จดหมายหลวงอุดมสมบัติ ฉบับที่ ๑๑

๏ ข้าพเจ้าหลวงอุดมสมบัติ จดหมายมายังหลวงทิพอักษรเสมียนตรา ได้นำขึ้นกราบเรียนแต่ท้าวพระกรุณาเจ้าให้ทราบด้วย ณ วันเดือน ๗ แรม ๘ ค่ำ ข้าพเจ้าได้จดหมายฝากออกมากับหลวงโกชาอิศหากครั้ง ๑ ๚

ครั้น ณ วันเดือน ๗ แรม ๑๐ ค่ำ เพลาเช้า หลวงโกชาอิศหากพาเจ๊ะหมัดตะฝ่าลูกค้าเมืองตรังกานูกลับเข้าไป ณ กรุงฯ พระยาพิพัฒน์กราบทูลว่า เรือเจ๊ะหมัดตะฝ่าลูกค้าเมืองตรังกานูมาแต่เมืองตรังกานู ณ วันเดือน ๗ ขึ้น ๖ ค่ำ มาแวะที่เมืองกลันตัน ณ วันเดือน ๗ ขึ้น ๑๐ ค่ำ หยุดอยู่ที่เมืองกลันตัน ๒ วัน ออกจากเมืองกลันตันมา ๑๓ วันถึงปากน้ำเจ้าพระยา ทรงตรัสว่าเออ คอยทรงฟังข่าวราชการอยู่ มันเข้ามารู้ราชการอย่างไรบ้าง เจ้าคุณหาบนกราบทูลว่า เมื่ออยู่ที่เมืองตรังกานูนั้น ทราบว่าพระยาบาโงย ตนกูปสา กับพระยากลันตันวิวาทรบกัน พวกตนกูปสาตั้งอยู่ที่ปากน้ำ พระยาบาโงยตั้งอยู่ปลายน้ำ ว่าพวกบ่าวไพร่พระยากลันตันที่มีอยู่ข้างปลายน้ำนั้นพระยาบาโงยกันไว้ มาช่วยพระยากลันตันหาได้ไม่ ที่มีอยู่ข้างปากน้ำ พวกตนกูปสาก็กันไว้ ว่าพระยากลันตันมีคนน้อย เห็นจะสู้พระยาบาโงย ตนกูปสาได้ไม่ แล้วเจ๊ะหมัดตะฝ่าพูดแก้ความว่า พวกที่อยู่พิสูตรนั้นมาซื้อโคกระบือที่แขวงเมืองกลันตัน พระยาบาโงยจับตัวไว้ให้ช่วยรบ แล้วพระยาบาโงยมีหนังสือไปถึงพระยาตรังกานู ให้ยกมาช่วยรบพระยากลันตัน พระยาตรังกานูหายกมาช่วยไม่ ทรงตรัสว่า อ้ายพวกที่พิสูตรมันว่ามาซื้อโคกระบือนั้น มาซื้อโคกระบืออะไรเมื่อปานนี้ กำลังเขารบกันวุ่นอยู่ทีเดียว มาซื้ออย่างไร เปล่า ๆ ทั้งนั้น การที่จะมาช่วยเหลือกันก็เห็นจะเป็นแต่อ้ายพวกที่พิสูตรนั่นเอง ที่พระยาตรังกานูจะยกมาช่วยนั้นเห็นจะไม่เป็น ถ้าเป็นแล้วจะให้เรือลูกค้าเข้าไป ณ กรุงฯ ที่ไหน ว่ากระไรเจ้าพระยาพระคลัง เจ้าคุณหาบนกราบทูลว่า ที่พระยาตรังกานูจะยกมาช่วยนั้นเห็นจะไม่เป็น แล้วทรงตรัสถามว่า มาแวะอยู่ที่กลันตันนั้นรู้หรือไม่ เรือกองทัพเขาลงไปถึงแล้ว เป็นกระไร ยังรบสู้กันอยู่หรือ ได้ยินเสียงปืนบ้างหรือไม่ เจ้าคุณหาบนกราบทูลว่า เจ๊ะหมัดตะฝ่ามาถึงเมืองกลันตันเห็นกำปั่นทอดอยู่ที่ปากน้ำลำ ๑ หาได้ยินเสียงปืนสู้รบกันไม่ ว่าสงบกันอยู่ ทรงตรัสถามว่า ก็ได้ยินว่าข้าหลวงกองทัพเขาไปห้ามปรามนั้น เป็นกระไร จะฟังหรือไม่ฟัง เจ้าคุณหาบนกราบทูลว่า ข้าหลวงกองทัพจะไปห้ามปรามอย่างไร ว่าหาทราบไม่ แต่ได้ยินว่าจะรบกันอีก ทรงตรัสว่ามันก็พูดอวดโอ้ไปกระนั้นเอง ถ้ามันไม่กลัวเกรงแล้วมันจะสงบลงได้ที่ไหน เห็นจะกลัวเกรงลงบ้างอยู่ จึงรั้งรอกันลงได้ ถ้ามันไม่ฟังรั้งรอลงแล้ว มันก็คงได้รบกับกองทัพใหญ่ ๆ ก็ยกออกมาอยู่ที่สงขลาแล้ว มันจะไม่กลัวหรือ ถ้ากองทัพพระยาเพชรบุรียกไปถึงเมืองสายเข้าก็เห็นจะกลัว พากันรั้งรอลงได้หมดนั่นแหละ แล้วรับสั่งสั่งพระยาราชสุภาวดีว่า จับยามดูหรูเป็นกระไร ไปห้ามปรามเห็นจะฟังหรือไม่ฟัง พระยาราชสุภาวดีกราบทูลว่า ข้างพระยากลันตันผู้คนก็น้อยหรอลงแล้ว ถ้าพระยาบาโงย ตนกูปสา ไม่ฟังคิดทำรบสู้ก็เห็นจะชนะพระยากลันตันได้เสียแล้ว นี่เห็นจะฟังห้ามปรามอยู่ จึงสงบรั้งรอกันลงได้ ทรงตรัสว่าว่าชอบ มันจะไม่ฟังรั้งรอลงบ้างอย่างไร หนังสือกองทัพใหญ่ก็มีว่ากล่าวห้ามปรามไปเด็ดขาดดีอยู่นักหนาแล้ว ว่าถ้าไม่ฟังจะยกกองทัพใหญ่ลงไป มันจะไม่กลัวรบกับกองทัพใหญ่หรือ ถ้าไม่กลัวไม่ฟังแล้ว ความพินาศฉิบหายก็ถึงตัวมันหมดสิ้นนั่นเอง มันจะไม่กลัวความพินาศฉิบหายอย่างไร มันก็คงกลัวรั้งรอลงหมดนั่นแหละ ว่ากระไรเจ้าพระยาพระคลัง เจ้าคุณหาบนกราบทูลว่า เห็นคงจะรั้งรอลง ถ้าพระยาเพชรบุรีลงไปถึงเมืองสายแล้ว ให้พระยาสายมีหนังสือไปว่ากล่าวก็เห็นความจะสงบลงได้ แลเมื่อเจ๊ะหมัดตะฝ่ามานั่นก็มาพบเรือปากปลา ซึ่งท้าวพระกรุณาให้หลวงพิทักษ์นทีลงไปนั้น ก็ไปถึงที่ท้ายเมืองกลันตัน เกือบจะถึงปากน้ำกลันตันอยู่แล้ว ทรงตรัสว่าซึ่งคิดจัดให้เติมเรือตามลงไปอีกนั้นดีนักหนา ถ้าให้มันลงไปอยู่กับหลวงสรเสนีได้สัก ๒ ลำ ๓ ลำแล้วดีทีเดียว ผู้คนกองทัพจะได้มากขึ้น มันจะได้กลัวเกรงลงบ้าง แล้วรับสั่งสั่งให้หลวงโกชาอิศหากออกไปซักถามเจ๊ะหมัดตะฝ่าว่าได้ยินพูดจาเลื่องลือกันที่เมืองกลันตันบ้างหรือไม่ ว่ากองทัพใหญ่ออกมาตั้งอยู่สงขลา มันกลัวจะจัดกองทัพให้ยกลงไปช่วยพระยากลันตัน มันสะดุ้งตกใจกลัวพูดจาอย่างไรบ้าง หลวงโกชาอิศหากออกไปถามแล้วกราบทูลว่า เจ๊ะหมัดตะฝ่าได้ยินพวกสีตวันกรมการพูดว่า ข้าหลวงกองทัพลงไปห้ามปรามก็ฟังสงบกันอยู่ หาได้สู้รบกันไม่ ทรงตรัสถามว่า ก็มันได้ยินข่าวเลื่องลือลงไปกลัวกองทัพกรุงฯ จะยกไปช่วยหรือไม่ หลวงโกชาอิศหากกราบทูลว่า ถามดูว่าไม่ได้ยินใครพูดจาหามิได้ ทรงตรัสว่ามันเร็วนัก อยู่ ๒ วันเท่านั้นจะรู้ที่ไหน แลการที่ว่ามันฟังห้ามปรามสงบกันลงได้นั้น ความก็เห็นจะกลัวเกรงนั่นเองจึงรั้งรอกันลงได้ ถ้ารั้งรอพอให้กองทัพพระยาเพชรบุรีกระแทกลงไปถึงเมืองสายเข้าแล้ว การก็เห็นจะว่ากล่าวสำเร็จได้โดยง่าย อย่างไรๆ ก็ขอให้รั้งรอพอได้ว่ากล่าวเสียให้สำเร็จหน่อยเถิด จะได้เบาอกเบาใจกองทัพใหญ่ลง จะได้ก้มหน้าคิดไปข้างการเมืองไทรอย่างเดียว ถ้าเป็น ๒ อย่าง ๓ อย่างอยู่อย่างนี้ จะคิดหนักอกหนักใจอยู่นักหนา ด้วยยังไม่เคยออกมา แล้วรับสั่งสั่งหลวงโกชาอิศหากว่า ดูไล่เลียงถามเอาความออกมาให้ทราบ ออกมาถึงแล้วก็บอกให้กองทัพใหญ่คิดจัดแจงเรือกองทัพที่โตๆ แลทัพบกเร่งยกลงไปโดยเร็ว การควรจะจัดแจงระงับว่ากล่าวประการใด ก็จะได้จัดแจงระงับเสียให้แล้ว การจะได้เบามือลง คิดทำแต่เมืองไทรทางเดียว แล้วเจ้าคุณหาบนกราบทูลว่า ถามดูที่ข่าวดอกไม้เงินทองนั้น ก็ว่าเห็นจัดแจงเครื่องราชบรรณาการลงบรรทุกเรือจะมาจากเมืองตรังกานูอยู่แล้ว แต่หาทราบว่าจะกำหนดวันมาเมื่อไรไม่ ทรงตรัสว่า อย่าเชื่อมัน มันว่าเปล่าๆ ทั้งนั้น จะมาอะไรจนมรสุมล่าไปถึงอย่างนี้แล้ว มันจะมาที่ไหน ถามเรือลูกค้าใครๆ ก็ว่าจะมาๆ อยู่เหมือนกันอย่างนั้นนั่นเอง เชื่อถืออะไรมันได้ ๚

๏ แลกระแสพระราชดำริซึ่งข้าพเจ้าจดหมายมานี้ ข้าพเจ้ารับพระราชทานจดหมายออกมาเป็นการเร็ว ได้คัดคำให้การเจ๊ะหมัดตะฝ่าส่งออกมาด้วยแล้ว ข้อความจะขาดผิดเพี้ยนควรมิควรประการใด ขอพระเดชพระคุณแล้วแต่จะโปรด จดหมายมา ณ วัน ๖ เดือน ๗ แรม ๑๐ ค่ำ ปีกุนเอกศก (จุลศักราช ๑๒๐๑ พ.ศ. ๒๓๘๒) ๚

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ