จดหมายหลวงอุดมสมบัติ ฉบับที่ ๑๐

๏ ข้าพเจ้าหลวงอุดมสมบัติ จดหมายมายังหลวงทิพอักษรเสมียนตรา ได้นำขึ้นกราบเรียนแต่ท้าวพระกรุณาเจ้าให้ทราบ ด้วยข้าพเจ้าได้จดหมายฝากออกมากับจมื่นอินทรเสนา ณ วันเดือน ๔ แรม ๑๔ ค่ำครั้ง ๑ รองศุภมาตราเพชรบุรี ณ วันเดือน ๕ ขึ้น ๘ ค่ำครั้ง ๑ ขุนฤทธิรณไกร ณ วันเดือน ๕ ขึ้น ๑๔ ค่ำครั้ง ๑ หมื่นจงสรสิทธิ ณ วันเดือน ๖ ขึ้น ๑๓ ค่ำครั้ง ๑ หมื่นนิกรญวน ณ วันเดือน ๖ แรม ๗ ค่ำครั้ง ๑ นายโตนายหมวดกองญวน ณ วันเดือน ๗ ขึ้น ๒ ค่ำครั้ง ๑ ขุนฤทธิรณไกร ณ วันเดือน ๗ ขึ้น ๙ ค่ำครั้ง ๑ ขุนสารวัดญวน ณ วันเดือน ๗ แรม ๕ ค่ำครั้ง ๑ เข้ากัน ๘ ครั้ง ความแจ้งอยู่ก่อนนั้นแล้ว ๚

๏ ครั้น ณ วันเดือน ๗ แรม ๖ ค่ำ เพลาเช้า ทรงตรัสว่า การเมืองกลันตันไม่พอที่จะให้วิวาทบาดทะเลาะกัน ให้ต้องยกกองทัพไปจัดแจงเลย เป็นเหตุให้เจ้าพระยานครฯ ปล่อยอ้ายพระยาบาโงยไปทีเดียว การจึงเป็นไปได้ เดียวนี้ก็เจ็บป่วยไปเสียแล้ว จะมาคิดการงานได้ที่ไหน การไม่พอที่จะหนักแรงกองทัพใหญ่ต้องคิดเป็น ๒ อย่าง ๓ อย่างเลย แล้วทรงตรัสถามหลวงโกชาอิศหากว่า จะได้ออกมาเมื่อไร หลวงโกชาอิศหากกราบทูลว่า จะกราบถวายบังคมลาออกมา ณ วันเดือน ๗ แรม ๙ ค่ำ ทรงตรัสว่าเออ ออกมาช่วยไปว่ากล่าวพูดจาให้แล้วเสียสักทีเถิด เป็นคนรู้เบาะแสภูมิลำเนาอยู่แล้ว ผู้คนแขกเหรื่อจะเป็นพวกใครอยู่ที่ไหนอย่างไรก็รู้อยู่เองสิ้น จะหาใครที่รู้ขึ้นไปกว่านี้ให้ออกมา ก็ไม่มีใครจะออกมาได้ ออกมาเถิด การควรจะไปว่ากล่าวได้อย่างไร จะได้ให้ลงไปว่ากล่าวเสียให้แล้ว แล้วพระยาเทพกราบทูลว่า จมื่นราชามาตย์ซึ่งออกไปชำระฝิ่นเมืองชุมพรนั้นบอกเข้าไปว่า ชำระฝิ่นได้เก่าใหม่เป็นฝิ่น ๑,๐๕๐ ก้อน ยังชำระต่อไปอยู่ ถ้าชำระได้ฝิ่นที่ลูกค้าใหญ่หมดแล้ว จึงจะกราบถวายบังคมลงมาชำระเมืองไชยา ทรงตรัสว่า ชำระที่เมืองชุมพรกว่าจะแล้ว ข่าวก็รู้ออกมาถึงไชยาเสียสิ้นแล้ว กว่าจะออกมาชำระที่เมืองไชยาก็พอมันซ่อนเสียหมดสิ้น ออกมาชำระอยู่ที่ชุมพรก็น้อยตัวนักหนา จะแยกย้ายให้ออกมาก็ไม่ได้ จึงรับสั่งสั่งเจ้าคุณหาบนว่า ให้จัดออกมาชำระที่นครฯ ที่ท่าทองอีกสัก ๒ นาย ชำระประจบหากันเข้าไปทีเดียว เอาจมื่นรักษ์พิมานกับนายเสน่ห์รักษาออกมาชำระเถิด ข้างนครก็ชำระประจบลงไปทางกองทัพใหญ่ให้ถึง มันจะซ่อนเหน็บอย่างไร ๆ ก็เฆี่ยนเอาฝิ่นมาเสียให้หมดจงได้ ๚

๏ ครั้น ณ วันเดือน ๗ แรม ๗ ค่ำ เพลาเช้า ทรงตรัสว่าเรือพวกที่ออกไปเมืองตรังกานูนั้นประหลาดนักหนา อย่างไรจึงเงียบหายไปเสียหมดทีเดียว ไม่มีใครเข้าไปถึงบ้างเลย จะได้ทรงทราบข่าวคราวดอกไม้เงินทองบ้าง ว่าจะจัดแจงเข้าไปได้เมื่อไรอย่างไรก็ไม่ทรงทราบ แล้วทรงตรัสถามพระยาโชฎึกว่า เรือที่ไปค้างอยู่เมืองตรังกานูนั้นยังไม่ได้ข่าวว่าจะจัดแจงเข้าไปบ้างเลยหรือ พระยาโชฎึกกราบทูลว่า ถามดูได้ความว่าจัดแจงจะเข้าไปอยู่เมื่อ ณ วันเดือน ๖ ขึ้น ๑๑ ค่ำนั้นลำ ๑ แต่หาทราบว่าจะเป็นเรือใครเข้าไปไม่ ทรงตรัสว่า เข้าไปจะได้รู้รั้วงานราชการบ้าง ทรงคอยฟังราชการอยู่ก็ไม่มีใครเข้าไปถึงบ้างเลย แล้วพระยาโชฎึกกราบทูลว่า เรือเมืองตรังกานูที่คุมดอกไม้เงินทองเข้าไปครั้งก่อน ยังค้างอยู่ที่กรุงฯ ลำ ๑ เกี่ยวข้องอยู่ด้วยลักเอาผู้หญิงออกมานั้น จะหาคนมารับตัวขอออกมาชำระเอาตัวผู้หญิงส่งเข้าไป ทรงตรัสว่า คอยฟังรั้วงานราชการดูก่อน อย่าเพ่อให้มันออกมา ถ้ามีใครเข้าไปรู้ราชการแล้วอย่างไรจึงให้ออกมา การข้างเมืองกลันตันก็เป็นขึ้นอย่างนี้ ราชการเมืองตรังกานูจะอย่างไรก็ยังไม่ทรงทราบ ๚

๏ ครั้น ณ วันเดือน ๗ แรม ๘ ค่ำ เพลาเช้า พระยาพิพัฒน์กราบทูลลาให้พระอนุรักษ์โยธา นายน้อยมหาดเล็ก คุมกำปั่นเทพโกสินทร์ บรรทุกสินค้าออกไปจำหน่าย ณ เมืองใหม่เมืองเกาะหมาก กับทูลลาให้หลวงโกชาอิศหากออกมากับขุนหมื่นล่าม ๔ คน รับสั่งสั่งพระอนุรักษ์โยธาว่า ออกไปซื้อขายให้ดีมีกำไร ให้ได้กลับเข้ามาโดยเร็ว ๆ เถิด ออกไปแล้วคิดสืบสาวราชการให้รู้บ้าง มันจัดแจงกองทัพไว้จะไปข้างไหนอย่างไร ก็ให้บอกเข้าไปให้ทรงทราบ แล้วรับสั่งสั่งหลวงโกชาอิศหากว่า ออกมาดีไปดีเถิด ออกมาถึงแล้ว การควรจะจัดแจงให้ลงไปพูดจาว่ากล่าวเล้าโลมอย่างไร ก็คิดว่ากล่าวเล้าโลมเอาเสียให้แล้วจงได้ ถ้าเห็นว่าจะว่ากล่าวเล้าโลมมันไม่ได้ด้วยปากแล้วก็เอาโดยมือ ยกกองทัพลงไปตีเอามันเสียให้ยับเยินทีเดียว การซึ่งจะจัดแจงกองทัพยกลงไปประการใด ก็แจ้งอยู่ในหนังสือซึ่งขุนสารวัดถือออกมาทุกประการแล้ว แล้วรับสั่งสั่งเจ้าคุณหาบนว่า การยังจะมีเกี่ยวข้องสั่งเสียออกมาอย่างไรบ้าง ก็ดูสั่งเสียออกมาเถิด เจ้าคุณหาบนกราบทูลว่า การที่จะคิดจัดแจงแบ่งกองทัพลงไปนั้น ก็แจ้งอยู่แต่ก่อนเสร็จสิ้นอยู่แล้ว คิดด้วยเกล้าฯ จะคัดเอาร่างหนังสือเก่าส่งให้ออกมาด้วยอีกฉบับ ๑ ทรงตรัสว่า ดีแล้ว เอาส่งให้ออกมาเถิด การจะคิดจัดแจงกองทัพกองค่ายลงไปอย่างไร ก็ว่ากล่าวออกมาเสร็จสิ้นอยู่แล้ว ยังความอะไรจะมีค้างเกินอยู่บ้าง ก็ดูจดหมายให้ออกมาอีกสักฉบับ ๑ ๚

๏ แลกระแสพระราชดำริซึ่งข้าพเจ้าจดหมายออกมานี้ ข้าพเจ้าจดหมายออกมาตามรับพระราชทานฟัง เข้ากันแต่ได้จดหมายออกมาเก่าใหม่เป็น ๙ ครั้ง จะได้ออกมาถึงนำขึ้นกราบเรียนครบทั้ง ๙ ครั้งหรือประการใดหาทราบไม่ ทราบแต่ครั้งให้ขุนฤทธิรณไกรออกมาแต่ครั้งก่อนนั้นครั้ง ๑ ข้อความจะขาดผิดเพี้ยนควรมิควรประการใด ขอพระเดชพระคุณสุดแล้วแต่จะโปรด จดหมายมา ณ วัน ๕ เดือน ๗ แรม ๗ ค่ำ ปีกุนเอกศก (จุลศักราช ๑๒๐๑ พ.ศ. ๒๓๘๒) ๚

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ