ตอนที่ ๑ กำเนิดโคบุตร

  ๏ แต่ปาง[๑]หลังครั้งว่างพระศาสนา
เป็นปฐมสมมตินิทานมา ด้วยปัญญายังประวิงทั้งหญิงชาย
ฉันชื่อภู่รู้เรื่องประจักษ์แจ้ง จึงแสดงคำคิดประดิษฐ์ถวาย
ตามสติริเริ่มเรื่องนิยาย ให้เพริศพรายพริ้งเพราะเสนาะกลอน ฯ
๏ จะร่ำปางนางสวรรค์เสวยสุข อยู่ปรางค์มุขพิมานสโมสร
เผยพระแกลแลดูแผ่นดินดอน เห็นไกรสรคลอดลูกในหิมวา
ผลกรรมนำจิตให้พิศวาส นุชนาฏจะใคร่มีโอรสา
เห็นพระสุริโยทัยเธอไคลคลา กัลยานึกไปดังใจปอง
แม้นสามีมิได้เหมือนพระอาทิตย์ ไม่ขอคิดสมสู่เป็นคู่สอง
ผลกรรมจำจากวิมานทอง นางก็ต้องจุติด้วยใจตน
เห็นสระศรีมีบัวระดาดาษ สุดสวาทจิตประหวัดเข้าปัฏิสนธิ์
เกิดเป็นรูปนารีนิรมล กลีบอุบลหุ้มไว้ในสาคร
อยู่ประมาณนานมาในบัวหลวง สุดาดวงกำดัดชมสมสมร
จะกล่าวถึงสุริยาทิพากร เสด็จจรเลี้ยวเหลี่ยมพระเมรุมา
อรุณโรจน์โชติช่วงดวงจรัส ส่องจังหวัด[๒]ภาคพื้นพระเวหา
พิศเพ่งเล็งแลในโลกา เห็นนางฟ้าอยู่ในพุ่มปทุมมาลย์
เพราะรักเราเจ้าต้องมาสิ้นชีพ เกิดในกลีบบุษบงน่าสงสาร
จำจะช่วยให้อนงค์คงวิมาน พระสุริยกาลโสมนัสสวัสดี
จึ่งแบ่งภาคจากรถระเห็จเหาะ ลงเฉพาะสระใหญ่ในไพรศรี
พระหัตถ์หักปทุมาจากวารี มานั่งที่ร่มไทรในไพรวัน
คลี่ปทุมอุ้มนางขึ้นวางตัก แม่ยอดรักปิ่นสุรางค์นางสวรรค์
กุศลเราเคยสมภิรมย์กัน บุญจึ่งบันดาลใจให้เจาะจง
พี่พึ่งรู้ว่าเจ้าอยู่ในโกเมศ จึ่งประเวศติดตามด้วยความประสงค์
จะช่วยเจ้าเยาวลักษณ์วิไลทรง ให้คืนคงเมืองฟ้าสุราลัยฯ
๏ ปางยุพินปิ่นเทพอัปสร ฟังสุนทรสุริยงคิดสงสัย
นางผลักพลางทางแลชำเลืองไป งามวิไลพูนสวัสดิ์ชัชวาล
ถึงเทพบุตรสุดสิ้นในอากาศ ไม่ผุดผาดผิวพรรณเทียมสัณฐาน
นางค้อนคมก้มพักตร์แล้วพจมาน ไม่ควรการช่างไม่เกรงข่มเหงกัน
เทพบุตรภุชงค์หรือวงศ์ยักษ์ มาหาญหักปทุมมาศขาดสะบั้น
เขาอาศัยได้สบายในบุษบัน ทำเช่นนั้นช่างไม่คิดอนิจจัง ฯ
๏ โอ้เจ้าพี่ศรีสวัสดิ์กำดัดสวาท นุชนาฏแม่อย่าลืมเนื้อความหลัง
หรือชอบใจอยู่ที่ในอุบลบัง สมบัติทั้งเมืองฟ้าไม่อาวรณ์
พี่หรือคือสุริยงดำรงทวีป ทุเรศรีบมาด้วยการสงสารสมร
จะชูช่วยนางฟ้าสถาวร พะงางอนนุชน้องอย่าหมองนวล
มานั่งนี่เถิดพี่จะเล่าเรื่อง แม่เนื้อเหลืองนพรัตน์กำดัดสงวน
พลางประโลมโฉมนางไม่ห่างนวล หอมรัญจวนเกสรขจรจาย ฯ
๏ สาวสวรรค์ครั้นสดับอัพภิวาท[๓] สุดสวาทแสนรักพระสุริย์ฉาย
แต่มารยาทกระษัตรีทำทีอาย ค้อนชม้ายตอบสนองทำนองใน
ถึงดินฟ้าสาครภูเขาขุน เมื่อสิ้นบุญถึงกรรมทำไฉน
แต่ชาติก่อนใครห่อนประจักษ์ใจ ระลึกได้หรือจะรู้ในเรื่องราว
ซึ่งโปรดน้องจะให้ครองวิมานสวรรค์ พระคุณนั้นล้ำฟ้าเวหาหาว
มิได้สนองครองคุณให้สิ้นคราว ด้วยเปลี่ยวเปล่าเอ้องค์ในดงแดน ฯ
๏ แสนเสนาะเพราะล้ำหนอน้ำเสียง ช่างกล่าวเกลี้ยงเชิงฉลาดนั้นเหลือแสน
พี่เมตตาจะช่วยพาไปเมืองแมน ถึงมิแทนคุณได้เป็นไรมี
เหมือนมัจฉาสาครเป็นที่พึ่ง บุญแล้วจึ่งได้พบประสบศรี
ต้องประสงค์อยู่ตรงไมตรีดี ถึงแม้นมีสิ่งของไม่ต้องการ
นี่แน่เจ้าเยาวลักษณ์วิไลศรี เสียแรงพี่จงรักสมัครสมาน
อย่าพูดนักชักเยิ่นให้เนิ่นนาน จะเสียการไมตรีที่เรียมวอน
จงแย้มเยื้อนเบือนพักตร์รับรักบ้าง ประโลมนางแนบกายสายสมร
แสนสำราญอยู่ในร่มนิโครธร[๔] พระกางกรประดิพัทธ์วัจนา
อัศจรรย์บรรดาสาคเรศ อรัญเวศหวั่นไหวไพรพฤกษา
เทพทั้งตั้งโห่เป็นโกลา สนั่นป่าลั่นเสียงสำเนียงดัง
บรรดาฝูงเทพาวลาหก ก็ตื่นตกใจวิ่งไม่เหลียวหลัง
อึกทึกกึกก้องฆ้องระฆัง ด้วยกำลังพระอาทิตย์ฤทธิรงค์
สมสนิทพิศวาสนางสวรรค์ เกษมสันต์สบเชิงละเลิงหลง
แบ่งกำลังตั้งครรภ์ให้โฉมยง แล้วเอื้อนโองการตรัสกับกัลยา
อีกเจ็ดวันขวัญเข้า[๕]เจ้าคลอดบุตร เจ้าจะจุติไปสวรรค์ด้วยหรรษา
พี่อยู่ด้วยเจ้าไม่ได้ต้องไคลคลา ถึงเวลาเลี้ยวเหลี่ยมพระเมรุทอง
จะเร่งรีบไปทวีปข้างโน้นแล้ว แม่ดวงแก้วนพเก้าอย่าเศร้าหมอง
กลับชมพู[๖]จะมาอยู่ด้วยนวลละออง แม่อย่าหมองอารมณ์อยู่ร่มไทร
ประโลมลูบจูบสั่งสายสวาท จะนิราศแรมมิตรพิสมัย
ด้วยร้างรักหักจิตไปจำไกล คืนเวไชยันต์ถาวรเหมือนก่อนมา
เลี้ยวพระเมรุเผ่นเยี่ยมอุดรทวีป[๗] ดังประทีปส่องทั่วทุกทิศา
สาวสวรรค์สร้อยเศร้าเปล่าอุรา พระสุริยาเลี้ยวเหลี่ยมพระเมรุธร
สันโดษเดียวเปลี่ยวร่างอยู่กลางเถื่อน ไม่มีเพื่อนสาวสุรางค์นางอัปสร
ยินสำเนียงปักษาทิชากร ดวงสมรวังเวงวิเวกใจ ฯ
๏ ฝ่ายพระสุริยงผู้ทรงรถ เที่ยวเลี้ยวรถส่องสัตว์จำรัสไข
ส่องตรีภพจบทวีปแล้วรีบไป สว่างในภพโลกชมพูพลัน
ระลึกถึงโฉมงามทรามสวาท ออกจากราชรถไชยลงไพรสัณฑ์
ถนอมแนบแอบนางไม่ห่างกัน เกษมสันต์พิศวาสไม่คลาดคลาย
แต่เช้ามาสายัณห์แล้วคืนกลับ กำหนดนับเจ็ดวันเหมือนมั่นหมาย
ยุพาพินสิ้นกรรมประจำกาย จะคลอดสายสุดที่รักโอรสนาง
พอรุ่งแสงสุริยาพระอาทิตย์ มานั่งชิดโลมน้องอย่าหมองหมาง
สงสารนวลป่วนปั่นพระครรภ์คราง นาภีนางเพียงจะพังประทังทน
บรรดาเทพธิดาลงมาพร้อม เข้าแวดล้อมอรไทในไพรสณฑ์
บ้างนวดครรภ์ผันแปรให้นิรมล พระสุริยนเคียงน้องประคององค์
ถึงยามปลอดนางคลอดโอรสราช เสียงพิณพาทย์ก้องฟ้าป่าระหง
เป็นชายเหมือนพระอาทิตย์ไม่ผิดทรง สำอางองค์นวลละอองดังทองทา
สาวสวรรค์รับขวัญโอรสรัก พิศพักตร์ลูกน้อยละห้อยหา
นางกางกรช้อนอุ้มกุมารา เจ้าเกิดมามิได้อยู่ด้วยแม่แล้ว
ไม่เห็นใครที่จะให้นมเสวย เจ้าแม่เอ๋ยสุดอาลัยนะลูกแก้ว
เจ้าอยู่เถิดมารดาจะลาแล้ว กอดลูกแก้วโศกาด้วยอาลัย
แล้วก้มกราบสุริยันรำพันสั่ง พระระวังลูกยาในป่าใหญ่
พอสิ้นสั่งสุดสวาทก็ขาดใจ กลับคืนไปสู่สวรรค์ชั้นวิมาน ฯ
๏ ปางพระสุริยใสวิไลลบ ให้ปรารภด้วยบุตรสุดสงสาร
ไม่เห็นใครที่จะได้พยาบาล พระสุริยกาลกอดบุตรเข้าโศกา
แล้วผันแปรแลไปเห็นไกรสร แม่ลูกอ่อนสถิตอยู่ในคูหา
พระอุ้มโอรสราชแล้วยาตรา ถึงพญาสิงหราชประภาษพลัน
ว่าดูราราชสีห์อันมีศักดิ์ โอรสรักเราเกิดในไพรสัณฑ์
กำพร้าแม่แต่คลอดออกจากครรภ์ จะให้ท่านเลี้ยงไว้ดังใจจง
เป็นบิดามารดาของทารก เราจะยกให้ตามความประสงค์
เวลาจวนเราจะด่วนไปอัสดง ต่อนานนานจึงจะลงมาเชยชม ฯ
๏ ราชสีห์ปรีดิ์เปรมเกษมสันต์ บังคมคัลพระอาทิตย์อิศยม
ไว้ธุระสิงหราอย่าปรารมภ์ จะส่งนมเลี้ยงดูให้อยู่เย็น
แม้นโตใหญ่ได้พึ่งซึ่งพระเดช ช่วยปกเกศราชสีห์ไม่มีเข็ญ
อันลูกข้าทารกแม้นอยู่เย็น จะได้เป็นข้าไทเหมือนใจปอง
พระสุริยงทรงฟังไกรสรสัตว์ โสมนัสยินดีไม่มีสอง
ส่งลูกให้สิงหราน้ำตานอง อวยพรสองราชสีห์อย่ามีภัย
พระกอดจูบลูกยาน้ำตาหยด อุ้มโอรสเศร้าสร้อยละห้อยไห้
พระสงสารราชบุตรสุดอาลัย แล้วลาไกรสรไปเวไชยันต์ ฯ
๏ ราชสีห์มีจิตพิศวาส ด้วยองค์ราชโอรสพระสุริย์ฉัน
รักเสมอลูกยาไม่อาธรรม์ เกษมสันต์อยู่ในถ้ำอันอำไพ
กุมาราชันษาได้สิบทัศ งามจำรัสเหมือนองค์พระสุริย์ใส
กำลังเจ็ดช้างสารอันชาญชัย เพราะว่าได้กินนมนางสิงหรา ฯ
๏ จะกล่าวถึงพระอาทิตย์บิตุเรศ พูนเทวษคิดถึงโอรสา
เสด็จจากรถไชยแล้วไคลคลา ถึงคูหาถ้ำแก้วอันแพรวพราย
เห็นโอรสลดองค์ลงโอบอุ้ม ประจงจุมพิตพักตร์พระโฉมฉาย
พระโลมลูบรับขวัญบรรยาย โอ้พ่อสายสุดที่รักของบิดร
พ่อมิได้อยู่เลี้ยงไว้เคียงพักตร์ เอาลูกรักฝากไว้กับไกรสร
ชนนีนางฟ้าสถาวร นั้นม้วยมรณ์แต่เจ้าคลอดออกจากครรภ์
พระกุมารฟังสารให้สงสัย จึงถามไถ่ราชสีห์ขมีขมัน
ไกรสรเล่าความหลังให้ฟังพลัน แจ้งสำคัญพระอาทิตย์เป็นบิดา
ศิโรราบกราบบาทบิตุเรศ ชลเนตรพรั่งพรายทั้งซ้ายขวา
พระสุริยันกันแสงด้วยลูกยา ทั้งสามสัตว์สิงหราก็โศกี
ครั้นเคลื่อนคลายวายโศกกันแสงศัลย์ พระสุริยันตรัสประภาษกับราชสีห์
จะให้นามตามวงศ์สวัสดี แทรกชนกชนนีเข้าในนาม
ชื่อโคบุตรสุริยาวราฤทธิ์ จงประสิทธิ์แก่กุมารชาญสนาม
ทั้งตรีโลกโลกาสง่างาม เจริญความเกียรติยศปรากฏครัน ฯ
๏ พระอาทิตย์นิรมิตเครื่องประดับ ให้เสร็จสรรพล้วนเทพรังสรรค์
เป็นเครื่องทิพศาสตราสารพัน ให้ป้องกันอยู่ในกายกุมารา
รณรงค์คงทนด้วยกายสิทธิ์ พระอาทิตย์จึ่งสั่งโอรสา
อันเครื่องทรงที่ในองค์พระลูกยา ล้วนเทพศาสตราอันเกรียงไกร
จะรบราญรณรงค์เข้ายงยุทธ์ ไม่พักหาอาวุธอย่าสงสัย
เครื่องประดับรับรบอรินทร์ภัย เหาะเหินได้รุ่งเรืองด้วยเครื่องทรง
จงคิดอ่านไปผ่านพิภพโลก มาวิโยคอยู่ไยในไพรระหง
สิงหราชชาติเชื้อเขาชาวดง เจ้าเป็นพงศ์จักรพรรดิสวัสดี
พ่อจะบอกมรคาไปหาคู่ นางนั้นอยู่บูรพาพาราณสี
จงลาแม่ลาพ่อจรลี ถ้าได้ดีแล้วจงกลับมารับกัน
แม้นเคืองเข็ญจงคิดถึงบิตุเรศ ถ้าแจ้งเหตุจะมาช่วยอย่าโศกศัลย์
พระกอดจูบลูกยาเฝ้าจาบัลย์ พระรำพันร่ำไรแล้วให้พร
พ่อจะลาแก้วตาไปส่องโลก อย่าแสนโศกจงสุขสโมสร
ครั้นเสร็จสั่งสิงหราสถาวร พระทินกรเหาะไปเวไชยันต์ ฯ
๏ พระโคบุตรสุริยาน้ำตาไหล ด้วยอาลัยสุริยฉายนั้นผายผัน
ยิ่งแลลับพระบิดายิ่งจาบัลย์ สะอื้นอั้นกำสรดระทดกายฯ
๏ สิงหราว่ากล่าวเล้าโลมปลอบ ตามระบอบโศกเศร้าบรรเทาหาย
พระโคบุตรสุดจิตคิดเสียดาย ค่อยน้อมกายเกศก้มประนมกร
ลูกขอลาชนนีอย่ามีเหตุ เที่ยวประเวศตามคำพระร่ำสอน
ว่าคู่สร้างนางอยู่ในสาคร พเนจรไปในป่าพนาวัน
แม้นบุญช่วยได้สมอารมณ์คิด ให้ต้องจิตดังคำพระสุริย์ฉัน
กุศลส่งคงพบประสบกัน ครองเขตขัณฑ์ได้คู่อยู่สำราญ
ถึงลูกไปใช่จะลืมพระคุณแม่ ถ้าเว้นแต่ชีวังสิ้นสังขาร
แม้นบุญส่งคงสบายไม่วายปราณ จะเวียนมามัสการพระมารดา ฯ
๏ ราชสีห์สุดที่จะทานทัด กลัวจะขัดเคืองลูกเสน่หา
จึงอวยพรสั่งสอนกุมารา แล้วให้ยาล้ำเลิศประเสริฐครัน
ถ้าเคี้ยวพ่นคนตายแล้วคลายรอด ไม่ม้วยมอดมรณาชีวาสัญ
พระรับยาอาลัยใจผูกพัน กันแสงศัลย์กราบบาทสิงหรา ฯ
๏ โอ้แม่เจ้าคราวนี้จะนานแล้ว จงอยู่ครองห้องแก้วถ้ำคูหา
ไม่ปลดปลงลูกคงจะกลับมา แล้วอำลาราชสีห์ผู้พี่ชาย
ตั้งอารมณ์ข่มใจอาลัยรัก ค่อยหาญหักอาดูรให้สูญหาย
เสด็จจากห้องแก้วอันแพรวพราย พระทัยหายกลับมาโศกาลัย
เป็นหลายครั้งตั้งร่ำรำพันรัก แล้วหวนหักเสน่หาน้ำตาไหล
พระชุบเช็ดชลนาด้วยอาลัย แล้วหักใจจำทิศพระบิดา
เหาะละลิ่วปลิวคว้างมากลางเมฆ ลอยวิเวกมาในห้องพระเวหา
พระลอยลมแลชมอรัญวา ประมาณมาหลายคืนชื่นอารมณ์ ฯ

[๑] สมุดไทยใช้ “ป่าง” ทุกแห่ง

[๒] จังหวัด แปลว่า บริเวณ, เขต

[๓] อัพภิวาท = อภิวาท

[๔] นิโครธร = นิโครธ แปลว่า ไม้ไทร

[๕] ขวัญเข้า = ขวัญข้าว ในที่นี้ใช้เรียกผู้หญิง

[๖] ชมพู คือ ชมพูทวีป

[๗] อุดรทวีป = อุตรกุรุทวีป

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ