ไตรภูมิกถา ผูก ๓ (เลขที่ ๖๐๕๗)

เกวียนทองพายทองแลประดับนีด้วยแก้วอันชื่ออินทนิลแลรสมีใดพัน ๑ อันงามนักแลมีม้าสินธพพชาติพัน ๑ เขินเกวียนทางนันใปลวงอากาศเลียบรอบคอบพระสิเนรุราชใปด้วยเพียงปลาเขายุคนธรแล ฯ พฺระจนรเจ้าใสอยุ่ในปราสาททใสอันมีอยูในเกวียนแก้วมณีรตนแลมีมาสินทพพชาติ ๕๐๐ เขนใปลวงงอากาศส[๑]ตำกวาทางพฺระอาทิตยนนโยชเริ่มอังกา งางานเลียบรอบเขาพระสิเนรุราชแลดาศไปด้วยดาวดารากรทังหลาย ครันไปเถิงราหูอยูนันลางคาบราหูอาปากออกเอาพฺระอาทิตยแลพระจันทรวับเขัาใปใว้ในปาก ลางคาบเอานิวมือบังใว้ลางคาบเอาไวใต้คางลางคาบเอาใว้ใต้รักแร แลกทำด่งงเมือนนัใส อันว่ารสมีพระอาทิตยกดี พระจนทรกดี เสราหมองบมิงามใดัเลย แลค่นทังหลายวามีสุริยอังฆาฏแล ฯ

จกาวเถิงพระพุทธสากยมุนี โคดมเจ้าเราเมิอเสดจจยังธรมาอฺยู[๒]ในโลกยนีแล ยังมีใปเสดจเขัาสู่พฺระนิพานใส้ ฯ ในกาลคาบ ๑ พฺระเจ้าเสดจจอยู่ในเชตุพณมหาวิหารอนัเปนอารามแหงนายอนาถปิณฺฑิกเสฏฐีแลอาใสแกเมิองสาวตฺถีมหานครในกาลเมีออันเพงปูณมีวสแลเกอดมีจนฺทรอังฆาฏจิงพฺระจนฺทรเทพพบุตตกรลึกเถิงพฺระพุทธเจ้ากนมศการแดพระพุทธเจ้าแล้วแลกลาว ด้วยคาถาวาดังนี้ ขาแตพระพุทธเจ้าผู้มีเพียรขากใหวัพระบาทแหงพระผูมีภาคยพรองคอันพ่นจากกิเลศทงัปวงแล บัดนิขาผูเปนขัาพระองคเจ้ามาบังเกิดภยยอนตรายยากเนิอเคนใจ[๓]นักหนาแล พระองคเจ้าจ่งมาเปนทิพึงแกขาแลช่วยทุกขขาผูลำบากใจดังงนี ฯ ในกาลนัน พฺระสพฺพญญูเจ้าผูเป้นโลกวิทูกตรัสสรูอาการดังนันพรองคเจ้ากมี พรกรุณาแกจนทรเทวบุตตพระองคเจ้าจิงมีพุทธบันทูลแกอสุรินธราหู ด้วยพฺระคาถาดงฺงนี ฯ

ตถาคตํ อรหนฺตํ จนฺทิมา สรณํ คโต
ราหุ จนฺทํ ปมุฺจสุ พุทฺธา โลกานุกมฺปกาติ ๚

เริ่มอังกา งิวา ดูกรราหูอันวาจานธเทวบุตรนี้ลุแกสรณาคม พระตถาคตใสจยังราหูอสุรินทนิให้ปล่อยชือจนฺธเทพพบุตเพีอดังฤๅ แลวาสินชิออันว่าพระพุทธเจ้าทังหลายใส กยอมมีพระกรุณาอันนุเคราะหแกโลกยทังหลาย ในกาลเมีอดังนันราหูอสุรินธครันใด้ยินพระพุทธเจ้าบันทูลดังนันจิงวางแกจนฺทเทพพบุตรนนัเสียแล้วกแลนหนีใปสูพระญาอสูรอันชือว่าไพจิตราสูรนราชแลราหูอสุรินธนัน กมีใจยินรายขนลุกหนังหัวพองจิงยืนอยูในสฐานแหง ๑ พรญาอสูรผูชิอว่าใพจิตราสูรนราชนนัจิงถามอสุรินธว่าฉันนีวา ดูกรราหูทานเปนฉนัใดแล ราหูจึงวางจานธเทวบุตตเสียแลมาด้วยควนนักหนามาอยืนอยูแลมีสวภาพพอันยืนรายแลตรนักตกใจกลัวนิกหนาปารนี ฯ ราหูอสูรินธนนัจิน ขานใพจิตราสูรว่าด้วยถอยคำดังนี้ มหาราช ข้าแตเจากู บัดนิขากลัวแตคาถาพรพุทธเจ้าบันทูลว่า แลข้ากวางจนทเทวบุตรนนัเสียเพิอด่งงนันใส้ ผิแลวาขัาบมีใด้วางจนธเทพบุตรนันเสียใสอันว่าสิสแห่งขัาเพียงจแตกออกเปน ๗ ภาคยแลแมนว่าสิสบมิแตกบมิตายแลว่า ยังมีชีวิตรอยูใสแล คฺวามสุกฺขจมีแตใด้แกขา[๔]เสย ฯ

ในกาลคาบ ๑ พรพุทธเจ้าเสดจจอยูใบเชตุพลมหาวิหารอันเปนอารามแหงอนาถปิณฺฑิกมหาเสฎฐีอาใสแกเมิองสาวตถิมหานครในกาลเมิอวันเขัาพระวสสาแลเกิดมีสุริยอังคาฏแลสุริยเทพยบุตรนัน ตรนกตกใจนักหนา กรลึกเถิงพระพุทธเจ้า กนมศกานแกพระพุทธเจ้าว่าดังงนี ข้าแตพระพุทสพพญูเจ้า ผิมีเพียน ใส้พรองคพ้นจากกิเลศทังมวน บัดนี ขาผูเป็นขัาพระองคเจ้าเกิดความทุกขมากนักแล ลำบากยาเนิอแคนใจนักหนาจงพรพุทธเจ้ามาเป็นพึงแกขาพรเจ้าบัดนีเทิต เพิอด่งฺงนันพระโลกวิทูเจ้าตรัตรูอาการทังปวงนัน พรสพฺพญญูเจ้ากธรงพรกรุณาแกสุริยเทพพบุตร พระพุทธเจ้าจิงมีพุทธฎิกาแกสุรินธราหูว่า ดังนี ว่า ดูกรราหูอสุรินธเทวบุตรนีลุแกสรณาคมน[๕] พระตถาคตผูปาปตติกิเลศทงัมวนแลอสุรินธราหูทานปลอยสุริยเทวบุตร เริ่มอังกา งีนันเสียเพราะว่าพระพุทธิเจ้าทังหลายแตกอนเทียรอนุเคราะหแกโลกทังหลายแลดูกรราหู อันว่าพระอาทิตยอันมีรสมีอันรุงเรีองแลบรรเทามืดมนตอนทการทังหลาย แลยอมเสดจในแลราหูสูรินธญาใดกลินพระอาทิตย มึงเรงปล่อยพระอาตยผูลุแกพรสรณาคมนของพระตถาคตนิเสีย เมิออสุรินธราหูใดยินพุทธบันทูลจิงวางพระอาทิตยเสียแล้วกแลนไปยังพระญาอสูรอันชือใพจิตตาตราสูรราชนันแลราหูอสุรินธกมิใจยินรายตรนกตกใจนักหนามีขนลนหนังหัวพองแล้กยืนอยูในสฐานแห่ง ๑ แลใพจิตราสูรมหาราชจิงถามอสุรินธราหูด้วยถอยคำว่าดังนี ดูกรราหูทานเปนฉันใดแลราหูทานจิงวางพระอาทิตยเสียแลวิงมาด้วยดวน อันมิสวภาพพยินรายแลตรนกตกใจนักหนาแลมายืนอยูเหนปารด่งงแลอสุรินธราหูจิงขานใพจิตราสูรราชด้วยว่าคำว่าด่งงนี ขาแตเจ้ากู บัดนี ขากลัวแต่คาถาพระเจ้าบันทูรแลขัาจิงวางพระอาทิตยเทพพบุตรเสียใส ผิแลว่า ขามิใด้วางอสูริรเทพพบุตรเสียใสสีสแห่งข้าจแตกใด้ ๗ ภาคย แมนว่ ขัามีตายแลมีชิวิตตรอยูใสคฺวามสุกขนันนจักมีแกขัาแตทีใดเลย ราหูนันมิอำนาจจอาจจนกหนา แลเปนพระญาแกฝูงทิพยอสุรกายอันอยูทิสสอุดรแลเปนใหญกว้าฝูงกาลกญฺชากาสูรกายทังสองหมูนันด้วยแล ฯ กลาวเถิงสัตวอันเกิดในอสูรกายภูมเปนจตุตถกณฺฑโดยสงเขปแล้วแต่เท้านีแล ฯ

อันว่าภูมทัง ๔ นี้อันนิงชิอว่านรกภูม อนนิงชิอ ติรจฉารภูม อันนิงชือเปรตภูม อันนิงชืออสูรกายภูม แลผฺสมภูมทัง ๔ อันเขัาดวยกันเรียกชีอว่าจตุปายภูมกวาชือทุคคติภูมกวาทงนีกยอมสงเคราะห์เข้าในกามภูมด้วยมนุสสแลฉกามาพจรภูมแล ๚

ฝูงสัตวอันเกิดในมนุสสภูมนิยอมเกิดในโยนิ ๔ อันนันทุกอันเยานิ ๓ อันครากาลจิงเกิด[๖]ใสยอมเกิดในชลามพูชโยนีกวาทุกอันใสทิทองคนทงหลายอันมีผูมาเกิดเอาปฏิสนฺธิมีด่งงนี หญิงทังหลายยอันยังนุมแลจควรเริ่มอังกา งุมีลูกนันทิใต้ทองนอยพายในแหงคนแรงมาเกิอด[๗]นันมิกอนเลิอดอันนึงซึงหนักอันนัน ผิบุตรนันเรงมาบุตตนันแรงใหญแลเคงด่งง ลูกผักปลังผิเมิอใด้ผู้หญิงนันเถงรดูโดยเดิอนแล้วแลรเลิอดใหลออกจากทองทินนัแล้วแต่นันใปเมอิหนา ๗ วันชิอเขตุผิผูมิสิงอันมาเกิอดเอาปฏิสนธิใส แตนันใปเลิอดบมีใดใหลออกจากทองทีเคยปรกติด่งงกอนเลย แตฝูงหฺญิงทังหฺลายอันใปมิเทามิแก[๘]นันใสควรมิลูกทุกคนแล ฯ ผูหฺญิงอันหาลูกบมิใดนันใส เพราะวาบาปกมมของคนผูมาเกิอดนัน แลให้บังเกิอดเปนลมในทองผูหฺญิงนนัแล ลมนนัหากพัดตองคพภนันกแทงกตาย ฯ ลางคาบมิตืดมิเอิอน[๙]ในทองนันแลตืดแลเอิอนนนหากใปักินคพภนันกตาย ทว่า ผิผูหญิงอันหาลูกบมิใดเพิอด่งงนนัผู้หฺญิงอันมิคพฺภดวยชลาพูชโยนี เมีอแรกกเปนนันนอยนักหนาแลเรียกชือว่ากลลลหัวปีมิเทานี เอาผมคมในแผนดินเราอยูนีมาผ้าออกเปน ๘ คาบ เอาแต่คาบเยวมาเปรียบเทาผมคนในแผ่นดินอันชืออุตรกุรุนั้น แลเอาเสนผมของชาวอุตรกุรุนันแต่เสนนึงชุบนำมันงาอันใสงามนันเอามาสลลัดเสียใด ๗ คาบแล้วจึงถืออยูนำมันนันยอยลงมาปลายผมนันทานว่ายังใหญ่กว่ากลลนันเลย ฯ ทรายอันชื่อว่าชาติอุนาโลมมอันอยูในตีนเข้าพระหิมพานนแลเหส่นขนนั้นจังนอยกว่าเสนผมชาวอุตรกุโรทวิปนันเลาให้เอาขนทรายอันชือชาติอันชือชาติอุนาโลมมเสนนึงชุบนำมันงาอันใสงามเอาออกมาสลัดเสียใด้ ๗ คาบแล้วจึงถืออยู่นำมันนันยอยลงมาในปลายขนทรายนนั จิงเทากลลนันใส่กลลลนันใสงามนักหนาด่งงนำมันงา อันพึงตกใมงามด่งฺงเปฺรียงฺงประโค[๑๐]อันแรกออกใหมแต่นนัจึงกอเปนลม ๕ สิงอันถือตืนคนนีให้เรงกมาอยูกลลนัน ลมทังหลาย ๕ สิงนนัมาพร้อมกนทิเดิยวแลเมีอแรกจกอเปนกลลลนันมิรูป ๘ อันแลรูป ๘ อันนันคือ รูปอันนึงชิอวา ปถวิรูป อันนึงอันเปนนำชือว่าอาโปรูป อันนึงรอนขิน ๆ ชือว่า เตโชรูป ฯ อันนึงเปนลมทรงสัตวชือว่าโยรูป อันนึงเปนตวชิอกาย เริ่มอังกา งูรูปอันนึงให้เปนผูหญิงผูชายชือ ภาวรูป รูปอันเป็นใปชือ หทยฺยรูป รูปอันนิงให้ค่งงรูปทังหลายชือวิตรรูปในรูปฝูงนนัมิ ผิชิวิตรอันให้เปน ๓ กอนอันเกิดด้วยชิวิตรอันให้เปน ๓ อันนันเกิอดรูปคืออันอันใดเลา ชีวิตอันเกิดในกายรูป ชีวิตรอันนิงเกิดใบหทยยรูปมีรุป ๓ อันนันมีองคแล ๙ แล ๙ เปนบริวารโสดอันใดสิน คือปถวิ อาโป เตโช วาโย วณฺโณ คนฺโธ รโส โอชา องคฝูงนิผสมเขัาด้วยกายเอากายใสอีกเปนคำรพฺย ๙ ผิแลเขัาในภาวเอาภาวอีกเปนเคารพพ ๙ ผิเขาในหทยเอาหยเปนคำรพย ๙ เพิอด่งฺงนันจิงว่ามิแล ๙ แล เปนองคแก่ชีวิตร เพิอด่งฺงนนัใด ๓ เกิอดด้วยเมิอเอาปฏิสนฺธิแตอาทิพรอมกนทีเดียวแล ๚

ฝูงสัตฺวอันเกิอดในทองแมเมิออาทิมิรูปเทาด่งงกลาวแล้วนนัแล ฯ อันว่าจกษุรูปแลโสตรูป ฆานรูป ชิวหารูป รูป ๕ อันนีจิงเกิอดโดยอันคพภกันชอบกาล แลรูปอันเกิอดแตกมมชรูใส อาใสแกสนตพิจิงเกิอด ฯ ถัดนัน รูปอันเกอดแกอาหาร ชรูนนัอาใสแกอาหารอันแม่กินจิงบงเกฺอดรูป ฯ ฝูงนิเกิอดเมิอพายหลังเปนโดยอันดบกันถ้วน ๒ โดยดงฺงกลาวมานีแล ฯ เมีอรูปอันเกฺอดแตไมอันใสแกทวีติยจิงเกฺอดนันรูปใด้ ๘ อันรูปนันชิวจิตสมุฏฐานกลาปแล ฯ เมีอรูปอันเกิอดแตรูปนันนอาใสแกสนตติจิงเกิอดนัน เกอดรูปใด ๘ อันโสดรูปอันนันชืออุตุสมุฏฐานกลาปแล ฯ เมีอรูปอันเกิอดแกอาหารนันอาใส้แกโอชารสอันแม้คนกินเขัานำนันเกิอดรูปใด้รูป ๘ อันโสดรูปชืออาหารมุฏฐานกลาปแล ๚

ผิรูปอันจเกอดเปนชายกดีเปนหญิงกดีเกฺอดมีอาทิแตเกิอดเปนกลลนันโดยใหญแตลวันแลนัอยครันเถิง ๗ วันด่งงแตนำลางเนิอนันเรียกว่า อมพุทธ ๆ นันโดยใหญใปทุกวารใส ครันใดเถิง ๗ วาร ขนเป้นด่งฺงกัวอันเชิอมอยู[๑๑]ในหมเรียกชื่อว่าเปนนสิเปนสินนคอยใหญ่ใปทุกวันครันเถิง ๗ วันแขงเปนกอนด่งงใขใก้เรียกว่าเริ่มอังกา เง ฆณ ๆ นนัคอยใหญ่ใปัทุกวัน ครันเถิง ๗ วันเปนตุมออกใด ๕ แหงด่งงหูดนันเรียกว่า เบญจสาขาหูดๆ นันเป้นมือสองอันเปนตีน ๒ อันหูดเป้นหัวนันอันนึงแลแตนันคอยไปเบิองหนาทุกวันครันเถิง ๗ วันเปนฝ่ามือเป้นนิวมือแตใป ๓๒ จิงเปนข่นเปนเลบตินเลบมือเปนเคริองสำรับเปนมนุสสถวนทุกอันแล ฯ แตรูปอันมีกลางงคนใส้ ๕๐ แตรูปอันมีหัวใด ๘๔ แตรูปอันมีเบิองตำใด ๕ ๐ ผสมรูปทังหลายอันเกิอดเปนสัตวอันอยูในทองแมใด ๑๘๔ แลกุมารนัน นังกลางทองแมแลเอาหลังมา ตอหนังทองแมอาหารอันแม่กินเขัาใปแตกอนนันอยูใด้กูมารนัน อาหารอนัแมกินเขาใปใหมันนัอยูเหนิออันกูมารนันเมีอกูมารอยูในทองแมนันลำบากนักหนาพึงเกลียดพึงหนายพันปรมานนักกชินแลเหฺมนกลินตืดแลเออนอันใด ๘๐ ครอกชืออยูในทองแมเปนทีเหมนแลทีเอาลูกออกเตา[๑๒]ทิเถาทิตายทีเรว[๑๓]ฝูงตืดแลเอิอนทหลายนันคนกันอยูในทองแมกดิแลเอีอนฝูงนันเริมตัวกุมารนันใส[๑๔]ดุจจด่งงหนอนอันอยูในปลาเนาแลหนอนอันอยุในลามกอาจมนันแล ฯ อันว่าสายสดือแหงกุมารนันกลวงด่งสายก้านบัวอันมีชื่ออุปปลจงอยใสดื[๑๕]นันกลวงขินใปเบิองบ่นติดหลังทองแมแลเข้านำอาหารอันแมกินใดแลโอชารศนัน กเป็นนำชุ่มเขาใปในใตดือนันแลเขัาไปในทองกุมารนันแลสะนอย ๆ แลนอยนัน[๑๖]กใดกินทุกคำเชาทุกวันแมจผึงกินเขัาใปอยูเหนิอกรหมอมทับหัวกุมารนันอยูแลเหนิออาหารนันนเบิองหลังกุมารนันตอหลังทองแมแลนังยองอยูในทองแมแลกำมือทงสองตัวตอหัวเข้าตังสองเอาหัวใจเหนิอหัวเขาเมีอนังอยูนัน เลิอดแลนำเหลิองยอยลงเตมตนยยยด[๑๗]ทุกเมิอแลดุจจด่งงลิงเมีอฝนต่กแลนังกำมือเฌาเจาอฺยู[๑๘]ในโพรงใมนันแลในทองแมนันรอนนักหนาดุจจเริ่มอังกา ไงด่งงเราเอาใบต้องเข้าจูด[๑๙]มแลตมในหมอนันใส่สิงอาหารอันแมกินเขัาใปในท้องนันใหม้แลยอยลงด้วยอำนาจจแห่งใฟธาตุอันรอนนนัสวนตัวมารนันมิใม้ เพราะว่าเปนทำมดาด้วยบุญกุมารมานันจะเปนคนแลบมิใหมบมิตายเพิอด่งงนันแลแตกูมารนันอยูในทองแมบหอนใด หาใจ[๒๐]เขาออกเสียเลยบหอนใด้เยียดตีนมืออกด่งเราท่านทังหลายนิสกคาบนึงเลยแล กูมารนันเจบเนือเจ้บต่น[๒๑]ด่งฺงคนอันทานขันใอนใหอันคบแคบนักหนาแคนเนิอแคนใจ[๒๒]แลเดิอดเนิอเดิอดใจ[๒๓]นักหนาเยียดตีนมืบมิใด้ด่งงทานเอาใสใวในทิคบ ฯ ผิแลว่าเมือเดินใปกดีนอนกดีพินตนกดี กุมารในทองแมนนัให้เจบเพียงจตายแลดุจจดั่งลูกทรายอันพึงออกแลอยูธรหูยผิบมิดุจด่งงค่นอันเมาเลา ผิบมีดุจจดังงลูกงูอันหมองูเอาใปเหล้นนันแล ฯ อันอยูลำบาก ฯ ยากไจดุจจด่งงนันบมิใดลำบากแต ๒ วาร ๓ วารแลจพนใดเลยอยูยากแล ๗ เดิอนลางคาบ เดิอน ๙ เดิอนลางคน ๑๐ เดิอน ลางคน ๑๑ เดิอน ลางคนคำรพพปีนึงจิงคลอดมิแล ๚

คนผูใด้อยูในทองแม ๙ เดิอนแลคลอดนนัแมเลิยงเปนคนกดีบมิไดกล้าแขง บมิทนแดดทนฝนใดแล ฯ คนผูใดจากแตนรกมาเกิอดนันเมิอคลอดออกตนกูมารนันร้อนเมิอมันอยูในทองแมนันยอมเดิอดเนิอรอนใจแลกรหนกกรหายอีกเนิอแมนน นกพลอยรอนด้วยโสด ฯ คนผูจากแตสวรรคคลงมาเกิดนันเมีอจคลอดออกตนกูมารนันเอยน ๆ เนิอเอยนใจ[๒๔]เมิอยังอยูในทองแมนนอยูเอยนเปนสุกขสำรานบานใจแล เนิอแมนันกเอยนด้วยโสด ฯ คนผูอยูในทองแมกดีเมือเถิงจักคลอดนันกดีดวย กมมานันกลายเปนลมในทองแมสิงนึงพัดให้ด้วกูมานนันขินหนบนให้หัวลงมาสูทีจอ อกนันดุจจด่งงผูงนรกอันยมภบาลกุมตีนแลหฺยอนหัวลง[๒๕]ในขุมนรกนันอันลึกใด้แล รอยวานันเมิอกุมารนันคลอดออกจากทองแมออกแลใปบมีพนตนตนเยนนันแล เจบเนิอเจบตน[๒๖]นักเริ่มอังกา โงหนาด่งงชางสารอันทานชักทานเขนออกจากปฺระตูลักษ[๒๗]อันนอยนันแลคับตัวออกจาลำบากนัน ผิบมิด่งงนันด่งงคนผูอยูในนรกแล ฯ ภูเขาอันชือคงเคยยบพพตหิปแลแหง[๒๘]แลจอดบินนัแล ฯ ครันออกจากทองแมใส ลมอันมีในทองผูนอยคอยพัดออกกอนลมอันมีพายนอกนันจิงพัดเขัานักหนาพัดเขาเถิงตนลินผูนอยนัน จึงอยาครันออกจากทองแมแตนันไปเมีอหนากูมารนันจิงรูหายใจเข้าออกแล ฯ ผิแลคนอันมาแตนรกกดีแลมาแตเปรตกดี มันคำนึงเถิงความอันลำบากนันครันว่าออกออกมากรองให้แล ฯ ผิแลคนผูมาแตสวรรครคแลคำนึงเถิงความสุกขแตอนนครันว่า ออกมาใสกยอมหัวร่อกอนแล ฯ แตคนผูมาอยูในแผนดินนี้ทังทัวทงจกกวาฬอันใด อันอีนกดีเมีอแรกมาเกิอดในทองแมกดีเมิออยูในทองแมกดี เมีอออกจากทองแมกดี ในกาลทัง ๓ นันยอมหลงบมิใดคำนึงรูอนใดสักสิง ฯ ฝูงอันมาเกอดเปนพรปจเจกโพธิเจ้ากดีแลเปนพระอรหนตาขิณาสพพเจ้ากดีแลมาเปนพระองคอคฺฆสาวกเจ้ากดี เมิอธ แรกมาเอาปฏิสนธินนกดี เมื่อ ธ อยูในทองแมนันกดี แลสองสิงนี้ เมิออยูในทองแมนันบหอนบรูหลงแลยงคำนิงรูอยูทุกอันเมีอจออกทองแมวันนันใสจิงลมกมฺมชวาตก พัดให้หัวผูน้อยนันลงมาสูทีจออกแลคับแคบแอนยันนักหนาเจบเนิอเจบตนลำบากนักด่งงกลาวมาแตกอนแลพลิกหัวลงบมีใดรูสิกสักอันบเริมด่งงทานผูจออกมาเปนพระปจเจกโพธิเจ้ากดี ผูจมาเกฺอดเปนลูกพรพุทธเจ้ากดี คำนีงรูสิกตนแลบมิหลงแตสองสิงนี้คือเมิอจเอาปฏิสนธิแลอยูในทองแมนันใด้แล ฯ เมิอจออกจากทอง แมนันยอมหลงดุจคนทังหลายนีแล ฯ สวนวาคนทังหลายนีใส ยอมหลงทัง ๓ เมีอควรอิมสงสานแล[๒๙]

พระโพธิสัตวธิเจ้าเมิอชาติลงมาตรัดแกสพฺพญุตญาณเมิอแรเอาปฏิสนธิกดีเมิออยูในคพภกดิ แลเสดจจากคพภพระมาดากดี บหอนจรูปลงสักทียอมคำนึงรูทุกปรการแล เริ่มอังกา เงาเมิอพรโพธิสัตวอยูในคพภพระมาดานันบมิเหมือนดุจคนทงหลาย เบองหลังพระโพธิสัตวผูกหลังทองแมแลนังงพแนงเชิงอยูดงนักปราชญผูงามนันนงเทสหนาในธมมาตยนนันตัวแหงพรโพธิสัตวเจ้านันเริองงามด่งงทองเหนเอามารองๆ ด่งงจออกมาพายนอกทองมาดาโพธิสัตวกดิแลผูอินกดีก่แลเหนรุงเริองงามด่งงทานเอาใหมอันแดงนนมารอยแกวข้าวนนแล ฯ เมีอโพธิสัตวเจ้าเสดจออกจากทองแมลมอันเปนบุญนันบมีใด้พัดให้หัวหลงมาเบิองตำแลให้ตีนขึนเบิองบดงงสัตวทังหลายนัน หาบมิใด้ เมือโพธิสัตวจออกจากคพภมาดานนธเยียดตีนแลเมิอธ ออกแล้วฉลุกขินแลวธออกจากทองแมธแล ฯ แตเมีอธยังเป้นแตมนุสสทังหลายอันมาเกิอดในทองแมนันแลจมีปรดุจเปนโพธิสัตวเมิอปจฺฉิมชาติจกใดตรัสสเปนพรนิบหอนมิเลยแตกอน ฯ โพนใสยอมเปนโดยปรกกติ คนทงหลายนิแล ฯ เมิอโพธิสัตวเสดจจลงมาเอาปฏิสนฺธิเมิอ ธ สมภพกดีแผนดินใหวใดแลหมืนจกกวาฬทงนำอันชุแผนดินกใหว ทังนำสมุทธกฟูมฟองเขาพรสุเมรุราชกธธรงอยูบมิใด้กหวันใหวด้วยบุญสมภารพระโพธิสัตวเจ้าผูมาตรัดเปนพระพุทธิเจ้านันแล ๚

อันว่าปรกกติคนทังหลายในโลกยนีกดี องคพระโพธิสัตวเจ้ากดี ติรจฉานทังหลายกดี ครันว่าออกมาจากทองแมแลใสอันว่าเลอดซึงมิอยูในอกแมนันเหตุว่าแมตนมีใจรักนัก จจิงเลิอดทีในอกของแมนันกลายเปนนำมันใหลออกมาของแมให้ลูกนันใด้ดูดกิน อันนีเปนพิใสยแหงโลกยทังหลายแล ฯ อันว่ามนุสสทังหลายยนีครันว่าผูนอยนันใหญกมาอาใสแกพอแมนันเจรจาภาสาอันใด ฯ กดี ครันแลว่าลูกนันใดยินพอแมเจรจาโดยภาสาอันนีนัน ๆ ตามภาสาพอแมเจรจานันแล ฯ ผิว่าผูนอยนันเกิดมาแล้วแลใหญมากลาแขงแล้วใส ถ้าแลว่าบมีใดภาสาอันใด ๆ เลยไส้กุมารนันนกเจรจาภาสาโดยสจจปาฬีแลโดยกำหนดทานว่าใวตอใด้ ๑๖ ปีจิงอยานมแล

เริ่มอังกา งํฝูงกุมารมนุสสทังหลายอันเกิอดมานีปี ๓ สิงๆ นิงชือว่าชาติบุสิงนิงนิงว่าอนุชาติบุตต สิงนิงชือว่า อชาติบุตต ฯ อันว่าชาติบุตตนันใสลูกนันเฉลียวฉลาด ชางเช่าเหลาเกลียงดียิงกวาพอกวาแมแลรู้หลักนักปราช์ยิงกวาพวกวาแมทังรูปนันก่งามกวาพอกวาแมมังมีเปนดีมียศถาศักดิมีกำลังยิงกว่าพอแมลูกอันดีกวาพอกวาแมดังงนีใสชือว่า ชาติบุตตแล ฯ ลูกอันเกอดมาแลรูหลักเรียวแรงแลรูปโฉมแตพอเพียงพอเพิยงแมทุกปรการดังงนันชือว่าอนุชาติบุตตแล ฯ ลูกอันเกฺอดมานันแลถอยกวาพอกวาแมทุกปรการด่งงนนัใสชือว่าชาตติบุตติแล ๚

อันว่ามนุดสทังหลายมีนิ ๔ จำพวกๆ นิงชือว่า คนนรก อันนี่ชือว่าคนเปรต จำพวกนึงชือคนติรจฉานอันีงชือคนมนุตสผูงค่นอันทีฆาสิงสัตวอันรุกธำการอันเปนบาปนันมาเถิงตนแลทานใด้ตัดตีนสินมือแลทุกโสกเวทนานักหนา ด่งงนีเรียกชือว่าคนนรกแล ฯ จำพวกนึงค่นอันหาบุญอันจกธำบมิใดแลแตเมิมกอนแลเกอดมา มาเปนคนเขนใจนักหนาแลจมีผ้าแลเสิอรอบตนนันหาบมิไดอยูหาอเนจกินบมิใด้ หญากเผดเรดรนกหนาแลมิโฉมโนมพรรณงนนักมีงามคนหมูนีชือว่าเปรตมนุสสาแลฯ คนอันทีมีรูว่าบุญแลบาปยอมเจรจาทิอันหาความเมตตากรุณาหามีใด้ใจกลาหานแขงบ มิรูว่าบุญแลบาปยอมเจรจาทิอันหาความเมตตากรุณาหมมีใด้ใจกลาหานแขงบมิรูยำเกรงทานผูเถาผูแกบมิรู้ปรฏิปตติพอแมแลครูปาทยาย บมิรูรักพิรักนองยอมกกทำบาปทุกเมิอคนผูนีชือว่า ติรจฉานมนุตสาแล ฯ คนอันทิว่ารูจักผิดแลชอบแลรู้จักทิอันเปนบาปแลบุญแลรูจักวายากว่างายแลรูรักพีรักน้องแลรู้กัววแกบาปแลลอายแกบาปรูจักวายากว่างาย[๓๐]แลรูรักพีรักนองแลรูเอนดูกรูนาค่นผูเขนใจแลยำเกรงพอแมผูเถาผูแกสมณพราหมณาจารย์งอันอยูในสิกขาบทของพระพุทธเจ้าทุกเมิอแลรูจักคุณแก้ว ๓ ปรการใสแลค่นฝูงนีแลชือว่ามนุสสธมมแล ๚

คนทังหลายอันชือว่ามนุศยนิมี ๔ จำพวก ๆ นิเกิอดแลอยูในแผนดินชมพูทวิปแลฯ ค่นจำพวกนิงเกิดอยูในแผนดินบุเริ่มอังกา งะบุรพงวิเทหเมิองตรวนออกเรา ข้นจำพวกนึงเกอดแลอยู่ในแผนดีนอุตรกุรทวิปอยูผายเหนิอเรานี ฯ ค่นจำพวกนึงข้นจำพวกนึงเกอดแลอยูในแผนดินอมรโคยานทวิปเบิองตรวนตกเรานี คนอันอยูในแผนดีนชมพูทวิปอันเราอยูนีหนาเขาด่งงดุมเกิยนแล ฯ ผูงคนอันอยูในปุรพพวิเทห หนาเขัาดงฺงเดิอนเพ่งแลกลมด่งงหนาแวน[๓๑] ฯ ผูงข้นอันอยูในอุตรกุรุนันแลหนา เขาเปน ๔ มุบดุจด่งงทานแกลงถากใหเปน ๔ เลิยมกวางแลรีนันเทาก้านแล ฯ ฝูงคนอันอยูในแผนดินอมรโคยาบทวิปนัน หนาเขาด่งงเดิอนแรม ๔ คำนันแล ๚

อายุค่นทังหฺลาย[๓๒]อันอยูในชมพูทิปนิบหอนจรูขึนลง เพราะเหตุว่าด่งงนี ลางคาบคนทังหลายมีสีลมีธมฺมลางคาบคนทังหลายหาสิลหาธมฺมบมิใด้ ฯ ผิแลว่า เมือคนทังหลายนนัมิลอยูใสยอมกทำบุญแลธมฺมแลยำเกรงผูเถาผูแกพ่อแลแมแลสมณพราหมณาจารยด่งนันแลอายุสมคนทงหลายนนกเรงจำเริญขินใป ๆ เนิอง[๓๓]แล ฯ ผีแลว่าค่นทังหลายมิใดจำสีลแลมิใด้ทำบุญแล ฯ มีใดยำยำเกรงผูเถาผูแกพอแลแมสมณพราหมณยครูปาทยายแลวด่งงนันใสอันวาอายุสมคนทังหลายนันกเรงถอยมา ๆ เนิองๆ แล ฯ แลวาอายุมคนในแผนดีนชมพูทวิปเร้าอยูนีจิงวาหากำหนดบมิใด้เพราเหตุด่งงนีแล ฯ อันว่าผูงคนอันอยู่ในปุรพพงวิเทหนันแลอายุสมเขายืนใด ๑๐๐ ปีเขาจิงตาย ฯ อันวาผูงคนทังหลายอันอยูในอมรโคยานทวิปนันอายุสมเขายืนใด้ ๔๐๐ ปีจิงตายแล ฯ อันวาผูงคนอันอยูในอุตรกุรุทวิปนันอายุสมเขายืนใด ๑๐๐๐ ปีจิงตายแล ฯ แลอายุสมคนทัง ๓ ทวีปนันบหอนจรูขินรูลงเลยสักคาบ เพราะว่าเขานันอยูในบุสิลทุกเมิอบมิใดขาดเขาบหอนจรูฆ่าสัตวตัวเปนให้จำตาย เข้าบหอนจรูลักเอาทรัพย์สินทานมากกดีนอยกดีอันเจ้าเขัามีใดให้เขาบหอนจรูฉกลักเอา อนึงเขาบหอนจรูทำชูด้วยเมียทานผูอีน สวนวาผูหญิงเล่าเขากบหอนจรูทำชูด้วยผู้ทานแล ผู้อีนแลเขาบหอนจรูทำชูจากผัวของเริ่มอังกา จตนอนึงเขาบหอนจรูเจรจามุสาวาแลเขาบหอนจรูเสพฺยสุราอฺยาเมา[๓๔]แลเขารู้ยำรูเกรงผูเถ้าผูแกแลพอแมของเข้า ๆ รูรักพีรุรักนองของเขาๆ กใจออนใจอดเขารูเอนดูกรุณาแกกันเข้าบหอนจรูริศยากันเขาบหอนจรูเสิยดรูสอรูธธรูดวรูตัดกันแลเขาบหอนจรูฉเลาะเบาะเวงถุงเถียงกันเข้าบหอนจรูชิงชวงหวงแหนแดนแลทีบานรวร้าวเขากันแลเขาบหอนจรูทำขมเหงเอาเงินเอาทองของแก้ว ลูกแลเมียแลเขาไรโคนาหัวปาคาทีหัวยลหานทารนำเชิองเริอน[๓๕]เริอกสวน[๓๖]เผิอกมันหัวหลักหัวตอหัวลอหัวเกียนเขามิรูเบียดเบียนเรีอชานาวา[๓๗]โคมหิงสาช้างมาข้าไทยสรัพพสิทรัพยสิงสินอันใดกดีเขาบหอนรูว่าของตนของทานดูเสมิอนกันสินทุกแหงแลเขาน้นบหอนทำไรไถนาคาขายหลายสิงเลย ๚

เบิองตรวันตกเขาพระสุเมรุหหญอันชือว่าอมรยานทวิปนันโดยกวางใด้ ๙๐๐๐ โยชนแลมีแผนดินลอมรอบเปนบริวารผูงงคนอยูทิในแผนดินนันหนาเข้าด่งงเดิอนแรม ๘ คำ แลมีแมนำใหญแลแมนำเลกแลมีเมิองใหญแลเมิองน้อยมินครใหญกวาง ๆ นำนันเมิองตรวันออกเขาพระสิเนรุนันมีแผนดีนใหญอันนึงชือว่าปุพพวิเทหทวิป ๆ นันโดยกวางใด้ ๗๐๐๐ โยชนด้วย ปริมณธลรอบใสใด ๒๑๐๐๐ โยชน แลมีแผนดินเลกใด ๔๐๐ ดินลอมรอบเป้นบริวารผูงคนอยูทินันมากหลายนักแลมิทาวพระญาแลมีบานนายเมีอง ๚

แผนดินเมองตีนนอยพระสิเนรุนันชือว่าอุตรกุโรทวิปโดยกวางใด้ ๘๐๐๐ โยชนแผนดินเลกใด ๕๐๐ แผนดินนันลอมรอบเปนบริวารผูงคนอยูในทีนันหนา เขาเปน ๔ มุม แลมีภูเขาทองล้อมรอบเปนบริวารผูงคนอยูในทีนันหนาเขาเปน ๔ มุมแลมีภูเขาทองล้อมรอบผูคนทังหลายอยูทีนันมากมายนักหลายนักเทียรยอมดีกวาคนทุกแหงเพิอวาเพราะบุญเขาแลเขารักสาสิลแลแผนดินเขานันราบเคียงเรียงเสมิอกันดูงามนักหนาแลวาหาทีรามทีชลุบขุบทิเทงมีใด[๓๘]แลมีตนทุกสิงทุกพรรณแลมีกิงตาสาชางามดีมีคาคขบม่งงค่งงแกฺลงทำใว[๓๙]ใมผูงนันเปนเหฺญาวเริ่มอังกา จาเปนเริอนเลิอนกัน[๔๐] เขามองงามด่งงปราสาเปนทีอยูทีนอนผูงคนในแผนดีนชาวอุดกุทวิปแลใมนันหาดวงหาแลงบมิใดแลใมมิทีคดทิโกงหาพุกหาโพรงหากฺลวงฺงมีใด[๔๑]ชื่อตรงกลมงามนักหนา แลฌีดอกเทียรยอมมีดอกแลลูกอยูทุกเมิอบมิใด้ขาดเลยฯ อันนิงทีใดแลมีบึงมีหนองมีตระพังทังนันเทียรยอมมีดอกบัวแดงบัวเขียวบัวลลวงแลกรมุทธรอุบลจงกลณีแล นิลลบลบัวเผิอนขัวขมตครันลมพัดต้องมีกลินอันหอมขจรอยูบมิรูวายสักคาบ ฯ คนผูงนันบมิตำบมิสูงบมิพีบมิผอมดูงามสมควรนัดก คนผูงนันเรียวแรงอยูชูคน[๔๒]แกคนหนุมเถิงเถาบมิรูถอยกำลงเลยแลคนชาวอุดรกุรุนันหาความกังวลบมิใดด้วยจทำใรใถนาคาขายวายลอง[๔๓]ทำมาหากินดังงนั้นเลยสักคาบอันนิงชาวอุตรกุรุนันเขาบหอนจรูรอนรูหนาวเลยแลมิมีใหฺญ่ขาวแลรินร้านหานยุง[๔๔]แลงูเงียวเบียวของ[๔๕]ทังหลายเลยแล สารพสตวอันมีพิดตบหอนจรูทำรายแกเขาเลยทังลมแลมผนกบหอนจทำรายแกเข้า ทังแดดกบหอนจรู้ร้อนตัวเขาเลยเขาอยูแหงนันมิเดิอนวันคืนบหอนจรู้หลาก[๔๖]สักคาบนึงเลยแลชาวอุดรกุรุนันบหอนจรู้ร้อนเนีอเดิอดใจด้วยถ้อยความสิงอันใดบหอนจมีสักคาบ[๔๗]แลชาวอุตรกุรุนันมีเข้าสารสิงนิงชิเดนสาลี บมิพักทำนา[๔๘]แลสาลีนันหากเปนตนเปนรวงเองเปนเข้าสารแตรวงนันมาเองแลเจข้านันขาวแลหอมปราสยจากแกลบแลรำบมีภักตำแลฟัด[๔๙]แลหากเปนเข้าสารอยูแลเขาชวนกันกินทุกเมีอ แลในแผนดินอุตรกุรุนันยังมีสิลาสิงนึงชือโชติปราสาททังหลายผูงนัน เอาเขาสารนันมาใสในหม้อทองอันเริองงามด่งงแสงใฟจิงยกใปต่งงลงเหนิอสิลาอันชิอวาโชติปราสาท บัดใจนึงก็เปนใฟลุกขินแตกอนสิลาอันชือว่าโชติปราสาทนัน ครันว่าเขานันสุกแล้ว ใฟนับกดับใปเองแล เจขาแลดูใฟนันครันเขาเหนใฟนันดับแล้วเขารู้ว่า เจานันสุกแล้วเขาจึงเอาถาดแลตฺรใลท้อง[๕๐]นันใสงามนันมาคดเอาเข้าใสในถาดแลแลตรไลเริ่มอังกา จิทองนันแล ฯ อันวาเคริองอันจกินกับนันฉแมนว่าเขาพอใจจักใคร กินสิงใดๆ เขาบมิภักหาสิงนนั หากบังเกิดขิ้นมา อยูแทบใกล่เขานันเองแล ฯ คนผูกินเขานันแลจรูเปนหิดแลเริอนเกลิ้อนแลกลากหูดแลเปาเปนตอมเปนเตาเปนงอยเปนเพลียตาฟูหูหนวก[๕๑] เปนกจอกงอกเงิอย[๕๒]เปิอยเนิอเมีอยตน[๕๓]ทองขินทองพองเจบทองต้องใส[๕๔]ปัวหัวมัวตา ใขเจบเหฺนบเหฺนิอย[๕๕]วิกาลด่งงนีใสบหอนจบังเกิอดมีแกชาวอุดรกุรนันแตสักคาบนึง เลยผิว่าเขากินเขาอยูแลมีคนใปหาหหาเมิอเขากินเข้าอยูนันเขากเอาเขานนัใหแกผูใฝเถิงเขานันกินด้วยใจอันยินดีบหอนจรูคิดสักเมิอ[๕๖]เลย ๚

แลในแผนดินอุดรกุรทวิปนันมีตนกมิมมพริกสตนนึงโดยสูงใด ๑๐๐ โยชน โดยกวางใด้ ๑๐๐ โยชน์โดยรอบบริเวณมณฑใด ๓๐๐ โยชนแลตนกปมพริสนัน ผูใดจปราสนาทุนทรัพย์สพพเหตุอันใดๆ กดียอมใดสำเรทธิ[๕๗]ในต้นใมนันทุกประการแล ฯ ถาแลคนผูใดปรารถนาใดเงิอนแลทองเขาของแก้ว[๕๘]แลเครองปรดับนีทังหลาย เปนต้นว่าเสีอสอยสนิมภิมภาภรณ[๕๙]กดีแลผาผอนทอนแพรพรรณสิงใดๆ กดี เข้านำโภชนาอาหารของกินสิงใดกดีกยอมบังเกิอดปรากฏขินแตคาคปตนกมมพรึกสนัน กให้สำเรททิความปรารถนาแกชนทังหลายนันนแล ๚

แลมิผูงผูหญิงอนอยูในแปนดินนันงาททุกคนรูปทรงเขานบมิตำบมิสูงบมีพีบมีผอม[๖๐]บมิขาวบมิดำสีสมปูรณงามด่งงทองอนสุกเลิองเริองเปนทีพึงใจผูงชายทุคนแลฯ นิวตีนนิวมือเขานันกฺลมงามแนง[๖๑]เลบตีนแลเลบมือเข้านันแดงงามดังนำครังงอนทานแตงแล้วแลแตมใจ[๖๒]แลสองแกมเขานันใสงามเปนนวนด่งงแกฺลงเอาแปงผัด[๖๓] หนาเขานันหมดเกลียงปราสยจากมุนธิลหาไผบมิได้แลเห็นดวงหนาเขาใส่ดุจดังพรจนทรวันเพงปูรรณณนันเขานันมีตาเปนอันดำด่งงตาแหงลูกทรายพิงเอาใด้ ๓ วัน ทีพรรณนขาวงามด่งงสงขอันทานพึงผนใหมแลมีฝีปากนันแดงด่งงลูกผกเขา[๖๔]อันสุกนันแลมีลำแคงลำขานันงามด่งงลำกลวยทองฝาแฝดนนัแลแลมิท้องเขาเริ่มอังกา จีนันงามราบ เพิยงลำตัวเขานันออนแอนเกลียงกลมงามแลเสนขนนันกลเอิยดออนนักแลเสนผมเขานัลเอียดออนนัก ๘ เสนผมเขาจึงเทาผมเรานีเสนนึงแลผมเขานันดำงามด่งงปีกแมลงภูเมิอประลงมาเถิงริมป้าเยิอยงตำแลมีปลายผมเขานันง้อมเบิองมน[๖๕]ทุกเสนแล เมิอเขานังอยูกดียีนอยูกดี เดิอนใปกดีด่งจักเยมหัวทุกเมิอแลขนคีวเขานันดำแลงามด่งแกฺลงกอ[๖๖]เมิอเข้าเจรจาแลนําเสิยงเขานันแจมใสปราสยจากเสมห เขฬทังปวงแล ในคอเขานันเทียรย่อมปรดับใปด้วยเคริองถนิมอาภรณ[๖๗]บวรยุคณฐี แลมีรูปโฉมโนมพรรณณเขานันงามด่งงสาวอันใด้ ๑๖ เข้าแลรูปเข้านันบหอนรูเถารูแกแลหนุมอยูดังงนันชัวตนทุกๆ คนแลฯ

อันว่าฝูงผูชายอันอยูในแผนดีนอุตรกุรุนันโสดรูปโฉมโนมพรรณณเขานันงามด่งงบาวหนุมนอยอันใด ๒๐ ปีมิรูแกบมิรูเถ้าเขาหนุมอยูด่งงนันชัวตนทุกๆ คน แลเขานนัใสเทียรยอมกินแลนำสพพาหารอันดีอันมีโอชารศนัน แลแตงแตตัวเขาทากระแจะแลจวงจัน[๖๘]นำมันอันดีแลมีดอกไมหอมต่างฯ กันเอามาทักมาทรงเหลนแล้วกเทียวใปเหลนตามสบายบางเตนบางรำบางฟ้อนรบำบพวเพลงดุริยดนตริบางดีด บางตี บางตี บางเปา บางขัป สพพสำเนียงเสียงหมูนักดุนจุนกันใป[๖๙]เดิยรกาดพืนฆองกลองแตรสังขรดังกังสดาลหรทึก[๗๐]กึกกองทำนุกพิทิ[๗๑]มีดอกใมอันตระการตาง ๆ สิงมีจวงจันธกริสสนาหนาคนทาทำนองลบอง[๗๒]ดงงเทพพยดาในเมิองฟาสนุกทุกเมิอบำเริอหกันบมิวายสักคาบนิงเลย ฯ ลางหมูชวนเพิอนกันใปเลลนทุกแหงทีตรการสนุกนันกมี ลางหมูใปเหลนในสวนทิสนุกนิทีดีมีดอกใมอันตระการตางๆ สิงมิจวงจวนกริสหนาคนธาปาริกชาตินาคพรึกสรำดวนจำปาโยทกามาลุตีมนีชาติบุตทังหลายอันมิดอกอันบานงามตรการแลหอมกลิ่นฟุงขจรใปบมิรูวาย ฯ ลางหมูกชวนกันไปเหลนในสวนอันมีสรรพลูกใม้อันตระการแลมีลูอันสุกแลหวานคือว่าขหนุนนันใสลางลูกนนัใหญ่เทาให้ หามลางลูกเทากลออมหอมกหอมหวานเขาชวนกันกินเลลนสำเริ่มอังกา จุรานบานใจในสวนนัน ฯ บางหมูชวนกันใปเลลนในแมนําใหญอันมีทาอันราบอันปราสยจากเปิอกแลตม เขาชวนกันวายลองท้องเหฺลน[๗๓]เตนเดดเอาดอกโมอันมีในแม่นำนันด้วยแกนแล้วแลลงอาบฉาบตัวเกบเอาดอกใมมาทัดทรงใวเหนิอหูแลหัว บางกชวนกันเหลนกลองหาดทรายอันงามเมิอจพากันลงอาบนำนันเขาถอดเอาเคริองปรดับนันออกวางใจเหนิอหาดฌายแลผังนำนันด้วยกันแล้ว ๆ กลงอาบเหลนวายเหลนในนำนันถาแลผูใดขินมากอนใส ผาใครกดี เคริองปรดับใครกดี เอานุงเอาหมเอามาปรดับกอนแล ฯ สวนวาผูขินมาพายหลังเอาใสเคริองปรดับใครกดี ผ้าใครกดี เอามานุงมาหมแลเขาบมิใดว่าของตนชองทานเขาบหอนยินรายแกกัน[๗๔]ด้วยความด่งงนีเลยเขาบหอนดาบหอนเถียงกันเลยผิว่ามิรูใม้อยูทิใดแลเขาเขาอยูอาใสในทินันในทินันกพูนเกิอดขินมาเปนเสิอสาดอาศยนแลเปนฟูกนอนหมอนอิงเปนมารแลเพดานกางกันแลสนุกถูกเถิงพิงใจ[๗๕]เขาทุกเมิอแล ฯ ผิว่าเมิอเขาพุงใหญขินกดิเมีอเขายังหนุมอยูนันกดีเมีอเข้าจแรกรักใครกันกดีเมีอเข้าแรกใดกนเปนผัวเปนเมียกดีแลเขาอยูดวยกนแลเสพยเมถุนใสแต ๗ วันนันแล ฯ พวกวานันใปเข้ามีใดเสพยด้วยเมถุนเลย ฯ เขาอยูเยนเป้นสุกนักหนาแลกราบเทาสินชลมายุเข้าพันปีนันบมิใด้มีคางวรสิงใดๆ ด่งงอรหนฺเตาขิณาสพพเจ้าอันขาดกิเลดแล้วนนัแล ๚

ฝูงผูหญิงอันอยูในแผนดินนันเมีอเข้ามีคพภแลจคลอดลูกใสในทิอยูนนับหอนจรูเจบทองเจบพุง[๗๖]ครันว่าทองนันสนใจรู้วาจะคลอดลูกแลแมนอยูแหงใดกดี เทียรยอมเปนแทนเปนทีอยูทินอนเกอดขินมาเองด่งงกลาวมาแตกอนนันแล ฯ เขาจิงคลอดลูกทีนันเขาบหอนจรูเจบทองเจบใส[๗๗]บหอนรูแคนเนิอแคนใจ[๗๘]ด้วยคลอดลูกนันสักอันเลย ครันวาเขาออกลูกๆ เขานันหมดใสปราสจากเลือดฝายแลเปลิอกคาวทังปวงแลหามนธิลบมิใดเลยงามแลงามด่งงแทนทองอันสุกใสอนปราสยจากราคีนันแล ฯ ผูหญิงผูแมนันเมิอแลเขาออกลูกบหอนอาบนำให้แกลูกนันเลย เขาบมิใดลางใดศีใดลูบใดคลำเขาบมิใหลูกกินเขากินนำกินนมเลย ฯ เขาเอาลูกเขานันใปนอนหงายเริ่มอังกา จูใวในริมหนทางทิคนทังหลายเดิอนใปมากลำกลายนันแล ฯ แลทินันมีหญาอนออนด่งสำลีแลแมนันมิใดอยูด้วยลูออนนันเลยแมนนักคืนไปยังทิอยูสูทิกินของเขานันแล ฯ จิงผูหญิงกดีผูชายกดีคนทังหลายนันเดินใปเดินมากลำกลายครันว่าแลเหนลูกออนนอนหงายอยูด่งงนันเทียรยอมเอานีวมือเขาปฺลอนเข้าใป[๗๙]ในปากลูกออนนันดวยบุญของลูกออนนันกบังเกิอดเปนนำนมใหลออกมาแตปลายนีวมือเขากใปในคอลูกออนนันหากเกอดเปนเขากล้วย ออย ของกินบำเริอลูกออนนันทุวัน ฯ ครันวาหลายเดิอนแล้วลูกออนนันใหญรูเดินใปมาใดแล้วใสถาว่าลูกออนนันฝนผูหญิงกใปอยูด้วยเพิอนเดกผูหญิงทังหลายนิงกัน[๘๐]นันแล ฯ ถ้าวาเดกออนนันเปนผูชายใสกใปอยูดวยผูงเดกผูชายทังหลายนันแล ฯ ลูกเขานันหากใหญ นกลางบ้านลูกกมิรูจักแม ๆ กมิจักลูกถอยทีถอยมีรูจักกันเพราะว่าคนผูงนันงามดังกันทุคนแล ฯ อนิงเมิอเขาเรารักกันแลจอยูด้วยกันแรกเปนผัวเปนเมียกันวันนันแมแลลูกกดิ พอแลลูกกดิเขาบหอนใด้กันเปนผัวเปนเมียเพราะวาเขาผูงนันเปนคนนักบุญ แลเทพยดาหากตกแตงเขาให้เปนธมมดาเขาแล ฯ ผิแลว่าเมิอเขาแลตายจากกันเข้าบมิใดเปนทุกขเปนโสก แลมิใด้รองให้รักกันเลย เข้าจิงเอาสพพนันมาอาบนำแตงแงทากระแจะแลจวงจนทรนำมันอันหอมแลนุงผ้าหมผ้าให้แล้วปรดับนิด้วยเคริองถนิมอาภรณแลทังปวงให้แล้ว ๆ จิงเอาอสพพนันใปวางใวในทีแจงยงมีนกสิงๆ เทียรยอมบินเทียวใปทัวแผนดินอุตรกุรุทวิปนัน นกนันครันวาแลเหนซากอสพพใสนกนันกคาบเอาซากอสพพนันไปเปนกำนันบานนกนัน[๘๑] เพราวาบมิให้เปนรรุกกรุก[๘๒]ในแผนดินเขานันใด ลางคาบๆ ใปเสียในแผนดินอันอินกวาลางคาบๆ ใปเสียในผังทเลวาชมพูทวิปอันเราอยูนี กวาเหตุใหพนอันตรายในแผนดินอุตรกุรุทวิปนันแล ฯ อันวานกนกในลางอาจายวานกหสสดีลิงคลางอาจารยวาณกอินทรี ลางอาจารยวานากท อันมาคาบเอาอสพพใปเสียนัน เริ่มอังกา เจลางอาจารยว่าเอาตีนคีบใปเสีย ๚

ฝูงคนอยูในอุตตรกุรุทวิปนันเมิอเขาตายเขาบหอนใดไปเกิอดในจตุราบายทัง ๔ คือวานรกแลเปรตแลติรจารนอสุรกายนันนันเลย ฯ เขาใสเทียรยอมใปเกอดในทิดีคืสวรรคคชันฟาแลเพราะว่าเขานันยอมต่งอยูในปญฺจสิลนันทุกเมิมแลบมิใดขาด ฯ เคริองเปนดีคนผูงนัน[๘๓]บมิรูสินสุดเลยยังตังบริบูณอยูตอเทากาลบัดนีแล[๘๔]

ในพระกำภิอัน ๑[๘๕] วาด่งนีแผนดินในอุตตรกุรุทวิปนันราบคาบเสมอกันงามนักหนาบมิใดเปนขุมเปนรูบมีใดลุมบมีใดเทง[๘๖] อันวาคนทังหลายอันอยูทินันบหอนจรูมีความทุกขความโสก เลย ฯ อันวาสิงสัตวทังหลายมิอาทิคือหมูแลหมีหมา แลงูเงิยวเกิยวของ[๘๗]แลสรรพสัตวอันรายอนคะนองแลจใด้เบิยดเบิยนคนทังหลายอันอยูในทินนัหาบมิใด้เลย ฯ แลวายังมิหญ้าสิง ๑ ชือวาฉพิกาทตรเปนขินในแผนดินนันแลเหนเขียวงามดำงามนักด่งงแว้วนกยุงแลลเอิยดออนด่งงสำลีแลสูงงขินพนดิน ๔ นิว แลนำนันใสเอยนสอาดกินหวาน[๘๘]เฌฺรัาทานำ[๘๙]นันดูงามเทียรเยามเงิอนเทางแลแกวสตฺตพิธรตนใลฺลหงเริยงเพิยงเสมิอผังกากินบมิพัก[๙๐]กลุมคนแหงหั[๙๑]นลางคนสูง ๆ คาคนใน[๙๒]บุรรพพิเทหทวิปแลคนในอุตตรกุรุทวิปนันเขานุงผ้าขาวอันเขาเอาแตตนกมมพริกสนันแลตนกมมพริกสนันโดยสูงใด ๑๐ วา ๒ สอก โดยกวางใด ๑๐ วา คนแหงนันเขาบหอนรูฆาสิงสัตวอันรูติงแลเขาบหอนรูกินเนิอ ไ ผิว่าคนแหงนันเขาตายใส เขาบมิภักเอาอสพภนันไปเสียเลยแลยังมีนกสิงนึง ชิอว่านกอินทรี ๆ นันหากมาคาบเอาใปเสียกลางปาแล ฯ ผูงคนทังหลายคือว่า หญิงผูชายในทิแผนดินนัน เมิอเขาจรักกันเปนผวเมียนันเขาบมีภักเสียสิงอนใดอันเลยใดอันเลยใจเขารักใครกัน เขากอยูด้วยกันเองแลครันว่า เขาเหนกันเมิอใดใจเขาผูกพ่นกันเข้าหากสอดตาแลหากัน เขารักกันแล ฯ อันนิติกาแตอยูหันตอเทาเถิงใฟใหมกลป[๙๓] ๔ อันในนิรูปกตาย อันอยูในพระจนธแลโยกาทิโพธิสัตวเปนนกขุมอยูในรังใฟบมีใหมใดตอเทาสินกลป ฯ เริ่มอังกา ไจอันว่า คำในทีนีเริอนโพธิสัตวเมิอทานบลางคาใปมุงสลิงเจ้าใทแลผนมฺบมิใดรูในทีเริอนอนลางคาออกนันผนบมิใดรูเลยตราบเทาสินกลป ๑ แล ฯ ใม้อออันอยูรอบริมสระพังเมิอโพธิสัตวเปนพระญาแกวานรแลมีบริวารใด ๘ หมืน แลทานอทิฏฐานวาใหไมออนันกลวงรวัดอยูตอเทาสินกลป ๑ แล ฯ คนแหงนันแตบาวแตสาวตราเทาเถิงแกเถิงเข้าเสพยเมถุนด้วยกัน ๔ คาบใสลางคาบเลาคนนันแตหนุมเถิงเถ้าบมิใดเสพยเมถุนเลยสักคาบ ฯ คนผูงนันเขากินเข้าบหอนรู้ทำนาเข้าเทียรยอมเอาเข้าสารอันเปนเองนันมากินแลเข้าสารนันหากขาวอยูบมิภักตากกักตำผัดภักฌ้อม[๙๔]เลย หากเปนเข้าสารเองแล ๚

ยังมีลูกใมสิง ๑ ชิอวา ตุทิ เคริองลูกใม้นันเกิอดมาเปนหมอข้าวของเขา ฯ เอานำใสในเข้าแล้วเขาตังขินเหนิอสีลาอันชิอวาโชติปราสาท ๆ นันกเปนใฟลุกขินเองแล ครันวาเข้านนัสำเรจจดีแลวใฟนันกดับไปเองแล ฯ เขากคฑเอาเข้านันมากิน เขานันหวานนักแล ฯ อันวาชาวอุตรกุรุทวิปนัน เขาบหอนจรูทำเริอนอยูเลยยังมิใมสิง ๑ เทียรยอมเปนทองชือว่า แมงชุสเปนดังเรอินแลใมนันเปนเหญาวเปนเริอน[๙๕]ของเขาทังหลายอันอยูในอุตรทวิปนันแล ๚

สมเดจจพระเจ้าบันทูลเทสนาด่งงนีว่า พระพุทธเจ้ากดี แลพระปจเจกกธิเจ้ากดีแลพระอคฺคสาวกเจ้ากดี แลพระอรหนตาขีณาสพฺพเจ้ากดี แลโพธิสัตวอนจใดตรศเปนพระพุทธเจ้ากดี แลพรญาจกกวตติราชกดี อันวาทานผูมิบุญทังหลายด่งงกลาวมานิใสทานบหอนรู้ไปเกอดในแผนดีน ๓ วันนันเลย ทานยอมมาเกอดในแผนพีนชมพูทวิปอันเราอยูนิแล ฯ คนอันเกอดในแผนดินชมพูทวิปนี เขาบหอนไปเกอดในแผนดิน ๓ อันนันเลย ฯ ผูงคนอันอยูในแผนดีนใหญ ฯ อันนันกดี แลคนอันอยูในแผนดินเลก ๆ ทัง ๒ พนนัน กดี ผิแลวาเมิอใดมิพระญาจกกภัตติราชใส คนทังหลายผูงนันยอมมาเฟามาแหนทานนันด่งงคนทังหลายอันอยูแผนดีนเรานิแล เทียรยอมใหว้คำรพฺพยำเกรง[๙๖]พระญาจกกภัตติราชเจ้านันเลา ฯ ทานผูเปนพระญาจกกวตติราชนันใส ทานมีสักติยศดงนิแลจกลาวแลนอยๆ แตภอใหรูใส คนผูใดทีใดทำบุญแตเริ่มอังกา โจกอนคือฺว่า ใด้ปรฏิปตติบูชาแกพระสีรตนใตรยแลรูจักคุณพรพุทธเจ้าพระธมฺมเจ้าพระสฆเจ้าแลให้ทานรักสาสิลเมตตาภาวนาครับตายกเอาใปเกอด[๙๗] ในสวรคค ลางคาบเลาใดเกิอดเปนท้าวเปนพรญาผูใหญแลมีสักติมียตย บริวาร เปนอเนกอนนฺตใสใด้ปราบทัวทังจังวาฬแลฯ แมทานว่ากลาวถอยคำสิงใดกดีแล บังบชาสิงใดกดีเทียรชอบด้วยทรงธมมทุกปรการแล ฯ ทานนันเปนพระญาธรงพระนามชือวาพรญาจกวตติราชแล ฯ พรญามิบุญด่งงนันใหฉมักใครพังธมมเทสนานักหนาธยอมฟังธมมเทสนาหนาแตสำนักนิสมณพราหมณาจารย์แลนักปราชผูรูธมฺม ฯ แลพรญานัน ธ ทรงปญฺจสิลทุกวารีบมิใดขาดในวันอุโบสถสิลใสยอมทรงอฏฐสิลทุกวันอุโปสถบมิใดขาด ฯ ในวันเพงปุณณใสครันเมิอเช้า ธ ยอมให้แตธนทรัพยวสรพวเหตุอันอเนกนันแลว ธ ให้ขนเอามากองใวทีหนาพรลานใชแล้ว ธ แจกใหเปนทานแกคนอันเทียวมาขอครันวา ธ แจกทานสิงแล้ว ธ จิงชำรระสระพระเกตุแลสรงนำดวยกลลออมทองคำอันอบใปด้วยเคริองหอมใดลพันกลออมแล ธ จึงธรงผ้าขาวอันเนิอลเอิยดนันแล้ว ธ จิงเสวยโภชนาหารอันมีรสอันดิดุจจมิในสวรคฺคนัน ฯ แล้ว ธ จิงเอาผ้าข้าวอันเนิอลเอิยดอันชือว่าผ้าสุกลพัดมาหมแลพาดเหนิอจงอยบาแล้วจิงสมาทานเอาสิล ๘ อันแล้ว ธ จิงเสดจจลงใปนงงกลางแผนดินทองอันปรดับนิด้วยแก้วแลรุงเริองงามด่งงแสงพระอาทิตยแลกอปรดวยฟูกเมาะเบาะแพร[๙๘]แลหมอนทองสำรบยอมปรดับแก้วสตตพิธรตนแทนทองนันปราสาทแก้วอันรุงเริองงามนักหนาแลพรญานันธรำพึงเถิงทานอันธ ใหนันแลรำพึงเถิงสิลอันธรกสาอยูนันแลธรำพึงเถิงธมมอันธรใวนันธกเมตตาภาวแลด้วยอานาจจบุญสมภาร ธนัน ธ จิงใดปราบทัวทังจกกวาฬดงงนันแล ๚

ยังมีก่งจกกแก้วอัน ๑ มิก่งจกกแก้วอันชิอว่า จักรตนแลปรดับนีด้วยแกทัง ๗ ปรการแลมีกำนันใดพัน ๑ อยูรอบดุมนันดูงามนักหนาแลจมอยูในทองมหาสมุทโดยลิกใศใดเริ่มอังกา เจาใด ๘๔๐๐๐ โยชนแลกงจักนันแก้วแลดุมนันแก้วอินธนิล หัวกำอันผังใปในดุม ๆ นันยอมเงินแลทองงามนักหนาเมิอแลเหนปานดุงฺงดุมนันรูหัว[๙๙]แลเหนพรรณขาวงามนักโดยปากดุมนันหุมด้วยแผนเงอนแลเหนงามดังเดิอนเมิอวันเพงปูรณณ์เทาวากลางนันเปนรูตระหลอดไปโดยรอบหัวกำนันยอมปรดับด้วยแก้ว ๗ ปรการแล ทอนเหลิอมใสงามด่งงฟาแมลบ[๑๐๐]แลมีรสมิดงงพรอาทิตยเมิอพิจจารณาดูใสเหลิอมพรายงามดงงสายฟาแมลบรอบ ๆ ใพล ๆ ใขว ๆ ไปมาดูงามนักหนาทัวทุกแหงแล ฯ ชือว่า นาภิสพพการบริบูณณ์ ฯ แตกาลใดพันนีงนันเทียรยอมปรดับนีด้วยแก้ว ๗ ปรการดูเหลิอมงามด่งฺงฟาแมลบรูงเริองด้วยรสมีด่งงรสมีพระอาทิตยยอมแก้ว อันติเปนตาปูดูลายงามแลมีรสมีฉวัดเฉวิยนใปมาด่งงเทพยดาผูชือวาพระวิสสนุกกมมนันแลก่งนันเทียรยอมแก้พพานรตนดูเกฺลิงเกฺลิยง[๑๐๑]ดุจฺจด่งงแสงทำแลมีรสมีด่งงพระอาทิตยเมิอพิงขินแลเตมงามบมีปมผาเบิยว[๑๐๒] บมีผิง[๑๐๓]เมิอแลดูในหฺนากฺลองนัน[๑๐๔]รูปลองตรหลอด ใปมาด่งงกลองอันชิอวาพงกาอันเทพยดาเปาในเมิองฟานันกล้องแก้วปพานนรตนนันแพงเอาลม[๑๐๕]แลใด้ยินเสิยงมีเสียงดีนักหนาเสิยงชอบกลมเสียงหื[๑๐๖]พือฟังง[๑๐๗] แก้วรอยนึงอยูเหนิรอบลากลองแกวผูนันกฺลองแก้วผูนัน[๑๐๘]รองตินตนกลมมลขาวรอยนึงนับโสดแลกลดนันมหากดาบแลเหงรอยอยูรอบกลดนันดสดเหนิอกลดซึงกลางนันมียอดทองเริองงามด่งงแสงใฟฟา เหนิอฉัตรแก้วนันมิราชสีหทอง ๒ ตัวปรดับนิด้วยแก้วสตพิธรตนแลมีแสงทองงามนักหนาเมิอกจักแก้วนันหันไปเบิองบนอากาศแลดูพรายงามด่งงใกรสรสิหสองตัวนันเหาะแลหฺว้ายหนาออกมา[๑๐๙]แหงชายก่งจักแก้วนันดุจจ ด่งงจเขาขบเขาแหก[๑๑๐]เอาผูงฆาสิกนันแล ๚

เมิอแลคนทังหลายเหนด่งงนันคนทังหลายนันวาด่งงนีวาบุญเจ้านายเร้าผูเปนพรยามหาจักกรวตติราชมิมานักหนาแล ฯ มเรินว่าราชสิหอันมิกำลังแลมีใชยชำนะแกสัตูทังหลายด่งงนิกดีสิยังอยูเริ่มอังกา จํมีใด้แลยังมาใหวมาถวายบังคมแลมาสวาวิพก[๑๑๑] แกพระญาทานผูเปนเจานายแหงเรา ฯ อันวาผูคนทังหลายตางคนตางยกมือขินเพียงงหัวแล้วใหววนธนาการแล้วด่งงนีวา ชาวเราทังหลายเอยมีใชแตปากราชสิห ๒ ตัวนันหาบมิใดมิหมูสอยมุกสองอันด้วยเลาใหญเทาลำตานดุรุงเริงงามด่งงรสมีพรจันธรเมิอวันเพงปุพพแลปากราชสิหนันคาบสอยมุตานันเริอยลงมาแก้วนันอันอยูในชายมุกดานันเหลิอมดูแดงดุจจรสมิพรอาทิตยเมีอแรกขินมานันแลผิเมิอกงจักแกวันนลอยอยูบนอากาศแลบใหวดุจจสอยมุกดานันพรายงามด่งงนำอันอากาศคงคาอนใหลลงมานัน ขณ เมิอกงจักรแก้วนันยังลอยอยูอาศใสแลผูงมุกดานันพองออกรอบกงจักแก้วนันแลดุมกงจักรแก้ว ๓ อันหันผันไปด้วยกนคาบเดียวนัน ฯ อันวากงจักแก้วนันใสใช่อินทแลพฺรหฺมเทพยดาผูมิริทธาอานุภาพพกทำกฺงจักแก้วนันหามีใด้แลกงจักแกว้วนันหากเปนเองแลเกอดสารับปบุญทานผูเปนพระญามหาจกกวตฺติราชเจ้า นัน ๚

ผิเมีอกลปอันใดแลบมีพรพุทธเจ้าแลพระปัจเจกโพธิเจาใสจิงมีพระญามหาจกกวตติแทใสกลลปอันมีด่งงนันครันใฟใหมแผนดินแล้วด้วยบุญทานอันจมาเปนพรญาจักพัตติราชนันกงจกฺกแกวนันหากเปนกอน[๑๑๒]แลจมอยูในมหาสมุทฺธนันเริ่มอังกา จะแล ฯ แลเคริองอันเปนสำรับปทานผูมิบุญนิคือสิงใดแลจักเสมิอด้วยกงจักแก้วนันมาบมิใดเลยแลกงจักแก้วนันเกอดมาเพิอวาจให้รูจักคนผูมีบุญกวาดคนทังหลายใสแลจใหผูงคนทังหลาย ๔ แผนดินรักกันด่งงใจเดียวเพิอบุญทานผูเปนพรญาจกกวตติราชนันแล ๚



[๑] ลวงงอากาศส = ทางอากาศ

[๒] ธรมาอฺยู = ยังมีชีวิตอยู่

[๓] ยากเนิอเคนใจ = คับแค้นใจ

[๔] คฺวามสุกฺขจมีแตใดัแกขา = ข้าจะมีความสุขได้ที่ไหน

[๕] ลุแกสรณาคมน = ถึงไตรสรณคมน์

[๖] เยานิ ๓ อันครากาลจิงเกิด = เกิดในกำเนิดทั้ง ๓ เป็นบางคราว

[๗] แรงมาเกิอด = เร่งมาเกิด

[๘] ฝูงหฺญิงทังหฺลายอันใปมิเทามิแก = พวกหญิงที่ยังไม่แก่เฒ่า

[๙] มิตืดมิเอิอน = ตัวตืดและพยาธิไส้เดือน

[๑๐] เปฺรียงฺงประโค = นํ้ามันเปรียง

[๑๑] วอันเชิอมอยู = อันละลายอยู่

[๑๒] ทีเอาลูกออกเตา = ที่คลอดลูก

[๑๓] ทิเถาทิตายทีเรว = ที่แก่ที่ตายและป่าช้า

[๑๔] เริมตัวกุมารนันใส = ม่อนไชตัวเด็ก

[๑๕] ใสดื = สะดือ

[๑๖] นอยนัน = เด็กน้อยนั้น

[๑๗] ยยยด = หยดๆ

[๑๘] เฌาเจาอฺยู = ซบเซาเจ่าอยู่

[๑๙] จูด = เผา

[๒๐] หาใจ = หายใจ

[๒๑] เจบเนือเจ้บต่น = เจ็บปวดตัว

[๒๒] แคนเนิอแคนใจ = คับแค้นใจ

[๒๓] เดิอดเนิอเดิอดใจ = เดือดร้อนใจ

[๒๔] เอยน ๆ เนิอเอยนใจ = เย็นกายเย็นใจ

[๒๕] กุมตีนแลหฺยอนหัวลง = จับตีนยกขึ้นหย่อนหัวลง

[๒๖] เจบเนิอเจบตน = เจ็บปวดตัว

[๒๗] ปฺระตูลักษ = ประตูแคบๆ

[๒๘] แหง = กดขี่, ข่มเหง

[๒๙] ควรอิมสงสานแล = ควรเบื่อหน่ายสงสาร

[๓๐] รูจักวายากว่างาย = รู้ว่าการว่ายากว่าง่ายเป็นอย่างไร

[๓๑] หนาแวน = กระจกเงา

[๓๒] อายุค่นทังหฺลาย = อายุคนทั้งหลาย

[๓๓] เรงจำเริญขินใป ๆ เนิอง = ยิ่งเจริญขึ้นเรื่อยๆ

[๓๔] เสพฺยสุราอฺยาเมา = ดื่มสุราและยาเสพติดให้โทษ

[๓๕] เชิองเริอน = บ้านเรือน, เรือนชาน

[๓๖] เริอกสวน = ที่สวน

[๓๗] เรีอชานาวา = เรือนแพ

[๓๘] หาทีรามทีชลุบขุบทิเทงมีใด = หาที่เป็นเนิน เป็นหลุม ที่ลุ่มและที่ดอนมิได้

[๓๙] แกฺลงทำใว = ตั้งใจทำไว้

[๔๐] เปนเหฺญาวเปนเริอนเลิอนกัน = เป็นเหย้าเป็นเรือนเรียงรายกัน

[๔๑] หาพุกหาโพรงหากฺลวงฺงมีใด = ไม่มีกลโกง (ไม่มีอะไรซ่อนเร้น)

[๔๒] เรียวแรงอยูชูคน = แข็งแรงอยู่ทุกคน

[๔๓] คาขายวายลอง = เที่ยวค้าขายขึ้นเหนือล่องใต้

[๔๔] ใหฺญ่ขาวแลรินร้านหานยุง = ไม่มีแมลงยักใยขาว และริ้นร้านบุ้งยุง

[๔๕] งูเงียวเบียวของ = งูชนิดต่างๆ

[๔๖] มิเดิอนวันคืนบหอนจรู้หลาก = มีเดือนวันและคืนไม่มีความวิปริตเปลี่ยนแปร

[๔๗] บหอนจรู้ร้อนเนีอเดิอดใจด้วยถ้อยความสิงอันใดบหอนจมีสักคาบ = จะมีความเดือดร้อนใจด้วยสิ่งหนึ่งสิ่งใดหามิได้

[๔๘] บมิพักทำนา = ไม่ต้องทำนา

[๔๙] บมีภักตำแลฟัด = ไม่ต้องตำไม่ต้องฝัดข้าวเปลือก

[๕๐] ถาดแลตฺรใลท้อง = ถาดทองและภาชนะทอง

[๕๑] ตาฟูหูหนวก = ตาโปน หูหนวก

[๕๒] กจอกงอกเงิอย = กระจอกงอกง่อย

[๕๓] เปิอยเนิอเมีอยตน = ปวดเมื่อยตามตัว

[๕๔] เจบทองต้องใส =เจ็บท้องเจ็บไส้

[๕๕] ใขเจบเหฺนบเหฺนิอย = เจ็บไข้และเหน็ดเหนื่อย

[๕๖] บหอนจรูคิดสักเมิอ = ไม่รู้สึกคิดเสียดายสักครั้ง

[๕๗] สำเรทธิ = สัมฤทธิ์, สำเร็จ

[๕๘] เงิอนแลทองเขาของแก้ว = เงินและทองข้าวของแก้ว

[๕๙] สนิมภิมภาภรณ = เครื่องประดับกาย

[๖๐] บมีพีบมีผอม = ไม่อ้วนไม่ผอม

[๖๑] กฺลมงามแนง = กลมงามยิ่ง

[๖๒] อนทานแตงแล้วแลแตมใจ = อันท่านแต่งแล้วเขียนไว้

[๖๓] ด่งงแกฺลงเอาแปงผัด = เหมือนตั้งใจเอาแป้งแต่งทา

[๖๔] ลูกผกเขา= ลูกฟักข้าว

[๖๕] ง้อมเบิองมน = งอนขึ้นเบื้องบน

[๖๖] ด่งแกฺลงกอ = เหมือนจงใจก่อไว้

[๖๗] ถนิมอาภรณ = เครื่องประดับกาย

[๖๘] กระแจะแลจวงจัน = กระแจะและจันทน์หอม

[๖๙] หมูนักดุนจุนกันใป = หมู่นักดนตรีรวมกลุ่มกันไป

[๗๐] หรทึก = มโหระทึก

[๗๑] ทำนุกพิทิ = ประกอบพิธี

[๗๒] ทำนองลบอง = ทำนองแบบแผน

[๗๓] วายลองท้องเหฺลน = ว่าย ล่องลอย เดินท่องเล่น

[๗๔] บหอนยินรายแกกัน = ไม่รู้สึกคิดร้ายต่อกัน

[๗๕] ถูกเถิงพิงใจ = ถูกอกถูกใจ, ถูกเนื้อต้องใจ

[๗๖] เจบทองเจบพุง = เจ็บท้อง, ปวดท้อง

[๗๗] เจบทองเจบใส = ปวดท้อง

[๗๘] แคนเนิอแคนใจ = คับแค้นใจ

[๗๙] เอานีวมือเขาปฺลอนเข้าใป = เอานิ้วมือเขายื่นเข้าไป

[๘๐] เดกผูหญิงทังหลายนิงกัน = พวกเด็กหญิงด้วยกัน

[๘๑] เปนกำนันบานนกนัน = เป็นของกำนัลในถิ่นนกนั้น

[๘๒] บมิให้เปนรรุกกรุก = ไม่ให้เลอะเทอะ

[๘๓] เคริองเปนดีคนผูงนัน = เครื่องกินเครื่องใช้ที่ดีของคนเหล่านั้น

[๘๔] ตอเทากาลบัดนีแล = ตราบเท่ากาลบัดนี้

[๘๕] ในพระกำภิอัน ๑ = ในพระคัมภีร์หนึ่ง

[๘๖] บมีใดลุมบมีใดเทง = ไม่ลุ่มไม่ดอน

[๘๗] งูเงิยวเกิยวของ = งูชนิดต่างๆ

[๘๘] กินหวาน = กินอร่อย

[๘๙] เฌฺรัาทานำ = เซราะท่านํ้า

[๙๐] ผังกากินบมิพัก = กากินน้ำไม่ต้องพัก

[๙๑] คนแหงหัน = คนแห่งนั้น

[๙๒] ลางคนสูง ๆ คาคนใน = บางคนสูงขนาดเท่าคนใน...

[๙๓] แตอยูหันตอเทาเถิงใฟใหมกลป = แต่อยู่ที่นั่นจนกว่าไฟไหม้กัลป์

[๙๔] บมิภักตากกักตำผัดภักฌ้อม = ไม่ต้องตาก ไม่ต้องตำ ไม่ต้องฝัด ไม่ต้องซ้อม ข้าวเปลือก)

[๙๕] เปนเหญาวเปนเริอน = เป็นเหย้าเรือน

[๙๖] คำรพฺพยำเกรง = เคารพยำเกรง

[๙๗] เอาใปเกอด = พาไปเกิด

[๙๘] ฟูกเมาะเบาะแพร = ฟูก ที่นอนเด็ก เบาะ และผ้าแพร

[๙๙] ปานดุงฺงดุมนันรูหัว = เหมือนดุมนั้นหัวเราะ

[๑๐๐] ฟาแมลบ = ฟ้าแลบ

[๑๐๑] เกฺลิงเกฺลิยง = เกลี้ยงเกลา

[๑๐๒] บมีปมผาเบิยว= ไม่มีปม ไม่มีรอยผ่า ไม่เบี้ยว

[๑๐๓] บมีผิง = ไม่มีไม่ได้สัดส่วน

[๑๐๔] ในหฺนากฺลองนัน = ในหน้ากระบอก (ปี่-ขลุ่ย) นั้น

[๑๐๕] แพงเอาลม = ดูดเอาลม

[๑๐๖] เสียงหื = เสียงหึ่ง

[๑๐๗] พือฟังง = น่าฟัง

[๑๐๘] กฺลองแก้วผูนัน = กระบอกแก้ว (ปี่แก้ว-ขลุ่ยแก้ว) เหล่านั้น

[๑๐๙] หฺว้ายหนาออกมา = บ่ายหน้าออกมา

[๑๑๐] เขาขบเขาแหก = เข้ากัดเข้าแหก

[๑๑๑] สวาวิพก = สวามิภักดิ์

[๑๑๒] กงจกฺกแกวนันหากเปนกอน = กงจักรแก้วนั้นได้เกิดก่อน

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ