ภาคผนวก ๘

สมุทรโฆษในปัญญาสชาดก

สมุทรโฆษ เป็นโอรสท้าววินททัตกษัตริย์ครองพรหมบุรนคร เกิดด้วยพระนางเทพธิดา ทรงทราบเรื่องจากพราหมณ์ชาวรมมบุรนครว่า นางวินทุมดี ลูกสาวท้าวสิริสีหนรคุตซึ่งเกิดแต่นางกนกวดี มีสิริรูปสวยสดงดงาม จึงเสด็จไปเฝ้าท้าวสิริสีหนรคุตที่ราชวังแห่งรมมบุรนคร ทูลแถลงเรื่องที่เสด็จมาเพื่อพระธิดาให้ทรงทราบ ท้าวเธอพอพระทัยยกพระธิดาให้เป็นชายาของกษัตริย์หนุ่ม นางวินทุมดีทรงระลึกถึงเรื่องที่บนเทวดาไว้เมื่อก่อนได้พระสมุทรโฆษเป็นพระสามี ครั้นเรื่องสำเร็จสมเจตนาแล้วจึงเชิญพระภัสดาไปแก้บนที่ศาลเทพารักษ์ อยู่มาได้สักปีเศษ สองกษัตริย์เสด็จไปพักอยู่ในพระตำหนักสวน พิทยาธรตนหนึ่งอยู่บนยอดเขา ไกรลาสอุ้มเมียเหาะไปเที่ยวเล่น อีกตนหนึ่งอยู่ยอดเขาสุทรรศน์ เหาะมาเห็นพิทยาธรตนที่อุ้มเมีย ก็เงื้อพระขรรค์โดดเข้าฟันผัวตกลงมา อุ้มเอาเมียเหาะไป พระสมุทรโฆษเห็นพิทยาธรนอนอาบเลือดอยู่กลางสวนก็สงสาร รับสั่งให้นายแพทย์รักษาจนบาดแผลหายเป็นปรกติ พิทยาธรระลึกถึงพระคุณ ทูลถวายพระขรรค์แล้วเหาะกลับ พระสมุทรโฆษอุ้มนางวินทุมดีเหาะไปด้วยฤทธิ์พระขรรค์เที่ยวชมป่าหิมพานต์หลงเลยไปถึงเขาไกรลาส เสด็จเข้าเฝ้าท้าวทุมราชเจ้าแห่งสุวรรณนคร ซึ่งมีฝูงเทพกินนรบำเรออยู่แล้วทูลลากลับลงมายังฝั่งสระอโนดาต บรรทมหลบอยู่บนแท่นทองซึ่งเกิดเอง พิทยาธรตนหนึ่งเหาะมาลักพระขรรค์ไป สองกษัตริย์ตื่นขึ้นไม่เห็นพระขรรค์ ก็พากันเสด็จเดินถึงฝั่งสมุทร เกาะขอนไม้ว่ายไปยังฝั่งตรงข้าม ขอนขาดด้วยอำนาจลมพายุพัด พระเทวีเกาะขอนท่อนปลายว่ายมาถึงฝั่งเสด็จไปอาศัยเรือนหญิงชราในเมืองมัทราษฎร์ นางมณีเมขลาออกตรวจทะเล เห็นพระสมุทรโฆษเกาะขอนไม้ว่ายนํ้าอยู่จึงไปทูลพระอินทร์ พระอินทร์เสด็จมาบังคับพิทยาธรให้คืนพระขรรค์ พระสมุทรโฆษได้พระขรรค์คืนแล้วเหาะไปตามนางถึงเมืองมัทราษฎร์ ทรงแปลงเพศเป็นพราหมณ์พักอยู่ในศาลา เห็นภาพเรื่องที่พระเทวีให้ช่างเขียนรูปสองกษัตริย์ขาดขอนพลัดกันก็ทรงพระกันแสง พระเทวีทรงทราบ เสด็จออกมาพบพระสามี พากันเหาะกลับยังรมมบุรนคร ท้าวสิริสีหนรคุตและท้าววินทัตตทรงมอบราชสมบัติให้ครองทั้งสองพระนคร แล้วสองขัตติยราชเสด็จออกทรงผนวชเป็นฤษี พระสมุทรโฆษได้เสวยราชในสองพระนครแล้ว ก็ทรงตั้งโรงทานสงเคราะห์สมณชีพราหมณ์และคนจน ตรัสสอนประชาชนให้บำเพ็ญทานรักษาศีล สิ้นพระชนม์แล้วไปเกิดในสวรรค์ กลับชาติมาเป็นพระพุทธองค์

สมุทรโฆษในปัญญาสชาดกต่างจากสมุทรโฆษคำฉันท์ คือ

๑. พระสมุทรโฆษก่อนได้นางวินทุมดี ไม่มีพระชายาชื่อสุรสุดา

๒. ไม่ได้เสด็จไปคล้องช้าง

๓. ไม่มีอุ้มสม

๔. ไม่มีวาดรูปเทวดาและกษัตริย์ต่างนคร

๕. ไม่มียกศรและประลองศิลป์

๖. ไม่มีศึกกษัตริย์

๗. ไม่มีอำมาตย์ชื่อสุสังกัลป์ มีแต่บุตรปโรหิตและลูกอำมาตย์ซึ่งเป็น คนสนิทของพระสมุทรโฆษทั้งสองคน

๘. พิทยาธรสองตนซึ่งรบกันบนฝั่งฟ้า ตนที่เสียเมียไม่มีชื่อว่า“รณาภิมุข” ตนที่ชิงนางได้ไปไม่มีชื่อว่า “รณบุตร” เป็นแต่กล่าวว่า พิทยาธรตนหนึ่งและตนหนึ่ง

๙. นางวินทุมดีเมื่อพลัดพระสามีไปอยู่เมืองมัทราษฎร์ ไม่ได้ผนวชชี

๑๐. (ท้าว) วินททัต สมุทรโฆษคำฉันท์เรียก พินทุทัต
(ท้าว) สิริสีหนรคุต สมุทรโฆษคำฉันท์เรียก สีหนรคุปต์
(นาง) วินทุมดี สมุทรโฆษคำฉันท์เรียก พินทุมดีหรือพินทุบดี พรหมบุรนคร สมุทรโฆษคำฉันท์เรียก พรหมบุรีหรือพรหมนคร รมมบุรนคร สมุทรโฆษคำฉันท์เรียก รมยบุรี หรือ รมยนคร สุวรรณนคร สมุทรโฆษคำฉันท์เรียก กนกนคร

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ