๔) ปางก่อนยังมีสี่สหาย เปนเพื่อนชายชิดชอบอัชฌาขยัน ลงเรือเร็วเที่ยวไกลไปด้วยกัน ถึงอารามหนึ่งนั้นตวันชาย จอดวัดตั้งหม้อก่อไฟกอง ด้วยแสบท้องอดเข้ามาจนสาย ปิ้งจี่อลวลวุ่นวาย สี่นายเสพสุราเจรจากัน ยังมีจังกวดตัวหนึ่ง วิ่งตลึงผ่านหน้ามาขมีขมัน ชายหนึ่งลุกแล่นไล่ตีรัน เรียกเพื่อนกันช่วยจงเร็วไว ชายทั้งสามร้องห้ามว่าอย่าตี ที่นี่วัดวาหาควรไม่ สมภารท่านอยู่จงดูไป เธอจะไล่ทุบถองไม่มีเบา ขรัวเจ้าวัดเยี่ยมหน้ามาเห็น วิบากเปนอยากกินจังกวดเล่า คิดวิตกว่าประสกอย่ากลัวเรา สมภารเจ้าอารามก็ร้องมา ชิชะเจ้าจังกวดออกอวดโฉม มันมิไล่ประโคมเอาจึงว่า ตายเสียเปล่าเปล่าไม่เข้ายา สี่นายได้ยินว่าก็ตามตี จังกวดกลัวตัวตายตะกายวิ่ง ขึ้นต้นไม้ไต่กิ่งพฤกษาหนี โลดโผนโจนแล่นเข้ากุฎี สมภารร้องก้องมี่มึงมาไย จะพ้นภัยแล้วหรืออ้ายชาติชั่ว อ้ายสี่คนมันจะกลัวกูที่ไหน สี่นายได้ยินกระหยิ่มใจ จับไม้ไล่ขึ้นบนกุฎี จังกวดความกลัวตัวสั่น ผลุนโดดโลดถลันตลบหนี วิ่งเข้าไปในตู้ทันที แอบคัมภีร์แฝงตัวด้วยกลัวภัย สี่นายนั้นเกรงสมภารอยู่ ไม่รู้ที่จะเข้าไปเอาได้ ขรัวร้องว่าออเจ้าเข้ามาไย หมายใจว่าจะพ้นแล้วกระมัง ถ้าแม้นมึงมิตายก็มิใช่ เองจะออกกระไรได้อ้ายโอหัง ประสกสี่ดีใจไม่รอรั้ง เอาไม้ค้อนเข้าประดังจังกวดตาย ความฉนี้เชิญพระองค์จงปรึกษา ใครเปนเวรามากหมาย ทรงพินิจคิดได้ให้เร่งทาย มีธิบายให้พระชนม์บรรไลย สดับพจน์เวตาลยักษ์ถาม จะนิ่งความก็เห็นหาได้ไม่ จึงตอบว่าเวรานั้นใช่ใคร คือสมภารท่านได้เปนตัวกรรม เวตาลก็ลื่นหลุดจากหัดถ์ แล่นลัดหนีได้ไม่ทันค่ำ ขึ้นโหนห้อยอยู่ยอดพฤกษาประจำ ดุจรำพรรณ์ไว้แต่หลังมา ฝ่ายบรมจักราฤทธิรุทร์ ครั้นเวตาลเลื่อนหลุดจากหัดถา เสด็จกลับจับได้อสุรา ก็เผ่นพาจากยอดพนมวัน อสูรทูลถามท้าวไม่ตรัสตอบ จึงประกอบนิทานที่ขันขัน ขอพระองค์สดับเรื่องแต่เบื้องบรรพ์ นิยายอันมีมาแต่ก่อนไกล

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ