ตอนที่ ๓

๑๔

๏ ปางหน่อชิเนนทรบดี- ศรอันบรากรม
มลุลาภบันฦๅฤทธิอุดม อดุลยเดชขรรค์ไชย
๏ ปรีดามนัสภิมติสา- ธรสุขเขษมใส
หวังชมพนมพนัสใน หิมเวศวนาดร
๏ ชวนเชิญผอูลวิบุลลักษณ์ วรภัคินีสมร
อ้าแม่จงร่วมภิรมยจร ประพาสไพรพระหาสถาน
๏ ชมเฌอและชมศิขรเขต ทุรเทศแถวธาร
มฤคาทิชากรตระการ กลแกล้งพิจิตรผจง
๏ คูหาชลาลยลหาร ชลธารก็ใสสรง
สำราญฤทัยในพนพง และสนุกทุกแหล่งหลาย
๏ น้องท้าวสดับพจนนริน- ทรราชบรรยาย
ชื่นชมประณมกรภิปราย บรรโดยไท้ธไคลคลา
๏ พระอุ้มยุพินทรภิเษก อรเอกอนงค์พงา
ทรงขรรค์อันเรืองฤทธิวรา ระเห็จห้องวิหาดล
๏ โดยแดนอัมพรอุดรทิศ ดุจทวิชบินบน
ลอยลับวลาหกบยล แลละลิ่วละลิบโพยม
๏ ลุเขตคิรีภิรมเยศ หิมเวศเขษมโสม-
นัสยิ่งทุกสิ่งสนุกประโลม จิตรท้าวธเบิกบาน
๏ ชี้ชวนพนิตกนิษฐชม พนมมาศมเหาฬาร
เลิศล้วนหิรัญรตนกาญ- จนอเนกหลากหลาย
๏ แปดหมื่นสี่พันบรรพตนับ รดับยอดอยู่เรียงราย
ห้าร้อยคิรินทรอันหลาย มัชฌิมากุฎาประมาณ
๏ ยอดใหญ่ไศลวิบุลยเบญ- จกูฎเกิดประดิษฐาน
เทิดทัดทิฆัมพรบันดาล วิโรจน์รัตนรัศมี
๏ โดยสูงแห่งศรีขรพิศาล หิมพานต์พนาลี
เบ็ญจาสตาธฤกมี ประมาณโยชนบรรยาย
๏ ยอดนามสุทัศนกุฎา- รกุกอปร์กนกพราย
ไกรลาสกูฎก็พรรณราย รชฎาวิลาวรรณ
๏ หนึ่งกาฬกุฎาถกลกา- ฬมณีประไพพรรณ
หนึ่งจิตรกูฏจิตรสรรพ์ สัตตรัตนนานา
๏ หนึ่งนามนคินทรคันธมาทน์ ก็โอภาสอาภา
แก้วลายรยับรดับรดา ดุจแกล้งประกิตประกล
๏ ห้าแห่งมหันต์บรรพตห้อม ลลอบล้อมสรพังชล
อโนดาตพิศาลสลิลยล กลแก้วผลึกแสง
๏ สถิตยอดพระหาพระหิมวา- ลยะดอยบันดาลแสดง
ร้อยโยชน์พิศาลสกลแขวง สรชาติใสสินธุ์
๏ นานาทุมาผลธรา ผกากอปร์เปนอาจิณ
รายรอบสโรทกคือนิล ฉัตรกั้งกำบังสูรย์
๏ เกิดกัลปพฤกษ์พฤกษอุฬาร ธนสารก็สมบูรณ์
ประสงค์ใดบันโดยจิตรนุกูล ทุกสิ่งสรรพโภคา
๏ เนืองนองคณานิกรอเนก อดิเรกปักษา
เซ่งแซ่เสนอเสนหพา- จกแจ้วสำนานขาน
๏ หงสาสุวากุกกุฏโกญ- จและสาริกุงาน
การวิกรวังวนกุณาล พเพรียกพร้องกระแสงใส
๏ กินนรินทรกินนรสุราง- คนางฟ้อนและกรไกว
ขับขานบรรสานพจนไพ- เราะหเรื่อยจำเรียงรมย์
๏ พระพาสุดาสมรมิตร สถิตยั้งยังเนินพนม
เชิญชวนยุพาพิมลชม จตุบาทดาษเดียร
๏ เสือสีหสารพฤษภกา- ษรเกลื่อนในเถื่อนเสถียร
สิงคนัสและอัศวสำเทียร สุรศัพทเหียรหรรษ์
๏ กวางทรายละมั่งกับทั้งกะทิง ก็วางวิ่งณไพรวัน
ขรรคาวราหคณพรรค์ ชมดเหม้นฉมันหมี
๏ ศฤงคาลสุวานผรุสกาจ มฤคชาติจามรี
เยียงผาและฌาปิตะกระบี่ บ้างโดดเดิรบนเนินไศล
๏ สบสรรพ์อนันตจตุบาท เดียรดาษในกลางไพร
มากหมู่บรู้กิพรรณไพ- จิตรเพลินเจริญตา ฯ

๑๙

๏ พลางอุ้มองคอนงค์อนุชพนิดา  
ลงสรงชลาสิน- ธุธาร
๏ ในอโนดาตนิราสมุทินสลิลพิศาล  
เสมออมฤตยโสรจสนาน ภิรมย์
๏ เย็นเยือกระงับปริฬาหะกายจิตรสม-  
บูรณ์สุขชื่นชม สำราญ
๏ เก็บโกมุทสุคนธ์อุบลปทมบาน  
ประดับองคนงพาล พธู
๏ พลางเมิลหมู่มัตสยาชลาจรพหู  
ผุดดำคคล่ำดู คคล้าย
๏ กุ้งกั้งกุมภิลมกรกระฉ่อนชลก็ว่าย  
กดกาและกริมกราย กระตรับ
๏ กระลุมพุกดุกเดียรดาษสลาดสลิดสลับ  
หลดไหลลงเลนลับ อนนต์
๏ ม้าหมอหมู่คณะบู่และบ้าก็มาระคน  
แป้นแปบปะแปมปน ประนัง
๏ ค้าวเขือเชื้อชลจรและช่อนฉลับกับสัง-  
ควาดสวายแสวงวัง ชลา
๏ แมลงภู่หมู่ฉนากฉลามชลามพุจรคลา  
เทโพและเทพา ตระพาก
๏ กระแบบกระบอกครอกคละชะโดกระโห้กระแหก็มาก  
คางเบือนเบือนคางฝาก ณฝั่ง
๏ สร้อยสร้ายเสือและฉวีกระดี่กระโดงสรพรั่ง  
ลอยล่องฟฟ่องหลัง แลหาง
๏ กรกฏกัจฉปะจริวจราวแลอ้าวแลอุกแลมาง-  
สอ่อนสัญจรกลาง สลิล
๏ นวลจันทร์พรรณหางกิ่วและชิวหกุกกุรกิน  
เหยื่อท่องณท้องสินธุ์ สรพราศ
๏ ส่ำแสนสาครจรัญอนันต์นิกรกลาด  
เกลื่อนในอโนดาต ตระการ ฯ

๑๖

๏ เสร็จสองสุริยวงศ์สรงสนาน ในสระสำราญ
สำเริงภิรมย์ฤดี  
๏ บัดชวนนวลนุชเทพี เถลิงฝั่งสระศรี
ประพาสพนมเนินไศล  
๏ บรรพตรจเรขประไพ ช่องชั้นไฉไล
คือช่างฉลุเลขา  
๏ วุ้งเวิ้งเพิงตระพักเสลา หุบห้องคูหา
แลห้วงแลห้วยเหวลหาร  
๏ พุนํ้าชำเราะเซาะธาร ไหลลั่นบันดาล
ดั่งสายพิรุณธารา  
๏ เงื้อมงํ้าโชงกชง่อนภูผา พึงพิศโสภา
เปนชานเปนช่องปล่องปน  
๏ สีสลับยยับพรรณอำพน เหลืองหลากกาญจน
แลขาวคือเพชรรัศมี  
๏ เขียวคู่เวฑูริยมณี แดงดั่งรังสี
ปัทมราชรังฉาน  
๏ ขาบคือคัคณาดลอุฬาร ดำดุจนิลกาฬ
แลม่วงคือโกเมนหมาย  
๏ ชมภูพ่างพรรณเพทาย แพร้วแพร้วพรายพราย
พิโรจน์จรัสชัชวาลย์  
๏ แสงส่องสุริยอาภาผสาน กลแก้วเจ็ดประการ
ประกอบประกิตแกมกัน  
๏ ประดับด้วยรุกขชาติอนันต์ นาเนกหลายพรรณ
แลเรียบแลเรียงบนคิรี  
๏ ผลิดดอกตระบอกบุษปมาลี ลเวงคนธสุรภี
ระรวยระรื่นหื่นฉม  
๏ บ้างทรงผลดกดาดพนม มธุรสอุดม
ดังทิพโอชาหาร  
๏ พระเก็บผลพฤกษตระการ ชวนนุชนงคราญ
เสวยผลาผลไพร  
๏ สองเขษมสำราญหฤไทย เสร็จเสด็จดลใน
คูหาสน์นิวาสวนสณฑ์  
๏ เสวยสุขไสยาอารญ แรมถํ้าตำบล
ละหลับฤๅล่วงหลายวาร ฯ  

๑๔

๏ ปางแสนสุรางคบริจา- ริกราชบริพาร
มวญมาตยากรภิบาล บทเรศนเรนทร
๏ ไป่ยลยุบลขัติยบดิน- ทรปิ่นประชากร
ต่างตกประหม่ากมลรอน อุระรํ่ากำสรวญศัลย์
๏ อ้าไท้อุภัยภุวนา- ยกใดเสด็จครร-
ไลเลออำเภอภิรมยนัน- ทวโนทยานสถาน
๏ เพื่อพูลพิโรธหฤทัยท้าว ดำริห์ร้าวฤดีราญ
แห่งเหตุประเภทอุดรดาล ยุบลเบื้องธเคืองไฉน
๏ ไป่มีคดีกลพิรุธ และประทุษฐ์แก่โทไท
ตนตูทุกผู้คือชนใคร ก็บแผกบพ้องพาน
๏ ฤๅไท้ธใคร่จรประพาส หิมวาสไพศาล
เยียใดบไขอรรถอันมาน มนัสซึ่งคำนึงประสงค์
๏ ต่างแสวงทุกแห่งวนอุยาน ก็บพานบพบองค์
ทั่วทั้งจังหวัดวนัสวง บริเวณบเห็นหา
๏ ต่างโศกพิโยคขัติยนอง นยนามพุธารา
คืนสู่บุรีรัตนนิวา- สภิวันทพลันทูล
๏ แด่ไทธราดลมกุฎ วรบุตรทั้งสองสูญ
เสาะแสวงตำแหน่งอรญยูร -ยาตรใดไป่พ้องพาน
๏ สองท้าวธยินยุบลอา- ดุรด่าวในแดดาล
ลาลดรันทดฤทยปาน ชนมชีพยบังวาย
๏ โหยหายุพาอุภยบุตร บมิสุดมิเสื่อมหาย
ร้อยทุกข์รันทมสกลกาย กรทุ่มพระทรวงศัลย์
๏ สร่างโศกธสั่งภิมุขเส- วกเร่งดุรงค์จรัญ
เทาถิ่นบุรินทร์รมยพลัน และจงทราบจงสืบแสวง
๏ เยียวยอดปิโยรสชไมย จรไคลกูคิดแคลง
ถามท้าวผู้เจ้าพิภพแจง กิจรู้ฤอยู่ไฉน
๏ รับราชสาสนนรา- ธิปจอมจุฑาไท
โทมาตยยาตรหยครรไล บรรลุแหล่งบุรีรมย์
๏ เฝ้าเธอเสนออดุรสา- หสเหตุห่อนสม
ปรารภพบพักตรบรม บุตรท้าวสใภ้ไท
๏ พระบาทสีหนรคุปต์ ชนกนุชอนงค์ใน
สองทราบนุสนธิกลไฟ แลมาจ่อมาจี่ทรวง
๏ แสนโศกพิโยคทุกขคือทา- รุณไภยอันใหญ่หลวง
ลรรลุงระอุอุระรลวง ประเล่ห์ล้มประลัยชนม์
๏ ซั้นสั่งคณานิกรแสน สุรพฤนทผองพล
ค้นคว้าพนาดรดำบล ทุกถิ่นถํ้าลำเนาไศล
๏ ฤๅพ้องทั้งสองสุริยชาติ วรราชดไนยไกล
โทท้าวรันทดทุกขพิไร พจนพรํ่ารำพรรณความ
๏ อ้าพ่อผู้เรืองฤทธิธำรง เยียรองค์นเรนทร์ราม
อ้าแม่ผู้เลิศลักษณงาม เสงี่ยมเงื่อนสิดาสุดา
๏ อ้าพ่อผู้เดชดุลรวี วรรณสว่างในเวหา
อ้าแม่เสมอศศิประภา อันเพ็ญผ่องอัมพรไผท
๏ อ้าพ่อผู้ทรงศักดิดังวัช- ชิรหัดถ์สหัสไนย
อ้าแม่อันมานมุขประไพ ประภาคพ่างสุรางค์สวรรค์
๏ อ้าพ่อคือจอมจตุรภุช ผู้ทรงครุฑเขจรจรัล
อ้าแม่คืออับสรสุพรร- ณพิลาสลักษมี
๏ อ้าพ่อคือองค์อัครมเห- ศรเทพยตรีศุลี
อ้าแม่คือเทวภคินี นุชมิ่งอุมาสมร
๏ ฦๅฤทธิ์ตระหลบภพธรา- ดลพื้นทิฆัมพร
ฦๅโฉมประโลมจิตรนิกร นรเนกสรรเสริญ
๏ ฉันใดครไลและบแสดง กิจแจ้งดำแหน่งดำเนิร
ยังตูทุกผู้อดุรเจริญ อุระเร้ากำเดาศัลย์
๏ โศกสร่างธสั่งชมยมาตย์ บำราศรมย์บุรีจรัล
คือพรหมนครกรบังคัล ขัติเยศบรรยายทูล
๏ แห่งเหตุธิเบศรบุตรา สุณิสาทั้งสองสูญ
ฤาเนาบุรีรมยยูร -ยาตรใดไป่เห็นหา
๏ สองราชสดับอรรถรันทด กำสรดซํ้าระกำอา-
ดูรด่าวผผ่าวกมลสา- หสไห้พิไรครวญ
๏ หมื่นมาตย์และนาฏกคณา บริพารทั้งมวญ
เศร้าซรบสยบจิตรรำจวน ทุกขทับเทวษทวี
๏ โทเทศคือเขตนครพรหม รมเยศบุรีศรี
สร่างเกษมฤเปรมหทยปรี- ดิกำเดาในแดดอง ฯ

๑๑

๏ ปางปิ่นประชาชาติ ยุพราชกษัตรสอง
ประพาสพฤกษเนกนอง ทุกเถื่อนถ้ำลำเนาไศล
๏ ชมสัตว์จตุบาท ทวิชชาติ์ในแนวไพร
บำเทิงฤทัยไท ธภิรมยหรรษา
๏ โทมาศประมาณมี ทั้งราษตรีทิวาตรา
เนาเนินพระหิมวา นฤทุกขภัยพาล
๏ บัดไท้ธโอบองค์ ยุพยงรเห็จทยาน
ผยองยาตรยังคัคณานต์ ดลพื้นอำเภอพาย
๏ ยลยอดคิรีจรัส วิโรจน์รัชฎาพราย
ไกลาสกูฎหมาย กำหนดนามกรมี
๏ เมืองทองระรองเรือง บรรเทืองทิพยมนทีร์
กุก่องกนกนี- รชรัตนาไมย
๏ สถิตบนหิรัญบรร- พตอันพิเศษไศล
เทริดซุ้มทวารไชย ประกิตแก้วประการกาญจน์
๏ หอห้างและนางจรัล สุพรรณสิ้นทุกถิ่นสถาน
แลเลิศอุฬารปาน สุทัศน์เทพธานี
๏ นองเนืองคณากิน- นรเนกกินนรี
เนาในบุรีมี อดิเรกแลหลาม
๏ ภูธรกินรนาถ ทุมราชเสนอนาม
เสวยรมย์ภิรมย์กาม ทิพปูนสมบูรณ์ถวัลย์
๏ พื้นเผ่าพิชาธเรศ วรเวทอาคมครัน
ปีกหางก็ผูกพัน กระสันด้วยพระมนตรา
๏ สามารถจะโบยบิน อนิลบถเวหา
กลกินนราคณา ทิชาชาติปักษี
๏ ควรเยือนนครชม ภิรมย์ราชธานี
เกษมสุขสนุกปรี- ดิอุดมสมบัติไฉน
๏ ตริเสร็จเสด็จประเวศ บุเรศกาญจนาไมย
เมือมนทิราไลย กินรินทรราชา
๏ นฤบดินทร์กินรนาถ พระบาททอดทฤศนา
ยลไท้ชไมยมา- นุษยดลมนเทียรสถาน
๏ กวักหัดถ์ดำรัสทัก ยุพลักษณ์ลำเภาพาล
เชิญสองสถิตกาญ- จนบรรยงก์อลงกรณ์
๏ ร่วมราชบัลลังก์เถลิง บำเทิงสุขสโมสร
นามเขือและนามนคร สำนักเขตประเทศใด
๏ นบท้าวบัณฑูรถาม เสนอนามสนองไข
เผือผู้ดไนยไท กมลาสนธานี[๑]
๏ ทรงนามบพิตรพิน- ทุทัตปิ่นธเรษตรี
ตูข้าสมญามี สมุทรโฆษดำแคงขจร
๏ พาองค์อนงค์นาฏ ประพาสพฤกษศีขร
แดนด้าววนาดร หิมวาพระหาไศล
๏ บรรลุบุรินทร์ถิ่น ธิบดินทร์ดำเกิงไกร
เยือนเยี่ยมพระเวียงไชย ประโยชน์ยลสวรรยางค์
๏ ทรงยินยุบลโส- มนัสในฤทัยพลาง
สำผัสพระปฤษฎางค์ กรเกี่ยวตระกององค์
๏ ตฤบรสจุไรเกศ ยุพเรศทั้งสองทรง
เสาวภาคพิมลลง- กฏลักษณ์วิไลยวรรณ
๏ ตรัสมอบมไหศูรย สมบูรณ์ส่ำสุไขศวรรย์
อ้าพ่อฤควรครร- ลยนิวัตินิเวศน์เวียง
๏ เชิญเชยเสวยสวัส- ดิสมบัติสรพร้อมเพรียง
ศฤงคารอุฬารเพียง ภพแมนสุเมรุเมือง
๏ บุญพาพ่อมาดล วิมลมนทิราเรือง
แก้วเก้ามลังเมลือง อร่ามรัตนาภา
๏ เปนปิ่นกินรเทพย์ สุขเสพย์สวรรยา
ผ่านภูวภารา หิรัญราชคิรีภิรมย์
๏ ฟังพจน์ประนตบาท ธประภาษบรางสม
จิตรข้าฤปรารมภ์ ปรารภรับประสาทสาร
๏ ไป่ปองจะครองเมือง ดั่งเรื่องราชโยงการ
ใช่ชาติทุชนพาล มลุโลภลโมภเมา
๏ หวังจักมลักชม อุดมโภคพัฬเหา
ขอพักสำนักนิ์เนา ประมาณมาสจะคลาศคลา
๏ ยินสารบรรหารอรรถ มนัสนาถปรีดา
ตรัสโถมนาสา- ธุการเกศกษัตรีย์
๏ เชิญสองสถิตใน อุไรราชปราสาทศรี
เสวยทิพยโภคี ทุกสิ่งสุขเกษมสันต์
๏ โทท้าวประพาสเพลิน ลำเนาเนินคิรีหิรัญ
สบสิ้นทุกถิ่นบรร- พตล้วนมเหาฬาร
๏ ครบมาสนิวาสพัก กนกนัคราสถาน
แถลงลานราบาล บดิศรกินรจรัล
๏ จากจอมไกลาสเลอ อำเภอแผ่นอัมพรผัน
ผาดผังยังขอบคัน อโนดาตสระสถาน
๏ สี่เหลี่ยมแลเปี่ยมชลา ทั้งสี่ท่าสนานธาร
เจ็ดแก้วประการตระการ ตระกลฝั่งสรพรั่งพูล ฯ

๑๙

๏ หนึ่งท่าทานพกุมภัณฑคันธพอสูร  
โสรจสินธุสมบูรณ์ ณ สระ
๏ หนึ่งทวยเทพยอับสรสุดาสุรามรุคณะ  
สรงสายชลชำระ มลิน
๏ หนึ่งเนืองเนกคณาวิชาธรแลกิน-  
นรเวนัตย์ชฏิล ณ หาด
๏ หนึ่งองค์พุทธปัจเจกสราพกบำราศ  
เกลสลามกลีลาส ลงอาบ
๏ เย็นเยือกหยาดชลก็ชุ่มสุขุมสริรภาพ  
ในนอกสนิททราบ สกนธ์
๏ ชี้ชวนนวลนุชอนงคสรงสินธุดำบล  
สรซ้ำสนานชล ทุวาร
๏ ประพาสแหล่งชโลทกอโนดัตทหะสำราญ  
เดือนหนึ่งคำนึงนาน ภินนท์
๏ บัดเห็จเหิรธดำเนิรณะพายุมรรคยล  
สระสถานฉฉานชล ฉัททันต์
๏ เจ็ดชั้นบรรพตห้อมลล้อมคือสัตภัณฑ์  
โอภาสพิเศษสรรพ์ ประภา
๏ หนึ่งบัญญัติสุพรรณปรัศว์คิริพระหา  
สัตโยชนเจียนจา- รุรัศมี
๏ เสนอนามมณีคือบรัศว์รัตนมณี  
หนึ่งสูริย์บรัศว์ศรี คือสูรย์
๏ หนึ่งนามจันทรบรัศว์คือรัชฎจำรูญ  
อิกอุทกบรัศว์ปูน ผลึก
๏ หนึ่งมหากาฬบรัศว์คิรินทรนิลอธึก  
จุลกาฬสมานหมึก ถมอ
๏ ลดหลั่นชั้นแต่ละโยชนหย่อนศิขรพอ  
เพียงฉัตรแลลออ อุฬาร
๏ อุ้มองคนงนุชพธูลงสู่สรพิศาล  
เบ็ญญาสโยชน์ประมาณ มหันต์
๏ วงรอบร้อยคณนาบัญญาสธิกบรร-  
ยายโยชนรำพรรณ กำหนด
๏ หว่างกลางโบกขรณีแลมีอุทกหมด  
มลทินสลิลรส สอาด
๏ ใสสร่างพร่างพฤกษรัตน์ประภัศรพิลาส  
จอกแหนนิราสฤๅ รคน
๏ ไพศาลโยชนทวาทสาพิสุทธชล  
นอกดงจงกลนี รดาษ
๏ ถัดนั้นวนัสอุบลบปนติวิธชาติ  
นิลโลหิโตธาตุ ลพรรค์
๏ อิกป่าปัทมเศวตรัตกมุทวัน  
เจ็ดบุษปอารัญ รรอบ
๏ ถัดถึงมิสกะวันทุกพรรณ์บุบผะประกอบ  
ปลอมแปลกบแบ่งรบอบ ดั่งบรรพ์
๏ ดับดลชโลทกตื้นพอพื้นกุญชรยัน  
สาลีรัตวนันต์ อเนก
๏ ป่าเก้าเนาณะชลาวนาลำเนาละเอก  
โยชน์หย่อนดิเรกมวญ ฤมาน
๏ บนรอบขอบชลเดียรเสถียรสถลสถาน  
เกลื่อนกอบุบผตระการ รราย
๏ ดอกเขียวเหลืองแลลำดับกับแดงดำกลหลาย  
ด่อนดาษชรดื่นหมาย ลดง
๏ ทั้งสี่พเยียรุกขอรัญสุคันธรสทรง  
ฉมฟุ้งในวุ้งวง จังหวัด
๏ มั่วหมู่ภมรมธุกรก็กลุ้มกุสุมวนัส  
บกน้ำสัมผัสกลิ่น ผกา
๏ คลึงเคล้าเอารสเรณุเกสรสุมา-  
ลีเลอนภาเวียน วว่อน
๏ ถัดถึงแถววนราชมาศสลับสลอน  
น้อยใหญ่ในดงดอน ลด้าว
๏ ป่าเอลาลุอลาพุกุมภัณฑอคร้าว  
เครือทอดทรนาวเนือง อนันต์
๏ อิกกักการุดิเรกอเนกดิบุษปวัน  
อ้อยลำแลใหญ่ครัน คือหมาก
๏ เหล่ากัทลีวนมีปัจเจกพรรณภาค  
เผล็ดผลเพียงทนต์นาค ลทันต์
๏ ถัดถึงสถานคณศาลพฤกษพนสัณฑ์  
บรรณสาพนารัญ ระยะ
๏ ดกดื่นผลแต่ละต้นก็ดูรดับระดะ  
ใหญ่ยิ่งเท่าตุมพะ ประมาณ
๏ ป่าไม้ม่วงแลมขามมขวิดวิธตระการ  
โอชาผลาหวาน สนิท
๏ ดับดลมิสกมหาวนาดลสถิต  
ป่าเวฬุชิดเชิง พนม
๏ พฤศาพนัสทุกขนัดละโยชนนุกรม  
บนสถานสถลทม ทั้งปวง ฯ

๑๖

๏ พระชมสระใหญ่ไพรหลวง ชวนสมรเสมอดวง
หฤทัยทอดทฤษฎี  
๏ ในเวิ้งวุ้งหว่างศีขรี วงเวียดวาปี
ฉัททันต์บัญญัติสมญา  
๏ พลางเมิลมาตงคคณา แลหลามเหลือตรา
สระพรั่งทั้งพังพลายหลาย  
๏ ลงสู่สระสินธุสนานกาย งวงสูบชลงาย
แลเสียงซะแซร่แปร๋แปร๋น  
๏ ผุดดำคลํ่าคลาดาแดน ดาษดื่นหมื่นแสน
บรู้กี่ส่ำสังขยา  
๏ ลางสารเศียรเงยเสยงา คว้าไขว่ในชลา
แลเฟื่องแลฟุ้งฝอยฟอง  
๏ ลางสารแล่นเล่นตามคนอง เบียดเสียดพังผอง
กำเดาะกำดัดกลัดกาม  
๏ ลางลูกเล็กเต้าไต่ตาม ดูดดื่มกษิราม-
พุพลางคคละปะปน  
๏ ลางบ่มมันครั่นคำรณ ลางต่างชาญชน
เข้าโรมเข้าเราะเคาะงา  
๏ ลางงวงจ้วงจับสาขา เฌอชาตินานา
ประโยชนเพื่อภุญชภักษ์  
๏ ลางลิดบงซางลางหัก ไผ่ไหล้ทำลัก
แลลางละเลาะเล็มตฤณ  
๏ ล้วนเลิศศุภลักษณนาคินทร์ สิบหมู่หัสดินทร์
อุทิจวงศ์ไกวัล  
๏ บางชาติคเชนทรฉัททันต์ ผิวผ่องเพียรพรร-
ณภาคไหรญรัศมี  
๏ บางสารอุโบสถสกูลมี มาตังคอินทรีย์
สุพรรณพ่างต่างพงศ์  
๏ บางเหล่าเหลืองลานพิศวง เหมหัตถีวงศ์
คือวรรณมโนเสลา  
๏ บางหมู่มงคลไอยรา สีอัญชันผกา
ประกอบมงคลดลสถาน  
๏ บางโคตรคันธคชโอฬาร มูลมูตรกายตระการ
ก็หอมตระหลบสบสกล  
๏ บางปิงคลเผ่าพารณ พิศพรรณโสภณ
พิฬาระจักษุศรี  
๏ บางช้างเชื้อดามพดำรี พื้นภาพหัสดี
ดั่งดามพกังก่องเกลา  
๏ บางบัณฑรพงศ์พัฬเหา เผือกผ่องลำเภา
พิลาศลออศอสรรพ์  
๏ บางคังไคยคชพวกพรรณ สีสินธุ์เทียมทัน
ผลึกรัตนจรัสจรูญ  
๏ บางเหล่ากาฬาวกะตระกูล กายกาฬปานปูน
ดั่งกาฬแก้วแพร้วพราย  
๏ สิบโคตรคเชนทรพังพลาย สู่สมสึงสบาย
ในวงจังหวัดสัตไศล  
๏ รอบขอบสระแก้วแถวไพร พระหาหิมวาไลย
เกษมสนุกนิ์สุขรมย์  
๏ พระชี้ชวนอรเชยชม ทั่วพนัสพนม
บำเทิงฤไทยใสสานต์  
๏ ตรัสเล่าเยาวยศนงพาล โดยชาติสรญาณ
อดีตยุบลหนหึง  
๏ สระนี้พี่พู้นรำพึง เคยนิตย์สำนึง
สำนักนิจำเนียรกาล  
๏ ปางเปนฉัททันต์คชสาร ส่ำสรรพบริพาร
สหสหัสอัษฎา  
๏ น้องท้าวทูลแถลงราชา เสนอชาติบุรา-
นุสรแต่หลังดั่งกัน  
๏ ปางพระเปนพระฉัททันต์ ข้าพระก็อุบัน
เปนบาทเรณูบริจา  
๏ ทรงนามนางมหาสุภัทรา บำเรอบริบา-
ลบทรัชกษัตรีย์  
๏ โดยสัตย์สวามิภักดี ดุจกาลอันมี
ในภพเบื้องปัจจุบัน  
๏ โทท้าวต่างเล่าแถลงกัน โดยชาติพู้นพรร-
ณนานุสนธิ์หนปาง  
๏ เสร็จชวนนวลนุชรางชาง เก็บบุษปสำอาง
พระองค์กับนงเภาพงา  
๏ ถ่อมถนอมจอมพณิตกนิษฐา เหิรเห็จคัคนา
นิราสภิรมย์สระศรี ฯ  

๒๑

๏ ลอยล่องท้องนภางคทฤษฎี ยลมหิดลมี
พื้นอุไรรี พิศาลสถาน
๏ แท่นไพฑูริย์รัตนชัชวาลย์ กลมรกตดาล
สถิตกลางตระการ ก็ตรูตรา
๏ โดยสูงบัณรัสสหัตถา ดึงสหัตถคณนา
กว้างแลยาวสมา นะเทียมทัน
๏ บ่อทองสองบ่อประดุจกัน ประดิษฐ์เสริมประพรรณ-
รายวิโรจสุวรร- ณรัศมี
๏ บ่อหนึ่งซึ้งสินธุวารี กลผลึกมณี
หนึ่งสุวคนธ์มี กำจรฉม
๏ พิทยาธเรศเคยสมาคม ชำระสริระภิรมย์
เสร็จก็สรงพรม สุคนธา
๏ เปนที่ผาสุกเกษมสา- ธรอุภยนรา
ธิปธปรีดา ก็ลงสถิต
๏ เหนือแท่นไพฑูริยผ่องพิศ วิยมรุนฤมิตร
แสนสำเริงจิตร สำราญกาย
๏ สองกษัตริย์เสร็จโสรจสนานสาย อุทกกุปะลลาย
คนธลอออาย สำอางอาตม์
๏ บัดองค์โทไท้ธไสยาศ วรวิฑุริยดาษ
รัตโนภาส บรรยงก์มณี
๏ พักหายวายเหนื่อยจะเลอลี ลยอัมพรพิถี
โดยคำนึงมี มโนประสงค์
๏ พอพายุพานพัดสำผัสองค์ สริระทรถปลง
ปลดบรรเทาลง ที่โรยแรง
๏ ล่วงยามสายัณหยอแสง สุริยก็พระลบแสดง
สนธยาแชวง นิสาทไสมย
๏ กรแก้วตระกององค์ภูวไนย กรนฤบดิไท
ตระกองอรอันไพ- รุเพ็ญพาล
๏ เสมอลำลดาเกี่ยวประกิตผสาน สติสมประดิฤมาน
แต่ปโทสกาล ก็หลับไหล
๏ เพื่อร้อนแรงแสงอโณไทย ขณะอัพภุคัจฉะไคล
พื้นนภาไลย ลำเค็ญองค์ ฯ

๑๒

๏ กษณนั้นพิทยา- ธรหนึ่งทรนง
จิตรพาลธำรง ฤทธิเรืองมหิมา
๏ ก็ระเห็จนภดล ตระบัดยลขัติยา
ยุพเรศนรา- ธิปโทธผทม
๏ ณพิฑูริยอาส- นปราศสติสม-
ปฤดีก็ลงชม สิริลักษณวิไลย
๏ บมิแจ้งจิตรตระหนัก วรอัครอุไภย
นรชาติฤไทย สุรกามอมร
๏ กลใดธสถิต พนนิทรนอน
รัตนาสนบรรจฐรณ์ หิมเวศวนา
๏ ฤคือท้าวทศจันทร์ วรอรรคอุมา
อรเล่นสุขสา- ทรถิ่นพนสณฑ์
๏ ฤคือวิษณุเทพย์ จรเสพยอรญ
นิทรแนบนฤมล ศุภลักษณ์ลักษมี
๏ ฤคือวัชิรสุเรนทร์ ณสิเนรุคิรี
ธประพาสพนปรี- ดิกับองคสุชา
๏ ฤคือพรหมก็มลาก รติราคนิรา
ยศใดสยนา นุชคู่บมิเคย
๏ ฤชนินทรนำ วนิสํานักนิเชย
หิมวันตเสวย รมยร่วมนิปชา
๏ วรขรรคประจำ กรกำนิจกา-
ลชรอยฤทธิสา- หสเดชมหันต์
๏ ผิวฉกแลจะชัก สุรขัคคอนัน-
ตนุภาพจักครร- ลยจากจรคลา
๏ แม้วเทวจะฟื้น และจักตื่นสหสา
ผิวมนุษยนิทรา จะบสึกสติพลัน
๏ ตริตระบัดพิทยา- ธรคร่าห์วรขรรค์
ก็ปลาตจรัล และประจากนฤบดี
๏ ระเห็จเหิรนภยาตร ณวิหาสพิถี
นุชนาถกษัตรีย์ ก็บทราบสึกสกนธ์
๏ มลุล่วงรัตยา อรุณาติกดล
จรัสแสงสุริยน แลตระศักดิ์คัคนานต์ ฯ

๑๔

๏ ปางนั้นนราธิปบดินทร์ และยุพินทรนงพาล
ต่างสร่างนิทรารมยกาล -อุทัยทิพากร
๏ คว้าหาบเห็นมหิทธิขรรค์ ก็กระสันสยบสมร
ปิ้มปานจลาญชนมมรณ์ แลรันทดรันทวยองค์
๏ อ้าใครผู้ใดแลมาจำนอง จิตรปองริปูประสงค์
ลอบลักเอาขรรคอันธำรง ฤทธิพรากประจากกาย
๏ ฉันใดจักไคลนครสู่ บมิรู้กำหนดหมาย
แห่งหนดำบลทิศทุกพาย ก็บแจ้งตำแหน่งจรัล
๏ จักเดิรจักดั้นอรัญเขต หิมเวศวนาสัณฑ์
ร้อยขวบบจวบมรรคอันครร- ลยถิ่นบุรินสถาน
๏ จักวายชีวาตมลิลา- ลยแหล่งพระหิมพานต์
นอนนาศอนาถอนิจดาล ดุจกาษฐก่ายกอง
๏ คือใครจักดลยุบลทูล บดีสูริย์สมเด็จสอง
ทราบสารจราญพระอุระนอง นยนามพุฟูมฟาย
๏ อิกองค์อนงคชนนี มหิษีทั้งสองสาย
สมรจักอดักอดูรฤวาย จิตรป่วนกำสรวญศัลย์
๏ แสนโศกพิโยคปิยดไนย จะโหยไห้พิไรรัน
ทรวงร้าวระด่าวทุกขอนัน- ตอเนกเทวษทวี
๏ สี่ไทธิเบศร์วรดิลก -ชนกแลนนทลี
เพลิงเศร้าจักเผาชนมชี- พิตวอดฤปลอดเปน
๏ สองเวียงจะว่างนฤปราช จะอนาถขุ่นเข็ญ
ไพร่ฟ้าประชาชนจะเย็น สยบเยี่ยงสุสานสถาน
๏ ไพรินจักเริงรณกำเริบ แลอุกเอิบอหังการ
ก่อกิจอมิตยมาราญ นคเรศราวี
๏ ราษฎร์ร้อนสยอนภยทุกพาย จะรสายระส่ำหนี
เหตุแห่งมหินทรบมี จักขจัดบำบัดบร
๏ กรุงไกรอุทัยภพจะร้าง สุขสร่างสโมสร
ทั่วถ้วนทั้งมวญนรนิกร จะโรยไร้เปนไพรสัณฑ์
๏ อ้าผู้ศัตรูธจงการุญ แลเอาบุญอย่าเบียนกัน
อ่อนอวยวรารุธจงพลัน จะเห็จคืนนครคง
๏ แม้ว่าปองประโยชนอันใด ก็จะให้ทุกสิ่งประสงค์
เอนดูแต่ตูทุกขจะปลง ชีพิตสิ้นในถิ่นพนานต์
๏ เฉกชาติทิชากรทั้งคู่ แลมีผู้จัณฑาลผลาญ
มล้างโลมะหล่นดลวิการ ก็บอาจจะโบยบิน
๏ โศกสารบรรหารขัติยราช นฤนาททั้งแดนดิน
นานาสุรานิกรยิน สยบเยือกสยอนสมร
๏ สงสารสังเวชนฤบดี แลเทพีผอูลอร
ลาลดรันทดทุกขกำธร ฤทัยทั่วทุกเทวา
๏ ทวยเทพยทั้งรุกขอรัญ หิมวันตภูผา
ห่อนหาญยังพาลพิทยา- ธรคืนพระขรรค์ไชย ฯ

๑๑

๏ ปางสองสุริยชาติ ขัติยนาถดไนยไท
แสนโศกอาไลย รำฦกขรรค์อันศักดา
๏ พระกรตระกององค์ ยุพยงลำเภาพงา
เอกอัครชายา กรกอดพระบาทางค์
๏ ต่างตรัสปรับทุกข์กัน ก็กระสันกรรแสงพลาง
ทรวงไหม้ฤทัยพาง จะทำลักทำลายชนม์
๏ อ้าแม่จักเมื้อไคล ทิศใดก็ดาลฉงน
แถวเถื่อนสถลยล อรัญรอบบรู้ทาง
๏ อ้าพระจะเดิรดัด พนัสซึ่งคนึงขนาง
เขาเขินเปนเนินกลาง แลกีดกั้นสัญจรไฉน
๏ อ้าแม่ลำเค็ญเข็ญ ก็จำเปนจักจำไป
ใช่เหย้าจะเนาใน สำนักนิมิควรคง
๏ อ้าพระก็จำเดิร ณแนวเนินดำแหน่งดง
บุกป่าแลฝ่าพง ลำโบยบาทจักยาตรา
๏ อ้าแม่เมื่อยามยาก ลำบากบทลีลา
จำมานกมลมา- นอย่าท้ออย่าแท้ถวิล
๏ อ้าไททุราจร ทั้งอดนอนแลอดกิน
กลืนทุกข์เปนอาจิณ บมิจืดมิจางใจ
๏ อ้าอรอย่าอาดูร ทุกขพูลเมื่อพานไภย
ข่มแขงฤทัยไคล แลค่อยเคลื่อนค่อยคลายคลา
๏ อ้าไทจักไคลคลาศ หิมวาศวนาทวา
คงมอดคงมรณา บมิคงอยู่หึงปาง
๏ อ้าอรอย่าอ่อนรอิด รอาคิดกมลหมาง
บุญมีมิวายวาง ชิววอดคงรอดคืน
๏ อ้าพระแม้บาปเบียน คือเวรเวียนฤฝ่าฝืน
ชีวาตม์จักอาจยืน อยู่ยืดยังบหยั่งยล
๏ อ้าแม่แม้บุญผดุง อำรุงเกื้อฤเมือชนม์
ชีพมอดจักปลอดดล ยังแดนถิ่นบุรินทร์เรา
๏ แต่ตฤกปฤกษาสาร ก็เนิ่นกาลจักเทียวเทา
จูงกรตระอรเยา- วยศยาตรยุบาทคลา
๏ จากแท่นพิฑูริย์อาส- นลิลาสในมรรคา
ข้ามเขาลำเนาพนา- ดรด้าวพระหิมพานต์
๏ ไป่แจ้งดำแหน่งดำเนิร ในแถวเถินทุรัศสถาน
เดาเดิรกันดารพนานต์ แลลเลาะละเมาะไพร
๏ พรั่งพฤกษเรียงเรียบ ระเบียบพุ่มชรอุ่มไสว
ชื้อชัฏระบัดใบ บ้างเผล็ดดอกแลออกผล
๏ สารพัดพิเศษสรรพ์ สารพันจะพึงยล
หอมหื่นระรื่นคน- ธรสเร้ารำเหยขจร
๏ ลางแหล่งศิขรคั่น เปนช่องชั้นสล้างสลอน
หนห้วงชโลธร คูหาห้วยแลเหวละหาน
๏ พุพุ่งกระแสสินธุ์ ระรินหลั่งถถั่งธาร
ฟุ้งฝอยประปรอยปาน พิรุณพรํ่าพรรษาสาย
๏ ลางแหล่งเปนธงทิว จรลิ่วจรล่งหลาย
แฝกคาตฤณราย รเรียบพื้นชรดื่นดู
๏ ลางแหล่งชรอื้ออัด เปนไพรชัฎชรงำผลู
แถวทางจักย่างยู- รยาตรยากล้วนขวากหนาม
๏ ลางแหล่งก็ป่ารหง ทั้งพื้นพงพนาราม
เรียงรุกข์ระยะงาม บมิใกล้มิไกลเกิน
๏ มฤคาทิชาชาติ์ ก็เดียรดาษในเถื่อนเถิน
บางบินและบางเดิร แลบางแล่นณแดนดง
๏ เนืองนกจับแมกเมียง ชะเชียบเสียงสงสารองค์
สองศรีรพีพงศ์ อันดัดดั้นกันดารพนานต์
๏ สองราชรทมเทวษ ในขอบเขตไพรสณฑ์สถาน
ห่อนเสวยสำราญบาน ฤทัยชมพนมวัน
๏ ทุกข์ทับเท่าเมรุมาศ บำราสสุขเกษมสันต์
เก็บผลพฤกษาปัน กันเปนโภชน์พอโหดระหิว
๏ เสด็จโพนพนารญ สถลมารคเถื่อนทิว
จรหลํ่าจรลีลิว แลล่วงหลายทิวาวาร
๏ นอนไพรใบพฤกษ์ดาด ประเล่ห์ลาดบรรจฐรณ์สถาน
ร่มรุกขเปรียบปาน พิดานกั้งกำบังบน
๏ ซร้องสัตวสำเนียง คือเสียงพาทยกาหล
ดุริยาในอารญ ประโคมไท้อุไภยผธม
๏ โทท้าวธลีลา หิมวาทุราคม
โดยแนววนานุกรม ก็ดลเขตคงคาพิศาล
๏ นับในดำบลเบ็ญ- จมหานทีธาร
ใหญ่โยชน์วิถารประมาณ ระเมียลหมายสุดสายตา
๏ เหลือล้ำกำลังชน จะว่ายพ้นเถลิงถลา
ไหลเชี่ยวดูเกลียวชลา แลคลํ่าคลื่นคครื้นโครม
๏ พระพายุพายั้ง อยู่ยังฝั่งจรเทินโทม-
นัสตรัสบรรโลมโฉม สมรพรํ่ารำพรรณสาร ฯ

๑๙

๏ อ้าองค์อัครพธูผู้คู่ชีพิตพาน  
ไภยเกิดก็พ้นการ จะเพียร
๏ แสวงนาเวศและพ่วงทั้งปวงบมิเสถียร  
แห่งหนดำบลเดียร บยล
๏ โอ้อกเราก็จะลาญประลยชไมยชนม์  
ฉลองชลามพุดลได้ ฤมี
๏ จักอยู่จักจรข้ามณคามภิรนที  
เสมอวายชิวีดู ดั่งกัน
๏ ตนเปนตายก็ลงว่ายชโลธรมหรร-  
ณพตามบุญบาปบรรพ์ บำเพ็ญ
๏ ผิวบุญช่วยก็บม้วยจักรอดชนมเปน  
บาปทันบรรไลยเข็ญ บคง
๏ โทษใดอาตมประมาทแลมีในนุชนง  
เชิญอรอำนวยปลง อไภย
๏ น้องท้าวสดับพจนรับพระสาสนแด่ไท  
ทูลสนองนุสนธิ์ไข คดี
๏ โทษาข้าแลประมาทในบาทกษัตรีย์  
โดยกายวจีจิตร อันใด
๏ เชิญภูวนาถประสาทแก่เผือเพื่อนฤไภย  
ออมอดหทัยโทษ อย่านาน
๏ เสร็จสองขัติยขมาสุภาษิตบรรหาร  
ต่างตระกองสกนธ์ผสาน พิลาป
๏ ชลเนตรธิเบศร์ถถั่งยังพักตรอรอาบ  
ไนยนามพุนุชทราบ พระทรวง
๏ ต่างเสวยอาดูรด่าวผผ่าวจิตรระลวง  
รลุงทุกขเหลือตวง บเปลือง
๏ พลางผันพักตรบพิตรพินิจชลชำเลือง  
เล็งคลื่นชรดื่นเนือง นที
๏ ยลเฌอชาติประกาศชื่อคือสิมพลี  
ลอยล่องณวารี ตระบัด
๏ สององค์ทรงทฤศนาพฤกษาอันสินธุซัด  
สู่ฝั่งแลฟองฟัด บไกล
๏ เสด็จลงว่ายชลสายกระแสสลิลไหล  
ทั้งอัครอ่อนไทย พบู
๏ กรกอดขอนอันกระฉ่อนฟฟ่องอุทกฟู  
ห่อนจมในสินธู ทำลัก
๏ ลอยตามโดยแลลำโบยประดาษดุรประดัก  
ดุจเจียนจลาญทัก ชีวา
๏ ขัติเยศยุดตรุมูลผอูลวนิดา  
ยุดอัครพฤกษา สังเวช
๏ ล่องลอยพลอยชลไหลแลไคลอุทกเทศ  
ถั่นถึงมัชฌิมเขต คงคา ฯ

๑๕

๏ ขษณะอัฒรติเวลา อันธการา ก็ปรากฏ
๏ อัพภฆณะนภดลบด บังทั้งทิศทศ อุบัติดาล
๏ ผรุสมารุตพัดพาน คลื่นฉะฉ่าฉาน คนองฟอง
๏ ตรุธรยุพกษัตริย์สอง รลอกลำพองฟาด ก็ขาดกลาง
๏ อุภยขัติยแหนงขนาง ตนละตนตาง พะพรากพลัด
๏ ภยอุบัทวบำบัด จำขจัดสอง รวีวงศ์
๏ กรเกาะทุมละท่อนทรง โศกอยู่เอองค์ อนิจอนาถ
๏ อรนุชคนึงราช นเรนทร์คนึงนาฏ พนิดนาง
๏ ทุกขอดุรฤจืดจาง ใจดั่งจี่กลาง สิขานล
๏ นฤบดิก็บรางยล เยาวฤยลสกนธ์ กษัตรา
๏ วิจิวิจลจลาชลา จัณฑวาตา รำพายพาน
๏ ขัติยกนิษฐนงคราญ ไภยพิโยคดาล ทวีเทวษ
๏ ยลอัญญะมัญญะลับเนตร ต่างก็ร้างทุเรศ และห่างจร
๏ อติวิยทุกขเจียนมรณ์ เมื่อณสาคร ในราษตรี
๏ สุขมหุติบรางมี เสวยแต่โศกี กำสรวญครวญ
๏ อรุณปัจจุสจวบจวน ต่างกรรโหยหวน ฤสร่างศัลย์ ฯ

๑๖

๏ รุ่งเรืองบรรเทืองแสงสุริยัน เยาวยศแจ่มจันทร์
จุฑาคณานางใน  
๏ ลุเถลิงฝั่งคงคาไหล เล็งหาท่านไท
ธิราชผู้ภรรดา  
๏ บมิสบสมเด็จราชา ในแถวแนวชลา
อันซึ้งพิศาลฉานชล  
๏ นางท้าวท่าวทุกขเหลือทน เทวษถวิลภูวดล
ดิลกจรรโลงธาษตรี  
๏ อ้าองค์อดิศวรสวามี จักเสวยสวัสดี
ดำรงพระชนม์กลไฉน  
๏ ฤๅเสด็จสู่สวรรคาไลย ในสายสมุทรไท
อันฦกลล้นเหลือตรา  
๏ ทอดเท้งข้าบาทบริจา เอองค์อนา-
ถน่าคำนึงแหนงตาย  
๏ ครองชีพอยู่เอกากาย กี่ปางห่างหาย
วิโยคทุกขาดูร  
๏ ควรเต้าตายตามบดีสูร สร่างขษัยโศกพูล
อันเผาในแดดวงดอง  
๏ โดยเสด็จนฤเบนทร์เปนสอง ประเสริฐกว่าครอง
ชีพิตพลัดกษัตรีย์  
๏ อยู่ไยใครผู้ดูดี เอื้ออาตม์บมี
จักมาทจักหมิ่นถิ่นแคลน  
๏ แม้วหม้ายมากทรัพย์นับแสน ฤๅใครกลัวแกลน
กรเลียดบเบียดบีฑา  
๏ ห่อนผู้อำรุงผดุงผดา คุ้มของเปนภา-
รเพื่อพำนักนิ์ไป่มี  
๏ เสื่อมสูญพูลพิพัฒน์สวัสดี ดูเฉกอัคนี
นิราสธุมาอากูล  
๏ ผิบนั้นหนึ่งคงคาสูญ สายสินธุ์เพียบพูล
แลโหดแลแห้งแล้งไหล  
๏ ผิบนั้นคนึงหนึ่งเวียงไชย ร้างราชผู้ไอ-
ศวรรย์เสวยเลยมี  
๏ ผิบนั้นหนึ่งรถราชี เว้นธวัชเปนศรี
สง่าที่งอนห่อนยล  
๏ ล้วนเสื่อมสิ่งสถาพรผล ทั่วผู้หมู่ชน
บซร้องสรรเสริญเยิรยอ  
๏ จักเลี้ยงชีพเคร่าครีครอ อยู่เท่าเพียงพอ
ชีพิตก็ยากยังฉงน  
๏ คิดฤๅหนึ่งใคร่ครองตน คอยท่ายินยล
แลเหตุธิเบศร์วรไท  
๏ จักคืนคงชีพเยียไฉน ฤๅจักประลัย
ชีวาตมวายชนมาน  
๏ ยังไป่ประจักษ์แจ้งข่าวสาร สมเด็จนฤบาล
บแท้บเที่ยงเถียงใจ  
๏ ผิวพระมลายชนม์ดลไขษย จักตามตายไป
แม้รอดจักรอดอยู่ยืน  
๏ รองบาทนฤเบศร์เสด็จคืน ครองภพฟื้นฝืน
พิบัติพิบูลย์พูลเกษม  
๏ เสวยสวัสดิ์สุขีปรีดิ์เปรม ในคฤหาสน์เหม
พิมานพิมลมนทีร์  
๏ ควรแสวงดำแหน่งนครี รั้วแขวงแห่งมี
ที่พักสำนักนิ์อาไศรย  
๏ ฟังอึงกิฎาการท่านไท ร้ายดีฉันใด
จนแน่ตระหนักในกรรณ  
๏ ตริเสร็จเปลื้องอาภรณ์พลัน ห่อหิ้วพลางจรัล
ทุเรศวนาแนวสถล  
๏ เรียงรุกข์ร่มรัถยาดล ผลิดดอกออกผล
พิโดรดูหลากหลายพรรณ  
๏ เล็งเหล่าไหล้ในไพรสัณฑ์ ใจเจียรจาบัลย์
บวายคนึงนฤบดี  
๏ ฤๅจางจิตรจืดเทวษทวี ทรวงสุมโศกี
ตระอุอุระประปราณ  
๏ พิศพฤกษ์พรํ่ารำพรรณสาร ครวญครํ่าสำนาน
พิลาปถึงกษัตรีย์ ฯ  

๑๔

๏ สวาดพฤกษ์รลึกประเล่ห์สวาท วรราชสวามี
ไม้รักเหมือนรักนฤบดี- ศวรร้างเสน่ห์นาน
๏ สละไหล้ดังไคลสละบำราส ยุคลบาทนราบาล
ระกำกอก็ส่อกลบันดาล อุระชํ้าระกำทรวง
๏ กระทุ่มทุมก็เทียบกรกระทุ่ม อุระรุมระด่าวดวง
แดเดือดบเหือดทุกขรลวง ระลุงเศร้ากำเดาศัลย์
๏ เฌอตูมเช่นตูมหัตถประหาร อุระปานจะครากครัน
โศกสมดังโศกนิจนิรัน- ดรว่างบรางมี
๏ พันลอกอันออกอัคนิชื่อ ดำริห์คือดังอัคคี
โศกเผาระเร้าดุรฤดี บมิดับเทวษวาย
๏ สายหยุดแลหยุดสุคนธรส ระรื่นหมดเมื่อยามสาย
กระสันโศกพิโยคทุกขฤคลาย แลบหยุดสักเวลา
๏ สุกกรมจะกรมสุขบควร แต่คระหวนคระโหยหา
ทุกข์กรมระบมจิตรนิรา บทเรศนเรนทร
๏ สท้อนเทียรรันทมทุกขแลข้อน อุระสท้อนฤทัยถอน
ถวิลราชจักขาดกมลมรณ์ บมิรอดดำรงชนม์
๏ ทิ้งถ่อนคือท่อนทารุอันทิ้ง ขึ้นสู่หลิ่งบนแหล่งสถล
ทิ้งถ่อนแห่งขอนคือคู่สกนธ์ อันเกาะว่ายในสายสินธุ์
๏ โรกรุกข์ดังโรคอุระบำราส วรบาทนฤบดินทร์
เจ็บยิ่งทุกสิ่งสกลอิน- ทริยโรคฤเทียมทัน
๏ กันไภยจักกันภยไฉน บกันไภยสักสิ่งอัน
ไภยไทนิราสดังฤบกัน ภยพิโยคมาพ้องพาน
๏ มรุมรุกข์ก็เทียมอุรอันรุม ทุกขกลุ้มกมลมาน
กี่ปางจักเปลื้องอดุรดาล ดำฤษณ์ไร้ที่รึงรุม
๏ กำจัดกำจายพฤกษพนัส ฤกำจัดที่โศกสุม
ทรวงโทมคือโหมอัคคิประชุม บกำจัดให้จางไฉน
๏ เมิลแมกมะกอกกลจะกอก โลหิตออกชำงือใน
ฤๅกอกที่ชอกทุกขหไทย บรรเทาชํ้าบำเทิงสมร
๏ ไม้จากเหมือนจอมจักรประจาก แลพลัดพรากเมื่อขาดขอน
ไป่พบประสบพักตรภูธร ประจากไท้ทุราทวา
๏ เฌอเต็งเฉกเต็งอันชนชั่ง วัดถุตั้งที่หนักตรา-
ชูรู้บรู้ทุกขอันสา- หสหนักสักเพียงไหน
๏ ไม้มะฝ่อเหมือนฝ่อจิตรรันทด แลลาลดสลดใจ
กี่ปางกี่ปีสักกี่เท่าใด จะฟูฟื้นที่ฝ่อแด
๏ เล็งสบ้าเล่ห์บ้าพจนพรํ่า พิไรรํ่าซึ่งห่างแห
หายเห็นมเหศวรก็แปร กมลบ้ากระหม่ามเมอ
๏ รำงับรุกขาฤมารำงับ รำพรรณศัพทพลํ้าเผลอ
พลอดพร้องบพ้องบพิตรเธอ ทุเรศร้างฤรางเห็น
๏ ไม้หนาดเหมือนคิดอนิจอนาถ นิราสราชรำคาญลำเค็ญ
อกร้อนดังไฟเมื่อไรจะเย็น แลจะดับกำเดาดาล
๏ สุรามฤตย์ก็แม้นสุรามฤตย์ ช่วยรดจิตรที่เผาผลาญ
เพลิงโศกจงดับดังชลธาร ทิพมฤตย์มารินสรง
๏ นึกนามทุมาคือคงคาเดือด บมิเหือดมิหายคง
คิดคู่ทุกขาดุรจำนง นิตยเดือดฤดีดอง
๏ วัลย์น้ำคิดวันเมื่อลงในนํ้า แลซ้ำพรากประจากสอง
เสวยเทวษในชลสุชลนอง ดังวัลย์นํ้าอันนามแสดง
๏ ดับพิษสารพัดบัญญัติสรร- พพัดพิษพิโดยแหนง
ห่อนดับอุราอาดุรแรง พิษร้อนฤห่อนหาย
๏ พิษพรรณทุมาคณอเนก อดิเรกเรียงราย
รอนเปรียบประเทียบทุกขภิปราย ทุกสิ่งสรรพ์รำพรรณสาร
๏ ไป่วายวิตกดิลกพงศ์ สุริยทรงธราธาร
แสนโศกวิโยคทุกขบันดาล อดักดิ้นถวิลทวี ฯ

๑๑

๏ พลางพิศทิชคณา บนพฤกษาพนาลี
สบสรรพพรรณมี สุโนคเนกมลากหลาย
๏ ชมพรรค์พิหคชาติ คนึงราชฤร้างวาย
ครวญครํ่ารำพรรณภิปราย ประเทียบทุกข์ที่จากไท
๏ จากพรากคือพรากบาท นฤราชบำราศไกล
กี่ปีกี่เดือนใด จักประสบประสมสอง
๏ พิราบพิลาปพลาง คำนึงนางสุชลนอง
ครางครํ่านํ้าเนตรรอง ก็บรู้กี่ร้อยขัน
๏ เท้งทูตทูตเท้งสาร บดาลแจ้งประจักษ์กรรณ
ข่าวท้าวทุราจรัล ตำบลไหนไป่บอกยุบล
๏ โคกม้าคือม้าใช้ สืบเหตุไท้ทุกแห่งหน
ห่อนแถลงตำแหน่งยล ขัติยพักสำนักนิ์ใน
๏ กระแวนกระเวนหาว ยังเห็นท้าวสถิตไหน
วานแจงให้แจ้งใจ จักได้เต้าไปติดตาม
๏ เค้าโมงคิดโมงนับ ลำดับได้กี่โมงยาม
แต่โพ้นพนาราม ก็เนิ่นนาฬิกาหลาย
๏ เค้ากู่ช่วยกู่หา ดิลกหล้าผู้เลิศชาย
เสด็จใดบใกล้กราย และบพ้องบพานองค์
๏ แสรกสารบรรหารเร้า เร่งแสรกเศร้ากำสรวญสง-
สารตนจรดลดง อยู่ว้าเหว่เอกากาย
๏ แขวกขวานคือขวานแหวะ อุรแยะทำลายวาย
ชีวาเพื่อหาหาย บเห็นราชอนาถสกนธ์
๏ รังนานหนึ่งนานร้าง นิราสว่างเวียงวังตน
จักคืนจักครองมน- ทิรร้างสักปางใด
๏ นกลางหนึ่งลางแสดง คดีแจ้งแห่งภูวไนย
เมือมอดพระชนม์ไฉน ฉนี้แน่ยังสงกา
๏ สาริกาอย่าพลอดพรํ่า ช่วยแนะนำนเรนทรา
ยังรู้ผู้ภรรดา เสด็จด้าวดำบลใด
๏ สัตวาอย่าพร้องพราง เอาจริงอ้างยุบลไข
ข่าวท้าวสถิตไกล ฤใกล้ดอกจงบอกความ
๏ โนรีผิรู้แห่ง ดำแหน่งไท้ข้าไต่ถาม
วานแจ้งแสดงตาม สจล้วนอย่าอวนอำ
๏ แขกเต้าเต้าแขกพบ ประสบด้าวสมเด็จสำ-
นักนิ์ไหนเชิญไขคำ อย่าเท็จถ้อยให้พลอยหลง
๏ เบ็ญจวรรณบรรหารเหตุ นเรศร์รั้งยังแดนดง
ใดพรอกจงบอกตรง ตำบลท้าวสถิตสถาน
๏ ไก่ฟ้าวานหว้ายฟ้า เสาะสืบหานราบาล
ผึ้งพ้องพึ่งพบพาน บพิตรด้วยช่วยเอ็นดู
๏ เนืองนกบเอื้อนเอา ธุระเราเร่งอดสู
สังเวชแต่ตนตู อันไร้เพื่อนในเถื่อนพนม
๏ ครวญพลางดำเนิรพลาง ณแถวทางทุราคม
ฤๅมีมโนรมย์ สำเริงสุขสักเวลา ฯ

๑๖

๏ พิศพรรณจัตุบาทคณา นองในหิมวา
บรู้กี่เผ่าเหล่าหลาย  
๏ เสือสีห์หมีหมูหมู่ทราย สิงโตโคควาย
ระมั่งระมาดผาดผัง  
๏ ถึกกะทิงวิ่งเกริกไพรตรัง กุญชรพลายพัง
เปนพวกพนัสสัญจร  
๏ เหี้ยเห็นเหม้นชมดซอกซอน สุมทุมซุ่มนอน
บ้างแล่นบ้างลี้ลับตน  
๏ ลิงค่างรอกแตแจจน จับแมกแปลกปน
แลไต่แลเต้นเผ่นโผน  
๏ เยียงผาย่างผาจู่โจน ลอยโลดโดดโดน
บชอกบช้ำชำงือ  
๏ ส่ำสัตว์พงพนัสนึกคือ ภาพฉากชวนหือ
ฤหรรษ์ฤหายวายศัลย์  
๏ อ้าบาปเพรงภพใดทัน ดาลพรากจากภรร-
ดารด่าวแดอาดูร  
๏ พระพัญเอิญเจริญทุกข์เพิ่มพูล ไป่ร้างสร่างสูญ
กรรแสงสรกอสุชล  
๏ บัดบรรลุทิวแถวถนน ทางเกวียนจรดล
ดำริห์ฤไทยหรรษา  
๏ รอยจรอกจรัลริ้วรัถยา แต่เขตคามา
นิคมนครขอบคัน  
๏ ควรแปลงเปลี่ยนแปลกกายกัน เกียจชายหมายขวัญ
บรรโลมบรรเล้าลาเพ  
๏ หวังมุ่งผดุงกลกาเม จองจิตรจักเส-
วนนิยมสมสอง  
๏ ตริพลางนางกอบฝุ่นกอง โกยคละลออง
ธุลีรคนปนทา  
๏ ทั่วองค์อวัยวสริรา มอมหมองพักตรา
วิกลสกนธ์อินทรีย์  
๏ เฉกหินชาติช้าทาสี[๒] เดิรดลแดนบุรี
คือมัทราชสมญา  
๏ นองเนกมนุษย์คณา เต้าไต่ไปมา
นิคมคามหลามหลาย  
๏ พบชนตนหนึ่งหญิงยาย เยื้อนถามทักทาย
มุทุกถาปราไส  
๏ อ้าแม่มาแต่ด้าวใด เดิรเดียวเปลี่ยวใคร
เปนเพื่อนจรัลไป่มี  
๏ จักไคลใดแดนนครี เชิญเยาวพาที
อย่าอำจงเอื้อนโอษฐ์ขาน  
๏ พงศ์เผ่าเหง้าเชื้อเครือปราณ จังหวัดเวียงสถาน
นิวาสรั้งยังมี  
๏ นงโพธสนองพฤฒินารี ข้าคลานาวี
อับปางในกลางสาคร  
๏ พลัดผัวตัวเดียวสัญจร จรดด้าวแดนนคร
แห่งนี้บมีพงศ์พันธุ์  
๏ ยายยินเยาวยศจำนรร- จาชวนนวลจันทร์
อันจ่อมกลัมพรไภย  
๏ ไปพักสำนักนิ์อาไศรย ยังเหย้าเบาใจ
ที่เจ็บประจากสวามี  
๏ ยินสารดาลกมลเปรมปรีดิ์ ขอบคุณไอยกี
อันเกื้อนุกูลกรุณา  
๏ เผือสำนักนิคฤหา คอยท่าภรรดา
ผู้พรากพอพบพักตรกัน  
๏ พฤฒิภาพทราบพจนรำพรรณ พานางผาดผัน
ยังเหย้าแลเนาสำนึง  
๏ จวบรุ่งราษตรีบหึง น้องท้าวทันทึง
อุบายประสบกษัตรีย์  
๏ จึงครองเพศบริพาชี มอบมุททิกมณี
ประพาฬประภาเพ็ญแสง  
๏ ยังพฤฒิชายามาแสดง เศรษฐีมีแขวง
นครนั้นพลันกาล  
๏ จักขายหมายประโยชน์ธนสาร คาดค่าประมาณ
พอคงพอควรราคา  
๏ เศรษฐีถือแหวนทฤศนา อนัคฆมหา
มณีบมีถึงสอง  
๏ จึงต่อขอให้แท่งทอง ห้าร้อยเกวียนกอง
บรรทุกทุกเล่มเต็มตวง  
๏ จักยอมฤๅยายยังหวง ฤๅจักทักทวง
ให้เพิ่มสักพอเพียงไหน  
๏ ยายรับนับทองทันใด บรรทุกเกวียนไกว
ทั้งห้าร้อยเล่มเต็มกาญจน์  
๏ ใช้คนขนส่งถึงสถาน จึงพฤฒินงคราญ
ก็เวนแก่แก้วกัลยา  
๏ เยาวเรศรับสุพรรณหรรษา จ่ายซึ่งบริพา-
รทาสทั้งทาสี  
๏ ครบเครื่องอุปโภคพิธี สบสรรพ์พรรณมี
แลสร้างคฤหาสน์หอทอง  
๏ เสร็จสั่งวัฒกีทั้งผอง แสดงโดยจิตรปอง
ให้ทำซึ่งทานศาลา  
๏ ยังช่างร่างเรื่องรจนา ภาพพรรณโสภา
ในพื้นผนังรังผจง  
๏ ตั้งแรกแต่เทพโอบองค์ อดิศรสุริย์วงศ์
มาวางในปรางค์สมสอง  
๏ เท่าถึงสองดลชลนอง เกาะขอนกรตระกอง
แลว่ายในสายสินธุธาร  
๏ เกิดมหาวาตะพะพาน คลื่นคลั่งบันดาล
ก็ฟัดก็ฟาดขาดขอน  
๏ สองเสวยทุกข์แทบเมือมรณ์ สองท่องชโลธร
ทั้งสองขจัดพลัดกัน  
๏ เสร็จให้จ่ายจัดสิ่งสรรพ์ ทานวัตถุอนันต์
อเนกนับเหลือตรา  
๏ เหรัญโสพรรณพัตถา สุปเพียญชนอุฬา-
รโภชนภุดาหาร  
๏ ไว้ชนเปนผู้พนักงาร จำแนกแจกทาน
บว่างบเว้นวายวัน  
๏ ทั่วหมู่นรชาติผองพรรค์ รับทานทุกอัน
พึ่งพาไปเพ่งเลขา  
๏ ใครผู้ดูแล้วโศกา จงนำกิจจา
มาแจ้งแก่เราฤๅนาน  
๏ สั่งเสร็จรังเริ่มสฤษฎิการ แจกพัสดุทาน
อุทิศแก่เนืองนรชน ฯ  


[๑] หมายถึง พรหมนคร

[๒] ในสังเขปเรื่องหน้า ๗ ว่าแปลงเพศเป็นนางดาบส ดูต่อไปในหน้า ๑๙๙

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ