ปาจิตกุมารกลอนอ่าน เล่ม ๕

(ต้นเล่มฉบับขาดหายตั้งแต่พระปาจิตกับนางอรพิมออกจากเมืองจัมปากมาเมืองพาราณสี) เนื้อเรื่องจับตั้งแต่ พระปาจิตสั่งให้จัดแจงแต่งเมรุเผาพระศพท้าวพรหมทัตจนจบเรื่อง

.............................. .. รายโมราชั้นสองรองกระจัง
ช่างประดับสรรพสรรที่ชั้นต้น เลิศล้นเขียนวาดกระดาษหนัง
เอานากแผ่ตัดใส่เป็นใบบัง ระยับยังแสงมุกดูสุกวาว
นายช่างสรรชั้นสามงามประเสริฐ วิไลเลิศทำพื้นด้วยสีขาว
แผ่ทองคำเป็นกระจังดูพรั่งพราว ที่ว่างเปล่ารายดอกจันทน์กระจกจีน
แล้วแก้รูปบัวกลับขึ้นรับโกศ ระบายโบดทาแต่งด้วยแป้งหิน
ขาวเป็นนวลอ่อนละเอียดเหมือนอาสน์อินทร์ ดอกโกมินปักแซมแนมกระจัง
แก้วกระจกแก้กระหนกประดับทับ แสงระยับรัศมีเหมือนสีสังข์
สีเขียวแดงจับกับแสงสุวรรณัง โร่วรังเรืองรองอร่ามตา
เจ้ากระทรวงพนักงานครั้นแล้วแต่ง เข้าทูลแจ้งแก่พระองค์ผู้นาถา
พระชื่นชมโสมนัสหัทยา ครั้นรุ่งเช้าได้เพลาเป็นวันชัย
ประโคมแซ่แตรสังข์กังสดาล อลหม่านชายหญิงวิ่งไสว
พระโองการสั่งสารเสนาใน ไปหามโกศเข้ามาใส่ในพระเมรุ
อำมาตย์จ่ารับบัญชาพระโฉมฉาย ทั้งไพร่นายพร้อมพรั่งระนังเถร
พร้อมพระญาติศานุวงศ์องค์นเรนทร์ มาที่ศพพรหมทัตกษัตรา
กำนัลนางต่างกำสรดกันแสงไห้ น้ำตาไหลราดทรวงอุรสา
บ้างสะอื้นมิได้ดังหลั่งน้ำตา พวกเสนาเคลื่อนโกศพระศพพลาง
หามมาใส่ในพระเมรุบนร้านม้า เสียงโกลาครื้นเครงโมงเมงหม่าง
ปี่พาทย์ฆ้องกลองลั่นนภาภางค์ ดุริยางค์แซ่เสียงสำเนียงครวญ
หมู่นักเลงเพลงเล่นเต้นปรบไก่ หมู่ผู้ชายเดินเรียงสำรวลสรวล
เป็นทำนองร้องเกริ่นแล้วเชิญชวน ทำกระบวนร่ำว่าเป็นท่าทาง
บ้างฉ่าชาว่าเชิญให้หญิงลุก นางศรีมุกเพลงเก่าไม่เขินหมาง
เคยสนามรำเต้นเจนสำอาง ฉลาดข้างแก้ไขไวปัญญา
หมู่ผู้ชายนายเส็งนั้นเพลงใหม่ แต่ว่องไวลิ้นลมนั้นนักหนา
ว่าเพลงสรรพรับกันขันปัญญา คนหัวฮาหญิงชายได้รางวัล
ยังโรงหนึ่งเพลงใหม่พึ่งได้หัด ฝีปากจัดหญิงชายไวขยัน
เล่นข้างเกี้ยวเมามัวกันพัวพัน ส่งให้กันผ้าแหวนแทนมัดจำ
ยังโรงหนึ่งครื้นเครงเล่นเพลงเรื่อง เมื่อขุนแผนแค้นเคืองนางงามขำ
ว่านางพิมแสนกลคนระยำ คุกคำรามด่าว่าด่ากันนุง
พวกละครชาตรีเสียงตีกรับ แล้วร้องรับตีกลองเสียงตุ้งตุ้ง
เล่นราวเรื้องเบื้องพระรถราชบำรุง ถือสารตราให้ไปหานางเมรี
ท้าวตรีเนตรรู้เหตุมาแปลงสาร ให้นางมารร่วมรักพระโฉมศรี
นางแจ้งสารก็สมานเป็นสามี รำชาตรีตีกรับรับกันไป
ยังพวกหนึ่งตั้งโรงอยู่ดูโอ่โถง ละครโรงพึ่งหัดกันขึ้นใหม่
นายโรงรำแขนกรอ่อนวิไล หน้าเป็นใยน้ำนวลน่ายวนยี
เล่นเรื่องปางครั้งเจ้าสุวรรณหงส์ เมื่อเธอหลงเสียรู้มเหสี
ต้องหอกยนต์ล้มผึงถึงชีวี ปี่พาทย์ตีเพลงโอดสลดใจ
ยังโรงหุ่นชุลมุนสายยนต์ชัก ชะง่อนงักโงกงันทำหน้าหงาย
คนชักยนต์บ่นถือแทบมือตาย เมื่อยหัวไหล่แกว่งหัวทุกตัวคน
ยังโรงหนึ่งอึงวุ่นเล่นหุ่นมอญ ทำหัวคลอนหนวดดกทั้งอกขน
หิ้วตะกร้าถือพร้าหาบคะนน สิ้นทุกคนเห็นหัวเราะว่าเหมาะครัน
พวกโรงโขนตีโทนกระทุ้งเส้า เสียงเกรียวกราวเอิกเกริกแล้วโห่ลั่น
เล่นเรื่องรามทำศึกกับทศกัณฐ์ ต่างประจันชุลมุนรุนณรงค์
พวกเขมรเล่นร้องเพลงซ้อแซ่ รำออกแต้ร้องเจียงจนเสียงหลง
ส่งภาษาชมสะล้าเนียงกะโปง ลั่นฆ้องโหม่งตีโทนเสียงโตะทึง
พวกมอญรำร้องว่าภาษามอญ ว่าปิปอนเจียะเข้าปุลแล้วยืนขึง
ผู้ชายว่าอาพะนายใจคะนึง พวกไทยฟังพูดกันอึงหัวเราะฮา
ภาษาจีนหมายเกณฑ์ให้เล่นงิ้ว ยืนชูนิ้วใส่เสื้อจนปกขา
ตีโปงแช่จีนแกร้องเจรจา นายโรงรำทำท่าถือเกาทัณฑ์
แล้วร้องว่าเก้าซาจี้จับลัก พวกไทยฟังเสียงคักคักหัวเราะหยัน
ยังโรงหนึ่งโขนเขมรเล่นประชัน เมื่อพระรามพาสีดามากลางไพร
ทศแกลงแปลงเพศท้าวยักษา เป็นพญากวางทองอันผ่องใส
สีดานางเห็นกวางเหลืออาลัย จึงวอนไหว้ให้พระรามไปตามกวาง
จักรพรรดิสุดจะขัดมเหสี ขี่พาชีตามกวางเข้าดงขว้าง
กวางก็หายกลายเป็นยักษ์มาลักนาง พาเอานางไปไว้สวนอุทยาน
พระจักรีเสียทีต้องทำศึก อึกกะทึกฮึกเหี้ยมกำแหงหาญ
ประหารโคตรอสุรวายทำลายปราณ ได้สีดาคืนมาผ่านอยุธยา
พวกดนตรีตีประโคมปี่พาทย์ฆ้อง คนเจรจาว่าร้องตามภาษา
ว่าเนียกเอยซีมะลูตูอินา คนดูทั่วหัวออกฮาว่าขันจริง
พวกลาวหลามแห่หามบั้งไฟเซิ้ง ระรื่นเริงคลุกคลีเหมือนผีสิง
บ้างถือปืนด้อมมองจะจ้องยิง บ้างโผนวิ่งทำเหมือนเสือแลเนื้อกวาง
ที่คนบ้างทำเป็นกวางก้มกินหญ้า คนถือปืนยืนตั้งท่าแล้วยิงผาง
ว่ายิงถูกลูกชะมุยเข้าแทงกวาง ทำท่าทางเอวขยับเหมือนชักยนต์
บังคับหมู่พรั่งพรูเดินเขยิง ร้องกาบเชิงใส่สาวทำเสือกสน
บ้างร้องโอโอละเพื่อนบ่มักตน ที่บางคนร้องเซิ้งว่าหมู่เฮา
บางคนเซิ้งเจยละน้อร้องขอทาน แม่เฒ่ากวานให้บ่ขอลูกสาว
บ้างผูกรอกเข้าที่เอวทำเก๊วก๊าว เดินเขย่าทำขยับยักบั้นเอว
พวกไทยหลามตามฟังพวกลาวเซิ้ง ระเบิดเบิ่งเบียดเสียดกันแหลกเหลว
บ้างรุกเพื่อนเตือนกันให้เดินเร็ว อยากดูเอวลาวเซิ้งเบิ่งบั้งไฟ
มีหุ่นมอญหุ่นเขมรเล่นประชัน ต่างต่างกันต่างภาษามาสืบสาย
คนเจรจาว่าภาษาเกลิงนุนาย คนระบายยกหุ่นขึ้นชักยนต์
หุ่นตลกอกขนถือพร้าง้อม สันหลังค้อมปากอ้าตาถลน
ชะง่อนงักเชิดชักอลวน สิ้นทุกคนเห็นหัวร่อแทบงอตาย
หุ่นเขมรเล่นตามส่งภาษา ตุอินาตูพองบองสะวาย
ดูรูปหุ่นทูนปูนเดียดกระทาย คนระบายยึกยักด้วยชักยนต์
ทั้งหนุ่มสาวเฒ่าแก่เห็นหัวร่อ จนเหงียดงอเห็นเหงือกเถลือกถลน
บ้างพูดกันว่ามันขันเหลือพิกล สองภาษาพากันบ่นว่าขันจริง
พึ่งมีใหม่หุ่นทวายอีกหุ่นจีน เห็นแต่ตีนใส่เสื้อทำสุงสิง
ผมเปียปอยห้อยหลังเหมือนหางลิง ขึ้นเก้าอี้นั่งอิงแล้วเจรจา
ทำตัวเอียงเถียงกันกับจีนกง ว่าซินไชยซีล้งลักจับซา
อิดจับลักซีลักบ่อหอลา พวกไทยฮาหัวอึงคะนึงไป
หุ่นทวายใส่เสื้อแล้วขี่หมู พวกไทยดูเรื่องราวหารู้ไม่
เสียงตีกลองตุมตุมดังรุมไป เถิงเล่นได้ไม่มีใครไปแลดู
ที่พวกบ้างตั้งโรงเล่นระบำ ตีปี่พาทย์ให้แต่รำจนหนวกหู
ไม่ได้เรื่องเปลืองความคิดไปยืนดู ที่เรื่องราวมิได้รู้แต่รำไป
ที่พวกบ้างเล่นนางเทพทอง ทำด้อมมองยิ้มแย้มอยู่แจ่มใส
ถือพัดบังกั้งหน้าตาละไม หญิงแลชายแต่ผู้เดียวร้องเกี้ยวกัน
มีหมู่มอญกับเขมรเล่นโมงครุ่ม แต่หนุ่มหนุ่มรูปร่างดูคมสัน
ทำกรีดกรายถือไม้คนละอัน ตีกลองตุมฆ้องลั่นเสียงครุ่มไป
ยังพวกเหล่าจ้าวเขมรเล่นระเบ็ง เดงมะเดงตูพองบองไถล
ออกยืนเรียงเคียงกันเป็นหลั่นไป ถือหน้าไม้ยืนเล็งมยุรา
จึงสามุตพูดกันให้เป็นนก คนจะยิงมองฟกเที่ยวด้อมหา
ครั้นว่าพบร้องตลบอิลัดทา คนดูฮาหัวอึงคะนึงไป
เป็นตำรามีมาสำหรับกษัตริย์ จักรพรรดิเยื้องย่างไว้สืบสาย
ยูงรำแพนขึ้นไปแอ่นไม่กลัวตาย เหนือปลายไม้สามต่อแล้วเล่นตัว
ที่พวกดูร้องว่ากูน่าเสียวขน พากันบ่นตกลงแล้วแตกหัว
ลางคนว่าเถิงไม่กล้าสักแสนกลัว ด้วยจวนตัวการจ้าวต้องจนใจ
ยังพวกหนึ่งขึงนั่งขึ้นไต่ลวด ดูยิ่งยวดสูงสุดพ้นวิสัย
ทั้งลอดบ่วงหน่วงเหนี่ยวตัวขึ้นไป ยกมือไว้จับหางมยุรา
ขยับกายไต่ได้ถึงสามครั้ง ไม่พลาดพลั้งเรี่ยวแรงแข็งหนักหนา
คนแลดูหมายขวัญพรั่นระอา ช่างใจกล้าตกผึงถึงชีวัน
ยังพวกเล่นหกคะเมนบนปลายไม้ น่าเสียวไส้ขนพองสยองขวัญ
แล้วโยกโยนโอนเอนอยู่โงกงัน เอาตีนชันชูฟ้าเป็นน่ากลัว
บ้างรำง่าทำท่ากระบองโล่ อาวุธโถถือมั่นคอยกันหัว
ต่างระมัดสองข้างระวังตัว พวกตีกลองเย้ายั่วตึงเตียงตึง
ทั้งสองข้างตั้งท่าออกรำรับ เสียงดาบขวับฟันผิดถูกดินผึง
กระบองตีโล่กันสนั่นกึง คนดูอึงขนพองเสียงร้องฮุย
ตีไม่ได้โล่ไล่ขยับฟาด เสียงดาบฉาดรับฉับทะลวงฉุย
กระบองเปรี้ยงโล่เดี่ยงดินกระจุย ผ้านุ่งลุ่ยล่อนตัวคนหัวฮา
พระตรัสสั่งให้ฝรั่งรำกระบี่ ล้วนตัวดีว่องไวใจหนักหนา
ดูแต่งตัวโพกหัวดำละกา ออกตั้งท่าไหว้ครูจะสู้กัน
ต่างขยับยืนทแยงแกว่งกระบี่ ล้วนเหล็กดีมีคมทั้งสองสัน
ทั้งสองตีท่วงทีรู้เท่าทัน จะฟาดฟันกันไม่ได้แต่กรายรำ
ข้างหนึ่งยักชักทางให้พลั้งท่า ข้างหนึ่งง่าฟันวิดระหวิมระหวาม
พอฟันวิดข้างหนึ่งติดเข้าฟันตาม คอยหลบงามฟันวิดแต่ผิดไป
ไม่เพลียกพล้ำรำเพลงเข้าต่อสู้ ด้วยมีครูศึกษาที่แก้ไข
จะตีฟันกันไม่ทันต่างคนไว ต้องจนใจคนดูด้วยรู้เพลง
ยังพวกหนึ่งนอนหงายบนปลายหอก แลบลิ้นหลอกพวกมีตีโม่งเหม่ง
แล้วฟ้อนรำทำชื่นอยู่ครื้นเครง อวดว่าเองอยู่คงทะนงใจ
ยังพวกเล่นหกคะเมนบนคมดาบ อันขาวปลาบคมวาวเป็นเงาใส
ช่างคงอยู่คนดูออกแน่นไป แล้วยืนเล่นเต้นไต่อยู่ไปมา
บ้างยกร้านขึ้นให้สูงแล้วพุ่งหอก ช่างรับได้หลบหลอกไวหนักหนา
แล้วพุ่งไปรับได้แล้วพุ่งมา หัวเราะร่ารำล่อทำหลอกกัน
บ้างเล่นโลนโยนดาบให้กันรับ พอโยนปรับรับได้ไวขยัน
เป็นคมปลาบดาบเลื่อมทาละมัน ช่างรับทันคนดูออกปรูไป
ครั้นเบี่ยงบ่ายชายแสงพระสุริย์ฉาน ภูมิบาลสั่งสารดำรัสไข
ให้เปรียบมวยขึงนั่งสนามใน ลั่นฆ้องใหญ่เรียกหาบรรดามวย
เข้ามาเทียบเปรียบได้ไทยกับแขก เป็นคู่แรกรูปร่างนั้นสะสวย
ให้ซ้อมมือแคล่วคล่องทั้งสองรวย สิบเอ็ดคู่เปรียบได้มวยตามบัญชา
ครั้นเปรียบแล้วล้นฆ้องเรียกคู่แรก ไทยกับแขกแต่งแล้วไวหนักหนา
เข้าสนามกราบงามลงสามลา บังคมบาทราชาผู้จอมไกร
ลุกขึ้นยกหมัดเชิดเปิดให้ชก ข้างหนึ่งยกเท้าย่างเป็นก้าวใกล้
ปะเตะปับมือปัดก็พลาดไป ไอ้ไทยไวชกถูกเข้าลูกคาง
ไอ้แขกตามหมัดต้องเข้าปากแตก ไทยปะเตะแขกแบกเอาล้มผาง
ไทยไม่หนีรุกรี่ขึ้นไววาง ทำท่าทางกุมหมัดตั้งจังมัง
ไอ้แขกลองจ้องคว้าจมูกเหมาะ ไอ้ไทยถองศอกเคาะเอาหัวกั้ง
หมัดกะตักตีนเตะเข้าตึงตัง พวกคนดูร้องขึ้นดังเสียงว่าเออ
เถิงคู่สองลั่นฆ้องร้องเรียกหา ไม่นิ่งช้าลุกขึ้นยืนเผยอ
เข้าสนามกราบบังคมพระองค์เธอ ยกหมัดครูดูชะเง้อเป็นท่าทาง
ข้างหนึ่งลงทำหลอกแล้วกลอกหน้า ขยับขวาตีนเตะตะโพกผาง
พอตีนตกชกโปกเข้าลูกคาง ไพร่ขุนนางหัวฮาว่าน่าดู
คู่สองนั่งพลางเตือนเรียกคู่สาม โกงเกงหลามใส่มงคลจนท่วมหู
เข้าสนามกราบงามคำรพครู ช่างสมคู่โตอ้วนล้วนกำลัง
ลุกยืนย่างย่ำเท้าก้าวสามขุม ต่างคนคุมยึกยักอยู่หยึงหยัง
ที่คนดูว่ามวยคู่นี้น่าชัง ทำรุงรังกีดลูกตาไม่น่าดู
ข้างหนึ่งลงลองหลอกทำกลอกหน้า พอได้ท่าตีเท้าเถิงเพียงหู
ข้างหนึ่งตัดหมัดกะตักถูกตาลู่ ลงสุดสู้ตาไม่เบิกต้องเลิกกัน
เรียกคู่สี่ตีฆ้องทั้งสองลุก เหมือนคนคุกอกขนเป็นน่าขัน
พอออกมาคนฮาในทันควัน ที่คู่กันแข้งโกกสันหลังโกง
นุ่งโกงเกงลายวิลาดแล้วคาดเครื่อง เดินย่างเยื้องเต้นโขยดกระโดดโหยง
จดหมัดครูสู้กันหันเป็นวง ทำหลอกลงล่อลวงเอาท่วงที
พอได้ท่าหมัดปาเข้าปากปับ เสียงกุบกับแก้กันไม่พรั่นหนี
เล่นกันนุงฝุ่นฟุ้งเป็นผงคลี ต่างคนดิเสียทั้งคู่อยู่เหมือนกัน
ข้างหนึ่งเตะข้างหนึ่งตัดข้างหนึ่งต่อย ข้างหนึ่งถอยข้างหนึ่งถีบเอาเซหัน
ทั้งหมัดคาวเท้าทอยกันพัลวัน คนดูทั่วหัวลั่นทั้งเจ้านาย
ทั้งสองหอบกอบน้ำพรมเกศา เถิงคูหาไม่พักเรียกเคยชกหลาย
ลุกเข้าวงอภิวาทจอมนารายณ์ ขยับกายยืนขึ้นจดหมัดครู
มวยคู่นี้ท่วงทีเป็นมวยเก่า ไม่หนักเบาชกกันพอเฉียดถู
เปลี่ยนกันชกกูชกมึงชกกู ด้วยว่ารู้มวยเก่าเอารางวัล
เถิงคู่หกชกมาหลายสนาม ไม่เข็ดขามลุกขึ้นขมีขมัน
ชูหมัดมาตั้งท่าชิดประชัน ไม่รั้งกันป่ายตีนแล้วชกตาม
ข้างหนึ่งตัดตีนปะเตะสีปากแตก เล่นกันแลกชุลมุนกลางสนาม
เปลี่ยนกันชกคนละฉาดขนาดงาม พระนงรามชอบพระทัยให้รางวัล
เถิงคู่เจ็ดคนเจนสีมือจัด เสียงฆ้องนัดลุกขึ้นดูขบขัน
มงคลใหญ่ใส่เครื่องเขี้ยวหมูตัน ตาเป็นมันดำเมี่ยงเหมือนหมึกมัว
เข้าตั้งท่าโดดโผนโจนเข้าถอน ข้างหนึ่งว่องหลบวิดก็ผิดหัว
ขยับเข่าตีเท้าถูกกลางตัว ต่างไม่กลัวกลับหน้าเข้าหากัน
ขยับหลอกกลอกหน้าตีเท้ากลับ ข้างหนึ่งคว้ามือจับเอาตีนหัน
ขยับตัดดิ้นสลัดหลุดเสียทัน ต่างประจันจดหมัดเข้าจังมัง
หมัดกะตักตีนเตะข้างหนึ่งตัด ข้างหนึ่งต้องเอาสนัดที่กลางหลัง
ขยับชกถูกโปกเข้าปากปัง ที่คนดูว่าเสียงดังสนัดใจ
จึงตีฆ้องร้องเรียกทีคู่แปด กำลังแดดเหื่อโทรมชะโลมไหล
มวยคู่นี้มวยเก่าลาวกับไทย ลุกขึ้นได้เดินเซื่องใส่เครื่องราง
นั่งบังคมก้มกราบพระนาถา ลุกตั้งท่ากดหมัดปะเตะผาง
ข้างหนึ่งลักชักท่าทำขากาง ขย่มย่างยกเท้าให้ก้าวตาม
ข้างไทยหลอกลวงลาวตีเท้าหุน ข้างลาวหมุนแบกทิ้งกลางสนาม
ดินติดหัวทั่วตัวอุตลุดลาม ฝูงคนทั่วร้องว่างามหัวเราะฮา
ตีฆ้องป๊องร้องว่าลุกเจ้าคู่เก้า มวยเขมรพวกข้าเฝ้าพระนาถา
ชกกับญวนข้าการบ้านรังกา ลุกขึ้นมาเดินตรงเข้าวงใน
อภิวาทฝ่าพระบาทแล้วตั้งท่า เขมรคว้าชกงับเข้าหน้าหงาย
ญวนขยับคว้าขวับขาตะไกร คนชอบใจร้องว่าเออเสมอกัน
เถิงคู่สิบรูปนั้นสวยเป็นมวยใหม่ แต่คนในมหาดเล็กพระจอมขวัญ
เข้าบังคมคารวะอภิวันท์ เป็นมวยขันกันแต่แรกแต่เดิมมา
ลุกขึ้นยืนจดหมัดสลัดเท้า ต่างคนเข้าคุมคอยระวังขา
ทั้งสองข้างตั้งต่อกันรอรา พอได้ท่าตีขาเถิงท้ายทอย
ข้างหนึ่งปัดมือป้องเอาศอกปิด ผิดเสียนิดทุกสนัดคงล้มผ็อย
ไม่พรั่นพรึงหันขึงเข้าคุมคอย ท่าลวงหลงหน้าลอยให้ต่อยตาม
ปะเตะผางขว้างหมัดจมูกเหมาะ ข้างหนึ่งเดาะเข้าด้วยศอกลงสองสาม
เสียงคนฮาพูดกันว่าคู่นี้งาม นายสนามตีฆ้องแล้วร้องไป
คู่สิบเบ็ดแต่งเสร็จก็ลุกขึ้น เป็นขุนหมื่นอยู่ในหมวดหลวงสมัย
ไม่รอรั้งเข้าไปยังสนามใน บังคมไหว้นอบนบคำรพครู
จึงตั้งท่าคว้างับเข้าฉับเฉาะ หมัดมั่นเหมาะชกฉาดเข้ารูหู
เสียงคนฮาบ้างถลาชะเง้อดู ทั้งสองสู้เตะต่อยกันตังตึง
หมัดกะตักตีนเตะเอามือตัด ทุกสนัดเท้าผางตะโพกผึง
เสียงอุบอุกทุกข์เหมือนกันทั้งกูมึง เป็นก้ำกึ่งคู่สิบเบ็ดสำเร็จมวย
พระภูบาลทรงประทานรางวัลให้ ทุกคนได้เหนื่อยหอบบอบลำหวย
เที่ยวซื้อกินแจกกันสำราญรวย ครั้นเลิกมวยแล้วก็หว่านซึ่งทานเงิน
ทั้งหญิงชายชาวประชาพากันรับ ได้สินทรัพย์พากันสรรเสริญ
พอสิ้นแสงสุริยับลงลับเนิน เสียงแตรสังข์ฟังเพลินวังเวงใจ
ฝ่ายโขลนจ่านางสนมท้าวพรหมทัต โทมนัสโหยหวนละห้อยไห้
พระญาติวงศ์พงศ์พันธุ์กำนัลใน ละลานใจโศกศัลย์เมื่อวันจวน
จึงพากันมาที่ศพท้าวพรหมทัต เป็นขนัดนั่งเรียงนางสงวน
แล้วร้องไห้ส่งเสียงสำเนียงครวญ เป็นคำควรน่าสังเวชวังเวงใจ
พระญาติวงศ์ว่าร่มโพธิ์โอ้เคยพึ่ง คิดคะนึงอสุชลต่างล้นไหล
จะแลลับนับไปแล้วพระดวงใจ ไม่คิดหมายว่าพระองค์จะคงคืน
พวกห้ามแหนว่าน่าแค้นหัวใจนัก กำลังรักร่วมอุราได้ฝ่าฝืน
เมียนี้ตั้งฝากชีวังไปยืดยืน โอ้ยามชื่นเมียจะชมผู้ใดใคร
บ้างก็ร้องว่าพระทองพระพรหมทัต พระทรงตัดช่องแต่ตัวผู้เดียวได้
จะส่งเสียเมียสักหน่อยไม่น้อยใจ ตัดอาลัยไปวั่งวั่งไม่สั่งเลย
เสียงร้องโซร้องว่าโอพระโพธิ์แก้ว จะลับแล้วโอ้พระทูนกระหม่อมเอ๋ย
จะเย็นวังไหนจะนั่งสบายเสบย เป็นกรรมเคยเนื้อว่ากรรมมาตามทัน
บ้างร้องว่าพระมหาที่แสนรัก มาหนีจากสูญชีพไปสู่สวรรค์
แต่นี้ไปสักเมื่อไรจะพบกัน แท่นสุวรรณพระที่นั่งจะร้างโรย
บ้างข้อนทรวงว่าพระดวงประทีปดับ พระไปลับทิ้งสนมให้ตรมโหย
ฝูงตูข้าโศกถวิลแต่กินโกย จะดิ้นโดยแสนเสียดายพระใจดี
บ้างร้องว่าพระเจ้าเฝ้าทูนกระหม่อม พระโอบอ้อมให้ได้แสนที่สุขี
เคยเชิญพานพระภูษาวาลชนี เคยพัดวีให้สำราญเมื่อบรรทม
บ้างร้องว่าโอ้เสียดายพระใจกว้าง ทั้งเรือนวังก็จะร้างนางสนม
จะเสียศรีเศร้าหมองเหมือนต้องลม พระปรางค์ทองห้องบรรทมจะร้างรา
บ้างร่ำไรว่าพระไปเสียวั่งวั่ง เมียทั้งหลายอยู่ข้างหลังเป็นกำพร้า
พระเด็ดได้ไปผู้เดียวแต่เอกา โอ้แต่นี้จะบากหน้าไปพึ่งใคร
ต่างตีอกชกองค์ทรงกันแสง พระเสียงแห้งแหบหอบหิวระหาย
จนจะแจ้งจันทร์แจ่มแอร่มพราย นางทั้งหลายกลับคืนออกมาพลัน
ประสานเสียงอึงสำเนียงด้วยแตรสังข์ ระดมดังอติเรกวิเวกหวน
จุดดอกไม้พลุตะไลอึงเป็นควัน ดังสนั่นเสียงประทัดตะไลทา
บ้างก็อึงขึงจอจะเล่นหนัง ระดมดังด้วยพิณพาทย์ทั้งซ้ายขวา
ร้องไชโยโห่สนั่นขึ้นสามลา คนเจรจารู้เรื่องแล้วร้องไป
ที่คนบ้างยกหนังขึ้นชูเชิด พยักเพยิดเต้นรำตามนิสัย
จวนแจ่มแจ้งไขแสงอโณทัย ประมาณได้เจ็ดวันทิวาวาร
บังสุกุลพูนเพิ่มแผ่กุศล สวดมงคลททิดธิกรรมฐาน
ตั้งจำนงปลงในพระไกรญาณ สำเร็จการที่ในกิจมาติกา
๏ ปางจ้าวจอมพระปาจิตอิศยม ผู้ครองกรุงนครพรหมพระนาถา
พระตรัสสั่งเสวกังอำมัตจา ให้เคลื่อนคลาร้านม้าจากพระเมรุ
เชิญพระโกศเข้ามาวางกลางตะกอน พร้อมสลอนจัตุสดมภ์ดูโหมเถร
ทั้งแขกเมืองท้าวพญาประชาเกณฑ์ องค์นเรนทร์ทูนกระหม่อมจอมพระไพร
จับอัคคีด้วยยินดีพระหัตถ์ถือ ประสานมืออธิษฐานจึงขานไข
สำรวมทรวงน้าวหน่วงมโนใน ว่าท้าวไทพรหมทัตกษัตรา
เรากะท่านพันผูกได้ทำผิด ด้วยกายจิตและมโนอย่าโทษา
อโหสิกรรมเสียแก่กันอย่าฉันทา เวรเวราอย่าให้มีแต่นี้ไป
ท่านอาสัญกายท่านเราจะเผา ที่กรรมเก่าจงกำจัดปัดไถม
พร้อมทั้งนางอรพิมขออภัย ธิษฐานแล้วพระเอาไฟเข้าจุดพลัน
ฝ่ายว่านางอรพิมแม่งามขำ ก็จุดตามทูนกระหม่อมพระจอมขวัญ
ท้าวพญาข้าเฝ้าในสามัญ ก็พร้อมกันฝูงนราประชาชน
พากันใส่ไฟศพท้าวพรหมทัต เสียงพิณพาทย์ครื้นเครงโกลาหล
พระเพลิงการผลาญอาสภไม่ทานทน ดูปี้ป่นซากมูลเป็นจุณไป
ได้สามวันถ้วนคำรบจึงกลบธาตุ แล้วกวาดขนดินทรายมาเหลือหลาย
จึงก่อกองตามทำนองเจดีย์ทราย ตัดธงชัยปลูกทำเป็นบูชา
๏ สมเด็จจอมทูนกระหม่อมปาจิตจ้าว พระองค์เผาศพแล้วให้หรรษา
อยู่จำเริญเนิ่นนานนิรันดรมา กับอรพิมผ่องโสภาในปรางค์ชัย
โพธิสัตว์ตรัสสั่งหมู่อำมาตย์ ให้แจงจัดบ้านเมืองให้เรืองใส
ครบทุกแห่งตามตำแหน่งทั้งนอกใน ทั้งเขตค่ายป้อมประตูคูวารี
แล้วชักนำให้กระทำการกุศล จำเริญผลแผ่เผื่อเมื่อเป็นผี
ชาวประชาทุกพาราก็เปรมปรีดิ์ บังเกิดมีด้วยอาหารสำราญรมย์
ผู้ร้ายโจรคนพาลเงียบระงับ ด้วยสินทรัพย์นั้นมีมั่งอุดมถม
บังเกิดผลนาไร่ได้อุดม ชนประชาพากันชมโพธิญาณ
อยู่วันหนึ่งพระรำพึงไม่เป็นสุข ให้คิดขุกเหมือนหนึ่งเพลิงตะเกิงผลาญ
ด้วยจากเมืองจากพารามาก็นาน คิดรำคาญด้วยบิดาชรากาย
ปานฉะนี้พระพันปีจะบ่นหา พระบิดาก็จะคอยไม่เห็นหาย
มาอยู่เย็นเป็นสุขสนุกสบาย ไพล่แต่กายเอามารอดแต่ตัวเอง
ที่พ่อแม่ท่านกำเนิดเกิดชีวิต นั้นไม่คิดเสียวพุงสะดุ้งเหยง
ทำอย่างนี้ผิดด้วยอย่างแต่ปางเพรง ใจนักเลงทุกข์มาแล้วว่าโลเล
พระพอใจได้แล้วสบายชื่น สำราญรื่นชื่นอารมณ์ไม่หวนเห
เสด็จออกพระที่นั่งบัลลังเก พระสุริเยผันผายได้เพลา
หมู่อำมาตย์จตุสดมภ์ที่เคยเฝ้า พากันเข้าเฝ้าองค์พระนาถา
โฉมพระไพรจึงปราสัยว่าเสนา ท้าวพญาท่านทั้งหลายด้วยใจงาม
นี่แน่เจ้าเรามาอยู่ก็เนิ่นช้า หลายเดือนตราราบเลี่ยนไม่เสี้ยนหนาม
นครพรหมพระสีพีบุรีราม จะเกิดความอันตรายฤๅไพบูลย์
อนึ่งท่านบิตุรันมาตุเรศ บังเกิดเกศนั้นก็แก่เกลือกดับสูญ
อยู่ข้างหลังยังแต่วงศ์พงศ์ประยูร เราคิดหนักด้วยพระคุณท่านเลี้ยงมา
ที่จอมจวนทรงประชวรชราโรค คิดสังโวกเราสังเวชพระนาถา
เสียแรงท่านอุ้มท้องประคองมา พอได้ท่าปรนนิบัติสนัดใจ
เราจะกลับคืนไปก่อนนครโน้น ท่านสามนต์หมู่อำมาตย์จงแจ่มใส
รักษาเมืองให้จงดีอย่ามีภัย รักษาไพร่ให้เกษมเปรมประชา
พระปาจิตสุริยวงศ์พงศ์กษัตริย์ จึงเอื้อนอรรถจัดแจงให้รักษา
ที่เชื้อแถวพรหมทัตกษัตรา มอบให้ว่ากิจการในบ้านเมือง
สุขทุกข์ของอาณาประชาราษฎร์ ให้เด็ดขาดแจ่มแจ้งอย่าแฝงเฝือง
แต่งผู้ช่วยตั้งผู้ว่ารักษาเมือง ตามอย่างเยื่องแต่โบราณท่านสืบมา
ฝ่ายเสนาเจ้าพระยาทั้งน้อยใหญ่ รับโองการทูลขยายใส่เกศา
ปาจิตจ้าวเสร็จเข้าที่ไสยา พวกเสนากลับออกมาศาลากลาง
แล้วปรึกษาท้าวพญาทุกหมวดหมู่ แบ่งกันไปให้กันอยู่ไม่ขัดขวาง
ตามเสด็จไปเป็นเพื่อนในเถื่อนทาง ทั้งม้าช้างกูบจำลองจัดพร้อมเพรียง
๏ ปางพระองค์ทรงศักดาพระปาจิต นึกวินิจในมโนให้ก้าวเฉียง
ด้วยโฉมฉินอรพินแม่คู่เคียง มีกิจเกี่ยงจะกังวลด้วยชนนี
จำจะพาเจ้าไปลาเสียยังแล้ว ให้ผ่องแผ้วโสมนัสเกษมศรี
พระตรึกพลางชวนนางแล้วจรลี ไปสู่ที่ห้องสำราญพระมารดา
ทั้งสองจ้าวเล่าขยายปรายนุสนธิ์ ที่กังวลให้แม่ทราบในราสา
ฉันตั้งใจเข้ามาไหว้ทั้งสองรา ขอกราบลากลับไปบุรีรมย์
ด้วยจากมานานช้าหลายเดือนเศษ เกลือกมีเหตุอันตรายแก่อิศยม
ทั้งสององค์ทรงแต่โรคประชวรลม กายยิ่งแก่ก็ยิ่งโทรมทั้งหูตา
ปางท่านยายฝ่ายมารดานางโฉมศรี ชนนีอรพิมสเน่หา
จึงปราสัยว่าพ่อไพรธรรมดา แม่ไม่ว่าตัวของแม่ก็แก่กาย
แต่หมั่นมาหมั่นไปพ่อสายเนตร คิดสมเพชด้วยถึงแม่พ่อโฉมฉาย
ด้วยแม่แก่ไม่รู้แน่ที่วันตาย อนึ่งไซร้ท่านข้างโน้นก็เกี่ยวดอง
แม่ก็คิดอยากจะใคร่ไปรู้จัก ได้พบพักตร์พูดจาประสมสอง
ครั้นคิดไปกายก็แก่เกินทำนอง แม่นี้ต้องในตำนานนิทานลาว
ว่าเฒ่าแก่กล่าวหารอย่านับถือ เถิงกล่าวใดก็ไม่ลือไปโฉ่ฉาว
หูก็หนักตาก็มืดไม่ยืดยาว พูดเสียเปล่ากล่าวอวดไม่นับยำ
อนึ่งเล่ากล่าวว่ามีดเล่มน้อย จะพันถากเข้าเป็นรอยไม่แน่นหนำ
เหมือนคนแก่กล่าวมากแต่ปากคำ นิทานลาวทุกข์มาซ้ำแม่นี่เอง
เถิงพูดว่าจะอยากไปไปไม่รอด ตาไม่บอดก็เหมือนบอดไม่เหมาะเหม็ง
ให้มัวพรางไม่กระจ่างเมื่อแลเล็ง ทั้งเรี่ยวแรงมันก็เร่งให้น้อยลง
แต่ไปไหนนิดหน่อยก็หอบเหนื่อย แทบล้าเลื่อยตัวแห้งเป็นแป้งผง
แต่เที่ยวนั่งเล่นในวังจังหวัดวง จะก้มลงเจ็บหลังแทบปางตาย
แม่ขอกล่าวถามข่าวถึงท่านด้วย ว่ารื่นรวยอยู่ดียังสืบสาย
ถ้าอยู่เย็นเป็นสุขสนุกสบาย ขอเชิญท่านผันผายมาสักที
พ่อบอกบ้างว่าแม่ตั้งรำพึงถึง จิตคะนึงอยากจะเห็นพระโฉมศรี
จะเหมือนใครคิดสงสัยซึ่งอินทรีย์ ถ้าอยู่ดีปีใหม่เชิญท่านมา
แล้วยายท่านแกรำพันพระพรให้ สวัสดีมีชัยเถิดลูกหนา
ชุลีกรรับพรทั้งสองรา กลับออกมาเยื้องย่างเข้าปรางค์ใน
แม่โฉมปรางค์สั่งนางเป็นโขลนจ่า ให้ตรวจตราเก็บของให้ผ่องใส
ของสำหรับมากำกับให้เอาไป ของเอาไว้มอบกับจ่ารักษาวัง
แล้วจอมขวัญสั่งกำนัลที่ใช้ชิด คนสนิทไว้ใจแต่ก่อนหลัง
ให้ปรนนิบัติรักษามารดายัง ประชวรไข้ฝากสั่งให้ดูแล
แล้วสั่งสารพนักงานเจ้ากรมหมอ ให้ตั้งต่อมอบเม้นรักษาแม่
จงผลัดกันเว้นวันมาดูแล พรุ่งนี้แน่เป็นกำหนดจะยาตรา
นางกำนัลท้าวพญาทั้งน้อยใหญ่ มีอาลัยอยู่ด้วยนางนั้นนักหนา
ที่คนบ้างก็สังเวชเช็ดน้ำตา บ้างโศการ้องไห้อยากไปตาม
ครั้นสว่างสางแสงขึ้นขอบฟ้า พวกเสนาวิ่งไขว่ดูไหลหลาม
บ้างจัดแจงแต่งกระโจมให้สมงาม บ้างดาดดามสักหลาดช่องเชิงงอน
เอาผูกช้างพระที่นั่งมารอไว้ ทั้งนายไพร่พร้อมเสร็จยืนสลอน
พร้อมพระวงศ์พงศานรากร ถือท่อนปืนยืนสลอนละลานตา
จอมกษัตริย์ขัตติยาพระปาจิต พระทรงฤทธิ์โสมนัสอุรสา
ทอดพระเนตรเห็นพหลพลโยธา จอมนราเสด็จเข้าที่สรงชล
แล้วชโลมพรมประด้วยแป้งอบ กลิ่นกระหลบหอมฟุ้งด้วยจันทน์ฝน
ทรงภูษาผ้ารัตนกำพล ค่าควรเมืองเครื่องต้นมากราคา
พระจอมพงศ์เสด็จทรงคชสาร งามตระการงางอนข้างเบื้องขวา
นางอรพิมนวลระหงทรงคชา เคลื่อนโยธาออกจากพระเวียงชัย
ท้าวพญาข้าเฝ้าเหล่าพระญาติ ดูเกลื่อนกลาดยกตามดูหลามไหล
เสียงฆ้องกลองก้องลั่นสนั่นไป พระแรมไพรเดือนครึ่งถึงบูรี
ประทับเกยเคยทรงแล้วลงช้าง หนุ่มขุนนางตามเสด็จพระโฉมศรี
พระญาติวงศ์พงศ์ประยูรสูรย์เสนี มามากมีข้าเฝ้าท้าวพญา
ปางเจ้าฟ้าปาจิตอิศราช เข้าสู่ปรางค์ปราสาทอันเลขา
สุริยวงศ์พงศ์เผ่าพระเจ้าอา พระเจ้าย่าคุณยายฝ่ายพระองค์
มาเยี่ยมยามถามข่าวพระจอมขวัญ อย่างนี้นั้นเล่าความตามประสงค์
สำราญชื่นรื่นรวยด้วยพระองค์ ด้วยเผ่าพงศ์หมายจะพึ่งพระสมภาร
แล้วปิ่นเกล้าเสด็จเข้าที่สระสรง ประดับองค์ผ่องใสใจสมาน
จึงสอดทรงธำมรงค์ชัชวาล เข้าเฝ้าองค์บิตุรานพระมารดา
ฝ่ายท่านท้าวจ้าวพญาธรรมราช ทั้งนิ่มนาฎนางสุวรรณผู้นาถา
พระโฉมฉายเห็นสะใภ้กับลูกยา มาวันทาหมอบเรียงอยู่เคียงกัน
พระโฉมศรียินดีพระทัยนัก กำเริบรักลูกแก้วแล้วรับขวัญ
จึงตรัสถามมูลความทุกสิ่งอัน เถิงขอบขัณฑ์นัคเรศที่เขตไทย
ทั้งปลงศพพรหมทัตกษัตริย์ท่าน ภัยไม่พานผ่องแผ้วฤๅไฉน
ราษฎรสุขร้อนเป็นอย่างไร ทั้งข้าวเหลือเกลือได้ฤๅขาดแคลน
อนึ่งเล่าชนนีศรีสะใภ้ ยังอยู่ดีกินได้ฤๅโศกแสน
เป็นเกี่ยวดองกันเสียดายอยู่ต่างแดน ได้สุขทุกข์ขุกแค้นไม่เห็นกัน
ชันษาแก่ชราสักเพียงไหน สักปานใดเดินได้ยังแข็งขัน
ฤๅแก่หง่อมหลังค่อมชราครัน เป็นไรนั้นดองยายไม่ไปมา
ปางจ้าวจอมทูนกระหม่อมเจ้าปาจิต ผู้ทรงฤทธิ์กราบทูลพระนาถา
ขอเดชะฝ่าละอองพระบาทา แต่ทูลลาฝ่าพระบาทนิราศไป
ได้เดือนครึ่งถึงเมืองพาราณสี จึงเผาผีพรหมทัตที่ตัดษัย
สมโภชการเจ็ดวันพลุตะไล มีปรบไก่ปล้ำมวยทั้งอวยทาน
โขนละครมอญรำมีหนังหุ่น ชุลมุนอันตราไม่กล้าหาญ
ก็โปร่งปลอดคล่องแคล่วไม่แผ้วพาน จนเสร็จการด้วยเดชะพระบารมี
ครั้นจัดแจงแต่งศพเผาเสร็จแล้ว ที่หน่อแนวพรหมทัตผู้เป็นผี
ได้มอบว่าให้รักษาพระบูรี ตั้งเป็นที่ตามตำแหน่งแต่หลังมา
สุขเกษมเปรมปราประชาราษฎร์ ไม่เขินขาดข้าวเกลือเหลือหนักหนา
โจรผู้ร้ายงัวควายไม่ลักพา ชาวประชาสุขสำราญทุกบ้านเรือน
เมื่อจะมาพานางไปลาแม่ แกก็แก่ไม่ประมาทแต่ว่าเหมือน
ทั้งหูตาโรคชรามายำเยือน ให้ฟั่นเฟือนเอวหลังไม่นั่งตรง
ฉันกราบลาเมื่อจะมาแก่สั่งข่าว มากราบเท้าถามถึงใจประสงค์
ถึงมารดาพระบิดาทั้งสององค์ ว่ายืนยงเชิญมาเยี่ยมมาเยือนยาย
เถิงตัวแกแกก็ว่าจะมาเยี่ยม แล้วคิดเจียมเรี่ยวแรงนั้นแห้งหาย
ทั้งหูตาก็ชราประกอบกาย แกเปรียบปรายเหมือนตำนานนิทานลาว
ว่าแก่แล้วกล่าวใดใครจะนับ เหมือนมีดน้อยฟันสับเด็กหนุ่มสาว
ไม่นอนแน่เหมือนคนแก่ไม่ยืดยาว ความแกกล่าวนี่ก็งามแต่คำตรง
เมื่อจะมาหาหมอมาสั่งไว้ ให้มาไปใจใส่อย่าลืมหลง
ให้ผลัดกันปันเวรมาเวียนวง เห็นมั่นคงวางใจจึงได้มา
พระปาจิตแจ้งกิจนุสนธิ์สาร ในเรื่องการหมดมลทินสิ้นวิตถาร
จนถ้วนถี่ว่าชนนีพระบิดา ทั้งสองราโสมนัสเสน่ห์ใน
อยู่จำเริญเนิ่นมาเป็นผาสุก ไม่อาจอุกศึกเสือทั้งเหนือใต้
บำเพ็งเพิ่มศีลทานทุกวันไป เข้าเวียงชัยชื่นบานสำราญรมย์
พระสั่งสอนราษฎรให้โอกาส ให้โอวาทฟังธรรมคำสยม
ทุกพาราไพร่ฟ้าชาวนิคม ดีอุดมฟ้าฝนทั้งต้นปลาย
ทั้งข้าวเกลือเหลือล้นอุดมถม ชาวนิคมชวนกันมาซื้อขาย
เรือสำเภาเหล่ากำปั่นมีมากมาย ดูกองก่ายกลาดเกลื่อนทั้งเรือนแพ
ญวนฝรั่งอังกฤษมากราบไหว้ ไม่นึกร้ายหนามเสี้ยนเวียนแสว
ทุกพารามิได้มาคิดกอแก ยอมออกแยย่านขยาดพระโพธิญาณ
พระตรัสสั่งให้ไประวังพาราณสี เกณฑ์โยธีผลัดเปลี่ยนไปข่าวสาร
ครั้นคิดถึงพระคะนึงเห็นเนิ่นนาน ภูมิบาลก็เสด็จดำเนินไป
แต่ไปมามาไปนั้นหลายหน ให้ไพร่พลสุขเกษมน้ำใจใส
อยู่นานมาก็ชราเข้าเบียนใน ดับสังขารตามผู้ได้ทำบุญกรรม
ที่ถือศีลครั้นว่าสิ้นอายุสม ไปเป็นพรหมครองวิมานอันเลขำ
ที่ทำบาปบาปตามซ้ำกระทำ ไปสู่ตามเวรกองของผู้ใด
ที่ทำทานก็สำราญอารมณ์รื่น ไปชมชื่นในสวรรค์อันสุกใส
ในช่อชั้นตามที่ท่านได้สร้างไป สนองให้ผลบุญนั้นปูนตาม
แต่เวียนเกิดเวียนตายนั้นหลายชาติ ชินโนนาถแจ้งทำคำสยาม
จนบารมีบริบูรณ์ขึ้นมากคาม มารวมกันนำกันข้ามสมุทรไท
๏ สำมเนฝ่ายว่าตาเณรเถน เอาเรือรับอรพิมหวังพิสมัย
เมื่อชาติสุดกลับชาติใช่อื่นไกล คือท้าวไทท่านอชาตศัตรู
นายพรานไพรใจใหญ่เหมือนยักษา ยิงพระปาตายกลิ้งไม่อดสู
ใช่อื่นไกลใจกลอกทำนอกครู คือเทวทัตท่านจงรู้อย่าแคลงใจ
ด้วยบาปกรรมทำพงศ์โพธิสัตว์ แน่นถนัดกรรมกองสนองไข
ลงไปตกในนรกเกินกรรมไร อันอย่างใหญ่เป็นที่สุดอเวจี
สักโกจะอัมรินทร์อินทร์ธิราช จากอากาศแปลงกายท้าวโกสีย์
เป็นพังพอนผู้เผือกเข้าย่ำยี กัดเอางูมาตุลีทำลายตาย
แล้วกัดยาทากันเป็นเห็นประจักษ์ อยู่ตรงพักตร์อรพิมนางโฉมฉาย
พระอินทราใช้ปัญญาบอกธิบาย ให้อรทัยทราบอุราว่ายาดี
นางเนื้อเย็นเห็นประจักษ์ชิงจักช้า ไปกัดยาเอามาพ่นพระโฉมศรี
พระปาจิตนั้นก็ฟื้นคืนชีวี บุญทั้งนี้ตามสนองพระอินทรา
เมื่อกลับชาติมิได้คลาดคลาเคลื่อน กุศลเตือนชาติสุดตามไปหา
ใช่ผู้อื่นคือองค์อรหัตตา พระมหาอุณรุทท่านเถรเธอ
มาตุลีที่เป็นงูเทวบุตร เมื่อชาติสุดบุญทำตามเสนอ
คือนายท่านฉันนะมาตย์ผู้บำเรอ จูงอาชาพาเอาเธอสิทธารถไป
บาลีว่าชื่อพญาธรรมราช ด้วยสามารถสร้างสมมีนิสัย
เมื่อชาติสุดกลับชาติใช่อื่นไกล คือท้าวไทสิริสุโทธน์นั้นเที่ยงธรรม์
นางสุวรรณเทวีศรีสมร เป็นมารดรพระปาจิตผู้จอมขวัญ
กุศลนางหลายหลากมากอนันต์ บำเพ็งเพิ่มไว้ครันทุกวันมา
อุปนิสัยเป็นปัจจัยแก่เมืองแก้ว ไม่คลาดแคล้วชักนำตามไปหา
เมื่อชาติสุดนางมาเกิดเป็นมารดา ชื่อสิริมหามายานางนงเยาว์
บุญของนางสร้างไว้นั้นหลายชาติ ก็สมมาดได้เป็นแม่พระพุทธิเจ้า
อย่าสงสัยหญิงชายทั้งหลายเรา พระปิ่นเกศเทศน์เป็นเค้านิทานมา
นางอรพิมยิ้มละไมวิไลพักตร์ นรลักษณ์ล้ำเลิศอันเลขา
ที่เป็นคู่พระปาจิตอิศรา ครั้นแก่กล้าบารมีขึ้นมากมาย
แม่พักตร์ผ่องตามสนองกันหลายชาติ เป็นข้าบาทบริจาพระโฉมฉาย
เมื่อไฟราคนางจะสูญจากร่างกาย ครั้นชาติสุดนางก็ได้ชื่อพิมพา
พระปาจิตอิศโรโพธิสัตว์ เที่ยวเลาะลัดเที่ยวท่องแสวงหา
แต่เกิดตายตายเกิดในสุธา พระฎีกาคณนาไว้มากมาย
แต่ท่องเที่ยวเหนี่ยวน้องตายแล้วเกิด เอากำเนิดมิได้สูญมาสืบสาย
เต็มสุธาว่ากระดูกนั้นเรี่ยราย ปลายเข็มไชปักไม่พ้นกระดูกเลย
จนบารมีได้ถึงสี่อสงไขย แสนมหากัปป์กำไรเจียวท่านเอ๋ย
เมื่อจะสลัดตัดตัณหาได้ลึกเลย มาเกิดเกยชื่อสิทธารถราชกุมาร
เป็นบุตราของพญาสิริสุโทธน์ พระเอื้อนโอษฐ์แจ้งทำไว้บรรหาร
พระมารดาชื่อมหาลำเพาพาล นางนงคราญชื่อสิริมหามายา
โพธิญาณครั้นวรรษาสิบหกขวบ บุญประจวบพระสิทธารถผู้นาถา
อติเรกอุปภิเษกกับพิมพา คณนาในฎีกาสิบสามปี
จึงเกิดบุตรบริสุทธิ์ชื่อราหุล กับเนื้ออุ่นนางอุบลแม่โฉมศรี
ครั้นนานมาพระวรรษาสิบเก้าปี บารมีท่านมาเตือนสติเอง
ให้เหนื่อยหน่ายคล้ายชังร่างตัณหา พิจารณาลูกเมียไม่เหมาะเหม็ง
ทรัพย์สมบัติพระสลัดไว้โตงเตง พระองค์เองกับนายฉันก็ครรไล
ขึ้นอาชาหนีพิมพาออกไปบวช ทรงผนวชถือศีลตามนิสัย
ชนะมารห้าประการก็กลัวไกล พระปาจิตใช่อื่นไกลพระเจ้าเอง
องค์สัมมานำพาเอาบุพชาติ ชื่อปัญญาสชาดกมาเหมาะเหม็ง
เป็นกระทู้ธรรมนิทานบุราณเพรง พระญาณเล็งเทศน์โปรดประชาชน
อุบาสกภิกขุสงฆ์ษัททั้งสี่ ภิกขุณีอุบาสิกาได้มรรคผล
บ้างก็ถึงซึ่งอริยะยิ่งบุคคล บ้างก็พ้นทุกข์ภัยได้นิพพาน
บ้างก็ได้โสดาอนาคา สักขิทาอรหัตจนอวสาน
ด้วยฟังธรรมชินศรีมุนีญาณ โปรดประทานมธุรสพระบาลี
พระปาจิตอรพิมมีนิทาน พระเล็งญาณเทศน์โปรดไว้เท่านื้
ฉันแต่งแก้ตามกระแสพระบาลี จบติตีพระนิพพานโหตุเม

(อักษรขอม) พระปาจิตพระอรพิมนิถิตํ

แต่งแล้วเดือนเก้าขึ้น ๑๕ ค่ำปีขาล เขียนแล้วเดือน ๕ แรม ๑๔ ค่ำปีขาลฉศก ศักราช ๒๓๑๖ วรรษาบริบูรณานิถิตา ฯ

๏ ฉันผู้แต่งจะข้อแจ้งคำธิษฐาน พระนิพพานขออย่าแคล้วขอสมหมาย
ถ้ามิเถิงยังจะเที่ยวขอเป็นชาย จะเกิดไหนขอเป็นนายออกหน้านำ
ทั้งปัญญาขอให้มาอย่ารู้หมด ขอทรงพรตรู้ปิฎกคำสะยำ
ขอเสียงเพราะให้เสนาะที่น้ำคำ ขอรูปงามท่านผู้ใดอย่าหน่ายชัง
อันคนพาลขออย่าพบให้พ่ายแพ้ ให้พบแต่ท่านบรรดากะนาถัง
ท่านบัณฑิตขอให้ได้สมใจดัง มาร่วมรังร่วมรู้ร่วมอุรา
ขอมีทรัพย์ถ้าจะนับอย่าหมดมาก ฝูงคนยากจะมาสู่ทุกทิศา
อย่าตระหนี่ขอให้มีแต่ศรัทธา เถิงจะมาเถิงจะยกอย่าปกไป
พระเมตไตรพระไมตรีจะมาตรัส จะแจ้งอรรถธรรมคาถาพิสมัย
ขอฟังเทศน์พระสัทธรรมที่คำไทย เมื่อท่านได้ขอไปด้วยพระนิพพาน
ผลทานผลศีลที่รักษา มาช่วยข้าขอให้สมดังธิษฐาน
ขอเกิดสบขอให้พบพระศรีอาริย์ ดังณิธานปรารถนาข้านี้เอย

นิทานเรื่อง พระโพธิสัตว์โกสามภิน

๏ ศรีศรีสวัสดิ์จำเริญสุข สารพัดทุกข์อย่าได้มี
นบนิ้วเหนือเกศี บังคมไหว้พระทรงญาณ
ข้าขอปรนนิบัติ ประนมหัตถ์นมัสการ
นบไหว้พระธรรมเจ้า ใส่เหนือเกล้าตริดาดาร
ไหว้ทั้งพระสาวก เป็นที่ยกขีณาทาน
ข้าขอเข้าพระนิพพาน พ้นสงสารบ่ห่อนเห็น
ขอกล่าวซึ่งตำนาน เมื่อโพธิญาณเธอได้เป็น
พญาหนึ่งผู้เคืองเข็ญ คับแค้นขัดด้วยปัญญา
หนึ่งข้าไหว้พระนารายณ์ วิษณุกรรมแลเทวา
นาคครุฑสุบรรณา โสฬสแลอัตรา
ข้าก้มเกล้าบังคมถวาย ขอกล่าวจำเริญธรรม
เรียงข้อคำภิปราย เรื่องนิทานตำนานใน
เมื่อพญาโกสามภิน เธอนิราศบุรีชัย
ไปอยู่ในกลางไพร ฝ่ายเทพไทพฤกษ์เทวา
เห็นโพธิสัตว์โกสามภิน ให้มีความกรุณา
เทพเจ้าจึงปรึกษา พร้อมเทวดาสิ้นทั้งหลาย
ว่าเราท่านทั้งปวง จะมานิ่งมาดูดาย
โพธิสัตว์เกิดอันตราย หมู่เสนาทำย่ำยี
เพราะท้าวอับปัญญา หมู่ประชาไม่ดูดี
เราจะช่วยพระภูมี ให้ได้คืนกลับพารา
เราจำแลงเป็นพานร เข้าสั่งสอนพระราชา
ฝูงเทพเทวา พร้อมปรึกษาในทันใด
จึงจำแลงเป็นพานร ทั้งแปดตัวในเดี๋ยวใจ
ต่างองค์ก็ต่างไป เข้าสั่งสอนพระราชา
มาจะกล่าวเป็นชาติบท มธุรสพระคาถา
แต่ท้าวผู้ราชา นิราศร้างจากบ้านเมือง
พระองคภูมินทร์ ย่อมตระกูลอันรุ่งเรือง
ยศถาก็ลือเลื่อง ทั้งฤทธิ์เดชก็ลือชา
เสวยราชภิญโญยง มีจตุรงคเสนา
เสวยราชย์แทนบิดา เมืองพาราโกสามภิน
ฝูงข้าเฝ้าเหล่าเสนา ชาวประชาข้าแผ่นดิน
ชักชวนกันติฉิน ว่าปัญญาเธอโหดหืน
ท้าวไทถอยความรู้ จะเสวยราชย์บ่อยู่ยืน
อำมาตย์เขาข่มขืน ขับออกจากพระพารา
โพธิสัตว์โกสามภิน ไปผู้เดียวเปลี่ยวเอกา
เอโกในหิมวา หวาดวังเวงวิเวกใจ
ได้เห็นแต่ปักษี ฝูงชะนีสกุณัย
ร่ำร้องในพงไพร วังเวงใจพระภูมี
นกหคแลหงส์ห่าน โนรีขานซร้องปักษี
เสียงสัตว์ในพนาลี เร่งละลนละลานใจ
แลซ้ายก็เห็นสัตว์ สารพัดเนื้อแลเบื้อไพร
แลขวาเห็นแต่นกไซร้ เปลี่ยวเปล่าใจเร่งมัวเมา
จึงพฤกษเทวดา แปลงกายาเป็นอัสเดา
พานรผู้นงเยาว์ ทั้งแปดองค์ดูตระการ
เมื่อท้าวเธอเสวยโภชน์ สูปะเพียญชะอาหาร
ล้อมเข้ารอบพระภูบาล ดูนรลักษณ์พระราชา
จึงรู้ว่าจากเมือง เพราะเธออับซึ่งปัญญา
มาเราจะสั่งสอน พระภูธรกษัตรา
เฉลิมซึ่งปัญญา ให้รู้รอบระบอบความ
ดังฤๅเราจะสอน ให้ภูธรเธอทำตาม
เรื่องราวระบอบงาม ให้คืนครองพวกเสนา
ท้าวเธอทอดพระนัยเนตร เห็นกระบี่ซึ่งเข้ามา
นั่งล้อมพระราชา ทั้งแปดทิศดูสลอน
ตั้งแต่กูจากเมืองมา เห็นหน้าแต่หมู่พานร
เมื่อกูครอบครองนคร กูเคยเลี้ยงหมู่เสนี
อย่าเลยมากูจะให้ข้าว แก่ฝูงราชกระบิลกิน
เลี้ยงต่างหมู่เสนี เผื่อจะเลี้ยงต่างเสนา
ท้าวเธอรำพึงแล้ว โดยพระราชปัญญา
ปันโภชน์อันโอชา ท้าวเธอรายเป็นแปดกอง
พานรรับเอาข้าว โดยพระหน่ออันสมผอง
กินแล้วเสร็จโดยปอง จึงหมู่พฤกษเทวดา
ว่าอย่าเลยมากูจะช่วย หน่อสรรเพชญ์พระศาสดา
สั่งสอนพระราชา ต่างพี่เลี้ยงในเวียงวัง
พานรทั้งแปดองค์ กล่าวทำเนียบแปดอัครัง
ขอเชิญท้าวตั้งใจฟัง เร่งจำไว้อย่าลืมเลย
๏ พานรข้างบูรพา กล่าววาจาว่าท่านเอย
ท้าวฟังอย่างลืมเลย ทำเนียบนี้แต่ก่อนมา
คนใดแลฉลาด มีปรีช์ปราชญ์ด้วยปัญญา
สมบัติย่อมตามหา คือน้ำไหลสู่สาคร
คนใดได้ร่ำเรียน ได้คิดเขียนแลฝึกสอน
ความรู้เป็นอาภรณ์ ประดับกายเป็นมงคล
คนใดแลเกียจคร้าน บ่คิดการใส่ตัวตน
กินแล้วแต่นอนกรน บ่ได้คิดจะทำการ
บ่ได้จะร่ำเรียน บ่คิดเขียนแลคิดจาร
มักง่ายใจขี้คร้าน เที่ยวเร่เล่นทุกตำบล
ความคร้านไปเมื่อหน้า จะอัปราแก่บุคคล
ความยากได้แก่ตน เพราะความคร้านเป็นมลทิน
คนใดแลอตส่าห์ ทำงานการโดยถวิล
ทุกวันประนินทิน ทุกค่ำเช้าแลเพรางาย
อตส่าห์ทนวิบาก จะพ้นยากบัดเดี๋ยวดาย
เมื่อหน้าจะสบาย เพราะว่ายากแต่เดิมที
ผู้นั้นจำเริญผล เพราะตั้งตนได้มั่งมี
ได้ยากแต่เดิมที ได้เป็นสวัสดีสถาพร
คนใดได้รักษา พระมารดาแลบิดร
อีกทั้งญาติกากร ทั้งปู่ย่าแลตายาย
ลุงป้าแลอาอาว์ ทั้งน้าสาวแลพี่ชาย
ได้ทำปฏิยาย ก็เป็นบุญมากนักหนา
ส่วนญาติกากร ได้เป็นเศรษฐีแลพระยา
ตัวเองยากนักหนา คนทั้งหลายไม่นับถือ
คนใดแลมีทรัพย์ คนทั้งหลายย่อมเลื่องลือ
ขามเกรงยอมนับถือ เพราะทรัพย์นั้นสถาพร
ถ้าแม้นว่าลูกนั้นชั่ว เพราะได้ทำมาแต่ก่อน
มีทรัพย์เป็นอำภรณ์ คนทั้งหลายย่อมยินดี
คนใดไม่มีทรัพย์ แต่ปัญญานั้นมากมี
ความรู้มากดีหลี ยิ่งกว่าทรัพย์มหิมา
ฟังแล้วเร่งจำไว้ ได้สอนใจพระราชา
คำอันตูข้าว่า เร่งจำไว้อย่าลืมเลย
๏ พานรข้างอาคเนย์ จึงกล่าวเล่ห์ว่าท่านเอย
ท้าวฟังอย่าลืมเลย ข้าจะเล่าทำเนียบความ
ผิจะคบด้วยคนโหด อย่าเอาโกรธไปต่อตาม
เอาแต่ดีไปต่อถาม ความโกรธนั้นก็หายพลัน
ผิจะคบคนตระหนี่ทรัพย์ สินทุกสิ่งสินทุกอัน
เราอย่าตระหนี่เร่งให้มัน มันหากรู้จะทดแทน
ผิจะคบด้วยคนเท็จ คนแสนหกแลหื่นแสน
อย่าเอาเท็จไปตอบแทน ตั้งแต่จริงดังกล่าวหมาย
ขุดสระหวังจะเอาน้ำ ผิว่าน้ำไม่เคลื่อนคลาย
ขุดลึกจึงจะเห็นสาย สายอุทกังจะพูนมา
ผิจะประจญด้วยข้าศึก อันมันชิงเอาพารา
ให้สู้ด้วยปัญญา มีสติตั้งให้แน่นอน
ผิจะสอนงัวตัวเกียจ อย่าตั้งแง่อย่าตั้งงอน
ให้ถอนเอาหญ้าอ่อน มาพูนไว้เป็นเหยื่องัว
ผิจะสอนหมู่หญิงชาย คนรู้อายคนรู้กลัว
ในโลคะทุกตัว อย่าเอาร้ายแต่ฝ่ายดี
งัวใดแลร้ายกาจ ท่านกำจัดเดียรถี
อย่าใกล้อย่าอารี ใช้คนดีอย่าดุดัน
ฟังคำข้าสั่งสอน นะภูธรพระใจธรรม์
จำไว้จงแม่นมั่น จึงจะเรืองซึ่งปัญญา
๏ พานรข้างทักษิณ สอนนรินทร์ด้วยวาจา
ข้าแต่พระราชา ข้าจะเล่าตั้งใจฟัง
เรียนมนตร์แลคาถา มากนักหนามักเคลิ้มคลั่ง
ตั้งสติไม่แน่ตั้ง แต่พลาดพลั้งในใจเอง
ยังมีพญาผู้หนึ่งโสด ครั้นเมื่อโกรธคนกลัวเกรง
เพราะจ้าวเพราะนายเอง ยอมนบนอบแต่งของถวาย
นักปราชญ์ผู้วิเศษ ย่อมเอกเทศผู้เดียวดาย
รู้หลักอภิปราย รู้คดีโลกคดีธรรม
เปรื่องปราชญ์ด้วยปัญญา รู้สุภาทั่วสารพัน
นักปราชญ์ผู้องค์นั้น ย่อมเป็นใหญ่ทุกบ้านเมือง
เกิดลาภมาบูชา ทักขิณามานองเนือง
เป็นใหญ่ไปทุกเมือง เพราะความรู้มหิมา
เป็นแต่หมู่คนใจบาป ฆ่าแต่สัตว์แลมุสา
ลักลอบในกามา ฆ่าสมณะแลชีพราหมณ์
อนึ่งบาปใหญ่เล่า ชื่อว่าบาปบังคับความ
ลำเอียงบ่ตรงตาม ผิดระบอบพระบัญชา
บังคับความไม่ตรงเที่ยง บาปอันนี้ใหญ่นักหนา
เป็นใหญ่แต่ความทุกข์ ย่อมสนุกด้วยตัณหา
เกิดรักเกิดทุกข์มา เกิดทั้งภัยมาเบียนกาย
ได้มากก็แต่บาป ทุกคนทั่วทั้งหญิงชาย
ในหัวใจตนคิดร้าย บาปนั้นไซร้ใหญ่นักหนา
รักอื่นสักร้อยรัก มิเท่ารักอาตมา
ฝูงคนทั่วโลกา รักชีวิตทั้งหญิงชาย
เป็นใหญ่แต่ชีวิต แต่โรคามาเบียนกาย
อายุย่อมทำลาย ให้ชีวิตม้วยมรณา
อนึ่งย่อมเป็นใหญ่ คือพญามัจจุรา
กับพวกหมู่เสนา พาชีวิตของเราไป
ถ้าแม้นมีเงินทอง ทรัพย์สิ่งของเท่าใดใด
ขอจ้างขอบนไว้ ขัดมิได้ใหญ่นักหนา
ฟังแล้วเร่งจำไว้ สอนหัวใจนะราชา
คำอันตูข้าว่า เร่งจำไว้อย่าลืมเลย
๏ พานรข้างหรดี กล่าววาทีว่าท่านเอย
ท่านท้าวฟังอย่าลืมเลย ข้าจะเล่าบทนิยาย
บุคคลบังทรัพย์หวงไว้ มิได้คิดถึงความตาย
กลัวทรัพย์จะฉิบหาย คิดว่าตัวจะอยู่ยืน
บางคนตายก่อนทรัพย์ ทรัพย์นั้นกลับได้เข้าคืน
แต่โลงกับไฟฟืน เขาก็เผาแหลกเป็นจุณ
ฝ่ายทรัพย์มรดก ลูกเมียยกไว้ทำทุน
เขามิได้คิดเถิงคุณ มันตายแล้วก็แล้วไป
ชีวิตทรัพย์สิ่งสิน เป็นอนิจจังทั่วโลไกย
ความแก่ความประลัย มีทุกคนในโลกา
ฝูงคนย่อมประมาท ลุอำนาจแก่กามา
หลงใหลในตัณหา ย่อมดูหมิ่นปู่ย่ายาย
ไม่นบไม่ยำเกรง ทั้งบุรุษทั้งหญิงชาย
ไม่กลัวจตุรบาย ครั้นเจ็บไข้กลัวมรณา
เอาทรัพย์มามากมาย เร่งมาจ้างบนหมอยา
ไม่คิดรำพึงว่า เว้นไม่ได้ทุกตัวคน
ทำทานนั้นไม่คิด คิดทำแต่ข้างสาละวน
ทำทานสร้างกุศล ทานนั้นแลเป็นสหาย
พระยมเธอยิ้มหัว แก่บุคคลอันกลัวตาย
เอาทรัพย์มามากมาย ไปจ้างท่านไปสงคราม
ครั้นจวนถึงตัวเอง คิดกลัวตายย่อมเกรงขาม
อยู่เรือนครั้นเถิงความ เถิงที่ตายตายดังเดียว
ในโลคะโลกา อันเกิดมาย่อมท่องเที่ยว
อยู่ไหนตายดังเดียว เงาตามตัวคือความตาย
นักปราชญ์แลหมอแก้ ส่วนหมอเลขรู้คูณทาย
ความใดหากใกล้กราย ทายว่าเคราะห์ต้องคุณทำ
หมอลมว่าลมจับ จำให้นวดบีบขยำ
หมอบุญว่าผีอำ ให้บนบานจึงจะหาย
นักปราชญ์หากว่ากรรม ทายแม่นแท้นักปราชญ์ทาย
คนบาปหนาไม่ละอาย ถึงวาระก็เร่งทำ
รู้อยู่แล้วว่าเป็นโทษ รู้แล้วโสดว่าเป็นกรรม
รู้ว่าบาปมันเร่งทำ มันไม่กลัวตกอบาย
ถ้อยคำข้าสั่งสอน นรินทรผู้ฤๅสาย
จำไว้จงมั่นหมาย ให้จำเริญพระปัญญา
๏ พานรฝ่ายประจิม ขยับยิ้มแย้มวาจา
ข้าแต่พระราชา ข้าจะเล่าคดีธรรม
คนใดแลโลโภ มักโมโหแลโกลำ
กังขาในทางธรรม ไม่โน้มน้อมในกุศล
โลโภจะใคร่ได้ โมโหไซร้ให้มืดมน
โทโสเข้ามาปน ให้กริ้วโกรธโกรธา
ทิฐิย่อมเป็นโทษ โทโสโสดถือกายา
ว่ากูผู้นี้นา กูไม่กลัวไม่ขามใคร
โมโหให้หลงกล โทโสปนคือดงไฟ
................... อุดหนุนให้ผิดทางธรรม
ใจร้ายให้ทำบาป ใจยุ่งหยาบเข้าชักนำ
ให้สร้างแต่ทางกรรม ทำแต่โทษใส่ตัวตน
สิ่งใดจะเป็นโทษ ก็ย่อมรู้อยู่ทุกคน
จะผิดย่อมรู้ตน รู้อยู่แล้วทำกรรมตัว
สิ่งใดอันจะผิด จงพินิจเร่งเกรงกลัว
จำไว้สั่งสอนตัว ให้จำเริญพระปัญญา
๏ พานรข้างพายัพ เป็นอันดับเพื่อนกันมา
สั่งสอนพระราชา ดูกรราท้าวมีศรี
ลิ้นลมตนเจรจา เร่งให้ร้ายเร่งให้ดี
ที่ผิดอย่าพาที เร่งให้ร้ายแก่อาตมา
กล่าวใดให้เที่ยงแท้ ดังมิตรแม่คือบิดา
ได้ญาติวงศา เพราะวาจาตนปราสัย
คนบ้างเจรจาผิด บ่ได้คิดที่จะเกิดภัย
ผิดแล้วเร่งว่าไป ท่านจับโบยมัดตีถอง
คนบ้างให้ตนตาย เพราะเจรจานั้นผิดคลอง
ผิดจารีตผิดทำนอง ผิดทำเนียมอย่าพาที
สิ่งใดจะเป็นโทษ อย่าควรทำรุกราวี
บาปนั้นย่อมจะมี โทษกรรมนั้นจะเบียนตน
คือลูกอันสอนสั่ง มิฟังคำย่อมขัดสน
ไม่ฟังพ่อแม่ตน ลูกนั้นร้ายกว่าศัตรู
เมียใดมันปรนนิบัติ ทั้งขืนขัดมันอาลัยชู้
ไม่คิดไม่เอ็นดู แก่ผัวตนเท่าใยยอง
ว่าใดไม่ฟังคำ ย่อมบึ่มบ่ำแลภาคลอง
ผิดจารีตผิดทำนอง ผิดธรรมเนียมแต่ก่อนมา
เมียนั้นมันกระด้าง เป็นพ่อร้างอยู่ดีกว่า
เลี้ยงกันไปเบื้องหน้า คนนินทาจะบัดสี
เป็นสุขแก่ผู้ชาย แต่แม่หญิงซึ่งอันดี
ซื่อตรงอันได้มี ลูกในไส้เป็นอำภรณ์
เด็กใดมันร้องไห้ เห็นลาภมามันนิ่งก่อน
ความร้องไห้เป็นอำภรณ์ สำหรับเด็กในโลกา
เป็นศรีแห่งอาจารย์ แต่ลูกศิษย์มีปัญญา
เป็นศรีแห่งราชา แต่เสนาประชากร
เป็นศรีแห่งสมณะ แต่ศีลสุตละสังวรณ์
เป็นศรีแห่งลูกอ่อน แต่ร้องไห้อ้อนพระชนนี
เป็นศรีแห่งบุรุษ แต่วิชาปัญญามี
เป็นศรีแห่งสตรี แต่ซื่อตรงสร้างกุศล
ฟังแล้วเร่งจำไว้ สอนหัวใจนะจุมพล
จักเกิดจำเริญผล ศรีสวัสดิ์จะพูนนำ
๏ พานรข้างอุดร สอนภูธรโดยทางธรรม
เชิญจำซึ่งถ้อยคำ ข้าจะสอนนะราชา
ตมทรายเกิดด้วยน้ำ ครั้นเมื่อตมติดกายา
จะล้างซึ่งกายา ให้ตมหมดจากรูปกาย
เกลือไซร้เกิดด้วยน้ำ ครั้นต้องน้ำเกลือละลาย
หายเป็นตมก่ำเปือกกลาย หายสูญได้เพราะคงคา
จะเป็นมิตรจะเป็นโทษ เพราะลิ้นลมตนเจรจา
เกิดรักเกิดชมรา เพราะลิ้นลมอภิปราย
บาปนั้นเกิดด้วยจิต เมื่อจะคิดให้บาปหาย
ใจนั้นคิดละลาย บาปนั้นหายด้วยสันดาน
ผิว่าจะรู้จัก คนแหลมหลักแห่งอาจารย์
รู้หลักปัญญาญาณ คอยดูเมื่อจะพาที
ผิว่าจะใคร่รู้ น้ำตื้นลึกในสระศรี
ให้ชักก้านบัวรีย์ จึงจะรู้ซึ่งอาการ
ผิจะใคร่รู้จัก คนนักปราชญ์ฤๅคนพาล
ฝูงคนทั่วสถาน ย่อมสงัดทั่วโลกา
ทำดีแลทำร้าย เขาย่อมเล่าย่อมลือชา
เล่าลือกันไปมา จบทั่วโลคะโลกีย์
คำอันตูข้าว่า จำไว้นาพระภูมี
จะเกิดจำเริญศรี พูนสวัสดิ์ขึ้นในกาย
๏ พานรข้างอิสาน กล่าวอาการเมื่อสุดท้าย
สั่งสอนพระฤๅสาย แต่ตามได้ตามปัญญา
ข้าแต่พระภูมี ข้าจะสอนจงฟังรา
หญิงใดงามโสภา คือดังทรัพย์แห่งตัวตน
ชายใดมีทรัพย์มาก ทรัพย์นั้นแลเป็นมงคล
ประเสริฐในตัวตน ตนจะได้สุขสำราญ
ชายใดงามแต่รูป รูปชายนั้นบ่เป็นการ
ความรู้อันเชี่ยวชาญ ยิ่งกว่ารูปมหิมา
สัตว์สี่ตีนงามเมื่อพี คนงามดีเมื่อแต่งกายา
ดาวบสทรงศีลา งามเมื่อเธออดอาหาร
หญิงใดงามแต่รูป รูปนั้นไซร้บ่เป็นการ
น้ำใจนั้นสามานย์ ทั้งมารยาทไม่มีเลย
ชอบแต่ใจผู้ชาย มันลักลอบเล่นชมเชย
ไม่เป็นประโยชน์เลย รักชมเชยแต่โลกีย์
หญิงใดรูปชั่วช้า แต่ปัญญานั้นมากมี
ความรู้มากดีหลี มีถ้อยคำอันอ่อนหวาน
แม้นว่าโกรธโกรธา จะเจรจาบ่พะพาล
ค่อยว่าแลค่อยขาน หญิงนั้นแลดีนักหนา
ฟังแล้วเร่งจำไว้ ไปสอนไพร่ราชเสนา
เชิญท้าวคืนพารา ไปครองเมืองดุจดังก่อน
เสร็จแล้วเทพเจ้า ที่เป็นอัสเดาหมู่พานร
เข้าดลใจพระภูธร ให้เธอคืนพระพารา
โพธิสัตว์โกสามภิน คืนไปสู่สวรรยา
ครอบครองหมู่เสนา สุขชื่นบานสำราญเอย

จบเล่ม ๕

  1. ๑. โบด - บด

  2. ๒. ต้นฉบับหนังสือสมุดไทยไม่มีคำสัมผัสระหว่างวรรค

  3. ๓. ขว้าง = กว้าง

  4. ๔. ต้นฉบับเขียน จัตุดม

  5. ๕. ต้นฉบับหนังสือสมุดไทยไม่มีคำสัมผัสระหว่างวรรค

  6. ๖. ต้นฉบับหนังสือสมุดไทยไม่มีคำสัมผัสระหว่างวรรค

  7. ๗. หก = โกหก

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ