ตอนที่ ๕ ยักขินีพาโคบุตรเข้าเมืองเนรมิต

๏ พระโคบุตรอนุชาพากันเหาะ ข้ามละเมาะเนินผาพนาสัณฑ์
เห็นเงาะป่าหาปูมาปะกัน ทำดุดันเตะต่อยกันตึงตัง
ที่ตัวกล้าไม่ถอยตบต่อยโขก เสียงดังโปกเหวี่ยงปัดถูกหมัดปั๋ง
ล้มถลาซวนเซอยู่เก้กัง โดยกำลังข้างโกงโขย่งไป
ชื่นอารมณ์ชมป่าพฤกษาชาติ จัตุบาทเสือสิงห์วิ่งไสว
พระชวนน้องเดินพนมเที่ยวชมไพร เก็บดอกไม้เล่นพลางตามหว่างเนิน ฯ
๏ จะกล่าวถึงอสุรีขินียักษ์ อยู่สำนักในลำเนาภูเขาเขิน
เห็นพี่น้องสององค์ทรงเจริญ เที่ยวเล่นเพลินด้นดั้นอรัญวา
พึ่งแรกรุ่นรูปร่างสำอางเอี่ยม งานเสงี่ยมน่ารักเป็นหนักหนา
เนตรโขนงโก่งวาดเพียงบาดตา กิริยาขำคมก็สมทรง
ดูสองปรางเหมือนมะปรางเมื่อแรกปลิด ให้ปลื้มจิตแลแลก็ยิ่งหลง
นึกนึกจะสะอึกเข้าอุ้มองค์ กลัวจะทรงพระพิโรธกริ้วโกรธไป
จะกลับแกล้งแปลงเพศเสียจากยักษ์ คงสมศักดิ์เหมือนคิดพิสมัย
แล้วอ่านเวทเพศยักษ์ก็สูญไป งามวิไลล้ำนางสำอางตา
ทั้งสองเต้าเต่งตั้งดังบัวหลวง พอเต็มทรวงกำดัดชมทั้งซ้ายขวา
ทำแกล้งเมินเดินทรงโศกามา ที่ตรงหน้าพี่น้องสองกุมาร
พระโคบุตรสุริยาวราฤทธิ์ สำคัญคิดว่ามนุษย์สุดสงสาร
พอใกล้องค์ทรงวิ่งมาลนลาน พจมานไถ่ถามตามเมตตา
เป็นไรน้องร้องไห้ไม่เห็นเพื่อน ในกลางเถื่อนวุ้งเวิ้งชะวากผา
ไม่กลัวสัตว์เสือสีห์จะบีฑา อนิจจาเดินเดียวน่าเปลี่ยวใจ
ยักขินีฟังคำทำสะอื้น แล้วหยุดยืนเช็ดชลนัยน์ไหล
พระบิดาพาน้องมาเล่นไพร ละเลิงไล่มฤคีกับรี้พล
ฉันหลงชมมิ่งไม้ไพรพฤกษา หมายจะกลับพาราก็ขัดสน
พระโปรดด้วยช่วยพาข้าจรดล พอให้พ้นหิมวาถึงธานี
ทั้งแก้วแหวนแสนทรัพย์ซึ่งสิ่งของ จะกอบกองแทนคุณพระโฉมศรี
เป็นสัจจังวาจาน้องพาที ช่วยชีวีน้องไว้อย่าให้ตาย
ทั้งสององค์หลงกลอีนางยักษ์ ไม่ประจักษ์คิดว่าจริงก็ใจหาย
สงสารเจ้าเสาวภาคย์ลำบากกาย จะพาสายสุดสวาทไปเวียงไชย
ถึงแก้วแหวนแสนทรัพย์จะนับโกฏิ ไม่ประโยชน์เลยนะน้องอย่าหมองไหม้
เราจะช่วยนิรมลให้พ้นภัย อยู่ถึงไหนแก้วตาจะพาจร
อสุรีดีใจเข้าเคียงข้าง อยู่หว่างกลางสององค์พระทรงศร
บอกบูรีอยู่ตรงที่ทิศอุดร บทจรเดินตามกันสามรา
ได้สมรักยักษ์ร้ายไม่วายยิ้ม เดินกระหยิ่มมาด้วยความเสน่หา
เดินพลางดูพลางไม่วางตา วิ่งผวาเข้าไปกอดพระโฉมยง
พระตกใจว่าอะไรนั่นแก้วพี่ อสุรีแกล้งบอกหลอกให้หลง
เมื่อตะกี้ไหวไหวอยู่ในพง พยัคฆ์ดงโตใหญ่กระไรเลย
ทั้งสององค์หลงเชื่ออียักษี ว่ามิใช่พยัคฆีเจ้าพี่เอ๋ย
อย่าหวาดหวั่นพรั่นในพระทัยเลย แล้วชวนเชยชมนกในหิมวา
อียักษ์แปลงแกล้งถามถึงนามนก ฝูงวิหคเรียงรายปลายพฤกษา
พระบอกนามตามชื่อสกุณา สาลิกาจับกิ่งตะโกวัน
โน่นแน่เจ้าเขาไฟนั่นไก่ป่า นกกระทาจับต้นกระทิงขัน
ฝูงกาลิงจับกิ่งแสลงพัน ที่ต้นจันทน์นกตะขาบคาบมะปริง
จัตุบาทผาดผยองลำพองโผน กิเลนโจนไล่นางนรสิงห์
กระต่ายเต้นเล่นหลอกกับลูกลิง หมู่มหิงส์แรดช้างเสือกวางทราย
เย็นพยับอับแสงสุริยง ชะนีส่งเสียงไห้น่าใจหาย
กุมาราพายักษ์จำแลงกาย กำหนดหมายมุ่งทิศอุดรมา
ยักขินีดีใจเห็นใกล้ค่ำ นิมิตถ้ำด้วยพระเวทของยักษา
ให้เห็นเป็นเวียงวังอลังการ์ เป็นพาราบ้านช่องนั้นนองเนือง
ดูผู้คนอลหม่านร้านตลาด คนเกลื่อนกลาดเดินตามถนนเนื่อง
จึ่งชวนสองหน่อไทเข้าในเมือง เดินย่างเยื้องขึ้นปราสาทสุวรรณพราย
มีทวารบานบังที่นั่งแก้ว ดูเลิศแล้วล้วนวิสูตรสลับสาย
ลับแลบังฉากตั้งอยู่เรียงราย ดูพรอยพรายอัจกลับระยับไฟ
ที่แท่นรัตน์ปัจถรณ์เขนยข้าง เครื่องสำอางวางเรียงเคียงไสว
ด้วยฤทธิ์ยักษ์หากเห็นให้เป็นไป พระหน่อไทสององค์ไม่สงกา
อสุรีเชิญองค์พระทรงฤทธิ์ ขึ้นสถิตแท่นสุวรรณอันเลขา
ทำฉะอ้อนวอนสองกุมารา เสน่หาพูนเพิ่มเติมอารมณ์
แสนสงสารสุดสวาทอนาถเหนื่อย ก็หลับเรื่อยไปแต่แรกยามปฐม
อสุรียิ่งทวีสวาทชม เห็นสององค์ลงบรรทมสนิทใน
อันชาติยักษ์มักหอมเนื้อมนุษย์ เป็นแสนสุดที่จะอยากน้ำลายไหล
นึกจะหักคอกินให้สิ้นใจ แล้วอาลัยรักรูปทั้งสององค์
ลุกขึ้นนั่งตั้งจิตพินิจโฉม ยิ่งประโลมลานจิตพิศวง
ก็ลืมอยากราคร้อนด้วยรูปทรง ทั้งสององค์ดูละม้ายคล้ายคลึงกัน
โอ้เสียดายด้วยกายกูเป็นยักษ์ พระยอดรักแจ้งจิตจะบิดผัน
นึกหันหวนป่วนใจอาลัยครัน สุดจะกลั้นแล้วเข้ากอดพระยอดฟ้า
จูบพระน้องต้องแก้มอร่อยรื่น แล้วจูบพี่หอมชื่นในนาสา
แต่อึดอัดผลัดไพล่กันไปมา ดังกุลาส่ายคว้างอยู่กลางลม
พระรูปหล่อพ่อคุณของน้องเอ๋ย ไม่ตอบรักบ้างเลยเท่าเส้นผม
น้องกอดจูบลูบต้องประคองชม พระบรรทมเสียทั้งคู่ไม่รู้เลย
พระโคบุตรสุริยาผวาตื่น ไม่พลิกฟื้นทำนิ่งอิงเขนย
อียักษ์หลงเคลิ้มตัวยังมัวเชย เฝ้ากอดเกยก่ายต้องประคองกร
พระโคบุตรคิดในพระทัยกริ่ง ไฉนหญิงจึงมาร่วมสโมสร
เฝ้ากอดจูบลูบไล้ไม่หลับนอน พระอาวรณ์หวาดถวิลในวิญญาณ์
ได้กลิ่นปากรากโษสก็เหม็นสาบ พระทรงทราบแจ้งประจักษ์ว่ายักษา
มันจำแลงแกล้งลวงเราหลงมา อันพารามิใช่ที่บูรีคน
จึ่งเสียงน้ำลำธารสะท้านลั่น จักจั่นเรไรในไพรสณฑ์
ดำริพลางทางนึกรู้สึกตน อีแสนกลนอนนิ่งไม่ติงกาย
พระถอยถดปลดเปลื้องเอาเครื่องทรง มาสวมองค์น้องไว้เหมือนใจหมาย
อนุชานั้นก็นึกรู้สึกกาย เห็นสร้อยสายสวมองค์พระทรงธรรม
เชิงฉลาดชาติเชื้อประยูรศักดิ์ รู้ประจักษ์แจ้งตามเนื้อความขำ
ทำผุดลุกเรียกพี่ว่าผีอำ แล้วคลานคลำเข้าไปใกล้พระพี่ยา
พระโคบุตรพูดเบาเบาเล่าแถลง พี่นึกแคลงในจิตคิดกังขา
อันนารีนี้เป็นอสุรา พี่นิทรามันเฝ้าจูบจนตกใจ
บ้านเมืองนี้วิปริตพี่คิดเห็น อันจะเป็นธานีนั้นมิใช่
สนั่นเสียงเสือสางเหมือนกลางไพร ประหลาดใจแล้วเจ้าเราหลงมา
อรุณน้อยค่อยสะกิดผิดแล้วพี่ เราหลบหนีไปเถิดหรือพระเชษฐา
พระโลมเล้าเอาใจพระน้องยา ว่าช้าช้าอีกสักหน่อยจึ่งค่อยไป
ขินีมารร่านร้อนกำเริบราค ทำอ้าปากหาวตื่นขึ้นปราศรัย
ฟ้าผี่เถิดวันนี้ประหลาดใจ หนาวกระไรเหมือนรดด้วยวารี
แล้วแอบองค์วิงวอนฉะอ้อนพลอด โปรดช่วยกอดน้องสักหน่อยพระโฉมศรี
พระฟังคำซ้ำแค้นแสนทวี นึกจะล้างชีวีให้มรณา
แล้วหยุดยั้งรั้งรอพระทัยนิ่ง มันเป็นหญิงฆ่าตายก็ขายหน้า
พอสอนใจไว้จำเป็นตำรา จะเข่นฆ่ายักษ์ร้ายคงวายวาง
แล้วยิ้มเยื้อนเอื้อนอรรถตรัสประภาษ สายสวาทนิ่มน้องอย่าหมองหมาง
พี่เป็นชายจะเอากายไปกอดนาง ไม่มีอย่างเขาจะเย้ยทั้งพารา
พี่จะต้องลาเจ้าจวนจะรุ่ง พระหัตถ์จูงอรุณน้อยเสน่หา
อียักษ์ฟังคั่งแค้นแน่นอุรา พิโรธว่าไปกับองค์พระทรงฤทธิ์
เสียแรงรักชักชวนมาเชยชื่น ไม่ถึงคืนก็มาทำให้ช้ำจิต
จะขืนไปก็ไม่ไว้ซึ่งชีวิต แล้วแผลงฤทธิ์กลับร่างอย่างขินี
ทั้งปรางค์มาศราชวังเป็นหิมเวศ สำแดงเดชเหยียบยอดคิรีศรี
โลดถลาถาโถมเข้าโจมตี ดังเสียงสายอสุนีสนั่นครัน
พระโคบุตรหยุดยืนขยับรับ กระโจนจับด้วยกำลังดังกังหัน
ฤทธิรอนกรจิกเกศกุมภัณฑ์ พระบาทยันเหยียบยักขินีมาร
อสุรินทร์สิ้นแรงจะแผลงฤทธิ์ ขอชีวิตร้องก้องทั้งไพรสาณฑ์
พระทรงเดชสังเวชอีนางมาร ยักษ์ก้มกรานกราบกับพระบาทา
ประทานโทษเถิดองค์พระทรงฤทธิ์ ข้าหลงผิดเพราะความเสน่หา
อย่าฆ่าเสียให้ตายวายชีวา ขอเป็นข้ากว่าจะม้วยด้วยสัจจัง
พระแย้มยิ้มพริ้มพรายภิปรายโปรด ถ้างดโทษแล้วอย่าทำเหมือนหนหลัง
กระทิงถึกมฤคาในป่ารัง ชีวิตยังแล้วอย่าทำให้จำตาย
จงถือมั่นขันตีเป็นที่สุด เมื่อม้วยมุดจะไปเกิดให้เฉิดฉาย
วันนี้มึงจะถึงชีวาวาย ได้รอดตายแล้วอุตส่าห์รักษาตน
นางยักษ์รับอัพภิวาทถวายสัตย์ จะบำหยัด[๑]บาปกรรมทำกุศล
ไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตให้วายชนม์ ประจวบจนชีวันนั้นบรรลัย
พระโฉมยงสงสารอีมารนัก เป็นครู่พักรุ่งแจ้งปัจจุสมัย
ทั้งดวงเดือนเลื่อนลับพยับไพร สำเนียงไก่ขันขานประสานกัน
สุริยันเยี่ยมยอดยุคุนธเรศ สว่างห้องหิมเวศพนาสัณฑ์
สองกระษัตริย์ตรัสสั่งนางกุมภัณฑ์ จรจรัลจากเชิงศิลามา
พระเชษฐานำหน้าอรุณน้อย ละลิ่วลอยมาในห้องพระเวหา
ยักษ์ชะแง้แลตามจนลับตา ก็โศกายกหัตถ์มัสการ
พระพี่น้องสองเสด็จระเห็จเหิน งามเจริญเลิศลบจบสงสาร
ละลิ่วลมแลชมจักรวาล เห็นถิ่นฐานแว่นแคว้นแดนบูรี
เป็นเกาะน้อยนัคราคงคารอบ เกิดประกอบในทวีปชมพูศรี
เหมือนจอกน้อยลอยอยู่กลางวารี พระหัตถ์ชี้ชวนน้องให้ชมชล
ยมนาสาครกระฉ่อนคลื่น เสียงครึกครื้นโครมฉ่าเป็นห่าฝน
มัจฉาชาติกลาดเกลื่อนอยู่กลางชล บ้างผุดพ่นฟองน้ำแล้วดำจร
มัติมิงค์กลิ้งกลอกระลอกซัด หางกระหวัดว่ายเวียนเศียรสลอน
พระชมชลพ้นฝั่งชโลทร ทินกรร้อนกายขึ้นพรายพรรณ
พระโคบุตรสุดสวาทกับน้องรัก ครั้นเหนื่อยนักผ่อนลงตรงไพรสัณฑ์
หยุดพักเพิงเชิงผาศิลาชัน แล้วชมพรรณมิ่งไม้ที่ในดง
ดูไม้ตั้งดังดัดมาจัดปลูก บ้างมีลูกสุกห่ามงามระหง
ระยะยอดสอดแซงแกล้งบรรจง เหมือนไม้องค์ท้าวไทในพระโรง
ที่ไม้โกร๋นยอดโอนมีต่อแอบ ใบแฉลบลับพุ่มปุ่มตะโขง
กาฝากแฝงกล้วยไม้ขึ้นในโพรง ที่กิ่งโกงกอดเกี่ยวประกับกัน
พฤกษาโศกยูงยางที่กลางชัฏ วายุพัดกิ่งแกว่งดังกังหัน
ที่ไม้พุ่มรุ่มรกเถาวัลย์พัน เป็นฉัตรชั้นช่อดอกออกระคน
มะเดื่อดกนกจับจิกผลสุก ต้นมะดูกเต็งรังมะสังสน
กันเกราไกรกร่างกรวยริมห้วยชล ใบร่มต้นราบรื่นเหมือนพื้นทราย
โศกระบัดผลัดใบลอออ่อน ใบแก่ก่อนหล่นหลามมาตามสาย
เห็นงูเหลือมเลื่อมแลดูหลายลาย กระหวัดกายกอดโศกชะโงกงัน
กระบือเปลี่ยวเดินตรงลงกินน้ำ ทั้งที่ดำเรี่ยวแรงแข็งขยัน
งูเหลือมโลภโอบกระหวัดเข้ารัดพัน กระบือดันดันดึงกันตึงตัง
พฤกษาโศกโยกโยนอยู่ยวบยาบ งูเหลือมคาบควายดึงทะลึ่งถลัน[๒]
ควายฉกรรจ์ดันโดดพัลวัน งูเหลือมดันขาดผางออกกลางตัว
หางกระหวัดรัดไม้ก็คลายหลุด ศีรษะมุดมัดควายไม่คลายหัว
สองสัตว์สิ้นชีวังทั้งสองตัว ดูน่ากลัวต่างต่างกลางพนม
สองกระษัตริย์ทัศนาแสนสนุก เป็นผาสุกที่ในเชิงคิรีสม
พระเอนอิงพิงแผ่นศิลาชม ระเรื่อยลมรื่นรื่นชื่นพระทัย ฯ

[๑] บำหยัด = ประหยัด คือ ยับยั้ง

[๒] สมุดไทยบางเล่มว่า        พฤกษโศกโยกโยนอยู่ยวบยาบ      งูเหลือมคาบควายดึงอยู่ขึงขัง

                                  ควายฉกรรจ์ดันโดดสุดกำลัง         งูเหลือมยังไม่วางขาดกลางตัว

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ