๒) ปางก่อนยังมีพระภิกษุ ยังไม่ลุถึงธรรมภิเษกสถาน บวชแต่หนุ่มคุ้มแก่ชรากาล เปนสมภารเจ้าวัดนิวาลัย นางชีหนึ่งเปนอุปฐาก เมื่อวิบากยังเกิดเปนไปได้ สมภารตรึกนึกเนืองแต่ในใจ จะใคร่ฉันกัปปีย์อันมีรส สองวันสามวันแต่กลั้นอยาก จึงออกปากว่าจะใคร่ฉันปลาสด ต้มยำเครื่องพร้อมจะหอมรส ครั้นบ่นบ่นแล้วนิ่งงดดูท่วงที หลวงชีรูปอุปฐากสดับถ้อย ตวันชายบ่ายคล้อยสุริย์ศรี จับกะโล่ลงมาจากกุฎี จะไปซื้อกัปปีย์ด้วยจงใจ เที่ยวท่องท้องตลาดแลดู เห็นแม่ค้านั่งอยู่เรียงไสว ล้วนแต่ค้าปลาเปนทั้งนั้นไป ลอายใจไม่อาจซื้อปลา แต่เวียนเวียนเดิรเดิรแล้วแลดู แล้วยืนอยู่ไม่ออกปากว่า ฝ่ายนางนั่งร้านค้าปลา รู้อัชฌาชีนั้นจะทำวล จึงถามว่าท่านจะซื้อปลาหรือ หลวงชีอือแสร้งแสยงขน ปลาเปนไม่ซื้อแล้วแคล้วจรดล แม่ค้าร้นเรียกว่าอย่าเพ่อจร จึงตีปลาดิ้นตายวายชนม์ เปนต้นบาปใครได้ก่อก่อน เวรจะไว้แก่ใครนะภูธร พยากรณ์ให้แจ้งประจักษ์ใจ ถ้าพระองค์คิดได้ไม่บอกเหตุ พระเกศจะวิกลไม่ทนได้ จะแตกพังเจ็ดภาคทำลายไป พระตอบว่ากรรมได้แก่สมภาร อสุรีดิ้นออกจากพระหัดถ์ ตระบัดยังยอดพฤกษาสถาน พระเสด็จไต่เต้าตามเวตาล จับได้ไม่นานก็พามา อสูรทูลถามพระภูวเรศร์ พาประเวศแห่งใดจงบอกข้า พระไม่ตอบสอบสารอสุรา ก็นิ่งพาเดิรดงพงไพร เวตาลว่าข้าขอขมาโทษ จงปราโมทย์ฟังคำแถลงไข จะเล่าเรื่องถวายภูวไนย แต่ปางก่อนดังได้ยินมา

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ