เดือน ๙ จุลศักราช ๑๒๕๒

วันที่รัชกาล ๗๔๔๙ วัน ๗ ๙ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๑๖ สิงหาคม รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

วันนี้ไม่ได้เสด็จออก.

วันที่รัชกาล ๗๙๕๐ วัน ๑ ๙ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๑๗ สิงหาคม รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เสด็จออกเวลาโมง ๑ เสด็จลงเรือพระที่นั่งอุบลบุรทิศที่ตพานเสด็จพร้อมด้วยข้างในตามเคย ออกเรือพระที่นั่งเช้าโมง ๑ กับ ๑๕ มินิต น้ำข้างเหนือเกาะตื้นเรือพระที่นั่งจะขึ้นไปกลับไม่ได้ จึ่งต้องถอยหลังลงมาทางท้ายเกาะ กลับเรือพระที่นั่งที่ท้ายเกาะ เวลาโมง ๑ กับ ๔๕ มินิต จึงกลับเรือเรียบร้อย แล่นล่องน้ำมา เรือตามน้ำเดินเร็วประมาณโมงละ ๑๑ ไมล์ อ้อมเกล็ดลงมาถึงท่าตำหนักแพ เวลาเช้า ๕ โมง ๕๐ มินิต ลงไปกลับเรือพระที่นั่งที่น่าวัดกัลยาณมิตรแล่นขึ้นมาเทียบท่าตำหนักแพเวลาย่ำเที่ยงกับ ๒๐ มินิต คิดเวลาเรือเดิน ๔ ชั่วโมง กลับเรือ ๒ หนชั่วโมง ๑ พอเรือพระที่นั่งเทียบท่าแล้วเสด็จขึ้นประทับพระที่นั่งราชกิจวินิจฉัย ตรัสกับเจ้านายแลข้าราชการที่มารับเสด็จแล้ว ทรงพระราชยานมาประทับพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาทเสด็จขึ้น.

วันที่รัชกาล ๗๔๕๑ วัน ๒ ๙ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๑๘ สิงหาคม รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษเสด็จทรงรถพระที่นั่งประพาศไปตามถนนบางลำภูอ้อมรอบพระนคร แล้วเสด็จกลับมาประทับที่ท่าพระ แล้วเสด็จกลับมาประทับที่วังสมเด็จพระเจ้าบรมวงษ์เธอ เจ้าฟ้ามหามาลากรมสมเด็จพระบำราบปรปักษ์ แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับเข้าประตูวิเศษไชยศรี พิมานไชยศรี แล้วเสด็จขึ้น วันนี้ไม่เสด็จออกขุนนาง มีแต่การประชุมปฤกษาราชการ.

วันที่รัชกาล ๗๙๕๒ วัน ๓ ๙ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๑๙ สิงหาคม รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษเสด็จพระราชดำเนินออกทางประตูพรหมโสภา ประตูพิมานไชยศรีประทับที่โรงสมโภชช้างสนามหญ้าหลังวัดพระศรีรัตนสาศดาราม แล้วเสด็จขึ้นรถพระที่นั่งไปตามถนนบำรุงเมืองเลี้ยวถนนน่าศาลโปริสภาออกถนนเจริญกรุงแล้วไปตามถนนแล้วเลี้ยวลงน่าวังบูรพา ประทับโรงพยาบาลเวลาทุ่ม เสด็จกลับถึงพระบรมมหาราชวัง เวลายามเศษเสด็จขึ้นจากประชุมปฤกษาราชการข้างในแล้วเสด็จออกขุนนาง

หลวงจินดารักษนำบอกในกรมมหาดไทยขึ้นอ่านกราบบังคมทูล ๓ ฉบับ ฉบับ ๑ บอกเมืองเถิน ลงวันที่ ๑๕ มินาคม ๑๐๘ ว่า ได้แต่งให้กรมการคุมไม้ขอนสัก จำนวนปีกุน ปีชวด } ปีละ ๑๐๐ ต้น เปนไม้ ๒๐๐ ต้น กับไม้นอกจากจำนวนส่วย ๒ ต้นส่งเข้ามาด้วยแล้ว

ฉบับ ๒ บอกเมืองสระบุรี ลงวันที่ ๒๒ เมษายน ๑๐๙ ว่า น้ำฝนในราษรีเมศปี ๑๐๙ มากกว่าปี ๑๐๘ เก้านิ้ว ๕ ทสางค์ น้ำฝนในราษรีพฤศภปี ๑๐๙ มากกว่าปี ๑๐๘ หนึ่งนิ้ว น้ำท่าในราษีพฤศภ ปี ๑๐๙ มากกว่าปี ๑๐๘ สองศอกคืบ ราษฎรกำลังไถหว่านเข้ากล้า ราคาเข้าเปลือกตวงด้วยสัด ๒๕ ทนาน เกวียนละ ๘ ตำลึง ๒ บาท

ฉบับ ๓ บอกเมืองอ่างทอง ลงวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๑๐๙ ว่าน้ำฝนในราษีเมถุนปี ๑๐๙ มากกว่าปี ๑๐๘ หนึ่งนิ้ว ๘ ทสางค์ น้ำท่าในราษีเมถุนปี ๑๐๙ น้อยกว่าปี ๑๐๘ สองศอกกับหนึ่งนิ้ว ราษฎรกำลังไถหว่าน ราคาเข้าเปลือกตวงด้วยสัก ๓๐ ทนานเกวียนละ ๘ ตำลึง

พระยานรินทรราชเสนี นำบอกในกรมพระกระลาโหมขึ้นอ่านกราบบังคมทูลฉบับ ๑ บอกพระยาศรีสรราชภักดีข้าหลวงหัวเมืองฝ่ายทเลตวันตก ลงวันที่ ๗ กรกฎาคม ๑๐๙ ว่า มิศเตอแวนแลนมากลินสกินเนอร์ กงสุลอังกฤศหัวเมืองทเลฝ่ายตวันตก มาตรวจชำระความที่เมืองภูเก็จแลได้อ่านคำพระบรมราชานุญาตฝ่ายสยาม แลอ่านสัญญาบัตรของสมเด็จพระนางเจ้าราชินี แลขอชำระความที่ยังค้าง ๕ เรื่อง

จึงดำรัสสั่งพระยามนตรีสุริยวงษ์ว่า ให้ตรวจดูความในเมืองภูเก็จยังค้างอยู่อีกกี่เรื่อง เวลา ๔ ทุ่มเสด็จขึ้น

วันที่รัชกาล ๗๙๕๓ วัน ๕ ๙ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๒๐ สิงหาคม รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ เสด็จทรงรถพระที่นั่งไปตามถนนเจริญกรุงอ้อมน่าวัดเทพศิรินธราวาศ มาลงถนนบำรุงเมือง เวลาทุ่มเศษ เสด็จกลับมาประทับที่โรงสมโภชช้างแล้วเข้าประตูพิมานไชยศรี แล้วเสด็จขึ้น

วันนี้ ที่พระที่นั่งอาภรณ์ภิโมขปราสาท พระสงฆ์ ๕ รูป เจริญพระพุทธมนต์ ในการหล่อพระพุทธรูปประจำพระชนม์พรรษา เวลาทุ่มเศษเสด็จกลับ โปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเสด็จไปจุดเทียนเครื่องนมัสการ มีหม่อมเจ้าพระสถาภรพิริยพรตเป็นประธานสงฆ์

วันนี้ไม่เสด็จออกขุนนาง มีแต่การประชุมปฤกษาราชการข้างใน.

วันที่รัชกาล ๗๙๕๔ วัน ๕ ๙ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๒๑ สิงหาคม รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลาเช้า ๔ โมงเสด็จออกทางประตูพรหมโสภาเสด็จขึ้นไปจุดเทียนเครื่องนมัสการที่พระที่นั่งอาภรณ์ภิโมขปราสาท หม่อมเจ้าพระสถาพรพิริยพรตถวายศีลทรงศีลแล้ว เสด็จลงมาประทับที่โรงพระราชพิธีหล่อพระพุทธรูปหลังพระที่นั่งอาภรณ์ภิโมขปราสาท พอพระฤกษ์ได้ ๔ โมงกับ ๑๔ นาที จึ่งทรงเทหล่อพระพุทธรูปเสร็จแล้ว ทรงสุหร่ายประพรมแล้วเสด็จขึ้นโปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชถวายอาหารบิณฑบาท แล้วของเครื่องไทยทาน.

วันที่รัชกาล ๗๙๕๕ วัน ๖ ๙ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๒๒ สิงหาคม รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษเสด็จโดยรถพระที่นั่งอย่างไปรเวศประพาศถนนตามเคย ไปประทับที่บังเวียนรถแตรมเวเคียงยุทธนาธิการ แล้วเสด็จขึ้นทรงรถแตรมเวไปประทับห้องพระยาวิสูตรสาครดิษฐ์ ทอดพระเนตรอู่เรือแล้วเสด็จกลับมาประทับที่บังเวียนแล้วเสด็จพระราชดำเนินเข้าประตูวิเศษไชยศรี ประทับโรงสมโภชช้าง เวลา ๒ ทุ่มเศษเสด็จกลับ

วันนี้ไม่เสด็จออกขุนนาง

วันที่รัชกาล ๗๙๕๖ วัน ๗ ๙ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๒๓ สิงหาคม รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษเสด็จทรงรถพระที่นั่งประพาศถนนเปนกระบวนข้างในด้วย ไปประทับรถพระที่นั่งที่ประตูเชิงตหานหัน แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปตามถนนสำเพ็งทอดพระเนตรพระพุทธบาทจำลองวัดจักรวัดิราชาวาศ แล้วเสด็จกลับมาทรงรถพระที่นั่งกลับมาประทับที่ภูเขาทองแล้วเสด็จกลับมาประทับที่วังกรมหมื่นดำรงราชานุภาพ แล้วโปรดเกล้า ฯ ให้รถพระที่นั่งกลับมาคอยรับเสด็จที่บังเวียนยุทธนาธิการ แล้วเสด็จเข้าไปในวังทอดพระเนตรทั่วแล้ว เสด็จมาทรงรถแตรมเวกลับแล้วมาทรงรถพระที่นั่งไปตามถนนเจริญกรุงออกประตูสามยอด จนถึงคลองนายยมบ้านทวายเวลายามเศษเสด็จกลับถึงพระบรมมหาราชวัง

วันนี้ไม่เสด็จออกขุนนาง

วันที่รัชกาล ๗๙๕๗ วัน ๑ ๙ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๒๔ สิงหาคม รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษเสด็จทรงรถพระที่นั่งเปนกระบวนข้างในด้วย รถพระที่นั่งประทับที่ประตูเชิงตะพานหัน แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปตามถนนสัมเพงทรงซื้อผลไม้ต่าง ๆ เวลา ๒ ทุ่มเศษเสด็จกลับ

เวลา ๔ ทุ่มเศษเสด็จขึ้นจากประชุมปฤกษาราชการข้างใน แล้วเสด็จประทับที่ออกขุนนาง

หลวงจินดารักษ์นำบอกในกรมมหาดไทยขึ้นอ่านกราบบังคมทูล ๕ ฉบับ ฉบับ ๑ บอกเมืองนครเสียมราฐ ลงวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๑๐๙ ว่า ได้รับหีบศิลาน่าเพลิงของเครื่องไทยทาน ผ้าไตร ๑๐ ไตร ร่ม ๕๐ คัน รองเท้า ๕๐ คู่ เครื่องเขียนแลกระดาษศรีต่างๆ ในการศพพระยานุภาพไตรภพขอถวายพระราชกุศล

ฉบับ ๒ บอกพระพรหมาภิบาลข้าหลวงเมืองพยุหคีรี ลงวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๑๐๙ ว่า ได้จับได้ตัวอ้ายผู้ร้าย ๘ คน รายปล้นจีนหลีบ้านพยุหแด่น ๑ อ้ายผู้ร้าย ๓ คน ปล้นจีนปักเต๊าบ้านท่าน้ำอ้อย ๑ รวม ๒ ราย สารภาพรับเปนสัตย์ซัดพวกเพื่อนต่อไป

ฉบับ ๓ บอกพระพิเรนทรเทพข้าหลวงเมืองนครราชสีมา ลงวันที่ ๙ กรกฎาคม ๑๐๙ ว่า นายอิ่มนครราชสีมาทำใบอนุญาตให้ราษฎรฝังที่ผูกพัฒเสมารวม ๗ ราย จึ่งเห็นพร้อมกันว่าไม่ได้ขอพระบรมราชานุญาต หาเปนที่วิสุงคามสิมาไม่ ข้าหลวงรอพระบรมราชานุญาตคือวัดคณาราม กว้าง ๗ วาศอก ยาว ๔ วา } ๑ วัดวิมบำเพ็ญ กว้าง ๗ วา ๓ ศอกคืบ ยาว ๘ วา ๒ ศอก } วัดอำพวัน กว้าง ๕ วา ยาว ๗ วา } ๑ วัดหนองเป็ดน้ำ กว้าง ๕ วาศอก ยาว ๗ วา } ๑ วัดเลียบ กว้าง ๕ วาศอก ยาว ๗ วา ๒ ศอก } ๑ วัดคุ้งยาง กว้าง ๙ วา ยาว ๑๐ วา ๓ ศอก } ๑ วัดบึงบ้านส้อง กว้าง ๕ วาศอก ยาว ๖ วา ๓ สอก } ๑ รวม ๗ พระอารามเปนที่วิสุงคามสิมา

ฉบับ ๔ ว่ามีอ้ายผู้ร้ายประมาณ ๓๐ ๔๐ } คน ปล้นนายคลุบ กับสมีปาน สมีคำ } อ้ายผู้ร้ายเอาปืนยิงสมีคำถึงแก่มรณภาพ แล้วเก็บเอาทรัพย์สิ่งของไป พระพิเรนทรเทพได้แต่งให้กรมการออก - จับได้ตัวอ้ายมีชื่อ ๘ คนมาถามให้การสารภาพเปนสัตย์ซัดพวกเพื่อน

ฉบับ ๕ มีตราขึ้นไปว่า อ้ายผู้ร้ายตีปล้นราษฎรหนองสะแก แล้วเอาปืนยิงนายคงตาย ให้สืบจับอ้ายผู้ร้ายมาชำระให้สิ้นเชิง พระพิเรนทรเทพได้สืบจับได้ตัวอ้ายจันมาถามให้การสารภาพเปนสัตย์ซัดพวกเพื่อน

พระสุรินทรามาตย์นำบอกขึ้นอ่านกราบบังคมทูล ๒ ฉบับ ฉบับ ๑ บอกพระยาศรีสรราชภักดีข้าหลวงหัวเมืองฝ่ายทเลตวันตก ลงวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๑๐๙ ว่า ภาษี ๙ อย่าง เมืองถลางรวม ๓๐ สิ่ง จำนวนปี ๑๐๙ เงิน ๑๐๐ ชั่ง ปี ๑๑๐ เงิน ๑๑๕ ชั่ง ปี ๑๑๑ เงิน ๑๒๕ ชั่ง หลวงบำรุงจีนประเทศเจ้าภาษีรับทำ ได้ส่งเงินล่วงน่า ๒๕ ชั่งแล้ว

ฉบับ ๒ ว่าหลวงทวีปสยามกิจกงสุลฝ่ายสยามเมืองปินัง มีหนังสือมาว่ามิศเตอแวนแลนมากลินสกินเนอกงสุลอังกฤษ พูดกับหลวงทวีปสยามกิจว่า หลวงจิโนชนารักษ์จะเปนคนสัปเยกต์ฤๅไม่ใช่สัปเยกต์ก็หาได้มาร้องให้ชำระไม่ กงสุลจึ่งชำระไม่ได้

จึงดำรัสสั่งพระสุรินทรามาตย์ว่า กงสุลอังกฤษเขาก็ไม่ได้รับว่าเปนคนในสัปเยกต์แล้วฝ่ายเราก็ทำเฉยเสียก็แล้วกัน แล้วดำรัสด้วยพระยาอนุชิตชาญไชยว่า การที่ทำหนังสือทูลเกล้า ฯ ถวายขอจัดการโคกระบือมิให้ผู้ร้ายลักกันไปได้นั้นยังไม่ทรงเห็นด้วย

แล้วโปรดเกล้า ฯ พระราชทานตรามงกุฎสยามชั้นที่ ๕ ชื่อวิจิตราภรณ์ แก่หลวงจำนงนิเวศกิจ (แรมเซ) ในกรมวังหนึ่ง

เวลา ๕ ทุ่มเสด็จขึ้น,

วันที่รัชกาล ๗๙๕๘ วัน ๒ ๑๐ ๙ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๒๕ สิงหาคม รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษเสด็จทรงรถพระที่นั่งประพาศไปตามถนนเจริญกรุง อยกประตูสามยอด ประทับรถพระที่นั่งที่ศุลกสถาน เวลา ๒ ทุ่มเศษเสด็จกลับถึงพระบรมมหาราชวัง

เวลา ๔ ทุ่มเศษเสด็จขึ้นจากประชุมปฤกษาราชการข้างใน แล้วเสด็จออกขุนนาง

พระยาศรีนำบอกในกรมมหาดไทยขึ้นอ่านกราบบังคมทูล ๒ ฉบับ ฉบับ ๑ บอกกรุงเก่าลงวันที่ ๒ สิงหาคม ๑๐๙ ว่าน้ำฝนในราษีกรกฎปี ๑๐๙ น้อยกว่าปี ๑๐๘ สามสิบแปดเซน น้ำท่าในราษีปี ๑๐๙ มากกว่าปี ๑๐๘ สองนิ้ว ราษฎรทำนาได้ประมาณส่วน ๑ ยัง ๒ ส่วน ราคาเข่าเปลือกตวงด้วยสัด ๒๕ ทนานเกวียนละ ๗ ตำลึง ๓ บาท

ฉบับ ๒ บอกเมืองสระบุรี ลงวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๑๐๙ ว่า น้ำฝนในราษีเมถุนปี ๑๐๙ น้อยกว่าปี ๑๐๘ สิบสองนิ้ว น้ำท่าในราษีเมถุนปี ๑๐๙ น้อยกว่าปี ๑๐๘ ศอกคืบ ราคาเข้าเปลือกตวงด้วยสัด ๒๕ ทนานเกวียนละ ๘ ตำลึง

พระสุรินทรามาตย์นำบอกกรมพระกระลาโหมขึ้นอ่านกราบบังคมทูล ๒ ฉบับ ฉบับ ๑ บอกพระยาศรีสรราชข้าหลวงหัวฝ่ายทเลตวันตก ลงวันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๑๐๙ ว่า วันที่ ๑ มิถุนายน ๑๐๙ พระอนุรักษ์โยธาได้มอบโรงภาษีคอเวอนแมนต์ ให้ข้าหลวงได้ทำบาญชีรับไว้แล้ว

ฉบับ ๒ บอกเมืองนครเขื่อนขันธ์ ลงวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๑๐๙ ว่า วันที่ ๒ กรกฎาคม ๑๐๙ นายนุ่ม นายรื่น } วิวาทกันกับนายพันตำบลบ้านบางน้ำผึ้ง นายนุ่มเอาหลาวไม้รวกแทงนายพันถูกคอหอยนายพันอายุ ๓๐ ปีขาดใจตาย แต่นายนุ่มภรรยาหนีไปได้แต่นายรื่น

แล้วพระยาศรีนำพระยาอรรคราชนารถภักดีซึ่งไปราชการเมืองนครเชียงใหม่ กลับลงมาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท จึ่งมีพระราชดำรัสไต่ถามด้วยตามสมควร

แล้วนำอุปฮาด ๑ ราชวงษ์ ๑ ราชบุตร ๑ เมืยงร้อยเอดกราบถวายบังคมลาขึ้นไปรักษาราชการบ้านเมือง โปรดเกล้า ฯ ให้พระราชทานผ้านุ่งห่มตามสมควร

แล้วโปรดเกล้า ฯ พระราชทานสัญญาบัตรให้ขุนศรีจตุรงค์ เปนหลวงราชปริมาณเจ้ากรมอภิรมย์ราชยาน ถือศักดินา ๑๐๐๐

ให้ขุนราชอาญา เปนขุนพรพิทักษ์ปลัดกรมมหาดไทยตำรวจภูบาลขวา ถือศักดินา ๖๐๐

ให้นายพิมานบริรักษ์นายเวรชาววัง เปนขุนรัตนาศน์พิทักษ์ ปลัดกรมพระคลังวรอาศน์ ถือศักดินา ๔๐๐

ให้นายพุ่มมหาดเล็กเวรศักดิ์ เปนหลวงรามสิทธิศรยกรบัตรเมืองลพบุรี ถือศักศินา ๕๐๐

ให้จีนมาก เปนขุนราชกิจพยาบาล สำหรับชักนำจีนลูกจ้างช่างทำปูน ขึ้นกรมวังนอก ถือศักดินา ๔๐๐

เวลา ๕ ทุ่มเศษเสด็จขึ้น

วันที่รัชกาล ๗๙๕๙ วัน ๓ ๑๑ ๙ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๒๖ สิงหาคม รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษเสด็จพระราชดำเนินออกประตูพรหมโสภาเปนกกระบวนข้างใน ไปลงเรืออาดิกงที่ท่าตำหนักแพ ทอดพระเนตรกระดีเจ้าเซน เวลาทุ่มเศษเสด็จกลับ.

วันที่รัชกาล ๗๙๖๐ วัน ๔ ๑๒ ๙ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๒๗ สิงหาคม รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

ไม่เสด็จออกขุนนางมีแต่การประชุมปฤกษาราชการข้างใน.

วันที่รัชกาล ๗๙๖๑ วัน ๕ ๑๓ ๙ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๒๘ สิงหาคม รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลาบ่าย ๕ โมง เสด็จทรงรถพระที่นั่งประพาศไปตามถนนตะพาน เลี้ยวอ้อมถนนรอบพระนครชั้นใน เวลาทุ่มเศษ เสด็จกลับมาประทับที่พระที่นั่งอนันตสมาคมทรงจัดเครื่องโต๊ะของหลวง แลทรงทอดพระเนตรโต๊ะอื่นอยู่จนเวลา ๕ ทุ่มเสด็จขึ้น

อนึ่งในพระที่นั่งอนันตสมาคมวันนี้ เจ้าพนักงานจัดการพระสงฆ์จะได้เจริญพระพุทธมนต์ เปนการบันจบครบปีนับแต่วันที่พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้านภาจรจำรัสศรี สิ้นพระชนม์ แลโปรดเกล้า ฯ ให้พระบรมวงษานุวงษ์แลข้าราชการไทยจีนบันดาที่มีเครื่องโต๊ะเข้ามาตั้งรวม ๔๘ โต๊ะทั้งของหลวงด้วย คือโต๊ะของหลวงนั้น เครื่องโมราโต๊ะ ๑ โต๊ะฝรั่งกังไส ๑ จับช่าย ๑ พุดตาน ๑ รวม ๔ โต๊ะ ของกรมขุนเจริญโต๊ะเครื่องขาว ๑ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงษ์ กรมพระภาณุพันธุวงษวรเดช เครื่องขาว ๑ กรมหมื่นนเรศวรฤทธิ เครื่องสังขโลก ๑ กรมหมื่นอดิศรอุดมเดช เครื่องหงษพุดตาน ๑ กรมหมื่นภูธเรศธำรงค์ศักดิ์ เครื่องลายผักชี ๑ กรมหมื่นประจักษศิลปาคม เครื่องดินป้าน ๑ กรมหมื่นศิริธัชสังกาศ เครื่องหนามขนุน ๑ กรมหลวงเทวะวงษวโรประการ เครื่องแดง ๑ กรมหมื่นดำรงราชานุภาพ เครื่องมังกร ๔ เล็บ ๑ พระองค์เจ้าวัฒนานุวงษ์ เครื่องเซียน ๑ พระองค์เจ้าสวัสดิโสภณ เครื่องเขาไม้ ๑ พระเจ้าบวรวงษเธอ กรมหมื่นพิศาลบวรศักดิ์ เครื่องขาว ๑ กรมหมื่นสถิตย์ธำรงสวัสดิ์ เครื่องสังกโลก ๑ หม่อมเจ้าภาณุมาศ เครื่องลายห้อ ๑ หม่อมเจ้าขาว เครื่องเซียนคราม ๑ หม่อมเจ้าอลังการ เครื่องชนีตามกวาง ๑ หม่อมเจ้านิลวรรณ เครื่องยี่ ๑ เจ้าพระยาภาณุวงษ์ เครื่องแก้ว ๑ พระยาภาสกรวงษ์ บ๋วยพื้นคราม ๑ พระยานรรัตนราชมานิต เครื่องสิงห์โต ๑ พระยาววุฒิการบดี เครื่องเขาไม้ ๑ พระยาศรีสิงหเทพ เครื่องมังกร ๔ เล็บ ๑ เจ้าหมื่นไวยวรนารถ เครื่องมังกร ๔ เล็บ ๑ พระดรุณรักษา เครื่องสังกโลก ๑ พระพรหมบริรักษ์ เครื่องเซียน ๑ หลวงสิทธินายเวร เครื่องเซียน ๑ พระครูสิทธิไชย เครื่องเซียนสี ๑ พระนรนารถภักดี เครื่องเขาไม้ ๑ พระนานาพิธภาษี เครื่องขาว ๑ หลวงโยธาบริบาล เครื่องเซียน ๑ หลวงอรรคนารี เครื่องลายห้อ ๑ หม่อมราชวงษ์ไฉน เซียนสี หนังสือ ๑ พระยาโชฎึกราชเศรษฐี เครื่องมังกร ๔ เล็บ ๑ พระยาพิศาลผลพานิช เครื่องขาว ๑ พระบริบูรณ์โกษากร เครื่องหนังสือเล็ก ๑ พระประเสริฐวานิช เครื่องสังกโลก ๑ นายเจิมศรีสรรักษ์ เครื่องสิงห์โต ๑ หลวงภัทรผลพานิช เครื่องสังกโลก ๑ จีนเผือก เครื่องเซียน ๑ พระวิสุทธิสมาจาร วัดบางจาก เครื่องเซียน ๑ พระครูสังฆกิจจานุกร วัดมหาธาตุ เครื่องสังกโลก ๑

วันที่รัชกาล ๗๙๖๒ วัน ๖ ๑๔ ๙ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๒๙ สิงหาคม รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลาเช้าเจ้าพนักงานเชิญพระโกษฐพระอัฐิพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้านภาจรจำรัสศรีแต่ตำหนักแห่มาเชิญขึ้นประดิษฐานไว้บนพานทองคำเหนือบุษบกในพระที่นั่งเสร็จแล้ว โปรดเกล้า ฯ ให้พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าชายยุคลทิฆัมพร เสด็จออกไปเลี้ยงพระสงฆ์ ๑๕ รูป ในพระที่นั่งอนันตสมาคม ของหลวง ๑๐ รูป มีพระโพธิวงษเปนประธานสงฆ์ ของเจ้าภาพ ๕ รูป มีพระอริยมุนีเปนประธานสงฆ์ ฉันเสร็จแล้ว ทรงถวายเครื่องบริขารตามสมควร แล้วสดับปกรณ์ของหลวง ๑๐๐ ของเจ้าภาพ ๑๐๐

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษเสด็จออกพระที่นั่งอนันตสมาคม แล้วเสด็จพระราชดำเนินออกพระที่นั่งสุทไธสวริย ทอดพระเนตรญวนหกรำแพน หกคเมนลอดบ่วง ต่ายลวด นอนหอกนอนดาบ ดาบมีด โยนมีด แล้วทรงโปรยผลกัลป์พฤกษ์พระราชทานพระบรมวงษานุวงษ์แลข้าราชการเฟื้องสองร้อยสลึงสองร้อยเหรียญทองคำ ๓๐ เหรียญ เจ้าพนักงานทิ้งต้นกัลป์พฤกษ์ ๔ ต้น ๆ ละห้าตำลึง เวลาค่ำมีหนังสองโรง

เวลาทุ่มเศษเสด็จขึ้นพระที่นั่งอนันตสมาคมทรงจุดเทียนเครื่องนมัสการพระสงฆ์ ๑๕ รูป ที่รับพระราชทานฉันเข้าแล้ว เจริญพระพุทธมนต์จบแล้ว โปรดเกล้า ฯ ให้นิมนต์พระธรรมวโรดมเข้ามาถวายเทศนาปุตตสังคหะกะถาสังคหะวัดถุ ๔ กัณฑ์หนึ่ง จบแล้วทรงถวายไตรแลเครื่องบริขารเงินห้าตำลึง แล้วพระอริยมุนีเข้ามาถวายเทศนา ปุตตสังคหะอาทิยสูตรกัณฑ์ ๑ เปนกัณฑ์ของเจ้าภาพ จบแล้วโปรดเกล้า ฯ ให้พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าชายยุคลทิฆัมพรถวายไตรแลเครื่องบริขารตามสมควร แล้วเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยผู้ชำนาญในเครื่องโต๊ะ ถ้าใครดีทรงผูกผ้าแดงทำขวัญให้ แล้วมีกิมฮวย ๑ คู่ผูกให้ด้วย เวลา ๔ ทุ่มเศษเสด็จขึ้น

แล้วโปรดเกล้า ฯ ให้กระบวนข้างในออกมาทอดพระเนตรเครื่องโต๊ะ จนเวลา ๕ ทุ่มเศษข้างในกลับ จึ่งโปรดเกล้า ฯ ให้เชิญพระบรมวงษานุวงษ์แลข้าราชการผู้ที่มาตั้งเข้ามาเสวยแลรับพระราชทานเสร็จแล้ว เวลา ๒ ยามเศษเสด็จขึ้น โปรดเกล้า ฯ ให้พระเจ้าน้องยาเธอกรมหมื่นประจักษศิลปาคมออกมาจุดดอกไม้เพลิงที่น่าพระที่นั่งสุทไธสวริย

คือดอกไม้พุ่ม ๒๐ พุ่ม ระธา ๑๐ ระธา กะถาง ๑๕ กถาง แสนห่า ๒ ดอกไม้ตู้ ๒ กงเหียน ๑ พเนียง ๓๐ บอก มังกรไฟคู่ ๑ รำกระถาง ๒๐ คู่

วันที่รัชกาล ๗๙๖๓ วัน ๗ ๑๕ ๙ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๓๐ สิงหาคม รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลาเช้าโปรดเกล้า ฯ ให้พระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าชายยุคลทิฆัมพรออกมาเลี้ยงพระของหลวง ๑๐ รูป มีสมเด็จพระพุฒาจาริยเปนประธานสงฆ์ ของเจ้าภาพ ๕ รูป มีพระญาณรักษขิตเปนประธานสงฆ์ รวมพระสงฆ์ ๑๕ รูป รับพระราชทานฉันแล้วทรงเครื่องไทยทานตามสมควร แล้วมีสดับปกรณ์ของหลวง ๑๐๐ ของเจ้าภาพ ๑๐๐

เวลาบ่ายโมงเศษเสด็จออกพระที่นั่งอนันตสมาคมประทับเกย แล้วเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรโต๊ะอยู่จนเวลาบ่าย ๒ โมงเศษเสด็จขึ้น

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษเสด็จออกพระที่นั่งอนันตสมาคม แล้วเสด็จพระราชดำเนินออกพระที่นั่งสุทไธสวรรยทอดพระเนตรกาลเล่นแลทรงโปรยกัลป์พฤกษ์แลเหรียญทองแลทิ้งต้นกัลป์พฤกษ์ ๔ ต้น เหมือนวันที่กล่าวมาแล้ว

เวลาย่ำค่ำเศษเสด็จขึ้นประทับพระที่นั่งอนันตสมาคม ทรงจุดเทียนเครื่องนมัสการ พระสงฆ์ ๑๕ รูปที่ได้รับพระราชทานฉันเช้าแล้วเข้ามาเจริญพระพุทธมนต์ เวลา ๒ ทุ่มเศษเจริญพระพุทธมนต์จบ โปรดเกล้า ฯ ให้นิมนต์พระพรหมมุนีเข้ามาถวายเทศนาสังคหวัดถุกัณฑ์ ๑ จบแล้ว ทรงถวายเงิน ๕ ตำลึง ไตรแลเครื่องบริขารตามสมควร แล้วหม่อมเจ้าพระพร้อมเข้ามาถวายเทศนาจัปปาติโภคะธรรม ๔ กัณฑ์หนึ่ง เปนกัณฑ์ของเจ้าภาพจบแล้ว โปรดเกล้า ฯ ให้พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าชายยุคลถวายไตรแลเครื่องบริขารตามสมควร พอเวลา ๔ ทุ่มเศษโปรดเกล้า ฯ ให้พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าชายยุคลไปจุดดอกไม้เพลิงที่พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ แล้วเสด็จพระราชดำเนินตรวจเครื่องโต๊ะพร้อมด้วยผู้ชำนานเครื่องโต๊ะจนเวลา ๕ ทุ่มเศษ โปรดเกล้า ฯ ให้เชิญพระบรมวงษานุวงษ แลข้าราชการผู้ที่มาตั้งเครื่องโต๊ะ เสวยแลรับพระราชทานอาหารเสร็จแล้ว พอเวลา ๒ ยามเศษเสด็จทรงโปรยแลกัลป์พฤกษ์และเหรียญทองคำข้างในเหมือนอย่างข้างน่า แล้วเสด็จขึ้น

วันที่รัชกาล ๗๙๖๔ วัน ๑ ๙ ค่ำ ปีขานโทศก ๑๒๕๒

วันที่ ๓๑ สิงหาคม รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ ๒๔๓๓)

เวลาเช้า ๔ โมงเศษ โปรดเกล้า ฯ ให้พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าชายยุคลทิฆัมพร เสด็จออกมาเลี้ยงพระสงฆ์ของหลวง ๑๐ รูป มีหม่อมเจ้าพระพุทธุปบาทปิลันท์ธรรมเจดีย์เปนประธานสงฆ์ ของเจ้าภาพ ๕ รูปมีพระเทพมุนีเปนประธานสงฆ์ รวมพระสงฆ์ ๑๕ รูปรับพระราชทานฉัน เสร็จแล้วถวายของเครื่องไทยธานตามสมควร แล้วมีสดับปกรณ์ของหลวง ๑๐๐ ของเจ้าภาพ ๑๐๐ เวลาย่ำค่ำเศษ เสด็จออกพระที่นั่งอนันตสมาคม แล้วเสด็จพระราชดำเนินออกพระที่นั่งสุทไธสวริย์ ทอดพระเนตรการเล่นต่าง ๆ แล้วทรงโปรยผลกัลป์พฤกษ์แลเหรียญทอง พระราชทานพระบรมวงษานุวงษ์แลข้าราชการ เจ้าพนักงานก็ทิ้งต้นกัลป์พฤกษ์ ๔ ต้นตามเคย

เวลาทุ่มเศษ เสด็จขึ้นจากพระที่นั่งสุทไธสวรรย์ ประทับในพระที่นั่งอนันตสมาคม ทรงจุดเทียนเครื่องนมัสการ พระสงฆ์ ๑๕ รูป ที่ได้รับพระราชทานฉันเช้าแล้วมาเจริญพระพุทธมนต์ เวลา ๒ ทุ่มเศษเจริญพระพุทธมนต์จบ โปรดเกล้า ฯให้นิมนต์พระบรมวงษ์เธอ พระองค์เจ้าอรุณนิภาคุณากร เช้ามาถวายเทศนา ทรงจุดเทียนเครื่องนมัสการแล้ว พระองค์เจ้า อรุณก็แสดงภัทเทครัตตกะสูตรกัณฑ์หนึ่งจบแล้ว ทรงถวายเงินไตรแลเครื่องบริขารตามสมควร แล้วหม่อมเจ้าพระสถาพรพิริยพรต เข้ามาถวายเทศนาอาลัพภนิษฐานกัณฑ์ ๑ เปนกัณฑ์ของเจ้าภาพจบแล้ว โปรดเกล้า ฯ ให้พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าชายยุคลฑิคัมพรถวายไตรแลเครื่องบริขารตามสมควร

แล้วโปรดเกล้า ฯ พระราชทานป้านแก่พระบรมวงษานุวงษ์ แลข้าราชการผู้ที่มาตั้งเครื่องโต๊ะตามสมควรเสร็จแล้ว เวลา ๔ ทุ่มเศษ โปรดเกล้าฯ ให้ข้างในออกทอดพระเนตรเครื่องโต๊ะ แล้วโปรดเกล้า ฯ ให้เจ้าฟ้าชายยุคลเสด็จออกไปจุดดอกไม้เพลิงที่พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ตามเคย เวลา ๕ ทุ่มเศษ ข้างในเสด็จขึ้นแล้ว

โปรดเกล้า ฯ ให้เชิญพระบรมวงษานุวงษ์แลข้าราชการที่ได้มาตั้งเครื่องโต๊ะเสวยแลรับพระราชทานเสร็จแล้ว เวลา ๒ ยามเศษ เสด็จทรงโปรยผลกัลป์พฤกษ์แลเหรียญทองคำพระราชทานข้างใน แล้วเสด็จขึ้น

วันที่รัชกาล ๗๙๖๕ วัน ๒ ๙ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๑ กันยายน รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

วันนี้เปนวันกำหนดช้างสำคัญขึ้นโรงสมโภช แพช้างพลายสำคัญล่องลงมาจอดพักอยู่น่าวัดลมุด แต่ก่อนเคยเสด็จพระราชดำเนินเปนกระบวนทางชลมารคขึ้นไปรับที่วัดลมุดก่อน แล้วจึ่งโปรดเกล้า ฯ ให้ล่องแพช้างตามลงมา แต่ครั้งนี้หาได้เสด็จขึ้นไปรับไม่ โปรดเกล้า ฯ ให้ล่องแพช้างลงมาพักที่ท่าพระ

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ เสด็จทรงพระราชยานงาช้างจำหลักแต่เกยน่าพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาทไปประทับพลับพลายกท่าพระ แล้วโปรดเกล้า ฯ ให้เดินช้างสำคัญเมืองจำปาศักดิ์ขึ้นจากแพ แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับมาประทับที่โรงสมโภชช้างด้านตวันตกเฉียงเหนือ โปรดเกล้า ฯ ให้เดินกระบวนแห่ช้างพลายสำคัญมาเข้าโรงสมโภช กระบวนแห่กระบวนน่านั้นมีคนถือธงมังกรเดินซ้ายขวา } ข้างละ ๕๐ คน สาระวัดเดินกลาง ๑๐ คน แล้วต่อมามีกลองชะนะซ้ายขวา } ข้างละ ๑๐ คน จ่าปี่ ๑ จ่ากลอง ๑ เดินกลาง แล้วต่อมามีแตรงอนเดินซ้ายขวา } ข้างละ ๕ คน แตรฝรั่งซ้ายขวา } ข้างละ ๒ คน สังข์ข้างละ ๑ คน แล้วต่อมาถึงแซ่หวายเดินซ้ายขวา } ข้างละ ๖ คน ช้างพังนำ ๑ ตะบองกลึงเดินซ้ายขวา } ข้างละ ๔ คน คันฉิ่งเกล็ดข้างละ ๑ คน แล้วต่อมาถึงพระเทพคชรัตนกิริณี ๑ แซ่หางม้าตาม ๒ เครื่องยศ ๔ เดินซ้ายขวา } แล้วต่อมามีแซ่หวายเดินซ้ายขวา } ข้างละ ๖ คน ช้างพังนำ ๑ ตะบองกลึงเดินซ้ายขวา } ข้างละ ๔ คน คันฉิ่งเกล็ดข้างละ ๑ คน แล้วต่อมาถึงพระศรีสวัสดิเสวตรวรรณ ๑ แซ่หางม้าตาม ๒ คน เครื่องยศ ๔ คน เดินซ้ายขวา } แล้วต่อมามีคู่แห่เดินซ้ายขวา } ข้างละ ๕๐ คน สาระวัดเดินซ้ายขวา } ข้างละ ๕ คน กลองชนะข้างละ ๑ คน จ่าปี่ ๑ จ่ากลอง ๑ แล้วต่อมาถึงแซ่หวายเดินซ้ายขวา } ข้างละ ๖ คน แตรงอนข้างละ ๕ คน แล้วต่อมาถึงตะบองกลึงเดินซ้ายขวา } ข้างละ ๔ คน แตรฝรั่งข้างละ ๓ คน สังข์ข้างละ ๑ คน แล้วต่อถึงเครื่องสูง ๗ ชั้นข้างละ ๑ ห้าชั้นข้างละ ๕ คน บังแทรกข้างละ ๔ คน แล้วต่อมาถึงช้างพังนำ ๑ คันฉิ่งเกล็ดเดินซ้ายขวา } ข้างละ ๑ คน แล้วถึงพระกรรภิรมย์ ๓ นำกลาง ๑ เดินซ้ายขวา } แล้วต่อมาถึงช้างสายสูตรกับช้างพลายสำคัญเดินด้วยกัน แล้วถึงคันฉิ่งเกล็ดเดินซ้ายขวา } ข้างละ ๑ คน แซ่หางม้าตาม ๒ คน เครื่องยศ ๔ คนเดินซ้ายขวา } แล้วต่อมาถึงช้างเชือกพังตาม ๑ แล้วต่อมามีคู่แห่เดินซ้ายขวา } ข้างละ ๒๕ คน สาระวัดเดินซ้ายขวา } ข้างละ ๒ คน เครื่องสูง ๓ ชั้นข้างละ ๑ ห้าชั้นข้างละ ๕ คน บังแทรกข้างละ ๔ คน แล้วต่อมาถึงธงมังกรเดินซ้ายขวา } ข้างละ ๒๕ คน สาระวัดข้างละ ๒ คน สิ้นกระบวนแล้ว

พอช้างสายสูตรนำช้างสำคัญเข้าโรงสมโภชขึ้นแท่นยืนที่แล้ว ทรงถวายไตรผ้าสลับแพรแก่พระสงฆ์ราชาคณะถานานุกรมรวม ๒๐ รูป มีพระธรรมไตรยโลกาจาริย์เปนประธาน รับผ้าไตรออกมาครองเสร็จแล้ว ทรงจุดเทียนเครื่องนมัสการ พระสงฆ์ก็เจริญพระพุทธมนต์ เวลา ๒ ทุ่มเศษ เจริญพระพุทธมนต์จบเสด็จกลับ

โปรดเกล้า ฯ ให้พราหมณ์เข้าไปแลอ่านดุศดีสังเวยกล่อมช้างแลมีขับไม้บัณเฑาะว์ตามธรรมเนียม มีรำกระถางคืนละ ๒๐ คู่ มังกรไฟคู่ ๑ ตั้งแต่วันนี้ไป

วันที่รัชกาล ๗๙๖๖ วัน ๓ ๙ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๒ กันยายน รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลาเช้า ๔ โมงเศษเสด็จทรงพระราชยาน ไปประทับที่โรงสมโภชช้าง ทรงจุดเทียนเครื่องนมัสการทรงศีลแลทรงบาตรแล้ว โปรดเกล้าฯ ให้เดินกระบวนแห่สลากกระภัทร ข้างในออกประตูพิมานไชยศรี ไปตามถนนน่าโรงสมโภชช้าง แล้วเลี้ยวไปพักในโรงลครเก่าหลังโรงสมโภชช้าง ทรงประเคนสำรับแลสลากกระภัตร แก่พระธรรมไตรยโลกาจาริย์ ๑ พระสุเมธาจาริย์ ๑ แล้วโปรดเกล้า ฯ ให้พระบรมวงษานุวงษ์ถวายต่อไปจนครบพระสงฆ์ ๒๐ รูป พระสงฆ์ฉันแล้วทรงถวายของเครื่องไทยทาน พระสงฆ์ถวายอนุโมทนาอติเรก เวลาเช้า ๕ โมงเศษเสด็จกลับ

สลากกระภัตรวันนี้ เปนของพระบรมวงษานุวงษฝ่ายใน เวลาทุ่มเศษเสด็จทรงพระราชยานไปประทับที่โรงสมโภชช้าง ทรงถวายไตรแก่พระสงฆ์เหมือนวันก่อน ที่พระธรรมวโรดมเปนประธาน เวลายามเศษเจริญพระพุทธมนต์จบเสด็จกลับ.

วันที่รัชกาล ๗๙๖๗ วัน ๔ ๙ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๓ กันยายน รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลาเช้า ๕ โมงเศษโปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เสด็จไปเลี้ยงพระสงฆ์ ๒๐ รูปในโรงสมโภชช้าง แลมีกระบวนแห่สลากกระภัตรข้างในอย่างวันนี้กล่าวมาแล้วสลากกระภัตรวันนี้เปนส่วนของเจ้าจอมมารดา ในรัชกาลประจุบันนี้

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษเสด็จออกห้องไปรเวตพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาทด้านตวันออก พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงเทวะวงษวโรประการนำมิสเตอเฮนรี ไมเควล โยนส์ ราชทูตอังกฤษ เข้าไปเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท มีพระราชปฏิสัณฐารด้วยพอสมควร กรมหลวงเทวะวงษก็นำมิศเตอ ฯ โยนส์ ออกมาจากที่เฝ้าเสด็จขึ้น

เวลาย่ำค่ำเศษเสด็จทรงพระราชยาน ไปประทับที่โรงสมโภชช้าง พระสงฆ์สวดมนต์วันนี้เท่าวันก่อน มีพระเจ้าบรมวงษเธอ กรมพระปวเรศวริยาลงกรณ์เปนประธาน เวลาทุ่มเศษเจริญพระพุทธมนต์จบเสด็จกลับ

วันนี้มีการประชุมปฤกษาราชการข้างในด้วย

วันที่รัชกาล ๗๙๖๘ วัน ๕ ๙ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๔ กันยายน รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลาเช้า ๓ โมงเศษเสด็จทรงพระราชยาน ไปประทับที่โรงสมโภชช้าง ทรงจุดเทียนเครื่องนมัสการทรงศีลแล้ว จึ่งเสด็จพระราชดำเนินขึ้นเกยพระราชทานน้ำสังข์แลน้ำพระพุทธมนต์ แล้วโปรดเกล้า ฯ ให้กรมขุนเจริญผลพูนสวัสดิ์ แลกรมหมื่นประจักษศิลปาคมประทานต่อไป พราหมณ์ก็เข้าไปให้น้ำสังข์ เจ้าพนักงานก็ประโคมเครื่องดุริยางค์ดนตรีแตรสังข์ขึ้นพร้อมกัน พระสงฆ์ก็ถวายไชยมงคล เจ้าพนักงานกรมช้างก็แต่งตัวช้างสำคัญแล้ว จึงโปรดเกล้า ฯ พระราชทานอ้อยแดงสามท่อนที่มีนามจาฤกขึ้นระวางเปนพระเสวตรวรนาเคนทร์ คเชนทรศักดิสมบูรณ์ กมุทตระกูลทุติยเสวตร ทวัยเนตรสุทธนฤมล อาโรหะสกนธ์มงคลลักษณ์ อรรคพาหนนารถบรมราชาธิราชธำรง พรหมพงษพิเศษพหลเดชคชคุณ วิบูลย์ประเสริฐเลิศฟ้า พอช้างสำคัญรับพระราชทานอ้อยแล้ว จึงเสด็จกลับมาประทับพระราชบัลลังก์อาศน์ แล้วโปรดเกล้า ฯ ให้เดินกระบวนแห่สลากกระภัตรข้างใน สลากกระภัตรวันนี้เปนส่วนของเจ้าจอมมารดาเก่า แล้วเสด็จทรงถวายอาหารบิณฑบาตพระสงฆ์ ๒๐ รูปเสร็จแล้วเสด็จกลับมาประทับพระราชบัลลังก์อาศน์ โปรดเกล้า ฯ พระราชทานเครื่องราชอิศริยาภรณ์ช้างเผือกชั้นที่ ๔ แก่เจ้าสุทธิสารผู้ว่าที่เจ้าราชวงษ์เมืองนครจำปาศักดิ์ ๑ ชั้นที่ ๕ แก่เจ้าโพธิสารผู้ว่าที่เจ้าราชบุตรเมืองนครจำปาศักดิ์ ๑ ซึ่งเปนผู้นำพระเสวตรวรนาเคนทร์ลงมาแล้วพระราชทานสัญญาบัตร ให้นายแก้วหมอช้างเมืองนครจำปาศักดิ์ ผู้คล้องช้างพลายเผือกได้เปนขุนบันลุคชลาภ ถือศักดินา ๔๐๐ แต่นายสิดาควาญเมืองนครจำปาศักดิ์ ผู้คล้องช้างพลายเผือกได้ ซึ่งจะโปรดเกล้าฯ ให้เปนขุนปราบคชไกร ถือศักดินา ๒๐๐ นั้น ถึงแก่กรรมเสียก่อนล่องแพช้างลงมากรุงเทพ ฯ แล้วหาได้ทันรับพระราชทานสัญญาบัตรไม่ โปรดเกล้า ฯ พระราชทานรางวัลแก่ขุนบันลุคชลาภหมอ เงินตรา ๕ ชั่ง หีบถมตะทองหีบ ๑ แหวนรังแตนกลางป่ามรกฎมงคลรอบทับทิม ทองหนักบาทหนึ่งกับสามกล่ำ ๑ แหวนดอกมพร้าวทองหนักวงละสลึง ๒ วง ผ้าพรรณนุ่งห่มเครื่องเรือนพร้อม แต่นายสิดาควาญที่ถึงแก่กรรมเสียนั้น โปรดเกล้า ฯ พระราชทานเงินตรา ๓ ชั่ง หีบถมแลแหวนผ้าพรรณนุ่งห่มเครื่องเรือนพร้อมเหมือนกัน ส่งไปพระราชทานให้บุตรภรรยา พอพระสงฆ์รับพระราชทานฉันแล้ว ทรงถวายเครื่องไทยทานเหมือนวันที่กล่าวมาแล้ว เวลา ๕ โมงเศษเสด็จกลับ มีลครแลเพลงสมโภชตั้งแต่วันนี้ไป

เวลาย่ำค่ำเศษโปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เสด็จไปเวียนเทียนสมโภชพระเสวตรวรนาเคนทร์ แลทอดพระเนตรลครพระเจ้าบวรวงษเธอ พระองค์เจ้าดวงประภา

วันที่รัชกาล ๗๙๖๙ วัน ๖ ๙ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๕ กันยายน รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลาย่ำค่ำเศษเสด็จไปประทับที่โรงสมโภชพระเสวตรวรนาเคนทร์ โปรดเกล้า ฯ ให้เวียนเทียนสมโภชเสร็จแล้ว เสด็จกลับมาประทับที่พลับพลายกทอดพระเนตรลคร พระยานรินทรราชเสนีนำพระทรงสุรเดช กรมพระกระลาโหมกราบถวายบังคมลาเปนข้าหลวงออกไปสืบจับแขกผู้ร้าย ณ เมืองรามัญ

เวลาทุ่มเศษเสด็จกลับ.

วันที่รัชกาล ๗๙๗๐ วัน ๗ ๙ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๖ กันยายน รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลาย่ำค่ำเศษโปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เสด็จไปเวียนเทียนสมโภชพระเสวตรวรนาเคนทร์.

วันที่รัชกาล ๗๙๗๑ วัน ๑ ๙ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๗ กันยายน รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เลิกการสมโภชแล้ว เปนวันพระไม่มีราชการอไร.

วันที่รัชกาล ๗๙๗๒ วัน ๒ ๙ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๘ กันยายน รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษเสด็จทรงรถพระที่นั่งมีกระบวนข้างในด้วย ไปประทับที่โรงเลี้ยงเด็กของพระอรรคชายาเธอ พระยาโชฎึกราชเศรษฐีนำเสื้อกางเกงเขมขัดเครื่องแต่งตัวเด็ก ๔๘ สำรับ ทั่วเด็ก ๔๘ คน เข้ามาทูลเกล้าฯ ถวาย แล้วเสด็จพระราชดำเนินขึ้นไปประทับบนโรงดรุณราชพยาบาล ทรงจุดเทียนเครื่องนมัสการพระสงฆ์ ๕ รูป จะได้เจริญพระพุทธมนต์ในการโกนจุกเด็กชาย ๕ หญิง ๒ รวม ๗ คน มีพระอริยมุนีนำเปนประธานแล้วโปรดเกล้า ฯ ให้เอาป้ายที่มีพระนามว่า เรือนยุคล เรือนนภาจรเข้ามาพระราชทานพระสุหร่ายแล้วทรงเจิม จึ่งโปรดเกล้าฯ ให้เอาป้ายไปติดไว้ที่น่าเรือนนั้นแล้ว เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรเรือนทั้งสองแห่ง แล้วเสด็จกลับมาประทับที่พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ภอจบแล้ว จึงเสด็จพระราชดำเนินไปประทับที่เรียนนภาจรเสวยแล้ว โปรดเกล้า ฯ ให้เชิญพระบรมวงษานุวงษ์ แลข้าราชการผู้ใหญ่ น้อย } ซึ่งมาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาทเสวยแลรับพระราชทานที่เรือนดรุณราชพยาบาลตามสมควร แลมีการเล่นร้องลำที่แต่งใหม่สำหรับจะให้เด็กร้องเล่น ต่อไปมีรับมโหรีด้วยวงหนึ่ง หนังตลุงโรงหนึ่ง เวลา ๒ ทุ่มเศษ เสด็จกลับมาประทับที่สโมสรสถาน ทอดพระเนตรูปฉายฝังมีเข้ามาใหม่จนเวลายามเศษ เสด็จกลับ.

วันที่รัชกาล ๗๙๗๓ วัน ๓ ๑๐ ๙ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๙ กันยายน รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลาเช้าโปรดเกล้า ฯ ให้พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร เสด็จไปเลี้ยงพระสงฆ์ ๕ รูปที่โรงเลี้ยงเด็กของพระอรรคชายาเธอ

เวลายามเศษ สมเด็จพระนางเจ้าเสด็จทรงรถพระที่นั่งเปนกระบวนข้างใน ไปทอดพระเนตรรูปฉายฝรั่งที่สโมสรสถาน เวลา ๔ ทุ่มเศษเสด็จกลับ

เวลา ๔ ทุ่มเศษเสด็จออกขุนนาง หลวงจินดารักษ์นำบอกในกรมพระมหาดไทยขึ้นอ่านกราบบังคมทูล ๓ ฉบับ

ฉบับ ๑ บอกพระอินทราธิบาลข้าหลวงเมืองนครนายก ลงวันที่ ๑๑ สิงหาคม ร,ศ, ๑๐๙ ว่าจับอ้ายกอนพวกอ้ายมาว่องไว้ รายปล้นบ้านจีนสุนบ้านบางอ้อ เอาตัวมาถามให้การสารภาพเปนสัตยซัดพวกเพื่อน ๖๓ คน

ฉบับ ๒ ว่ามีอ้ายผู้ร้าย ๕ ๖ } คน ขึ้นไปบนห้างนานายกอง อ้ายผู้ร้ายตีฟันแทงนายกองอินภรรยามีบาดเจ็บป่วยมากแต่หาได้เก็บเอาทรพย์สิ่งของไปไม่

ฉบับ ๓ ว่า วันที่ ๒ สิงหาคม ๑๐๙ เวลายามหนึ่งมีอ้ายผู้ร้าย ๔ คนขึ้นไปบนห้างนานายอินทราช แต่นายอินทราชกับบุตรโดดหนีไป อ้ายผู้ร้ายยกเอาหีบหนังที่เก็บทรัพย์สิ่งของไป นายอินทราชจำหน้าได้ว่าอ้ายถุง อ้ายจีน อ้ายชา } ได้เอาตัวมาถามให้การไม่รับ

พระสุรินทรามาตย์นำบอกกรมพระกระลาโหมขึ้นอ่านกราบบังคมทูล ๔ ฉบับ

ฉบับ ๑ บอกเมืองกาญจนบุรี ลงวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๑๐๙ ว่า ขุนหมื่นไพร่ เลขส่วยทองเมืองท่ากระดาน จำนวนปีชวดสัมฤทธิศก เลข ๓๗ คน ทองหนัก ๔ ตำลึง ๒ บาท ๒ สลึง คิดเปนราคาเงินบาทละ ๑๖ เงิน ๓ ชั่ง ๑๘ ตำลึง ยกพระราชทาน ๑๐ ชัก ๒ คงส่ง ๓ ชั่ง ๓ ตำลึง

ฉบับ ๒ ว่าเลขขุนหมื่นไพร่ส่วยทองเมืองท้องผาภูม จำนวนปีชวดสัมฤทธิศก เลข ๖๘ คน ทองหนัก ๗ ตำลึงกึ่ง เปนราคาเงินบาทละ ๑๖ เงิน ๖ ชั่ง ๑๓ ตำลึงกึ่ง ยกพระราชทาน ๑๐ ชัก ๒ คงส่ง ๕ ชั่ง ๙ ตำลึงกึ่ง

ฉบับ ๓ ว่าเลขขุนหมื่นไพร่ส่วยทองกองสมิงเสนะ จำนวน ๑๐๘ เลข ๓๖ คน ทองหนัก ๖ ตำลึงบาทสองสลึง คิดเปนราคาบาทละ ๑๖ เงิน ๕ ชั่ง ๒ ตำลึง ยกพระราชทาน ๑๐ ชัก ๒ คงส่ง ๔ ชั่ง ๔ ตำลึง

ฉบับ ๔ บอกพระยาศรีสรราชภักดีข้าหลวงหัวเมืองฝ่ายทเลตวันตก ลงวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๑๐๙ ว่า จีนบ้าบาฉินทำเรื่องราวมายื่นว่าภาษีเรือจ้างที่เมืองภูเก็จ ๒๙ ลำ เก็บเปนเงินภาษีของหลวงเงิน ๒๐๐๐ เหรียญ แต่เรือใบบันทุกสินค้าขึ้นล่องยังมีอยู่ ๗ ลำหาได้เสียภาษีไม่ จีนบ้าบาฉินขอรับทำเรือ ๗ ลำ เปนภาษี ปี ๑๐๙ เงิน ๔๐๐ เหรียญ ปี ๑๑๐ เงิน ๖๐๐ เหรียญ ปี ๑๑๑ เงิน ๘๐๐ เหรียญ ได้คัดต้นเรื่องราวส่งเข้ามาด้วยแล้ว

จึ่งดำรัสถามพระยามนตรีสุริยวงษ์ว่า ภาษีเรืออไร พระยามนตรีกราบทูลว่าเรือบันทุกสินค้าขึ้นล่อง แล้วดำรัสสั่งให้พระยามนตรีเอาหนังสือบอกฉบับนี้ส่งเข้าไปประชุมในที่ประชุมด้วย

แล้วดำรัสถามพระยามนตรีว่า หนังสือที่เรื่องความเมืองภูเก็จยังชำระค้างอยู่นั้นได้คัดส่งไปกรมท่าแล้วฤๅยัง พระยามนตรีกราบทูลว่ายังคัคอยู่

แล้วพระยาศรีนำพระเทพนรินทร์อินทรราชเสนามาตย์มหาดไทย เมืองสวรรคโลกย์ ๑ หลวงสกลกำแหงยกรบัตร ๑ หลวงอนุรักษ์อักษรผู้ช่วยราชการ ๑ เมืองศรีโสภณ ๒ หลวงรามสิทธิศรยกรบัตร เมืองลพบุรี ๑ รวม ๔ นาย กราบถวายบังคมลาขึ้นไปรักษาราชการบ้านเมือง

โปรดเกล้า ฯ พระราชทานถาดหมากคนโทเงิน ผ้าพรรณนุ่งห่มแก่ยกรบัตรเมืองลพบุรี แต่นอกจากนั้นได้รับพระราชทานแต่ผ้าพรรณนุ่งห่มทั่วกันแล้วเสด็จขึ้น

มีการประชุมปฤกษาราชการข้างใน.

วันที่รัชกาล ๗๙๗๔ วัน ๔ ๑๑ ๙ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๑๐ กันยายน รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลาบ่ายเจ้าพนักงานจัดการพระสงฆ์ จะได้เจริญพระพุทธมนต์ในโรงช้างน่าวัดพระศรีรัตนสาศดารามแห่งหนึ่ง ที่พระที่นั่งอาภรณ์ภิโมขปราสาท ในการหล่อพระฉลองพระองค์พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าหญิงโกมลเสาวมาลแห่งหนึ่ง

เวลาทุ่มเศษโปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เสด็จจุดเทียนเครื่องนมัสการพระสงฆ์ ๑๐ รูป เจริญพระพุทธมนต์ในโรงช้าง มีหม่อมเจ้าพระพุทธุปบาทปิลันทน์ธรรมเจดีย์เป็นประธาน แล้วเสด็จกลับมาทรงจุดเทียนเครื่องนมัสการ พระสงฆ์ ๕ รูป เจริญพระพุทธมนต์ที่พระที่นั่งอาภรณ์ภิโมขปราสาท มีพระกิติสารมุนีเปนประธาน

เวลาย่ำค่ำเสศเสด็จออกพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาทองค์กลาง ทรงทอดพระเนตรเครื่องโต๊ะลายครามอยู่จนเวลา ๕ ทุ่ม เสด็จขึ้น

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ สมเด็จพระนางเจ้าเสด็จโดยรถพระที่นั่ง ไปประพาศโรงเลี้ยงเด็ก เวลาทุ่มเศษจึงเสด็จกลับ.

วันที่รัชกาล ๗๙๗๕ วัน ๕ ๑๒ ๙ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๑๑ กันยายน รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลาเช้าโมง ๑ กับ ๕ มินิต เสด็จออกทรงหล่อพระพุทธรูป โปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธเสด็จขึ้นไปจุดเทียนเครื่องนมัสการที่พระที่นั่งอาภรณ์ภิโมขปราสาทภอพระฤกษได้เวลาทรงเททองแล้ว ทรงพระสุหร่ายประพิมพ์แล้วเสด็จไปประทับที่โรงช้างน่าวัดพระศรีรัตนสาศดาราม โปรดเกล้า ฯ ให้เดินกระบวนแห่พระเสวตรวรนาเคนทร์มาเข้าโรงเสร็จแล้ว ทรงจุดเทียนเครื่องนมัสการ หม่อมเจ้าพระพุทธุปบาทปิลันทน์ธรรมเดีย์ถวายศีลแล้วถวายพรพระ จึ่งโปรดเกล้า ฯ ให้พนักงานกรมช้างแก้เครื่องแต่งตัวพระเสวตรวรนาเคนทร์ออกแล้ว จึ่งเสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานน้ำสังข์แลน้ำพระพุทธมนต์แก่พระเสวตรวรนาเคนทร์ พราหมณ์ก็เข้าไปให้น้ำสังข์ แล้วเสด็จกลับ โปรดเกล้า ฯ ให้พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นประจักษศิลปาคม เลี้ยงพระแลถวายเครื่องไทยทานแก่พระสงฆ์ ๑๐ รูป พระสงฆ์ ๕ รูป ที่พระที่นั่งอาภรณ์ภิโมขปราสาทนั้น โปรดเกล้า ฯ ให้หม่อมเจ้าระเบียบถวายอาหารบิณฑบาต แต่ของเครื่องไทยทานนั้นกรมหมื่นประจักษศิลปาคมถวาย

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษเสด็จออกทางประตูพรหมโสภา แล้วเสด็จลงเรือพระที่นั่งทอนิครอฟที่ท่าตำหนักแพ ข้ามไปประทับที่ท่าทหารเรือ เสด็จพระราชดำเนินขึ้นไปทอดพระเนตรโรงทหารแลอู่เรือทั่วแล้ว เสด็จลงเรือพระที่นั่งล่องลงไปประทับที่วังสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ กรมพระองค์ใหญ่ เวลา ๒ ทุ่มเศษเสด็จกลับ

แล้วเสด็จออกพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาทองค์กลาง ประทับทอดพระเนตรเครื่องโต๊ะลายครามอยู่ จนเวลา ๕ ทุ่มเศษเสด็จขึ้น

วันที่รัชกาล ๗๙๗๖ วัน ๖ ๑๓ ๙ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๑๒ กันยายน รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

วันนี้เปนวันบันจบวันสวรรคคตพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ เจ้าพนักงานจัดการที่พระพุทธมณเฑียรตามเคย เวลาเช้า ๔ โมงเศษ โปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าสมมติวงษวโรทัย เสด็จไปเลี้ยงพระสงฆ์วัดพระเชตุพน ๑๐ รูป เปนส่วยทรงพระราชอุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ มีพระมงคลเทพมุนีเปนประธาน วัดรัษฎาธิฐานวัดกาญจนสิงหาศน์ รวม ๕ รูป เปนส่วนทรงพระราชอุทิศ ถวายสมเด็จพระอมรินทรามาตย์ มีพระครูนิโรธรักขิตเปนประธาน รวมพระสงฆ์ ๑๕ รูป รับพระราชทานฉันแล้ว ทรงทอดผ้าไตร ๑ ผ้าขาวพับ ๙ สดัปกรณ์พระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ แล้วทรงทอตผ้าไตร ๑ ผ้าขาว ๔ สดัปกรณ์พระอัฐิสมเด็จพระอมรินทรามาตย์เสร็จแล้ว มีสดัปกรณ์รายร้อยอีกสองร้อย

เวลาบ่าย ๓ โมงเศษเสด็จด้วยกระบวนข้างในออกประตูฉนวนลงเรือพระที่นั่งเอตเตอที่ท่าราชวรดิฐ ไปประพาศสวนเงาะบางจาก เวลาย่ำค่ำเศษเสด็จกลับ

เวลายามเศษโปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าสมมติวงษวโรทัย เสด็จไปจุดเทียนเครื่องนมัสการที่พระพุทธมณเฑียร พระสงฆ์ ๑๕ รูปเจริญพระพุทธมนต์จบแล้ว พระธรรมไตรโลกาจาริย์ถวายเทศนาอนันตลักษณสูตร จบแล้วถวายไตรแลเครื่องบริขารตามสมควร.

วันที่รัชกาล ๗๙๗๗ วัน ๗ ๑๔ ๙ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๑๓ กันยายน รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลาบ่าย ๓ โมงเศษเสด็จด้วยกระบวนข้างในออกประตูฉนวน ลงเรือพระที่นั่งเอดเดอกงที่ท่าตำหนักแพ ไปประพาศสวนเงาะ พระยาอาวุธภัณฑ์เผด็จบางพลัด เวลายามเศษเสด็จกลับ เวลา ๔ ทุ่มเศษทรงเครื่องใหญ่.

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ