วาจา

๏ วาจาคือว่าคำซึ่งพูดพร่ำตามธรรมดา
เป็นอย่างของกลางมาปรากฏเพื่อรู้เนื้อความ ฯ
๏ ชั่วดีมีประเภทแล้วแต่เหตุตั้งเจตน์ตาม
มั่นหมายฝ่ายคุณงามหรือโทษทรามยามพูดไป ฯ
๏ วาจาชื่อว่าชั่วในที่ทั่วคือตัวร้าย
ควรเกลียดรังเกียจไกลและอย่าได้ใช้ไขขาน ฯ
๏ ยกไว้ในที่นี้ไม่กล่าวมีกี่ประการ
จักแก้แต่พจมานเป็นแก่นสารหลักฐานแถลง ฯ
๏ เรียกว่าวาจาชะนิดสุภาษิตไม่ผิดแปลง
แปรเป็นโทษเร้นแฝงสำแดงไว้ในบาลี ฯ
๏ คือพระพุทธพจน์พึงกำหนดโดยบทมี
วาจาห้าวิถีถ้อยพาทีที่ถูกฐาน ฯ
๏ ๑. พร้องต้องกาละคือรู้กะขณะกาล
ควรไขไม่ควรขานจุ่งวิจารณ์วารเวลา ฯ
๏ นึกใดขึ้นได้พล่อยด่วนโพล่งถ้อยอาจพลอยพา
พลาดผลฝ่ายตนคราผิดกาละกล่าวแสดง ฯ
๏ ๒. พร่ำพูดคำจริงไม่แอบอิงสิ่งเท็จแฝง
ฟังเฟือนเคลื่อนคลาดแคลงจงแจ้งไว้ในวจี ฯ
๏ ถึงจะประสงค์เผล็ดผลสำเร็จเสร็จสมมี
มาได้ก็ไม่ดีเนื่องพาทีนี้ผิดธรรม ฯ
๏ ๓. พร่ำคำอ่อนหวานศัพท์สำนารซาบซ่านนำ
ดูดดื่มปลื้มใจจำมิตรสัมพันธ์มั่นไมตรี ฯ
๏ แท้ถ้อยที่ถ่อยหยาบอสุภาพเราทราบดี
ด้วยใครคงไม่มีที่ถวิลอยากยินฟัง ฯ
๏ ๔. พร่ำกล่าวคำกอบประโยชน์รอบชอบเชิงหวัง
ไว้ถ้อยไป่ปล่อยดัง-มิรู้ยั้งชั่งคำควร ฯ
๏ เพ้อเพรื่อเพื่อเหลวใหลผลดีใดไม่มีมวล
คำมักจักแปรปรวนชวนเวลาพาเสียไป ฯ
๏ ๕. เผยเอ่ยออกมาด้วยเมตตาปรากฏไข
อคติมิเจือใจสะอาดได้ในวาจา ฯ
๏ รวมความตามแม่บทบ่งกำหนดพจน์กถา
ถูกทำควรนำมาสนทนาปรารภถึง ฯ
๏ วาจาสุภาษิตห้าชะนิดคิดคำนึง
ให้มีจงดีพึงหวังซึ่งผลดลบรรดาล ฯ
๏ เมื่อกล่าวถูกคราวอยู่ย่อมเป็นผู้รู้จักกาล
พูดจริงยิ่งขนานนามท่านนี้มีสัตย์ธรรม์ ฯ
๏ พูดเพราะเหมาะเพื่อทราบความสุภาพราบเรียบครัน
พูดไม่เหลวไหลอันผลเสียนั้นมั่นไม่มี ฯ
๏ พูดเหตุด้วยเมตตาสิ่งเจตนาออกมาดี
ทั้งห้าพจน์พาทีเทอดศรีสวัสดิ์วัฒนผล ๚

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ