ภาคผนวก ง.

เปรียบเทียบเนื้อความ เล่ม ๑ ปาจิตกุมารกลอนอ่าน กับ ปาจิตตกุมารชาดก

กลอนอ่าน ชาดก
เริ่มแต่ปัจจุบันวัตถุ พระพุทธองค์ทรงกล่าวถึงความยากลำบากเมื่อเสวยพระชาติเป็นปาจิตเที่ยวติดตามหานางอรพิม พระพุทธองค์ทรงกล่าวถึงพระรูปลักษณะอันงดงามยิ่งของพระนางพิมพาเมื่อบวชเป็นภิกษุณีแล้ว และแม้ในอดีตก็เช่นกัน
พระยาธรรมราชและพระนางสุวรรณเทวีครองราชสมบัติในนครทม มีโอรสชื่อปาจิตมีรูปโฉมงดงาม ตรงกัน เว้นแต่พระบิดาของพระปาจิตตกุมารมีนามว่ามหาธรรมราชา
การสร้างเมืองพาราณสี เทพบุตรเทพธิดาท้าพนันกันสร้างปรางค์ให้แล้วเสร็จในหนึ่งคืน ฝ่ายเทพธิดาทำอุบายชักโคมไฟขึ้นบนยอดปรางค์ ฝ่ายเทพบุตรเข้าใจว่าตนพ่ายแพ้จึงหนีกลับไป โดยละทิ้งงานของตนซึ่งสร้างไว้เพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น เทพธิดาผู้ได้รับชัยชนะได้จารึกชื่อเมืองและนามของกษัตริย์ที่จะมาครองเมืองนี้ในกาลต่อไป ไม่ปรากฏ
กล่าวถึงเทพบุตรองค์หนึ่งจุติลงมาปฏิสนธิในครรภ์ของหญิงชราเป็นผู้มีบุญ มีผู้สมัครเป็นพรรคพวกเป็นจำนวนมาก จึงคิดจะสร้างเมือง เทวดาชักนำให้ไปพบบริเวณที่ได้สร้างปรางค์ปราสาทมาก่อน มาณพผู้นี้ได้ตั้งตนเป็นกษัตริย์มีนามปรากฏ ตามจารึกว่า พรหมทัต ไม่ปรากฏ
ปาจิตไม่พึงพอใจสตรีที่พระบิดาได้นำมาให้เลือกสรร ขออำลาพระบิดาออกติดตามหาคู่ครองซึ่งโหรทำนายว่าอยู่ในครรภ์ของมารดาผู้ยากไร้ แต่ด้วยบุญบารมีนางจะมีกลดกั้นอยู่เบื้องบนศีรษะมารดา พระองค์ได้พบกับหญิงหม้ายซึ่งมีลักษณะดังกล่าว ได้ขอฝากตัวเพื่อรับใช้ จนกระทั่งนางเกิดบุตรีคนหนึ่งชื่อว่าอรพิม ตรงกัน
นางอรพิมเจริญวัยมาได้ ๑๕ ปี ปาจิตเดินทางกลับไปแจ้งเรื่องราวแก่พระบิดา เพื่อจะได้มาสู่ขอนาง พระองค์ได้ฝากฝังนางไว้กับมารดาที่ชื่อว่านางบัว เนื้อความดำเนินมาถึงเพียงนี้ การพลัดพรากระหว่างปาจิตตกุมารและนางอรพิมพ์เกิดขึ้นหลังจากที่พระองค์ได้นางเป็นชายาแล้ว และพระองค์กลับไปเยี่ยมเยียนพระบิดาพระมารดา

ปาจิตกุมารกลอนอ่านเล่ม ๒-๕ กับปาจิตตกุมารชาดก

กลอนอ่าน ชาดก
ปาจิตผู้ซึ่งยกกระบวนขันหมากมาสู่ขอนางอรพิมได้มาหยุดพำนักที่ตำบลลำชัย บังเกิดนิมิตร้ายโหรทำนายว่าจะเกิดการพลัดพราก พระยาสงครามชัยรับอาสาไปสืบความจนทราบว่า พระเจ้าพรหมทัตรับนางอรพิมไปเข้าพิธีเสกสมรสเมื่อ ๗ วันที่แล้ว ปาจิตเศร้าโศกอย่างแสนสาหัส ขว้างทองขันหมากลงในธารน้ำ (ธารน้ำนั้นจึงมีชื่อใหม่ว่าลำเมียก ซึ่งแปลว่าลำทอง) และฟาดฟันกำกงของเกวียนจนหักทลาย (บริเวณนั้นจึงมีชื่อว่าเมืองกงรถ) เหล่าประยูรญาติเฝ้าปลอบโยนให้พระองค์แสวงหาชายาใหม่ แต่ปาจิตไม่ยอมฟัง ออกติดตามนางตามลำพัง ปาจิตมาถึงบ้านไร่ได้ทราบเรื่องจากชาวบ้าน ชื่อตาสา จึงติดตามไปถึงเมืองของพระเจ้าพรหมทัต กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า เมื่อปาจิตตกุมารไม่พบนาง ได้สอบถามความจากมารดานางจนได้ความจริง และผู้ที่ให้รับตัวนางเข้าไปคือพรหมทัตกุมาร มิใช่พระเจ้าพรหมทัต
พระเจ้าพรหมทัตเข้าใจว่าปาจิตเป็นพี่ชายนาง ตรงกัน
นางอรพิมพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของนางด้วยการดื่มน้ำชำระพระแสง ไม่ปรากฏ
   
ปาจิตถือโอกาสขณะที่พระเจ้าพรหมทัตเมาสุราสิ้นสติฟันเศียรพระเจ้าพรหมทัตขาด นางอรพิมพ์เป็นผู้ฟัน
ทั้งสองหาทางออกจากวังไม่ได้ ร้อนถึงท้าวสักกะแปลงเป็นม้าลงมาช่วยเหลือ ตรงกัน
ขณะที่ทั้งสองมาหยุดพำนักอยู่ใต้ต้นไทร พรานป่าผ่านมาพบเข้า ใช้หน้าไม้ยิงปาจิตซึ่งนอนหลับอยู่สิ้นชีวิต และขู่เข็ญนำตัวนางไป นายพรานขี่ควายผ่านมาพบเข้าและลอบยิงปาจิตตกุมารซึ่งนั่งอยู่กับนาง ถึงสิ้นชีวิตแล้วพานางขึ้นหลังควายไป
นางคร่ำครวญขอฝากศพสวามี ไว้กับเทพารักษ์ ไม่ปรากฏ
นายพรานจับควายใช้เป็นพาหนะขี่ไปเพราะนางเดินไม่ไหว ไม่ปรากฏ
นางอรพิมใช้มีดแทงนายพรานขณะที่หลับอยู่ใต้ต้นไม้จนตาย นางอรพิมพ์รับอาสาถือดาบให้นายพราน เพราะนั่งอยู่ตอนท้าย และใช้ดาบนั้นแทงนายพรานตาย
ท้าวสักกะและมาตุลีเทพบุตรแปลงกายเป็นพังพอนและงูเห่าสู้กันต่อหน้านาง เมื่อฝ่ายหนึ่งสิ้นชีวิตอีกฝ่ายหนึ่งจะกัดเถาวัลย์มาพ่นรด จนฟื้นชีวิต นางอรพิมพ์กระทำตามอย่าง ปาจิตจึงกลับมีชีวิตขึ้นมา สลับกัน ท้าวสักกะแปลงเป็นงูเห่า ส่วนมาตุลีเป็นพังพอน ท้าวสักกะนำแท่งยาลงมาวางไว้
ทั้งสองมาถึงริมฝั่งน้ำ เณรผู้หนึ่งชื่อว่าทอง ใคร่จะได้นางเป็นภรรยา รับอาสานำข้ามฝั่งโดยรับปาจิตไปก่อนและย้อนกลับมารับนางแล้วพานางไปทางอื่น ระหว่างทางได้พูดโลมเล้านางมาตลอดแต่นางไม่ยินดีด้วย นางทำอุบายขอให้สามเณรเก็บผลมะเดื่อให้ขณะที่สามเณรอยู่บนต้นไม้ นางสะหนามไว้ใต้ต้นและพายเรือหนีไป สามเณรขาดใจตายเพราะเสียรู้ ไปบังเกิดเป็นแมลงหวี่ในผลมะเดื่อ มิได้กล่าวอย่างชัดเจนว่าเณรน้อยปรารถนาจะได้นางเป็นชายา เป็นแต่จะนำตัวนางไปเท่านั้น และการที่ไปบังเกิดเป็นแมลงหวี่ก็ไม่ปรากฏ
ทั้งสองพลัดพรากจากกัน นางอรพิมออกติดตามสวามีโดยอธิษฐานขอกลับเพศเป็นบุรุษ และฝากหน้าอกไว้ที่ต้นงิ้ว ฝากอวัยวะเพศไว้บนต้นสำโรง นางได้ใช้ชื่อว่าปาจิต ตรงกัน เว้นเสียแต่ตอนฝากอวัยวะที่ไม่มี
นางสั่งความถึงสวามีไว้กับนกแก้ว ไม่ปรากฏ
นางเดินทางมาถึงเมืองจัมปาก ได้แก้ไขนางอมรธิดาของพระเจ้ากรุงจัมปาก ซึ่งสิ้นชีวิตเพราะถูกงูกัด จนฟื้นขึ้นมาด้วยอำนาจยาวิเศษ พระเจ้ากรุงจัมปากยกราชสมบัติและธิดาให้แก่นาง แต่นางไม่ยอมรับขอออกบวช และได้เล่าเรียนหนังสือด้วยความอุตสาหะ จนได้รับสถาปนาเป็นสังฆราช นางให้สร้างศาลาทานไว้มุมเมือง และให้วาดภาพเรื่องราวแต่หนหลังไว้ที่ฝาผนัง พร้อมทั้งกำชับผู้เฝ้าให้คอยสังเกตกิริยาของผู้ชมภาพ ตรงกัน แต่บอกว่าธิดาพระเจ้ากรุงจัมปากซึ่งไม่ปรากฏชื่อสิ้นชีวิตด้วยโรคอันเกิดขึ้นในขณะนั้น
นางอมรธิดาของพระเจ้ากรุงจัมปากมีจิตใจผูกพันกับปาจิตแปลง มีสารมาตัดพ้อต่อว่า และขอให้สึก ไม่ปรากฏ
กล่าวฝ่ายปาจิตมาพำนักอยู่กับตายายที่บ้านไร่แห่งหนึ่ง เป็นเวลาประมาณปีเศษ ไม่ได้ข่าวนางจึงขออำลาเพื่อติดตามหานางต่อไป พฤกษเทวดาซึ่งแปลงเป็นนกแก้วได้ชี้ทางให้ ไม่ปรากฏ
ปาจิตร้องไห้คร่ำครวญเมื่อเห็นภาพจิตรกรรมฝาผนังที่โรงทาน ผู้เฝ้าศาลาจึงพาไปพบกับสังฆราช สังฆราชเมื่อแน่ใจว่าสวามียังซื่อสัตย์ต่อนาง รับอาสาจะทำให้ปาจิตได้พบกับนาง สังฆราชแนะนำให้ปาจิตตกุมารบวชเพื่อจะได้พบกับนาง ต่อมาสังฆราชเข้าไปอธิษฐานในโบสถขอกลับเพศดังเดิม และลาสิกขาเดินทางกลับสู่เมืองพรหมพันธุ์ ทั้งสองได้รับการอภิเษกให้ครองเมืองตอนท้ายเป็นการกลับชาติ
สังฆราชสึก และเดินทางไปพร้อมกับปาจิตจนถึงบริเวณต้นสำโรง นางขออวัยวะคืนและอธิษฐานกลับเพศเป็นสตรีดังเดิม นางพรรณนาความแต่หนหลังให้สวามีฟังอย่างละเอียดถี่ถ้วน ทั้งสองคิดขึ้นได้ว่าความทุกข์ยากในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากผลกรรมที่ได้กระทำไว้กับพระเจ้าพรหมทัต จึงชวนกันไปปลงศพพระเจ้าพรหมทัตที่เมืองพาราณสี เพื่อเป็นการอโหสิกรรม เมื่อเสร็จสิ้นพิธีแล้ว ทั้งสองกลับสู่นครพรหมท่ามกลางความชื่นชมของทุกคน ทั้งสองได้รับอภิเษกให้ครองเมือง ไม่ปรากฏ
สโมธาน สโมธาน
  1. ๑. คือปรางค์ในตำนานเมืองพิมาย

  2. ๒. คือปรางค์ตำนานวัดพนมวัน

  3. ๓. จบเล่มปาจิตตกุมารกลอนอ่านเล่ม ๑ (สำนวนที่ ๒ )

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ