระดาษเขียนแผนที่มาทูลเกล้า ฯ ถวายทรงทอดพระเนตรเวลาเกือบทุ่มเสด็จขึ้น

วัน ๔ ๗ ค่ำ ปีจอสัมฤทธิศก ๑๒๖๐

วันที่ ๒๕ พฤษภาคม รัตนโกสินทร๓๑ศก ๑๑๗

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกขุนนาง ณ พระที่นั่งอมรินทวินิจฉัย มีรับสั่งด้วยพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นสมมตอมรพันธุ์ว่า พระเจ้าไอยกาเธอ กรมหลวงวรเสรฐสุดา ได้ออกเงินประทานในการปฏิสังขรณ์วัดอรุณราชวราม ให้กรมหมื่นสมมตจัดการไปให้ตลอดด้วย

แล้วพระยาราชเสนาอ่านบอก พระยาราชพงษานุรักษ์ ฃ้าหลวงเทศาภิบาลสำเร็จราชการมณฑลนครสวรรค์ ๑ บอกพระยาสุนทรนุรักษ์ ข้าหลวงรักษาราชการเมืองน่าน ๑ รวม ๒ ฉบับกราบบังคมทูลพระกรุณา

บอกพระยาราชพงษานุรักษ์ว่า วันที่ ๘ เมษายน ร,ศ, ๑๑๗ ที่ตำบลทับกฤษแลตำบลโคกหม้อ ในเฃตรหลวงนครอำเภอ เกิดลมพายุพัดบ้านเรือนราษฎรหักพัง ๒๘ หลัง กุฎีพระสงฆ์ ๑ หลัง ต้นกล้วยหักประมาณ ๑๐๐ ต้น

บอกพระยาสุนทรนุรักษว่า ได้รับสารตราส่งซองบุหรี่หนังสีเขียว มีตราพระเกี้ยวอักษรพระบรมนามาภิธัย ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานเปนของฝากมานั้นได้รับพระราชทานไว้แล้ว

เวลาย่ำค่ำเศษ ทรงพระดำเนินออกทางพระทวารเทเวศร์รักษามาประทับพระเก้าอี้ที่สนามหญ้าเหมือนเวลาวานนี้แล้ว มีรับสั่งให้หาพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นสรรพสาตรศุภกิจ นายกวดมหาดเล็กหุ้มแพรไปตามที่ห้องเฃียนข้างในว่าไม่ได้เสด็จมา เวลาเกือบทุ่มเสด็จขึ้น

วัน ๕ ๗ ค่ำ ปีจอสัมฤทธิศก ๑๒๖๐

วันที่ ๒๖ พฤษภาคม รัตนโกสินทร๓๑ศก ๑๑๗

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกขุนนาง ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย เจ้าพนักงานประโคมดุริยดนตรี กองทหารบกทำเพลงแตรสรรเสริญพระบารมีแล้ว พระยาราชวรานุกูลกระทรวงมหาดไทย อ่านบอกพระยาพิพิธภักดีศรีสุรต่านมหมัดรัตนานุชิตสิทธิสุนทรบวรวิวังษาพระยากะลันตัน กราบบังคมทูลพระกรุณาว่า พระยากะลันตันได้จัดเตรียมสิ่งของจะเข้ามาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาทในการเสด็จพระราชดำเนินกลับมาถึงกรุงเทพฯ ครั้นวันที่ ๒ พฤศภาคม ร,ศ, ๑๑๗ พระยากะลันตันป่วยเปนไข้จับจะเข้ามาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาทไม่ได้จึงแต่งให้พระรัษฎาธิบดีบุตรบุรุษพิเศษ ผู้ช่วยราชการ กับศรีตวันกรมการคุมสิ่งฃองเฃ้ามา ฃอพระราชทานทูลเกล้า ฯ ถวายคือ โต๊ะทองคำ ๒ โต๊ะหนัก ๑๘ ตำลึงแขก ผ้าไหมทอง ๒ ผืน ผ้าสะโหร่งไหม ๒ กุลี ผ้าด้ายตาตะราง ๔ กุลี

แล้วพระยาราชวรานุกูลกราบบังคมทูลนำ พระรัษฎาธิบดีผู้บุตรบุรุษพิเศษ ๑ ดาโต๊ะสาบันดา ๑ นิอะซัน ๑ โต๊ะวิมันอับดุลา ๑ รวม ๔ นายเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท มีพระราชปฏิสันฐานด้วยตามสมควรแล้วเสด็จขึ้น

วัน ๖ ๗ ค่ำ ปีจอสัมฤทธิศก ๑๒๖๐

วันที่ ๒๗ พฤษภาคม รัตนโกสินทร๓๑ศก ๑๑๗

ไม่เสด็จออก

วัน ๗ ๗ ค่ำ ปีจอสัมฤทธิศก ๑๒๖๐

วันที่ ๒๘ พฤษภาคม รัตนโกสินทร๓๑ศก ๑๑๗

มีเหตุเกิดขึ้นเปนที่เสร้าสลดใจยิ่งนัก ด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าศิราภรณ์โสภณ พิมลรัตนวดี เปนพระราชธิดาที่ ๖๓ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระราชธิดาที่ ๖ ในสมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนาพระบรมราชเทวี ประชวรมาแต่เดือนเมษายน พระยาอมรสาตรประสิทธิศิลปแลหมอไรเตอร์ได้ถวายพระโอสถ ว่าประชวรพระโรคตับเคลื่อน ครั้นถึงวันที่ ๒๘ นี้เวลาย่ำรุ่ง ๓ นาที สมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระองค์นั้นสิ้นพระชนม์ พรรษานับตามสุริยคติกาลได้ ๙ ปี ๑๐ เดือน ๘ วัน

ครั้นเวลา ๒ ทุ่มเศษ พระบรมวงษานุวงษ์ท่านเสนาบดีกับเจ้าพนักงานได้พร้อมกันไปในพระบรมมหาราชวัง เข้าทางประตูพรหมศรีสวัสดิ์ไปที่ตำหนักสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชเทวี ซึ่งสมเด็จพระเจ้าลูกเธอสิ้นพระชนม์นั้น สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าสมมติวงษวโรทัยประทานน้ำหลวงสรงพระศพแล้ว พระบรมวงษานุวงษ์กับท่านเสนาบดีสรงน้ำพระศพโดยลำดับต่อไปแล้ว เจ้าพนักงานทรงเครื่องพระศพเสร็จแล้ว เชิญลงในพระลองขึ้นพระยานมาศ ๓ คานประกอบพระโกษทองเล็ก หม่อมเจ้าทองทีฆายุ ในพระเจ้าน้องยาเธอกรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคม หม่อมเจ้าดำรัสดำรงในพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงเทวะวงษวโรประการ ประคองพระโกษเดินกระบวนแห่ออกทางประตูพรหมศรีสวัสดิ์ มีกลองชะนะ ๔๐ จ่าปี่จ่ากลอง } แตรสังข์เครื่องสูง เทวดาคู่แห่ ๘๐ ครั้นถึงน่าหอนิเพธพิทยา........................เชิญพระลองในขึ้นประดิษฐานบนแว่นฟ้า ๓ ชั้น ประกอบพระโกษทองเล็ก แวดล้อมด้วยเครื่องสูงตามพระเกียรติยศ

เวลาเกือบยาม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกทรงทอดผ้าสดัปกรณ์ไตร ๕๐ ไตร ผ้าขาว ๑๐๐ พับ พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นวชิรญาณวโรรสแลพระราชาคณะผู้ใหญ่ผู้น้อย } ถานานุกรมเปรียญสดัปกรณ์ มีพระสงฆ์สวดพระอธิธรรมประจำศพ แตรสังข์กลองชะนะประจำประโคมตามพระเกียรติยศ เวลาเกือบ ๔ ทุ่มเสด็จขึ้น

วัน ๑ ๑๐ ๗ ค่ำ ปีจอสัมฤทธิศก ๑๒๖๐

วันที่ ๒๙ พฤษภาคม รัตนโกสินทร๓๑ศก ๑๑๗

ไม่เสด็จออก

วัน ๒ ๑๑ ๗ ค่ำ ปีจอสัมฤทธิศก ๑๒๖๐

วันที่ ๓๐ พฤษภาคม รัตนโกสินทร๓๑ศก ๑๑๗

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกขุนนาง ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย หลวงเดชนายเวร นำนายอุ่นมหาดเล็กเวรเดช บุตรพระปริยัติธรรมธาดา (ฃุนทอง) กราบถวายบังคมลาอุปสมบท วันที่ ๑๔ มิถุนายน ร,ศ, ๑๑๗ อยู่วัดบวรนิเวศวิหารแล้ว

พระยาราชเสนาอ่านบอกพระยาราชพงษานุรักษ์ ข้าหลวงเทศาภิบาลสำเร็จราชการมณฑลนครสวรรค์ กราบบังคมทูลพระกรุณาว่า ได้รับสารตราดำเนินกระแสพระบรมราชโองการทรงพระมหากรุณาแก่ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน ซึ่งมีความผิดล่วงพระราชอาญาต้องรับราชฑัณฑ์ตามโทษานุโทษอยู่ในที่คุมฃัง มีพระราชหฤไทยประสงค์จะลดหย่อนแลยกโทษพระราชทานแก่นักโทษต่างๆ ตามที่จำแนกไว้ในสารตราเปน ๖ จำพวกนั้น พระยาราชพงษานุรักษ์ไต้ตรวจตามหัวเมืองในมณฑล คือเมืองอุไทยธานีมีนักโทษ ๓๑ คน ปล่อยพ้นโทษไป ๑๘ คน เมืองไชยนาทมีนักโทษ ๓๗๑ คน ได้ปล่อย ๙๓ คน เมืองนครสวรรค์มีนักโทษ ๑๒๓ คน ปล่อยไป ๕ คน มณฑลนครสวรรค์มีนักโทษ ๑๓๓ คน ปล่อยพ้นโทษไป ๒๗ คน รวมนักโทษที่ได้ปล่อยตามพระบรมราชานุญาตครั้งนี้ ๑๔๓ คน

แล้วพระยาราชวรานุกูลกราบบังคมทูลนำ หลวงสุเรนทรวิชิต ฃ้าหลวงมหาดไทยมณฑลนครไชยศรี กลับเข้ามาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท มีพระราชดำรัสด้วยตามสมควรแล้วเสด็จขึ้น

วัน ๓ ๑๒ ๗ ค่ำ ปีจอสัมฤทธิศก ๑๒๖๐

วันที่ ๓๑ พฤษภาคม รัตนโกสินทร๓๑ศก ๑๑๗

กำหนดโดยสุริยคติกาลว่าตรงกับวันสิ้นพระชนม์ สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน พระบรมราชเทวี แลสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรรณาภรณ์เพชรรัตน์ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์ โปรดเกล้าฯ ให้จัดการบำเพ็ญพระพระราชกุศลที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เจ้าพนักงานได้ตั้งบุษบกน่าพระที่นั่งเสวตรฉัตร แลตั้งพระแท่นมณฑลที่มุขตวันออกแห่งพระที่นั่งนั้น แล้วเชิญพระโกษขึ้นประดิษฐาน ณ บุษบก เชิญพระพุทธรูปประจำพระชนม์พรรษา ในพระอัฐินั้นๆ ขึ้นเหนือพระแท่นมณฑล

เวลาเช้าโปรดเกล้า ฯ ให้พระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าสมมติวงษวโรทัย เสด็จจุดเทียนนมัสการ พระสงฆ์ของหลวง ๑๐ รูป ของฝ่ายใน ๑๐ รูป มีหม่อมเจ้าพระสถาพรพิริยพรตเปนประธาน สวดพระพุทธมนต์แล้ว พระพิมลธรรมถวายเทศนา ของหลวง ๑ กัณฑ์ เปนการเสร็จการ

วัน ๔ ๑๓ ๗ ค่ำ ปีจอสัมฤทธิศก ๑๒๖๐

วันที่ ๑ มิถุนายน รัตนโกสินทร๓๑ศก ๑๑๗

เวลาเกือบทุ่ม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกประทับที่อัฒจันท์พระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาท มีรับสั่งให้หาท่านเสนาบดี ที่ได้มาอยู่ ณ ที่ประชุมเสนาบดีนั้น มาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท มีพระราชดำรัสถามถึงเรื่องมรฎก สมเด็จพระบรมมหัยกาเธอ กรมสมเด็จพระสุดารัตนราชประยูร เปนต้น เวลาทุ่มเศษเสด็จขึ้น

วัน ๕ ๑๔ ๗ ค่ำ ปีจอสัมฤทธิศก ๑๒๖๐

วันที่ ๒ มิถุนายน รัตนโกสินทร๓๑ศก ๑๑๗

เวลาบ่าย ๕ โมง ๔๐ นาที พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกทางพระทวารพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาท ประทับรถพระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินเปนการไปรเวตตามถนนหลวงในกำแพง เวลาเกือบทุ่มเสด็จกลับพระบรมมหาราชวัง

วัน ๖ ๑๕ ๗ ค่ำ ปีจอสัมฤทธิศก ๑๒๖๐

วันที่ ๓ มิถุนายน รัตนโกสินทร๓๑ศก ๑๑๗

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกประทับรถพระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินเปนการไปรเวต ไปถนนบำรุงเมืองถึงประตูสำราญราษฎร์แล้ว เลี้ยวถนนรอบพระนครฃ้ามสพานน่าวัดเทพธิดาราม ออกประตูพฤฒิบาตไปถนนสนามกระบือแล้ว เลี้ยวถนนริมคลองผดุงกรุงเกษมไปถนนน่าวัดโสมนัศ กลับทางถนนบางขุนพรหมมาข้ามสพานเสี้ยวเข้าในพระบรมมหาราชวัง เวลาเกือบทุ่ม

วันนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้มีการพระราชกุศลสัตมวาร ที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าศิราภรณ์โสภณสิ้นพระชนมแล้วมา กำหนดโดยระยะ ๗ วัน เวลาทุ่มเศษพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกหอนิเพธพิทยาทรงจุดเทียนนมัสการ พระสงฆ์ส่วนของหลวง ๕ รูป ส่วนของฝ่ายใน ๕ รูป มีหม่อมเจ้าพระสถาพรพิริยพรตเปนประธาน เจริญพระพุทธมนต์จบแล้ว พระธรรมไตรโลกาจาริย วัดพิไชยญาติ ถวายเทศนา ๑ กัณฑ์ แล้วเสด็จขึ้น

วัน ๗ ๗ ค่ำ ปีจอสัมฤทธิศก ๑๒๖๐

วันที่ ๔ มิถุนายน รัตนโกสินทร๓๑ศก ๑๑๗

เวลาเช้าโปรดเกล้า ฯ ให้พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้ารังสิตประยุรศักดิ์ เสด็จออกที่หอนิเพธพิทยา ทรงจุดเทียนนมัสการ แลทรงประเคนอาหารบิณฑบาตแก่พระสงฆ์ ๑๐ รูป ซึ่งสวดพระพุทธมนต์วานนี้ แล้วพระราชกระวีวัดมงกุฎกษัตริย์ถวายเทศนา ๑ กัณฑ์ แล้วทรงทอดผ้าพระสงฆ์สดัปกรณ์ ของหลวง ๑๐๐ รูป ของฝ่ายใน ๑๐๐ รูป พระเจ้าลูกยาเธอเสด็จกลับ

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกขุนนาง ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระยาราชเสนาอ่านบอก พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคม ข้าหลวงต่างพระองค์สำเร็จราชการมณฑลลาวพวน ๒ ฉบับ กราบบังคมทูล

ฉบับ ๑ ว่า พระประสิทธิสรรพการฃ้าหลวงเมืองชลบท ได้พร้อมด้วยผู้ว่าราชการกรมการแลราษฎร ออกเงินเรี่ยรายสร้างโรงเรียนขึ้นที่เมืองชลบทหลังหนึ่งแล้ว มีการสวดพระพุทธมนต์แลเลี้ยงพระสงฆ์ ได้มีดอกไม้เพลิงแลการเล่นต่างๆเปนการฉลอง ได้เปิดโรงเรียนวันที่ ๒๓ เมษายน ร,ศ, ๑๑๓ จ้างท้าวถึง ท้าวอางเปนครูสั่งสอน มีนักเรียน ๓๘ คน ฃอถวายพระราชกุศล

ฉบับ ๒ ว่า พระประเสริฐสรรพกิจ ฃ้าหลวงเมืองขอนแก่น เมื่อรับราชการอยู่ ณ เมืองหนองคาย ได้พร้อมด้วยบุตรแลภรรยาออกเงินจ้างราษฎรปลูกศาลาที่บ้านบกหวานแขวงเมืองหนองคายหลังหนึ่งกับได้ขุดบ่อไว้ด้วย แลสร้างสพานฃ้ามลำธานบกหวานสพาน ๑ แลที่ลำธานสามลำ ๑ กับที่ลำธานคาน ๑ แขวงเมืองหนองคาย แล้วได้มีการสวดมนต์แลเลี้ยงพระสงฆ์ กับมีดอกไม้เพลิงแลการเล่นต่างๆเปนการฉลอง ขอถวายพระราชกุศล

แล้วพระยาจุฬาราชมนตรีกรมท่าขวา อ่านกราบบังคมทูลพระกรุณาว่า ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานเงิน ขี้ผึ้งฟั่นเทียนบูชาพระทั้ง ๑๐ คืน เงินได้จ่ายซื้อเครื่องประดับตำบุต แลแจกคนทำการในการพิธีโมหะหร่ำ กับแจกคนชราพิการด้วย ขอถวายพระราชกุศล

แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานสัญญาบัตร ข้าราชการ ๒ นาย

๑ ให้นายจงใจภักดี (แสง) เปนฃุนหมื่นอินทร์เสนา ปลัดกรมพระตำรวจในขวา ฝ่ายพระราชวังบวร ถือศักดินา ๖๐๐

๒ ให้นายเสงี่ยม เปนขุนวิวิธบริวัติ มีตำแหน่งราชการในกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ ถือศักดินา ๕๐๐

เวลาย่ำค่ำเศษ ทรงพระราชดำเนินออกทางพระทวารเทเวศรรักษา มาประทับที่พระเก้าอี้สนามหญ้าน่าพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาท มีพระราชดำรัสด้วยพระบรมวงษานุวงษ์ จนเวลาเกือบ ๒ ทุ่มเสด็จขึ้น

วัน ๑ ๗ ค่ำ ปีจอสัมฤทธิศก ๑๒๖๐

วันที่ ๕ มิถุนายน รัตนโกสินทร๓๑ศก ๑๑๗

ไม่เสด็จออก

วัน ๒ ๗ ค่ำ ปีจอสัมฤทธิศก ๑๒๖๐

วันที่ ๖ มิถุนายน รัตนโกสินทร๓๑ศก ๑๑๗

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกขุนนาง ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระยาราชเสนาอ่านบอก พระยาสุขุมนัยวินิต ฃ้าหลวงเทศาภิบาล สำเร็จราชการมณฑลนครศรีธรรมราช ๑ บอกพระยาทรงสุรเดชฃ้าหลวงใหญ่รักษาราชการมณฑลลาวเฉียง ๑ กราบบังคมทูลพระกรุณา

บอกพระยาสุขุมนัยวินิตว่า ตลาดท่าวังเมืองนครศรีธรรมราช ของเดิมเปนที่รกรุงรังฝาแลหลังคามุงด้วยจาก เกิดเพลิงไหม้ถึง ๔ ครั้งมาแล้ว ควรแก้ไขจัดเสียใหม่ให้เรียบร้อยดีกว่าแต่ก่อน เวลานี้ถนนก็ได้ทำตลอดแล้ว ทั้งสพานท่าวังก็กำลังทำอยู่ จึ่งให้กรมการปักกรุยขยายถนนให้กว้างออกไปแลให้ตัวอย่างกับเจ้าฃองที่ซึ่งจะปลูกลงใหม่ให้เหมือนกัน แต่ที่จะให้มุงกระเบื้องทีเดียวนั้นยังไม่ได้ด้วยเมืองนี้ขัดกระเบื้อง ให้ทำแต่เครื่องไม้จึงมุงจากไว้พลางก่อน

บอกพระยาทรงสุรเดชว่า ได้รับสารตราส่งซองบุหรี่หนังสีขาวมีตราพระเกี้ยวแลอักษรพระบรมนามาภิธัย ๑ ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานเปนของฝากมานั้น ได้รับพระราชทานไว้แล้ว

แล้วพระยานรินทรราชเสนี กระทรวงกระลาโหม กราบบังคมทูลนำ นายพันตรีหลวงภูวนารถนฤบาล ๑ นายร้อยตรีช้อย ๑ กองทหารมณฑลลาวเฉียง กลับแต่ราชการเข้ามาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท มีพระราชดำรัสว่าเรียกกลับเฃ้ามาหรือ มีผู้ไปแทนแล้วหรือยัง พระยามนตรีสุริยวงษ์กราบบังคมทูลว่า มีผู้ออกไปแทนแล้ว

แล้วพระยาราชวรานุกูลกราบบังคมทูลนำ พระยาภักดีณรงค์กราบถวายบังคมลากลับไปรับราชการมณฑลลาวกาว มีพระราชดำรัสด้วยตามสมควร

แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานสัญญาบัตร ให้หม่อมราชวงษ์ชาย ว่าที่นายร้อยเอก เปนนายร้อยเอก กรมทหารบก

เวลาย่ำค่ำเศษ ทรงพระดำเนินออกมาประกับพระเก้าอี้ที่สนามหญ้าเหมือนเวลาวานนี้ เจ้าพระยาภาณุวงษ์มหาโกษาธิบดี เฝ้าทูลลอองธุลีพระบาทแล้ว นำหนังสือทูลเกล้า ฯ ถวายหนึ่งฉบับ ทรงทอดพระเนตรแล้ว มีพระราชดำรัสด้วยเจ้าพระยาภาณุวงษ์ กับพระบรมวงษานุวงษ์ เวลา ๑ ทุ่ม ๓๕ นาทีเสด็จขึ้น

วัน ๓ ๗ ค่ำ ปีจอสัมฤทธิศก ๑๒๖๐

วันที่ ๗ มิถุนายน รัตนโกสินทร๓๑ศก ๑๑๗

เวลาย่ำค่ำเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกทางพระทวารพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาท ทรงพระดำเนินลงประทับพระเก้าอี้ที่สนามหญ้าเหมือนเวลาวานนี้ มีพระราชดำรัสด้วยพระบรมวงษานุวงษ์ ซึ่งได้มาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท ณ ที่นั้น เวลา ๑ ทุ่ม ๓๐ นาทีเสด็จขึ้น

วัน ๔ ๗ ค่ำ ปีจอสัมฤทธิศก ๑๒๖๐

วันที่ ๘ มิถุนายน รัตนโกสินทร๓๑ศก ๑๑๗

พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นดำรงราชานุภาพ ซึ่งได้กราบถวายบังคมลาเมื่อวันที่ ๑ เมษายน ร,ศ, ๑๑๗ ไปตรวจราชการ ณ หัวเมืองมณฑลชายทเลตวันตกนั้น เสด็จกลับถึงกรุงเทพ ฯ พร้อมด้วยข้าราชการที่ตามเสด็จ ๕ นายนั้นแล้ว

วัน ๕ ๗ ค่ำ ปีจอสัมฤทธิศก ๑๒๖๐

วันที่ ๙ มิถุนายน รัตนโกสินทร๓๑ศก ๑๑๗

ไม่มีราชการ

วัน ๖ ๗ ค่ำ ปีจอสัมฤทธิศก ๑๒๖๐

วันที่ ๑๐ มิถุนายน รัตนโกสินทร๓๑ศก ๑๑๗

โปรดเกล้า ฯ ให้มีการพระราชกุศลสัตมวารครั้งที่ ๒ ซึ่งสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าศิราภรณ์โสภณสิ้นพระชนม์แล้วมาโดยระยะ ๗ วันๆ นั้น เวลาค่ำสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าสมมติวงษวโรทัย เสด็จ ณ หอนิเพทพิทยาทรงจุดเทียนนมัสการ พระสงฆ์ส่วนของหลวง ๕ รูป ส่วนฝ่ายใน ๕ รูป มีหม่อมเจ้าพระสมเด็จพระพุฒาจาริย์เปนประธานสวดพระพุทธมนต์จบแล้ว พระศรีสมโภช วัดสุทัศน์เทพวราราม ถวายเทศนาหนึ่งกัณฑ์ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเสด็จกลับ

เวลาเกือบย่ำค่ำ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกขุนนาง ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระยาราชเสนาอ่านบอกพระยาวรเดชศักดาวุธ ข้าหลวงเทศาภิบาลสำเร็จราชการมณฑลปราจิณบุรี ๑ บอกพระยาอุตรกิจพิจารณ์ แทนฃ้าหลวงเทศาภิบาลสำเร็จราชการมณฑลพิศณุโลกย์ ๑ กราบบังคมทูลพระกรุณา

ในบอกพระยาวรเดชว่าได้รับโทรเลขให้รีบส่งรายการปล่อยนักโทษเมืองชลบุรีเข้ามา ณ กรุงเทพนั้น ได้มีโทรเลขไปยังขุนพรหมรักษาฃ้าหลวงผู้ว่าราชการเมืองชลบุรี ให้รีบส่งบาญชีนักโทษที่ปล่อยนั้นไปยังที่ว่าการมณฑลโดยเร็ว

บัดนี้ ขุนพรหมรักษามีบอกมาว่า เมื่อพระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ เสนาบดีกระทรวงยุติธรรม เสด็จไปเมืองชลบุรีได้ทรงปล่อยนักโทษที่ตรางเมืองชลบุรีไป ๑๒ คน ตามกระแสพระบรมราชานุญาต แต่อ้ายเกี๋ยที่ต้องหายิงนายฉายตายนั้น ศาลตัดสินให้จำโทษอ้ายเกี๋ยตลอดชีวิตร โปรดเกล้า ฯ ให้ลดลงแต่ ๑๐ ปี

ในบอกพระยาอุตรกิจพิจารณ์ว่า เมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม ร,ศ, ๑๑๖ เวลาฝนตกเกิดลมพยุห์พัดถูกออฟฟิซที่ว่าการศาลอำเภอเมืองอุตรดิษฐกับโรงโทรเลขเครื่องบนหักพัง ทรัพย์สิ่งของเสียเปนอันมาก เรือนโรงร้านของราษฎรหักพังประมาณ ๕๐ หลัง แลเรือพ่อค้าไทยจีนล่ม ๓ ลำ ประทุนกระหยาบหักพังประมาณ ๑๐๐ ลำเศษ ราษฎรเสียทรัพย์สิ่งของประมาณเงิน ๒๐๐๐ บาทเศษ ได้ถามดูตามหัวเมืองในมณฑลเกิดลมพยุห์ทั่วกัน แต่ไม่พัดแรงเหมือนอำเภอแขวงเมืองอุตรดิษฐ

แล้วมีพระราชดำรัสด้วย พระรัษฎาธิบดี ผู้ช่วยราชการเมืองกระลันตันว่า มาอยู่ที่กรุงเทพ ฯ นี้ มีความศุขสบายดีหรือ พระโกษาอิศหาคล่าม นำกระแสพระราชดำรัสใส่เกล้า ฯ พูดด้วยพระรัษฎาธิบดี แล้วพระธานรินทรราชเสนีนำ ว่าที่นายร้อยตรีพึ่ง กองหนุนทหารมหาดเล็ก กราบถวายบังคมลาอุปสมบท ณ วัดราชนัดดาราม วันที่ ๑๓ มิถุนายน ร,ศ, ๑๑๗ แล้วนำนายพันตรีหลวงสรสาสน์พลขันธ์ เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารบก กราบถวายบังคมลาไปเยี่ยมบ้าน ณ ประเทศยุโรป มีพระราชดำรัสด้วยว่า จะไปกี่เดือน กราบบังคมทูลว่ากำหนดไว้เดือนหนึ่ง แล้วพระยาจ่าแสนบดีนำขุนวิวิธบริวัตรกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ กราบถวายบังคมลาไปรับราชการตำแหน่งคลังเมืองอ่างทอง

เวลาย่ำค่ำเศษ ทรงพระดำเนินออกทางพระทวารเทเวศรรักษา มาที่สนามหญ้าน่าพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาท ทอดพระเนตรนางม้าเทศขาว ๑ ม้า ซึ่งมาจากประเทศยุโรปเปนม้าเทียมรถ แลมีคนแฃกกำกับรักษามาด้วยคน ๑ นายกวดมหาดเล็กหุ้มแพรได้นำม้าแลคนแขกนั้นมาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท พระราชทานเงิน ๒๐๐ บาท เปนบำเน็จแก่คนแฃกที่ได้เลี้ยงรักษาม้านั้นมา แล้วประทับพระเก้าอี้ มีพระราชดำรัสด้วยพระบรมวงษานุวงษ์ เวลา ๑ ทุ่ม ๑๐ นาทีเสด็จขึ้น

วัน ๗ ๗ ค่ำ ปีจอสัมฤทธิศก ๑๒๖๐

วันที่ ๑๑ มิถุนายน รัตนโกสินทร๓๑ศก ๑๑๗

เวลาเช้า โปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้ารังสิตประยุรศักดิ์ เสด็จออกที่หอนิเพธพิทยา ทรงประเคนอาหารบิณฑบาตแก่พระสงฆ์ ๑๐ รูป ซึ่งสวดพระพุทธมนต์เวลาวานนี้ รับพระราชทานฉันแล้ว พระสุคุณาภรณ์ถวายเทศนา ๑ กัณฑ์ แล้วทรงทอดผ้า พระสงฆ์ส่วนของหลวง ๑๐๐ รูป ของฝ่ายใน ๑๐๐ รูป สดัปกรณ์

วัน ๑ ๗ ค่ำ ปีจอสัมฤทธิศก ๑๒๖๐

วันที่ ๑๒ มิถุนายน รัตนโกสินทร๓๑ศก ๑๑๗

เวลาย่ำค่ำเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระดำเนินออกทางประตูพรหมโสภา มาทางชาลาน่าสนามหญ้าน่าพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาท มีพระราชดำรัสด้วยท่านเสนาบดีที่ได้มาพร้อมกันเพื่อจะได้เข้าที่ประชุมประมาณ ๑ นาที แล้วทรงพระดำเนินกลับทางเดิม มีรับสั่งว่าไชยันต์ทำต้นไม้ดัดตายเสียหลายต้นต้องเอาใช้ พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นมหิศรราชหฤไทย กราบบังคมทูลว่าได้จัดหาไว้แล้วแต่ยังไม่ได้นำเข้ามาปลูก มีรับสั่งว่าที่เอามาปลูกไว้นั้นดูไม่งามเลย กราบบังคมทูลว่าดูอยู่ฃ้างนอกเปนต้นไม้อย่างงาม ครั้นนำมาปลูกในที่นี้ดูเลวไป เปนการแพ้ต้นไม้ดัดเท่าที่ได้ปลูกไว้ในกระถางเดิม แล้วทรงพระดำเนินขึ้นประทับ ณ หอประชุมเสนาบดีที่ริมประตูพรหมโสภานั้น ท่านเสนาบดีทั้งปวงก็ตามเสด็จเฃ้าที่ประชุมพร้อมกัน

วัน ๒ ๑๐ ๗ ค่ำ ปีจอสัมฤทธิศก ๑๒๖๐

วันที่ ๑๓ มิถุนายน รัตนโกสินทร๓๑ศก ๑๑๗

เวลาเกือบย่ำค่ำ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกขุนนาง ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย หลวงเดชนายเวรกราบบังคมทูลนำ นายเชื้อ, นายเชย, มหาดเล็กเวรเดช บุตรเจ้าพระยานรรัตนราชมานิต กราบถวายบังคมลาอุปสมบท วัดบวรนิเวศวิหาร วันที่ ๒๓ มิถุนายน ร,ศ, ๑๑๗

แล้วพระยาราชเสนา อ่านบอกเจ้าพระยาสุรพันธ์พิสุทธิ ฃ้าหลวงเทศาภิบาลสำเร็จราชการมณฑลราชบุรี กราบบังคมทูลพระกรุณาว่า ได้รับสารตราดำเนินกระแสพระบรมราชโองการ ดำรัสเหนือเกล้า ฯ ทรงพระกรุณาแก่ไพร่ฟ้าฃ้าแผ่นดิน ซึ่งมีความผิดพระราชอาญาต้องรับราชฑัณฑ์ตามโทษานุโทษทนทุกข์ทรมาณอยู่ในที่คุมขัง มีพระราชหฤทัยประสงค์จะลดหย่อนแลยกโทษพระราชทานแก่นักโทษจำพวกต่างๆ นั้น ได้พร้อมด้วยข้าหลวงผู้ว่าราชการเมืองตรวจนักโทษ ตรางเมืองราชบุรี ๒๐๕ คน ปล่อยไปตามพระบรมราชานุญาต ๔๓ คน ตรางเมืองสมุทสงคราม ๕๔ คน ปล่อยไป ๒๔ คน รวม ๖๗ คน

แล้วกราบบังคมทูลนำ หลวงพิบูลยสมบัติ ฃ้าหลวงคลังมณฑลชุมพร กลับเข้ามาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท

แล้วพระยาจ่าแสนบดีกราบบังคมทูลนำ พระรัษฎาธิบดีผู้ช่วยราชการ ๑ ดาโต๊ะ ชามันดา ๑ นิวะซัน ๑ โต๊ะอิมัมอับดุลลา ๑ เมืองกลันตัน รวม ๔ นายกราบถวายบังคมลากลับไปบ้านเมือง มีพระราชดำรัสว่า ขอบใจพระยาพิพิธภักดีเจ้าเมืองกลันตันที่มีใจจงรักภักดีได้รับเสด็จเมื่อประพาศยุโรปครั้งนี้นั้น แลมีความเสียใจที่พระยาพิพิธภักดีเจ้าเมืองกลันตันป่วยเสียหาได้เข้ามาไม่ แต่มีความหวังใจว่าคงจะได้พบพระยาพิพิธภักดีในเร็วๆ นี้ ฃอให้พระรัษฎาธิบดีนำความไปบอกพ่อด้วยเถิด พระโกชาอิศหาคล่ามรับกระแสพระราชดำรัสใส่เกล้า ฯ พูดด้วยพระรัษฎาธิบดี แล้วมีพระราชดำรัสต่อไปว่า ซึ่งพระรัษฎาธิบดีกับสีตวันกรมการจะกลับไปบ้านเมืองนั้น ฃอให้มีความศุขสบายทั่วกัน พระโกชาอิศหาครับกระแสพระราชดำรัส พูดด้วยพระรัษฎาธิบดีอีกครั้งหนึ่ง

เวลาย่ำค่ำเศษ ทรงพระดำเนินออกทางพระทวารเทศรักษา มาประทับรถพระที่นั่งแต่สนามหญ้าน่าพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาท เสด็จพระราชดำเนินเปนการไปเวต ทอดพระเนตรถนนแลตึกแถวในกำแพง เวลา ๑ ทุ่มเสด็จกลับสู่พระบรมมหาราชวัง

วัน ๓ ๑๑ ๗ ค่ำ ปีจอสัมฤทธิศก ๑๒๖๐

วันที่ ๑๔ มิถุนายน รัตนโกสินทร๓๑ศก ๑๑๗

เวลาเกือบย่ำค่ำ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกขุนนาง ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย หลวงเดชนายเวรนำ นายดัดมหาดเล็กเวรเดช บุตรพระยาไพบูลยสมบัติ กราบถวายบังคมลาอุปสมบท วัดพิไชยญาติการาม วันที่ ๒๙ มิถุนายนศก ๑๑๗

แล้วพระยาราชเสนาอ่านบอก พระนริศรราชกิจ ฃ้าหลวงรักษาราชการหัวเมืองชายทเลตวันตก กราบบังคมทูลพระกรุณาว่า ได้รับสารตราดำเนินกระแสพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ทรงพระมหากรุณาแก่ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน ซึ่งมีความผิดล่วงพระราชอาญาต้องรับราชฑัณฑ์ตามโทษอยู่ในที่คุมฃัง มีพระราชหฤไทยประสงค์จะลดหย่อนแลยกโทษ พระราชทานแก่นักโทษต่างๆ นั้น เมื่อพระเจ้าน้องยาเธอกรมหมื่นดำรงราชานุภาพ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทยเสด็จไปตรวจราชการหัวเมืองชายทเลตวันตก ได้นำบาญชีนักโทษขึ้นกราบทูลหาฤๅแล้ว ได้ปล่อยนักโทษที่ตรางเมืองภูเก็ต ๑๕ คน กับผู้ว่าราชการเมืองตรัง ได้ปล่อยนักโทษที่ตรางเมืองตรัง ๑๘ คน ลดหย่อนโทษลง ๑๓ คน แลผู้ว่าราชการเมืองระนอง แลได้ปล่อยนักโทษที่ตรางเมืองระนอง ๑๐ คน ผ่อนโทษลง ๑ คน

แล้วโปรดเกล้า ฯ พระราชทานสัญญาบัตร ให้ว่าที่ร้อยเอกพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นมหิศรราชหฤไทย เปนนายพันเอกกรมทหารบก

ให้พระเทพผลู (เล็ก) เปนพระภาษีสมบัติบริบูรณ มีตำแหน่งราชการในกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ ถือศักดินา ๑๐๐๐

เวลาย่ำค่ำเศษ ทรงพระดำเนินออกมาทางชาลาน่าพระที่นั่งสนามจันทร์ มีพระราชดำรัสด้วยพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นดำรงราชานุภาพ ด้วยเรื่องราชการหัวเมืองชายทเลตวันตกประมาณ ๒๐ นาที แล้วทรงพระดำเนินออกพระทวารเทเวศรรักษา มาประทับพระเก้าอี้ที่สนามหญ้าน่าพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาท แล้วบรรพชิตฝ่ายญวนมาเฝ้า ๒ รูป มีพระราชดำรัสแล้วเสด็จขึ้น

อนึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงษ์ กรมพระภาณุพันธุวงษ์วรเดช เสด็จไปจัดการรับเสด็จพระราชดำเนินที่เมืองนครศรีธรรมราช สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ ได้กราบถวายบังคมลาไป วันที่ ๑๔ นี้แล้ว

วัน ๔ ๑๒ ๗ ค่ำ ปีจอสัมฤทธิศก ๑๒๖๐

วันที่ ๑๕ มิถุนายน รัตนโกสินทร๓๑ศก ๑๑๗

เวลาเกือบย่ำค่ำ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกขุนนาง ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย หลวงเดชนายเวร กราบบังคมทูลนำ นายเอื้อมมหาดเล็ก บุตรเจ้าพระยาสุรวงษไวยวัฒน์ กราบถวายบังคมลาอุปสมบท วันที่ ๒๔ มิถุนยน ๑๑๗ อยู่วัดพิไชยญาติการาม ๑ นายศิริมหาดเล็ก บุตรนายร้อยโทพริ้ง อุปสมบท วันที่ ๒๙ มิถุนายน ๑๑๗ อยู่วัดโสมนัศวิหาร ๑ นายสมบุญมหาดเล็ก บุตรหลวงนรินทราภรณ์ อุปสมบท วันที่ ๒๒ มิถุนายน ๑๑๗ รวม ๓ นาย มหาดเล็กเวรเดช

แล้วพระยาราชเสนาอ่านบอก พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคม ฃ้าหลวงต่างพระองค์สำเร็จราชการมณฑลลาวพวน ๑ บอกเจ้าพระยาสุรพันธ์พิสุทธิ์ ฃ้าหลวงเทศาภิบาลสำเร็จราชการมณฑลราชบุรี ๑ กราบบังคมทูลพระกรุณา

ในบอกพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคมว่า ได้รับสารตราดำเนินกระแสพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ มีพระราชหฤไทยประสงค์จะลดหย่อนแลยกโทษพวกนักโทษต่างๆ ที่ต้องรับพระราชอาญาอยู่ในที่คุมขังนั้น ได้ตรวจบาญชีแลปล่อยนักโทษ ที่บ้านหมากแข้งแลหัวเมืองต่างๆ ในมณฑลลาวพวน รวมนักโทษที่ปล่อยไป ๒๐๘ คน ผ่อนโทษลง ๑๕ คน

ในบอกเจ้าพระยาสุรพันธ์พิสุทธิว่า ได้รับสารตราดำเนินกระแสพระบรมราชโองการ ๒ ฉบับ กับส่งประกาศตั้งศาลยุติธรรม ๑ มีความว่า ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้หลวงศรีสัตยารักษ์ กับมิศเตอร์สเล็ดเซอร์ เปนฃ้าหลวงวิเศษประจำราชการ ๒ นายให้เจ้าพระยาสุรพันธ์พิสุทธิ เปนฃ้าหลวงพิเศษโดยตำแหน่งด้วยนาย ๑ แลให้พระยาอมรินทรฦๅไชย เปนฃ้าหลวงวิเศษอีก ๑ พร้อมกับจัดการศาลยุติธรรมมณฑลราชบุรี แลพิพากษาตัดสินคดีของราษฎรเต็มตามอำนาจ กับทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หลวงนรเนตรบัญชากิจ เปนผู้พิพากษาอีกนาย ๑ นั้น ได้บังคับผู้พิพากษาตุลาการคนเก่า ให้ยื่นสารบบถ้อยคำสำนวนกับโจทจำเลย บันดาที่ได้พิจารณาตกค้างอยู่ ส่งให้ข้าหลวงพิเศษกับผู้พิพากษาใหม่แล้ว ข้าหลวงพิเศษผู้พิพากษาได้ตัดสินคดีของราษฎรซึ่งเปนความอาญา ตั้งแต่วันที่ ๑๔ ถึงวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ร,ศ, ๑๑๗ แล้วไป ๒๕ เรื่อง

ครั้นวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ร,ศ, ๑๑๗ มิสเตอร์โคซ เชิญท้องตราออกไปความว่าทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้มิสเตอร์โคซ เปนข้าหลวงพิเศษ ประจำราชการแทนมิสเตอร์สเล็ดเซอร์ต่อไป วันที่ ๒๐ ถึงวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ร,ศ, ๑๑๗ ฃ้าหลวงพิเศษกับผู้พิพากษาตัดสินความอาญาแล้วไป ๒๕ เรื่องรวมเก่าใหม่ } ๕๐ เรื่อง

แล้วพระยาราชวรานุกูลกราบบังคมทูลนำ หลวงประสงค์เกษมราษฎร์ ตำแหน่งกรมการมณฑลพิศณุโลก ซึ่งจะไปรับราชการมณฑลลาวเฉียงนั้น มาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท เวลาย่ำค่ำเศษทรงพระดำเนินออกมาทางชาลาน่าพระที่นั่งสนามจันท์เหมือนเวลาวานนี้ มีพระราชดำรัสด้วยพระบรมวงษานุวงษ์ ประมาณ ๑๐ นาที แล้วทรงดำเนินมาประทับพระเก้าอี้ที่สนามหญ้า เวลา ๑ ทุ่ม ๔๐ นาทีเสด็จขึ้น

วัน ๕ ๑๓ ๗ ค่ำ ปีจอสัมฤทธิศก ๑๒๖๐

วันที่ ๑๖ มิถุนายน รัตนโกสินทร๓๑ศก ๑๑๗

ไม่มีการอะไร

วัน ๖ ๑๔ ๗ ค่ำ ปีจอสัมฤทธิศก ๑๒๖๐

วันที่ ๑๗ มิถุนายน รัตนโกสินทร๓๑ศก ๑๑๗

โปรดเกล้า ฯ ให้มีการพระราชกุศลสัตมวารครั้งที่ ๓ ที่หอนิเพทพิทยา เวลาค่ำสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าสมมติวงษวโรทัย เสด็จทรงจุดเทียนนมัสการ พระสงฆ์ ๑๐ รูป มีหม่อมราชวงษ์พระราชพงษ์ปฏิพัทธ สวดพระพุทธมนต์จบแล้ว พระธรรมปาโมกข์ วัดมกุฎกระษัตริย์ถวายเทศนา ๑ กัณฑ์

วัน ๗ ๑๕ ๗ ค่ำ ปีจอสัมฤทธิศก ๑๒๖๐

วันที่ ๑๘ มิถุนายน รัตนโกสินทร๓๑ศก ๑๑๗

เวลาเช้า โปรดเกล้า ฯ ให้พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้ารังสิตประยุรศักดิ์ เสด็จหอนิเพทพิทยาทรงประเคนอาหารบิณฑบาตแก่พระสงฆ์ ๑๐ รูป ซึ่งสวดพระพุทธมนต์วานนี้ แล้วพระวิเชียรมุณีวัดโสมนัศถวายเทศนา ๑ กัณฑ์ แล้วพระเจ้าลูกยาเธอทรงทอดผ้า พระสงฆ์ส่วนของหลวง ๑๐๐ รูป ของฝ่ายใน ๑๐๐ รูป สดัปกรณ์

  1. 1. พระยาศรีสหเทพ (เพ็งหรือทองเพ็ง) ถึงอนิจกรรมเมื่อ พ.ศ. ๒๓๘๘ เป็นต้นสกุล ศรีเพ็ญ เป็นบิดาพระยามหาอำมาตยาธิบดี (หรุ่น)

  2. 2. พระองค์เจ้าหญิงบุตรี พระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงอุปการะสมเด็จพระเทพศิรินทรา บรมราชินีมาแต่ยังทรงพระเยาว์ จึงทรงสถาปนาเป็นพระเจ้าอัยยิกาเธอ กรมหลวงวรเสรฐสุดา เมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๙

  3. 3. ตำบุตหรือต้ำบุดอย่างในกลอนกลบทว่า “เจ้าเซนเต้นต้ำบุด” เป็นพิธีแห่ของพวกเจ้าเซน พระยาจุฬาราชมนตรีก็เข้าเต้นด้วย

  4. 4. พระนามเดิมของกรมหมื่นมหิศรราชหฤทัย (พระองค์เจ้าไชยันตมงคล) ต้นราชสกุล ไชยยันต์

  5. 5. เจ้าพระยาสุรพันธพิสุทธิ (เทศ บุนนาค)

  6. 6. เห็นจะเป็น “เทเวศรักษา”

  7. 7. เจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค) ที่สมุหพระกลาโหม

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ