ตอนที่ ๖ โคบุตรได้นกขุนทองแล้วเข้าเมืองกาหลง

๏ ยังมีบุตรสาลิกาปักษาสัตว์ ขนระบัดพึ่งขึ้นพอบินได้
จิตคะนองลองปีกจะบินไป เหยี่ยวตะไกร[๑]โฉบฉาบจะคาบกิน
สาลิกาก็ถลาแถลบหลบ เหยี่ยวประจบจับพลัดสะบัดดิ้น
พอถึงองค์ทรงฤทธิ์บนคิรินทร์ นกน้อยดิ้นสิ้นกำลังถลามา
สองปีกป้องร้องจ้อคุณพ่อช่วย เหยี่ยวจะฉวยลูกรักเป็นภักษา
ก็โผนลงตรงพักตร์พระราชา เหยี่ยวถลากลับหันไปทันใด
ทั้งพี่น้องเข้าประคองเอานกน้อย เห็นริ้วรอยเล็บเหยี่ยวเฉี่ยวเลือดไหล
พระหัตถ์ลูบลูกนกอย่าตกใจ เหยี่ยวมันไปลับแล้วนะแก้วตา
นี่ร้อยชั่งรวงรังเจ้าอยู่ไหน เหยี่ยวจึ่งไล่ลูกรักเป็นหนักหนา
นกขุนทองป้องปีกขึ้นวันทา ลูกอยู่ค่าคบไม้พระไทรพราย
ออกเที่ยวเล่นเห็นเหยี่ยวไม่ทันหลีก มันกางปีกต้อนจับลูกใจหาย
ได้พึ่งบุญคุณพ่อจึ่งรอดตาย ลูกถวายชีวาเป็นข้าไท
สองพระองค์ทรงฟังขุนทองพลอด เข้าจูบกอดเชยชิดพิสมัย
น่าเอ็นดูรู้พูดเล่นเป็นพ้นใจ เจ้ามาไปด้วยพ่อจะขอชม
อันเหยี่ยวกาสารพัดที่สัตว์ร้าย ไม่ให้กรายลูกเลยเท่าเส้นผม
พระตรัสพลางทางชวนกันเชยชม จนแดดร่มสุริยงเย็นสบาย
สองกระษัตริย์ตรัสชวนสกุณชาติ ภาณุมาศสายัณห์จะผันผาย
อีเหยี่ยวเฉี่ยวลูกน้อยเป็นรอยลาย ยังเจ็บกายพ่อกอดอย่าบินบน
แล้วชวนน้องประคองนกเหาะระเห็จ สองเสด็จมาในท้องห้องเวหน
พระแรมไพรไคลคลานภาดล ประจวบจนเจ็ดราษราตรี[๒]
บรรลุถึงพาราเมืองกาหลง พอสุริยงรุ่งรางสว่างศรี
พระลอยลมชมราชธานี ประกอบมีปรางค์มาศปราสาททอง
ทั้งตึกกว้านบ้านเรือนโรงหัตถี ตลอดมีร้านรายขายข้าวของ
ทั้งม้ารถคชพลอนนต์[๓]นอง นครของใครหนอสนุกครัน
จะลงไปไถ่ถามแต่ตามชื่อ จะอึงอื้อตกใจทั้งไอศวรรย์
สำนัก[๔]นอกธานีเห็นดีครัน ถามสำคัญนัคราดูอาการ
นกขุนทองสององค์ก็พร้อมจิต พลางพินิจหาที่รโหฐาน
พอเห็นสวนพฤกษาน่าสำราญ นฤบาลรีบเหาะระเห็จไป
ครั้นถึงจึ่งลงพลางที่กลางสวน พระชี้ชวนให้น้องชมพฤกษาไสว
ทั้งสระศรีมีบัวขึ้นบังใบ ตำหนักใหญ่งามหยาดสะอาดตา
เห็นกระท่อมตายายอยู่ท้ายสวน พระชี้ชวนคลาไคลเข้าไปหา
ครั้นถึงเรือนเอื้อนโอษฐ์จำนรรจา จึ่งตรัสว่าปราศรัยเป็นไมตรี
ท่านตายายอย่าระคายระคางหมาง นี่ใครสร้างพระตำหนักแลสวนศรี
ดูพฤกษาน่าชมอุดมดี ไม่เห็นมีคนผู้มาเก็บกิน ฯ
๏ ฝ่ายตายายใจหายเมื่อแลเห็น มองเขม้นเพ่งพิศคิดถวิล
ทั้งสองทรงดังองค์อมรินทร์ สองเฒ่าสิ้นสมประดีไม่มีใจ
แล้วยับยั้งตั้งสติตอบสนอง พ่อทั้งสองเจ้าข้ามาแต่ไหน
เจ้าเป็นนายหรือชายสัญจรไพร ขออภัยเถิดจงแจ้งแห่งความจริง
นี่สวนหลวงมีกระทรวงกระษัตริย์สร้าง ประทานนางองค์ธิดาพระยาหญิง
ให้ข้าเฒ่าเฝ้าไล่ฝูงค่างลิง แล้วหมอบนิ่งก้มหน้าไม่พาที ฯ
๏ พระฟังสารสองเฒ่าเล่าแถลง ประจักษ์แจ้งฤทัยพระโฉมศรี
ว่าจอมจักรพรรตราธิดามี ให้ยินดีเป็นคู่เชยเคยประคอง
จึ่งตรัสว่าตายายอย่าพรายแพร่ง จงเล่าแจ้งความจริงสิ่งทั้งสอง
เจตนาหานางเป็นคู่ครอง ทั้งพี่น้องจากเมืองมาเดินไพร
อันลูกสาวเจ้านายของยายนั้น ดูผิวพรรณชันษาสักเพียงไหน
พระบุตรีกับบูรีนั้นชื่อไร ช่วยบอกให้รู้ความแต่ตามตรง
แม้นเหมือนหมายยายตาอย่าเศร้าหมอง ทั้งเงินทองกองให้งามตามประสงค์
สองตายายแกก็ไหว้พระโฉมยง พ่อคุณจงกรุณาอย่าพาที
ถึงเงินทองจะมากองให้ท่วมเกศ ลูกเกรงเดชพระผู้ผ่านบูรีศรี
แม้นรู้ว่าข้าสื่อพระบุตรี ทราบคดีตายายจะวายชนม์
แต่ชื่อเสียงรู้เพียงจะบอกได้ ที่จะให้สมจิตคิดขัดสน
ทูลกระหม่อมจอมเมืองมิ่งมงคล ชื่อท้าวหลวิราชเจริญพร
ได้ดำรงนัคราเมืองกาหลง อันนามองค์บุตรีศรีสมร
ชื่ออำพันมาลาพะงางอน อรชรน้อยแน่งดังแกล้งกลึง
ถึงรูปเขียนเจียนวาดสะอาดเอี่ยม จะเทียบเทียมพระลูกเจ้าไม่เท่าถึง
เหมือนรูปพ่อเห็นพอจะคล้ายคลึง อย่าอื้ออึงให้เขารู้เอ็นดูยาย ฯ
๏ พระฟังข่าวกล่าวโฉมประโลมจิต พระทัยคิดเหมือนจะเห็นนางโฉมฉาย
หยิบจินดามาจากพระน้องชาย พระนึกให้ตายายเป็นเงินทอง
กวักพระหัตถ์ตรัสเรียกทั้งสองเฒ่า จงมาเอาไว้เถิดอย่าหม่นหมอง
ถึงเรื่องรักจะไม่ชักให้สมปอง เราพี่น้องขอสำนักตำหนักจันทน์
ช่วยปกปิดกิตติศัพท์ให้สูญหาย พอสบายแล้วเราจะผายผัน
พระตรัสพลางย่างขึ้นตำหนักพลัน ให้ป่วนปั่นถึงสายสวาทเพียงขาดใจ
สนธยาจะไปหาเจ้าถึงห้อง ที่อยู่ของน้องรักตำหนักไหน
ถ้าเล้าโลมโฉมยงไม่ปลงใจ ก็ผิดในธรรมดาปรีชาชาย
จะรุกรบบิตุรงค์ให้ส่งเจ้า มาคลึงเคล้าก็จะได้ดังใจหมาย
แม่ขวัญเมืองจะได้เคืองเรื่องระคาย จำเบี่ยงบ่ายถ่ายความตามทำนอง
จึ่งตรัสเรียกสาลิกาเข้ามาใกล้ พ่อจะใช้ให้เจ้าถือสารสนอง
จะได้หรือมิได้เล่าเจ้าขุนทอง ดูทำนองเล้าโลมนางโฉมยง ฯ

[๑] เหยี่ยวตะไกร น่าจะหมายถึง เหยี่ยวที่มีปากงุ้มและคม

[๒] ราษราตรี ความหมายเช่นเดียวกับ ราตรี แปลว่า กลางคืน

[๓] อนนต์ = อนันต์ แปลว่า มากล้น

[๔] สำนัก หมายถึง พำนัก, พัก

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ