เดือน ๑๑ จุลศักราช ๑๒๕๒

วันที่รัชกาล ๘๐๐๘ วัน ๓ ๑๑ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๑๔ ตุลาคม รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลาเช้า ๕ โมงเศษ โปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เสด็จออกมาเลี้ยงพระสงฆ์ ๓๘ รูป มีกรมพระปวเรศวริยาลงกรณ์นำเปนประธาน รับพระราชทานฉันเสร็จแล้วถวายโถเข้ายาคูแก่พระสงฆ์ ๓๘ รูป แล้วทรงสดัปกรณ์กาลานุกาล ๓๔ รูป พระสงฆ์รับเข้ากระทง แล้วมีสดัปกรณ์รายร้อยอีก ๕๐๐ รูป หอพระนาค ๑๐๐ รูป ส่งไปสดัปกรณ์ฝ่ายพระราชวังบวรฯ อีก ๑๐๐ รูป โถเข้ายาคูวันนี้เปนส่วนของพระบรมวงษานุวงษ์ฝ่ายใน.

วันที่รัชกาล ๘๐๐๙ วัน ๔ ๑๑ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๑๕ ตุลาคม รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษเสด็จทรงรถพระที่นั่งไปทอดพระเนตรเมรุวัดสะเกษ เวลาทุ่มเศษเสด็จกลับ.

วันที่รัชกาล ๘๐๑๐ วัน ๕ ๑๑ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๑๖ ตุลาคม รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลาเช้า ๒ โมงเจ้าพนักงานจัดการเชิญพระศพพระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าหญิง โกมลเสาวมาลย์ แต่หอธรรมสังเวชขึ้นบนยานนุมาศสามคาพ ตั้งกระบวนแห่ออกประตูรัตนพิศาล ไปตามน่าประตูวิเศษไชยศรีเลี้ยวป้อมเผด็จดัษกรไปตามถนนบำรุงเมืองไปเข้าพระเมรุวัดสเกษ กระบวนน่านั้นมีธง ๙ ชาย ๑ มรฎปเพลิง ๑ ธง ๕ ชายข้างละ ๑ ปี่กลองมลายูข้างละ ๑ เดินซ้ายขวา แล้วต่อธงงกรข้างละ ๕๐ สารวัดข้างละ ๕ พิณพาทย์ไทยสำรับ ๑ เดินกลาง ต่อมาธงตะขาบข้างละ ๕๐ สารวัดข้างละ ๕ พิณพาทย์ไทยสำรับ ๑ เดินกลาง ต่อมาเครื่องแห่ที่วังพระองค์เจ้าขจรจรัสวงษ์เดินซ้ายขวา สังเค็ดยอดคนหาม ๔๘ สังเค็ดเดินกลางต่อมาขุนหมื่นคู่แห่ข้างละ ๖๐ สารวัดคู่แห่ข้างละ ๖ ต่อมาธงเสือปีกซ้าย ขวา } ข้างละ ๘ ต่อมากลองชนะซ้ายขวาข้างละ ๒๐ สารวัดเดินกลางข้างละ ๒ จ่าปี่ ๑ จ่ากลอง ๑ } เดินกลาง ต่อมาแตรฝรั่งข้างละ ๔ แตรงอนข้างละ ๖ สารวัดเดินกลาง ๒ ต่อมาสังข์ข้างละ ๑ เครื่องสูง ๕ ชั้นข้างละ ๑ สารวัดเดินกลางต่อมาบังแทรกข้างละ ๔ เครื่องสูง ๕ ชั้นข้างละ ๕ เดินสลับกัน มหาดเล็กเชิญพระแสงหว่างเครื่องเดินกลาง ๖ เครื่องสูง ๗ ชั้นข้างละ ๒ ต่อมาสังฆการีถือตาลิปัตรแฉกนำกลาง ๑ อินทร์พรหมข้างละ ๖ คู่เคียงตำแหน่งพระข้างละ ๖ พระกลด ๑ บังพระสุริย ๑ เดินซ้ายขวา แล้วพระราชยานกงพระองค์เจ้าอรุณนิภาคุณากรอ่านอภิธรรม ๑ พัชโบก ๑ ต่อมาอินทร์พรหมซ้ายขวาข้างละ ๖ คู่เคียงตำแหน่งพระยาข้างละ ๖ บังสูริย์ ๑ พระยานนุมาศสามคานรับพระโกษมณฑปน้อย พัดโบก ๑ ข้าหลวงตาม ต่อมาคู่แห่เดินเท้าข้างละ ๔๐ เวรชาววังคุมเครื่องข้างละ ๑ ต่อมาสารวัดคุมเครื่องสูง ๑ เครื่องสูง ๗ ชั้นข้างละ ๑ ห้าชั้นข้างละ ๕ บังแทรกข้างละ ๔ มหาดเล็กเชิญพระแสงหว่างเครื่อง ๔ เดินกลาง ต่อมาฉัตรผ้าข้างละ ๔ ฉัตรย่ามข้างละ ๖ ชาวพระคลังในซ้ายเชิญเครื่องหอมข้างละ ๑ มลิวันตามเดินกลาง ๖ ต่อมาระย้าผ้าข้างละ๕๐ พิณพาทย์ไทยสำรับ ๑ เดินนำ สังเค็ดยอด ๒๐ สังเค็ดเดินกลาง ต่อมาธงตะขาบเดินซ้ายขวาข้างละ ๒๕ พิณพาทย์จีนเดินกลางสำรับ ๑ สิ้นกระบวนแล้วพอพระศพถึงพระเมรุเวียนพระศพครบสามรอบแล้ว เชิญพระศพขึ้นประดิษฐานบนเกรินหันขึ้นตั้งบนแว่นฟ้าสามชั้น มีถานคูหาแลมีเครื่องแต่งต่างๆ การมหรศพในเวลากลางวัน คือโขนโรง ๑ หุ่นโรง ๑ มอญรำ ๑ งิ้วโรง ๑ โรงไม้ลอยญวนหก ๑ เวลาค่ำมีโขนน่าจอ ๑ หนัง ๑ โรง

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษเสด็จทรงรถพระที่นั่งเปนกระบวนไปประทับพลับพลาวัดสเกษทรงโปรยผลกัลปพฤกษ์เฟื้อง ๑๐ ตำลึง สลึง ๑๐ ตำลึง ฉลาก ๑๐๐ พระราชทานพระบรมวงษานุวงษ์แลข้าราชการ เจ้าพนักงานก็ทิ้งต้นกัลปพฤกษ์ ๔ ต้น ๆ ละ ๕ ตำลึงผลละเฟื้อง แล้วเสด็จขึ้นพระราชยานทรงโปรยข้างในเฟื้องสลึงเท่ากัน แล้วเสด็จลงพระเมรุ ทรงทอดผ้าไตรสังเค็ด ๕ รูป คือ พระวรวงษ์เธอ พระองค์เจ้าอรุณ ๑ พระครูอุดร ๑ พระครูอภัยสังฆกิจานุกร ๑ พระมหาอุ่น พระสมุห์บุญ ๑ สดัปกรณ์เสร็จแล้ว ทรงทอดผ้าไตรย์เปล่า สดัปกรณ์อีก ๑๐ รูปมีพระราชมุนีนำเปนประธาน แล้วมีสดัปกรณ์ราย ๑๐๐ อีก ๒๐๐ รูป แล้วเสด็จขึ้นประทับพลับพลาทรงธรรมโปรดเกล้า ฯ ให้นิมนต์พระพรหมมุนีเข้ามาถวายเทศนาอนิจลักษณจบแล้วทรงถวายเครื่องบริขารตามสมควร เวลาทุ่มเศษทรงจุดดอกไม้เพลิง คือพุ่ม ๒๐ พุ่ม ระธา ๑๐ ระธา ดอกไม้กระถาง ๑๐ แสนห่า ๒ กง หัน เหียน } ๑ ดอกไม้ตู้สองตู้ ดอกไม้พ้อม ๑ ดอกไม้ม้า ๘ ม้า ดอกไม้รุ่งเล็ก ๔ ขด พเนียง ๒๐๐ บอก พลุ ๕๐ พลุ รำกระถาง ๒๐ คู่ สิงห์โตไฟคู่ ๑ มังกรไฟคู่ ๑ แล้วเสด็จกลับ

วันที่รัชกาล ๘๐๑๑ วัน ๖ ๑๑ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๑๗ ตุลาคม รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

วันนี้พระสงฆ์จะได้เจริญพระพุทธมนต์ที่พระที่นั่งสุทไธสวริย์ ในการพระราชพิธีคเชนทรัศวสนาน เวลาย่ำค่ำเศษ โปรดเกล้า ฯ ให้พระเจ้าลูกเธอพระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร เสด็จไปจุดเทียนเครื่องนมัสการพระสงฆ์ ๑๐ รูป ฝ่ายไทย ๕ รามัญ ๕ มีพระมงคลเทพนำเปนประธานอาลักษณ์ก็อ่านประกาศตามพระราชพิธี

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ เสด็จทรงรถพระที่นั่งไปประทับพลับพลาวัดสะเกษ ทรงโปรยผลกัลปพฤกษ์ แลฉลากก็เหมือนวันที่กล่าวมาแล้ว แล้วเสด็จลงพระเมรุ ทรงทอดผ้าไตรยสังเค็ดสดัปกรณ์ ๕ คือ พระวิสิทธิสมาจาริย์ ๑ พระธรรมทานาจาริย์ ๑ พระปถมเจติยานุรักษ์ ๑ พระครูภาวนาวิจารณ์ ๑ พระอ่อนพิธีธรรม ๑ แล้วทรงทอดผ้าไตรยเปล่าสดับปกรณ์อีก ๑๐ รูป มีพระครูปลัดสัมพิพัฒนศีลาจาริย์นำเปนประธาน แล้วมีสดัปกรณ์รายร้อยเหมือนกัน แล้วเสด็จขึ้นพลับพลาทรงธรรม โปรดเกล้า ฯ ให้นิมนต์พระธรรมไตรยโลกาจาริย์ เข้ามาถวายเทศนาทุกขลักษณจบแล้ว ทรงถวายเครื่องบริขารตามสมควร แล้วทรงจุดดอกไม้เพลิงเหมือนวันที่กล่าวมาแล้ว

เวลาทุ่มเศษ เสด็จกลับพระบรมมหาราชวัง

วันที่รัชกาล ๘๐๑๒ วัน ๗ ๑๑ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๑๘ ตุลาคม รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลาเช้าโปรดเกล้า ฯ ให้พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงษ์ เสด็จไปเลี้ยงพระสงฆ์ ๑๐ รูป ที่พระที่นั่งสุทไธสวรรย์เสร็จแล้ว เวลาบ่าย ๔ โมงเศษ เสด็จรถพระที่นั่งไปประทับพลับพลาวัดสะเกษ โปรดเกล้า ฯ ให้เดินกระบวนแห่คเชนทรัศวสนานตามเคย แล้วเสด็จลงพระเมรุทรงทอดผ้าไตรยสังเค็ตสดัปกรณ์ ๗ รูป คือ พระเจ้าบรมวงษ์เธอ กรมพระปวเรศริยาลงกรณ์ ๑ พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นวชิรญาณวโรรศ ๑ หม่อมเจ้าพระสถาพรพิริยพรต ๑ หม่อมเจ้าพระพร้อม ๑ พระครูวิเสศศีลคุณ ๑ พระหรุ่น เครื่องโต๊ะ ๑ พระผ่อง เครื่องโต๊ะ ๑ แล้วทรงทอดผ้าไตรยเปล่าสดัปกรณ์ ๑๐ รูป มีพระวินัยกิจโกศล นำเปนประธาน เสร็จแล้วเสด็จขึ้นพระราชทานเพลิง แล้วเสด็จกลับมา ประทับพลับพลาทรงโปรยผลกัลปพฤกษ์ แลฉลากพระราชทานข้างน่าข้างใน } เหมือนวันที่กล่าวมาแล้ว แล้วประทับที่ทรงธรรมพระโพธิวงษ์เข้ามาเทศนาอนัตตลักษณจบแล้ว ถวายเครื่องบริขารเหมือนที่กล่าวมา เวลาทุ่มเศษ ทรงจุดดอกไม้เพลิงแล้วเสด็จกลับ.

วันที่รัชกาล ๘๐๑๓ วัน ๑ ๑๑ ค่ำ ปีขานโทศก ๑๒๕๒

วันที่ ๑๙ ตุลาคม รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลาเช้าโมงเศษ เสด็จทรงรถพระที่นั่งไปประทับที่เมรุวัดสเกษ โปรดเกล้า ฯ ให้เดินสามหาบแล้วทรงทอดผ้าไตรยสดัปกรณ์แล้วทรงประเคนของหลวง พระมงคลเทพ ๑ พระปัญญาคัมภีร์เถร ๑ พระอุดมญาน ๑ ของเจ้าภาพ พระปรากรมมุนี ๑ พระธรรมทานาจาริย์ ๑ พระวิเชียรธรรมคุณาธาร ๑ รวมพระสงฆ์ ๖ รูป รับพระราชทานฉัน ทรงเก็บพระอัฏฐิลงในพระโกษทองคำแล้วเจ้าพนักงานเชิญมาตั้งที่อาศน์สงฆ์ขึ้นประดิษฐาน ทรงทอดผ้าขาวพับ ๑๐๐ สดัปกรณ์แล้ว

เวลาเช้า ๓ โมงเศษเสด็จกลับ เจ้าพนักงานก็เชิญโกษพระอัฐิตั้งบุษบก มีสดับปกรณ์ผ้าพับน่า ๒๐๐ ย่าม ๑๐๐ รทาเครื่องไทยธรรม ๔๐๐ แล้วแห่กลับพระบรมมหาราชวัง แห่พระอังคารไปพักไว้ที่ศาลาวัดราชบพิธจะได้บันจุอนุสาวรีย์ของพระเจ้าลูกเธอตามเคย

เวลาย่ำค่ำเศษ เสด็จทรงรถพระที่นั่งไปประทับศาลาวัดราชบพิธ ทรงทอดผ้าไตรย์สดับปกรณ์พระอังคาร พระสงฆ์ ๕ รูป มีพระวรวงษ์เธอ พระองค์เจ้าอรุณนิภาคุณากรนำเปนประธาน แล้วเสด็จไปบรรจุพระอังคารในแท่น ซึ่งจะได้ทำเปนอนุสาวรีย์ต่อไป เวลาทุ่มเศษเสด็จกลับ

วันที่รัชกาล ๘๐๑๔ วัน ๒ ๑๑ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๒๐ ตุลาคม รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษเสด็จเรือพระที่นั่งกลไฟเล็ก ไปประทับที่บ้านพระบริบูรณ์โกษากร แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรโรงสีเข้าทั่วแล้ว เสด็จกลับมาประทับที่บ้านพระบริบูรณ์จนเวลายามเศษเสด็จกลับ

วันนี้ มีประชุมปฤกษาราชการข้างในด้วย เวลาค่ำวันนี้เจ้าพนักงานยกหีบศพหม่อมเจ้าปานในพระเจ้าราชวรวงษ์กรมหมื่นภูมินทร์ภักดี แต่วังลงเรือม่านทองก้านแย่งมาเข้าเมรุวัดสะเกษ.

วันที่รัชกาล ๘๐๑๕ วัน ๓ ๑๑ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๒๑ ตุลาคม รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษเสด็จทรงรถพระที่นั่งไปตามถนนบำรุงเมืองถึงตะพานยศเส เวลาทุ่มเศษเสด็จกลับ วันนี้เปนวันพระไม่มีราชการอะไร.

วันที่รัชกาล ๘๐๑๖ วัน ๔ ๑๑ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๒๒ ตุลาคม รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษเสด็จทรงรถพระที่นั่งไปประทับพลับพลาวัดสะเกษ แล้วเสด็จพระราชดำเนินลงในเมรุทรงทอดผ้าไตร ๕ ผ้าขาวพับ ๑๐ สดับปกรณ์ศพหม่อมเจ้าปานในพระเจ้าราชวรวงษ์เธอ กรมหมื่นภูมินทรภักดี มีพระเจ้าบรมวงษเธอ กรมพระปวเรศวริยาลงกรณ์นำเปนประธานเสร็จแล้ว ทรงจุดไฟพระราชทานเพลิงแล้วเสด็จกลับมาประทับพลับพลา ทรงโปรยกัลปพฤกษ์เฟื้อง ๕๐๐ ผล ฉลาก ๒๐๐ ของเจ้าภาพถวายพระราชทานข้างน่าแล้วเสด็จกลับขึ้นพระราชทานข้างใน เวลาย่ำค่ำเสศเสด็จกลับ.

วันที่รัชกาล ๘๐๑๗ วัน ๕ ๑๐ ๑๑ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๒๓ ตุลาคม รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลาทุ่มเศษเสด็จพระดำเนินไปประทับที่สัลลักษณสถาน ทรงจัดเครื่องโต๊ะของหลวงอยู่จนเวลา ๘ ทุ่มเศษเสด็จกลับ.

วันที่รัชกาล ๘๐๑๘ วัน ๖ ๑๑ ๑๑ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๒๔ ตุลาคม รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

วันนี้เจ้าพนักงานจัดการเชิญพระอัฐิพระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าหญิงโกมลเสาวมาลย์ แต่ตำหนักไปตั้งที่โต๊ะจีนที่สัลลักษณ์สถานในการทำบุญ ๗ วัน โปรดเกล้า ฯ ให้พระบรมวงษานุวงษ์แลข้าราชการไทยจีนเอาเครื่องโต๊ะเข้ามาตั้ง เปนเครื่องขาวแลสักโลก

เวลาทุ่มเศษเสด็จทรงพระราชยานแต่เกยน่าพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาท ไปประทับที่สัลลักษณสถาน เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรเครื่องโต๊ะทั่วแล้ว ทรงจุดเทียนเครื่องนมัสการพระสงฆ์ ๑๕ รูปเปนส่วนของหลวง ๑๐ รูป มีพระเทพกระวีนำเปนประธานของเจ้าภาพ ๕ รูป มีพระราชพงษปฏิพัทธนำเปนประธาน เจริญพระพุทธมนต์จบแล้ว ทรงทอดผ้าไตรสดับปกรณ์พระสงฆ์ทั้ง ๑๕ รูป เสด็จแล้ว พอพระสงฆ์ถวายอติเรกถวายพระพรลากลับ โปรดเกล้า ฯ ให้นิมนต์พระเทพโมลีเข้ามาถวายเทศนาทุกขสัจจ์เป็นกัณฑ์ของหลวงจบแล้ว ทรงถวายไตรเครื่องสังเค็ต แล้วพระเมธาธรรมรศเข้ามาถวายเทศนาสมุทัยสัจจ์เปนกัณฑ์ของเจ้าภาพ จบแล้ว โปรดเกล้า ฯ ให้เจ้าภาพข้างในถวายไตรเครื่องสังเคต แล้วเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรเครื่องโต๊ะต่อไป จนเวลา ๗ ทุ่มเศษทรงจุดดอกไม้เพลิงคือพุ่ม ๑๐ พุ่ม ๖ กระถาง พเนียง ๒๐ พเนียง แลมีดอกไม้ยี่ปุ่นซึ่งสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์น้อยทรงนำมาถวายจากยี่ปุ่นถวายด้วย

แล้วเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรเครื่องโต๊ะต่อไป จนเวลาสามยามเสศเสด็จกลับ.

วันที่รัชกาล ๘๐๑๙ วัน ๗ ๑๒ ๑๑ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๒๕ ตุลาคม รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลาเช้า ๔ โมงเศษโปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าสมมตติวงษวโรทัยเสด็จไปเลี้ยงพระสงฆ์ ๑๕ รูปที่สัลลักษณสถาน ฉันแล้วถวายเครื่องไทยทานตามสมควร แล้วมีสดับปกรณ์ของหลวงร้อยหนึ่งของเจ้าภาพร้อยหนึ่ง

เวลาทุ่มเศษเสด็จทรงพระราชยานแต่เกยน่าพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาท ไปประทับที่สัลลักษณสถานแล้วโปรดเกล้า ฯ ให้นิมนต์พระราชานุพัทธมุนีเข้ามาถวายเทศนานิโรธสัจจ์กัณฑ์หลวงจบแล้วทรงถวายไตรเครื่องสังเค็ดอย่างวันก่อน แล้วพระกิตติสารมุนีเข้ามาถวายเทศนามัคสัจจ์เปนกัณฑ์ของเจ้าภาพจบแล้ว เจ้าภาพถวายไตรเครื่องสังเคต

เวลา ๔ ทุ่มเศษเสด็จออกทรงโปรยผลกัลปพฤกษ์เฟื้อง ๑๕๕ สลึง ๑๔๕ แต่ฉลากนั้นพระราชทานแก่พระบรมวงษานุวงษแลข้าราชการผู้ที่มาตั้งเครื่องโต๊ะ แล้วทรงจุดดอกไม้เพลิงอย่างวันก่อน แล้วเสด็จขึ้นพระราชทานผลกัลปพฤกษแลฉลากข้างในแล้วโปรดเกล้า ฯ ให้ข้างในออกมาทอดพระเนตรเครื่องโต๊ะ จนเวลา ๒ ยามเศษข้างในขึ้นเสด็จกลับ

วันที่รัชกาล ๘๐๒๐ วัน ๑ ๑๓ ๑๑ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๒๖ ตุลาคม รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

ไม่เสด็จออกไม่มีราชการอไร.

วันที่รัชกาล ๘๐๒๑ วัน ๒ ๑๔ ๑๑ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๒๗ ตุลาคม รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

วันนี้เปนวันตรงกับวันประสูตรในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เจ้าพนักงานจัดการที่พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยแล้วเชิญพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมาขึ้นประดิษฐานบนบุษบกเหนือชั้นแว่นฟ้าทองคำสามชั้นเสร็จแล้ว

เวลาเช้า ๔ โมงเศษโปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเสด็จออกมาเลี้ยงพระสงฆ์ ๒๐ รูป มีหม่อมราชวงษพระราชานุพัทธมุนีนำเปนประธาน ฉันเช้าแล้วเวลาค่ำจะได้มาเจริญพระพุทธมนต์

เวลาย่ำค่ำเสด็จพระราชดำเนินไปประทับที่หอพระสมุดวชิระญาณ ทรงประชุมการที่จะตั้งกรรมสัมปาทิกประทับอยู่จนเวลาทุ่มเศษเสด็จกลับ มาประทับที่พระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาทองค์กลางทอดพระเนตรเครื่องโต๊ะอยู่จนเวลา ๔ ทุ่มเศษเสด็จขึ้น แล้วเสด็จออกพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยทรงจุดเทียนเครื่องนมัสการแล้ว พระสงฆ์ ๒๐ รูปก็เจริญพระพุทธมนต์จบแล้ว ทรงทอดผ้าไตร ๒๐ ไตร สดับปกรณ์พระบรมอัฐิเสร็จแล้ว โปรดเกล้า ฯ ให้นิมนต์พระกิตติสารมุนีเข้ามาถวายเทศนาทานมัยจบแล้วทรงถวายไตรแลเครื่องบริขารตามสมควร แล้วโปรดเกล้า ฯ พระราชทานเงินสลึงแก่พระบรมวงษานุวงษ์ทั่วแล้ว เสด็จทรงพระราชยานแต่เกยพระที่นั่งอมรินทร์วินิจฉัยไปประทับที่พระที่นั่งราชกิจวินิจฉัย แล้วเสด็จพระราชดำเนินลงเรือพระที่นั่งบัลลังก์ทรงลอยพระปทีปตามธรรมเนียมที่เคยมีมา เวลาสองยามเศษเสด็จขึ้น

วันที่รัชกาล ๘๐๒๒ วัน ๓ ๑๕ ๑๑ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๒๘ ตุลาคม รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

วันนี้เปนวันตรงกับวันสวรรคคตในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า ฯ เจ้าอยู่หัว แลจะมีการแต้มพระป้ายด้วย เจ้าพนักงานเชิญพระอัฐิกรมสมเด็จพระเทพศิรินธรามาตย์มาตั้งในบุษบกที่ตั้งพระบรมอัฐิ เวลาเช้า ๔ โมงเศษ โปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเสด็จออกมาเลี้ยงพระสงฆ์ ๒๕ รูป คือ วัดราชประดิษฎ์ ๒๐ รูป เปนส่วนของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีสมเด็จพระพุทธโฆษาจาริย์นำเปนประธาน วัดเทพศิรินธราวาศ ๕ รูป เปนส่วนของกรมสมเด็จพระเทพศิรินธรามาตย์ มีพระอริยมุนีนำเปนประธาน รวมพระสงฆ์ ๒๕ รูป รับพระราชทานฉันแสร็จแล้ว โปรดเกล้า ฯ ให้นิมนต์พระสงฆ์วัดเทพศิรินธราวาศมาเติมสดับปกรณ์อีก ๕ รูป เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ เสด็จออกพระที่นั่งอมรินทร์ วินิจฉัย ทรงจุดเทียนเครื่องนมัสการแล้ว ทรงทอดผ้าไตร ๒๐ ไตร วัดราชประดิษฎ์สดับปกรณ์พระบรมอัฐิเสร็จแล้ว ทรงทอดผ้าไตรอีก ๑๐ ไตร วัดเทพศิรินทราวาศสดับปกรณ์ พระอัฐิกรมสมเด็จพระเทพศิรินธรามาตย์เสร็จแล้ว พระสงฆ์ก็ถวายอดิเรกพระพรลากลับ โปรดเกล้า ฯ ให้เจ้าพนักงานเชิญพระบรมอัฐิ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวลงมาทรงแบ่งพระบรมอัฐิลงในพระโกษเล็กพระราชทานสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สำหรับทรงสักการบูชารฦกถึงพระเดชพระคุณแล้ว โปรดเกล้า ฯ ให้เจ้าพนักงานเชิญพระบรมอัฐิขึ้นประดิษฐานไว้ตามเดิม พอพระสงฆ์ถวายพระพรลาไปแล้ว โปรดเกล้า ฯ ให้มีการแต้มป้าย มีจดหมายข้อความพิสดารแจ้งอยู่ในท้ายไดอารีวันนี้แล้ว แล้วมีสดับปกรณ์รายร้อยอีก ๒๐๐ รูป โปรดเกล้า ฯ พระราชทานตราตั้งกรรมสัมปาทิกในหอพระสมุดวชิรญาณ ให้พระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนนริศรานุวัตติวงษ์ เปนสภานายก ให้พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นสมมตอมรพันธุ์ เปนเหรัญญิก ให้พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นดำรงราชานุภาพ เปนบรรณารักษ ให้พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นนราธิปประพันธพงษ์ เปนสารานิยกร ให้พระเจ้าบวรวงษเธอ พระองค์เจ้าจรูญโรจเรืองศรี เปนผู้ช่วยบรรณารักษ์ ให้ขุนผดุงสีตลาอาศน์ เปนผู้ช่วยเหรัญญิก แล้วพระราชทานเงินสลึง แก่พระบรมวงษานุวงษ์แลราชตระกูลเสร็จแล้ว เวลาบ่าย ๓ โมงเสด็จขึ้น

เวลา ๔ ทุ่มเศษ เสด็จออกพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ทรงจุดเทียนเครื่องนมัสการแล้ว พระสงฆ์ ๓๐ รูปก็เจริญพระพุทธมนต์จบแล้ว โปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชทรงทอดผ้าเช็ดหน้าเช็ดปาก สดับปกรณ์แล้ว โปรดเกล้า ฯ ให้นิมนต์พระธรรมไตรโลกาจาริย เข้ามาถวายเทศนาศีลมัยจบแล้ว โปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ถวายไตรแลเครื่องบริขาร พอพระสงฆ์ถวายอดิเรกพระพรลากลับ เวลา ๒ ยามเศษเสด็จทรงพระราชยานแต่เกยพระที่นั่งอมรินทร์วินิจฉัย เสด็จลอยพระประทีปเหมือนวันก่อน

เวลา ๗ ทุ่มเศษเสด็จกลับ

จดหมายเหตุการแต้มป้ายพระนาม พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แลกรมสมเด็จพระเทพศิรินธรามาตย์

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ทำป้ายไม้จันทน์ขึ้นสองป้าย ป้ายหนึ่งกรอบแลซุ้มสลักรูปมังกร มีอักษรจีนเปนพระนามพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว อีกป้ายหนึ่งกรอบแลซุ้มสลักรูปหงษ์ มีอักษรจีนเปนพระนามกรมสมเด็จพระเทพศิรินทรามาตย์สำหรับที่จะไปประดิษฐานไว้ ณ พระที่นั่งเวหาศน์จำรูญในพระราชวังบางปอินเปนที่ทรงสักการบูชา รฦกถึงพระเดชพระคุณ } สืบไป โปรดเกล้า ฯ ให้มีการแต้มป้ายตามพิธีอย่างจีนที่พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในวันที่ ๒๘ ตุลาคม รัตนโกสินทร์๒๓ศก ๑๐๙ ซึ่งเปนวันทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ในวันสวรรคคตพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้า ฯ ให้เชิญพระอัฐิกรมสมเด็จพระเทพศรินธรามาตยไปประดิษฐานในบุษบกทองคำด้วย เพิ่มพระสงฆ์ขึ้นอีก ๑๐ รูปโปรดให้ตั้งโต๊ะจีน ๒ โต๊ะ ด้านตวันออกตั้งโต๊ะลายมังกร ๕ เล็บ ตั้งป้ายพระนามพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในท่ามกลางด้านตวันตกตั้งโต๊ะลายหงษตั้งป้ายพระนามกรมสมเด็จพระเทพศิรินทรามาตย์ในท่ามกลาง ที่กลางพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยตรงน่าพระที่น่าเสวตรฉัตร ตั้งโต๊ะจีนอย่างโต๊ะขวางหลัง สำหรับเชิญป้ายพระนามมาแต้มในที่นั้น ต่อออกมาตั้งโต๊ะจีน ๔ เหลี่ยมมีเครื่องบูชา ต่อลงมามีโต๊ะจีนอย่างเตี้ยตั้งเครื่องเสวย แล้วเว้นระยะห่างหน่อยหนึ่งตั้งโต๊ะจีน ๔ เหลี่ยม มีเครื่องบูชาอีกโต๊ะ ๑

ครั้นทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเลี้ยงพระแล้ว พระสงฆ์ถวายพระพรลากลับ พระยาโชฎึกราชเศรษฐี พระยาสวัสดิวามดิฐ นิมนต์พระญวน ๑๐ องค์ มีพระครูคณานัมสมนาจาริยเปนต้น ไปนั่งเรียงบนอาศน์สงฆ์ โปรดเกล้า ฯ ให้ภูษามาลาเชิญป้ายพระนามทั้ง ๒ ป้ายไปตั้งที่โต๊ะขวางหลังป้ายพระนามพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตั้งหันน่าข้างตวันออกป้ายพระนามกรมสมเด็จพระเทพศิรินธรามาตย์ตั้งหันน่าข้างตวันตก พระยาโชฎึกราชเศรษฐีแต่งตัวสรวมเสื้อขาวอย่างจีนชั้นใน สรวมเสื้อครุยทองอย่างไทยแต่เปนลายมังกรชั้นนอก สรวมหมวกเจ๊ก พระยาสวัสดิวามดิฐแต่งตัวสรวมเสื้อมังกรหย่อมอย่างจีน สรวมหมวกเจ๊กเข้าไปเปิดเครื่องเสวยเปนการถวาย พระญวนสวดตามพิธี โปรดเกล้า ฯ ให้ผู้ที่จะแต้มป้ายไปยืนที่โต๊ะเครื่องบูชาน่าโต๊ะเครื่องเสวย หม่อมเจ้าตุ้มในพระประพันธ์วงษ์เธอ กรมขุนอิศรานุรักษเปนผู้จะแต้มป้ายพระนามพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสัมพันธวงษ์เธอกรมหมื่นนฤบาลมุขมาตยเปนผู้จะแต้มป้าย พระนามกรมสมเด็จพระเทพศิรินธรามาตย์ พระยาโชฎึกราชเศรษฐี พระยาสวัสดิวามดิฐนำแพรแดงห่มผู้ที่จะแต้มป้ายสะพายแล่งถือพู่กิมฮวยถือพู่กันจิ้มชาดหอระคุณไปยืนตรงน่าป้ายพระนามทั้ง ๒ ข้าง พระญวนสวดถึงกำหนดที่จะแต้มหม่อมเจ้าตุ้มแต้มก่อน กรมหมื่นนฤบาลมุขมาตยแต้มภายหลัง แต้มที่ตัวอักษรตัวบน ข้างบนจุด ๑ ข้างล่างจุด ๑ สมมุติว่าเชิญพระวิญญาณเข้าอยู่ในป้ายเสร็จแล้ว มีจุดประทัดเผากระดาษทอง แล้วภูษามาลาเชิญป้ายไปตั้งที่โต๊ะมังกรแลโต๊ะหงษตามเดิม เวลาที่ตั้งนั้นจีนตีม้าฬ่อ พระญวนสวดแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดเทียนเครื่องโต๊ะ แลทรงเจิมพระป้าย โปรดเกล้า ฯ ให้ พระยาโชฎึก พระยาสวัสดิ } ถวายของบริขารพระญวนแล้ว พระญวนสวดอนุโมทนาเสร็จการพิธีแต้มป้ายเท่านี้.

วันที่รัชกาล ๘๐๒๓ วัน ๔ ๑๑ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๒๙ ตุลาคม รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลาเช้า ๔ โมงเศษโปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธเสด็จออกมาเลี้ยงพระสงฆ์ที่จะสดับปกรณ์กาลานุกาลออกพรรษา พระสงฆ์ ๓๔ รูป มีพระกิติสารมุนีนำเปนประธาน

เวลาเที่ยงเศษโปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเสด็จออกทอดผ้าสดับปกรณ์เสร็จแล้ว มีสดับปกรณ์รายร้อยอีก ๕๐๐ รูป แล้วส่งไปสดับปกรณ์หอพระนาค ๑๐๐ รูป ฝ่ายพระราชวังบวรกาลานุกาล ๕ รายร้อย ๑๐๐ รูป

เวลา ๔ ทุ่มเศษโปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเสด็จออกมาจุดเทียนเครื่องนมัสการ แล้วพระโพธิวงษถวายเทศนาภาวนามัยจบแล้ว ถวายไตรแลเครื่องบริขารตามสมควร

เวลา ๒ ยามเศษเสด็จทรงพระราชยานแต่เกยพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาท เสด็จลอยพระปทีป เวลา ๗ ทุ่มเศษเสด็จขึ้น

วันที่รัชกาล ๘๐๒๔ วัน ๕ ๑๑ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๓๐ ตุลาคม รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลา ๔ ทุ่มเศษเสด็จออกขุนนาง หลวงจินดารักษนำบอกในกรมมหาดไทยขึ้นอ่านกราบบังคมทูล ๘ ฉบับ ฉบับ ๑ บอกกรุงเก่าลงวันที่ ๒๓ กันยายน ๑๐๙ ว่า เจ้าอธิการเดช ขอที่ผูกพัฒเสมาวัดไทรน้อยยาว ๑๑ วา กว้าง ๗ วา ๓ ศอก

ฉบับ ๒ บอกเจ้าอธิการแจ้งขอที่ผูกพัฒเสมาวัดตาไม้ไผ่ ยาว ๑๐ วา ๒ ศอก กว้าง ๖ วา ๓ ศอก

ฉบับ ๓ ว่า น้ำฝนในราษีกรกฎปี ๑๐๙ น้อยกว่าปี ๑๐๘ เก้าเซน น้ำฝนในราษีสิงห์ปี ๑๐๙ มากกว่าปี ๑๐๘ สามร้อยยี่สิบเจ็ดเซน ราษฎรปักเข้ากล้าแล้วประมาณ ๔ ส่วน ยังประมาณส่วน ๑ ราคาเข้าตวงด้วยสัต ๓๐ ทนานเกวียนละ ๗ ตำลึง ๓ บาท

ฉบับ ๔ บอกเมืองอุทัยธานีลงวันที่ ๑๙ กันยายน ๑๐๙ ว่า น้ำฝนในราษีสิงห์ปี ๑๐๙ มากกว่าปี ๑๐๘ สิบห้าทสางค์ น้ำท่าในราษีปี ๑๐๙ มากกว่าปี ๑๐๘ สิบสี่นิ้ว เข้าในนาราษฎรทำแล้วประมาณ ๕ ส่วนยังส่วน ๑ เข้าเปลือกตวงด้วยสัด ๒๕ ทนานเกวียนละ ๗ ตำลึง ๒ บาท ๒ สลึง

ฉบับ ๕ ว่า เจ้าอธิการดี ขอที่ผูกพัฒเสมาวัดหนองน้ำคัน กว้าง ๖ วาคืบ ยาว ๘ วา ๒ ศอก

ฉบับ ๖ บอกเมืองสระบุรีลงวันที่ ๒๕ กันยายน ๑๐๙ ว่า น้ำฝนในราษีสิงห์ปี ๑๐๙ มากกว่าปี ๑๐๘ สิบสามนิ้วสองทสางค์ น้ำท่าในราษีสิงห์ปี ๑๐๙ เท่ากับปี ๑๐๘ เข้าในนาราษฎรทำได้ทั่วกัน ราคาเข้าเปลือกตวงด้วยสัด ๒๕ ทนาน เกวียนละ ๗ ตำลึง

ฉบับ ๗ ว่าหลวงวิชิตสงครามผู้ช่วย ขอที่ผูกพัฒเสมาวัดบ้านห้วยทราย ยาว ๘ วา ๒ ศอก กว้าง ๔ วาศอกคืบ

ฉบับ ๘ บอกถวายพระราชกุศลในการเฉลิมพระชนม์พรรษา

พระวิจารณ์อาวุธ นำบอกกรมพระกระลาโหม ขึ้นอ่านกราบบังคมทูล ๔ ฉบับ ฉบับ ๑ บอกเมืองชุมพรว่าได้แต่งให้จีนยังเปนหลงจู๊ทำแร่ดีบุกเงิน ๑๑๐๐ บาท ได้ดีบุก ๕ ๖ } ขันบ้างขาดทุน

ฉบับ ๒ ว่าหลวงพรหมภักดียกระบัตป่วยถึงแก่กรรม ขอหีบศิลาน่าเพลิงเผาศพ

ฉบับ ๓ ขอหลวงสุนทรภักดีผู้ช่วย เปนพระรามฤทธิรงค์ปลัด หลวงภักดีนุชิตเปนหลวงพรหมภักดียกรบัต หลวงมหาดไทยเปนพระเทพไชยบุรินทร์ผู้ว่าราชการเมืองท่าแซะ

ฉบับ ๔ บอกเมืองราชบุรี ว่ามีตราพระคชสีห์ให้ขุนศรีธรรมลังกาออกไปชำระความนายพ่วงโจทย์ เจ้าอธิการน้อยวัดคงคากับชีก้อนจำเลย เปนความปาราชิก เอาตัวมาถามสารภาพเปนสัตย์ได้ส่งคำหาคำให้การแลตัวเข้ามาแล้ว

พระยาพิพัฒโกษานำบอกกรมท่าขึ้นอ่านกราบบังคมทูล ๔ ฉบับ ฉบับ ๑ บอกเมืองนนท์บุรี

ฉบับ ๒ บอกเมืองสมุทปราการ

ฉบับ ๓ บอกเมืองสมุทสาคร

ฉบับ ๔ บอกเมืองสมุทสงคราม ถวายพระราชกุศลในการเฉลิมพระชนม์พรรษาทั้ง ๔ ฉบับ แล้วพระยาศรีทูลขอกำหนดเจ้าราชวงษ์ราชบุตรเมืองนครจำปาศักดิ์ซึ่งจะเข้ามากราบถวายบังคมลาออกไป ดำรัสสั่งให้เข้ามาเฝ้าในวันที่ ๑ พฤศจิกายน แล้วหลวงจินดารักษ นำนายพันตรีหลวงจำนงยุทธกิจซึ่งขึ้นไปราชการทัพเมืองหลวงพระบางราชธานี กลับลงมาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท มีพระราชดำรัสไต่ถามด้วยตามสมควร

พระวิจารณ์อาวุธ นำหลวงสุนทรภักดี หลวงภักดีนุชิต หลวงมหาดไทย เมืองชุมพรเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท ถวายขี้ผึ้งคนละ ๓๐ ชั่งจีน

แล้วดำรัสถามว่าหลวงสุนทรภักดี เปนบุตรพระยาชุมพรฤๅมิใช่ พระวิจารณ์อาวุธกราบบังคมทูลว่าเปนบุตรพระยาชุมพร

แล้วพระยาพิพัฒโกษา นำพระยาตราษเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท มีพระราชดำรัสถามถึงโจรผู้ร้ายที่เมืองตราษยังชุกชุมฤๅเบาบางลง พระยาตราษกราบบังคมทูลว่าค่อยเรียบร้อยลง

แล้วโปรดเกล้า ฯ พระราชทานสัญญาบัตรข้าราชการ ๑๗ นาย ให้หลวงศรีสังข์กรอธิบดีโหรดาจาริย์ เปนพระยามนูเนติบรรหาร เป็นพนักงานใหญ่ในพระบรมมหาราชวังสำหรับรักษากฎหมายโบราณราชธรรมสาตร แลพระราชกฤษฎีกา พระราชบัญญัติในพระอัยการทั้งปวงเป็นตำแหน่งผู้ชี้กฎหมายในกรมลูกขุนปฤกษาแลพิภากษาคดีทั้งปวงแลเปนที่ปลัดทูลฉลองของท่านเสนาบดีผู้ที่โปรดให้เป็นประธานในการพิภากษาด้วย ถือศักดินา ๖๐๐๐

ให้ขุนสุภาไชย เปนหลวงศรีสังข์กรอธิบดีในโหรดาจาริย์ กรมลูกขุนถือศักดินา ๓๐๐

ให้นายขันมหาดเล็กหุ้มแพรเวรเดช เปนพระประชากรกิจวิจารณ์ เจ้ากรมกองตระเวนฝ่ายกองไต่สวนโทษหลวง ในกรมพระนครบาล ถือศักดินา ๘๐๐

ให้ประแดงจันอักษร เปนพระอาณัตินรากร ผู้ช่วยปลัดทูลฉลองในกรมพระนครบาล ถือศักดินา ๘๐๐

ให้ขุนนครเขตรเกษมศรี เปนหลวงนฤบาลบุรีรัตน์ ปลัดกรมกองตระเวนกองไต่สวนโทษหลวง กรมพระนครบาล ถือศักดินา ๘๐๐

ให้นายต่วนมหาดเล็กเวรเดช เปนหลวงบัณสารประสิทธิ์ พนักงานบาญชีกลางในกรมพระนครบาล ถือศักดินา ๘๐๐

ให้ขุนวิจารณ์ภูธร เปนหลวงพิพิธภักดี สมุห์บาญชีใหญ่กรมกองตระเวน ในกรมพระนครบาล ถือศักดินา ๘๐๐

ให้นายเปลี่ยน เปนหลวงวิสูทธิบริหาร สารวัดใหญ่กรมกองตระเวน ฝ่ายกองรักษาในกรมพระนครบาล ถือศักดินา ๖๐๐

ให้นายเทียม เปนหลวงทุระการกำจัด สารวัดใหญ่กรมกองตระเวน ฝ่ายกองรักษาในกรมพระนครบาล ถือศักดินา ๖๐๐

ให้หม่อมราชวงษ์เจริญ บุตรหม่อมเจ้าโสภณ เปนหลวงสาลิยากรพิพัฒน์ เจ้ากรมภาษีเข้า ขึ้นกรมพระคลังมหาสมบัติ ถือศักดินา ๘๐๐

ให้หม่อมราชวงษ์เผือก บุตรหม่อมเจ้าโสภณ เปนหลวงสมบัติธัญญผล ปลัดกรมภาษีเข้า ขึ้นกรมพระคลังมหาสมบัติ ถือศักดินา ๖๐๐

ให้นายศรีสิทธิมหาดเล็กเวรสิทธิ เปนหลวงอินทรมนตรีศรีจันทรกุมาร สมุห์เจ้ากรมสรรพากรนอก ถือศักดินา ๒๔๐๐

ให้ขุนธนานุบาล เปนหลวงประมาณราชทรัพย์ พนักงานบาญชีประมาณเงิน ในกรมพระคลังมหาสมบัติ ถือศักดินา ๖๐๐

ให้นายกั้ว เปนหลวงมนัศมานิต พนักงานบาญชีเงินแบงก์ในกรมพระคลังมหาสมบัติ ถือศักดินา ๖๐๐

ให้ขุนประมาณหิรัญ เปนขุนปฏิกรบรรณสาร พนักงานร่างแต่งหนังสือต่างๆ ในกรมพระคลังมหาสมบัติ ถือศักดินา ๕๐๐

ให้นายไข เปนขุนลิขิตบรรณลักษณ์ พนักงานเขียนหนังสือต่างๆ ในกรมพระคลังมหาสมบัติ ถือศักดินา ๕๐๐

ให้นายบัว เปนขุนวิวิธบริวัติ พนักงานแบงก์ ในกรมพระคลังมหาสมบัติ ถือศักดินา ๕๐๐

เวลา ๕ ทุ่มเศษเสด็จขึ้น.

วันที่รัชกาล ๘๐๒๕ วัน ๖ ๑๑ ค่ำ ปีขานโทศก ๑๒๕๒

วันที่ ๓๑ ตุลาคม รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษเสด็จออกพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาทองค์ด้านตวันออก พระเจ้าน้องยาเธอกรมหลวงเทวะวงษ์วโรประการ นำลอด แลมิงตัน อังกฤษเข้าไปเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท มีพระราชปฏิสัณฐารด้วยตามสมควร กรมหลวงเทวะวงษวโรประการ นำลอด แลมิงตัน ยอกมาจากที่เฝ้า แล้วนำมิศมองซิเออปาวี ๑ มองซิเออ ฮารุคอนิ ๑ รวม ๒ นายเข้าไปเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาทมีพระราชปฏิสัณฐารด้วยตามสมควร กรมหลวงเทวะวงษวโรประการก็พามองซิเออทั้งสองออกมาจากที่เฝ้า เวลาย่ำค่ำเศษเสด็จขึ้น

เวลา ๔ ทุ่มเศษเสด็จออกขุนนาง หลวงจินดารักษ์นำบอกในกรมมหาดไทยขึ้นอ่านกราบบังคมทูล ๖ ฉบับ

ฉบับ ๑ บอกผู้รักษากรุงเก่า ลงวันที่ ๓๐ กันยายน ๑๐๙ ถวายพระราชกุศลในการเฉลิมพระชนม์พรรษา

ฉบับ ๒ ว่าน้ำท่าในราษีกัน ปี ๑๐๙ น้อยกว่าปี ๑๐๘ คืบ ๖ นิ้วกึ่ง ตั้งแต่วันที่ ๓ ตุลาคมถึงวันที่ ๑๑ ตุลาคมน้ำลดลง ๙ นิ้ว ได้เกณฑ์ราษฎรปิดลำรางคลองเล็กไว้ ราคาเข้าเปลือกตวงด้วยสัต ๓๐ ทนานเกวียน ๗ ตำลึง

ฉบับ ๓ บอกพระยามหาเทพผู้ว่าการแทนข้าหลวงเมืองนครเชียงใหม่ ลงวันที่ ๑ สิงหาคม ๑๐๙ ว่านายเฮงมหาดเล็กป่วยถึงแก่กรรม ขอหีบศิลาน่าเพลิงเผาศพ

ฉบับ ๔ บอกเมืองนครนายก ลงวันที่ ๓๐ กันยายน ๑๐๙ ถวายพระราชกุศลในการเฉลิมพระชนม์พรรษา

ฉบับ ๕ ว่าได้เอาตัวจีนจ็อดชุ่มผู้ร้ายปล้น จีนเล็กนายเทศอำแดงเอี่ยมมาถามให้การสารภาพรับเปนสัตย์ซัดพวกเพื่อน

ฉบับ ๖ ว่าได้เอาตัวอ้ายอ่อนผู้ร้ายปล้นจีนไต้สูนมาถามให้การสารภาพเปนสัตย์ซัดพวกเพื่อน

พระวิจารณ์อาวุธ นำบอกกรมพระกระลาโหมขึ้นอ่านกราบบังคมทูล ๗ ฉบับ

ฉบับ ๑ บอกพระทรงสุรเดชข้าหลวงว่าได้ออกจากกรุงเทพถึงเมืองรามัญสืบจับตัวเจะหวันสนีได้ความประการใดจึ่งจะบอกมาครั้งหลัง

ฉบับ ๒ บอกเมืองเพชร์บุรี ลงวันที่ ๒๐ กันยายน ๑๐๙ ถวายพระราชกุศลในการเฉลิมพระชนม์พรรษา

ฉบับ ๓ บอกเมืองราชบุรีส่งเงินค่านาจำนวนปีกุนนพศกเงิน ๒๐ ชั่ง รวมสองครั้งเปนเงิน ๑๓๐ ชั่ง

ฉบับ ๔ บอกเมืองกาญจนบุรีส่งเงินค่านาจำนวนปีกุนนพศก ๒๑ ชั่ง ๗ ตำลึง ๔๘๐ เบี้ย รวมสองครั้งเปนเงิน ๓๕ ชั่ง ๗ ตำลึง ๔๘๐ เบี้ย เสร็จสิ้นจำนวนแล้ว

ฉบับ ๕ บอกเมืองนครศรีธรรมราช ว่าได้รับหีบศิลาน่าเพลิงแลของเครื่องไทยทานพระราชทานเผาศพ หลวงพรหมภักดีเสร็จแล้ว ขอถวายพระราชกุศล

ฉบับ ๖ บอกเมืองไชยาส่งส่วยน้ำรัก จำนวนรัตนโกสินทร์๒๒ศก ๑๐๘ เลข ๑๒๑ คน ๙๘๕ ทนาน

ฉบับ ๗ บอกเมืองปรานบุรี ว่าได้รับหีบศิลาน่าเพลิงแลของเครื่องไทยทานพระราชทานเพลิงศพหลวงพรหมภักดียกรบัตเสร็จแล้ว ขอพระราชทานถวายพระราชกุศล

จึงดำรัสถามพระยามนตรีว่าอ้ายแขกผู้ร้ายที่พระทรงธุรเดช ออกไปจับ ได้ตัวแล้วมีบอกเข้ามาฤๅยัง พระยามนตรีกราบบังคมทูลว่ายังไม่มีบอกเข้ามา จึ่งดำรัสว่าพระองค์เจ้าสายได้กราบบังคมทูลว่า พระอนันต์สมบัติเมืองสงขลาจับได้แล้ว แล้วพระวิจารณ์อาวุธนำหลวงอุดมภักดีผู้ช่วยราชการเมืองสงขลาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาทถวายผ้าพื้นสีต่าง ๆ ๒๐ ขี้ผึ้งหนัก ๓ ชั่งจีน

จึงดำรัสถามหลวงอุดมว่ามีราชการสิ่งใด พระยามนตรีกราบบังคมทูลว่า เข้ามาด้วยการภาษีอากร แล้วโปรดเกล้า ฯ พระราชทานตราตั้งในหอพระสมุดวชิรญาณ ให้หลวงไพศาลศิลปสาตร เปนเลขาธิการ ให้หม่อมเจ้าประภากร เป็นผู้ช่วยสารานิยกร ให้หลวงศิริสมบัติเปนผู้ช่วยปฏิคม

เวลา ๕ ทุ่มเศษ เสด็จขึ้น.

วันที่รัชกาล ๘๐๒๖ วัน ๗ ๑๑ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๑ พฤศจิกายน รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลาย่ำค่ำเสศเสด็จออกพระที่นั่งอมรินทร์วินิจฉัย พระยาศรีสิงหเทพกรมมหาดไทย นำเจ้าราชวงษ์ ๑ เจ้าราชบุตร ๑ เมืองนครจำปาศักดิกราบถวายบังคมลาขึ้นไปรักษาราชการบ้านเมือง โปรดเกล้า ฯ ให้พระราชทานพานหมากเงินเครื่องในพร้อม ๑ คนโทเงิน ๑ กระโถนเงิน ๑ ผ้าพรรณนุ่งห่มเหมือนกันทั้งเจ้าราชวงษ์แลราชบุตร แล้วโปรดเกล้าฯ ให้พระยาศรีเบิกกาทองคำต่อเจ้าพนักงานส่งขึ้นไปพระราชทานเจ้านครจำปาศักดิกาหนึ่ง เป็นรางวัลความชอบที่ได้ให้เจ้าราชวงษ์ ราชบุตร } นำช้างสำคัญลงมาถวาย แล้วมีพระราชปฏิสันฐานแก่เจ้าราชวงษ์ ราชบุตร } ด้วยตามสมควร แลอวยพรไปถึงเจ้านครจำปาคักดิ์ แล้วเสด็จขึ้น.

วันที่รัชกาล ๘๐๒๗ วัน ๑ ๑๑ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๒ พฤศจิกายน รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

วันนี้เป็นวันเสด็จพระราชทานพระกฐิน เวลาบ่ายโมงเสศเสด็จออกพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาทประทับบันไดด้านตวันตก โปรดเกล้า ฯ พระราชทานสัญญาบัตรกับข้าราชการสามนาย เลื่อนขุนรถรัตนาศน์ เป็นหลวงรถรัตนาศน์ เจ้ากรมรถถือศักดินา ๘๐๐.

นายนิกรอัศวเดช เป็นจมื่นยุทธพิไชย ปลัดกรมอัศวราชขวา ถือศักดินา ๘๐๐ นายจบไหศิลป์ เปนขุนผดุงสงคราม ปลัดกรมม้าแซงในขวา ถือศักดินา ๘๐๐

แล้วเสด็จขึ้นทรงรถพระที่นั่ง พร้อมด้วยกระบวนแห่นำตามเสด็จไปประทับวัดราชประดิษฐที่ ๑ มีพระสงฆ์จำพรรษา คือสมเด็จพระราชาคณะ ๑ หม่อมเจ้าพระ ๑ ถานานุกรม ๑๐ พระมหาดเล็ก ๑ อันดับ ๒๕ รูป รวมพระสงฆ์ ๓๘ รูป สมเด็จพระพุทธโฆษาจาริยเป็นผู้ครองกฐิน รับไตรปี ๑๑ รูป สมเด็จกรมพระภาณุถวายเครื่องบริขาน พอพระสงฆ์ถวายอนุโมทนาแล้วเสด็จทรงรถพระที่นั่งไปประทับวัดบวรนิเวศที่ ๒ มีพระสงฆ์จำพรรษา คือ กรมพระ ๑ หม่อมเจ้าพระราชาคณะ ๑ พระครูถานานุกรม ๑๐ พระหม่อมราชวงษ์ ๑ พระมหาดเล็ก ๑ พระอันดับ ๓๔ รวมพระสงฆ์ ๔๙ รูป กรมพระปวเรศวริยาลงกรณ์เป็นผู้ครองกฐิน รับไตรปี ๑๑ รูป โปรดเกล้า ฯ ให้เจ้านายถวายเครื่องบริขาน พอพระสงฆ์ถวายอนุโมทนาแล้ว เสด็จขึ้นทรงรถพระที่นั่งไปประทับวัดเทพศิรินทราวาศที่ ๓ มีพระสงฆ์จำพรรษา พระราชาคณะ ๑ พระครู ๑ ถานานุกรม ๓ เปรียญ ๒ พระมหาดเล็ก ๑ อันดับ ๔๔ รวมพระสงฆ์ ๕๒ รูป พระอริยมุนีเป็นผู้ครองกฐิน รับไตรปี ๖ รูป โปรดเกล้า ฯ ให้พระยานรรัตนราชมานิตถวายเครื่องบริขาน ด้วยพระยานรรัตนได้ถมที่น่าวัดทำรั้วแลกำแพงกั้นขึ้นใหม่ แล้วสร้างตึกสำหรับเรียนหนังสือ แลศาลาสำหรับพระสรงน้ำ พอพระสงฆ์ถวายอนุโมทนาแล้ว เสด็จพระราชดำเนินไปหอดพระเนตรศาลาแลที่เรียนหนังสือทั่วแล้ว เสด็จกลับมาขึ้นทรงรถพระที่นั่งกลับมาประทับวัดมหาธาตุที่ ๔ มีพระสงฆ์จำพรรษา พระราชาคณะ ๑ พระครู ๑ ถานานุกรม ๙ เปรียญ ๖ พิธีธรรม ๔ อันดับ ๒๗๑ รวม พระสงฆ์ ๒๙๒ รูป พระเทพโมลีเป็นผู้ครองกฐิน พระรับไตรปี ๑๗ รูป โปรดเกล้าฯ ให้กรมขุนบดินทรไพศาลโสภณถวายเครื่องบริขาร หอพระสงฆ์ถวายอนุโมทนาแล้ว เวลาบ่าย ๕ โมงเสศเสด็จกลับพระบรมมหาราชวัง

วันนี้เวลา ๘ ทุ่มเสศเกิดเพลิงไหม้ที่โรงสีข้าวซึ่งเป็นที่ของอำแดงทรัพย์ นายม่ายี่อับโครน ตั้งอยู่ที่บางพลัดฝั่งตวันตกแขวงกรุงเทพ ฯ เพลิงติดขึ้นที่น่าจั่วก่อนแล้วลามไปติดโรงที่เคียงกันอีก ๖ หลัง แล้วลามไปติดบ้านจมื่นราชภัณฑนารักษ์ เรือนฝากระดาน ๕ ห้อง ๒ หลัง เรือนฝากระดานสามห้อง ๓ หลัง รวม ๑๒ หลัง โรงสี ๔ หลัง รวม ๑๖ หลัง เวลฯ ๑๐ ทุ่มเศษจึ่งดับเป็นเพลิงทิ้ง

วันที่รัชกาล ๘๐๒๘ วัน ๒ ๑๑ ค่ำ ปีขานโทศก ๑๒๕๒

วันที่ ๓ พฤศจิกายน รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

วันนี้กระบวนพระราชทานพระกระฐิน เวลาบ่ายโมงเศษเสด็จทรงพระราชยานแต่เกยพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาท พร้อมกระบวนแห่นำตามเสด็จเหมือนอย่างทุกปีมา ประทับวัดจักรวัติราชาวาศที่ ๑ มีพระสงฆ์จำพรรษา พระราชาคณะ ๒ พระครู ๑ ถานานุกรม ๕ เปรียญ ๒ อันดับ ๒๘๙ รวมพระสงฆ์ ๒๙๙ รูป พระวรญาณมุนีเป็นผู้ครองกระฐิน รับไตรปี ๙ รูป โปรด เกล้า ฯ ให้เจ้านายถวายเครื่องบริกขาร พอพระสงฆ์ถวายอนุโมทนาแล้ว เสด็จพระราชดำเนินมาประทับบนพระมณฑป ปิดทองพระพุทธรูปป่าเลไลย์ แลพระพุทธบาทจำลอก แล้วเสด็จมาทรงพระราชยานเดินกระบวนไปประทับวัดสัมพันธวงษ์ ที่ ๒ มีพระสงฆ์จำพรรษา พระราชาคณะ ๑ ถานานุกรม ๓ อันดับ ๒๕ รวมพระสงฆ์ ๒๙ รูป พระพินิจพินัยเป็นผู้ครองกระฐิน รับไตรปี ๓ รูป พอถวายเครื่องบริกขารแล้ว พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา เสด็จมาทรงพระราชยานไปประทับวัดประทุมคงคาที่ ๓ มีพระสงฆ์จำพรรษา สมเด็จพระพุฒาจาริย ๑ พระครู ๑ ถานานุกรม ๘ เปรียญ ๑ อันดับ ๒๕ รวมพระสงฆ์ ๓๕ รูป สมเด็จพระพุฒาจาริยเป็นผู้กรองกระฐิน รับไตรปี ๑๐ รูป พอถวายเครื่องบริกขารแล้ว พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา เสด็จมาทรงพระราชยานเป็นกระบวนกลับ เวลาย่ำค่ำเศษถึงพระบรมมหาราชวัง

วันที่รัชกาล ๘๐๒๙ วัน ๓ ๑๑ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๔ พฤศจิกายน รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

ไม่เสด็จออก.

วันที่รัชกาล ๘๐๓๐ วัน ๔ ๑๑ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๕ พฤศจิกายน รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

วันนี้เป็นวันพยุหยาตรากระฐินบก เวลาบ่ายโมงเศษเสด็จทรงเครื่องขัตติยาภรณ์ เสด็จประทับเหนือพระที่นั่งพุตตาลถมที่น่าพระที่นั่งดุสิดาภิรมย์พร้อมด้วยกระบวนน่าหลัง แลคู่เคียงอินทร์พรหม เครื่องสูงแวดล้อมเคลื่อนกระบวนหยุหยาตราออกประตูพิมานไชยศรี วิเศษไชยศรี เลี้ยวป้อมเผด็จดัษกร ไปตามถนนน่าพระที่นั่งสุทไธยสวรรย์ประทับวัดพระเชตุพลวิมลมังคลารามที่ ๑ แล้วเสด็จพระราชดำเนินเข้าไปเปลื้องเครื่องที่ในพลับพลา เปลื้องเครื่องเสร็จแล้ว เสด็จพระราชดำเนินเข้าในพระอุโบสถ มีพระสงฆ์จำพรรษาราชาคณะ ๓ พระครู ๓ ถานานุกรม ๑๙ เปรียญ ๓ พิธีธรรม ๔ อันดับ ๒๒๖ รวมพระสงฆ์ ๒๕๙ รูป พอถวายเครื่องบริกขารแล้ว พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา เสด็จมาประทับที่พลับพลาเปลี้ยงเครื่องทรงเครื่องแล้ว แต่พลับพลาเปลื้องเครื่องนั้นมีทั้งสี่พระอาราม แล้วเสด็จเป็นกระบวนไปประทับวัดราชบูรณ์ ที่ ๒ มีพระสงฆ์จำพรรษาพระราชาคณะ ๓ ถานานุกรม ๑๑ เปรียญ ๒ พิธีธรรม ๔ พระช่างเขียน ๑ อันดับ ๑๘๕ รวมพระสงฆ์ ๒๐๖ รูป พระธรรมไตรโลกาจาริย์เป็นผู้ครองกระฐิน รับไตรปี ๑๕ รูป พอถวายเครื่องบริกขารแล้ว พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา เสด็จเป็นกระบวนไปประทับวัดราชบพิธที่ ๓ มีพระสงฆ์จำพรรษา พระองค์เจ้าพระ ๑ หม่อมเจ้าพระราชาคณะ ๑ หม่อมเจ้าพระเปรียญ ๑ หม่อมราชวงษ์ ๑ ถานานุกรม ๘ เปรียญ ๓ พระมหาดเล็ก ๑ อันดับ ๒๑ รวมพระสงฆ์ ๓๗ รูป พระวรวงษ์เธอ พระองค์เจ้าอรุณพงนิภาคุณากรเป็นผู้ครองกระฐิน รับไตรปี ๑๓ รูป พอถวายเครื่องบริกขารแล้ว พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา เสด็จเป็นกระบวนไปประทับวัดสุทัศน์เทพวรารามที่ ๔ มีพระสงฆ์จำพรรษา พระราชคณะ ๒ ถานานุกรม ๑๐ เปรียญ ๔ พิธีธรรม ๔ อันดับ ๗๙ รวมพระสงฆ์ ๑๐๘ รูป พระธรรมวโรดมเป็นผู้ครองกระฐินรับไตรปี ๑๖ รูป พอถวายเครื่องบริกขารแล้ว พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา เสด็จพระราชดำเนินโดยกระบวนพยุหยาตรากลับเวลาย่ำค่ำเศษเสด็จถึงพระบรมมหาราชวัง

แต่เงินที่ทรงพระราชทานทรงโปรยวันนี้ สิ้น ๕ ชั่ง ๕ ตำลึง

เวลาทุ่มเศษ พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าโสณบัณฑิตย์ ซึ่งขึ้นไปราชการเมืองนครเชียงใหม่ กลับลงมาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาทที่ข้างในด้วย

วันที่รัชกาล ๘๐๓๑ วัน ๕ ๑๑ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๖ พฤศจิกายน รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

วันนี้เป็นวันพยุหยาตรากระฐินเรือ

เวลาบ่ายโมงเศษเสด็จออกพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาท โปรดเกล้า ฯ พระราชทานสัญญาบัตรกับข้าราชการสามนาย เลื่อนขุนมหาสิทธิโวหารเป็นหลวงมหาสิทธิ์โวหาร ปลัดนั่งศาลในกรมพระอาลักษณ์ คงถือศักดินา ๑๐๐ ให้นายจำนงราชกิจหุ้มแพรวิเศษในกรมพระอาลักษณ์เป็นหลวงจำนงนริศร มีตำแหน่งราชการในกรมพระอาลักษณ์ ถือศักดินา ๘๐๐ ให้หม่อมราชวงษ์ประเวศในกรมหมื่นเทพนุรักษ์ เป็นหลวงชนินทรภักดี มีตำแหน่งราชการในกรมพระอาลักษณ์ ถือศักดินา ๘๐๐ แล้วเสด็จทรงพระราชยานแต่เกยน่าพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาท ลงเรือพระที่นั่งบุษบกที่น่าตำหนักแพ เคลื่อนกระบวนหยุหยาตราประทับวัดอรุณราชวรารามที่ ๑ มีพระสงฆ์จำพรรษาพระราชาคณะ ๑ ถานานุกรม ๖ เปรียญ ๒ พระมหาดเล็ก ๑ พิธีธรรม ๔ อันดับ ๑๑๓ รวมพระสงฆ์ ๑๒๗ รูป พระราชมุนีเป็นผู้ครองกระฐิน รับไตรปี ๘ รูป พอถวายเครื่องบริกขารแล้ว พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา เสด็จมาทรงเรือพระที่นั่งมาประทับวัดโมฬีโลกย์ที่ ๒ มีพระสงฆ์จำพรรษา พระราชาคณะ ๑ พระครู ๑ ถานานุกรม ๓ อันดับ ๒๐ รวมพระสงฆ์ ๒๕ รูป พระราชามุพัทมุนีเป็นผู้ครองกระฐิน รับไตรปี ๔ รูป พอถวายเครื่องบริกขารกระฐินแล้ว พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา เสด็จกลับมาลงเรือพระที่นั่งประทับวัดหงษ์รัตนารามที่ ๓ มีพระสงฆ์จำพรรษา พระราชาคณะ ๑ ถานานุกรม ๓ เปรียญ ๑ พิธีธรรม ๔ อันดับ ๕๓ รวมพระสงฆ์ ๖๒ รูป พระประสิทธิศิลคุณเป็นผู้ครองกระฐิน รับไตรปี ๔ รูป พอถวายเครื่องบริกขารกระฐินแล้ว พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา เสด็จกลับมาลงเรือพระที่นั่ง ประทับวัดราชสิทธารามที่ ๔ มีพระสงฆ์จำพรรษา พระราชาคณะ ๑ พระครู ๑ ถานานุกรม ๔ เปรียญ ๑ พระพิธีธรรม ๔ พระมหาดเล็ก ๔ อันดับ ๖๙ รวมพระสงฆ์ ๘๔ รูป พระสังฆ์วรานุวงษ์เถรเป็นผู้ครองกระฐิน รับไตรปี ๖ รูป พอถวายเครื่องบริกขารกระฐินแล้ว พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา เสด็จกลับมาลงเรือพระที่นั่งตั้งกระบวนพยุหยาตรากลับ เวลาย่ำค่ำเศษเสด็จถึงพระบรมมหาราชวัง

วันที่รัชกาล ๘๐๓๒ วัน ๖ ๑๐ ๑๑ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๗ พฤศจิกายน รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลาบ่าย ๒ โมงเศษเสด็จลงเรือพระที่นั่งพระราชทานพระกระฐิน ประทับวัดพระนามบัญญัติที่ ๑ แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปประทับหลังพระอุโบสถทรงชักเชือกยอดพระเจดีย์ ทำเป็นพระมหามงกุฎสวมยอดพระเจดีย์ แล้วเสด็จกลับมาประทับในพระอุโบสถ มีพระสงฆ์จำพรรษา กรมหมื่น ๑ พระราชาคณะ ๑ พระครู ๒ ถานานุกรม ๙ เปรียญ ๒ พระมหาดเล็ก ๑ อันดับ ๔๙ รวมพระสงฆ์ ๖๘ รูป พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นวชิรญาณวโรรสเป็นผู้ครองกระฐิน รับไตรปี ๑๕ รูป พอถวายเครื่องบริกขารกระฐินแล้ว พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา เสด็จพระราชดำเนินกลับมาลงเรือพระที่นั่ง มาประทับวัดโสมนัศวิหารที่ ๒ มีพระสงฆ์จำพรรษา สมเด็จพระราชาคณะ ๑ หม่อมราชวงษพระราชาคณะ ๑ หม่อมเจ้าพระ ๑ พระครูถานานุกรม ๑๕ เปรียญ ๑ พระพิธีธรรม ๔ อันดับ ๖๖ รวมพระสงฆ์ ๘๙ รูป สมเด็จพระวันรัตเป็นผู้ครองกระฐิน รับไตรปี ๑๖ รูป พอถวายเครื่องบริกขารกระฐินแล้ว พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา เสด็จพระราชดำเนินกลับมาลงเรือพระที่นั่ง มาประทับวัดสะเกษที่ ๓ มีพระสงฆ์จำพรรษา พระราชาคณะ ๑ พระครู ๒ ถานานุกรม ๕ เปรียญ ๔ พระพิธีธรรม ๔ อันดับ ๒๕๖ รวมพระสงฆ์ ๒๗๐ รูป พระธรรมธานาจาริย์เป็นผู้ครองกระฐิน รับไตรปี ๑๑ รูป พอถวายเครื่องบริกขารกระฐินแล้ว พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา เสด็จพระราชดำเนินมาลงเรือพระที่นั่งเป็นกระบวนกลับ เวลาย่ำค่ำเศษเสด็จถึงพระบรมมหาราชวัง

วันที่รัชกาล ๘๐๓๓ วัน ๗ ๑๑ ๑๑ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๘ พฤศจิกายน รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลาบ่าย ๒ โมงเศษเสด็จพระราชทานพระกระฐิน ประทับวัดระฆังโฆสิตารามที่ ๑ มีพระสงฆ์จำพรรษา หม่อมเจ้าพระราชาคณะ ๑ หม่อมเจ้าพระจุ้ย ๑ ถานานุกรม ๖ เปรียญ ๒ พระมหาดเล็ก ๑ พระพิธีธรรม ๔ อันดับ ๑๕๗ รวมพระสงฆ์ ๑๖๗ รูป หม่อมเจ้าพระพุทธบาทปิลันทน์ธรรมเจดีย์เป็นผู้ครองกระฐิน รับไตรปี ๑๖ รูป พอถวายเครื่องบริกขารกระฐินแล้ว พระสงฆ์ถวายอนุโมทนาเสด็จพระราชดำเนินมาลงเรือพระที่นั่งล่องลงมาประทับวัดกัลยาณมิตรที่ ๒ มีพระสงฆ์จำพรรษา พระราชาคณะ ๒ พระครู ๑ ถานานุกรม ๘ อันดับ ๑๐๒ รวมพระสงฆ์ ๑๑๓ รูป พระวิเชียรธรรมคุณาธารเป็นผู้ครองกระฐิน รับไตรปี ๑๐ รูป พอถวายเครื่องบริกขารกระฐินแล้ว พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา เสด็จพระราชดำเนินกลับมาลงเรือพระที่นั่ง ประทับวัดบพิธภิมุขที่ ๓ มีพระสงฆ์จำพรรษา พระราชาคณะ ๑ ถานานุกรม ๔ เปรียญ ๑ อันดับ ๗๖ รวมพระสงฆ์ ๘๒ รูป พระโพธิวงษ์เป็นผู้ครองกระฐิน รับไตรปี ๕ รูป พอถวายเครื่องบริกขารกระฐินแล้ว พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา เวลาย่ำค่ำเศษเสด็จกลับถึงพระบรมมหาราชวัง

วันที่รัชกาล ๘๐๓๔ วัน ๑ ๑๒ ๑๑ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๙ พฤศจิกายน รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

วันนี้เจ้าพนักงานจัดการที่พระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาทในการพระราชพิธีฉัตรมงคลตามเคย

เวลาบ่าย ๓ โมงเศษเสด็จพระราชทานพระกระฐินตามเคย เรือพระที่นั่งประทับวัดนางชีที่ ๑ มีพระสงฆ์จำพรรษา พระครู ๑ ถานานุกรม ๒ อันดับ ๒๐ รูป รวมพระสงฆ์ ๒๓ รูป พระครูศิลขัมธสมุทรเป็นผู้ครองกระฐิน รับไตรปี ๒ รูป แล้วโปรดเกล้า ฯ พระราชทานผ้าไตรกะฐิน ให้สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภาณุรังสีสว่างวงษ กรมพระภาณุพันธวงษวรเดช ไปทอดวัดหนังที่ ๒ พระราชทานผ้าไตรยกระฐินให้พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นดำรงราชานุภาพไปทอดวัดนางนองที่ ๓ ภอถวายเครื่องบริขารกระฐินแล้ว พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา เสดจพระราชดำเนินมาลงเรือพระที่นั่ง ไปประทับวัดราชโอรสที่ ๔ มีพระสงฆ์จำพรรษา พระราชาคณะ ๑ ถานานุกรม ๕ อันดับ ๕๑ รูป รวมพระสงฆ์ ๕๗ รูป พระสังฆ์วรวิมลเปนผู้ครองกะฐินรับไตรยปี ๕ รูป พอถวายเครื่องบริขานกฐินแล้ว พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา เสดจพระราชดำเนินมาทรงเรือพระที่นั่งเวลาทุ่มเศษเสดจกลับถึงพระบรมมหาราชวัง แล้วเสดจประทับพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาท ทรงจุดเทียนเครื่องนมัศการอาลักษณ์อ่านประกาศตามพระราชพิธี พระสงฆ์ ๓๗ รูป มีหม่อมเจ้าพระพุทธบาทปิลันท์ธรรมเจดีย์เป็นประธานเจริญพระพุทธมนต์ เวลา ๒ ทุ่มเศศเสดจขึ้น

วันที่รัชกาล ๘๐๓๕ วัน ๒ ๑๓ ๑๑ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๑๐ พฤศจิกายน รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลาเช้า ๕ โมงเศศเสดจออกพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาท ถวายอาหารบิณฑบาตพระสงฆ์ ๓๗ รูป ที่มาเจริญพระพุทธมนต์นั้นพระสงฆ์รับพระราชทานฉันแล้ว ทรงถวายเครื่องไทยทานของหลวง แก่หม่อมเจ้าพระพุทธปิลันท์ธรรมเจดีย์ แล้วโปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอถวายต่อไป พระสงฆ์รับของแล้วถวายอดิเรกถวายพระพรลากลับ เจ้าพนักงานจัดตั้งบายสีแก้ว ทอง เงิน } แลโต๊ะเครื่องสังเวยตามเคย จึ่งเสดจจุดเทียนโต๊ะเครื่องสังเวย พราหมอ่านดุษดีสังเวยขับไม้เวียนเทียนสมโภช แล้วเสด็จทรงเจิมพระไชยประจำรัชกาลที่ ๕ พระมหาเสวตรฉัตร พระมหาพิไชยมงกุฎ พระแสงต่าง ๆ พระพัชวาละวิชนี พระแส้ ทั่วแล้ว เวลาบ่าย ๒ โมงเศศเสดจขึ้น แต่อาหารบิณฑบาตรแลเครื่องไทยทานวันนี้เป็นส่วนของข้าราชการฝ่ายน่า เวลา ๒ ทุ่มเศศเสดจลงพระที่นั่งไพศาลทักษิณ ทรงจุดเทียนเครื่องนมัศการแล้วอาลักษณ์อ่านประกาศพระราชพิธีตามเคย พระสงฆ์ ๓๙ รูป มีพระเจ้าบวรวงษเธอ กรมพระปวเรศวริยาลงกรณ์เป็นประธานเจริญพระพุทธมนต์ เวลา ๕ ทุ่มเศศเจริญพระพุทธมนต์จบแล้วเสดจขึ้น

วันที่รัชกาล ๘๐๓๖ วัน ๓ ๑๔ ๑๑ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๑๑ พฤศจิกายน รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลาเช้า ๕ โมงโปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเสดจลงเลี้ยงพระสงฆ์ ๓๙ รูปที่พระที่นั่งไพศาลทักษิณ เวลาบ่ายโมงเศศเสด็จลงทรงจุดเทียนเครื่องนมัศการแล้วทรงถวายเครื่องไทยทานของหลวงแก่พระเจ้า บวรวงษเธอ กรมพระปวเรศวริยาลงกรณ์ แล้วพระสงฆ์ถวายอดิเรกถวายพระพรลากลับ แล้วทรงจุดเทียนโต๊ะเครื่องสังเวย เจ้าพนักจัดตั้งบายศรีแก้ว ทอง เงิน } อ่านดุษดีสังเวยเวียนสมโภชแล้วเสดจทรงเจิมก็เหมือนอย่างพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาท เว้นแต่พระมหาเสวตรฉัตรหามีไม่ เวลาบ่าย ๒ โมงเศศเสดจขึ้น วันนี้ขุนโชติพรหมาโหรเข้าไปอ่านประกาศเทวดาผิดดำรัสสั่งให้ลงโทษใส่ลูกประคำไม้ทองหลางขี่สิงห์โตหินที่ประตูบันใดพระที่นั่งไพศาลทักษิณจนเวลาเสด็จขึ้น

วันนี้เจ้าพนักงานทหารบกทหารเรือยิงปืนสลุดสามเวลา ในการที่เป็นดิถีตรงกับวันพระบรมราชาพิเศกพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อนึ่งอาหารบิณบาตรแลเครื่องไทยทานวันนี้ เป็นส่วนของพระบรมวงษานุวงษฝ่ายใน เวลา ๒ ทุ่มเศศเสดจออกพระที่นั่งอนันตสมาคมทรงจุดเทียนเครื่องนมัศการ อาลักษณ์ก็อ่านประกาศตามพระราชพิธี พระสงฆ์ ๒๔ รูปมีพระธรรมวโรดมเป็นประธานเจริญพระพุทธมนต์ครั้นจบแล้ว พระยาศรีสิงหเทพนำพระศรีเสนา ๑ พระราชวรินทร์ ๑ หลวงวิชิตสรสาตร ๑ หลวงราชนรารักษ์ ๑ หลวงราญรอญอริราช ๑ หลวงภูวนารถภักดี ๑ หลวงรามรักษา ๑ หลวงสิทธิพรหมมา ๑ นายรองสรรพวิไชย ๑ ขุนเลขานุกร ๑ , หม่อมหลวงสุรรรณ ๑ นายแย้มมหาดเล็ก ๑ นายร้อยโทขุนพิศาลยุทธกิจ ๑ นายร้อยโทขุนอินทร์ประสาท ๑ นายร้อยเอกนายจิตร ๑ นายร้อยโทนายกลั่น ๑ นายร้อยโทนายบุญ ๑ นายร้อยตรีนายอำพัน ๑ นายร้อยนายจำปา ๑ นายร้อยตรีนายจำปี ๑ นายร้อยตรีนายแดง ๑ นายร้อยตรีนายโชต ๑ นายร้อยตรีนายรื่น ๑ นายร้อยตรีนายลพ ๑ นายร้อยตรีนายสาย ๑ นายร้อยโทนายเล็ก ๑ รวม ๒๘ นาย ซึ่งตามเสดจพระเจ้าน้องยาเธอพระองค์เจ้าโสณบัณฑิตยขึ้นไปราชการเมืองนครเชียงใหม่กลับลงมาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท มีพระราชดำรัสไต่ถามด้วยตามสมควรเวลายามเศศเสดจขึ้น

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ