เดือน ๑๐ จุลศักราช ๑๒๕๒

วันที่รัชกาล ๗๙๗๘ วัน ๑ ๑๐ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๑๔ กันยายน รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลาย่ำค่ำเศษ เสด็จออกพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระยาศรีสิงหเทพนำเจ้าสุทธิสารผู้ว่าที่ราชวงษ เจ้าโพธิสาร ผู้ว่าที่ราชบุตร เมืองนครจำปาศักดิ์ซึ่งคุมต้นไม้ทองเงินเครื่องราชบรรณาการเข้าไปเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท

แล้วนำศุภอักษรเจ้านครจำปาศักดิ์ขึ้นอ่านกราบบังคมทูล ๒ ฉบับ ฉบับ ๑ ลงวันที่ ๒ มีนาคม ๑๐๘ ว่า ได้จัดสิ่งของเครื่องราชบรรณาการ แลต้นไม้ทองเงิน จำนวนปีวอกฉศก, รกาสัปตศก, จออัฐศก. รวม ๓ จำนวนเปนต้นไม้ทอง ๓ ต้น ๆ หนึ่งสูง ๗ ชั้น ทองหนักต้นละ ๒ ตำลึง ๑ บาท สามต้นทองหนัก ๖ ตำลึง ๓ บาท ต้นไม้เงิน ๓ ต้นสูงต่ำน้ำหนักเท่าต้นไม้ทอง กับเครื่องราชบรรณาการสามจำนวน นรมาดปีละ ๒ ยอดสามปี ๖ ยอด น้ำหนัก ๖ บาทจีน เงินแทนงาช้าง ๑๕ ชั่ง คิดงาช้างหนักชั่งละ ๑ ตำลึง เปนงาหนักปีละหาบ สามปีเปนงาหนัก ๖ หาบ เงินแทนผลเร่ว ๓ ชั่ง คิดผลเร่วหาบละ ๕ ตำลึง เปนผลเร่วปีละ ๔ หาบ ๓ ปีเปนผลเร่วหนัก ๑๒ หาบ

ฉบับ ๒ ว่า ได้เร่งเงินส่วยเมืองนครจำปาศักดิ์ สามจำนวนเงิน ๒๔๑ ชั่ง ๑๐ ตำลึง เมืองคำทองน้อยสามจำนวนเงิน ๑๒ ชั่ง ๑๖ ตำลึง เลขสมัคเมืองนครจำปาศักดิ์ เงิน ๒๒ ชั่ง ๑๔ ตำลึงบาท เมืองแสนปางสองจำนวนเงิน ๑ ชั่ง ๙ ตำลึง ๓ บาท เมืองเชียงแตง ๓ จำนวน เงิน ๑๘ ตำลึง ๓ บาท เมืองวารินชำราบ ๒ จำนวนเงิน ๒ ชั่ง ๑๔ ตำลึง เมืองสุทธิวารี สองจำนวนเงิน ๒ ชั่ง ๒ ตำลึง เมืองโดมประดิษฐ ๒ จำนวนเงิน ๑๓ ชั่งตำลึงบาท รวมเปน ๒๙๗ ชั่ง ๗ ตำลึง จ่ายเงินเดือนทหาร แลซื้อเข้า เงิน ๒๓ ชั่ง ๑๖ ตำลึง ๓ บาท ๒ สลึง คงส่งเงิน ๒๗๓ ชั่ง ๑๐ ตำลึง ๒ สลึง มอบให้เจ้าทั้งสองคุมเข้ามาส่ง

จึ่งมีพระราชปฏิสัณฐารตามสมควรแล้วเสด็จขึ้น เปลี่ยนเครื่องแต่งพระองค์เสรจแล้วเสด็จออกทางประตูพรหมโสภา เสด็จทรงรถพระที่นั่งไปประทับวังพระเจ้าราชวรวงษเธอ กรมขุนเจริญผลพูนสวัสดิ์ เวลาทุ่มเศษ เสด็จกลับมาประทับที่สัลลักษณสถาน ทอดพระเนตรเครื่องโต๊ะของกรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคมตั้งถวายตัว แล้วจะได้ตั้งในการเฉลิมพระชนม์พรรษา เวลา ๒ ทุ่มเศษ เสด็จกลับมาประทับที่พระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาทองค์กลางทอดพระเนตรเครื่องโต๊ะลายคราม

พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นสรรพสิทธิประสงค์ ๑ หม่อมเจ้าพร้อม ๑ หม่อมราชวงษ์สำเริง ๑ หม่อมราชวงษ์จิตร ๑ นายสายมหาดเล็ก บุตรพระยาโชฎึกราชเศรษฐี ๑ กราบถวายบังคมลาออกไปราชการหัวเมืองฝ่ายทเลตวันตก โปรดเกล้า ฯ พระราชทานน้ำสังข์ แล้วทรงเจิม แก่กรมหมื่นสรรพสิทธิประสงค์ แล้วประทับอยู่จนเวลา ๕ ทุ่มเศษเสด็จขึ้น

วันที่รัชกาล ๗๙๗๙ วัน ๒ ๑๐ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๑๕ กันยายน รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลาเช้า ๕ โมงเศษ พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นสรรพสิทธิประสงค์แลผู้ที่จะตามเสด็จไปที่ได้กราบถวายบังคมลาแล้วมาพร้อมกัน เติมมาแต่หลวงประชาคดีกิจกับนายมลิ รวม ๖ คนด้วยกัน มาลงเรือกลไฟที่ท่าตำหนักแพล่องลงไปตามลำน้ำไปเทียบเรือเฮดคุบาที่ทอดอยู่น่าห้างวินต์เซอโรส์ แล้วจะได้แล่นออกจากกรุงเทพ ฯ เวลาบ่าย ๒ โมงเศษเสด็จด้วยกระบวนข้างใน ออกประตูฉนวน ลงเรือพระที่นั่งอาดิกงที่ท่าตำหนักแพ ไปประพาศสวนเงาะ พระยาอาวุธภัณฑ์เผด็จ บางพลัด เวลาย่ำค่ำเสศเสด็จกลับ

เวลา ๒ ทุ่มเศษเสด็จออกพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาทองค์กลาง ทอดพระเนตรเครื่องโต๊ะลายคราม อยู่จนเวลา ๔ ทุ่มเศษเสด็จออกขุนนาง

หลวงจินดารักษ์นำบอกในกรมมหาดไทยขึ้นอ่านกราบบังคมทูล ๖ ฉบับ ฉบับ ๑ บอกพระพิเรนทรเทพข้าหลวงเมืองนครราชสีมา ลงวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๑๐๙ ว่า จับได้ตัวอ้ายนุ่ม อ้ายสวย } ผู้ร้ายปล้นพระชมพูบ้านสันเทียะแขวงเมืองนครราชสีมา เอาตัวมาถามให้การสารภาพเปนสัตย์ซัดพวกเพื่อน

ฉบับ ๒ ว่า ขุนด่านเสนาคุมตัวอ้ายชูมาส่ง ว่าเปนผู้ร้ายปล้นโคผู้มีชื่อที่บ้านสะวังไป ๘๐ โค เอาตัวอ้ายชูมาถามให้การสารภาพรับเปนสัตย์ซัดพวกเพื่อน

ฉบับ ๓ บอกถวายพระราชกุศลในการผูกพัฒเสมาวัดดอนบุรี เมืองปักธงไชย ขึ้นเมืองนครราชสีมา

ฉบับ ๔ ว่า หลวงเทียรจ่าราชมหาดไทย ขอที่ผูกพัฒเสมาวัดกุดจิก แขวงเมืองนครราชสีมา โดย กว้าง ๕ วา ๒ ศอก ยาว ๗ วา ๒ ศอก }

ฉบับ ๕ บอกเมืองสระบุรี ลงวันที่ ๒๘ สิงหาคม ๑๐๙ ว่า น้ำฝนในราษีกรกฎปี ๑๐๙ น้อยกว่าปี ๑๐๘ สิบนิ้ว ๔ ทสางค์ น้ำท่าในราษีกรกฎปี ๑๐๙ น้อยกว่าปี ๑๐๘ สองศอก ราษฎรกำลังไถหว่านเข้ากล้า ราคาเข้าเปลือกตวงด้วยสัต ๒๕ ทนานเกวียน ๘ ตำลึง ๑ บาท

ฉบับ ๖ เมืองนครเสียมราฐ ลงวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๑๐๙ ว่า ได้แต่งให้พระภักดีภูวนารถคุมเครื่องยศพระยานุภาพไตรภพที่ถึงแก่กรรม พานทองใหญ่เครื่องในพร้อม ๑ โต๊ะทองคำ ๑ คนโททองคำ ๒ กะโถนทองคำ ๒ กระบี่บั้งทอง ๑ ลูกประคำทองคำ ๑ หมวกตุ้มปี่ ๑ โต๊ะเงินสี่เท้า ๒ สัปทน ๒ ตราเครื่องราชอิศริยยศ ๓ เข้ามาส่ง

พระสุรินทรามาตย์นำบอกกรมพระกระลาโหมขึ้นอ่านกราบบังคมทูล ๑ ฉบับ บอกพระยาศรีสรราชภักดีข้าหลวงหัวเมืองฝ่ายทเลตวันตก ลงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๑๐๙ ว่า เว แวม สกินเนอ เรสิเดน กงสุลากงสุลอังกฤษหัวเมืองฝ่ายทเลตวันตก มีหนังสือมาถึงหลวงทวีปสยามกิจว่า จีนลิมกกเฉงมายื่นเรื่องราวว่า หลวงจิโนชนาเปนคนในสัปเยกต์อังกฤษ กงสุลจะไม่รับเปนธุระ

จึงดำรัสกับกรมหลวงเทวะวงษ์ว่า กงสุลอังกฤษคนนี้เปนคนดีมาก กรมหลวงเทวะวงษกราบทูลว่าเปนคนตรงดี

แล้วหลวงจินดารักษนำพระภักดีภูวนารถผู้ช่วยราชการเมืองนครเสียมราฐ เฝ้าทูลลอองธุลีพระบาทถวายผ้าไหมศรีต่าง ๆ ๒๐ ผืน งาช้างสองกิ่งหนัก ๓๐ ชั่งจีน ครอบสัมฤทธิครอบ ๑ พานหมากสัมฤทธิเครื่องในพร้อม ๑ มีพระราชดำรัสไต่ถามด้วยพยสมควร แล้วนำพระชาติสุเรนทร์ กรมพระตำรวจพลพัน ฝ่ายพระราชวังบวร ฯ ซึ่งเปนข้าหลวงขึ้นไปชำระผู้ร้ายเมืองสิงคบุรีกลับลงมาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท เวลา ๕ ทุ่มเศษเสด็จขึ้น.

วันที่รัชกาล ๗๙๘๐ วัน ๓ ๑๐ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๑๖ กันยายน รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลา ๒ ทุ่มเศษเสด็จออกพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาทองค์กลาง ทอดพระเนตรเครื่องโต๊ะลายครามอยู่จนเวลา ๔ ทุ่มเศษเสด็จออกขุนนาง พระสุรินทรามาตย์นำบอกกรมพระกระลาโหมขึ้นอ่านกราบบังคมทูล ๒ ฉบับ

ฉบับ ๑ บอกเมืองระนอง ลงวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๑๐๙ ว่า ได้สร้างศาลากลางซึ่งโปรดเกล้า ฯ พระราชทานเงินคอเวอนแมนต์เกือบจะแล้ว แต่กำแพงล้อมศาลายังหามีไม่ พระยารัตนเศรษฐีกะเงินประมาณ ๑๙๐๗ เหรียญ ขอเอาเงินหลวงออกสร้างเสร็จแล้ว จึ่งจะทำบาญชีรายลเอียด

ฉบับ ๒ บอกพระยาศรีสรราชจำหลวงหัวเมืองฝ่ายทเลตวันตก ลงวันที่ ๒๘ สิงหาคม ๑๐๙ ว่า เงินที่ค้างหลวงจิโนชนารักษ์ ในงวดพระอนุรักษ์ โยธากลิ่นเงิน ๑๗๕๔ ๗๖ } เหรียญ อำแดงอาสี่วภรรยาทำผัดจะส่ง ครั้นได้ตัวหลวงจิมาอำแดงอาสี่วหายอมส่งไม่

เรื่องหนึ่งหลวงจิร้องว่าได้บาญชีลูกหนี้ที่เงินค้างให้หลวงอำนาจสุรเสนี ขุนประมาณหิรัญแล้ว ครั้นข้าหลวงจะชำระบาญชีต่อไป คนทั้งสองก็กลับเข้ามากรุงเทพ ฯ

แล้วดำรัสถามพระยามนตรีสุริยวงษ์ ด้วยเงินภาษีอากรที่ตกค้างอยู่ พระยามนตรีถามพระสุรินทรได้ความแล้ว กราบบังคมทูลทรงทราบแล้ว เวลา ๕ ทุ่มเศษ เสด็จขึ้น.

วันที่รัชกาล ๗๙๘๑ วัน ๔ ๑๐ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๑๗ กันยายน รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลาเช้าย่ำรุ่งเศษเสด็จออกทางประตูพรหมโสภา แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปประทับที่สัลลักษณสถาน ทรงทอดพระเนตรที่จะตั้งเครื่องโต๊ะของหลวงอยู่จนเวลาเช้า ๒ โมงเศษ เสด็จกลับ

เวลาค่ำเศษเสด็จพระราชดำเนินไปประทับที่สัลลักษณสถาน ทรงจัดตั้งเครื่องโต๊ะของหลวงอยู่จนเวลา ๒ ยามเศษเสด็จกลับ.

วันที่รัชกาล ๗๙๘๒ วัน ๕ ๑๐ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๑๘ กันยายน รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

วันนี้เจ้าพนักงานจัดการที่พระที่นั่งไพศาลทักษิณแห่งหนึ่ง ในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนสาศดารามแห่งหนึ่ง พระสงฆ์จะได้เจริญพระพุทธมนต์ในการเฉลิมพระชนม์พรรษาแล้วโปรดเกล้า ฯ ให้พระบรมวงษานุวงษแลข้าราชการไทยจีนจัดเครื่องโต๊ะเข้ามาตั้งตามแผนที่เสร็จแล้ว

เวลาย่ำค่ำเศษเสด็จทรงราชยานแต่เกยพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ไปประทับที่ประตูวัดพระศรีรัตนสาศดาราม แลเสด็จพระราชดำเนินเข้าในพระอุโบสถ ทรงจุดเทียนเครื่องนมัสการแล้วทรงถวายไตรผ้าสลับแพรแก่พระสงฆ์ ๕ รูป มีพระวิสุทธิสมาจาริย์นำเปนประธาน แล้วเสด็จจุดเทียนพระพุทธรัตนปฏิมากรต่อไป พอพระสงฆ์รับไตรออกมาครองเสร็จแล้ว กลับเข้ามานั่งตามลำดับเจริญพระพุทธมนต์สัตตปริตตามเคย แล้วเสด็จจุดธูปเทียนเครื่องบูชานพเคราะห์เสร็จแล้วเสด็จกลับมาประทับที่สัลลักษณสถาน พระยาโชฎึกราชเสรฐีนำพระญวนพระจีนเฝ้าถวายธูปเทียนแลถวายไชยมงคล แล้วพระศรีสมบัตินำขุนนางจีนแต่งตัวเต็มยศอย่างจีนรวม ๑๙ นาย เฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท ถวายกิมฮวยอั้งติ๋วแลถวายไชยมงคล มีพระราชดำรัสตอบด้วยตามสมควรแล้วเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรเครื่องโต๊ะของหลวงแลของพระบรมวงษานุวงษแลข้าราชการที่เข้ามาตั้งตามแผนที่นั้น แล้วเสด็จกลับมาประทับที่สัลลักษณสถาน โปรดเกล้า ฯ ให้กอมมิตตีทั้ง ๑๓ คือกรมขุนเจริญ ๑ กรมหมื่นนเรศ ๑ พระองค์เจ้าสวัสดิโสภณ ๑ พระองค์เจ้าปรีดา ๑ หม่อมเจ้าภาณุมาศ ๑ หม่อมเจ้าขาว ๑ พระยาภาสกรวงษ์ ๑ พระยาวุฒิการ ๑ พระยาพิศาลผลพานิช ๑ พระบริบูรณโกษากร ๑ พระประเสริฐวานิช ๑ พระวิสุทธิสมาจาริย์ ๑ พระครูอุภัยสังฆกิจการี ๑ เข้ามาตรวจเครื่องโต๊ะที่มีดีมากแลน้อย ควรจะผูกผ้าแดงแลผ้าชมพูเปนชั้นกันลงไป จนเวลา ๕ ทุ่มเศษเสด็จขึ้น มาประทับพระที่นั่งไพศาลทักษิณ ทรงถวายไตรแก่พระสงฆ์ ๕ รูป มีพระอริยมุนีนำเปนประธาน รับไตรออกมาครองเสร็จแล้วกลับเข้ามานั่งตามลำดับ ทรงจุดเทียนเครื่องนมัสการทรงศีลแล้ว พระสงฆ์สวดนวัคคะหายุสะมะธรรม โหรบูชานพเคราะห์ตามเคย จบเวลาสามยามเศษเสด็จขึ้น

วันที่รัชกาล ๗๙๘๓ วัน ๖ ๑๐ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๑๙ กันยายน รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลาเช้า ๔ โมงเศษโปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเสด็จออกมาเลี้ยงพระสงฆ์ที่พระที่นั่งไพศาลทักษิณเสร็จแล้ว เวลา ๕ โมงเศษพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกทรงจุดเทียนเครื่องนมัสการแลโต๊ะเครื่องสังเวย อาลักษณอ่านประกาศสังเวยจบแล้ว ทรงถวายของเครื่องไทยทานแก่พระสงฆ์ทั่วกันแล้ว ถวายอติเรกพระพรลากลับเวลาย่ำเที่ยงเศษเสด็จขึ้น

เวลาย่ำค่ำเศษเสด็จทรงพระราชยานไปประทับที่สัลลักษณสถาน แล้วโปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเสด็จไปจุดเทียนเครื่องนมัสการในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนสาศดารามเหมือนวันที่กล่าวมามีพระมงคลเทพนำเปนประธาน แล้วประทับตรวจตัดสินเครื่องโต๊ะอยู่จนเวลาสามยามเศษเสด็จกลับ

วันที่รัชกาล ๗๙๘๔ วัน ๗ ๑๐ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๒๐ กันยายน รักนโกลินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลาเช้าย่ำรุ่งเศษเสด็จออกทางพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาทเปนกระบวนข้างในด้วย เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรโต๊ะตามที่กล่าวมา เวลาเช้า ๒ โมงเศษ เสด็จกลับ

เวลาบ่าย ๔ โมงเศษ โปรดเกล้าฯ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชออกมาพระราชทานเงินแจกคนแก่คนละสลึงที่พระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาทเหมือนปีที่ล่วงมา

เวลาทุ่มเศษเสด็จออกพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ทรงจุดเทียนเท่าพระองค์แล้ว ทรงถวายไตรผ้าสลับแพรแก่พระสงฆ์ ๖๐ รูป มีพระเจ้าบรมวงษเธอ กรมพระปวเรศวริยาลงกรณ์นำเปนประธาน พระสงฆ์ครองไตรแล้วเข้ามานั่งตามลำดับ ทรงจุดเทียนเครื่องนมัสการ พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ พระวรวงษเธอ พระองค์เจ้าขจรจรัสวงษ์ นำพระยาเพทราชาซึ่งโปรดเกล้า ฯ ให้ไปดูช้างสำคัญเมืองเชียงเงินล่องลงมาพักอยู่ที่เมืองไชยนาทกลับลงมาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท เวลายามเศษเจริญพระพุทธมนต์จบ โปรดเกล้า ฯ ให้คอมมิตตีทั้ง ๑๓ เข้ามาตรวจเครื่องโต๊ะในพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย จนเวลา ๕ ทุ่มเศษ เสด็จทรงพระราชยานไปประทับที่สัลลักษณสถาน แล้วโปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเสด็จไปจุดเทียนเครื่องนมัสการพระสงฆ์ ๕ รูป ที่ในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนสาศดาราม ประทับตัดสินเครื่องโต๊ะอยู่จนเวลาสามยามเศษเสด็จกลับ.

วันที่รัชกาล ๗๙๘๕ วัน ๑ ๑๐ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๒๑ กันยายน รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลาเช้า ๕ โมงเศษโปรดเกล้า ฯ ให้พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นพรหมวรานุรักษ แลกรมหมื่นศิริธัชสังกาศ ถวายอาหารบิณบาตพระสงฆ์ ๖๐ รูป ที่พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พอพระสงฆ์รับพระราชฉันแล้ว เสด็จออกทรงจุดเทียนเครื่องนมัสการแลเทียนโต๊ะเครื่องสังเวย อาลักษณ์ก็เข้าไปอ่านประกาศสังเวยตามเคยแล้วเสด็จขึ้นเสวยในพระฉาก พระสงฆ์ฉันแล้วเวลา ๕ โมงกับ ๕๕ มินิตพระฤกษได้เวลาเสด็จออกแล้วเสด็จพระราชดำเนินไปประทับพระที่นั่งราชฤๅดี ทรงเปลี่ยนเครื่องทรงเสร็จเสด็จสู่ที่สรงพระมุรธาภิเศก ภูษามาลาเข้าไปถวายพระเต้าน้ำพระพุทธมนต์ พระเจ้าบรมวงษ์เธอ กรมพระปวเรศวริยาลงกรณ์ ๑ พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นวชิรญาณวโรรศ ๑ สมเด็จพระพุทธโฆษาจาริย์ ๑ เข้าไปถวายน้ำพระพุทธมนต์ ชาวที่แลสนมก็เข้าไปถวายพระเต้าน้ำพระพุทธมนต์ พราหมณ์ก็เข้าไปถวายน้ำสังข์เสร็จแล้วเสด็จมาทรงเครื่องที่พระที่นั่งราชฤๅดีแล้ว กลับมาประทับที่พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ถวายของเครื่องไทยทานแก่พระสงฆ์ ๒๐ รูปทั่วแล้ว พระสงฆ์ถวายอติเรกถวายพระพรลา เวลาเที่ยงเศษเสด็จขึ้น

แล้วเสด็จออกพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาทองค์กลางประทับพายใต้พระมหาเสวตรฉัตรแล้ว พระบรมวงษานุวงษ์ข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อย } ฝ่ายทหารพลเรือนแลผู้แทนคอเวอนเมนต์ต่างประเทศเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาทโดยลำดับ

พระเจ้าราชวรวงษ์เธอ กรมขุนบดินทรไพศาลโสภณ เปนผู้มีพระชนมายุแก่กว่าพระบรมวงษานุวงษ์ทั้งปวง ถวายไชยมงคลแทนพระบรมวงษานุวงษ์ แล้ว มิศเตอ เยกุบ ดิไชล์ด์ มินิศเตย เรสิเดน กงสุลเยเนอราลอเมริกัน ซึ่งเข้ามาอยู่ในกรุงเทพ ฯ ก่อนผู้ที่มียศเสมอกันถวายไชยมงคลแทนชาติอื่นทั่วไปแล้ว เจ้าพระยารัตนบดินทร์ที่สมุหนายก เปนผู้มีอายุแลยศยิ่งใหญ่กว่าข้าราชการทั้งปวง ถวายไชยมงคลแทนทั่วแล้ว จึ่งมีพระราชดำรัสตรัสตอบพระบรมวงษานุวงษ์แลผู้แทนคอเวอนเมนต์ต่างประเทศ แลข้าราชการฝ่ายทหารพลเรือน } เสร็จแล้วเสด็จขึ้นแล้วเสด็จออกห้องไปรเวศพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาทองค์ด้านตวันออก พระบรมวงษานุวงษ์แลคนต่างประเทศ แลข้าราชการเข้าไปถวายของในการเฉลิมพระชนม์พรรษาเสร็จแล้ว

เสด็จออกประทับพระราชบัลลังก์อาศน์ โปรดเกล้า ฯ พระราชทานเงินห้าตำลึงแลผ้าพรรณนุ่งห่มแก่คนชรามีบันดาศักดิ์รวม ๑๙ คน มีเจ้าพระยารัตนบดินทร์นำเปนต้น พระราชทานทั่วคนแล้ว เวลาบ่าย ๒ โมงเศษเสด็จขึ้นพระราชทานคนชรามีบันดาศักดิ์ข้างใน ๑๙ คน แลเงินผ้าพรรณนุ่งห่มคล้ายกันกับฝ่ายน่า

เวลาบ่าย ๔ โมงเศษโปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชออกมาพระราชทานเงินสลึงคนแก่ที่พระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาท ไปลงเรือพระที่นั่งอาดิกงที่ท่าตำหนักแพมีข้างในด้วย ไปตามลำน้ำฝ่ายเหนือทอดพระเนตรโคมไฟถึงน่าวัดราชาธิวาศเสด็จกลับถึงปากคลองบางกอกน้อยฝนตกจึงหาได้เสด็จทอดพระเนตรโคมไฟตามลำน้ำฝ่ายใต้ไม่ พอเรือพระที่นั่งถึงท่าตำหนักแพเวลายามเศษเสด็จขึ้น ไปประทับพระราชยานที่สัลลักษณสถานทรงตัดสินเครื่องโต๊ะอยู่จนเวลา ๑๐ ทุ่มเศษเสด็จกลับ วันนี้เจ้าพนักงานทหารบกทหารเรือยิงสลุตสามเวลา คือเช้า ๒ โมงเวลา ๑ เที่ยงเวลา ๑ บ่าย ๔ โมงเวลา ๑

วันที่รัชกาล ๗๙๘๖ วัน ๒ ๑๐ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๒๒ กันยายน รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลาบ่าย ๔ โมงเศษโปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชออกมาพระราชทานเงินคนแก่ตามเคย

เวลา ๒ ทุ่มเศษ เสด็จออกพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ทรงถวายไตรแก่พระสงฆ์ ๓๐ รูปเหมือนวันที่กล่าวมาแล้ว มีหม่อมเจ้าพระพุทธบาทปิลันท์ธรรมเจดีย์นำเปนประธาน เวลา ๔ ทุ่มเศษเจริญพระพุทธมนต์จบ พอพระสงฆ์ถวายอติเรกถวายพระพรลากลับ จึ่งเสด็จทรงพระราชยานแต่เกยพระที่นั่งอัมรินทร์วินิจฉัยไปประทับที่สัลลักษณสถาน ทรงตั้งกอมมิตตีตัดสินผ้าน่าโต๊ะแลโต๊ะงามอยู่จนเวลา ๑๐ ทุ่มเศษ เสด็จกลับ.

วันที่รัชกาล ๗๙๘๗ วัน ๓ ๑๐ ๑๐ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๒๓ กันยายน รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลาเช้า ๔ โมงเศษโปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธออกมาเลี้ยงพระสงฆ์ ๔๕ รูป คือพระสงฆ์ที่เจริญพระพุทธมนต์ในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนสาศดาราม ๑๕ รูป มารับพระราชทานฉันพร้อมกัน อาลักษณ์อ่านประกาศสังเวยเหมือนวันก่อน พอพระสงฆ์ฉันแล้วทรงถวายของเครื่องไทยทานตามสมควร เวลาทุ่มเศษเสด็จออกพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยทรงจุดเทียนพระพุทธปฏิมากรบนพระแท่นเสวตรฉัตรแล้ว โปรดเกล้า ฯ ให้นิมนต์พระพรหมมุนีเข้ามาถวายเทศนามงคลสูตรกัณฑ์หนึ่งจบแล้ว ทรงถวายเครื่องบริขารตามสมควร แล้วพระธรรมวโรดมเข้ามาถวายเทศนารัตนสูตรกันท์หนึ่งจบแล้ว ถวายไตรแลเครื่องบริขารเหมือนกัน แล้วพระวรวงษเธอ พระองค์เจ้าพระอรุณนิภาคุณากรถวายเทศน์เมตตสูตรกัณฑ์หนึ่งจบแล้ว โปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชถวายไตรแลเครื่องบริขาร แล้วพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นวชิรญาณวโรรสถวายเทศนาเทวตาอุทิศกัณฑ์หนึ่ง จบแล้วถวายไตรแลเครื่องบริขารเหมือนกัน พอพระสงฆ์ถวายอดิเรกถวายพระพรลากลับ เวลา ๔ ทุ่มเศษเสด็จทรงพระราชยานแต่เกยพระที่นั่งอมรินทร์วินิจฉัย ไปประทับที่สัลลักษณสถาน โปรดเกล้า ฯ พระราชทานรางวัลกอมมิตตีทั้ง ๑๓ ทั่วแล้ว

เวลา ๒ ยามเศษโปรดเกล้า ฯ ให้ข้างในออกทอดพระเนตรเครื่องโต๊ะจนเวลา ๑๐ ทุ่มเศษเสด็จกลับ.

วันที่รัชกาล ๗๙๘๘ วัน ๔ ๑๑ ๑๐ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๒๔ กันยายน รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

ไม่เสด็จออก.

วันที่รัชกาล ๗๙๘๙ วัน ๕ ๑๒ ๑๐ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๒๕ กันยายน รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

ไม่เสด็จออกมีแต่การประชุมปฤกษาราชการข้างใน.

วันที่รัชกาล ๗๙๙๐ วัน ๖ ๑๓ ๑๐ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๒๖ กันยายน รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลาย่ำค่ำเศษเสด็จทรงรถพระที่นั่งประพาศถนนตามเคย ไปตามถนนสนามไชยลงถนนตะพานเสี้ยวอ้อมรอบพระนคร เวลาทุ่มเศษเสด็จกลับ วันนี้มีประชุมปฤกษาราชการข้างใน.

วันที่รัชกาล ๗๙๙๑ วัน ๗ ๑๔ ๑๐ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๒๗ กันยายน รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษเสด็จลงเรือพระที่นั่งชัลดิกรอบที่ท่าตำหนักแพ ล่องลงไปประทับเรือพระที่นั่งที่ปากคลองสาร แล้วเสด็จลงเรือพระที่นั่งแจวควนคอเลอ เข้าไปในคลองศาลออกคลองบางกอกใหญ่ แล้วหยุดประทับที่พระราชวังเดิม เวลาทุ่มเสด็จกลับ

วันนี้มีประชุมปฤกษาราชการข้างใน.

วันที่รัชกาล ๗๙๙๒ วัน ๑ ๑๕ ๑๐ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๒๘ กันยายน รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

วันนี้ตักบาตน้ำผึ้งที่พระพุทธรัตนสถานพระสงฆ์ ๑๐ รูป พระองค์เจ้าเณรนิพัทพิสิทธิพงษ์ ในสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ กรมพระจักรพรรดิพงษ์ ๑ รวม ๑๑ รูป มีหม่อมเจ้าพระธรรมุหิศธาดาเปนประธาน

เวลาเช้า ๕ โมงเศษโปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเสด็จออกมาเลี้ยงพระ แลตักบาตน้ำผึ้ง วันนี้เปนวันพระไม่มีราชการอไร.

วันที่รัชกาล ๗๙๙๓ วัน ๒ ๑๐ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๒๙ กันยายน รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

ไม่เสด็จออก.

วันที่รัชกาล ๗๙๙๔ วัน ๓ ๑๐ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๓๐ กันยายน รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลาบ่าย ๓ โมงเศษเสด็จลงพระที่นั่งไพศาลทักษิณทรงจัดเครื่องโต๊ะของหลวงแล้วโปรดเกล้า ฯ ให้พระบรมวงษานุวงษ์ แลข้าราชการไทยจีนจัดเครื่องโต๊ะมาตั้งรวม ๓๔ โต๊ะ เปนการฉลองพระพุทธรูปพระชนม์พรรษา ประทับอยู่จนเวลาย่ำค่ำเศษเสด็จขึ้น

เวลาทุ่มเศษเสด็จลงพระที่นั่งไพศาลทักษิณ โปรดเกล้า ฯ ให้นิมนต์พระสงฆ์ราชาคณะถานานุกรม วัดราชบพิธ ๓๗ รูป พระอมราภิรักขิตวัดนิเวศน์ธรรมประวัติ ๑ รูป รวม ๓๘ รูป มีพระวรวงษ์เธอ พระองค์เจ้าอรุณนิภาคุณากรนำเปนประธาน ทรงถวายไตรผ้าสลับแพรแก่พระสงฆ์ ๓๘ รูป ทั่วแล้ว ออกไปครองไตรแล้วกลับเข้ามานั่งตามลำดับ ทรงจุดเทียนเครื่องนมัสการแล้ว พระสงฆ์ก็เจริญพระพุทธมนต์ เวลายามเศษเจริญพระพุทธมนต์จบ พระสงฆ์ก็ถวายอดิเรกถวายพระพรลา จึงโปรดเกล้า ฯ ไห้เชิญพระบรมวงษานุวงษ์แลข้าราชการที่เปนกอมมิตตีเครื่องโต๊ะเข้ามาตรวจผูกผ้าแดง ผ้าชมพูตามควร จนเวลาสองยามเศษ โปรดเกล้า ฯ ให้เชิญพระบรมวงษานุวงษ์แลข้าราชการเสวยแลรับพระราชทาน แล้วโปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชออกมาจุดดอกไม้เพลิงที่น่าพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาท เหมือนปีที่ล่วงมาแล้ว พอพระบรมวงษานุวงษ์แลข้าราชการเสวยแลรับพระราชทานเสร็จแล้ว จึงเสด็จพระราชดำเนินตรวจเครื่องโต๊ะต่อไป จนเวลา ๑๐ ทุ่มเศษ เสด็จขึ้น.

วันที่รัชกาล ๗๙๙๕ วัน ๔ ๑๐ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๑ ตุลาคม รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลาเช้า ๔ โมงเศษโปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธเสด็จออกมาเลี้ยงพระสงฆ์ ๓๘ รูป ที่พระที่นั่งไพศาลทักษิณ พอพระสงฆ์ฉันแล้ว เวลา ๕ โมงเศษเสด็จลงทรงจุดเทียนเครื่องนมัสการ แล้วเสด็จทรงจุดเทียนโต๊ะเครื่องสังเวย แล้วทรงถวายของเครื่องไทยทานแก่พระสงฆ์ทั่วแล้ว พระสงฆ์ถวายอติเรกพระพรลากลับ เวลาบ่ายโมงเศษเสด็จขึ้น

เวลาทุ่มเศษเสด็จลงพระที่นั่งไพศาลทักษิณ โปรดเกล้า ฯ ให้นิมนต์สมเด็จพระพุทธโฆษาจาริย์เข้ามาถวายเทศนามงคลวิเศษกัณฑ์หนึ่งจบแล้ว ทรงถวายไตรแลเครื่องบริขารตามสมควร พอพระสงฆ์ถวายอดิเรกพระพรลากลับเวลาขามเศษจึ่งโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเสด็จออกมาจุดดอกไม้เพลิงที่น่าพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาทตามเคย เสด็จพระราชดำเนินตรวจเครื่องโต๊ะพร้อมด้วยกอมมิตตีจนเวลา ๕ ทุ่มเศษโปรดเกล้า ฯ ให้เชิญพระบรมวงษานุวงษ์แลข้าราชการที่เข้ามาตั้งเครื่องโต๊ะเสวยแลรับพระราชทานเสร็จแล้ว เวลาสองยามเศษโปรดเกล้า ฯ ให้ข้างในออกทอดพระเนตรเครื่องโต๊ะ

วันที่รัชกาล ๗๙๙๖ วัน ๕ ๑๐ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๒ ตุลาคม รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

ไม่เสด็จออกขุนนาง.

วันที่รัชกาล ๗๙๙๗ วัน ๖ ๑๐ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๓ ตุลาคม รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

ไม่เสด็จออกขุนนางมีแต่การประชุมปฤกษาราชการข้างใน.

วันที่รัชกาล ๗๙๙๘ วัน ๗ ๑๐ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๔ ตุลาคม รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลาบ่าย ๔ โมงเศษ สมเด็จกรมพระองค์น้อย แลพระองค์เจ้าวัฒนานุวงษ์ พระยาสีหราชเดโชไชย ซึ่งไปราชการเมืองยี่ปุ่นกลับเข้ามาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาทข้างใน แต่พระองค์ปฤษฎางค์ไม่เข้ามา

เวลา ๔ ทุ่มเศษเสด็จขึ้นจากประชุมปฤกษาราชการข้างในแล้วเสด็จออกขุนนาง หลวงจินดารักษ์นำบอกในกรมมหาดไทยขึ้นอ่านกราบบังคมทูล ๗ ฉบับ

ฉบับ ๑ บอกขุนเพชรอินทรา ลงวันที่ ๑๒ กันยายน ๑๐๙ ว่าได้ตามเสด็จพระองค์สวัสดิโสภณขึ้นไปชำระความบาทหลวงแกนตริกกับคนไทย ๕ เรื่องที่เมืองพรหมบุรีเสร็จแล้ว

ฉบับ ๒ บอกเมืยงลพบุรี ลงวันที่ ๒๔ กันยายน ๑๐๙ ว่าได้จบที่พลับพลาน่าพระนารายน์ราชวัง ให้พระองค์เจ้าสวัสดิโสภณประทับแล้ว

ฉบับ ๓ ว่ามีตราโปรดเกล้า ฯ ให้พระองค์เจ้าสวัสดิโสภณ ขึ้นไปชำระความนายพีศิศย์บาดหลวงแกนตริก ซึ่งเอาปืนยิงนายโตตาย แลชำระความผู้ร้ายฆ่ากันตายที่ยังชำระค้างอยู่ ผู้ว่าราชการกรมการได้คัดสาระบบความขึ้นถวายแล้ว

ฉบับ ๔ ว่านายจันโจทย์ฟ้องกล่าวโทษขุนรองสุภากับพวกเพื่อน ๑๕ คน ปล้นบ้านอำแดงอินเก็บเอาทรัพย์สิ่งของทองรูปภัณฑ์ไป เกาะได้ตัวมาถามให้การสารภาพรับเปนสัตย์จึงรับสั่งให้ส่งลงมากรุงเทพ ฯ

ฉบับ ๕ บอกพระยามหาเทพผู้แทนข้าหลวงเมืองนครเชียงใหม่ ลงวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๑๐๙ ว่าพระรัชฏะบุรานุรักษ์พระเชียงเงิน กับแสนปัญญาพนาเวศกรมการ เมืองเชียงทองไปซื้อช้างเมืองหลวงพระบาง พบช้างพลายสีปลาดสูง ๓ ศอก ๒ นิ้ว จึ่งได้ซื้อมาเปนเงิน ๑๕๕๐ รูเปีย ได้ทูลกับพระองค์เจ้าโสณบัณฑิตย์รับสั่งให้ส่งลงมากรุงเทพฯ แล้ว

ฉบับ ๖ บอกเมืองตากลงวันที่ ๓ สิงหาคม ๑๐๙ ว่า พระองค์เจ้าโสณบัณฑิตย์รับสั่งให้พระศรีเสนามีหนังสือมาถึงเมืองตากให้เมืองตากบอกส่งเจ้าของช้างแลช้างสำคัญลงมากรุงเทพ ฯ

ฉบับ ๗ บอกพระเชียงเงิน แสนปัญญา ลงวันที่ ๒๖ สิงหาคม ๑๐๙ ว่าได้ล่องแพช้างมาจากเมืองเชียงเงิน วันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๑๐๙ ได้ส่งตามระยะทางลงมาถึงไชยนาทแต่วันที่ ๒๓ สิงหาคม แล้ว

พระวิจารณ์อาวุธนำบอกในกรมพระกระลาโหม ขึ้นอ่านกราบบังคมทูล ๑ ฉบับ บอกเมืองระนองลงวันที่ ๘ กันยายน ๑๐๙ ว่าเรือซิแมนต์ซึ่งเกาวเนอเมืองสิงคโปร์กับสกินเนอกงสุลมานั้น เข้ามาทอดอยู่ที่ปากน้ำเมืองระนอง แล้วได้ขึ้นมาเที่ยวดูบ้านเมืองคนสัปเยกต์อังกฤษเข้ามาหา ๗ คนแลลงชื่อไว้แล้วกงสุลก็ออกเรือกลับไป

จึ่งพระยาศรีนำขนช้างพลายซึ่งพระเชียงเงินคุมลงมาถวายทอดพระเนตร แล้วดำรัสถามพระยาศรีว่า พระองค์เจ้าขจรได้สั่งให้แพช้างขึ้นไปพักที่พเนียดแล้วฤๅยัง พระยาศรีกราบบังคมทูลว่าได้รับสั่งบอกแล้ว แล้วรับสั่งกับกรมหมื่นดำรงว่าช้างตัวนี้คล้ายกับพระเสวตรวรวรรณเข้าในแบบเจ้าฟ้าอิศราพงษ์ที่ทำไว้เปนดำพงษ์ถนิมแท้ ในแบบกรมสมเด็จพระบำราปปรปักษ์ไม่มี แล้วพระวิจารณ์อาวุธ นำหลวงยศโยธี หลวงศรีสิทธิเดช ผู้ช่วยราชการเมืองนครเขื่อนขันธ์ ๒ นายกราบถวายบังคมลาออกไปรักษาราชการบ้านเมือง โปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพรรณนุ่งห่มตามสมควร

เวลา ๕ ทุ่มเศษเสด็จขึ้น

วันที่รัชกาล ๗๙๙๙ วัน ๑ ๑๐ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๕ ตุลาคม รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ เสด็จทรงรถพระที่นั่งไปตามถนนบำรุงเมืองลงถนนสระประทุม ถึงวังพระองค์เจ้าสวัสดิโสภณ แล้วกลับลงไปถนนน่าวัดเทพศิรินทราวาส แล้วเสด็จกลับมาตามถนนเดิม เวลาย่ำค่ำเสด็จกลับ

วันนี้ไม่เสด็จออกขุนนาง มีแต่การประชุมปฤกษาราชการข้างใน.

วันที่รัชกาล ๘๐๐๐ วัน ๒ ๑๐ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๖ ตุลาคม รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ เสด็จลงทางประตูฉนวนเปนกระบวนข้างในลงเรือทอนิครอมที่ท่าราชวรดิฐ เสด็จเข้าไปในคลองบางกอกน้อยอ้อมออกคลองบางกอกใหญ่ เวลา ๒ ทุ่มเสด็จกลับประทับที่พระที่นั่งราชกิจวินิจฉัย เวลายามเสศเสด็จขึ้น เปนวันพระไม่มีราชการอะไร.

วันที่รัชกาล ๘๐๐๑ วัน ๓ ๑๐ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๗ ตุลาคม รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ เสด็จทางประตูพรหมโสภา แล้วเสด็จพระราชดำเนินลงเรือพระที่นั่งทอนิครอบที่ท่าราชวรดิฐ ล่องลงไปเข้าคลองโอ่งอ่าง ออกคลองบางลำพู เวลาทุ่ม ๑ เสด็จกลับถึงพระบรมมหาราชวัง วันนี้มีการประชุมปฤกษาราชการข้างใน ไม่เสด็จออกขุนนาง.

วันที่รัชกาล ๘๐๐๒ วัน ๔ ๑๐ ๑๐ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๘ ตุลาคม รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลา ๔ ทุ่มเศษเสด็จออกขุนนาง หลวงจินดารักษ์นำบอกในกรมมหาดไทยขึ้นอ่านกราบบังคมทูล ๖ ฉบับ ฉบับ ๑ บอกพระยามหาเทพผู้แทนข้าหลวงเมืองนครเชียงใหม่ ลงวันที่ ๒๘ สิงหาคม ๑๐๙ ว่า ได้พร้อมกันรับพระราชทานน้ำพระพิพัฒน์สัตยาในวันที่ ๒๓ มินาคม ๑๐๙

ฉบับ ๒ บอกพระยาสุริยเดชข้าหลวงเมืองหนองคาย ลงวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๑๐๘ ว่า มีตราพระราชสีห์ส่งคำลูกขุนปฤกษานายโตทหารล้อมพระบรมมหาราชวังโจทย์ หาว่านายพันเอาเหล็กมีคมฟันนายโต นายพันแพ้ปรับเปนเงิน ๒ ชั่ง ๓ ตำลึง ๓ บาท เปนสินไหมกึ่งพิไนยกึ่งเสร็จแล้ว

ฉบับ ๓ บอกพระศรีพิทักษ์ข้าหลวงเมืองขุขัน ลงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๑๐๙ ว่า ด้วยได้ปลูกศาลากลางหลังหนึ่ง ที่พักข้าหลวงสามหลัง ตรางขังนักโทษหลัง ๑ รวม ๕ หลัง กับเกวียน ๔๐ เกวียน ไว้สำหรับราชการต่อไป

ฉบับ ๔ บอกพระยามหาอำมาตย์ แลศุภอักษรเจ้านครจำปาศักดิ์ ลงวันที่ ๒ มินาคม ๑๐๘ ความต้องกันว่าส่งเครื่องยศ ราชวงษ์ ถาดหมากถมเครื่องพร้อม ๑ คนโทถม ๑ ราชวงษ์ถาดหมากถมเครื่องในพร้อม ๑ คนโทถม ๑ มอบให้เจ้าสุทธิสาร เจ้าโพธิสารคุมเข้ามาส่ง

ฉบับ ๕ ว่า อุปฮาดเมืองเชียงแตงซื้อทองคำก้อนของนายคำที่ขุดได้จากบ่อหลวงทองแปดก้อนหนัก ๒ ตำลึง ๒ บาท ๓ สลึง เปนเงิน ๑ ชั่ง ๑๓ ตำลึง ๑ บาท พระยามหาอำมาตย์ มอบให้เจ้าทั้งสองคุมเข้ามาส่ง

ฉบับ ๖ บอกพระภิรมย์ราชาข้าหลวงเมืองอ่างทอง ลงวันที่ ๔ กันยายน ๑๐๙ ว่า มีอ้ายผู้ร้าย ๘ ๙ } คน ตัดคอกลักเอากระบือของนายเถียร นายสุต นายปัก } ไป เอาตัวอ้ายวัดมาถามให้การรับเปนสัตย์ซัดพวกเพื่อน

พระวิจารณ์อาวุธนำบอกกรมพระกระลาโหมขึ้นอ่านกราบบังคมทูล ๔ ฉบับ ฉบับ ๑ บอกเมืองระนอง ลงวันที่ ๑๘ มินาคม ๑๐๙ ขอปฤกษาโทษอ้ายคง อ้ายไทย อ้ายคลี } อ้ายทิม อ้ายหนุ } เปนผู้ร้ายปล้นบ้านนุ้ยภรรยาขุนแพ่ง

ฉบับ ๒ ขอปฤกษาโทษ แขกหลำ แขกมาโรย แขกตะหา } ไปแอบยิงแขกแดตาย

ฉบับ ๓ ว่ามีผู้มีผู้้ร้ายปล้นเรือนขุนนิกรอำแดงมีแขวงเมืองสวี จับได้ตัวอ้ายปล้อง อ้ายหนูแดง } มาถามให้การสารภาพรับเปนสัตย์ซัดพวกเพื่อน

ฉบับ ๔ บอกพระยาศรีสรราชข้าหลวงหัวเมืองฝ่ายทเลตวันตกลงวันที่ ๔ กันยายน ๑๐๙ นำถวายรถ ๒ รถ ม้าเทศ ๓ ม้า เครื่องม้า ๔ สำรับ โคมรถ ๔ โคม ของพระอนุรักษโยธาแลหลวงอร่ามสาครเขตร

พระยาพิพัฒโกษานำบอกกรมท่าขึ้นอ่านกราบบังคมทูล ๓ ฉบับ ฉบับ ๑ บอกเมืองนครไชยศรี ว่าได้รับทองคำเปลวพันหนึ่ง เทียนทอง ๕ คู่ เทียนขี้ผึ้ง ๒๐๐ เล่ม ออกไปยังวัดพระประถมเจดีย์ ปิดทองพระพุทธสิหิงค์แลพระพุทธปฏิมากรทั้ง ๒ พระองค์ แลได้นิมนต์พระสงฆ์ ๗๐ รูปมาเจริญพระพุทธมนต์ เสร็จแล้วขอถวายพระราชกุศล

ฉบับ ๒ บอกเมืองนนท์บุรีว่า ด้วยได้รับแพช้างสำคัญเมืองนครจำปาศักดิ์

ฉบับ ๓ บอกเมืองชลบุรีว่า น้ำฝนในราษีเมศปี ๑๐๙ น้อยกว่าปี ๑๐๘ สี่ทสางค์ น้ำฝนในราษีพฤศพ ปี ๑๐๙ น้อยกว่าปี ๑๐๘ สี่ทสางค์ น้ำฝนในราษีเมถุนปี ๑๐๙ มากกว่าปี ๑๐๘ สองนิ้ว ๔ ทสางค์ น้ำฝนในราษีกรกฎ ปี ๑๐๙ มากกว่าปี ๑๐๘ นิ้วกึ่ง กับทสางค์ ราษฎรกำลังหว่านเข้ากล้า ราคาเข้าเปลือกเกวียนละ ๑๐ ตำลึง เข้าสารถังละบาท

แล้วพระยาพิพัฒโกษานำจมื่นประธานมนเฑียร กราบถวายบังคมลาเปนข้าหลวงออกไปชำระกรมการเมืองตราษ เมืองระยอง } ว่าตั้งบ่อนเล่นจับยี่กี ๑ หลวงสวัสดิโกษากราบถวายบังคมลาเปนข้าหลวงออกไปตรวจราษฎรทำไร่ฟักเขียว ฟักเหลือง } ผักต่าง ๆ ในแขวงเมืองชลบุรีที่ปลูกไว้มีผลแล้วหาเก็บขายตามธรรมเนียมไม่ ทิ้งให้ผลเสียด้วยเหตุใด ๑

นายหนา บุตรพระยาจันทบุรี ซึ่งไปเรียนศิลป์วิทยา ณ กรุงเยอรมนี กลับเข้ามาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท มีพระราชดำรัสไต่ถามนายหนาด้วยตามสมควร แล้วโปรดเกล้า ฯ พระราชทานสัญญาบัตรกับข้าราชการ ๘ นาย ให้นายพุกเปรียญอาจาริย์ใหญ่ เปนขุนอนุสาสน์วินิจมีตำแหน่งราชการในกรมศึกษาธิการ ถือศักดินา ๕๐๐

ให้นายนุ่ม เปรียญอาจาริย์ใหญ่ เปนขุนอนุสิษฐวิบูลย์ มีตำแหน่งราชการในกรมศึกษาธิการ ถือศักดินา ๕๐๐

ให้นายน้อย เปรียญอาจาริย์ใหญ่ เปนขุนอนุกิจวิธูร มีตำแหน่งราชการในกรมศึกษาธิการ ถือศักดินา ๕๐๐

ให้นายคงเปนขุนแพทย์พิเศษ มีตำแหน่งราชการในกรมพยาบาล ถือศักดินา ๔๐๐

ให้นายนิ่ม เปนขุนเวชวิสิทธิ มีตำแหน่งราชการในกรมพยาบาล ถือศักดินา ๔๐๐

ให้เจ้าสุทธิสารเมืองนครจำปาศักดิ์ เปนเจ้าราชวงษ์เมืองนครจำปาศักดิ์

ให้เจ้าโพธิสาร เมืองนครจำปาศักดิ์ เปนเจ้าราชบุตร เมืองนครจำปาศักดิ์

ให้เจ้าราชวงษ์เมืองนครจำปาศักดิ์ เปนเจ้าประชากรเกษม จางวางเมืองนครจำปาศักดิ์ แต่ตัวเจ้าราชวงษหาได้ลงมาไม่ โปรดเกล้า ฯ พระราชทานให้พระยาศรีรับส่งขึ้นไปพระราชทาน เวลา ๕ ทุ่มเสด็จขึ้น.

วันที่รัชกาล ๘๐๐๓ วัน ๕ ๑๑ ๑๐ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๙ ตุลาคม รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

ไม่เสด็จออกขุนนาง ไม่มีราชการอไร.

วันที่รัชกาล ๘๐๐๔ วัน ๖ ๑๒ ๑๐ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๑๐ ตุลาคม รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

วันนี้พระสงฆ์จะได้เจริญพระพุทธมนต์ในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนสาศดารามตามพระราชพิธีสัจปานการ เวลายามเศษโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเสด็จไปจุดเทียนเครื่องนมัสการ อาลักษณก็อ่านประกาศตามพระราชพิธีจบแล้ว พระสงฆ์ ๓๘ รูป มีพระเจ้าบรมวงษเธอ กรมพระปวเรศวริยาลงกรณ์เปนประธานเจริญพระพุทธมนต์แล้วเสด็จกลับ.

วันที่รัชกาล ๘๐๐๕ วัน ๗ ๑๓ ๑๐ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๑๑ ตุลาคม รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลาบ่ายโมงเศษเสด็จโดยพระราชยานแต่เกยน่าพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาท ไปประทับที่ในอุโบสถวัดพระศรีรัตนสาศดารามตามเคยเหมือนอย่างทุกปี พอพระบรมวงษานุวงษ์แลข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยถือน้ำพระพิพัฒสัตยาเสร็จแล้ว เวลาบ่าย ๒ โมงเสษ เสด็จกลับมาประทับพระที่นั่งอมรินทร์วินิจฉัย เปลี่ยนเครื่องแต่งพระองค์แล้วเสด็จขึ้น

อนึ่ง วันนี้เจ้าพนักงานจัดการที่พระที่นั่งอมรินทร์วินิจฉัย พระสงฆ์จะได้เจริญพระพุทธมนต์ในการพระราชพิธีสารท เวลา ๒ ทุ่มเศษโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเสด็จไปจุดเทียนเครื่องนมัสการ อาลักษณ์อ่านประกาศแล้ว พระสงฆ์ ๔๙ รูป มีสมเด็จพระพุทฒาจาริย์นำ เปนประธานก็เจริญพระพุทธมนต์.

วันที่รัชกาล ๘๐๐๖ วัน ๑ ๑๔ ๑๐ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๑๒ ตุลาคม รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลาเช้า ๔ โมงเศษโปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเสด็จออกมาเลี้ยงพระสงฆ์ ๔๙ รูป แลถวายโถเข้ายาคูด้วยในพระที่นั่งอมรินทร์วินิจฉัยเหมือนปีก่อน โถเข้ายาคูวันนี้เปนส่วนข้าราชการฝ่ายน่า

เวลาทุ่มเศษโปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เสด็จออกมาจุดเทียนเครื่องนมัสการที่พระที่นั่งอมรินทร์วินิจฉัย พระสงฆ์สวดมนต์ ๓๔ รูป มีสมเด็จพระพุทธโฆษาจาริย์นำเปนประธาน อาลักษณ์ก็อ่านประกาศตามเคย.

วันที่รัชกาล ๘๐๐๗ วัน ๒ ๑๕ ๑๐ ค่ำ ปีขานโท๒๓ศก ๑๒๕๒

วันที่ ๑๓ ตุลาคม รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓)

เวลาเช้า ๕ โมงโปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเสด็จออกมาเลี้ยงพระสงม์ ๓๔ รูป แลถวายโถเข้ายาคูตามเคย โถเข้ายาคูวันนี้เปนส่วนของพระบรมวงษานุวงษ์ฝ่ายน่า

เวลา ๒ ทุ่มเศษเสด็จออกพระที่นั่งอมรินทร์วินิจฉัย ทรงจุดเทียนเครื่องนมัสการอาลักษณ์อ่านประกาศแล้ว พระสงฆ์ ๓๘ รูป มีพระเจ้าบรมวงษ์เธอ กรมพระปวเรศวริยาลงกรณ์นำเปนประธานเจริญพระพุทธมนต์จบ ถวายอติเรก ถวายพระพรลาแล้วเสด็จขึ้นทรงเจิมข้างในที่จะได้กวนเข้าทิพย์ เสร็จแล้ว เสด็จพระราชดำเนินไปในโรงพิธีกวนเข้าทิพย์มีการกวนเข้าทิพย์ตามเคย

เวลา ๔ ทุ่มเศษเสด็จขึ้น.

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ