พระราชปุจฉาที่ ๒

ว่าด้วยเรื่องพัทธสีมาจะต้องมีพระบรมราชานุญาตฤๅไม่

๏ มีพระบรมราชโองการมานพระบัณฑูรสุรสิงหนาท ดำรัสเหนือเกล้าฯ ให้ข้าพระพุทธเจ้าพระศรีสุนทรโวหาร เชิญพระราชบริหารมาเผดียงถามพระราชาคณะ ด้วยลักษณะพัทธสีมา ซึ่งจะพึงประฏิบัติให้สมควรตามกาลทุกวันนี้ จะควรประฏิบัติอย่างไร จึงจะไม่เปนที่รังเกียจสงไสยแก่ท่านผู้นับถือวินัย รักใคร่ในข้อสิกขาบท แลจะได้เปนแบบอย่างต่อไปภายน่า ให้พระราชาคณะปฤกษาให้ตกลงกัน แลการผูกพัทธสีมานี้ก็เปนการสังฆกรรมใหญ่ เปนที่ตั้งแห่งสังฆกรรมทั้งปวงในพระพุทธสาสนา ไม่ได้เกี่ยวข้องในราชการแผ่นดินเลย แต่พระราชาคณะหากประพฤติไม่เสมอกัน คราวหนึ่งเปนอย่างหนึ่งๆ กับที่วิสุงคามสีมาซึ่งเปนพื้นรองนั้น เลือกแห่งได้กราบทูลขอที่ในพระเจ้าแผ่นดิน ๆ โปรดพระราชทานแล้ว มีพระราชหัดถเลขากำหนดยาวกว้างเท่านั้นๆ เปนสำคัญ ได้อ่านให้พระสงฆ์ทั้งปวงฟังก็มี ลางแห่งไม่ได้กราบทูลขอที่ในพระเจ้าแผ่นดิน เปนแต่ผู้สำเร็จราชการเมืองได้ปักกำหนดให้ก็มี การนี้เห็นโลเลเลื่อนเปื้อนนัก เพราะฉนั้นให้พระราชาคณะคิดอ่านจัดแจงให้สมควร เมื่อเห็นว่าอย่างไรจะเปนดีก็ตามแต่พระราชาคณะจะเห็นพร้อมกัน เมื่อครั้งในแผ่นดินเจ้าตากๆได้มีหมายประกาศบังคับว่า ที่เขตรแดนในแผ่นดินทั่วทั้งพระราชอาณาจักร เมื่อใครจะต้องการสร้างวัดผูกพัทธสีมาณตำบนใดๆ ก็ดี ให้ปักเอาตามชอบใจ อย่าต้องให้กราบทูลขอที่ในพระเจ้าแผ่นดินเลย ทรงโปรดอนุญาตแล้วไม่ห้ามหวง ครั้นมาในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธฟ้าจุฬาโลก พระราชาคณะผู้ใหญ่ผู้น้อย กลับปฤกษาเห็นพร้อมกันว่าการที่เจ้าตากบังคับดังนั้น พระสงฆ์จะประฏิบัติตามไม่ควร เมื่อจะผูกพัทธสีมาลงในที่ใดๆ ควรให้กราบบังคมทูลพระกรุณาขอที่วิสุงคามสีมา ในพระเจ้าแผ่นดินก่อน การอันนี้ได้ประฏิบัติมาถึงสามแผ่นดินแล้ว แต่ในหัวเมืองต่างๆ ลางหัวเมืองให้บอกมาให้กราบบังคมทูลพระกรุณาขอที่ก็มี ลางหัวเมืองก็ไม่ได้บอก เหมือนที่แขวงกรุงเก่า พระธรรมไตรโลกไปผูกพัทธสีมาที่วัดย่านบ้านปากไห่ตลานคราวหนึ่ง พระยาไชยวิชิต (ขำ) ผู้รักษากรุงเก่า ให้กรมการไปปักที่ถวายให้พระสงฆ์ผูก ต่อเสร็จการแล้วจึงบอกถวายพระราชกุศลลงมา การอันนี้ได้ทรงทราบเปนเหตุเดิม ครั้นเมื่อเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติแล้ว ทรงเห็นว่าพระสงฆ์ประฏิบัติในเรื่องพัทธสีมานี้ไม่เสมอกันเปนอย่างเดียวนั้นไม่สมควร จึงโปรดให้มีท้องตราหมายประกาศไปทั่วทุกหัวเมืองบรรดาที่ได้รับน้ำพระพิพัฒสัตยาซึ่งขึ้นในกรมมหาดไทย กระลาโหม กรมท่า ว่า ถ้าพระสงฆ์จะต้องการที่วิสุงคามสีมาเท่าใด ณตำบลใดๆ ให้ผู้สำเร็จราชการ แลผู้รักษาเมืองกรมการบอกมาให้กราบบังคมทูลพระกรุณา ขอที่กำหนดให้ทรงทราบฝ่าลอองธุลีพระบาทก่อน จะได้ทรงประทับพระราชลัญจกร ทรงพระราชอุทิศถวายเปนส่วนพระราชกุศลอย่างหนึ่ง แต่บัดนี้ผู้สำเร็จราชการแลกรมการลางเมืองก็ทำตาม ลางเมืองก็ไม่ทำตาม เมื่อพระราชาคณะเห็นว่าจะทำตามพระราชกำหนดอย่างท้องตราชึ่งโปรดให้ประกาศไว้แต่ก่อนนั้น เปนความยากลำบากเนิ่นช้าไป จะให้เลิกถอนเสียให้เอาอย่างครั้งแผ่นดินเจ้าตากบังคับนั้นก็ตาม ฤๅถ้าในแขวงหัวเมืองทั้งปวงให้ผู้สำเร็จราชการเมืองกรมการปัก แต่ในกรุงเทพฯ จึงจะให้กราบบังคมทูลพระกรุณาขอในพระเจ้าแผ่นดินก็ตาม เมื่อพระราชาคณะชอบใจดังนี้ เห็นพร้อมกันว่าเปนดีแล้ว ก็จะทรงพระกรุณาโปรดให้ตามพระราชาคณะชอบใจ อย่าให้ต้องกราบบังคมทูลพระกรุณาเลย ให้ไปว่ากล่าวขอที่เจ้าพระยายมราช ๆ จะได้จัดแจงปักกำหนดให้ แต่วัดที่ทรงพระราชศรัทธาโปรดให้สถาปนาการขึ้นเปนพระอารามหลวงอย่างวัดโสมนัศวิหารเปนเดิม จึงจะทรงประทับพระราชลัญจกรกำหนดที่พระราชทานให้ ฤๅถ้าพระราชาคณะเห็นว่า ซึ่งให้กราบบังคมทูลพระกรุณา ขอที่ในพระเจ้าแผ่นดินนั้นได้เคยทำมาก็นานแล้ว จะยักย้ายเลิกถอนเสียไม่ควร ถ้าอย่างนั้นที่เขตรแดนในกรุงก็ดี ตามหัวเมืองที่ได้รับน้ำพระพิพัฒสัตยาทั้งปวงก็ดี ขอให้คงตามท้องตราชึ่งโปรดให้ประกาศไว้แต่ก่อนนั้นก็ตาม ในข้อความทั้งสามอย่างนี้ พระราชาคณะจะเห็นอย่างไร ขอให้ปรึกษาให้ตกลงกัน จะได้ทรงพระอนุวัตรตาม ๚

เรื่องนี้น่าจะมีคำตอบพระราชปุจฉา แต่หาพบฉบับไม่ แต่การที่เป็นอยู่ในบัดนี้ เปนอันต้องกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตก่อน จึงจะผูกพัทธสีมาได้ ๚

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ