ตอนที่ ๘ โคบุตรได้นางอำพันมาลาเป็นชายา

๏ ปางพระหน่อขัตติยวงศ์พงศ์อาทิตย์ พระทัยคิดถึงสายสวาทไม่ขาดถวิล
สุริยงลงลับสิขรินทร์ พระภูมินทร์ไม่เห็นสาลิกามา
ก็รู้แน่ในอารมณ์ว่าสมรัก ตั้งพระพักตร์ดูจันทร์ชั้นเวหา
ครั้นประถมยามชัยได้เวลา พระตรัสสั่งอนุชาร่วมชีวัน
พี่จะลอบไปประโลมโฉมสมร พระน้องนอนเสียเถิดพ่ออย่าผายผัน
พอสางแสงสุริยาจะมาพลัน เจ้าไปด้วยแจ่มจันทร์จะอายใจ ฯ
๏ อรุณรับแล้วกำชับพระเชษฐา อย่าอยู่ช้าสายแสงพระสุริย์ใส
เห็นนานนักน้องรักจะตามไป ให้ถึงในปรางค์มาศปราสาททอง ฯ
๏ ได้ฟังน้องผ่องแผ้วพระทัยชื่น สำราญรื่นยินดีไม่มีสอง
ประดับองค์ทรงเครื่องอันเรืองรอง ค่อยเยื้องย่องยุรยาตรนาดพระกร
เหาะทะยานผ่านมาในอากาศ หมายปราสาทพระธิดาดวงสมร
ด้วยแสงจันทร์แจ่มกระจ่างกลางอัมพร พระลอยร่อนดูพลางเหมือนกลางวัง
เห็นต้นกร่างข้างปรางค์เหมือนคำนก ให้อิ่มอกเหมือนในฤทัยหวัง
ค่อยร่อนลงตรงหน้าบัญชรบัง เห็นแกลยังแย้มไว้ไม่ใส่ดาล
ประทีปทองส่องสว่างในปรางค์รัตน์ เงียบสงัดสุรเสียงไม่กล่าวสาร
พระค่อยผลักบัญชรรัตน์ชัชวาล นฤบาลเยื้องย่องเข้าห้องปรางค์
ชื่นอารมณ์ชมฉากเป็นชั้นชั้น ฝูงกำนัลหลับสนิทไม่อางขนาง
บ้างขาวขำดำเกลี้ยงเป็นปานกลาง เพลิงกระจ่างจับหน้าเป็นนวลคม
พระพิศดูเครื่องสำอางที่วางไว้ เสี้ยมไม้ไผ่น้อยน้อยมาสอยผม
ลางนางหลับสนิทไม่ปิดนม นัดถุ์ยาดมลืมหลับอยู่กับกาย
บ้างนอนวัดปัดโถเขม่าหก หวีกระจกโถแป้งตะแคงหงาย
บ้างเล่นเพื่อนกอดน้องประคองกาย พระชม้ายชม้อยชมทุกชั้นมา
ถึงห้องในใส่ล้วนลับแลฉาย เขียนเป็นลายกำมะลอดูเลขา
เป็นรูปเรื่องเมืองฝรั่งชาวลังกา ดูพาราแจ่มอร่ามงามระยับ
พระชมพลางทางรูดวิสูตรกั้น เห็นอำพันกัลยานิทราหลับ
ให้ซึมซาบวาบใจพระทัยวับ หยุดประทับบนแท่นที่บรรทม
ลงนั่งแอบแนบองค์นุชนาฏ พิศวาสใจเพียงจะเอียงล่ม
พระอิงแอบแนบน้องประคองชม เจ้างามคมขาวขำล้ำวิไล
โอษฐ์สะอาดตะละชาดบรรจงจิ้ม เหมือนจะยิ้มแย้มรับทั้งหลับใหล
ศอระหงดังบุหรงสำหรับไพร พระขนงโก่งสุดนัยนานาง
นิ้วพระหัตถ์ทัดเทียนลอออ่อน ลำพระกรกลมละอองทั้งสองข้าง
เล็บแฉล้มแช่มช้อยดังจัดวาง ทั้งสองปรางเปล่งนวลชวนให้เชย
ทั้งสองถันสันทัดดอกบัวหลวง เป็นพุ่มพวงงามสุดแรกผุดเผย
พลางประคองต้องเต้ามณฑาเชย เจ้าพี่เอ๋ยนอนนิ่งไม่ติงองค์
โอบพระกรช้อนอุ้มแล้วจุมพิต พระทรงฤทธิ์ปลุกชวนนวลหง
โฉมอำพันมาลาผวาองค์ เห็นพระทรงฤทธิไกรวิไลงาม
เบือนสะบัดหัตถาผวาหวาด ลงจากอาสน์เมียงเมินให้เขินขาม
พระกุมกรวอนว่าพะงางาม ขอฝากความรักเจ้าอย่าเฝ้าเคือง
กุศลพี่ชี้ช่วยอำนวยชัก ให้สมรักชิดเชื้อแม่เนื้อเหลือง
มาอยู่สวนโศกศัลย์ถึงขวัญเมือง พี่ร่างเรื่องให้สาลิกามา
ขอเชิญโฉมวรนุชสุดสวาท มาร่วมอาสน์บรรจถรณ์อันเลขา
อย่าหวาดหวั่นพรั่นใจนางไฉยา[๑] พี่หมายมาฝากชีวันกับขวัญใจ ฯ
๏ นางฟังสารหวานล้ำคำละม่อม แจ้งว่าจอมจักรพรรดิพิสมัย
นางชม้ายชายดูพระภูวไนย งามวิไลดังพระจันทร์อันเจริญ
พอเนตรน้องต้องเนตรพระภูวนาถ สุดสวาทม่อยหมางระคางเขิน
เสียวกระสันหวั่นไหวพระทัยสะเทิ้น ชม้อยเมินตอบพจมานพลัน
น่าสำรวลที่มาชวนขึ้นแท่นรัตน์ พระมาจัดแจงไว้เมื่อไรนั่น
บรรจถรณ์เคยนอนอยู่ทุกวัน มาบุกบั่นข่มเหงไม่เกรงใจ
ภูวนาถมาดหมายฝากชีวิต เมื่อดับจิตเถิดจะบอกหนทางให้
ที่นี่เคยหรือมาล่วงชะล่าใจ ไม่กลับไปก็จะร้องให้ก้องดัง ฯ
๏ นิจจาน้องจะมาร้องเอาคนรัก ได้พบพักตร์อย่าขับไม่กลับหลัง
พี่รักเจ้าจริงจริงอย่าชิงชัง จะร้องดังก็ไม่ร้างนิราศจร
ถึงตัวตายจะให้ชายเขาลือชื่อ ตลอดลือว่าได้โลมโฉมสมร
พลางประคองต้องเต้านั้นเต็มกร นางคมค้อนปลิดหัตถ์กระษัตรา
นี่อะไรไล่จูบประโลมต้อง พี่รักน้องนั่นสิเจ้าจึงเข้าหา
ช่างไม่เก้อเลยมาเพ้อจำนรรจา ตามจะว่าเถิดไม่วางเจ้าอย่างเดียว
หยิกด้วยเล็บหนาให้เจ็บตลอดจิต แม้นไม่คิดแล้วจะหยิกให้เนื้อเขียว
จนเขาขับแล้วยังจับอยู่กลมเกลียว อย่าโกรธเกรี้ยวไปเลยน้องจะหมองนวล
พระโอบอุ้มจุมพิตสนิทสนม พระเชยชมโฉมนุชสุดสงวน
ปลอบประโลมโฉมน้องต้องกระบวน ทั้งสองสรวลสุขเกษมประสานกร
ดังนาครัดดวงแก้วประคองกอด พระหัตถ์สอดพุ่มพวงดวงสมร
ดังราหูจู่จับพระจันทร ประชากรก็ประโคมระฆังดัง
บ้างกรายกรีดดีดเล็บฉะฉับเฉาะ เอาขันเคาะฆ้องกระแตทั้งแตรสังข์
เสียงปืนตึงผึงตามกันสามตัง ราหูยังหยุดยืนแล้วคืนคาย
พิรุณโรยโปรยปรอยลงย้อยปริบ มณฑาทิพปทุมมาลย์บานขยาย
ภุมรินหอมกลิ่นลงเกลือกกาย ทั้งสองฝ่ายสบกระบวนให้ยวนยี
ต่างหลงเชิงพระละเลิงด้วยชมโฉม หลงประโลมลืมรักเจ้าปักษี
นางลืมสองจักรพรรดิสวัสดี พระลืมที่สวนขวัญอนุชา
ฆ้องสำคัญลั่นทุ่มเข้าสิบทัศ ประคองหัตถ์กอดแก้วขนิษฐา
ค่อยกระซิบกระซาบสั่งหลั่งน้ำตา พี่จะลาแล้วนะน้องอย่าหมองใจ
ตะวันดับจึงจะกลับมาหาแก้ว สว่างแล้วพี่จะอยู่กระไรได้
โฉมอำพันปั่นป่วนรัญจวนใจ พลางพิไรครวญคร่ำด้วยคำวอน
มิเสียทีที่พระว่าการุญน้อง จะจากห้องแรมร้างห่างสมร
ดังฝูงผึ้งคลึงกลิ่นแล้วบินจร สมสุนทรที่พระเริ่มแต่เดิมที
หรือห่วงหลังหวังรักไปนัคเรศ ประจักษ์เหตุแล้วไม่ต้องให้หมองศรี
น้องโฉดเขลาเบาจิตผิดสตรี ก็ตามทีเถิดเคราะห์จำเพาะเป็น ฯ
๏ นั่นมิใช่หรือมาใส่เอาเปล่าเปล่า ใครบอกเล่าว่าห่วงมาล่วงเห็น
นี่จำใจจำลาน้ำตากระเด็น ถ้าใครเห็นด้วยพี่บ้างแทบคลั่งตาย
มิใช่ชังจะมาร้างนิราศนุช มาวิมุตินึกหมางระคางหมาย
อารมณ์รักอุตส่าห์หักความเสียดาย กลัวจะอายที่จะอึงพี่จึ่งจร
ไม่เห็นทุกข์แล้วก็แท้ว่าแม่แกล้ง ไม่เคลือบแคลงแล้วจะร้างห่างสมร
แม่ฟังคำพี่ว่าอย่าอาวรณ์ แม้นไม่จรเขาเห็นกายจะอายคน ฯ
๏ พระทรงโฉมโลมลูบแล้วจูบสั่ง น้ำเนตรหลั่งไหลนองดังฟองฝน
ลงจากอาสน์กรเผยพระแกลบน ฤทธิรณรีบรุดมาอุทยาน
พอถึงสวนจวนสางสว่างแสง กระจ่างแจ้งพื้นภพจบสถาน
พระเข้าห้องกอดน้องแล้วพจมาน พ่อตื่นนานแล้วหรือน้องอย่าหมองใจ
อรุณยิ้มพริ้มพรายภิปราย[๒]เปรียบ ทูลประเทียบเปรียบเปรยเฉลยไข
ไม่หาวนอนเลยสักนิดน้องผิดใจ ราวกับได้นางฟ้าลงมาเชย
พระเยื้อนบอกยิ้มย่องกับน้องแก้ว ถึงตัวบ้างก็ไม่แคล้วแล้วน้องเอ๋ย
เป็นประถมธรรมดาอย่าว่าเลย แล้วชมเชยตอบสนองกันสองรา ฯ
๏ สงสารนุชสุดสวาทในวังหลวง สว่างดวงสุริยนบนเวหา
ไม่วายคิดจิตประหวัดถึงภัสดา ประคองกอดสาลิกาไว้กับกาย
ขุนทองเอ๋ยเป็นไรเลยไม่พูดบ้าง ให้แม่สร่างโศกเศร้าบรรเทาหาย
นกฉลาดช่างเฉลยภิเปรยปราย ไม่สบายสุดจะบอกให้ใครฟัง
เมื่อคืนนี้อัศจรรย์เหมือนฝันเห็น เผอิญเป็นให้พิกลกว่าหนหลัง
ราวกับลมเพชหึงพัดตึงตัง พึ่งหายดังลงเมื่อดึกรู้สึกพลัน ฯ
๏ นางแย้มยิ้มพริ้มพักตร์ลูกรักแม่ ช่างพูดแก้ขอบจิตนิมิตฝัน
เจ้านอนนี่มีเหตุขึ้นอัศจรรย์ ถ้ากระนั้นค่ำลงนอนพงพี ฯ
๏ อนิจจาขุนทองมาต้องขับ ช่างอาภัพไปห่างจากปรางค์ศรี
แต่ปางก่อนนั้นสาลิกาดี ตั้งแต่นี้เห็นอาภัพจะลับแล้ว ฯ
๏ นางฟังพลอดกอดสาลิกาน้อย ช่างชดช้อยส่งเสียงสำเนียงแจ้ว
ถึงตัวตายก็ไม่วายสวาทแล้ว นางกอดแก้วสาลิกาว่าน่ารัก
จงเฝ้าห้องนะขุนทองอย่าไปไหน แม่จะไปเฝ้าองค์พระทรงศักดิ์
สั่งพลางแต่งองค์นางนงลักษณ์ พอสมศักดิ์สมองค์นางนงคราญ
ภูษาทรงวงสร้อยสะอิ้งรัด นิ้วพระหัตถ์ธำมรงค์วิเชียรฉาน
ดำรัสเรียกฝูงกำนัลพนักงาน เยาวมาลย์ย่างเยื้องชำเลืองมา
ถึงปราสาทสององค์พระทรงภพ นางเคารพอัญชลีเหนือเกศา
ภูวนาถหวาดจิตเห็นธิดา ทั้งกายาพระยุพินสิ้นละออง
แต่ก่อนงามยามดูดังเดือนฉาย มาระคายระคางมีราคีหมอง
ดังโกสุมภุมรินบินประคอง เป็นรอยต้องซ้ำมีราคีพาน
พระลูกรักดีร้ายมีชายชิด จึงดูผิดผิวพรรณในสัณฐาน
จะถามนางเห็นจะพรางไม่ต้องการ นฤบาลนิ่งพิศดูธิดา
เห็นแน่ใจแล้วมิได้โองการแจ้ง ครั้นสายแสงสุริยนบนเวหา
พระทรงเครื่องเยื้องย่องจากห้องมา ออกนั่งหน้าพระโรงรัตน์ชัชวาล
สะพรั่งพร้อมเสนาพฤฒามาตย์ ภูวนาถตรัสเรียกมนตรีทหาร
เคียงบัลลังก์กระซิบสั่งให้จัดการ ท่านผู้ชาญจงช่วยล้างในทางอาย
ผูกพยนต์กลในให้ลึกล้ำ ข้างนอกทำให้เป็นแท่นวิเชียรฉาย
ยักษ์พยนต์ตนหนึ่งให้แฝงกาย คอยจับชายชู้ชิดพระธิดา ฯ
๏ ขุนทหารฟังสารที่ท้าวสั่ง ถวายบังคมคัลมาเคหา
เอาเชือกวงดำรงเสกด้วยวิทยา มัดหุ่นหญ้าวางไว้เหมือนใจจง
บริกรรมซ้ำเสกข้าวสารซัด เชือกวิบัติเป็นบัลลังก์ที่นั่งหงส์
ทั้งหุ่นหญ้าก็เป็นมารชาญณรงค์ แล้วบรรจงให้เป็นกลองของสำคัญ
ภาวนาสั่งผ้าพยนต์ยักษ์ บุรุษใดมาร่วมรักสาวสวรรค์
เมื่อไสยาสน์จงพิฆาตกลองสำคัญ จับกระสันมัดไว้ดังใจจง
ครั้นสำเร็จเสนาเอามาถวาย จอมนารายณ์ชื่นชมสมประสงค์
พจมานให้ประทานนางโฉมยง ฝูงอนงค์นำหน้าเสนาจร
ครั้นถึงปรางค์นางทูลถวายอาสน์ ภูวนาถเธอจำนงให้องค์สมร
โฉมอำพันมาลาพะงางอน เห็นบรรจถรณ์งามดีก็ปรีดา
บรรจงจัดผลัดแท่นที่สถิต ไม่แจ้งจิตนงลักษณ์ว่ายักษา
แต่คิดเร่งสุริยนให้สนธยา ภัสดาจะได้ย่างเข้าปรางค์ทอง
อันท้าวหลวิราชอำมาตย์ทหาร เกษมศานต์ยินดีไม่มีสอง
คอยเงี่ยโสตฟังเสียงสำเนียงกลอง อยู่ในท้องพระโรงรัตน์ชัชวาล ฯ
๏ ปางบพิตรอิศเรศเกศมงกุฎ พระโคบุตรสุริยวงศ์ยอดสงสาร
กับอรุณน้องยาปรีชาชาญ แสนสำราญอยู่ในห้องตำหนักจันทน์
ครั้นสุริยงลงลับเหลี่ยมสิงขร พระภูธรครวญคิดจิตกระสัน
รำลึกถึงขนิษฐาวิลาวัณย์ นางแจ่มจันทร์เห็นจะคอยละห้อยใจ
เข้านั่งแนบแอบน้องประคองถนอม แล้วแกล้งกล่อมเพลงขับให้หลับใหล
พระทรงเครื่องเยื้องย่องจากห้องใน ฤทธิไกรเหาะตรงมาลงปรางค์
พระกรกรีดดีดแกลเสียงดังกัก นางนงลักษณ์แจ้งจิตไม่คิดหมาง
นางเผยแกลรับองค์พระทรงปรางค์ พระจูงนางเยื้องย่องเข้าห้องใน
ถนอมแนบแอบน้องประคองกอด นาสาสอดสมสนิทพิสมัย
ต่างยวนยีปรีดิ์เปรมเกษมใจ บรรทมในแท่นทองทั้งสองรา ฯ
๏ นางนบนอบตอบสนองต้องทำเนียบ ภิปรายเปรียบสรวลสันต์ด้วยหรรษา
ข้างฝ่ายแท่นแสนเล่ห์ของเสนา ก็มารยาส่งเสียงประสานเพลง
มโหรีปี่แก้วจะแจ้วเจื้อย ระรี่เรื่อยฟังเสนาะอยู่เหมาะเหมง
พระโคบุตรนุชนางให้วังเวง สดับเพลงฟังเพลินเจริญครัน ฯ
๏ ทั้งสององค์ทรงหลับไม่ลืมเนตร ด้วยต้องเวทมนตราเหมือนอาสัญ
ยักษ์พยนต์รนตีเภรีพลัน แท่นสุวรรณรวบรัดจะมัดองค์
ก็กึกก้องห้องปรางค์ปราสาทรัตน์ สองกระษัตริย์หลับสนิทพิศวง
แต่เครื่องเทพศาสตรารักษาองค์ ธำมรงค์สุริยกาญจน์สังวาลพราย
เป็นจักรพัดตัดเชือกกระชากขาด วิปลาสลุ่ยแหลกละลายหาย
ที่รูปหุ่นก็เป็นจุณแหลกทำลาย ต่างวุ่นวายหวั่นไหวในไพชยนต์ ฯ
๏ นางสาวสาวชาววังกำลังหลับ สะดุ้งวับหวีดวิ่งอยู่สับสน
ฝ่ายทหารชาญเวทวิเศษมนต์ ยินพยนต์พิฆาตกลองเข้าสองที
แล้วกลับนิ่งกริ่งจิตผิดประหลาด ขุนอำมาตย์วิ่งวางมาปรางค์ศรี
เห็นพยนต์ยับลงเป็นผงคลี ขุนมนตรีโกรธใจดังไฟกัลป์
ดูพระองค์ทรงฤทธิ์สนิทหลับ กระโจมจับด้วยกำลังดังกังหัน
สังวาลวงเป็นภุชงค์กระหวัดพัน เสนาดันดึงเชือกลงเสือกกาย
แทบขาดจิตด้วยฤทธิ์ภุชงค์รัด ดิ้นสะบัดก็ไม่ไหวให้ใจหาย
จึงอ่านเวทแก้มนต์สะกดกาย ทั้งสองสายสุดที่รักรู้สึกพลัน
ดูแท่นหายเห็นแต่สายสังวาลรัด เป็นนาคมัดเสนาจะอาสัญ
พระหยิบเครื่องประดับมาฉับพลัน เสนานั้นหมอบตัวด้วยกลัวตาย
แล้วทูลความตามโทษที่ทำผิด ได้ประดิษฐ์ทำแท่นมาถวาย
แม้นมิโปรดโทษข้าก็ควรตาย หน่อนารายณ์อิศราได้ปรานี ฯ

[๑] ไฉยา แปลว่า นางผู้มีโฉมงาม

[๒] ภิปราย = อภิปราย

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ