กาพย์ห่อโคลงนิราศธารโศก

๏ เจ้าฟ้า ธรรมท่านแท้ พยายาม
ธิเบศร์ กุมารนาม บอกแจ้ง
ไชยเชษฐ ปัฐาคาม ภิรภาพ
สุริยวงศ์ ทรงกาพย์แกล้ง กล่าวเกลี้ยงโคลงการ ฯ
๏ กาพย์โคลงชมเถื่อนถ้ำ ไพรพง
เจ้าฟ้าธิเบศร์ทรง แต่งไว้
อักษรบวรผจง พจนาดถ์
ใครอ่านวานว่าให้ เรื่อยต้องกลโคลง ฯ

๏ สองชมสองสมพาส สองสุดสวาทสองเรียงสอง
สองกรสองตระกอง สองคลึงเคล้าเฝ้าชมกัน ฯ
๏ สองชมสมพาสสร้อย ศรีสมร
สองสมพาสสองเสมอนอน ครุ่นเคล้า
สองกรก่ายสองกร รีบรอบ
สองนิทร์สองเสน่ห์เหน้า แนบน้องชมเชย ฯ

๏ ชมเผ้าเจ้าดำขลับ แสงยับยับกลิ่นหอมรวย
ประบ่าอ่าสละสลวย คือมณีสีแสงนิล
๏ ชมเกศดำขลับเจ้า สาวสลวย
แสงระยับหอมรวย กลิ่นแก้ว
ละเอียดเสียดเส้นสวย ประบ่า
คือมณีเนื้อแล้ว คลับคล้ำ[๑]แสงนิล ฯ

๏ ไรน้อยรอยระเรียบ เปนระเบียบเทียบตามแนว
ริมเกล้าเพราสองแถว ปีกผมมวยรวยไรนาง
๏ ไรน้อยรอยแหนบทึ้ง ถอนแถว
เป็นระเบียบตามแนว รอบเกล้า
ริมเผ้าเพราพริ้งแวว แลเลิศ
ผมมวยรวยปีกเจ้า เรียบร้อยไรงาม ฯ

๏ พิศงามตามนะลาต สายสุดสวาทผาดผายขึง
ราบผ่องดวงพอพึง ฤๅดีกลุ้มคลุ้มดวงแด
๏ พิศพรรณนะลาตเจ้า ใครถึง
สุดสวาทผาดผายขึง อ่าหน้า
ราบผ่องดวงพอพึง ใจโลก
ยวลฤดีในหล้า คลั่งคลุ้มใฝ่ฝัน ฯ

๏ ชมขนงก่งเกาทัณฑ์ ดำเป็นมันกันเฉิดปลาย
เป็นระเบียบเรียบรอยราย ชายชำเลืองเยื้องยวลงาม
๏ ภมูธนูหน่วงน้าว เหมือนหมาย
ดำมีมันกั้นปลาย เฉิดช้อย
ระเบียบเรียบงามชาย ชมชื่น
เหลือบแลแต่สักน้อย เพริดพริ้งเพราคม ฯ

๏ ชมน้องสองไนยนา แลมาชายละลายอารมณ์
เพราพริ้มยิ้มตาคม เป็นมันเคลือบเหลือบแลงาม
๏ พิศน้องสองเนตรพริ้ม เพราคม
ขนเนตรงามสวยสม สั่งด้วย
เมียงม่ายชายเชยชม แสนลาภ
เป็นโทษหรือเกรงม้วย เษกซร้องมองดู ฯ

๏ นาสาอ่าแลเลิศ งามประเสริฐเกิดด้วยบุญ
เหมือนของามลมุน ลม่อมเจ้าเพราเพริศจริง
๏ นาสิกแลเลิศล้ำ ใครปุน
งามแง่แท้เที่ยงบุญ เลื่องหล้า
คือของอสวยสุน ทเรศ
เพราเพริศพริ้งจริงเจ้า อ่าพ้นฝูงหญิง ฯ

๏ โอฐงามยามยิ้มแย้ม คางแสล้มแก้มเปรียบปราง
ทองแท่งแกล้งขัดกลาง ทาผิวเนื้อเยื่อใยนวล
๏ โอฐงามยามยั่วยิ้ม แดงสอง
แฉล้มคางปรางเปรียบทอง ก่องแก้ม
ผิวพรรณสุวรรณปอง เทียบทาบ
นิ่มเนื้อเมื่อสรวลแย้ม ยิ่งเย้าใจชาย ฯ

๏ พิศฟันรันเรียงเรียบ เปนระเบียบเปรียบแสงนิล
พาทีพี่ได้ยิน ลิ้นบกระด้างช่างเจรจา
๏ ชมทันต์รันเรียบริ้ว เรียมถวิล
ระเบียบเรียบแสงนิล ย่องย้อย
พาทีพี่ฟังยิน พจนาดถ์
ลิ้นเล่ห์เสนาะเพราะถ้อย กล่าวเกลี้ยงเสียงใส ฯ

๑๐

๏ พิศกรรณอันนฤมล กลีบอุบลยลเปรียบปลาย
หูไวใจแม่นหมาย คอยสั่งใดได้ยินเร็ว
๏ กรรณาน้อยแน่งเนื้อ นฤมล
คือกลีบอุบลยล เลื่องเหล้า
หูไวใจแม่นผล บุญแต่ง
เรียมคอยสั่งใดเจ้า ด่วนได้ยินพลัน ฯ

๑๑

๏ พิศพักตร์ลักขณาน้อง เป็นนวลผ่องก่องกอมหมาย
แจ่มจันทร์วันเพ็ญฉาย นวลงามนักพักตร์อรเหมือน
๏ ชมพักตร์ลักษณอ่าอ้าง โฉมฉาย
นวลผ่องก่องกลมหมาย มุ่งต้อง
แจ่มจันทร์วันเพ็ญคลาย มูลเมฆ
นวลพักตราแห่งน้อง พี่นี้มีเหมือน ฯ

๑๒

๏ พิศพรรณกัณฐาน้อง ริ้วตกปล้องนวลผจง
กล่อมเทียบเปรียบคอหงส์ ไม่ยาวยื่นชื่นชมงาม
๏ กัณฐาพิศเพ่งเจ้า สมองค์
ริ้วปล่องผ่องนวลผจง เปล่งปล้อง
กลมเทียบเปรียบคอหงส์ รวยรูป
สวยสมกลมคอน้อง ห่อนหยื้นยาวงาม ฯ

๑๓

๏ ชมบ่าอ่างามผาย อกหมายราบปราบกดานทอง
นมเคร่งเต่งทั้งสอง คือบงกชสดดอกขาว
๏ ชมกายผายบ่าเจ้า ชายปอง
ทรวงราบปราบกดานทอง เรียบร้อย
นมเคร่งเต่งเต้าสอง เคียงคู่
คือบงกชสดน้อย เต่งตั้งดวงขาว ฯ

๑๔

๏ กรน้อยทั้งสองข้าง เปรียบงวงช้างพระอินทรา
เปลากลมสมกายา ยามเมื่อเจ้าเท้าแขนงาม
๏ กรน้อยเปรียบเช่นช้าง ไอยรา-
วัณแต่งวงเอามา เทียบเจ้า
เปลากลมสมกายา เรียวรูป
คราวเมื่อน้องนั่งเท้า อ่อนล้ำแขนงาม ฯ

๑๕

๏ นิ้วนางพี่พิศเพี้ยน เล็บย้อมเทียนแสงเฉิดฉัน
นิ้วแดงแสงมีพรรณ กลมคือปั้นฟั่นเทียนกลึง
๏ นิ้วนางเรียวรูปต้อง ตาเรียม
เล็บแดงทับทิมเทียม ก่ำแก้ว
นิ้วแดงใคร่และเลียม โลมลูบ
งามเปรียบเทียนฟั่นแล้ว ช่างซ้ำเกลากลึง ฯ

๑๖

๏ เอวอรอ่อนรทวย สอาดสวยรวยรูปจริง
น้องอ่ากว่าฝูงหญิง งามแต่เจ้าเล่าฦๅโฉม
๏ เอวอรอ่อนพี่หย้อม แอบอิง
สมสอดสวยรวยจริง จึ่งเหล้า
น้องอ่ากว่าฝูงหญิง ในโลก
รูปร่างงามแต่เจ้า เลื่องหล้าฦๅโฉม ฯ

๑๗

๏ นาภีพี่นอนแนบ บางระแทบแอบอิงองค์
ตระโพกรัดบขัดทรง รวาดรวายชายพอใจ
๏ นาภีพี่แนบเน้น นวลผจง
บางระแทบแอบองค์ นิ่มน้อง
ตระโพกรัดบขัดทรง รวยรูป
สูงระวาดชายต้อง ชอบเนื้อพึงใจ ฯ

๑๘

๏ ชมเพลาเจ้าเรียวรวย คือต้นกล้วยสวยสดเปลา
เข่าแข้งงามกว่าเพลา หรือพรหมกลึงจึงนางงาม
๏ อุรูดูเรียบร้อย คือเหลา
ลำกล้วยกลมปลายเปลา ห่อนแห้ง
ชังฆาธนูเหลา เฉลิมรูป
หรือว่าพรหมกลึงแกล้ง แต่งให้นางงาม ฯ

๑๙

๏ บาทางค์นางทั้งคู่ ดูก็งามตามกายา
นิ้วน้อยสร้อยสมสา รูปของเจ้าเพราครบครัน
๏ บาทางค์ทั้งคู่ต้อง เตือนตา
ชมแต่บนเกศา ตราบเท้า
นิ้วกลมสมลักขณา นวลนิ่ม
ชมชื่นร่างของเจ้า เพริศพร้อมสมควร ฯ

๒๐

๏ ชมล้วนถ้วนสารพางค์ สุดแต่นางร่างเฉิดฉิน
นารีที่แดนดิน คนใดใดไม่เสมอสมร
๏ ชมล้วนถ้วนสิ่งสิ้น สรรพางค์
งามแต่นางควรวาง แท่นไว้
นารีที่ดินทาง ภูวโลก
หาแห่งใดไม่ได้ ดั่งน้องเสมอสมร ฯ

๒๑

๏ กรรมใดให้จำจาก เปนวิบากพรากกันจร
ไกลข้างร้างแรมอร ให้พี่คร่ำร่ำโศกา
๏ กรรมใดจำจากเจ้า สายสมร
ลำบากพรากเจียวจร จากข้าง
ไกลข้างร้างแรมอร วรภาคย์
เรียมคร่ำครวญอ้างว้าง แหบไห้โหยหา ฯ

๒๒

๏ ย่ำฆ้องเจ้าพี่เอ๋ย พี่ย่อมเคยเชยพักตรา
จุดไฟให้บูชา พระพุทธเจ้าเจ้าเคยเตือน
๏ จตุรารุณเรื่องเรื้อง เพลา
เรียมย่อมชมพักตรา นั่งน้อม
จุดไฟให้บูชา นบนอบ
พระพุทธเจ้าเจ้าหย้อม นั่งเฝ้าคอยเตือน ฯ

๒๓

๏ โมงเช้าแล้วเจ้าพี่ เจ้าถ้วนถี่ดีการเรือน
หญิงใดไม่มีเหมือน ใช้สอยดีพี่เคยชม
๏ โมงหนึ่งคนึงเจ้าเร่ง สติเฟือน
เจ้าถ้วนถี่การเรือน สั่งชี้
หญิงใดไม่มีเหมือน นางเนตร
รู้นพครบการผี้ ช่วยต้องใจชม ฯ

๒๔

๏ สองโมงเช้าหึ่งหึ่ง พี่ตลึงกอดเข่าเหงา
เวลามาทันเรา พี่กับเจ้าไม่เห็นเลย
๏ สองโมงหุ่ยหุ่ยเข้า เรียมคนึง
พี่กอดเข่าเหงาตลึง โศกเศร้า
เวลาเท่าทันถึง จำพราก
กรรมพี่กับกรรมเจ้า หากให้เห็นกัน ฯ

๒๕

๏ เพลาสามโมงเช้า เจ้าแต่งองค์ทรงน้อยงาม
พูดจาว่าถ้อยความ ตามมีกิจนิตย์เนืองมา
๏ ไตรยานาฬิกาเช้า โฉมยง
ตกแต่งอรองค์ทรง แน่งน้อย
พูดจาว่าความจง ภักดิ์เลิศ
มีกิจพิดทูลถ้อย แก่เรี้ยมเสมอมา ฯ

๒๖

๏ เจ้าพี่สี่โมงเช้า ดูกับเข้าแลของหวาน
เสร็จเจ้าเอามากราน หมอบพัดวีพี่เกษมสันต์
๏ สี่โมงเช้าเจ้าพี่หย้อม ดูการ
เครื่องเข้าเล่าของหวาน แต่งไว้
เสร็จเจ้าเข้ามากราน กรายแซ่
โบกปัดพัดวีให้ พี่นี้สำราญ ฯ

๒๗

๏ เพลาห้าโมงเช้า เรียมกินเข้าเจ้ามาคัล
ว่องไวใช้สอยขยัน หานางใดไม่เหมือนเลย
๏ ห้าโมงยามเมื่อเช้า เชยอร
กินเข้าชมนวลสมร หมอบเฝ้า
ว่องไวใช้สอยสอน นางอื่น
หาสตรีเปรียบเจ้า ห่อนได้เหมือนเลย ฯ

๒๘

๏ ย่ำเที่ยงเข้าหึ่งหึ่ง เคยเคล้าคลึงรึงกายา
เสน่ห์สนิทนิทรามา บัดนี้พี่บเห็นเลย
๏ ย่ำเที่ยงหึ่งหึ่งก้อง นาฬิกา
เคยเกลือกคลึงกายา ไขว่ข้าง
สมสนิทนิทราสา ทรภาพ
ไกลพี่เปลี่ยวอ้างว้าง คลาศเคล้าฤๅเห็น ฯ

๒๙

๏ บ่ายโมงพี่โกรงกลุ้ม จิตคลั่งคลุ้มสุมดวงแด
เจ้าพี่พี่จะแปร หน้าไปต่อรอใครเลย
๏ บ่ายโมงทุกข์พี่กลุ้ม คอยแล
จิตคลั่งทรวงดวงแด สลัดหลิ้ม
แก้วพี่จะปรวนแปร สมสู่
หญิงอื่นฤๅจักยิ้ม ต่อด้วยใครเลย ฯ

๓๐

๏ ตีฆ้องสองโมงบ่าย ทุกข์พี่ชายฟายน้ำตา
ร้อนรนบ่นครวญหา ไกลพี่แล้วแก้วกลอยใจ
๏ ตีสองโมงบ่ายก้อง แครงมา
พี่ชายฟายน้ำตา ร่ำร้อง
ร้อนรนบ่นถามหา สายสวาท
พี่ห่างแก้วแล้วน้อง แน่งน้อยนงคราญ ฯ

๓๑

๏ เพลาสามโมงเย็น เพื่อนเรียมเห็นเป็นทุกข์ทน
เขาถามความกังวล จะบอกไปไป่ได้เลย ฯ
๏ เพลาสุริยบ่ายเบื้อง เวหน
เพื่อนเห็นเป็นทุกข์ทน บ่นบ้า
ถี่ถามความกังวล ทนเทวษ
บอกบ่ได้เลยหน้า เฝื่อนเลี้ยวเดิรหนี ฯ

๓๒

๏ เจ้าพี่สี่โมงเย็น เร่งเปนเข็ญเห็นสาวศรี
อื่นมาหายินดี มิได้เลยเคยชมนาง
๏ เพลาสุริยอ่อนเรื้อย รังสี
พิศเพ่งเลงสาวศรี เชื่องใช้
สาวอื่นพูดพาที นบนอบ
ไม่ชื่นจริงยิ่งได้ เดือดร้อนคนึงนาง ฯ

๓๓

๏ เพลาห้าโมงเย็น เรียมลำเค็ญด้วยโฉมตรู
นางเดียวเที่ยวแลดู แก้วพี่อยู่ห่างหนใด
๏ บ่ายชายมาหึ่งซ้ำ ตาฟู
ทุกข์เพื่อเฉิดโฉมตรู โศกสร้อย
นางเดียวเที่ยวทางดู แดนโลก
แก้วพี่นางสาวน้อย อยู่แคว้นแดนใด ฯ

๓๔

๏ ย่ำฆ้องค่ำแล้วเจ้า เพลาเล่าเข้าสนธยา
จุดเทียนเวียนส่องหา เจ้าแห่งใดไม่เห็นเลย
๏ ราตรีรวีเลื่อนเลี้ยว ลับตา
มัวมืดมนสนธยา ค่ำแล้ว
ถือเทียนเวียนส่องหา นางทั่ว
อยู่แห่งใดน้องแก้ว ห่อนได้เห็นเลย ฯ

๓๕

๏ ทุ่มหนึ่งย่อมคลึงเคล้า เนื้อพี่เจ้าเข้าแนบเนียน
สาวลม่อมย่อมจุดเทียน ถือเทียนไว้ให้สูบยา
๏ ทุ่มหนึ่งพี่ย่อมเคล้า คลึงเศียร
จูบกอดอรนอนเนียน แนบไว้
สาวลม่อมย่อมจุดเทียน ยาวยื่น
เจ้าจับเทียนไว้ให้ พี่นี้สูบยา ฯ

๓๖

๏ สองทุ่มรุมอกพี่ ฆ้องเขาตีพี่เจ็บตาง
กลุ่มใจไห้ครวญคราง โหยไห้พลางนางฤๅเห็น
๏ สองทุ่มค่อนอกเข้า ผางผาง
ฆ้องตีพี่เจ็บตาง ปุ่มฆ้อง
กลุ้มใจไห้ครวญคราง หาอยู่
โหยไห้ช้างนางน้อง พี่นี้ฤๅเห็น ฯ

๓๗

๏ ยามหนึ่งคลึงเคยเคล้า จูบกอดเจ้าเฝ้าชมกัน
เวรามาตามทัน ให้ไกลข้างร้างแรมสอง
๏ ยามหนึ่งคลึงสวาทหน้า นวลจันทร์
จูบกอดพลอดชมกัน เกลือกเคล้า
เวราติดตามทัน ทำโทษ
ไกลค่างห่างชมเจ้า เริศร้างแรมสอง ฯ

๓๘

๏ ราตรีสี่ทุ่มแล้ว โอ้นางแก้วแคล้วคลาศไป
หมอนกอดทอดฤไทย หายใจใหญ่ให้รำคาญ
๏ ราตรีสี่ทุ่มแล้ว ลับไกล
น้องแก้วแคล้วเรียมไป ขาดพร้อง
กอดหมอนทอดฤไทย ทบท่าว
ลมแล่นพัดขัดข้อง สวาทได้รำคาญ ฯ

๓๙

๏ เพลาห้าหึ่งทุ่ม คือเพลิงรุมสุมกลางใจ
ร้อนเรียมเทียมร้อนไฟ อีกหนามรุมกลุ้มเสียบทรวง
๏ เพลาห้าทุ่มพี่ คนึงใน
เพลิงผ่าวเผาดวงใจ คลั่งคลุ้ม
ร้อนเรียมเทียมร้อนไฟ ลนล่าว
อีกหนามหนามากลุ้ม เสียบไส้ในทรวง ฯ

๔๐

๏ ย่ำฆ้องสองยามเข้า พี่ไกลเจ้าเหงาตลึง
นิทราผ้าคลุมขึง หญิงใดวอนห่อนเจรจา
๏ สองยามย่ำฆ้องพี่ รำพึง
ไกลเจ้าเหงาเงียบตลึง ยิ่งไข้
นิทราผ้าคลุมขึง ไสยาศน์
หญิงอื่นวอนห่อนได้ กล่าวเกลี้ยงพาที ฯ

๔๑

๏ เจ็ดทุ่มรุมความทุกข์ ไม่เป็นสุขขุกคำนึง
ว้าวุ่นครุ่นคิดถึง แต่นวลเจ้าทุกเพรางาย
๏ เจ็ดทุ่มรุ่มรึงร้อน รำพึง
สุขบ่มีคำนึง ก่อนกี้
ว้าวุ่นครุ่นครวญถึง สังวาส
คิดแค้นวรนุชนี้ ค่ำเช้าเพรางาย ฯ

๔๒

๏ แปดทุ่มกลุ้มทุกข์ชาย ลเมอลมายคล้ายเหมือนมา
เรียมตื่นฟื้นกายา เที่ยวหาไหนไม่พบเลย
๏ แปดทุ่มกลุ้มเทวษสร้อย โศกา
นอนลเมอเหมือนมา แนบใกล้
เรียมฟื้นตื่นกายา แลเปล่า
หาที่ไหนไป่ได้ สบน้องเรียมเลย ฯ

๔๓

๏ สามยามความรักกัน เร่งโศกศัลย์หวั่นใจถึง
ยามค่ำร่ำรำพึง ถึงสามยามตามกรุณา
๏ สามยามความเสน่ห์เคล้า เคยคลึง
โศกศัลย์หวั่นใจถึง ทุ่มนี้
พลบค่ำร่ำรำพึง คนึงเนื่อง
ถึงสามยามแล้วถี้ พี่เอื้อเอ็นดู ฯ

๔๔

๏ สิบทุ่มเจ้าพี่เอ๋ย เมื่อไรเลยจะพบพาน
งามนักพักตร์เบิกบาน จะหาได้แต่ใดมา
๏ สิบทุ่มนางแน่งน้อย นงคราญ
กี่เมื่อจะพบพาน คู่เคล้า
งามนักพักตร์เบิกบาน เรียมร่อ
เรียมจักเที่ยวหาเจ้า ห่อนได้มาเลย ฯ

๔๕

๏ ตีสิบเอ็ดเสร็จครวญหา แต่เช้ามาคุ้มราตรี
จวบจนพระสุริย์ศรี เสร็จรถทองส่องสกล
๏ สิบเอ็ดเสร็จคร่ำไห้ หาศร
ในทิวาราตรี แหล่งหล้า
จวบจวนพระสุริย์ศรี ล่าเลื่อน
เสร็จรถทองท่องฟ้า ส่องแคว้นแดนดิน ฯ

๔๖

๏ แสงทองเรืองรองราง ขึ้นกระจ่างสว่างเวหา
รุ่งแล้วแก้วกัลยา สุดเสนหาไม่มาเลย
๏ แสงเงินแสงนากผุ้ง แสงทอง
แสงสว่างเรืองรังรอง อร่ามฟ้า
รุ่งแล้วแคล้วเคยสอง สังวาส
โอ้สายสุดสวาทข้า ห่อนได้เห็นเลย ฯ

๔๗

๏ วันอาทิตย์นิทร์นอนแนบ เคยอิงแอบแทบอกชาย
ทิพากรซ่อนนางสาย สุดสวาทพี่นี้ฤๅไฉน
๏ อาทิตย์นิทร์แนบน้อง โฉมฉาย
อิงแอบแทบทรวงชาย ริกรี้
ทิพากรซ่อนนางสาย สมรมิ่ง
แสนสุดสวาทพี่นี้ แนบเนื้อชมโฉม ฯ

๔๘

๏ วันจันทร์พันกันอยู่ เจ้าโฉมตรูคู่เคียงหมอน
ยามจันทร์เกลือกจันทร พาซ่อนไว้ให้เรียมศัลย์
๏ จันทรกรพาดน้อง แนบนอน
เคยคู่เคียงเรียงหมอน แนบข้าง
ยามจันทร์เกลือกจันทร โลมล่อ
พาซ่อนไว้ให้ร้าง เริศน้องนานวัน ฯ

๔๙

๏ ครั้นถึงวันอังคาร เรียมรำคาญพลางพลุ่งไป
อังคารรำคาญใจ ฤๅซ่อนไว้ให้เรียมตรอม
๏ วันอังคารเริศร้าง อรไกล
เรียมร่ำรำคาญไป เพื่อน้อง
อังคารรำคาญใจ เรียมรอด
ฤๅซ่อนไว้ในห้อง ฟากฟ้าเมืองแมน ฯ

๕๐

๏ วันพุธเดินพุธคุ้ม นางอุ่นอุ้มคลุมนอนใน
พระพุธยุดนางไป ลักลอบชมสมพาสฤๅ
๏ วันพุธพุธพร่ำคุ้ม ฤๅไกล
นางย่อมคลุมนอนใน อุ่นอุ้ม
พระพุธยุดนางไป สมพาส
เกรงเกลือกอายคนกลุ้ม ซ่อนน้องโฉมฉาย ฯ

๕๑

๏ วันพะหัสกำหนัดนาง บห่างครึ่งกึ่งนิ้วมือ
พระหัตถ์ยื่นมือถือ ข้อมืออรช้อนชมไฉน
๏ วันพระหัสกำหนัดน้อง คราวครือ
บ่ห่างหว่างนิ้วมือ กิ่งก้อย
พระหัตถ์ยื่นมือถือ เมียมิ่ง
ชมชื่นอื่นอรสร้อย นิ่มเนื้อไปไฉน ฯ

๕๒

๏ วันศุกร์รสสมพาส เจ้าสุดสวาทอาจเสมอใจ
วันศุกร์จะสุขไฉน ด้วยไกลข้างร้างแรมสมร
๏ วันศุกร์สมพาสน้อง นอนใน
สุดสวาทขาดกลางใจ แอบอ้าง
วันศุกร์จะสุขไฉน ทนเทวษ
ด้วยมีใจเริศร้าง ห่างน้องแรมศรี ฯ

๕๓

๏ วันเสาร์เดือนคุมรอด เจ้างามสอดกอดถนัดมือ
เสาร์พักตร์รักนางฤๅ เสาร์ซ่อนไว้ในเรือนเสาร์
๏ วันเสาร์กุมเจ้ารอด คลึงครือ
งามสอดกอดถนัดมือ กลิ่นใกล้
เสาร์พักตร์รักนางฤๅ เสาร์ซ่อน
เมียมิ่งพี่นี้ไว้ แห่งห้องพิมานเสาร์ ฯ

๕๔

๏ สงสารร่ำรักกัน ถ้วนเจ็ดวันอันใจชาย
รักเมียเสียตัวตาย สายสุดใจไม่เห็นเลย
๏ สงสารร่ำรักเจ้า โฉมฉาย
ถ้วนเจ็ดวันใจชาย ชื่นชี้
รักเมียเสียตัวตาย ดีกว่า
สายสุดสวาทที่นี้ ห่อนได้เห็นเลย ฯ

๕๕

๏ เดือนห้าอ่าโฉมงาม การออกสนามตามพี่ไคล
สงกรานต์การบุญไป ไหว้พระเจ้าเข้าบิณฑ์ถวาย
๏ เดือนห้าอ่ารูปล้ำ โฉมฉาย
การออกสนามเหลือหลาย หลากเหล้น
สงกรานต์การบุญผาย ตามพี่
พระพุทธรูปฤๅเว้น แต่งเข้าบิณฑ์ถวาย ฯ

๕๖

๏ เดือนหกสรกฝนสวรรค์ จรดนังคัลตามพิธี
แรกนาเข้าธรณี พี่ดูเจ้าเปล่าใจหาย
๏ เดือนหกตกครั่นครื้น ฝนสวรรค์
พิธีจรดนังคัล ก่อเกล้า
แรกนาจอมไอศวรรย์ กรุงเทพ
พี่แลบเห็นเจ้า เปล่าแล้วใจหาย ฯ

๕๗

๏ เดือนเชฐเจ็ดค่ำแล้ว พี่ยิ่งแคล้วแก้วกัลยา
ร่างระทวยสวยโสภา พี่ว้าวุ่นขุ่นอารมณ์
๏ เดือนเชฐเจ็ดค่ำแล้ว อกอา
เรียมเร่งไกลกัลยา ขาดพร้อง
รูปน้อยสร้อยโสภา วรภาคย์
ใจพี่วุ่นขุ่นข้อง ขัดแค้นอารมณ์ ฯ

๕๘

๏ เดือนแปดเจ้าพี่คลา เข้าพระวษาสังฆาราม
พรั่งพร้อมเจ้าย่อมตาม ไปด้วยพี่สีฟันถวาย
๏ เดือนแปดพุทธบุตรเข้า พระวษา
ทายกมีศรัทธา ต่างเต้า
โฉมงามตามเรียมคลา นบนอบ
เมี่ยงหมี่สีฟันเข้า ธูปน้อมเทียนถวาย ฯ

๕๙

๏ เดือนเก้าเข้าค่ำหนึ่ง พี่รำพึงถึงเทวี
หลับนอนบห่อนมี สิ่งซึ่งสุขทุกข์คอยนาง
๏ สาวนดลมาศร้อน รนหา
เรียมรำพึงชายา แหบไห้
หลับนอนห่อนสบายอา รมณ์รอด
สุขบ่มีแต่ได้ โศกสร้อยคอยศรี ฯ

๖๐

๏ เดือนสิบเจ้าสร้อยสวาท พิธีราชตามโบราณ
ช้างม้าอ่าสระสนาน ผัดพานไล่ไม่เห็นอร
๏ ภัทรบทดลมาศแล้ว สงสาร
สารทพิธีโบราณ ห่อนเว้น
ช้างม้าอ่าสระสนาน วรรูป
เขาผัดพานไล่เหล้น ไป่ได้เห็นอร ฯ

๖๑

๏ เดือนสิบเบ็ดเสร็จสำแดง เรือกิ่งแข่งตามพิธี
พายงามตามชลธี พี่แลเจ้าเปล่าเป็นดาย
๏ อาสุชดลมาศแคว้น กรุงไกร
เรือกิ่งกระพรหมไชย ชื่นสู้
กิ่งไกรสรจักรไคล เทียบท่า
ทองอร่ามงามแข่งขู้ พี่นี้คนเดียว ฯ

๖๒

๏ เดือนสิบสองถ่องแถวโคม แสงสว่างโพยมโสมนัสา
เรืองรุ่งกรุงอยุธยา วันทาแล้วแก้วไป่เห็น
๏ กติกมาศก้อง แถวโคม
แสงสว่างแลลอยโพยม ผ่องแผ้ว
อยุธยาเปรียบแสงโสม ใสส่อง
ชมชื่นวันทาแล้ว นิ่มน้องฤๅเห็น ฯ

๖๓

๏ เดือนอ้ายผายกรุงท้าว พิธีว่าวกล่าวกลแสดง
เดือนนี้พิธีแคลง กลุ้มท้องฟ้าคลาอรไกล
๏ มฤคเศียรดลมาศเกล้า ลมแรง
ว่าวง่าวพิธีแสดง แหล่งหล้า
เรียกชื่อพิธีแขลง โดยที่
สาวส่งขึ้นลอยฟ้า ร่ายร้องคนึงสาว ฯ

๖๔

๏ เดือนยี่เจ้าพี่เอ๋ย เจ้าย่อมเคยตามพี่ชาย
ดูรำยัมพวาย[๒] พิธีท่านผ่านอยุธยา
๏ บุศมาศตามพี่ด้วย เดือนฉาย
อรอ่าพี่รัมพรายกาย ดวงหน้า
ดิรำปาวาย[๓]สบาย ดูเลิศ
พิธีท่านผ่านฟ้า ครอบแคว้นแดนดิน ฯ

๖๕

๏ เดือนสามเคยตามพี่ ดูพิธีธานย์เทาะห์แสดง
เผาเข้าเจ้างามแฝง พงศ์พวกพ้องน้องเคยดู
๏ มาฆมาศอาจเปล่งถ้อย เรียมแคลง
ธานย์เทาะห์พิธีแสดง บอกเบื้อง
เผาเข้าเจ้าเคยแฝง พงศ์พวก
โนนาดยุรยาตรเยื้อง ย่างหน้าเอ็นดู ฯ

๖๖

๏ เดือนสี่พิธีตรุษ เจ้างามสุดผุดผาดดี
ชำระพระชินศรี หมดผงเผ่าเข้าบิณฑ์ถวาย
๏ การบุญผคุณมาศน้อง นารี
ขาวสุดผุดผาดดี ส่องแก้ว
ชำระสระสรงสี พุทธรูป
ผงเผ่าเท่าหมดแล้ว แต่งเข้าบิณฑ์ถวาย ฯ

๖๗

๏ สงสารเรียมคลาศน้อง สิบสองเดือนเลื่อนครบปี
รัญจวนครวญหาศรี สุดสวาทพี่นี้อยู่ไหน
๏ สงสารเรียมคลาศแคล้ว สตรี
สิบสองเดือนเลื่อนครบปี ขวบเข้า
รัญจวนครวญหาศรี แสนสวาท
โออกว่านวลเจ้า พี่นี้เป็นไฉน ฯ

๖๘

๏ ฤดูรูคิมหันต์ สาวโฉมสวรรค์พี่สูญหาย
ร้อนรนสกนธ์กาย ชายนั่งนอนห่อนฤๅเย็น
๏ ฤดูสุริยเดชร้อน โลกา
โฉมสวรรค์พรรณโสภา พี่แคล้ว
เรียมร้อนอรกายา ชลแช่
นอนนั่งคลั่งคลึงแก้ว ก่ายรื้อฤๅเย็น ฯ

๖๙

๏ ฤดูรูวัสสันต์ เนื้อนวลจันทร์พัญเอิญสูญ
ไม่สุขทุกข์อาดูร พูลเพิ่มคร่ำน้ำตาฝน
๏ ฤดูสารทพร้อม พรรสันต์
นึกเนื่องเนื้อนวลจันทร์ พี่เหล้า
ไม่สุขทุกข์เนืองนันต์ นองเนตร
พูลเพิ่มเติมทุกข์เร้า คร่ำน้ำตาฝน ฯ

๗๐

๏ ฤดูรูเหมันต์ เนื้อกลิ่นจันทน์อันหอมรวย
น้ำค้างว่างลมชวย ด้วยไกลสมรที่นอนเย็น
๏ ฤดูวู้ว่าวห้อง หาวบน
เกลี้ยงกลิ่นจันทน์นฤมล เฟื่องฟุ้ง
น้ำค้างว่างลมทน ฤๅรอด
ใครจะกอดค่ำหรุ้ง อุ่นเนื้อเสมอสมร ฯ

๗๑

๏ สงสารรักนางงาม สามฤดูอยู่โหยหา
รูปเอี่ยมของเรียมอา คลาคลาศเจ้าเศร้าอกกรม
๏ สงสารการพรากแก้ว หัทยา
สามฤดูโหยหา คู่เคล้า
สนิทเรียมเอี่ยมเอกา ยายิ่ง
สุดสวาทคลาศคลาเจ้า อกว้างเกรียมกรม ฯ

๗๒

๏ ปีชวดชวดเชยชา โฉมหลากหล้าน่าเอ็นดู
ปีชวดเป็นชื่อหนู เพื่อเรียมร้างอ้างกาลปี
๏ อุนทรงทรงเทวษด้วย ตราตรู
โฉมชื่นน่าเอ็นดู ด่วนร้าง
ปีชวดชื่อแห่งหนู โดยคลา
เพื่อเจ้าไคลเรียมอ้าง ถี่ถ้วนกาลปี ฯ

๗๓

๏ ปีฉลูรู้ชื่อโค เจ้าโฉมโอ่โสภาพร
ใจพี่นี้อักอร เจ้าเพื่อนนอนห่อนเห็นเลย
๏ พฤศภำจำเรียกรู้ ทังมวญ
โฉมโอ่โสภาควร คู่เคล้า
ใจพี่เร่งอักอวน ทรงเทวษ
พรากเพื่อนนอนสมรเจ้า ห่อนได้เห็นเรียม ฯ

๗๔

๏ ปีขาลว่าชื่อเสือ นางอุ่นเนื้อเรื่อขาวเหลือง
คนระบือฦๅทั่วเมือง โฉมเจ้างามทรามเชยหาย
๏ พยัคเฆนทรชื่อถั้ว ทังเมือง
สมรรูปเรื่อขาวเหลือง หลากเหล้า
ฝูงคนเล่าฦๅเนือง ในโลก
เขาว่างามนักเจ้า พี่นี้มาหาย ฯ

๗๕

๏ ปีเถาะจำเพาะกต่าย เคราะห์พี่ร้ายเจ้าหายไป
เทียวหาลาแห่งใด ใจเรียมฝ่อบเห็นนาง
๏ สสานาเมศอ้าง อรไคล
เคราะห์พี่ร้ายนางไกล โศกสร้อย
เรียมเดียวเที่ยวแดนใด ดูทั่ว
ใจพี่เท่าหิ่งห้อย ฝ่อแล้วอรเอย ฯ

๗๖

๏ ปีมะโรงชื่อนาคราช สายสุดสวาทคลาศไกลตา
เร่งคิดอนิจจา โอ้น้องรักจักเป็นไฉน
๏ พรรสันต์ผันเนตรน้อง ไกลตา
ชลเนตรนองไนยนา หยดย้อย
เร่งคิดอนิจจา ในโลก
โอ้นุชคลาศคล้อย ป่านฉนี้เป็นไฉน ฯ

๗๗

๏ ปีมะเสงเลงชื่องู เจ้าตาตรูอยู่ทิศใด
เทพาพาน้องไป ชมสู่สองห้องฟ้าฤๅ
๏ วัสสนะนาเมศเจ้า มาไกล
ตราตรูอยู่ทิศใด นิ่มน้อง
เทวาพานางไป นิทร์แนบ
สมสู่ชมในห้อง ฟากฟ้าสวรรค์ฤๅ ฯ

๗๘

๏ ปีมะเมียเสียเมียรัก พี่รักน้องจักษุเทียม
กรรมใดไล่ทันเรียม หรือปีมาพานางเหิร
๏ มะเมียเมียมิ่งแคล้ว อกเรียม
พี่รักจักษุเทียม เท่าแท้
กรรมใดไล่ทันเรียม ลักลอบ
ปีมิ่งม้าพาแว้ วากเว้หาหาย ฯ

๗๙

๏ ปีมะแมแต่จากเจ้า บกินเข้าเช้าราตรี
สัมกินไม่ยินดี ครองชีพไว้ใคร่เห็นนาง
๏ ปีอัชพลัดหนุ่มน้อย สาวศรี
โภชน์บ่กินเป็นปี เนิ่นช้า
สัมกินบ่ยินดี ปานโภชน์
ครองชีพเรียมไว้ถ้า ใคร่ได้เห็นนาง ฯ

๘๐

๏ ปีวอกออกใหม่แล้ว พี่เร่งแคล้วดวงสมร
ปีวอกชื่อวานร เจ้าเพื่อนร้อนเรียมหายไป
๏ พรรษาพาลิศเจ้า[๔] จำจร
เรียมเร่งไกลดวงสมร ขาดเคล้า
ปีวอกชื่อพานร นับเนื่อง
นางเพื่อนร้อนเรียมเจ้า พี่นี้หายไป ฯ

๘๑

๏ ปีระกาคลาคลาศเจ้า พี่สร้อยเศร้าแหบโหยหา
โฉมเฉลาเจ้าพี่อา อ่อนอาไลยใคร่ตรอมตาย
๏ กุกกุฎสุดเสน่ห์เจ้า ไกลตา
เศร้าสร้อยหิวโหยหา ร่ำร้อง
โฉมเฉลาเจ้าพี่อา อรเอี่ยม
อ่อนฤไทยแล้วน้อง ใคร่กลั้นใจตาย ฯ

๘๒

๏ ปีจอร่อแร่นัก อกหอกสลักจักจำตาย
ครวญนักรักโฉมฉาย พี่ชายห่างร้างแรมศรี
๏ คิดทุกข์กุกกุระได้ ปีปลาย
ทรงหอกสลักจำตาย เกือบใกล้
ครวญนักรักโฉมฉาย เฉลิมรูป
กรรมก่อนตามทันให้ เริศร้างแรมสมร ฯ

๘๓

๏ ปีกุญครุ่นอ้างว้าง เรียมไกลข้างห่างเทพี
ศรีสวัสดิ์ไปจงดี อย่ามีไข้ให้สำราญ
๏ ปีกุญสุกเรศแคล้ว คลาศรี
เรียมห่างร้างเทพี ค่ำเช้า
ศรีสวัสดิ์อยู่จงดี สุขภาพ
หายโรคโพยไภยเจ้า สุขล้ำสำราญ ฯ

๘๔

๏ สงสารการโหยไห้ นางไกลจรอรนารี
ร่ำร้องสิบสองปี พี่เร่งแคล้วแก้วกัลยา
๏ สงสารการแหบไห้ แสนทวี
หายห่างอรนารี ฝ่ายเฝ้า
ร่ำร้องสิบสองปี ฤๅเหนื่อย
กรรมพี่เร่งแคล้วเจ้า แก่นแก้วกัลยา ฯ

๘๕

๏ พระเจ้าเกล้านรนาถ เสด็จยุรยาตรคลาศคลาไคล
ธารโศกเรียมโศกใจ ด้วยไกลน้องหมองอารมณ์
๏ พระบาทนรนาถเจ้า กรุงไกร
เสด็จพยุหบาตรไป เถื่อนถ้อง
ธารโศกช่วยโศกใจ จักขาด
ด้วยพี่ไกลพักตร์น้อง ขุ่นคล้ำอกกรม ฯ

๘๖

๏ พรึบพร้อมหมู่เสนา พลช้างม้าดากันไป
ทรงช้างระวางใน เทพลิลาหลังคาทอง
๏ พรั่งพรูหมู่มากซร้อง เสนา
แตรแขกแตรลันดา แหร่แหร้
ทรงช้างระวางขวา สูงใหญ่
เทพลิลาหลังคาแหน้ ธินั่งไล้เลือนทอง ฯ

๘๗

๏ เครื่องสูงเคียงคู่กัน กลิ้งกลดคันเพียงขวัญตา
บังแสงพระสุริยา อีกโบกปัดพัชนีกาย
๏ เครื่องสูงเคียงขู้เรียบ เรียงไสว
เขนพระขรรค์เดิรใน รวางเขรื้อง
ง้าวงอนโตมรไชย เชิญแห่
โบกปัดพัชนีเยื้อง ยาบเลื้องทองวาว ฯ

๘๘

๏ เชาเจ้าเหล่าเชาแม่ นุ่งห่มแพรแลริ้วทอง
ขี่กูบขี่จำลอง ผ่องผิวหน้าอ่าองค์อร
๏ สาวสนมกรมฝ่ายห้าม ทังผอง
นุ่งห่มเรืองริ้วทอง ก่องแก้ม
ขึ้นกูบขี่จำลอง ลายเลิศ
ผิวผ่องย่องยิ้มแย้ม เพริศหน้าตาเพรา ฯ

๘๙

๏ เรียมเห็นแต่นางอื่น ไม่ชูชื่นเหมือนสายใจ
คิดถึงคำนึงไป โหยละห้อยคอยเล็งแล
๏ สาวฉกรรจ์สะพรั่งพร้อม นางใน
เห็นบ่เหมือนสายใจ ละห้อย
รำพึงตลึงไป เนืองเทวษ
พรากพรากน้ำเนตรย้อย มุ่งม้องคองแล ฯ

๙๐

๏ สุขรมย์ชมหมู่ไม้ ชมนกในไพรพงสถาน
เขาแดงแหล่งห้วยธาร ร่มรื่นสนุกขุกคำนึง
๏ สุขรมย์ชมหมู่ไม้ เลือนลาน
ชมนกไพรพงสถาน หลากเหล้น
เขาเขียวทุ่งห้วยธาร รื่นรี่
ร่มรื่นลำน้ำเต้น แก่งก้องคนึงนาง ฯ

๙๑

๏ ไม้แก้วกลิ่นแก้วกราย หอมบวายวังเวงใจ
ทุกข์ลืมปลื้มอาไลย ว่ากลิ่นแก้วแล้วเรียมหา
๏ ไม้แก้วแก้วพี่เยื้อง หอมสไบ
หอมกลิ่นหอมชวยไป ทั่วแคว้น
ทุกข์ลืมปลื้มอาไลย ลานกลิ่น
กลกลิ่นนางน้องแหม้น แต่เที่ยวแลหา ฯ

๙๒

๏ ไม้เกดคิดเกศนาง เมื่อสะสางเกล้าผมมวย
กลิ่นรื่นชื่นหอมรวย ว่ากลิ่นเจ้าเปล่าใจหาย
๏ ไม้เกดคนึงเกศเจ้า สดสลวย
ถือเสนียดสางผมมวย เกศแก้
กลิ่นรื่นชื่นหอมรวย ดีหลาก
ว่ากลิ่นเจ้าเปล่าแท้ รุ่มร้อนใจหาย ฯ

๙๓

๏ มะกรูดสองแถวทาง คิดมะกรูดนางสางสะผม
แก้เกล้าเจ้าผึ่งลม กลิ่นขจรจายเรียมสบายใจ
๏ ต้นมะกรูดสองเถื่อนถ้อง แถวพนม
มะกรูดเหมือนนางสะผม พ่างเพี้ยง
แก้เกล้าเจ้าผึ่งลม รวยรื่น
ขจรสุคนธ์กลิ่นเกลี้ยง รื่นล้ำเรียมสบาย ฯ

๙๔

๏ ต้นน้ำดอกไม้เทศ กลิ่นวิเศษนึกเหมือนน้ำ
ดอกไม้ย้อมดอกคำ ร่ำชมภูดูห่มงาม
๏ น้ำดอกไม้เทศแท้ เปรียบปาน
น้ำกลิ่นเมืองเทศปาน กลิ่นเกล้า
สมรอดดอกคำจาน ขันคู่
รื่นร่ำชมพูผ้า ห่มเจ้าหอมงาม ฯ

๙๕

๏ การเกดเพศผิวเนื้อ ดูเหลืองเรื่อเยื่อใยทอง
หอมกล้าการเกดปอง เปรียบกลิ่นเจ้าเศร้าอับอาย
๏ การเกดผิวผ่องเนื้อ รังรอง
เหลืองเนื้อเยื่อใยทอง ห่อนเศร้า
หอมกล้าการเกดปอง ปูนเปรียบ
กรายร่อต่อตมูกเจ้า พ่ายแพ้อับอาย ฯ

๙๖

๏ ต้นกรายเหมือนนางกราย เดินหิ้วชายหมายตาคม
น้องนาฏผาดผายสม พี่รักเจ้าเท่าตัวเรียม
๏ ต้นกรายคิดย่างเยื้อง เอวกลม
เดิรหิ้วชายตาคม เลื่องหล้า
น้อยนาฏผาดผายสม ทิพรูป
พี่นี่รักแต่เจ้า เท่าด้วยตัวเรียม ฯ

๙๗

๏ อัญชันคิดอัญชัน ทาคิ้วมันกันเฉิดปลาย
ชำเลืองเยื้องตาชาย ชายชมนักมักแลตาม
๏ อัญชันคนึงอ่าเจ้า โฉมฉาย
คิ้วเคลือบมันกันปลาย เฉิดช้อย
ชำเลืองเยื้องตาชาย เนืองนั่ง
ชมเพลินเดิรคล้ายคล้อย บ่ายหน้าแลตาม ฯ

๙๘

๏ เรียมคนึงถึงนวลนาง หมู่ไม้สล้างชื่อช้างเช้า
คิดช่างนางชาญเฉลา ทำสิ่งใดได้งามดี
๏ เรียมคนึงนวลแน่งเนื้อ นงเยาว์
ไม้ชื่อช้างเช้าเรา ว่าไว้
คิดนางช่างชาญเฉลา ฉลักภาพ
ทำสิ่งใดย่อมได้ รูปล้ำทรงดี ฯ

๙๙

๏ กุหลาบบานกลีบช้อย คิดกะทงน้อยวางพานทอง
หอมรื่นชื่นชมสอง หยิบดอกไม้ให้นางดม
๏ กุหลาบกลิ่นเฟื่องฟุ้ง เนืองนอง
นึกกะทงใส่พานทอง ก่ำก้าว
หอมรื่นชื่นชมสอง สังวาส
หยิบรอจมูกเจ้า บ่ายหน้าเบือนเสีย ฯ

๑๐๐

๏ จำปาป่าบานบน คิดสร้อยสน[๕]เจ้าเคยกรอง
นอนแนบแอบอิงสอง เจ้าถวายพี่ที่บรรทม[๖]
๏ จำปาบานชื่นช้อย เนืองนอง
คนึงสร้อยสน[๗]นางกรอง เกี่ยวแหน้น
นอนแนบแอบองค์สอง ไสเยศ
ถวายพี่วางบนแถ้น แว่นฟ้าบรรทม ฯ

๑๐๑

๏ พุทธชาตดวงน้อยน้อย คิดเจ้าร้อยพวงมาไลย
จำปาสายสุดใจ[๘] แซมเกศเกล้าเจ้าถอดถวาย
๏ พุทธชาตดวงน้อยกลิ่น เปรมใจ
เจ้าช่างกรองมาไลย เลิศแล้ว
จำปาเสียบแซมใน[๙] มวยมุ่น
หอมพี่ชมน้องแก้ว ถอดหยื้นทูลถวาย ฯ

๑๐๒

๏ ลำดวนเจ้าเคยร้อย กรองเปนสร้อยลำดวนถวาย
เรียมชมดมสบาย พี่เอาสร้อยห้อยคอนาง
๏ ลำดวนปลิดกิ่งก้าน สนสาย
กรองสร้อย[๑๐]ลำดวนถวาย ค่ำเช้า
ชูชมดมกลิ่นสบาย ใจพี่
เอาสร้อยห้อยคอเจ้า แนบหน้าชมโฉม ฯ

๑๐๓

๏ มาลุดีดอกน้อยน้อย คิดเจ้าร้อยพวงมาไลย
เวลามานอนใน สวมมือพี่ที่ไสยา
๏ มาลุดีกลกลิ่นเกลี้ยง[๑๑] เอาใจ
เจ้าย่อมร้อยมาไลย แต่งตั้ง
เพลาเข้านอนใน ไสยาสน์
สวมข้อมือพี่ทั้ง คู่ให้หอมรวย ฯ

๑๐๔

๏ นางนวลคิดนวลนาง ผลหมากปรางคิดปรางทอง
ช้างน้าวน้าวคอสอง ยามพี่น้าวเคล้าคลึงกัน
๏ นางนวลนึกนิ่มเนื้อ นวลลออง
ปรางพี่นึกปรางทอง ก่องแก้ม
ช้างน้าวน้าวสอสอง จุมพิต
พี่น้าวเคล้าคลึงแย้ม ยั่วยิ้มชมกัน ฯ

๑๐๕

๏ เห็นไม้ชื่อเทพี คิดเทวีพี่ย่อมเคย
ภิรมย์ชมชวนเชย เมื่อไรเลยจะเห็นนาง
๏ เทพีเป็นชื่อไม้ ฤๅเสบย
คิดเมื่อเทวีเคย ครุ่นเคล้า
ภิรมย์ชมชวนเชย นอนแนบ
ไฉนจักเห็นหน้าเจ้า หนุ่มน้อยโฉมสมร[๑๒]

๑๐๖

๏ เห็นไม้ชื่อนางแย้ม คิดนางแย้มโอฐพริ้มพราย
สาวหยุดยุดมือชาย พี่ย่อมยุดสุดเสน่ห์ชม
๏ นางแย้มเป็นชื่อไม้ สูงเสลา
ตรึกเมื่อแย้มโอฐเพรา เพริศหน้า
สาวหยุดยุดมือเรา ชมชื่น
พี่ยุดสุดเสน่ห์กล้า[๑๓] กอดน้องชมเชย ฯ

๑๐๗

๏ ไม้ขนานเคยขนานหน้า หัวร่อร่าตาเมียงมัน
พุมเรียงเรียงหน้ากัน ยามเมื่อก่อนบห่อนไกล
๏ ไม้ขนานขนานแนบหน้า นวลจันทร์
หัวร่าตาเมียงมัน ต่อต้อง
พุมเรียงรื่นเรียงกัน พักตร์แนบ
ยามเมื่อก่อนฤๅน้อง ห่างผ้างเจียรไกล ฯ

๑๐๘

๏ จิงจ้อคราวพูดจ้อ ย่อมหริกร่อต่อเย้ายวน
ไม้เรอเหมือนเรอสรวล[๑๔] หัวร่อรื่นชื่นชมศรี
๏ จิงจ้อคราวพูดจ้อ เรียมกวน
หริกร่อก่อยียวน ยั่วยิ้ม
ไม้เร่ออย่างเร่อสรวล[๑๕] พลางพลอด
หัวร่ารื่นชื่นพริ้ม ต่อต้องตาสมร ฯ

๑๐๙

๏ ต้นปริกคิดปริกตลับ เจ้าประดับพลอยแหวนราย
หีบแป้งแต่งก่องกาย อาบน้ำพัดผัดเป็นนวล
๏ ปริกคิดปริกตลับเจ้า โฉมฉาย
นางประดับพลอยแหวนราย[๑๖] ร่วงรุ้ง
หีบแป้งแต่งสกนธ์กาย[๑๗] แลเลิศ
ทาแป้งพัดกลิ่นฟุ้ง ผ่องหน้านวลงาม ฯ

๑๑๐

๏ กลำพ้อจำเพาะนัก[๑๘] ไม่รังรักคิดรักอร
สีเสียดเสียดนางนอน หว้าวานว่าให้นางคืน
๏ กลำพ้อจำเพาะแต่ด้วย สายสมร[๑๙]
รังรักนึกรักอร แนบข้าง[๒๐]
สีเสียดเสียดนางนอน นุชแนบ[๒๑]
วานว่าว่ามาบ้าง เร่งให้นางคืน ฯ

๑๑๑

๏ ไม้เลียบเลียบมาหมด[๒๒] ต้นสรรพะรศรสคำสมร
เชิงจำจำคำสอน ต้นส้มเช้าเช้าเคยฝาน
๏ ต้นเลียบเลียบแล้วห่อน เห็นอร
สรรพะรศรสคำสมร สว่างไข้
เชิงจำจำคำสอน เรียมสั่ง
ต้นซ่มเช้าเช้าได้ ปอกเจ้าถวายยา ฯ

๑๑๒

๏ กลุมพอพอเรียมคิด เรียมฝ่อจิตมะฝ่อชุม
มะรุมทุกข์รึงรุม ต้นมังเรเรียมเร่หา
๏ กลุมพอพอตรึกร้อน เพลิงสุม
ใจฝ่อมะฝ่อชุม หลีกเลี้ยว
มะรุมทุกข์รึงรุม อกอยู่
ต้นมังเร่เรียมเถี้ยว ร่ำร้องเร่หา ฯ

๑๑๓

๏ สรลสร้อยสร้อยหาน้อง ต้นมะต้องต้องตาไฉน
สบ้าบ้าจิตใจ ต้นไก่ไห้ไห้หานาง[๒๓]
๏ สรลสร้อยสร้อยโศกด้วย นางไกล
หมากต้องต้องตาไฉน ห่างแก้ว
สบ้าบ้าจิตใจ จักขาด
ต้นไก่ไห้ไห้แล้ว ครุ่นให้คนึงนาง[๒๔]

๑๑๔

๏ กำจัดกำจัดพี่ มะตูมตีที่องค์อูร
หิ่งหายนางหายสูญ ต้นเต่าร้างร้างแรมปี
๏ กำจัดจัดแล้วห่อน สมบูรณ์
มะตูมตีทรวงอูร ขัดข้าง
หิ่งหายเจ้าหายสูญ แลเปล่า
ต้นเต่าร้างเรียมร้าง อ่อนน้อยแรมปี ฯ

๑๑๕

๏ ไม้โรคคิดโรคา พังอาดยาชะโลมให้[๒๕]
มะไฟร้อนคือไฟ ต้นประเจ้าเคยประยา
๏ ไม้โรคคนึงโรคร้อน ภายใน
พังอาดยาเย็นใส ลูบไล้
มะไฟเผ่าเพียงไฟ ลนลวก[๒๖]
ต้นประประยาให้ พี่เจ้าชะโลมเนือง ฯ

๑๑๖

๏ ชมพู่ชมพูนาง ช่างย้อมร่ำก่ำสีใส
แปลบปลาบทราบอกใจ ติดขลิบตาดประหลาทดี
๏ ชมพู่กลิ่นพ่าเจ้า ตาตรู
สดชื่นชมพูดู ยอดย้อม[๒๗]
แปลบปลาบทราบในอู ระเรียม ไซ้นา[๒๘]
ติดขลิบตาดงามพร้อม เพริศหน้าสมสวย ฯ

๑๑๗

๏ ระกำลำลูกสล้าง คิดผ้านางตาระกำโฉม[๒๙]
สมรพี่มีขลิบโลม ใจทั่วโลกโศกศัลย์หาย
๏ ระกำลำลูกขึ้น สองทาง
คนึงผ้าตาระกำบาง นิ่มน้อง[๓๐]
มีขลิบหยิบทรงพลาง โลมโลก แลนา
มีโรคโศกศัลย์ข้อง ขัดแค้นเห็นหาย ฯ

๑๑๘

๏ หงอนไก่คิดเหนือเศษ ชมพูเทศมีขลิบรอย
หน้าทองก่องสายส้อย ห่มย่างเยื้องชำเลืองแล[๓๑]
๏ หงอนไก่คนึงผ้าก่ำ สาวสร้อย
ชมพูเทศมีขลิบช้อย กลิ่นเฝื้อง
หน้าทองน้องห่มลอย รางร่าง
เดินสำอางย่างเยื้อง แช่มช้าเหลือบแล[๓๒]

๑๑๙

๏ ทัมทิมตรึกผ้าสี[๓๓] น้องห่มมีสีทับทิม
ขลิบทองทั้งสี่ริม หน้ากระจายพรายพรุยทอง
๏ ดอกแดงแสงก่ำไม้ คือพิมพ์ เดียวนา
นึกห่มสีทับทิม ก่ำผ้า
ขลิบมีสีด้านริม รึงรอบ
เส้นกระจายพรายหน้า อ่าพริ้งพรุยทอง ฯ

๑๒๐

๏ ไม้มะต้องต้องตาพี่ ตรีผ้าสีหมากสุกนาง
ติดขลิบหยิบห่มบาง เห็นรางรางพอยียวล[๓๔]
๏ หมากต้องต้องเนตรเถี้ยว พลางพลาง นึกนา
ผ้าผ้าหมากสุกนาง หยุดยั้ง
ปลิวปลิวสไบบางบาง ยองย่อง
รางรางคู่คู่ตั้ง ใคร่เห็นยอนยอน[๓๕]

๑๒๑

๏ กรรณิกาก้านสีแสด คิดผ้าแสดติดขลิบนาง
เห็นเนื้อเรื่อโรงราง ห่มสองบ่าอ่าโนเน
๏ ผ้าสีมีขลิบเนื้อ บางดี
ก้านกรรณิกาสี แสดเถ้า
โนเนนาดน้องลี ลาเลิศ
เมียมิ่งเรียมดูเจ้า ห่อนได้วางตา[๓๖]

๑๒๒

๏ ฟ่ายแดงพอสบตา พี่นึกผ้าสีแดงเอง
หอมกลิ่นฟุ้งวังเวง ติดขลิบใหญ่ไหมแกมทอง ฯ
๏ เห็นฟ่ายแดงดอกต้น โกงเกง
คนึงผ้าสีแดงเอง อีกเหล้า
น้องห่มอ่าโถงเถง นวยนาด
ติดขลิบใหญ่ไหมเจ้า คั่นผุ้งแกมทอง ฯ

๑๒๓

๏ เห็นห่านในชลธี ถวิลผ้าสีลูกห่านสาย-
สมรพี่ติดขลิบพราย ทองช่องไหมในริ้วเรือง[๓๗]
๏ เห็นห่านลงท่องท้อง ชลหลาย
สีลูกห่านผ้าสาย- สวาทข้า
นึกนางห่มกรุยกราย โนนาด
ขลิบทองช่องไหมหน้า[๓๘] อร่ามล้วนทองทราย ฯ

๑๒๔

๏ บัวบานในคงคา นึกผ้าสีบัวโรยบาง
นวลลอองอ่องขลิบนาง น้องเราห่มลอยชายงาม
๏ บัวบานงามพี่ดิ้น แดโดย
นึกผ้าสีบัวโรย กลิ่นเฝื้อง
ทรงขลิบอ่องชายโชย ยวลผาด[๓๙]
เห็นห่มสมบนเบื้อง[๔๐] บ่าเจ้าลอยชาย ฯ

๑๒๕

๏ ต้นครามพี่คิดผ้า สีฟ้าอ่อนอรเคยทรง
เรียมคิดติดขลิบวง เวียนรอบหน้าอ่าครุยทอง
๏ ต้นครามนึกผ้าเจ้า[๔๑] บรรจง
สีฟ้าอ่อนอรทรง เลิศฟ้า[๔๒]
เรียมพิศติดขลิบวง เวียนรอบ
นางประดิษฐ์ติดหน้า อ่าฝั้นครุยทอง ฯ

๑๒๖

๏ ไม้มะพูดผ้าสาวสวัสดิ์ หน้าสีรัดติดครุยทอง ฯ
สดชื่นฟื้นใบตอง พี่ชมสมเจ้าห่มรวย
๏ มะพูดถวิลพ่าเจ้า นวลลออง
หน้าสีรัดครุยทอง ก่ำเนื้อ
สดชื่นพื้นใบตอง ขลิบมาศ
เรียมย่อมเชยชมเหมื้อ ห่มเหล้นตามวัน ฯ

๑๒๗

๏ มะม่วงไพรใบอ่อนมี คิดผ้าสีม่วงอ่อนแทน
ขลิบอ่าตาตักแตน หน้าทอทองกรองข่ายทรง
๏ มะม่วงใบอ่อนเจ้า เรียมแหงน ดูนา
คิดมะม่วงอ่อนอรแทน ผิดผ้า
รึงขลิบตาตักแตน ริมเรื่อง
ถักทองกรองข่ายหน้า ประหลาทเจ้าเคยทรง ฯ

๑๒๘

๏ เรียมเห็นดวงอัคคี[๔๓] ถวิลผ้าสีควันเพลิงสมร
ขาวเหลืองห่มอรชร เห็นรักร่อนอย่างโชยชาย
๏ หุงโภชน์ควันคึ่นกลุ้ม อัคคี[๔๔]
ผ้าห่มควันไฟสี สวาทข้า
มีขลิบหยิบทรงลี ลาเลื่อน
เห็นรักร่อนอ่อนหน้า ย่างเยื้องโชยชาย ฯ

๑๒๙

๏ เห็นเมฆเบื้องบนฟ้า เรียมคิดผ้าโกหร่านาง
ขลิบทองย่องยงบาง เจ้าสบัดชายกรีดกรายงาม
๏ เห็นเมฆลิ่วล่องฟ้า ชมพลาง
นึกพ่าโกหร่านาง ร่างน้อย
ขลิบทองย่องยงบาง[๔๕] ลดเลื่อน แววนา
เจ้าสบัดชายผ้าช้อย กรีดนิ้วกรายโฉม[๔๖]

๑๓๐

๏ บัวขาวคิดผ้าขาว งามเลิศล้ำส่ำน้ำดี
เจ้าห่มการพิธี หน้าเจ็ดชั้นคั่นทองรวย
๏ บัวขาวคิดพ่าน้อง[๔๗] สาวศรี
ขาวฉ่ำน้ำเนื้อดี[๔๘] เอกนั้น
คราวสงฆ์พิธีมี โดยขนาด
เจ้าห่มหน้าเจ็ดชั้น เนื่องริ้วทองพราย ฯ

๑๓๑

๏ ผึ้งร้างพี่นึกปอง ผ้าขาวกรองลายดอกงาม
ย่อมห่มเข้าอาราม หน้าเจียรบาดประหลาทตา
๏ ผึ้งหลวงรวงเก่าร้าง เรียมปอง
ผ้าห่มขาวผูกกรอง ลูกไม้
สำหรับพับเฉียงทอง ลอยดอก
หน้าเจียรบาดประหลาทให้ แซ่ซ้องชมโฉม ฯ

๑๓๒

๏ ดูนกผกโผผาด บนอากาศดาษเหลือหลาย
ร่างไม้ไล่เรียงราย ย่อมเคล้าคู่พี่อยู่เดียว
๏ สกุณินบินร่อนร้อง โผผาย
อากาศดาษเหลือหลาย ม่ายขู้
ร่ายไม้ไล่เรียงราย พลางพลอด
เมียเกลือกคลึงตัวผู้ พี่นี้เดิรเดียว ฯ

๑๓๓

๏ กระเหว่าคิดเสียงนาง นางนวลพลางนึกนวลสมร
ชายชมพูคิดผ้าอร โนรีผ้าตาระกำเหมือน
๏ เสียงกระเหว่าคิดนิ่มเนื้อ สรวลสอน[๔๙]
นางนวลครวญถึงสมร ขุ่นข้อง
ชายชมพูสีอ่อน[๕๐] แสงก่ำ
โนรีศตาระกำน้อง หมู่นั้นมีเหมือน ฯ

๑๓๔

๏ นกขมิ้นเหลืองขมิ้นเจ้า นกนอนเคล้าเคล้านงพงา
กวักกว่ากว่าจะมา เห็นยางเจ่าพี่เจ่าคอย
๏ นกขมิ้นคิดขมิ้นเจ้า ลลายทา
แอ่นเคล้าพี่เฝ้าพงา พี่เคล้า
กวักกว่ากว่าจะมา สมสู่
เห็นนกยางเจ่าเจ้า เจ่าแล้วเรียมคอย ฯ

๑๓๕

๏ ลับแลเร่งแลลับ นกหว้าขับไปว่าวอน
ชายใดได้ดวงสมร วานนกหว้าว่าขอคืน
๏ นกลับแลเร่งแคล้ว ลับจร
นกว่าวอนว่าวอน ด่วนได้
ชายใดได้ดวงสมร เสมอชีพ
นกว่าวอนว่าให้ ส่งน้องขอคืน ฯ

๑๓๖

๏ นกอุกใครอุกนัก มาลอบลักอรรคชายา
นกกระเวนวานกระเวนหา วานนกออกออกชื่อเร็ว
๏ นกอุกใครอุกพ้น ควรมา
ลอบลักอรรคชายา ซ่อนไว้
นกกระเวนกระเวนหา จงทั่ว
นกออกออกชื่อให้ ด่วนด้วยการเร็ว ฯ

๑๓๗

๏ ตบยุงเคยโบกยุง กรานในมุ้งถือแส้วี
ยุงขบพี่ฤๅมี เพราะเพื่อเจ้าเฝ้าพยาบาล
๏ นกตบยุงนึกน้อง เทพี
ถือแส้หมอบพัดวี ค่ำเช้า
ยุงขบพี่ฤๅมี สักหยาด
เพราะเพื่อนวลของเจ้า เฟ่าเฟี้ยมพยาบาล ฯ

๑๓๘

๏ ชมดเชียงตรึกกลิ่นเจ้า ทากระแจะเช้าเย็นวังเวง
กลิ่นน้องของเรียมเอง พี่บรู้อยู่แดนใด
๏ ชมดเชียงกลกลิ่นเจ้า กลเพรง
ทากระแจะวังเวง กลิ่นเกล้า
กลิ่นน้องของเรียมเอง หายห่าง
เรียมบ่รู้ว่าเจ้า อยู่ด้าวแดนใด ฯ

๑๓๙

๏ เห็นช้างที่งอนงา คนึงขนตาเจ้างอนงาม
ครวญใคร่ใจว้ำหวาม เจ้าสาวสวัสดิ์สารพัดงอน
๏ งาคชงอนเฉิดช้อย ขึงขาม นึกหน้า
ขนเนตรนางงอนงาม ส่องเสื้อง
ครวญใคร่ใจว้ำหวาม หาอยู่
เรียมร่ำรำพึงเหนื้อง พรากน้องนานเห็น ฯ

๑๔๐

๏ เห็นทองรัดงาช้าง เรียมคิดบ้างนางตาตรู
แหวนประดับกับแหวนงู เจ้าสอดใส่ในนิ้วน้อย
๏ ทองสวมงาคชไฝ้ ตาตรู
แหวนประดับแหวนงู รูปแก้ว
ถมยาศิลาทองดู มีมาก
สวมใส่นิ้วน้องแล้ว กรายช้อยชมงาม ฯ

๑๔๑

๏ เห็นสมุนเจ้าอุ่นเนื้อ คิดสมุนเสื้อเมื่อซับทรง
ขนกลับเข้ากับองค์ เสื้อริ้วทองปล้องน้อยงาม
๏ เห็นสมุนอุ่นแอบเนื้อ แนบนอน
คิดสมุนเสมอสมร ใส่เสื้อ
ขนกลับเข้ากับอร องค์อ่า
เสื้อริ้วทองน้อยเนื้อ เอกปล้องขจิตงาม ฯ

๑๔๒

๏ น้ำธารสีเขียวเขียว ปลาเป็นเกลียวว่ายพรูพัน
รายเรียงเคียงคู่กัน แต่พี่อยู่ผู้เดียวดาย
๏ ชลธินนิลเผื้อเฉก นิลวรรณ
ปลาว่ายพรูดูพัน แอบข้าง
ฝูงปลาย่อมชมกัน เคียงครุ่น
แต่พี่อยู่อ้างว้าง บ่นบ้าคนเดียว ฯ

๑๔๓

๏ นวลจันทร์นึกนวลสมร ปลาเนื้ออ่อนอ่อนเอวสาย
สมรย่างปลาย่างกาย นึกโชยชายกรายกรงาม
๏ นวลจันทร์นึกผ่องหน้า เดือนหมาย
เนื้ออ่อนอ่อนเอวสาย สวาทหยิ้ง
สมรย่างปลานางกราย คนึงเนื่อง
ยูรย่างช่างเดิรพริ้ง เพริศพร้อมกรงาม ฯ

๑๔๔

๏ ปลาทุกทุกข์ละห้อย เห็นปลาสร้อยสร้อยอาไลย
แก้มช้ำเรียมช้ำใจ ด้วยไม่พบสบสมศรี
๏ ปลาทุกทุกข์โศกด้วย อรไทย
ปลาสร้อยสร้อยอาไลย ขุ่นข้อง
แก้มช้ำพี่ช้ำใจ ใจฝ่อ
ด้วยไม่พบพานน้อง คลาศแคล้วสมศรี ฯ

๑๔๕

๏ กฤษดิยุคสุขสบายจริง ทังชายหญิงสิ่งเกษมสรรพ์
นฤไภยไม่พรากกัน อยู่ชื่นชมสมสำราญ
๏ กฤษดิยุคเป็นสุขแท้ ทรงธรรม์
บุรุษสัตรีเกษมสรรพ์ สวัสดิ์ล้ำ
นฤไภยไม่พลัดกัน รักร่วม
สมสู่สนิทเสน่ห์ซ้ำ สิ่งสึ้งสำราญ ฯ

๑๔๖

๏ ไตรดายุคพระรามา จากสีดาอ่าโฉมสมร
พระผลาญยักษ์มารมรณ์ ได้สีดาอ่าองค์คืน
๏ ไตรดาราเมศร้าง แรมอร
องค์สีดาดวงสมร หลากหล้า
พระผลาญหมู่มารมรณ์ ลาญชีพ
ได้สีดาสมรหน้า อ้าเคล้าคลึงองค์ ฯ

๑๔๗

๏ ทวาบรยุคพระอนิรุทธ จากนงนุชนางอุษา
สองคร่ำร่ำโศกา นานมาไซ้ได้นางคืน
๏ ทวาบรกลอนกล่าวอ้าง อนิรุทธ
จากอุษาสมรนุช แหบไห้
สองครวญป่วนโศกสุด แสนเสน่ห์
ยามเมื่อนานมาได้ แนบน้องครองคืน ฯ

๑๔๘

๏ กลียุคเรียมจากเจ้า เมื่อใดเล่าจะกลับมา
โอน้องของพี่อา ไกลพี่แล้วแกล้วกลอยใจ
๏ กลียุคเรียมจากน้อง นงพงา
ไฉนจะกลับคืนมา เร่งแคล้ว
โอ้น้องของเรียมอา พลัดพราก
ไกลพี่นางน้องแก้ว สวาทกล้ำกลางใจ ฯ

๑๔๙

๏ ชมโฉมโลมสมพาส บทนิราศจากชายา
นักปราชญ์ย่อมแต่งมา เล่ห์ท่าทางอย่างเรียมทำ
๏ ชมโฉมสมพาสแก้ว ไนยนา
พลัดพรากจากชายา ชื่นชี้
นักปราชญ์ย่อมแต่งมา ในโลก
เล่ห์ท่าทางอย่างนี้ ชอบด้วยเรียมทำ ฯ

๑๕๐

๏ จบเสร็จคร่ำครวญกาพย์ บทพิลาปถึงสาวศรี
แต่งตามประเวณี ใช่เมียรักจักจากจริง
๏ โคลงครวญกลอนกล่าวอ้าง นารี
โศกสร้อยถึงสาวศรี เษกหว้า
แต่งตามประเพณี ธิรภาคย์
เมียมิ่งพรั่งพร้อมหน้า ห่อนได้จากกัน ฯ

๑๕๑

๏ เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์ ไชยเชฐสุริย์วงศ์ทรง
นางรักนักสนมองค์ อ่าห้อมล้อมพร้อมบริบูรณ์
๏ เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์เชื้อ รพิพงศ์
ไชยเชฐสุริย์วงศ์ทรง เลิศหล้า
นางรักนักสนมองค์ อภิชาติ
คับคั่งนั่งเรียงหน้า เฟ่าพร้อมบริบูรณ์

๑๕๒

๏ นักปราชญ์หมู่เมธา มีปัญญาอันฉับไว
พินิจผิดบทใด วานช่วยแซมแต้มเขียนลง
๏ กลกลอนบวรเกลี้ยง คำแขง ก็ดี
นักปราชญ์ฉลาดวานแปลง เปลี่ยนให้
กลอนเกินเขินคำแคลง ขัดข้อง
วานเพิ่มเติมลงไว้ อยู่ยื้นหญิงชาย[๕๑]
๏ จบ จนจอมโลกยเจ้า คืนวัง
บ พิตรสถิตบัลลังก์ เลิศหล้า
ริ ร่างกาพย์โคลงหวัง ชนโลก อ่านนา
บูรณ์ พระโคลงเจ้าฟ้า ธิเบศร์เจ้าจงสงวน ฯ
๏ เจ้าฟ้า หนุ่มน้อยราช กุมาร
ธรรม พงศ์ทรงกลอนการ อยู่แย้ม[๕๒]
ธิเบศร์ วราสถาน ไชยเชฐ
สุริย์วงศ์ ทรงโคลงแต้ม แต่งไว้อ่านสงวน[๕๓]
๏ เจ้าฟ้า เลิศล้ำโพธิ สมภาร
กรมขุน หลวงพญากราน กราบเกล้า
เสนา นราบาล ใจชื่น ชมนา
พิทักษ์ รักษาเช้า ค่ำด้วยใจเกษม ฯ


[๑] ขลับคล้ำ?

[๒] สมุดไทยดำ เส้นดินสอขาว หมายเลข ๕๗ ใช้ว่า ดูรำอำพะวาย

[๓] ตรียัมพวาย?

[๔] พานริศเจ้า?

[๕] สมุดไทยหมายเลข ๕๗ ใช้ว่า คิดสร้อยสรล

[๖] สมุดไทยดำ เส้นดินสอขาว หมายเลข ๕๗ สังเกตดูมีถ้อยคำถูกต้อง แต่มีความตั้งแต่ภาพย์บทนี้ไปจนจบ ตอนต้นไม่มี คงจะมีฉบับเป็นเล่มต้นอีกเล่มหนึ่ง ข้อความที่ต่างนั้นได้ทำเชิงอรรถไว้ในฉบับพิมพ์นี้แล้ว

[๗] ๕๗. คนึงสร้อยสรล

[๘] ๕๗. ชาตบุษสายสุดใจ

[๙] ๕๗. ชาตบุษเสียดแซมใน

[๑๐] ๕๗. ซร่อย

[๑๑] ๕๗. มาลุดีคลี่กลิ่นเกลี้ยง

[๑๒] ๕๗. หนุ่มน้อยลานสมร

[๑๓] ๕๗. พี่ยุดสุดเสน่ห์ควัก

[๑๔] ๕๗. ย่อมริกร่อก่อเย้ายวล ไม่เร่อเหมือนเร่อสรวก

[๑๕] ๕๗. ไม้เร่ออย่างเร่อสรวล

[๑๖] ๕๗. นางประดับพลอยราย

[๑๗] ๕๗. หีบแป้งแต่งสกลกาย

[๑๘] ๕๗. กลำเพาะจำเพาะนัก

[๑๙] ๕๗. กลำเพาะเฉพาะแต่ด้วย ดวงสมร

[๒๐] ๕๗. แอบข้าง

[๒๑] ๕๗. นุชแม่

[๒๒] ๕๗. ไม้เลียบเลียบแลหมด

[๒๓] ๕๗. ต้นไก่ให้ไห้ถึงนาง

[๒๔] ๕๗. ครุ่นให้คนึงถึง

[๒๕] ๕๗. พังอาดยาเจ้าโชลมให้

[๒๖] ๕๗. มะไฟผ่าวเพียงไฟ ลนล่าว

[๒๗] ๕๗. สีชื่นชมพูดู ยวดย้อม

[๒๘] ๕๗. แปลบปลาบทราบในอูร์ เรียมใคร่

[๒๙] ๕๗. ไม้ระกำลำลูกมี พี่คนึงผ้าตาระกำโฉม

[๓๐] เนื่องน้อง

[๓๑] ๕๗.

หงอนไก่เห็นวิเศศ ชุมภูเทศมีขลิบรวย
หน้าทองก่องสาวสวย ห่มเดิรเยื้องชำเลืองแล

[๓๒] ๕๗.

หงอนไก่คนึงผ้าก่ำ สาวสวย
แดงเทศมีขลิบชวย กลิ่นเฝื้อง
หน้าทองน้องห่มรวย รางร่าง
เดิรสำอางช่างเยื้อง แช่มช้าเหลือบแล ฯ

[๓๓] ๕๗. ทับทิมตริผ้าสี

[๓๔] เห็นรางรางภอยวลยวล

[๓๕] ไคร่ไขร้ยวลยวล

[๓๖] ๕๗.

โนเนนาดนวยลี ลาเลิศ
เมียงมิ่งเรียมดูเจ้า ห่อนได้วางตา

[๓๗] ๕๗. ทองช่องไฝ่ในริ้วเรือง

[๓๘] ๕๗. ขลิบทองช่องไฝ่หน้า

[๓๙] ๕๗. ยุรยาตร

[๔๐] ๕๗. เห็นห่มสบัดบนเบื้อง

[๔๑] ๕๗. ต้นครามนึกพ่าเจ้า

[๔๒] ๕๗. เลิศผ้า

[๔๓] ๕๗. เรียมเห็นกองอัคคี

[๔๔] ๕๗. อัคนี นึกนา

[๔๕] ๕๗. ขลิบทองย่องเยาบาง

[๔๖] ๕๗. กรีดนิ้วกรายโสม

[๔๗] ๕๗. บัวขาวคิดผ้าผ่อง

[๔๘] ๕๗. ขาวส่ำ...

[๔๙] ๕๗. เสนาะสร

[๕๐] ๕๗. ชายชมภูผ้าอร

[๕๑] สมุดไทยหมายเลข ๕๗ ว่า

๏ กลกาพย์กลอนอ่อนเกลี้ยง คำแขง ก็ดี
นักปราชญ์ฉลาดวานแปลง เปลี่ยนให้
กลอนเดิรเขินคำแผลง ขัดค่อง ก็ดี
วานเพิ่มเติมลงไว้ ยั่วยิ้มหญิงชาย ฯ

[๕๒] “ธรรม ธำรงกลอนกาล ยั่วยิ้ม”

[๕๓] พิศฟันรันเรียงเรียบ

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ